Accuracy : 79.88%
Insertion : 214
Deletion : 1571
Substitution : 179
Correction : 8010
Reference tokens : 9760
Hypothesis tokens : 8403

[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหว(ร)-ับคลิน(ป)นี้นะคะเป็นคลิปการสอนในหัวข้อที่4.3การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยต(ค)ง(-ู)ปุณยเป็นละค(าพ)รค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนัสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจุดปรผ(ะ)งคม(-์)นะคะก็ค-ือเพ-ื-่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายและยกตัวอย่างมิวเทชันและผลของมิวเทชันต่อการแสดงลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตและยกตัวอย่างการนำมิ-ี(ว)ซ(ท)ชั-่นไปใช้ประโยชน์ค่ะนักเรียนน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของการรณรงค์นะคะให้หลีกเลี่ยงและป้องกันอันตรายจากแสงแดดนะคะโดยอาจจะเป็นการแนะนำนะคะให้ลดการอยู่กลางแจ้งหรือว่าให้ใช้ครีมกันแดดนะคะนักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงได้มีการรณรงค์ใ(เ)ล่านี-้เกิดขึ้นคะค่ะคำตอบนะคะก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดดนะคะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังซึ่งนักเรีย-ี่สามารถที่จะใช้ความรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะมาอธิบายในกรณีนี้ได้ค่ะค่ะกลับมาที่รูว(ป)นี้กันอีกครั้งนะคะลองดูที-่หนึ-่-ี-ิง(น)กันนักเรียนคิดว่าทำไมยีนหนึ่งย01:00(-ีน)-ี่ถึงได้มีแอลลจะ(-ีล)ได้มากกว่า1แอลน(ล)-ีลค-้(ะ)คำตอบก็คือเพราะว่าDNAนี่ป็นสารพันธุกร-ีย(ใ)เอ(-ิ่)มีชีวิตซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากการเกิดมิวเทชันค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ในบางตำแหน่งนะคะของยีนนี่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจัดเป็นรี(-ิว)ซ(ท)ชั-่นในระดับยีนค่ะซึ่งมิวเทชันที่เกิดขึ้-ี่ก็อาจจะก่อให้เกิดแอลลดู(-ีล)ที่แตกต่างออกไปนะคะและทำให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปหรือเป็นโรคได้ค่ะดังในกรณีตัวอย่างนะคะของมิวเทชันในยีนที่ก่อให้เกิดโรคธาลัสซีเมียค่ะซึ่งเป็นเ(-ิ)อร(เท)-์ชั-่นของนิวคลีโอไทด์เพียง1ตำแหน่งดัที่เห็นในรูปนะคะมีการเปลี่ยนจากคู่เบสไทมีน,อะดีนีนในแอลลีลTเลง(-็น)คู่เบสไซโทซีน,กวานินในแอลลีลtแต่วGoogleassistance(-่า)การเปลี่ยนแปลงของนิวคลีโอไทด์เพีอ(ย)แค่1ผ(ค)-ู-่นี-้หญิงนะคะทำให้ได้โปรตีนที่ทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติจนทำให้กลายเป็นลักษณะของโรคธาลัสซีเมียได้ค่ะค่ะนอกจากมิวเทชันจะเกิดได้ในระดับ-็(-ี)นแล้วนะคะยังสามารถที่จะเกิดขึ้นใระดับโครโมโซมได้ด้วยเช่นกันค่ะสำหรับมิวเทชันในระดับของโครโมโซมนะคะสามารถเกิดได้ทั้งในด้านของโครงสร้างโครโมด(ซ)มและในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะซึ่งทั้งหมดนี้นะคะอาจส่งผลให้เก-ิดความผ-ิดปกติทางพันธุกรรมได้เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างกันนะคะตัวอย่างมิวเทชันในด้านของโครงสร้างโครโมโซมนะคะซึ่งตัวอย่างของชิ้นส่วนของโครโมโซมนี่มีการขาดหายไปทำให้บ-ั(า)แอลลีลหายไปจึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะของโปรตีนได้ตามปกตินะคะอย่างในรูปนี่เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการคริดูชาต์นะคะซึ่งเกิดจากการที่ชิ้นส่วนของโครโมโซม5:00น-ู่ที-่5ขาะ(ด)หายไปค่ะส่งผลให้มีลักษณะศีต(ร)-ัด(ะ)เล็บ(ก)ลักษณะ-้ะ(า)เปลี่ยนนะคะแล้วก็มีเสียงเล็กแหลมเป็นต้นค่ะต่อมานะคะเป็นตัวอย่างของมิวเทชันในระดับ..สาย(.)ม(น)-่ได้านของจำนวนโครโมโซมนะคะโดยโครโมโซมนี่อาจจะเกินมาทั้งโครโมโซมหรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะอย่างในรูปตอนนี้นะคะเป็นตัวอย่างของกลุ-ิน(-่ม)อาการดาวน์ฯนะคะหรือที่เราคุ้นหูว่าดาวน์ซินโดรมนะคะเกิดจากการที่มีโครโมโซมคู่ที่21เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะซึ่งส่งผลให้มีรูปร่างเห*(ตี)-้ยนะคะมีลักษณะ-่(-้)าเก(ป)ลี-่นแล้ด(ว)ก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะเดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสักหนึ่1(ง)ตัวอย่างนะคะอันนี้เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการเทอร์เนอร์นะคะเกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป1โครโมโซมเหลือแคไป1ตัวSoldถ้า(-่)โครโมโซมx(X)เพียง1โครโมโซมค่ะส่งผลให้มีลักษณะรูปร่างเตี้ยลักษณะ-่(-้)าเก(ป)ลี-่นมด(-ี)แผ-่นที่คอมือและเท้าบวมน้ำและมักจะเป็นหมันค่ะค่ะที่เรียนมานี่ดูเหมือนว่าจะมีแต่การเกิดมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะคราวม(น)-ี-้คำถามก็คือมิวเทชันนี่ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่ค่ะอันนี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะแล้วก็ร(ล)-้องไ(ใ)ห้เหตุผลด้วยว่าเพราะอะไรนักเรียนถึงได้คิดแบบนั้นนะคะโดยที่เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาประมาณ10วินาค(ท)-ีนะคะให้นักเรียนลองคิดดูพร้อมกันนะคะเริ่มได้เลยค่ะหมดเวลาแล้วนะคะคำตอบก็คือไม่เสมอไปนะคะเนื่องจากว่ามิวเทชั-ี่อาจจะก่อให้เกิดผลดีผลเสียหรือไม่ส-่งผน(ล)จ(ๆ)ต่อสิ่งมีชีวิตเลยก็ได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าสมบัติของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นี่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไรค่ะนักเ-ียนอาจจะสงสัยนะคะว่าไม่ส่งผลนี่มาได้-่-ั(า)งไง(ร)นะคะพูดอย่างเดียวเดีร(-๋)-ือ(ว)อาจจะไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างจากการเกิดมิวเทชันที่เกี่ยวข้องกับการมีลักษณะเผือกกันดีกว่าต(ค)-่ะแอ-ัวใหญ-่(ล)ลีลAนะคะจะกำหนดออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานได้ตามปกตินะคะทำให้มีกระบวนการสังเคาะห์เมลานินเกิดขึ้นและไม่มีลักษณะเผือกค่ะแต่หากว่ามิวเทชั-่นที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ยังสามารถทำงานได้ตามปกติอยู่นะคะ-่(-็)จะทำให้ยังคงมีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะในกรณีที่มิอย-ู(ว)-่ใ(ท)ชั-้นที่เกิดขึ้นนะคะทำให้โปรตี-ี่เปลี่ยนแปลงไปและทำงานไม่ได้นะคะจะทำให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะหรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ไม่มีการสร้างโปรตีนหรือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะก็จส่งผลให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะค(ผ)-ือกค่ะจะเห็นได้ว่านะคะการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมหรือมิวเทชั-ี่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมสม-ุ(อ)พ(ป)นะคะขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทชันน-ัะเ(-้น)นี-่จะส-่งผลกัย(บ)โปรตีนที่สังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะแล้วถ้ามันส่งผลนะ(-ี)-่มันส่งผลอย่างไรค่ะซึ่งผลที่เกิดขึ้นนั้นนะคะอาจจะเป็นได้ทั้งผลดีหรือผลเสียก็ได้ค่ะที่ผ่านมาเราเห็นกันแต่ตัวอย่างน(ล)เสียใช่ไหมคะเช่นการเกิดโรคธาลัสซีเมียนะคราวนี้เดี๋ยวเรามาล(ร)กันดูดีกว่าว-่ะ(า)ตัวอย่างที่เป็นผลดีน-ี่มัะ(น)มีอะไรบ้างค่ะในบางกรณีนะคะมิวเuni(ท)son(-ัน)อาจทำให้การอยู่รอดของสิ่มีชีวิตดีขึ้นนะคะตัวอย่างเช่นมิวเทชันที่ทำให้ไม่มีการสังเคราะห์แอนติเจนดัฟฟีนะคะบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดงซึ่งส่งผลให้มีความต้านทานต่อการติดเชื้อมาลาเรียค่ะนอกจากนี้นะคะมิวเทชัะunison(น)ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะทั้งความแตกต่างของลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะและความแตกต่างในลักษณะที่ปรากฏค่ะซึ่งความหลากหลายทางพันธพ(-ุ)ตา(รร)มนี้นะคะมีความสำคัญอย่างมากเลยต่อการเกิดวิวัฒนาการอาการค่ะซึ่งเดี๋ยวนักเรียนนะคะจะได้ศึกษาต่อไปในหัวข้อที่41(.)5เ(ค)-่ะครนี้นะคะคุณครูก็อยากจะให้นักเรียนนี่ลองสืบพ(ค)-้นตัวอย่างเพิ่มเติมนะคะทั้งในกรณีของย(-ิ)-ู-่ใ(เท)ชั-้นที่ทำให้เกิดโรคมิก(ว)ะ(ท)ชั-้ที่ชิดข(ก่)อให้เกิดผลดีกับสิ่งมีชีวิตแล้วก็กรณีของด(ม)-ิวเทฉ(ช)-ันที่ไม-่ส่งผลใดๆกับสิ-่มีชีวิตนะคะอันนี้เพื่อที่นักเรียนจะได้เห็นตัวอย่างที่หลากหลายในกรณีที่แตกต่างกันค่ะท(ร)-่นี้นะคะเราเรียนกจะ(-ัน)มาตั้งเยอะแล้วนะแล้วเราสามารถเอาความรู้ที-่เราเพิ-่เรียนมาท(น)-ี่มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเราเองได้-่-ั(า)งไง(ร)นะคะก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามิวเทชั-ี่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นได้ในทุกเซลล์นะคะโดยมิวเทชันที่เกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์นี่จะสามารถที่จะถ่ายทอดร(ป)-ี-ังรุ่นต่อๆไปได้นะคะแต่อ-่-ั(า)งไง(ร)ก็ตามม-ิ-ีแ(ว)-่ฉ(ทช)-ันข(ท)-ี-้(-่)เกิดขึ้นกับเซลล์ร่างกายของเรานี่ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นห(ถ)-ัา(ด)ไปได้นะคะแต่ว่ามันสามารถที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยน...ทำให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปหรือว่าทำให้เกิดการเป็นโรค-ึ-้มาได้ค่ะตัวอย่างก็เช-่-ิญ(น)นะคะกรณีของมะเร็งหลายชนิดค่ะซึ่งมิอย-ู(ว)-่ใ(ท)ชั-้นนะคะสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติโดยที่อาจจะมีปัจจัยบางอย่างนะคะที่ทำให้เกิดมิวเทชันในอัตราที่สูงขึ้นได้นะคะเช่นรังสีอัลตราไวโอเลต,รังสีเอกซ์,รังสีแกมมา,ภ(ท)ย(-์)ในควันบุหรี่นะคะโดยที่ในกรณีที่รังสีหรือสารเคมีดังกล่าวเหล่านี้นะคะก่อให้เกิดมิวเทชันที่ทำให้เซลล์นี่เพิ่มจำนวนโดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้นะคะก็อาจจะส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้ค่ะในกรณีของมะเร็งผิวหนังนะคะการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดนะคะจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดมิวเทชันในเซลล์ผิวห-ังดังนั้นนะคะการหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งหรือการใช้ครีมกันแดดนี่ก็อาจจะช่วยลดโอกาสในการเกิดมิวเทชันดังกล่าวนะคะแล้วก็ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ค่ะเดี๋ยวมาลองดูอีกสักตัวอย่างนึ-่งนะคะการสูบบุหรี่นะคะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในปอดค่ะเพราะ-่าทาร-ัด(-์)และป(อ)ะ(-์)-ัลดีไฮด์-ินdehydr(ใ)นควัation(น)บุหรี่นะคะจะเพิ่มโอกาสในการเกิดมิวเทชันในเซลล์ปอดังนั้นการไม่สูบบุหรี่หรือการหลีกเลี่ยงการสูด(บ)ดมควันบุหรี่นะคะก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปอดไ-้เช่นกันค่ะนอกจากการรักษาสุขภาพแล้วนะคะมนุษย์นี่ก็มีการนำความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกา(ร)มนะคะมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆอีกด้วยนักเรียนลองเช็-ิดดูนะคะเพราะว่าน่าจะเคยได้ยินหรือได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ประโยชน์จากข่าวหรือจากแหล่งอื่นบ้างนะคะสำหรับตอนนี้นะคะเดี๋ยวครูยอง...ลองยกตัวอย่างม(บ)1(ง)ตัวอย่างให้ดูค่ะตัวอย่างการประยุกต์ใช้หลักการเกิดมิวเทชันนะคะเพื่อชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามที่ต้องการนะคะโดยอันนี้จะเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องของการใช้รังสีนะคะเช่นการฉายรังสีแกมมาให้กับเนื้อเยื่อจากหน่อหรือเหง้าของพุทธรักษาเพื่อชักนำให้เกิดมิวเทชันของเอนไซม์ในกระบวนการสร้างสารสีนะคะที่ทำให้สีดอกเบ(ล)-ี-้(-่)ไปค่ะแล้วก็คัดเลือกต้นที่มีดอกสีใหม่นะคะทำให้ได้พุทธรัหม(กษ)าที่มีลักษณะใหม่ที่มีสีต่างๆเพิ่มขึ้นค่ะอีกตัวอย่างนึ-่งนะคะคือการใช้รังสีนะคะเพื่อสร้างดอกทิวลิปที่มีสีดอกที่หลากหลายค่ะนอกจากการใช้รังสีแล้วนะคะก็อาจจะมีในส่วนของการใช้สารเคมีนะคะเพื่อที่จะยับยั้งการแยกของโครโมโซมในระหว่างการแบ่งเซลล์เล(พ)-ื-่กต(สร)-ั-้งพื-้(ช)ที่มีจำนวนชุดของโครโมโซมเพิ่มขึ้นนะคะอาจจะเป็นเพื่อเพิ่มขนาดของดอกหรอ(-ื)ผลนะคะหรือเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตสารที่ต้องการนะคะหรือเพื่อทำให้ได้ต้นพืชที่อ(ไ)-ู(-้)-่ในเมล็ดค่ะอันนี้นะคะนักเรียนอาจจะลองไปสืบค้นเพิ่มเติมดูนะคะว่าตัวอย่างที่คุณครูยกนี่ย(-ี)หน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะนอกจากการใช้ความรู้เกี่ยวกับมิวเทชั-่นนะคร(ะ)-ับเพื่อการรักษาสุขภาพและการชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามที่ต้องการแล้วนะคะมนุษย์ยังมีการนำความรู้เกี่ยวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนะคะมาประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆอีกหลายด้านซึ่งเดี๋ยวเราจะได้เรียนในหัวข้อต่อไปนะคะพี(ซึ)-่ก็คือหัวข้อที่41(.)4ค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะเดี๋ยวเรามาลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนกัะ(น)ดูดีกว่านะคะลองดูซ(ส)-ิว่าข้อความต่อไปนี้นี่นักเรียนคิดว่าเป็นเพร(ข้อ)าะความที่ถูกต้องหรือว่าค(ผ)-ิดโ(ะ)ะข้อแา(ก)นะคะมิวแฟ(เท)ชั-่นจะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตถ้ามิวเทชันนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรต-ีนนักเร-ีคิดว่าถูกหรือผิดคะะไร(ฉลย)เลยนะคะคำตอบที่ถูกก็คือผิดค่ะโ(เ)ง(า)เรียนกันมาเมื่อครู่แล้วนะว่บ(า)การเกิดมิวเทชั-ี่มันอาจจะทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้ใช่ไหมคะมาที่คำถามข้อที่2นะคะถ้าชายคนหนึ่งสูบบุหรี่จัดและสารในบุหรี่ส่งผลให้เกิดมิวเทชันในเซลล์ปอดและทำให้เกิดมะเร็งปอดเมื่อชายคนดังกล่าวนะคะมีลูกจะสามารถถ่ายทอดมิวเทชันดังกล่าวไปให้ลูกได้นักเรียนชี(-ิด)-่ะ(า)ถูกหรือผิดคะคำตอบนะคะผิดค่ะเพราะว่าอะไรคะเพราะว่ามิวเทชันอันนี้เกิดในเซลล์ปอดใช่ไหมคะแต่ว่ามิวเอยู่ใ(ท)ชั-้นที่จะส่งต่อไปยังล-ุ(-ู)กได้นี่จะต้ยเขา(อง)เป็นมิวเทชันที่เกิดในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะจากที่เราได้เรียนมานะคะครา-ั-ี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะการเปลี่ยนแปลงของลำดับนิวคลีโอไทด์ลา(-ัด)เป็นมิวเฟ(ท)ชั-่นซึ่งอาจเกิดในระดับยีนหรือในระดับโครโมโซมมิวเทชันนะคะอาจก่อให้เกิดผลเสียน(ล)ดีหรือไม่ส่งผลใดต่อสิ่งมีชีวิตได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นส่งผลให้โปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นเปลี่ยนแปลงหรือไม่และอย่างไรค่ะโดยมนุษย์นะคะได้มีการประยุกต์ใช้หลักการของการเกิดมิวเทชันในการชักา(-ำ)ให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะที่แตกต่างจากเดิมโดยการใช้รังสีและสารเคมีค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับหัวข้อการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรีรเคมีโอเคค่ะ(])

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-29 12:52:58
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}