Accuracy : 98.24%
Insertion : 64
Deletion : 96
Substitution : 22
Correction : 10205
Reference tokens : 10323
Hypothesis tokens : 10291
[เสียงดนตรี](ดร.สุนัดดา)สวัสดีค่ะวันนี้เราจะมาเรียนกันในตอนสารอินทรีย์ในพืชโดยมีครูสุนัดดาเป็นผู้สอนค่ะหัวข้อที่3.1สารอินทรีย์ในพืชเป็นหัวข้อแรกของบทที่3การดำรงชีวิตของพืชซึ่งในตอนนี้นะคะจะมีจุดประสงค์การเรียนรู้ทั้งหมด3ข้อดังนี้ค่ะพืชต้องการสารอาหารและพลังงานเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตโดยพืชสามารถสร้างอาหารได้เองผ่านการสังเคราะห-ื(-์)แสงโดผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสงกระบวนการนี้ต้องการโคลอโรฟิลล์ที่ต้องการในพืชทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสงมาใช้เป็นคาร์บอนไดออกไซต์อินทรีย์ได้แก่น้ำตาลน้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้ถูกนำไปใช้ในการหายใจในระดับเซลล์ได้เป็นพลังงานสำหรับนำไปใช้ในกระบวนการถัดไปค่ะนอกจากนี้แล้วน้ำตาลยังถูกนำไปใช้ในแหล่งคาร์บอนสำหรับการสร้างสารอินทรีย์ต่างๆนักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้นมีอะไรบ้างและมีความสำคัญต่อพืชอย่างไรพืโดย(ช)แต่ละชนิดสารอินทรีย์เหล่านี้เหมือนกันหรือไม่เดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบด้วยกันนะคะหัวข้อที่3.1สารอินทรีย์ในพืชนักเรียนลองสังเกตรูปนี้นะคะบอกได้ไหมคะว่านี่คือรูปของอะไรใช่แล้วค่ะนี่คือรูปของอาหารเจในทุกๆปีนะคะจะมีช่วงเทศกาลกินเจซึ่งละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์แล้วก็กินอาหารเจที่ปรุงมาจากพืชค่ะนักเรียนคิดว่าการรับประทานอาหารเจจะได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่คะเราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับสารอินทรีย์ในพืชมาอธิบายคำถามนี้ได้ค่ะหลักของพืชดอกประกอบด้วยรากลำต้นใบดอกและผลซึ่งอวัยวะต่างๆเหล่านี้จะทำหน้าที่เฉพาะอย่างแตกต่างกันไปเช่นรากทำหน้าที่ยึดและค้ำจุนดูดน้ำและธาตุอาหารเพื่อไปยังส่วนต่างๆของพืชใบทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงแลก(ะ)เปลี่ยนแก๊สและคายน้ำการดำรงชีวิตของพืชจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของอวัยวะต่างๆเหล่านี้ซึ่งแต่ละอวัยวะจะประกอบด้วยเซลล์ที่มีรูปร่างแตกต่างกันนี่คือรูปเซลล์พืชที่เราคุ้นชินกันนะคะภายในเซลล์จะม-ีใ-ี(น)สารอินทรีย์หลายชนิดบางชนิดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์บางชนิดทำหน้าที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆภายในเซลล์เช่นผนังเซลล์ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะที่เป็นส่วนนอกสุดของเซลล์เมื่อขยายดูจะเห็นเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะผนังเซลล์มีส่วนประกอบเป็นเซลูโลสซึ่งเซลลูโลสนี้นะคะเป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรตเยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งก็คือบริเวณนี้นพ(ะ)คะอยู่ถัดจากผนังเซลล์เข้ามาด้านในเมื่อขยายภาพจะมองเห็นเป็นแบบนี้ค่ะเยื่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วยฟอสฟอริติก2ชั้นมีโปรตีนแ(อ)อก(ร)-์น-ิ(แ)กอ(เ)นลนะคะแทรกอยู่โดยทั่วไปนอกจากนี้แล้วยังมีคาร์โบไฮเดรตด้วยค่ะในไซโทพลาซึมและออร์แกเนลต่างๆจะมีเดอ-็นไซม์ชิดต่างๆนะคะซึ่งเป็นโปรตีนนอกจากนี้แล้วยังพบสารพันธุกรรมในนิวเคลียสซึ่งในนี้น-ี้นะคะสารพันธุกรรมดังกล่าวก็คือกรดนิวคลิอิกค่ะค่ะ3.1.1สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงพืชสร้างและสะสมสารอินทรีย์ที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและกิจกรรมต่างๆภายในเซลล์เช่นการแบ่งเซลล์การขยายขนานดของเซลล์การสังเคราะห์ด้วยแสงการควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองต่อสิ่งเร้าสารกลุ่มนี้มีหลายชนิดเช่นคาร์โบไฮเดรตโปรตีนลิพิดกรดนิวคลินิกกรดแอมิโนวิตามินคลอโรฟิลล์และฮอร์โมนพืชซึ่งสารต่างๆเหล่านี้นะคะจะพบได้ในพืชทุกชนิดและมีการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงพืชสร้างและสะสมสารอินทรีย์ต่างๆในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่อย่างไรสามารถศึกษาได้จากกิจกรรม3.1การสะสมสารอาหารในพืชนักเรียนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่โรงเรียนหรือดูวิดีโอคลิปเพื่อศึกษาตัวอย่างของการทำกิจกรรมได้ค่ะซึ่งในวิดีโอคลิปนี้นะคะจะมีการทดสอบสารอาหาร3ชนิดค่ะคือการทดสอบแป้งโดยการใช้สารละลายไอโอดีนการทดสอบโปรตีนโดยใช้สารละลายไบยูเร็ตการทดสอล(บ)ลิพิดโดยใช้กระดาษขาวค่ะโดยระหว่างการดูวิดีโอคลิปครูอยากให้นักเรียนดูการเปลี่ยนแปลงของสารต่างๆในตัวอย่างพืชที่เรามาใช้ในการทดสอบค่ะจากนั้นบันทึกผลลงในตารางซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดไปทำกิจกรรมได้ค่ะ(บรรยาย)การทดสอบสารอาหารในพืชพืชที่นำมาใช้ทดสอบสารอาหารมะพร้าวแก่มันฝรั่งข้าวโพดถั่วลิสงถั่วเหลืองการเตรียมตัวอย่างพืชที่ต้องการทดสอบนำพืชอย่างละ10กรัมมาหั่นเป็นชิ้นละอย่างพอเหมาะใช้โกร่งบดพืชตัวอย่างแต่ละชนิดให้ละเอียดและผสมน้ำ30ลูกบาศก์เซนติเมตรการทดสอบแป้งทดสอบโดยใช้สารละลายไอโอดีนโดยใช้สารที่มีสีน้ำตาลทดสอบส่วนที่มีแป้งจะเปลี่ยนแปลงเป็นสีน้ำเงินแกมม่วงนำหลอดทดลองมา2หลอดโดยหลอดที่12ลูกบาศก์เซนติเมตรเพื่อใช้เป็นnegativecontrol2.เติมน้ำแป้ง2ลูกบาศก์เซนติเมตรเพื่อหยดสารละลายไอโอดีนซึ่งมีความเข้มข้น2เปอร์เซ็นต์จำนวน2หยดลงในหลอดทดลองที่1และ2เขย่าให้เข้ากันสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะพบว่าหลอดที่1ที่เติมน้ำกลั่นซท-ี(-ึ)-่งเป็นnegativecontrolสารละลายเป็นสีของสารละลายไอโอดีนหลอดที่2ที่เติมน้ำแป้งที่เป็นpositiovecontrolเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วงจากนั้นนำหลอดทดลอง5หลอดเติบ(ม)น้ำจากแต่ละหลอดอย่างละ2ลูกบาศก์เซนติเมตรหยดสารละลายไอโอดีนซึ่งมีสารน้ำตาลความเข้มข้น2เปอร์เซ็นต์หลอดทดลองที่3-7เขย่าให้เข้ากันสังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายแต่ละหลอดทดลองพบว่าหลอดที่3มะพร้าวแก่สารละลายของสีเป็นสารละลายไอโอดีนสาน(ร)ที่4มันฝรั่งสารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วงหลอดที่5ข้าวโพดสารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วงหลอดที่6ถั่วเหลืองเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจนหลอดที่7ถั่วลิสงเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจนในกรณีที่เห็นการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายไม่ชัดเจนสามารถนำชิ้นส่วนของพืชมาทดสอบได้โดยนำชิ้นส่วนพืชมาวางบนจานเพาะเลี้ยงเชื้อและหยดสารละลายไอโอดีนลงไปโดยตรงพบว่ามันฝรั่งข้าวโพดและถั่วลิสงสีของสารละลายไอโดดีนที่หยดลงบนชิ้นส่วนพืชจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วงการทดสอบโปรตีนทดสอบโดยใช้สารละลายไบยูเร็ตส่วนที่มีโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงนำหลอดทดลองมา2หลอดโดยหลอดที่1เติมน้ำกลั่น2.5เพื่อใช้เป็นnegativecontorเติมนมวัว0.5ลูกบาศก์เซนติเมตรเติมสารละลายไบยูเร็ตปริมาตร2.5ลูกบาศก์เซนติเมตรลงในหลอดทดลองที่1และ2เขย่าให้เข้ากัน30นาทีต่อมาสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะพบว่าหลอดที่1ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็นnegativecontrolเป็นสีฟ้าหลอดที่2ที่เติมนมวัวซึ่งเป็นpositivecontrolสารละลายจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงนำหลอดทดลอง5หลอดเติมสารที่ต้องการทดสอบลงไปในแต่ละหลอด0.5ลูกบาศก์เซนติเมตรเติท(ม)สารละลายไบยูเร-็ตปริมาตร2.5ลูกบาศก์เซนติเมตรลงในหลอดทดลองเขย่าให้เข้ากันและตั้งทิ้งไว้30นาที30นาทีต่อมาสังเกตการเปลี่ยนแปลงสารละลายในแต่ละหลอดทดลองพบว่าหลอดที่3มะพร้าวแก่สารระลายเป็นสีส่วนหลอดที่4มันฝรั่งสารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อนสารละลายที่5ข้าวโพดเปลี่ยนเป็นสีม่วงหลอดที่6ถั่วลิสงสารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วงหลอดที่7สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วงการทดสอบลิพิดทดสอบโดยใช้ชิ้นส่วนพืชที่ต้องการทดสอบบนกระดาษสีขาวทึบแสงผลการทดสอบกระดาษจะโปร่งแสงการทดสอบลิพิดทำได้โดยตัดชิ้นส่วนของพืชทดลองมาถูกับกระดาษสีทึบแสงผลการทดสอบลิพิดกระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นลักษณะโปร่งแสงนำกระดาษขาว1แผ่นมาตีตารางให้ได้7-8ช่องเท่ากันนำน้ำเปล่าซึ่งเป็นnegativecontrolมาถูกับกระดาษข่องที่1น้ำมันพืชซึ่งเป็นpositivecontrolมาถูกับกระดาษช่องที่2ตัดชิ้นของมะพร้าวมาถูกับช่องที่3ตัดชิ้นส่วนของมันฝรั่งมาถูกับช่องที่4นำชิ้นส่วนของข้าวโพดมาถูกับกระดาษช่องที่5นำถั่วลิสงมาวางลงบนกระดาษวางช่องที่6ใช้สากตำเพื่อบีบน้ำคั้นออกจากเมล็ดบนกระดาษช่องที่7ทำเช่นเดียวกับถั่วลิสงทิ้งไว้ให้แห้งผลการทดสอบลิพิดกระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นมีลักษณะโปร่งแสงดังนี้น้ำทึบแสงนำมันพืชโปร่งแสงมะพร้าวแก่โปร่งแสงมันฝรั่งทึบแสงข้าวโพดทึบแสงถั่วลิสงโ)(ป)ร่งแสงถั่วเหลืองโปร่งแสง(ดร.สุนัดดา)เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้วเรามาตอบคำถามท้ายกิจกรรมกันค่ะคำถามท้ายกิจกรรมมีทั้งหมด3ข้อดังนี้ค่ะข้อ1ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดที่นำมาทดสอบมีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่ทราบได้อย่างไรข้อ2เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมันนมจืดและน้ำมันพืชในการทดสอบแป้งโปรตีนและลิพิดตามลำดับข้อ3เพราะเหตุใดม(ใ)นการทดลองนี้จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วยนักเรียนสามารถกดพักเพื่อตอบคำถามท้ายกิจกรรมและเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้วก็กดเล่นต่อเพื่อมาดูคำตอบค่ะเฉลายคำถามท้ายกิจกรรมคำถามข้อแรกนะคะชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดที่นำมาทดสอบมีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่ทราบได้อย่างไรแตกต่างกันค่ะเนื่องจากพืชที่นำมาทดสอบมีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวอย่างจึงสามารถเปรียบเทียบปริมาณของสารอาหารที่สะสมในแต่ละตัวอย่างพืชได้โดยประมาณซึ่งพิจารณาจากสีที่เปลี่ยนแปลงถ้าความเข้มของสีมากแสดงว่ามีปริมาณสารอาหารของประเภทนั้นแต่การทดสอบอาจจะให้ผลที่แตกต่างกันนะคะขึ้รนกับตัวอย่างพืชที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะคำถามข้อ2นะคะเพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมันนมจืดและน้ำมันพืชในการทดสอบแป้งโปรตีนและลิพิดตามลำดับนั่นก็เพราะว่าการใช้น้ำแป้งมันนมจืดและน้ำมันพืชเป็นการทำpositivecontrolตัวอย่างพืชแต่ละชนิดว่ามีแป้งโปรตีนและลิพิดตรามลำดับคำถามข้อที่3นะคะเพราะเหตุใดในการทดลองนี้จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วยนั่นก็เพราะว่าการใช้น้ำเพื่อเป็นnegativecontrolทำให้เปรียบเทียบได้ว่าผลการทดสอบที่ได้ควรจะเป็นเช่นใดหากไม่มีสารอาหารประเภทนั้นๆในตัวอย่างที่เรานำใช้ในการทดสอบค่ะนักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ต่างๆที่พืชสร้างและสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของพืชนั้นมาจากไหนพืชจะนำน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงและธาตุอาหารต่างๆมาใช้ในการสร้างสารอินทรีย์โดยน้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี่จะผ่านปฏิกิริยาหลายขั้นตอนได้เป็นคาร์โบไฮเดรตฃไว้ตามส่วนต่างๆของพืชเช่นสะสมน้ำตาลในอ้อยและผลไม้หรือสะสมไว้ในรูปแป้งเช่นในข้าวหรือข้าวโพดนอกจากนี้น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นอาจถูกนำมาใช้ในการสร้างสารประเภทอื่นๆเช่นโปรตีนในเมล็ดถั่วลิพิดในเมล็ดทานตะวันและมะพร้าวและกผล(รด)นิวคลีอิกส่วนใหญ่อยู่ในนิวเครียสพบมากในบริเวณที่มีการแบ่งเซลล์เช่นบริเวณปลายยอดพืชจากคำถามที่ครูถามไว้ในตอนแรกนะคะว่าถ้าเรารับประทานอาหารเจจะได้รับสารอาหารครบหรือไม่เมื่อเรียนจบแล้วเราก็น่าจะตอบคำถามนี้กันได้แล้วนะคะในกรณีที่รับประทานอาหารเจเราจะได้รับสารอาหารต่างๆครบถ้วสนแต่เนื่องจากพืชแต่ละชนิดจะสะสมสารอาหารต่างๆในปริมาณที่แตกต่างกันดังนั้นเราจึงเลือกรับประทานอาหารเจที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมและเพไ(-ี)ยด-้ตร(งพอ)ต่อความต้องการค่ะ3.1.2สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงสารอินทรีย์บางชนิดไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงแต่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืชเช่นเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอดและแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีซึ่งสารอินทรีย์เหล่านี้พบได้ในพืชต่างชนิดกันสารอินทรีย์เหล่านี้มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพืชอย่างไรเราสามารถศึกษาได้จากตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะรูปล่างนะคะเป็นดอกบัวดอกไม้บางชนิดมีสีหรือกลิ่นหอมเพื่อล่อแมลงให้มาผสมเกสรรูปที่2เป็นต้นยางพาราน้ำยางพาราสามารถช่วยปิดแผลและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเปลืออกเมื่อเปลือกนั้นถูกกรีดค่ะนอกจากนี้แล้วยังช่วยป้องกันจุลินทรีย์ที่อาจจะเข้ามาทางบาดแผลได้ด้วยรูปที่3คือมะละกอยางมะละกอมีสารที่ช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชรวมทั้งป้องกันจุลินทรีย์บางชนิดได้สบางชนิดได้ส-่วนรูปสุดท้ายนี้คือกาแฟคาเฟอีนจากกาแฟสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดได้ในปัจจุบันสารอินทรีย์กลุ่มนี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์มากมายยกตัวอย่างคือน้ำยางพาราที่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายเช่นอุตสาหกรรมยางรถยนต์ถุงมือยางรองเท้ายางและยางรัดหลังจากที่เรียนจบไปแล้วนะคะเราก็มาสู่ช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนพืชสร้างน้ำตาลจากการสังเคราะห์ด้วยแสงโดยน้ำตาลที่สร้างขึ้นนี้จะถูกนำไปใช้การหายใจระดับเซลล์เระดับเซลล์เพื่อให้ได้เป็นพลังงานที่ใช้ในกิจกรรมต่างๆและใช้เป็นแหล่งคาร์บอนนำไปใช้ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์และการเจริญเติบโตสารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้นมีมีทั้งที่เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงและสารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงพบได้ในพืชทุกชนิดสารเหล่านี้เช่นคาร์โบรไฮเดรตลิพิดกรดนิวคลิอิกกรดแอมิโนวิตามินคลอโรฟิลล-์และฮอร์โมนพืชสารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงพบได้ในพืชบางชนิดช่วยให้พืชมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้นหรือช่วยในการแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีขึ้นกลุ่มนี้มาใช้ประโยชน์หลากหลายเช่นผลิตภัณฑ์จากยางพาราและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ใช้เป็นยาสำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้และพบกันใหม่ในคลิปถัดไปเรื่องปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-30 15:30:34
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}