[เสียงดนตรี] (ดร.ธเนศ) สวัสดีครับนักเรียนทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับ กับผมคุณครูธเนศ เกิดแก้ว นะครับ วันนี้ผมจะมาให้ความรู้นักเรียนทุกคน เรื่องระบบนิเวศนะครับ ซึ่งระบบนิเวศนี่นะครับ เป็นหัวข้อแรกเลยนะครับ ของบทที่ 5 ชีวิตในสิ่งแวดล้อมครับ ซึ่งจะอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะครับ หรือประสงค์การเรียนรู้ครับ ระบุและเปรียบเทียบองค์ประกอบทางกายภาพ และองค์ประกอบทางชีวภาพที่เป็นลักษณะเฉพาะ ของไบโอมชนิดต่าง ๆ นะครับ สืบค้นข้อมูล อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง สภาพภูมิศาสตร์ และความหลากหลายของไบโอม และสามารถยกตัวอย่าง ไบโอมชนิดต่าง ๆ ได้นะครับ นักเรียนครับ ถ้านักเรียนได้รับชมสื่อ ผ่านช่องทางต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ หรือว่าในสื่อสังคมออนไลน์นี่นะครับ นักเรียนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับรูปนี้นะครับ อย่างรูปแรกนี่ คือทะเลทรายนะครับ รูปที่ 2 นี่ คือบริเวณแถบขั้วโลกเหนือนะครับ ครูมีคำถามครับ นักเรียนคิดว่าสภาพภูมิอากาศของทั้ง 2 บริเวณนี้ เป็นอย่างไรครับ นักเรียนลอง คิดดูเล่น ๆ ดูนะครับ ครูใช้เวลา 10 วินาทีนะครับ พร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (ดร.ธเนศ) คุณครูก็หวังว่านักเรียน พอจะนึกสภาพภูมิอากาศ ของทั้ง 2 บริเวณนี้ออกบ้างนะครับ สำหรับบริเวณทะเลทรายนี่นะครับนักเรียน สภาพภูมิอากาศนี่นะครับ จะค่อนข้างแห้งแล้งเลยนะครับ และในเวลากลางวันนี่ อุณหภูมิจะค่อนข้างสูงนะครับ และมีอากาศที่ร้อนนะครับ ในขณะที่เวลากลางคืนนี่นะครับนักเรียน อุณหภูมิจะลดต่ำลง และจะมีอากาศที่ค่อนข้างเย็นขึ้นนะครับ ถ้านักเรียนพิจารณาจากในรูปนี้นะครับ บริเวณพื้นของทะเลทรายนี่ครับ จะพบว่ามีทรายปกคลุมอยู่ แทบจะทั่วทั้งบริเวณเลยนะครับ และก็แทบไม่มีพืชขึ้นอยู่เลยนะครับ ในขั้วโลกเหนือนี่ครับ พิจารณาหลาย ๆ รูปนะครับ นักเรียนจะเห็นว่ามีหิมะปกคลุมอยู่บริเวณภูเขา แล้วก็บริเวณพื้นนะครับ ซึ่งสภาพภูมิอากาศ ของบริเวณแถบขั้วโลกเหนือนี้นะครับ จะค่อนข้างหนาวเย็นนะครับ ถ้านักเรียนพิจารณา บริเวณพื้นดินที่ใกล้เข้ามานะครับ นักเรียนจะเห็นพืชขนาดเล็กนะครับ ปกคลุมอยู่นะครับ ซึ่งอาจจะเป็นพืชกลุ่มมอสส์นะครับ นักเรียนครับ ไม่ว่าจะเป็นในทะเลทราย หรือว่าในแถบขั้วโลกเหนือนี่นะครับ ในบางครั้งนี่ เราจะพบสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ด้วยนะครับ นักเรียนสงสัยไหมว่าในทะเลทราย ซึ่งแห้งแล้งแล้วก็ร้อนนี่นะครับ แล้วก็มีอุณหภูมิที่ค่อนข้างผันแปร ในกลางวันและกลางคืนนี่นะครับ และบริเวณแถบขั้วโลกนี่ซึ่งมีอากาศที่หนาวเย็น สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทั้งสองบริเวณนี่นะครับ มันปรับตัวให้อยู่รอดได้อย่างไรนะครับ เดี๋ยวเราจะไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยนะครับ จากในรูปนะครับนักเรียน เป็นระบบนิเวศแบบทะเลทรายอีกแล้วนะครับ แต่รอบนี้นี่ นักเรียนจะพบว่าในระบบนิเวศทะเลทรายแห่งนี้นี่ มีพืชปกคลุมอยู่ค่อนข้างเยอะนะครับ แล้วก็จะมีพืชชนิดหนึ่งเลยที่เด่นขึ้นมาเลยนะครับ เป็นต้นกระบองเพชรนะครับ ซึ่งเจ้าต้นกระบองเพชร มีชื่อนะครับ เรียกว่า “ต้น saguaro” ครับ ต้น saguaro นี่ สามารถพบได้ในทะเลทรายโซโนแรน อุทยานแห่งชาติซากัวโร รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ซึ่งเจ้าต้น saguaro นี่ เป็นกระบองเพชรที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ โดยจะมีขนาดความสูงนี่ อาจจะสูงได้ถึง 16 เมตรนะครับ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นนี่ อาจจะใหญ่ได้ถึง 75 เซนติเมตรเลยนะครับ นักเรียนอาจจะสงสัยนะครับ ว่ากระบองเพชรนี่ มันมีการปรับตัวอย่างไรบ้างนะครับ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ในระบบนิเวศแบบทะเลทรายนะครับ ต้นกระบองเพชรนี่ มีการลดรูปของใบเป็นหนามนะครับ แล้วก็บริเวณผิวด้านนอก ของลำต้นนี่นะครับนักเรียน จะมีสารประเภทไข หรือว่า Wax ปกคลุมอยู่นะครับ แล้วก็จะมีปากใบนะครับ ในบริเวณลำต้นนี่ ซึ่งจะเปิดในเวลากลางคืนนะครับ เพื่อลดการสูญเสียน้ำนะครับ นอกจากนี้นะครับ เจ้าต้นกระบองเพชรยังมีราก ที่แผ่กระจายได้เป็นบริเวณกว้างนะครับ แล้วก็อยู่บริเวณใกล้ผิวดินนะครับ การที่มีรากแบบนี้นี่จะช่วยให้ต้นกระบองเพชร สามารถซึมน้ำได้ในปริมาณมากนะครับ เนื่องจากทะเลทรายนี่ มันมีภูมิอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้งนะครับนักเรียน แล้วก็มีฝนตกปริมาณน้อยในแต่ละปีนี่นะครับ การมีรากแบบนี้นี่ ทำให้กระบองเพชรนี่สามารถดูดซึมน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ นอกจากนี้นี่ครับ กระบองเพชรนี่ ยังมีลำต้นที่อวบน้ำนะครับ ก็ช่วยในการกักเก็บน้ำนะครับ นักเรียนคงจะเห็นนะครับ ว่าต้นกระบองเพชรนี่ ก็มีการปรับตัวหลายประการเลยนะครับ เพื่อทำให้ดำรงอยู่รอดได้ ในระบบนิเวศแบบทะเลทรายนะครับ นักเรียนคงจะสงสัยนะครับ ว่าระบบนิเวศคืออะไรนะครับ ระบบนิเวศ ก็คือระบบที่ประกอบด้วยกลุ่มสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิต ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งนะครับ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน มีการถ่ายทอดพลังงาน และการหมุนเวียนสารในระบบนะครับ สิ่งมีชีวิตนี่นะครับ นักเรียน จะมีลักษณะและรูปแบบการดำรงชีวิต ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มันอยู่อาศัยนะครับ ทำให้มันสามารถดำรงชีวิตในบริเวณนั้นได้นะครับ ถ้านักเรียนยังจำเรื่องต้น saguaro ได้นะครับ นักเรียนจะเข้าใจเลยว่าต้น saguaro นี่ มีลักษณะและมีรูปแบบการดำรงชีวิตที่เหมาะสม แก่การอยู่ในระบบนิเวศแบบทะเลทรายนะครับ ซึ่งสิ่งมีชีวิตนี่จะมีความสัมพันธ์ กับองค์ประกอบทางกายภาพนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ แสง หรือว่าสภาพภูมิอากาศนะครับ และองค์ประกอบทางชีวภาพนะครับ ก็ได้แก่ สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ นะครับ ซึ่งความแตกต่างขององค์ประกอบทางกายภาพ และองค์ประกอบทางชีวภาพ ในแต่ละบริเวณนี่นะครับ จะก่อให้เกิดสภาพภูมิอากาศ และสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายนะครับ ก่อให้เกิดระบบนิเวศที่หลากหลายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศบนบก หรือว่าเป็นระบบนิเวศแหล่งน้ำนะครับ แล้วก็แน่นอนครับ สิ่งมีชีวิตในแต่ระบบนิเวศที่ต่างกันนี่ ก็จะมีลักษณะที่เหมาะสม แก่การดำรงชีวิตที่ต่างกันออกไปนะครับ ถ้านักเรียนยังจำได้ เรื่องพื้นที่บริเวณแถบขั้วโลกเหนือนะครับ สิ่งมีชีวิตที่พบนะครับ นอกจากพวกพืชขนาดเล็กอย่างพวกมอสส์นะครับ เรายังสามารถพบสัตว์ได้นะครับ อย่างเช่น หมีขั้วโลกนะครับ หมีขั้วโลกนะครับ มีการปรับตัว เพื่ออยู่อาศัยในบริเวณแถบขั้วโลกเหนือนะครับ โดยมีชั้นไขมันที่หนานะครับ แล้วก็มีขนที่ยาว เพื่อช่วยในการเก็บรักษาความร้อน ในร่างกายนะครับ ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ ในบริเวณขั้วโลกเหนือนะครับ ซึ่งมีอากาศ หนาวมาก ๆ นะครับ บางครั้งนี่ อุณหภูมินี่สามารถติดลบ ถึง 30 องศาเซลเซียสได้เลยนะครับ นอกจากนี้ครับ ยังมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดเลยนะครับ ซึ่งมีการปรับตัวอยู่ในระบบนิเวศ ที่แตกต่างกันนะครับ อย่างในรูปนี่ นักเรียนจะเห็นอูฐนะครับ และต้นโกงกางนี่นะครับ ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าชายเลนนะครับ นักเรียนคิดว่าอูฐนี่ ซึ่งอยู่อาศัยอยู่ในทะเลทรายนี่ นะครับ แล้วก็ต้นโกงกางนี่ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าชายเลนนี่ มีลักษณะที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ในระบบนิเวศที่อาศัยอยู่อย่างไรบ้างนะครับ ครูจะให้เวลา 10 วินาที ในการตอบคำถามนี้นะครับ พร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (ดร.ธเนศ) เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน ครูก็หวังว่านักเรียนจะตอบคำถามนี้ได้นะครับ ซึ่งแน่นอนครับ ว่าคำตอบนี่อาจจะมีได้หลากหลายเลยนะครับ ขึ้นอยู่กับความรู้เดิมของนักเรียนนะครับ ว่านักเรียนเคยรับทราบมาอย่างไรนะครับ ว่าอูฐนี่ มีการปรับตัวอย่างไร ต้นโกงกางมีการปรับตัวอย่างไรบ้างนะครับ ต้นโกงกางนี่นะครับนักเรียน มีรากค้ำนะครับ หรือเรียกว่า “Prop root” นะครับ ทำให้มันสามารถดำรงชีวิตอยู่ในดินเลน ซึ่งมีน้ำขึ้น น้ำลง ได้นะครับ สำหรับอูฐนะครับ มีขนสีอ่อนนะครับ ที่สามารถช่วยสะท้อนรังสี จากดวงอาทิตย์ได้นะครับ ทำให้ผิวหนังของมันนี่ไม่ได้รับรังสีมากเกินไป มีโหนกที่ภายในสะสมไขมันนะครับ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงาน ช่วยให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในทะเลทราย ซึ่งมีสภาพอาหารที่ขาดแคลนได้นะครับ นักเรียนครับ ครูได้ยกตัวอย่างระบบนิเวศในเขตทะเลทราย แล้วก็สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณทะเลทราย ให้นักเรียนได้รับชมนะครับ แล้วก็ระบบนิเวศบริเวณแถบขั้วโลกเหนือนะครับ และก็มีชีวิตเช่นกันนะครับ นักเรียนทราบไหมครับ ว่าระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมามาก ๆ นี่นะครับ เขาก็จะมีชื่อเรียกอีกนะครับ นั่นก็คือไบโอมครับนักเรียน ไบโอมนี่นะครับ เป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่นะครับ มีองค์ประกอบทางกายภาพ และองค์ประกอบทางชีวภาพ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของตนเองอยู่นะครับ จะกระจายอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ของโลก ที่มีลักษณะภูมิศาสตร์ที่หลากหลายนะครับ มีสภาพภูมิอากาศ และภูมิประเทศที่แตกต่างกันไปนะครับ ยกตัวอย่างเช่น บริเวณที่อยู่ในละติจูดสูงนะครับ จะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าบริเวณที่ละติจูดต่ำนะครับ และเมื่อรวมกับปัจจัยอื่น ๆ นะครับ เช่น ปริมาณหยาดน้ำฟ้านะครับ ปริมาณหยาดน้ำฟ้านะครับนักเรียน คือน้ำที่มีลักษณะเป็นของเหลว หรือว่าของแข็งนะครับ ซึ่งเกิดจากการกลั่นตัวของน้ำในอากาศ แล้วตกลงมายังพื้นโลกนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ฝน หิมะ หรือว่าลูกเห็บนะครับ นอกจากปริมาณหยาดน้ำฟ้านี่นะครับ ก็ที่แตกต่างกันนี่ก็มีสภาพภูมิประเทศ ที่แตกต่างกันอย่างที่ทราบนะครับ สิ่งมีชีวิตในแต่ละบริเวณนี่ จึงแตกต่างกันไปด้วยนะครับ ทำให้เกิดเป็นไบโอมบนบกที่มีหลากหลายนะครับ โดยทั่วไปนี่ครับนักเรียน ไบโอมบนบกนี่นะครับ มักจะใช้ชนิดของพืชเด่นนะครับ ลักษณะทางกายภาพต่าง ๆ นะครับ ในการระบุชนิดของไบโอมบนบกนะครับ เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะครับ ว่าไบโอมบนบกนี่ มีอะไรบ้างนะครับ ถ้านักเรียนพิจารณาดูในแผนที่นะครับ จะเห็นไบโอมแบบต่าง ๆ นี่ครับ กระจายอยู่ตามเขตภูมิศาสตร์ต่าง ๆ ของโลกเลยนะครับ เดี๋ยวเราจะมาดูไบโอม ประเภทที่ 1 กันนะครับ นั่นก็คือไบโอมนะครับ ไบโอมทุนดรานี่นะครับนักเรียน จะพบในบริเวณแถบขั้วโลกเหนือนะครับ นอกจากนี้นี่ยังสามารถพบ บริเวณที่มีลักษณะแบบไบโอมทุนดรานะครับ ยกตัวอย่างเช่น บริเวณภูเขาสูงนะครับ จากในรูปนะครับ นักเรียนจะเห็นรูปนี้นะครับ ตั้งแต่ตอนต้นของวีดิทัศน์เลยนะครับ รูปนี้นี่ครับ แสดงตัวอย่างของไบโอมทุนดรานะครับ ในราชอาณาจักรนอร์เวย์นะครับ ซึ่งให้นักเรียนดูตามแผนที่แล้วนะครับ ราชอาณาจักรนอร์เวย์นี่ จะอยู่ในโซนแบบใกล้ขั้วโลกเหนือมากนะครับ ไบโอมต่อไปนะครับนักเรียน คือ ไบโอมป่าสนครับ ไบโอมป่าสนนี่นะครับ ก็มีหลายชื่อเลยนะครับ บางที่ก็จะเรียกว่า “ไทกา” นะครับ หรือว่าป่าบอเรียลนะครับ จะพบได้ในบริเวณแถบซีกโลกเหนือ ใต้ไบโอมทุนดรานะครับ ลงมาทางตอนเหนือของทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปเอเชียนะครับ จากในรูปนะครับ คือป่าสน ในสหพันธรัฐรัสเซียนะครับ ซึ่งก็จึงยังคงอยู่ในบริเวณแถบซีกโลกเหนือ ใต้ไบโอมทุนดรานะครับ สำหรับไบโอมต่อไปนะครับ คือ ไบโอมป่าผลัดใบเขตอบอุ่นนะครับ ส่วนมากนะครับ จะพบได้เป็นบริเวณกว้าง ในบริเวณภูมิอากาศแบบอบอุ่น ของซีกโลกเหนือนะครับ แล้วก็อาจจะพบได้ในบางส่วน ของทางซีกโลกใต้ด้วยนะครับ จากในรูปนี่นะครับ เป็นป่าผลัดใบเขตอบอุ่นของประเทศญี่ปุ่นนะครับ สำหรับไบโอมต่อไปนะครับ คือไบโอมทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นนะครับ ซึ่งนักเรียนจะเห็นเลยนะครับ ว่าจะอยู่ในบริเวณเขตอบอุ่นหลายแห่งเลยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ทุ่งหญ้าแพรรีนะครับ ในตอนกลางของทวีปอเมริกาเหนือนะครับ ซึ่งก็คืออย่างในรูปนี่ จะพบไบซันด้วยนะครับ อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ หรือว่าทุ่งหญ้าสเตปป์นะครับ ในสหพันธรัฐ รัสเซียนะครับ หรือว่าทุ่งหญ้าแพมพัส ในสาธารณรัฐอาร์เจนตินานะครับ ซึ่งทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นหลายแห่งนี่นะครับ ถูกเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือว่าเป็นพื้นที่เพาะปลูกนะครับ สำหรับไบโอมต่อไปนะครับ นั่นก็คือใบโอมป่าเขตร้อนครับ ซึ่งจะพบบริเวณเขตใกล้เส้นศูนย์สูตรนะครับ นักเรียนทราบไหมครับ ว่าบริเวณใบโอมป่าเขตร้อนนี่ จะมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ที่สูงมากเลยนะครับ แล้วก็ป่าเขตร้อนนี่ จะมีหลายประเภทมาก ยกตัวอย่างเช่น ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ซึ่งประเทศไทยเรานี่นะครับนักเรียน อยู่ในไบโอมป่าเขตร้อนนะครับ แล้วก็ตัวอย่างอื่น ๆ นะครับ เช่น ใบโอมป่าเขตร้อน ในสาธารณรัฐเอกวาดอร์นะครับ ในทวีปอเมริกาใต้นะครับ ในไบโอมป่าเขตร้อนนี่เรายังพบป่าดิบชื้นนะครับ ซึ่งป่าดิบชื้นนี่ เป็นป่าเขตร้อน ที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสูงนะครับ เนื่องจากมีอุณหภูมิที่เหมาะสม กับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตนะครับ มีแสงเพียงพอสำหรับผู้ผลิตแล้วก็ยังมีน้ำนะครับ ซึ่งสิ่งมีชีวิตสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้นะครับ ทำให้เกิดมีความหลากหลายของสัตว์ และพืชในบริเวณนี้ได้นะครับ แล้วก็จากการที่พืชมีความหลากหลาย และก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในบริเวณนี้นะครับ ทำให้เกิดการแข่งขันกันนะครับ เพื่อรับแสงนะครับ ก่อให้เกิดชั้นเรือนยอดของพืช ที่ระดับความสูงต่าง ๆ กันนะครับ ทำให้สามารถแบ่งโครงสร้างของป่า ตามแนวตั้งได้เป็นหลายชั้นเลยนะครับ สำหรับไบโอมต่อไปนะครับ ก็คือไบโอมสะวันนาครับ ซึ่งจะพบในบริเวณใกล้เขตเส้นศูนย์สูตรนะครับ โดยลักษณะไบโอมแบบนี้นี่นะครับ จะมีฤดูแล้งที่ยาวนาน แล้วก็มักเกิดไฟป่าในช่วงฤดูแล้งนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ทุ่งหญ้าสะวันนานะครับ ในสาธารณรัฐเคนยานะครับ นักเรียนจะเห็นนะครับ มียีราฟหลายตัวเลยนะครับ อยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนานะครับ ซึ่งสาธารณรัฐเคนยานะครับ ก็เป็นประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกานะครับ ต่อไปนะครับ เป็นไบโอมทะเลทรายนะครับ ซึ่งทะเลทรายนี่ครับ สามารถพบได้ทั้งในเขตร้อน เขตอบอุ่นและเขตหนาวเลยนะครับ สำหรับทะเลทรายนี่ ครูก็ได้ให้ความรู้นักเรียนไปบ้างแล้วนะครับ เกี่ยวกับการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต บางชนิดในทะเลทรายนะครับ นักเรียนคงจะเห็นภาพมาบ้างแล้วนะครับ ในช่วงแรกของการเรียนรู้นั่นแหละครับ จากในรูปนะครับ อันนี้ก็เป็นรูปจากตอนนำเข้าสู่บทเรียนเลยนะครับ ก็คือเป็นทะเลทรายในสาธารณรัฐอียิปต์นะครับ ซึ่งอยู่ในทวีปแอฟริกาตอนเหนือนะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน ครูก็หวังว่านักเรียนจะได้รับความรู้ เกี่ยวกับไบโอมบนบกประเภทต่าง ๆ ที่พบได้ในโลกของเรานะครับ ครูมีคำถาม 1 ข้อครับนักเรียน นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด ในบริเวณเส้นละติจูดเดียวกันนี่ และก็อยู่ในเขตภูมิอากาศเดียวกัน จึงอาจจะมีไบโอมที่หลากหลายได้นะครับ นักเรียนพอจะตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ ครูจะให้เวลานักเรียนลองคิด สัก 10 วินาทีนะครับ พร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (ดร.ธเนศ) นักเรียนบางคนนะครับ ก็อาจจะตอบคำถามได้หลายแบบเลยนะครับ แล้วก็มีหลายสาเหตุนะครับ เช่น ภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ที่เป็นแนวบังฝนนะครับ หรือว่ามีกระแสน้ำ กระแสลมนี่ ซึ่งส่งผลให้แต่ละบริเวณ ในเขตภูมิอากาศเดียวกันนี่ มีอุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า ที่แตกต่างกันนะครับ ทำให้ชนิดพืชและสัตว์ที่สามารถดำรงชีวิตได้นี่ มีความแตกต่างกันไปด้วยนะครับ รวมถึงลักษณะทางภูมิประเทศอื่น ๆ นะครับ เช่น ลักษณะทางกายภาพของดิน จึงอาจจะมีไบโอมที่หลากหลายได้ ในเขตภูมิอากาศเดียวกัน หรือในบริเวณที่มีเส้นละติจูดเดียวกันได้นะครับ นักเรียนทราบไหมครับ ว่าในแต่ละไบโอมนี่ ยังสามารถพบระบบนิเวศ ที่มีลักษณะคล้ายไบโอมอื่น ๆ ได้อีกด้วยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ทุ่งหญ้าสะวันนา ในสาธารณรัฐเคนยานะครับ ซึ่งอันนี้ อยู่ในไบโอมสะวันนานะครับ ในประเทศไทยเรานี่ครับ อย่างที่นักเรียนทราบนะครับ ประเทศไทยก็อยู่ในไบโอมป่าเขตร้อนนะครับ แต่ยังสามารถพบระบบนิเวศ แบบทุ่งหญ้าสะวันนาได้เหมือนกันนะครับ จากในรูปนี่ ก็คือทุ่งหญ้าสะวันนา ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงนะครับ ทั้งนี้นะครับ เนื่องจากบริเวณทุ่งแสลงหลวงนี่ อาจจะมี ลักษณะค่อนข้างแห้งแล้งนะครับ ได้รับปริมาณน้ำฝนที่น้อยดินขาดธาตุอาหารนะครับ แล้วก็เกิดไฟป่าบ่อย ส่งผลให้พืชพวกหญ้านี่นะครับ ซึ่งจะมีลักษณะวัฏจักรชีวิตสั้น แล้วก็แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วนะครับ กลายเป็นพืชกลุ่มเด่นขึ้นมานะครับ จึงทำให้มีลักษณะระบบนิเวศนี่ คล้ายคลึงกับทุ่งหญ้าสะวันนานะครับ ซึ่งอยู่ในไบโอมสะวันนา ในเขตทวีปแอฟริกาได้นะครับ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจ เรื่องการระบุชนิดของไบโอมบนบกมากขึ้นนะครับ ครูอยากให้นักเรียนลองทำ กิจกรรมที่ 5.1 นะครับ การระบุชนิดของไบโอมบนบกนะครับ ซึ่งจะอยู่ในหนังสือเรียนหน้า 187 นะครับ ครูอยากให้นักเรียนศึกษาจุดประสงค์ และวิธีการทำกิจกรรมนี้ให้เข้าใจนะครับ โดยนักเรียนสามารถกดพักเพื่อทำกิจกรรมนะครับ และกดเล่นต่อเพื่อกลับมาเรียนต่อได้เลยนะครับ นักเรียนพร้อมหรือยังครับ ถ้านักเรียนพร้อมแล้วไปทำกิจกรรมได้เลยนะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน ครูก็หวังว่านักเรียนจะสามารถระบุชนิด ของไบโอมบนบกจากข้อมูลได้นะครับ ในตอนที่ 1 นี่นะครับ ไบโอมแรกเลยนะครับ ไบโอมที่ 1 ก็คือไบโอมทะเลทรายนะครับ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนี่ ได้แก่ กระบองเพชร อีกัวนา สุนัขจิ้งจอก ทะเลทรายนะครับ หรือว่าอูฐ สำหรับใบโอมที่ 2 นะครับ ก็คือไบโอมสะวันนานะครับ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนะครับ เช่น หญ้า ม้าลาย ช้าง หรือว่าไฮยีนาครับ ไบโอมที่ 3 นะครับ คือไบโอมป่าเขตร้อน ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนะครับ ได้แก่ เฟิร์น กล้วย สัก แล้วก็ช้างครับ สำหรับไบโอมที่ 4 นะครับ ก็คือไบโอมทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นนะครับ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนะครับ เช่น หญ้า ไบซัน ม้า แพรรีด็อกนะครับ ไบโอมที่ 5 นะครับ คือ ไบโอมป่าผลัดใบเขตอบอุ่นนะครับ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนะครับ คือ เมเปิล บีช โอ๊กนะครับ สำหรับไบโอมที่ 6 นะครับ คือไบโอมป่าสนนะครับ ยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตก็ได้แก่ สน เฮมล็อก มูส หมีสีน้ำตาลนะครับ สำหรับไบโอมสุดท้าย ไบโอมที่ 7 นี่นะครับ ก็คือไบโอมทุนดราครับ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนะครับ ก็คือ ไลเคน มอสส์ หญ้า ไม้พุ่มเตี้ย หรือว่าหมีขาวนะครับ ครูก็หวังว่านักเรียนคงจะสามารถระบุชนิด ของไบโอมได้นะครับ แล้วก็พอจะยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตได้นะครับ ซึ่งตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่นักเรียนสืบค้นมานี่ ก็อาจจะแตกต่างหรือเหมือนกับครูก็ได้นะครับ นั่นก็ไม่เป็นไรนะครับนักเรียน เดี๋ยวเราไปดูตอน 2 กันต่อนะครับ ตอนที่ 2 นี่ ครูจะยกตัวอย่างต้นสน ไบโอมป่าสนนะครับ ซึ่งต้นสนในไบโอมป่าสนนี่ จะมีทรงต้นรูปกรวยนะครับ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้มีหิมะนี่ สะสมอยู่บนกิ่งไม้มากเกินไปนะครับ ซึ่งจะส่งผลให้กิ่งไม้นี่หักลงมาได้นะครับ แล้วก็มีใบรูปเข็มนะครับ ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียน้ำ แล้วก็การคายน้ำนะครับ ซึ่งจะสัมพันธ์กับลักษณะของไบโอมป่าสนนะครับ ซึ่งจะมีอากาศที่หนาวเย็น แล้วก็ในฤดูหนาวนี่ น้ำส่วนใหญ่นี่ จะเป็นน้ำแข็งนะครับ ซึ่งพืชจะไม่สามารถนำมาใช้ได้เลยนะครับ ดังที่ทราบกันนะครับ ว่าไบโอมบนบกนี่ เราจะสามารถจำแนกประเภทได้ โดยใช้ชนิดพืชเด่นนะครับ แต่ในขณะที่ในน้ำนี่ เราจะไม่นิยมจำแนกเป็นไบโอมแหล่งน้ำนะครับ แต่เราจะจำแนก เป็นระบบนิเวศแหล่งน้ำแทนนะครับ โดยจะใช้ค่าความเข้มข้นของเกลือนี่นะครับ เป็นปัจจัยหลักในการจำแนกครับ ในระบบนิเวศแหล่งน้ำจืดนะครับ ยกตัวอย่างเช่น สระน้ำหรือว่าแม่น้ำนี่ครับ จะมีค่าความเข้มข้นของเกลือนี่ น้อยกว่าร้อยละ 0.1 นะครับ ในขณะระบบนิเวศแหล่งน้ำเค็มนี่นะครับ เช่น แนวปะการังนะครับ จะมีค่าความเข้มข้นของเกลือ ประมาณร้อยละ 3 นะครับ นอกจากนี้นะครับ ยังมีรอยต่อระหว่างระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด และระบบนิเวศแหล่งน้ำเค็มนะครับ ซึ่งเราจะเรียกว่า “ระบบนิเวศแหล่งน้ำกร่อย” นะครับ ซึ่งค่าความเข้มข้นของเกลือในบริเวณนี้นี่ จะมีความผันแปรกันในรอบวันนะครับ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นน้ำขึ้นน้ำลง ปริมาณหยาดน้ำฟ้านะครับ โดยเรานี่ จะสามารถพบแหล่งน้ำกร่อย ได้บริเวณ ปากแม่น้ำนะครับ นอกจากนี้นะครับ ยังมีปัจจัยทางกายภาพอื่น ๆ นะครับ ที่กำหนดชนิดและปริมาณ ของสิ่งมีชีวิตบริเวณต่าง ๆ ในระบบนิเวศแหล่งน้ำนะครับ ได้แก่ปริมาณแสง ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ และอุณหภูมิของน้ำครับ นอกจากนี้นะครับ นักวิทยาศาสตร์นี่ ยังใช้ปริมาณแสงนะครับ ในการแบ่งระบบนิเวศแหล่งน้ำนะครับ จากในรูปนะครับ นักเรียนจะเห็นนะครับ บริเวณที่แสงส่องถึงนี่นะครับ จะมีแสงที่เพียงพอ สำหรับการสังเคราะห์ด้วยแสงนะครับ จะมีสิ่งมีชีวิต สามารถสร้างอาหาร และทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตได้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น สาหร่าย แพลงตอนพืช แล้วก็จะมีสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายนะครับ ที่กินสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตนี่ครับ เป็นอาหารนะครับ นอกจากนี้นะครับ ยังมีอีกบริเวณหนึ่ง นั่นก็คือบริเวณที่แสงส่องไม่ถึงนะครับ ซึ่งบริเวณที่แสงส่องไม่ถึงนี่จะไม่มีสิ่งมีชีวิต ที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้นะครับ แล้วก็ชนิดของสิ่งมีชีวิตนี่ แล้วก็การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในบริเวณนี้นี่ จะแตกต่างจากบริเวณที่มีแสงส่องถึงนะครับ นักเรียนสามารถทำความเข้าใจ เกี่ยวกับไบโอมบนบก แล้วก็ระบบนิเวศแหล่งน้ำชนิดต่าง ๆ ให้มากขึ้นได้จากการทำกิจกรรมนะครับ ถ้านักเรียนมีเวลาว่างนะครับ นักเรียนสามารถศึกษากล่องความรู้ รู้หรือไม่เรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศนะครับ ซึ่งจะอยู่ในหน้าที่ 190 ในหนังสือเรียนนะครับ แล้วก็ลองทำกิจกรรมที่ 5.2 การท่องเที่ยวเชิงนิเวศดูนะครับ สรุปเนื้อหาภายในบทเรียนนะครับ ระบบนิเวศนะครับ คือระบบที่ประกอบด้วยกลุ่มสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิตในบริเวณใดบริเวณหนึ่งนะครับ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน มีการถ่ายทอดพลังงาน และมีการหมุนเวียนสารในระบบนะครับ ในแต่ละบริเวณของโลกนี่นะครับ มีภูมิอากาศและภูมิประเทศ ที่หลากหลายแตกต่างกันนะครับ ทำให้มีระบบนิเวศที่หลากหลายนะครับ และเกิดเป็นความหลากหลาย ของไบโอมได้นะครับ คุณครูก็หวังว่านักเรียนจะมีความรู้ เกี่ยวกับไบโอมบนบก และระบบนิเวศแหล่งน้ำประเภทต่าง ๆ นะครับ ในตอนต่อไปนี่นะครับ เราจะมาศึกษากันต่อ ในเรื่องระบบนิเวศตอนที่ 2 นะครับ ซึ่งเนื้อหาหลักหลัก จะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงแทนที่ และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของประชากรในระบบนิเวศนะครับ สำหรับวันนี้คุณครูขอลาไปก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ในวีดิทัศน์ตอนหน้านะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]