[เสียงดนตรี] (ดร.สนธิ) สวัสดีครับนักเรียน เราก็กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วนะครับ ซึ่งในครั้งนี้ ก็ยังอยู่ในบทที่ 1 อยู่ ก็เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอากาศ ซึ่งในครั้งที่แล้วนะครับ เราได้เรียนในหัวข้อ 1.2 ซึ่งเป็นเรื่องของอะตอมนะครับ ในวันนี้นะครับ เราก็ยังมาเรียนในหัวข้อ 1.2 กันต่อ ก็ยังอยู่ในเรื่องของอะตอม เป็นอย่างไรบ้าง ได้กลับไปทบทวนกันไหมครับ ว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะตอมนี่ ยากหรือง่ายนะครับ อย่างไรถ้านักเรียนกลับไปทบทวน และทำแบบฝึกหัดเยอะ ๆ นี่ นักเรียนจะพบว่าเนื้อหาในเรื่องอะตอมนี่ ไม่ยากเลยนะครับ ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนนะครับ เราก็มาทบทวนกันก่อน นักเรียนยังจำได้ไหมครับ ว่าองค์ประกอบภายในอะตอมมีอะไรบ้าง องค์ประกอบภายในอะตอมนะครับ ก็จะมี โปรตอน อิเล็กตรอน แล้วก็นิวตรอนนะครับ เพราะฉะนั้นครูก็มีคำถาม ถามต่อว่า จำนวนโปรตอน อิเล็กตรอน และนิวตรอนของอะตอม แต่ละธาตุนี่ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร เพราะฉะนั้น ก่อนที่ครูจะเฉลยนะครับ ครูอยากให้นักเรียนลองพิจารณาข้อมูล จากตารางที่คุณครูให้ก่อน ลองดูสิครับ ว่าจำนวนโปรตอน อิเล็กตรอนและนิวตรอนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร จากข้อมูลในตารางนะครับ ครูสามารถสรุปได้ดังนี้นะครับ ข้อแรกนะครับ อะตอมของแต่ละธาตุ มีจำนวนโปรตอนไม่เท่ากันนะครับ อย่างเช่นไฮโดรเจนมีโปรตอนเท่ากับ 1 ฮีเลียมมีโปรตอนเท่ากับ 2 คาร์บอนมีโปรตอนเท่ากับ 6 นะครับ ดังนั้นนะครับ จึงใช้จำนวนโปรตอนนี่ ระบุชนิดของธาตุได้ ข้อต่อไปนะครับ อะตอมของธาตุนี้ มีจำนวนโปรตอนนะครับ ซึ่งมีประจุเป็นบวก เท่ากับอิเล็กตรอนนะครับ ซึ่งมีประจุเป็นลบนะครับ เพราะฉะนั้น อะตอมของธาตุ จึงเป็นกลางทางไฟฟ้า และก็อีกหนึ่งข้อนะครับ ที่วิเคราะห์ได้จากตาราง ก็คืออะตอมของธาตุอาจจะมีจำนวนโปรตอน เท่ากับจำนวนนิวตรอนหรือไม่ก็ได้ อย่างเช่นนะครับ ธาตุฮีเลียมมีโปรตอน 2 มีนิวตรอน 2 ซึ่งเท่ากัน แต่พอเป็นธาตุไฮโดรเจนนะครับ มีโปรตอน 1 แต่ว่ามีนิวตรอนเท่ากับ 0 เพราะฉะนั้น จำนวนโปรตอน เลยไม่เท่ากับนิวตรอนนะครับ ทีนี้ก็มีคำถามเพิ่มเติมนะครับ เมื่ออะตอมของธาตุนี่ มีการให้ แล้วก็มีการรับอิเล็กตรอนจะเป็นอย่างไรครับ เฉลยนะครับ เมื่ออะตอมของธาตุมีการให้หรือรับอิเล็กตรอน ก็จะเกิดเป็นไอออน อย่างเช่นนะครับ โซเดียมนะครับ ให้อิเล็กตรอนนะครับ อิเล็กตรอนมีประจุเป็นลบใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น พอให้อิเล็กตรอนออกไป ก็เลยกลายเป็นโซเดียมที่มีประจุเป็นบวก เราเรียกธาตุที่มีการให้อิเล็กตรอนนี่ แล้วเกิดเป็นไอออนนี้ว่าเป็นไอออนบวกนะครับ ส่วนฟลูออลีนนะครับ รับอิเล็กตรอนที่มีประจุลบเข้ามา เพราะฉะนั้น สัญลักษณ์ของไอออนของฟลูออลีน ก็เลยเป็นฟลูออลีนที่มีประจุลบนะครับ เพราะฉะนั้น เราเรียกธาตุนะครับ ที่มีการรับอิเล็กตรอน แล้วเกิดเป็นไอออนที่มีประจุลบนี่ ว่าไอออนลบครับผม ทีนี้การให้และก็การรับอิเล็กตรอนนี้ จำเป็นที่จะให้อิเล็กตรอนแค่ 1 ตัว หรือรับอิเล็กตรอนแค่ 1 ตัวไหม บอกเลยว่าไม่จำเป็น อย่างเช่นในตารางนะครับ ออกซิเจนนะครับ เดิมมีอิเล็กตรอนเท่ากับโปรตอนใช่ไหมครับ ก็คือมี 8 ตัว แต่พอรับอิเล็กตรอนเข้ามา 2 ตัวนะครับ ก็จะมีอิเล็กตรอนเท่ากับ 10 เพราะฉะนั้น เวลาเขียนสัญลักษณ์ ไอออนของออกซิเจนก็เลยเป็นตัว O แล้วก็มีประจุ 2- นะครับ 2- นี่ แสดงว่ารับอิเล็กตรอนมา 2 ตัว แคลเซียมก็เหมือนกันนะครับ เดิมมีอิเล็กตรอน 20 นะครับ แต่ว่าพอเสียไป 2 ตัวก็จะเหลือ 18 เพราะฉะนั้น เวลาเขียนสัญลักษณ์นะครับ ก็เลยเขียนเป็นแคลเซียมนะครับ มีประจุเป็น 2+ ซึ่ง 2+ นี่ แสดงว่าเสียอิเล็กตรอนนะครับ ไป 2 ตัว ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น สรุปอีกครั้งนะครับ เพื่อความชัดเจน ก็คือเมื่ออะตอมของธาตุนี่ มีการให้หรือรับอิเล็กตรอนก็จะเกิดเป็นไอออน ถ้าอะตอมของธาตุมีการให้อิเล็กตรอน จะเกิดเป็นไอออนบวก แต่ถ้ารับอิเล็กตรอนก็จะเกิดเป็นไอออนลบครับ ไอออนและอะตอมของธาตุชนิดเดียวกัน จะมีจำนวนอิเล็กตรอนเปลี่ยนแปลง แต่จำนวนโปรตอนกับนิวตรอนเท่าเดิมนะครับ เอาล่ะครับ เพื่อความเข้าใจ เกี่ยวกับในเรื่องของไอออนมากขึ้น เดี๋ยวเราลองมาทำแบบฝึกหัดกันนะครับ ในโจทย์นะครับ ถามว่าไอออนบวกของธาตุไฮโดรเจน ไอออนบวกของธาตุแมกนีเซียม และไอออนลบของธาตุคลอรีน มีจำนวนโปรตอน อิเล็กตรอน และนิวตรอนอย่างละเท่าไร พอจะทำกันได้ไหมครับ เดี๋ยวครูให้นักเรียนลองทำก่อนนะครับ ถ้ายังทำไม่เสร็จนะครับ ให้หยุดคลิปนี้ไว้ก่อน แต่ถ้าใครทำเสร็จแล้วนะครับ ก็มาเปิดคลิป แล้วก็มาดูเฉลยต่อไปนะครับ เอาล่ะครับ สำหรับนักเรียนที่ทำเสร็จแล้วนะครับ เดี๋ยวเรามาดูกันว่า คำตอบของนักเรียน จะตรงกับคำตอบของครูหรือเปล่า มาเริ่มจากไฮโดรเจนก่อนนะครับ ในการตอบคำถามนะครับ ก็มีหลักการ ก็คือจากธาตุมาเป็นไอออนนี่ จำนวนโปรตอนและนิวตรอนนี่ จะมีค่าเท่าเดิมใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น โจทย์กำหนดโปรตอน และนิวตรอนเท่าไร ก็ให้เราตอบเลขเดิมลงไปก่อน สิ่งที่เราจะต้องมาพิจารณา ก็คืออิเล็กตรอนนะครับ ไฮโดรเจนนะครับ มี 1 อิเล็กตรอน แต่พอมาเป็นไฮโดรเจนไอออนนะครับ ไฮโดรเจนไอออนมีประจุ 1+ ใช่ไหมครับ การที่มีประจุ 1+ แสดงว่าเสียอิเล็กตรอนไป 1 ตัว เพราะฉะนั้น จากเดิมมี 1 อิเล็กตรอนนะครับ พอเสียไป 1 ตัวนะครับ 1-1 ก็เท่ากับ 0 เพราะฉะนั้น พอเป็นไฮโดรเจนบวกนะครับ เลยมีอิเล็กตรอนเท่ากับ 0 แมกนีเซียม 2+ นะครับ เดิมมีอิเล็กตรอนนะครับ 12 ตัว การที่เป็นแมกนีเซียมแล้วมีประจุ 2+ แสดงว่าเสียอิเล็กตรอนไป 2 ตัว เพราะฉะนั้น จากเดิมมี 12 นะครับ เสียไป 2 ตัว ก็เลยเหลืออิเล็กตรอนแค่ 10 ตัวนะครับ ข้อสุดท้ายนะครับ ก็จะเป็นอะตอมของธาตุคลอรีนนะครับ เดิมมีอิเล็กตรอน 17 ตัวนะครับ พอเกิดเป็นไอออนนะครับ มีประจุเป็นลบนะครับ การที่มีประจุเป็นลบนะครับ แสดงว่าได้รับอิเล็กตรอนเพิ่มเข้ามานะครับ ซึ่งการที่เป็น -1 นะครับ แสดงว่าได้เพิ่มเข้ามา 1 ตัว จากเดิมเป็น 17 ก็เลยกลายเป็น 18 ครับ ทีนี้นักเรียนรู้แล้วนะครับ ว่าอะตอมนี่ ประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน อิเล็กตรอน แล้วเราจะมีวิธีเขียนสัญลักษณ์อย่างไรครับ ที่จะสื่อสารว่าธาตุตัวนี้ มีโปรตอนเท่าไร นิวตรอนเท่าไร อิเล็กตรอนเท่าไร ถ้าสมมุติว่าครูเขียนแค่สัญลักษณ์เป็น H กับ e นี่ อันนี้บอกจำนวนโปรตอน นิวตรอน อิเล็กตรอนได้ไหมครับ คำตอบก็คือยังบอกไม่ได้ใช่ไหมครับ ถ้าครูเขียนสัญลักษณ์เป็น He นะครับ นักเรียนก็จะบอกได้แค่ว่าเป็นธาตุฮีเลียม แต่บอกไม่ได้ว่ามีนิวตรอนเท่าไร เพราะฉะนั้นนะครับ นักวิทยาศาสตร์ ก็เลยกำหนดสัญลักษณ์ขึ้นมาอีกแบบหนึ่งนะครับ เรียกว่า “สัญลักษณ์นิวเคลียร์” นะครับ สัญลักษณ์นิวเคลียร์นะครับ ก็คือสัญลักษณ์ที่ประกอบด้วยสัญลักษณ์ธาตุนะครับ จำนวนโปรตอนหรือเลขอะตอมนะครับ อยู่มุมล่างซ้ายของธาตุนะครับ แล้วก็ผลรวมของจำนวนโปรตอนและนิวตรอน หรือที่เราเรียกว่าเลขมวลนี่ จะอยู่มุมบนซ้ายของสัญลักษณ์ธาตุนะครับ อย่างเช่น สัญลักษณ์นิวเคลียร์ ของธาตุฮีเลียมไนโตรเจนและอาร์กอน ก็เป็นดังแสดงนะครับ สังเกตไหมครับ ว่าธาตุฮีเลียมนะครับ มีเลขอะตอม ซึ่งเลขอะตอม ก็คือจำนวนโปรตอน เท่ากับ 2 นะครับ เพราะฉะนั้น ก็จะเขียนเลข 2 ไว้มุมล่างซ้ายนะครับ ที่สัญลักษณ์ธาตุฮีเลียมนะครับ ส่วนด้านบนนะครับ ก็จะเป็นเลขมวล ก็คือเป็นผลรวม ระหว่างโปรตอนกับนิวตรอนนะครับ เพราะฉะนั้นนะครับ ฮีเลียมมีเลขมวลเท่ากับ 4 นะครับ เพราะฉะนั้น ก็จะเขียนเลข 4 ไว้ที่มุมบนซ้ายของสัญลักษณ์ธาตุของฮีเลียมนะครับ เพื่อความเข้าใจนะครับ เรามาทำแบบฝึกหัดกันดีกว่า ข้อแรกนะครับ ให้สัญลักษณ์นิวเคลียร์มาละ เป็นธาตุไฮโดรเจนนะครับ แล้วก็มีเลขมุมบนซ้ายเป็นเลข 1 เลขมุมล่างซ้ายเป็นเลข 1 จากสัญลักษณ์นิวเคลียร์นี่ครับ คิดว่าสัญลักษณ์ธาตุคืออะไรครับ ในสัญลักษณ์นิวเคลียร์ เป็นธาตุไฮโดรเจนใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น สัญลักษณ์ธาตุ ก็ต้องเป็นธาตุไฮโดรเจนด้วย เลขอะตอมล่ะครับ เลขอะตอม ก็คือตัวเลข ที่อยู่มุมล่างซ้ายใช่ไหมครับ มุมล่างซ้ายมีเลข 1 เพราะฉะนั้น เลขอะตอมก็เท่ากับ 1 เลขมวลล่ะ เลขมวล ก็คือตัวเลขที่อยู่มุมบนซ้าย ตัวเลขที่อยู่มุมบนซ้ายเท่ากับ 1 เพราะฉะนั้นเลขมวลก็เท่ากับ 1 นะครับ ทีนี้จะหาจำนวนโปรตอนหาอย่างไร จำนวนโปรตอนจะมีค่าเท่ากับเลขอะตอม เพราะฉะนั้น เลขอะตอมเรารู้แล้วว่าเท่ากับ 1 เพราะฉะนั้น จำนวนโปรตอนเท่ากับ 1 นะครับ แล้วจำนวนอิเล็กตรอนล่ะ จำนวนอิเล็กตรอนจะเท่ากับจำนวนโปรตอน เพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้ว่าโปรตอนเท่ากับ 1 เราก็จะหาจำนวนอิเล็กตรอนได้ สุดท้ายเลย ก็คือจำนวนนิวตรอนนะครับ อย่างที่ครูบอกนะครับ ว่าจำนวนนิวตรอน ก็คือให้เอาเลขมวลลบเลขอะตอม ก็คือเอา 1 - 1 นะครับ เท่ากับ 0 เพราะฉะนั้น จำนวนนิวตรอนเท่ากับ 0 ลองมาดูตัวอย่างอีกสักข้อนะครับ ข้อนี้กำหนดสัญลักษณ์ธาตุมาให้นะครับ กำหนดเลขอะตอมมาให้และกำหนดเลขมวลมาให้ เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ได้ไหมครับ การเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์นะครับ ข้อนี้กำหนดสัญลักษณ์มาให้แล้ว ก็คือออกซิเจน ก็ให้เราเขียนออกซิเจนไปก่อนนะครับ โจทย์กำหนดเลขอะตอมมาให้ มีค่าเท่ากับ 8 ก็ให้เราเขียนเลข 8 ไว้ที่มุมล่างซ้ายนะครับ ของสัญลักษณ์ธาตุ โจทย์กำหนดเลขมวลมาให้แล้ว ก็คือ 16 ก็เขียนเลข 16 ที่มุมบนซ้ายนะครับ ของสัญลักษณ์ธาตุ เพราะฉะนั้น ก็จะได้สัญลักษณ์นิวเคลียร์ ที่มีหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ ทีนี้จำนวนโปรตอน อิเล็กตรอน นิวตรอนหาอย่างไร ก็หาได้เช่นเดียวกันกับข้อของไฮโดรเจนนะครับ ข้อนี้ก็จะมีจำนวนโปรตอนนะครับ เป็น 8 นะครับ จำนวนอิเล็กตรอนเป็น 8 แล้วก็นิวตรอนเป็น 8 นะครับ เดี๋ยวขออีกสัก 1 ตัวอย่างนะครับ ในข้อนี้นะครับ กำหนดสัญลักษณ์ธาตุมาให้ ก็คือคาร์บอน กำหนดจำนวนโปรตอนมาให้ แล้วก็กำหนดจำนวนนิวตรอนมาให้ แล้วเราจะเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์อย่างไรครับ ข้อนี้ก็ไม่ยากเลยนะครับ กำหนดโปรตอนมาให้แล้ว มีค่าเท่ากับ 6 จำนวนโปรตอนมีค่าเท่ากับเลขอะตอม เพราะฉะนั้น เลขอะตอม ก็เลยเท่ากับ 6 ด้วยนะครับ ทีนี้เลขมวลล่ะครับ หาอย่างไร เลขมวล ก็คือเอาจำนวนโปรตอน บวกจำนวนนิวตรอน จำนวนโปรตอนเท่ากับ 6 นิวตรอนเท่ากับ 6 6 + 6 = 12 เพราะฉะนั้น เลขมวลก็เลยเท่ากับ 12 นะครับ เพราะฉะนั้น เรารู้สัญลักษณ์ธาตุ เรารู้เลขอะตอม เรารู้เลขมวลแล้ว นักเรียนเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ได้ไหมครับ เพราะฉะนั้น การเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ ก็เช่นกันนะครับ ก็เริ่มต้นด้วยการเขียนสัญลักษณ์ธาตุก่อน ก็คือคาร์บอนนะครับ เขียนเลขอะตอมนะครับ ไว้มุมซ้ายล่างนะครับ แล้วก็เขียนเลขมวลนะครับ ไว้มุมซ้ายบน เพราะฉะนั้น สัญลักษณ์นิวเคลียร์ ก็มีหน้าตาเป็นแบบนี้นะครับ ส่วนอิเล็กตรอนนะครับ เมื่อกี้ครูยังไม่ได้เติม นักเรียนเติมได้ไหมครับ ว่าอิเล็กตรอนมีค่าเท่าไร อิเล็กตรอนจะเท่ากับจำนวนโปรตอน เพราะฉะนั้น ถ้าโปรตอนหก อิเล็กตรอนก็ 6 นะครับ ส่วนข้ออื่น ๆ ก็มีแนวคิดเช่นเดียวกัน นักเรียนลองไปทำดูนะครับ แล้วลองนำคำตอบที่นักเรียนทำ มาเทียบกับเฉลยที่ครูเฉลยบนหน้าจอ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นนะครับ ครูก็มีคำถาม มาถามเพิ่มเติมนะครับ ดูสิว่านักเรียนมีความเข้าใจหรือเปล่า คำถามแรกนะครับ ครูถามว่าธาตุชนิดเดียวกันสามารถมีเลขอะตอม ซึ่งก็คือจำนวนโปรตอนนี่ ต่างกันได้หรือไม่ คิดว่าธาตุชนิดเดียวกัน มีเลขอะตอมต่างกันได้ไหมครับ เฉลยก็คือไม่ได้นะครับ เพราะว่าเลขอะตอม เป็นค่าเฉพาะตัวของแต่ละธาตุ คำถามต่อไป ธาตุชนิดเดียวกันสามารถมีเลขมวลนะครับ ก็คือผลรวมของจำนวนโปรตอน และนิวตรอนต่างกันได้หรือไม่ ข้อนี้นักเรียนอาจจะยังไม่รู้นะครับ เพราะฉะนั้น ครูก็เฉลยเลย คำตอบก็คือต่างกันได้นะครับ ซึ่งเราเรียกว่า “ไอโซโทป” นะครับ เช่น ไฮโดรเจนมี 3 ไอโซโทป ดังแสดงนะครับ สังเกตไหมครับ ว่าไอโซโทปของธาตุไฮโดรเจนนะครับ ตัวเลขที่อยู่มุมล่างซ้ายมีค่าเท่ากันหมดเลย ก็คือเป็น 1 1 1เหมือนกันหมด นั่นเป็นเพราะว่าเลขอะตอมนี่ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก็คือเลขอะตอมเท่ากับ 1 แต่เลขที่อยู่มุมซ้ายบนล่ะครับ ตัวแรกมีค่าเท่ากับ 1 ตัวที่ 2 เป็น 2 ตัวที่ 3 เป็น 3 นั่นแสดงว่า เลขมวลเปลี่ยนแปลงใช่ไหมครับ จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 3 ธาตุนะครับ ที่เขียนในลักษณะแบบนี้แหละ เราเรียกว่า “ไอโซโทป” นะครับ ทีนี้ในการเขียนสัญลักษณ์ของไอโซโทปนะครับ บางครั้งนะครับ อาจแสดงเฉพาะธาตุกับเลขมวลนะครับ ทำไมเราถึงไม่แสดงเลขอะตอม พอจะรู้ไหมครับ เพราะว่าเลขอะตอมมันคงที่ใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเขียนกี่ครั้ง ถ้าจำได้ก็คือธาตุไฮโดรเจนนี่ เลขมุมล่างซ้ายก็จะเป็น 1 เสมอ เพราะฉะนั้น ในเมื่อเลขคงที่นี่ บางครั้งเราก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ แต่ว่าเลขมวลนี่ต่างกันได้ เพราะฉะนั้น เวลาเราเขียนรูปย่อนี่ เรายังต้องใส่เลขมวลอยู่ อย่างเช่นนะครับ ไฮโดรเจนนะครับ ไอโซโทปของไฮโดรเจนที่มีเลขอะตอมเท่ากับ 1 มีเลขมวลเท่ากับ 3 นี่ อาจจะเขียนย่อได้เป็นสัญลักษณ์ไฮโดรเจน แล้วก็มีเลขมวลนะครับ เท่ากับ 3 หรือนะครับ จะเขียนเป็น H-3 ก็ได้ และ นอกจากนี้นะครับ ก็ยังมีไอโซโทปอีกประเภทหนึ่งนะครับ ไอโซโทปบางธาตุนี่ ไม่เสถียร สามารถแผ่รังสีได้เรียกว่า “ไอโซโทปกัมมันตรังสี” ซึ่งบางชนิดนำมาใช้ประโยชน์ได้นะครับ เช่น ไอโอดีน-131 อย่างนี้นะครับ ก็ใช้ติดตามและรักษาความผิดปกติ ของต่อมไทรอยด์ คาร์บอน-14 ใช้หาอายุซากสิ่งมีชีวิตโบราณ ยูเรเนียม-235 นะครับ ใช้เป็นแหล่งพลังงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เห็นไหมครับ ว่าไอโซโทปนี้มีประโยชน์นะครับ ทีนี้เพื่อความเข้าใจนะครับ ลองมาทำแบบฝึกหัดกัน พิจารณาสัญลักษณ์นิวเคลียร์ ของธาตุสมมติต่อไปนี้นะครับ ธาตุใด ธาตุสมมุติใดนะครับเป็นไอโซโทปกัน ตอบได้ไหมครับ ธาตุที่เป็นไอโซโทปกัน จะต้องมีเลขอะตอมเป็นอย่างไรครับ เท่ากัน แต่เลขมวลเป็นอย่างไรครับ ต่างกัน เพราะฉะนั้น ธาตุที่เป็นไอโซโทปกัน ก็จะมีอยู่ 3 ตัวนะครับ ดังที่ครูแสดงบนหน้าจอ เอ๊ะ แล้วทำไมตัวที่เป็นสัญลักษณ์ E กับ G ถึงไม่เป็นไอโซโทปกันล่ะ บอกได้ไหมครับ ที่ไม่เป็นไอโซโทปกัน เพราะว่าเลขอะตอมก็เท่ากัน เลขมวลก็เท่ากัน ก็แสดงว่า 2 ตัวนี้นะครับ เป็นไอโซโทปตัวเดียวกันนะครับ ก็ถือว่าเป็นตัวเดียวกันนั่นเอง เอาล่ะครับ วันนี้เราได้เรียนเนื้อหากันเยอะพอสมควร เดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนกันนะครับ ข้อแรกนะครับ อะตอมของธาตุมีจำนวนโปรตอน เท่ากับอิเล็กตรอนจึงเป็นกลางทางไฟฟ้า ต่อไปนะครับ ไอออนมีประจุไฟฟ้านะครับ เนื่องจากว่ามีจำนวนโปรตอน ไม่เท่ากับจำนวนอิเล็กตรอน สัญลักษณ์นิวเคลียร์ แสดงชนิดของธาตุ เลขอะตอมแล้วก็เลขมวล เลขอะตอม จะเท่ากับจำนวนโปรตอนนะครับ ส่วนเลขมวลจะเท่ากับผลรวม ของจำนวนโปรตอนแล้วก็นิวตรอน ไอโซโทปเป็นธาตุชนิดเดียวกัน ที่มีเลขมวลต่างกันนะครับ อันนี้ก็เป็นการสรุปบทเรียนในหัวข้อนี้นะครับ อย่างไรนักเรียนอย่าลืมไปทบทวนนะครับ แล้วก็ไปทำแบบฝึกหัดให้เยอะ ๆ นะครับ แล้วจะได้รู้ว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะตอมนี่ ไม่ยากเลยนะครับ ในหัวข้อถัดไป นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธาตุนะครับ ส่วนเนื้อหานี้จะน่าสนใจ หรือและสนุกแค่ไหนนะครับ อย่าลืมติดตามชม สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]