Accuracy : 74.46%
Insertion : 142
Deletion : 1499
Substitution : 281
Correction : 5744
Reference tokens : 7524
Hypothesis tokens : 6167
[เสียงดนตรี](คุณครูวัชระ)สวัสด-ีครับวันนี้กลับมาพบกันอ-ีกนะครับโดยในวันนี้เราจะมาเรียนในหัวข้อเรื่องการเปลี่ยนสถานะของน้ำและความเปมี(-็น)ขั้วแต่ก่อนอื่นเราขอทบทวนความรู้กันก่อนนะครับจากคราวที่แล-้วเราได้รู-้ว-่าอะตอมส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่เป็นอะตอมเดี่ยวา(ๆ)แต่จะอยู่ร-่วมกันเช่นในกรณีของน-้ำอะตอมไฮโดรเจนใช้อิเล็กตรอนร-่วมกับอะตอมออกซิเจนเกิดเป็นพันธะเคมีที่เรียกว่า"พันธะโคเวเลนต์"โดยโมเลกุลแนะ(ของ)น-้-ำม(อ)าจแสดงได้ในหลายรูปแบบตัวอย่างเช่น3รูปนี้นะครับนักเรียนลองดูน้ำในขวดนี้นะครับคิดว่าน้ำในขวดนี้มีโมเลกุลน้ำเพียงโมเลกุลเดียวหรือเปล่าครับไม่ใช่ใช่ไหมครับแต่จะประกอบด้วยโมเลกุลของน้-ำเป็นจ-ำนวนมากมายหรือแม้แต่ไอน้ำที่อยู่ในอากาศก็ไม่ได้ม-ีเพ-ียงแค่1โมเลกุลซึ่งแต่ละโมเลกุลก็จะมีแรงยึดเหนี่ยวต่อกันคที่(ราว)นี-่(-้)ลองพิจารณารูปทั้งสอง(2)ดูนะครับรูปข้างขวาเป็นรูปของไอน้ำหรือน้ำในสถานะแก๊สส่วนรูปข-้(ท)างซ้ายเป็นรูปของน้ำในสถานะของเหลวจากรูปทั้ง2ใน-้ำอยู่สถานะใดครับที่โบริส(มเลก)-ุทธิ-์(ล)ของน้ำอยู่ใกล้กันแก๊สหรือของเหลวของเหลวถูกไหมครับแล้วคิดว่าน้ำในสถานะใดครับที่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว-่างโมเลกุลมากกว่ากันใช่ครับโมเลกุลของน้ำในสถานะของเหลวมีแรงยึดเหนี่ยวระหว-่างโมเลกุลมากกว่าเพราะว่าอะไรครับเพราะว่าบริ(โม)เลวณห้(กุลข)องน้ำอยู่ใกล้กันมากกว่าจึงมีแรงยึดเหนี่ยวระหว-่างโมเลก-ุลท-ัน(-ี่)มากกว่าแโดย(ล้ว)น้ำเปลี่ยนสถานะได้อย่างไรครับนักเรียนโร(ลอ)งเรียน-ึกถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่มีการเปลี่ยนจากสถานะจากของเหลวไปเป็นแก๊สดูนะครับการเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเปลี่ยนไปเป็นแก๊สนี่จะมีเช่นการต้มน้ำหรือการระเหยของน้ำใช่(ถูก)ไหมครับซึ่งการต้มน้ำจะเป็นการให-้ความร-้อนกับน้ำโดยตรงแต่การระเหยนของ(-ั้น)น้ำจะได้รับความร้อนจากสิ่งแวดล้อมแสดงว่าเมื่อน้ำได้รับพลังงานทั้งโดย(จาก)การได(ให)-้รับความร้อนโดยตรงหรือและ(จาก)สิ่งแวดล้อมก็-ำจะเปลี่ยนสถานะได้โดยการเปลี่ยนสถานะของน้ำต้องใช้พลังงานความแล(ร)-้วของนที่-้ำ(มา)กพ-็ม(อท)-ี-่จะทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของน้ำคราวนี้มาลองมาพิจารณาตารางแขอ(สด)งรับ(จุด)เดปลี่ยน(-ือดของ)สารโคเวเลนต์กันนะครับสารโคเวเลนต์แต่ละชนิดในตารางจะมีจุดเดือดที่ต่างกันแสดงว่ามีแรงยึดเหนี่ยวระหว-่างโมเลกุลที่แตกต่างกันซึ่งโดยทั่วไปแล้วสารที่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว-่างโมเลกุลที่มากกว่าซ-ึ(ย)-่ง(อ)ม-ีโมเลก(-ีจ)-ุล(ด)เด-ี-่ยว(-ือด)ที่สูงกว่านักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใดสารที่(จึง)มีแรงยึดเหนี่ยวระหว-่างโมเลกุลที่ต่างกันครับให้นักเรียนพิจารณาชนิดของภ(ธ)าตพ(-ุ)ที่เป็นองค์ประกอบของสารโคเวเลนต์แต่ละชนิดในตารางดูนะครับนักเรียนจะเห็นอะไรบ้างครับนักเรียนจะเห็นว่าก็จะมีโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมของธาตุต่างชนิดกันซึ่งก็คือแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์กับแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์แล้วก็จะมีโบริ(มเล)การ(-ุล)ที่ประกอบด้วยอะตอมที่เป็นธาตุชนิดเดียวกันซึ่งได้แก่แก๊สออกซิเจนแก๊สไนโตรเจนแก๊สไฮโดรเจนเพราะฉะนั้นจะเห็นว่าโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมที่เป็นธาตุชนิดเดียวกันจะมีแรงยึดเหนี่ยวระหว-่างโมเลกุลที่น้อยกว่าโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมของธาตุต่างชนิดกันจึงทำให้มีจุดเดือดที่ต่ำกว่าซึ่งโมเลกุลที่ประกอบด้วย2อะตอมหจะ(าก)ประกอบด้วยอะตอมของธาตุต่างชนิดกันจัดเป็นสารมีขั้วส่วนโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันแต่(จัด)เป็นสารไม่มีขั้วครับเพราะฉะ(ดัง)นั้นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลก-ัน(-ุล)ของฉัน(สาร)ก็คือสภาพขั้วของสารครับสารของโคเวเลนต์ที่ประกอบด้วยอะตอม2มากกว่า2อะตอมอาจเป็นสารมีขั้วหรือสารไม่มีขั้วก็ได-้ขึ-้นอยู่กับรูปร่างโมเลกุลของสารโดยน้ำแอมโมเนียแก๊าส(ซ)ไข่เน่าหรืแ(อ)ก๊าส(ซ)ไฮโดรเจนซัลไฟด์จัดเป็นสารมีขั้วครับเปิดแ(ส่วน)ก๊าส(ซ)คาร์บอนไดออกไซด์มีเทนจัดเป็นสารไม่มีขั้วทั้งๆที่อะตอมที่เป็นองค์ประกอบก็เป็นธาตุต่างชนิดกันเช่นเดียวกับในกรณีของน้ำหรือแอมโมเนียซึ่งทั้งนี้เป็นผลมาจากรูปร่างของโมเลกุลนอกจากนี้มวา(ล)ของโมเลกุลก็ส่งผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเหมือนกันครับแต่รายละเอียดเกี่ยวกับเร-ื่อง(-ูป)ร่างของโมเลกุลและมวลซึ่งมีผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหวขอ(-่า)งโมเลกุลนักเรียนอาจจะได้เรียนในระดับสูงต่อไปนะครับนักเรียนคิดว่ายังมีปัจจัยอื่นอีกไหมครับที่ส่งผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหวขอ(-่า)งโมเลกุลของสารเดี-๋(อ)ยากวร(ให)-้ลองไห้พิจารณาของสาร2ตัวนี้นะครับก็คือน้ำกับไฮโดรเจนซัลไฟด์จากข้อมูลที่ผ่านมาท-ำให้เรารถ(-ู)-้ว่าสารทั้ง2ตัวนี้จ-ัะ(ด)เป็นสารมีขั้วนักเร-ียน(แต่)ลองพิจารณาจุดเดือดดูนะครับจุดเดือดของสารทั้งสองช(2ตัว)น-ิด(-ี้)แตกต่างกันอย่างมากเลยเใช่(ห็น)ไหมครับท-่าน-ักเร-ียน(-้งๆ)ที่ไ(เ)ป-็นสอน(าร)มีขัค(-้)วามเหมือนกันถ้ามโปรด(าลอง)พิจารณาช-ีว(น)-ิต(ด)ของภ(ธ)าตพกับ(-ุของ)อะตอมที่เป็นองค์ประกอบจะเห็นได้ว่าแตกต่างกันเพียงอะตอมเดียวเท่านั้นก็คือในกรณีของทางก็คือ(น้ำ)เป็นแก๊สออกซิเจนส่วนในกรณีของไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นกำมะถันใช่ไหมครับแสดงว่าชนิดของธาตุที่เป็นองค์ประกอบของโมเลกุลมีสค(-่)วาม(น)สำคัญต-ัว(-่อ)แรงยึดเหนี่ยวระหว-่างโมเลกุลเพราะว่าอะตอมของธาตุแต-่ละ(บาง)ชนิดวิธ(ท)-ี-่สร้างพันธะโคเวเลนต์กับไฮโดรเจนสามารถเกิดพันธส(ะ)ระหว-้(-่)างโกับ(มเล)กล-ุ-่ม(ล)ที่เรียกว่า"พันธะไฮโดรเจน"ได้แล้วพันธะไฮโดรเจนคืออะไรพันธะไฮโดรเจนเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหวขอ(-่า)งในโมเลกุลของสารที่ภายในโมเลกุลมีพันธะO-H,N-HหรSSSSS(-ือF-H)ดังในรูปจะเห็นว่าโมเลกุลของน้ำมีพันธะโคเวเลนต์O-ข(H)องน้ำซ(ยู่จ)-ึ-่งสทำให้(ามารถ)เกิดพันธะไฮโดรเจนได้แต่ในกรณีของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ภายในโมเลกรถ(-ุล)ไม่มีพันธะO-H,N-HหรSA(-ือ)F-S(H)จึงไม่สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้พันธะไฮโดรเจนทำให้สารมีจุดเดือดรวมทั้งจุดหลอมเสาร(หลว)สูงกว่าสารที่มีขั้วทั่วไปที่มีขนาดโมเลกุลใกล้เคียงกันครับพันธะไฮโดรเจนนอกจากใช้ในการอธิบายแรงยึดเหนี่ยวเวลาโมเลกุลของสารที่เกี่ยวข้องกับจุดเดือดของสารแล้วยังใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆที่พบในชีวิตประจำวันด้วยครับเช่นอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดน้ำแข็งจึงลอยน้ำได้ถ้านักเรียนพิจารณาที่รูปจะพบว่าโมเลกุลของน้ำทั้งในสถานะของแข็งและของเหลวก็สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ถูกไหมครับแต่พันธะไฮโดรเจนในผลึกน้ำแข็งทำให้โมเลกุลของน้ำจับตัวกันอย่างเป็นระเบียบโดยมีช่องว่างระหว่างโมเลกุลมากกว่าช่องว่างระหว่างโมเลกุลของน้ำที่อยู่ในสภ(ถ)านพ(ะ)ของเหลวดังนั้นน้ำแข็งจึงมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำเราจึงเห็นน้ำแข็งลอยน้ำนะครับต(น)อกจาน(ก)นี้ยังอธิบายว่าเพราะเหตุใดอุณหภูมิบนพของ(-ื้น)ผิวโลกหรืออ-ุณหย(ภ)-ูม-่(-ิ)ในร่างกายจึงเปลี่ยนแปลงน้อยเนื่องจากใ(บ)นพื้นผิวโลกและในร่างกายมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักโดยมีองค์ประกอบถึงประมาณ70เปอร์เซ็นต์และน้ำมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นพันธะไฮโดรเจนซึ่งเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว-่างโมเลกุลที่แข็งแน(ร)งจึงทำให้ต้องใช้ความร้อนในปริมาณมากในการจ(ท)-ำให้อุณหภูมิของน-้ำเพิ่มสูงขึว(-้)นหรือม(ก)าก(ร)ทำให้น้ำกลายเป็นไอดังนั้นน้ำจึงช่วยรักษาอุณหภูมิน้ำม-ั(บ)นพื-้นชส(ผิ)วนโลกไม่ให้เกิดกจำ(าร)เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร-็วซึ่งเอื้น(อ)ต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตการต่างของ(ๆ)บนพือล(-้น)โลกรวถถ(มท)-ั-้งน้ำม(ย)-ัน(ง)ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในร่างกายโดยการระเหยของเหงื่อขณะที่เราออกกำลังกายหรือการทำงานภายในกลาร(ง)แจ้งครับคราวนี้มาลองทำแบบฝึกหัดก-ัน(ดู)บ้างนะครับโดยนักเรียนอาจจะหยุดคล-ิด(ป)ไว้ก่อนเพื่อในการคิดนะครับโดยในข้อแรกก็คือสารที่กำหนดให้ก(ต)-่อไปนี้สารใดเป็นสารมีขั้วและสารใดเป็นสารไม่มีขั้วครับเป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับข้อนี้พอทำได้ไหมครับเรามาดูเฉลยกันนะครับสารที่มีขค่า(-ั้ว)ก็คือไฮโดรเจนฟลูออไรด์ไฮโดรเจนโบรไมด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ค...(รับ)เนื่องจากโมเลกุลเหล่านี้ประกอบด้วยอะตอมของธาตุผ(ต)-่างชตั(นิ)ดลิ้(กัน)นะคร-ับส่วนสารที่ไม่มีขั้วก็คือคลอรีนฟล-ูออรีนโบรม-ีนและไอโอดีนครับเนื่องจาว(ก)โมเลกุลของสารเหล-่-ิ(า)น-ี้ประกอบด้วยอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันนะครับข้อต่อไปนะครับข้อที่2สารโคเวเลนต์ใดต่อไปนี้ที่มีพันธะไฮโดรเจนเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลครับเฉลยนะครับสารที่มีพันธะไฮโดรเจนเปมี(-็น)แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลก็คือสารB,สารCและสาฉันช(รFคร)-ับเ-้นB3ผ(พราะว)-่าภายในโมเลกุลมีพันApp(ธะโ)คเวเลนต์ระหว่-ับ(าง)O-H,N-Hเห็นไหมครับจึงทำให้มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นพันธะไฮโดรเจนได้ต่อมาข้อที่3ข้อสุดท้ายนะครับบร-ิษั(ข้อ)ท-ี่3ถามว่าทำการทดลองเพื่อหาจุดเดือดเพื-่(ข)อหา(ง)สารa(A)และสารb(B)ซึ่งมีมวลและรูปร่างของโมเลกุลใกล้เคียงกันจะสารจาก(แต่)สารหนึ่งเป็นสารมีขั้วและอีกสารหนได้ชั้(-ึ่งเป็)นสารที1(-่)ไม่มีขั้วพบว่าสารAมีจุดเดือa(ด)30องศาเซลเซียสส่วนสาดี(รB)มีจุดเดือด80องศาเซลเซียสจงระบุว่าสารใดเป็นสารมีขั้วและสารใดเป็นสารไม่มีขั้วเฉลยนะครับเนื่องจากสารa(A)และb(B)มีมวลและรูปร่างของโมเลกุลใกล้เคียงกันจุดเดือดที่แตกต่างกันจึงเป็นผลมาจากสภาพขั้วของสารและเนืลาย(-่อง)จากสารa(A)มีจุดเดือดต่ำกว่าสารb(B)แสดงว่าสวัสดี(ารB)มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากกว่าสารa(A)ดังนั้นสารa(A)จึงเป็นสารไม่มีขั้วส่วนสารBเป็b(น)สารมีขั้วครับเรามาสรุปสิ่งที่ได้เรียนไปวันนี้นะครับความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะของสารต้องมากพอที่จะทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลซึ่งถ้าสารมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลสูงจะมีจุดเดือดสูงจุดเด-ือ(-่)นของสารโคเวเลนต์มีความสัมพันธ์กับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลซึ่งเป็นผลมาจากสภาพขั้วของสารโมเลกุลที่ประกอบด้วย2อะตอมถ้าเป็นธาตุต่างชนิดก-ันจัดเป็นสารมีข-ั-้วแต่ถ้าเป็นธาต-ุชนิดด้วยกันจัดเป็นสารไม่มีขั้วสภาพข-ั-้วของโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมมากกว่า2อะตอมขึ้นอยู่กับรูปร่างของโมเลกุลของสารแต่ละชนิดน้ำเป็นโมเลกุลมีขั้วที่มีพันธะไฮโดรเจนพันธะไฮโดรเจนเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลที่เกิดจาก-ับสารมีขั้วที่มีพันธะO-H,N-HหรือF-Hในโมเลกุลพันธะไฮโดรเจนทำให้สารมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลสูงขึ้นทำให้จุดเดือดสูงขึ้นสำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับสวัสดีครับ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-05-21 14:11:04
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :NeedlemanWunsch
- score weight :{"Match":2,"Mismatch":-1,"PartialMatch":1,"GapPenalty":-1}