Accuracy : 73.11%
Insertion : 234
Deletion : 2235
Substitution : 230
Correction : 7571
Reference tokens : 10036
Hypothesis tokens : 8035

[เสียงดนตรี](คุณครูวัชระ)สวัสดีครับนักเรียนครูวัชระเตียทสินธ์นะครับวันนี้เายังอยู่ในก-ันเรื่องของทที่2เรื่องของน้ำนะครับจ(แ)ต่ะเป็นเรเราจะพูดรื่องหัวข้ออะไนั้นไา(ป)ชมกันเลยครับ-ั่ง-ิด(ป)ที่เ(แ)-้-็ก(ว)เรารู้จักโมเลกุลของน้ำกันแล้วนะครับว่าเป็นสารโคเวเลนต์ในหัวข้อนี้เราจะมาดูสน(ร)ที่อื่นที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติกันครับโดยจะมี2หัวข้อย่บโ(อย)-้วกันก็คือสารประกอบไอออนิกและการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอโ(อ)อนิกครับน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นน้ำที่ไม่บริสุทธิ์อย่างเช่นในรูปนี้ก็คือน้ำทะเลถูกไหมครับซึ่งก็จะมีท(ส)-ี-่(ร)อื่นเจือปนโดยอาจจะเป็นสารโคเวเลนต์เช่นก๊าซออกซิเจนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรืออาจจะเป็นส-ัต(าร)ว์ที-่อยู-่-ี(น)รูปแบบของไอออนเช่นคลอไรด์ไอออนหรือโซเดียมไอออนครับซึ่งโซเดียมไอออนและคลอไรด์ไอออนจะมีอยู่ปริมาณมากในน้ำทะเลเมื่อระเหยเอาน้ำออกอย่างเช่นในรูปนี้ก็คือการทำนาเกลือนะครับเราก็จะได้เกลือแก(ด)งหรือโซเดียมคลอไรด์ซึ่งจัดเป็นสารประกอบอีกประเภทหนึ่งที่แตกต่างจากสารโคเวเลนต์ครับเราเรียกสารประ-ี-่(บ)ประเภทนี้วศ(-่)ล(")สารประกอบไอออนิก"สารประกอบไอออนิกประอบด้วยไออนบวกที่ยึดก(น)-ี่ยวกับไอออนลบด้วยพันาง(ธะ)เคม-ีที่เร-ียกว่า"พันธะไอออนิก"ครับโดยไอออนบวกและไอออนลบจะเรียงตัวสลับ-ัร(น)ต่อเนื่องกันไปใน3มิติด้วยอัตราส่วนของไอออนที่ทำให้สารปะกอบไอออนิกเป็นการน(ท)-ำไฟฟ้าครับอย่างเช่นเกลือแกงหรือโซเดียมหรือคลอไรด์จะประกอบด้วยโซเดียมไอออนที(ซึ)-่งเปมี(-็น)ประจุบวกที่มีประจุบ(+)วก1และค-้(ล)ใ(ร)-์ไอออนซึ่งเป็นไอออลบที่มีประจุ-หน(1ซ)-ึ่งทำให้เป็นการน(ท)-ำไฟฟ้าจากที่ทราบมาแล้วนะครับว่าสารปะก-ั(อ)ไอออนิกเกิดจากการจัดเรียงตัวของไอออนที่เป็นองค์ประกอบต่อเนื่องกัภาย(นไป)ใน3มิติดังนั้นจึงไม่สามารถหาขอบเขตได้แน่นอนจึงไม่จัดเป็นโมเลกุลและไม่สามารถเขียสูตรโมเลกุลได้ครับดังนั้นสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกจึงเขียนเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนที่เราเรียกว่า"สูตรเอมพิริคัล"ครับการเขียนสูตรเอมพิริคัลทำได้โดยเขียนสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าแ-ับ(ละ)ตามด้วยสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนลบและเขียนตัวเลขห้อยท้ายของสัญลักษณะ(-์)ของธาตุแต่ละชนิดเพื่อแสงอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนในการรวมตัวโดยค่าตัวเลขห้อยเป็นเลข1เราจะละไว้ไม่เขียนแสดงอย่างเช่นในกรณีของเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์โซเดียมไอออนยึดช(ห)-่เด-ี-่ยวกับคลอไรด์ไอออนการเขียนส-่วนเคมีของเกลือแก-ูตร(ง)จะเริ่มต้นจากเขียนสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนบวกในที่นี้คืออะไรครับใช่ครับNaส่วนสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนลบเราก็จะเขียนว่า"Cl"ถูกไหมครับก็(จะ)เห็นว่าไม่เขียนแสดงประจุบวกและประจุลบนะครับจากนั้นพิจารณาตัวเลขห้อยท้ายเนื่องจากโซเดียมไอออนมีประจุบ(+)วก1ส่วนคลอไรด์ไอออนมีประจุ-บ(1)หนึ่งถ้าจะเป็นการทำไฟฟ้าจะต้องมีผลรวมของประจุเป็น0เพราะฉะนั้นจึงจะต้องรวมด้วยอัตราส่วน1ต่อ1ครับาก(ต่)ตัวเลขห้อย1เราไม่แสดงดังนั้นสูตรเคมีของเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ก็คือn(N)ac(C)lครับในชีวิตประจำวันอ(น)อกจากเกลือแกงแล้วเรายังพบสารประกอบไอออนิกอีกมามายบ(ห)ลายชนิดเช่นโซเดียมค(ฟ)-ูออไรด์ในยาสีฟันโซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟเมืต(-่)สารเหล่น(า)นี้ละลายน้ำเรา(จ)อยู่ในรูปของไอออนซึ่งไอออนที่ละลายน้ำอาจจะเป็นไอออนที่เกิดจากอะตอมของธาตุเดียวหรือกลุ่มอะตอมนักเรียนดูที่ครูชี้นะครับโซเดียมไอออนและฟลูออไรด์ไอออนเป็นไอออนที่เกิดจากอะตอมของธาตุเดียวส่วนไฮา(ด)-์บน(ก)เ(-์)ป็นไอออนเป็นไอออนที่เกิดจากกลุ่มอะตอมนอกจากนี้ยังมีไอออนที่พบอยู่ในชีวิตประจำวันอื่นๆอีกเช่นแมกนีเซียมไอออนออกไซด์ไอออนฟอสเฟตไอออนถ้าสังเกตจำนวนประจุบวกถ้าอ(ส)-ังตจำนวนประจุนี่จะพฤษผม(บ)ว่าไม่ได้มีแค่ไอออนที่เป็นประจุบ(+)วก1และ-1ลบหนึ่งเท่านั้นแต่ยังพบไอออนที่มีประจุอื่นๆเช่นแคลเซียมไอออนที่มีประจุ+2ฟอสเฟตไอออนมีประจุ-3คราวนี้นักเรียนลองสังเกตแล-้(ะ)บอกครูสิครับว่าไอออนบวกและไอออนลบมาจากธาตุชนิดไหนครับโลหะหรืออโลหะจะเห็นว่าไอออนบวกส่วนใหญ่มาจากธ(-่)ตุที่เป็นโลหะแต่บางกรณีก็เกิดอาจจะเกิดจากธาตุที่เป็นอโลหะได้ครับเช่นกรณีของแอมโมเนียมไอออนส่วนไอออนลบได้มาจากธาตุที่เป็นอโลหะเพราะฉะนั้นจะสังเกตง่ายๆว่าสารใดเป็นสารประกอบไอโ(อ)อนิกก็สามารถพิจารณาได้จากธาตุองค์ประกอบครับถ้ามีธาตุที่เป็นโลหะกับอโลหะส่วนใหญ่ก็จะเป็นสารประกอบไอออนิกนะครับซึ่งจะแตกต่างจากสารโคเวเลนต์ซึ่งธาตุที่มารวมกันนี่ส่วใหญ่จะเป็นธาตุอโลหะครับหลังจากที่เรารู้จักไอออนในชีวิตประจำวันกันไปแล้วนะครับคราวนี้เราลองมาดูการเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากไอออสารประกอบ(น)เหล่านี้กันครับข(ร)-้ร่วาดูกันที่แมกนีเซียมไอออนนะคร-ับก-ับคลอไรด์ไอออนถ้าเรา…ถ้าเราให้แมกนีเซียมไอออนที่มีประจุบ(+)วก2กับคลอไรด์ไอออนที่มีประจุล(-)1บหนึ่งมารวมตัวกันด้วน(ย)อัตราส่วน1ต่อ1ผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับจะเห็นว่าไม่เป็นการทำไฟฟ้าถูกต้องไหมครับผลรวมของประจุจะเป็นบ(+)วก1ท(ต)-่ถ้าเรอ(า)ให้รวมด้วยอัตราส่วน1ต่อ2ล่ะครับคือแมกนีเซียมไอออน1ไอออนกับคลอไรด์ไอออน2ไอออนผลรวมประจุจะเป็นอย่างไรครับจะเห็นว่ารวมขอบ(ง)ประจุจ-ู(ะ)เป็น0ซึ่งเป็นการทำไฟฟ้าใช่ไหมครับดังนั้นสูตรเอมโท(พิ)ริโกะ-ัลขมไ(งแ)-่ม(กน)-ีเส(ซ)-ียมคง(ล)ไรดอกมา(-์)ก็คือMG(g)CL(l)2ครับครอน(าว)นี้เรามาดูตัวอย่างถัดไ-้ายนะครับโซเดียมไอออนที่มีประจุบ(+)วก1และซัลเฟตไอออนที่มีประจุล(-)2ถ้าให้รวมตัวกันด้วยอัตราส่วน1ต่อ1ผลรวม-่(ค)ขอ(จุ)ประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็น-1ซึ่งไม่เป็นการ…ซึ่งไม่เป็นกลางทางไฟฟ้าถูกไหมครับแต่ให้…ถ้าให้รง(ม)าร(-ัน)ด้วยอัตราส่วน1(2)ต่อ1ก็คือโซเดียมไอออน2ไอออนรวมกับซัลเฟตไอออน1ไอออนผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็น0ซึ่งเป็นกร(ง)-ำ(ง)ไฟฟ้าดังนั้นสูตรเอมพิริคัลของโซเดียมซัลเฟตก็คือna(NA)2Ss(O)4นะครับคราวนี้เร-ิ(า)-่าดูตัวอย่างสุดท้ายก-่(-ั)นนะครับอลูมิเนียมไอออนซึ(ที)-่มีประจุบว(+3)-ั3(บ)ไนเตรตไอออนที่มีประจุล(-)1ถ้าให-้ทั-้2ตัวนี้มารวมตัวกันหน(ด้)-่วยอัตราส่วน1ต่อ1ผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็นบ(+)วก2ซึ่งไม่เป็นกร(ง)-ำ(ง)ไฟฟ้าถูกไหมครับแต่ถ้าให-้ด-้วยรวมด้วยอัตราส่วน1ต่อ2ผ-ัร(พ)ม(-์)ของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็ยังคงเป็นบ(+)วก1ซึ่งไม่เป็นกร(ง)ทางไฟฟ้าแต่ถ้าให้รวมตัวด้ยการ…ถจะ(-้า)ให้รวมตัวกันด้วยอัตราส่วน1ต่อ3ผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็น0ซึ่งเป็นกลางทางไฟฟ้าดังนั้นสูตรเอมพิริคัลของอะลูมิเนียมไเตรตก็คือตัวนี้นะครับจะเห็นว่าสำหรับกลุ่มของไอออนต(จ)ะเค(ข)-ียนอยู่ในวงเล็บแล้วก็ตามด้วยตัวเลขห้อยนะครับนอกจากนี้การเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกยังอาจทำได้โดยการไใช(ขว)-้ตัวเลขประจุของไอออนและทำให้ตัวเลขเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำครับเช่นแมกนีเซียมไอออนที่มีประจุ+2กับคลอไรด์ไอออนที่มีประจุ-1เมื่อคูณไขว้ประจุก็จะทำให้ไ(แ)-่ม(กน)-ีเซี-่ยมมีตัวเล-็(ข)ห้อยตัวหนึ่1(ง)ถูกต้องไหมครับส่วนคล(ร)-ีนก็จะมีตัวเลขเป็นห้อย2ดังนั้นสูตรเอมพิริคัลของแมกนีเซียมคอไรด์ก็คือm(M)gc(C)l2ถูกต้องไหมครับคราวนี้มาดูตัวอย่างถัดไปนะครับแมกนีเซียมไอออนที่มีปะจุ+2ก-ับออกไซด์ไอออนที่มีประจุ-2ห(เ)-ื่ด(อ)-ู(-ุ)ณไขว้ประจุแต่ละตัวก็จะมีตัวเลข2ใช่ไหมครับแต่อย่าลืมว่าเราต้องทำให้ตัวเลขตัด(ป็น)อัตราส่วนอย่างต่ำซึ่งอัตราส่วนอย่ต่ำก็คือ1ต่อ1ดังนั้นจะได้สูตรเอมพิริคัลก็คือm(M)go(O)ครับสำหรับตัวอย่างอื่นๆนักเรียนลองทำดูนะครับเริ่มจากโซเดียมไอออนกับซัลเฟส(ต)ไอออนIronครับเมื่อค-ูณไให(ขว)-้ประจุนักเรียนจะได้แบบไหนครับได้แบบนี้ไหมครับดังนั้นสูตรเอมพิริคัลของโซเดียมซัลเฟตคือn(N)a2Ss(O)4ถูกต้องไหมครับส่วนอลูมิเนียมไอออนกับไนเตรตไอออนเมื่อคูณไขว้ประจุได้ตัวเลขไค(ข)ว้เป็นเท่าไรครับได้เหมือนกันไหมครับซึ่งจะได้สูตรเอมพิริคัลเป็นแบบนี้ถูกไหมครับคราวนี้เรางมาทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมกันนะครับโดยข้อแรกให้นักเรียนลองเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารปะกอบไอออนิกจากไอออนที่กำหนดให้ดังต่อไปนี้ครับพ(ต)-ุ่งนี้อาจจะต้องใช้เวลานักเรียนอาจจะหยุดค-ิด(ป)ไว้ก่อนพอทำเสร็จแล้วค่อยมาเร(ล)-ิ-่ม(น)คลิปก(ต)-่อนะครับเอาลน(-่)ะครับเริ่มได้นะครับถ้านักเรียนทำเสร็จแล้วเรามาเฉลยกันนะครับได้เหมือนกันไหมครับไม่ยากใช่ไหมครับเรลอง(า)มาดูข้อต่ถัด(อ)ไปนะครับนักเรียนลองเขียนไอออนที่เป็นองค์ประกอบของสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้ครับเหมือนเดิมครับลองหยุดคิดไว้ก่อนพอทำเสร็จแล้วพ(ค)-่อยมาเล่นคลิปต่อเพร้อมค(-ื)-่อร(ด)-ูเฉลยนะครับถ้-ำ(า)นักเรียนทำเสร็จแล้วเรามาเฉลยกันนะครับเป็นอย่างไรบ้างครับล(พ)ทำได้ไหมครับนักเรียนจะสังเกตว่าแคลเซียมออกไซด์มีไอออนที่เป็นองค์ประกอบ-่(-็)คือแคลเซียม+2กับออกซิเจน-2ไม่ใช่แคลเซียม-1ไม่ใช่แคลเซีจะบ(ย)ก(+)1กับออกซิเจน+(-)1ถู0(ก)ไหมครับนั่นคืออัตราส่วน1ต่อ1ที่เปห(-็)ตัวเลขไข-ึ-่ง(ว้)ไม่แสดงถึงประจุของไอออนที่เป็นองค์ประกอบเสมอไปนะครับสำหรับหัวข้อที่2ที่เราจะเรีอง(ยน)ก็คือเรื่องการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอออนิกครับซึ่งนักเรียนทราบมาแล้วว่าสารประกอบไอออนิกอยู่ในสถานะของแข็งไอออนบวกและไอออนลบจะรียม(ง)ตัวก(ส)ลับอ(ก)-ันตร(ไป)ายต่อเนื่องกันใน3มิติโดยไอออน…โดยไอออนต่างชนิดกันจะดึงดูดกันด้วยพันธะไอออนิกและไอออนแต่ละชนิดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เมื่อสารประกอบไอออนิกได้รับความร้อนพันธะไออนิกบางส่วนจะถูกทำลายและทำให้ไอออนบวกและไอออนลบเคลื่อนที่ได้มากขึ้นครับซึ่งหากอุณหภูมิเพิ่มขึ้นถึงจุดหลอมเหลวก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวและเมื่อได้รับความร้อนต่อไปจนมีอุณหภูมิถึงจุดเดือดว่(ก็)จะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นแก๊สครับถ้านักเรียนจะลองสังเกตดูนะครับในการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอออนิกจากของแข็งเป็นของเหลวหรือแก๊สจะมีการทำลายพันธะไอออนิกซึ่งมีความแข็งแรงมากแต่สำหรับสารโคเวเลนต์เช่นน้ำนักเรียนจำได้รือเปล่ม(า)ครับการเปลี่ยนสถานะไม่ได้มีการทำเป็นการทำลายพันธะโคเวเลนต์ระหว่างไฮโดรเจนกับออกซิเจนภายในโมเลกุลแต่เป็นการทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวและจุดเดือดระหว่างสารประกอบไอออนิกกัและ(บ)สารโคเวเลนต์จะได้ว่าจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกจะมีค่ามากกว่าสารโคเวเลนต์มากเลยครับลองมาดูตัวอย่างกันนะครับเช่นในกรณีของโซเดียมคลอไรด์มีจุดหลอมเหลวที่801องศาเซลเซียสแต่น้ำจะมีจุดหลอมเหลวที่0องศาเซลเซียสและโซเดียมคลอไรด์มีจุดเดือดที่1465องศาเซลเซียสแต่น้ำมีจุดเดือด-ิด(-ี่)100องศาเซลเซียสลองมาดูจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกอื่นๆนะครับเช่นแมกนีเซียมอ(ล)น(ด)-์แคลเซียมอ(ล)น(ด)-์แมกนีเซียมออกไซด์จะเห็นว่าจุดหลอมเหลวและจุดเดือดที่สูงมากเลยนะครับเรามาลองทำแบบฝึกหัดกันนะครับในแบบฝึกหัดนี้จะให้นักเรียนเปรียบเทียบจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสารแต่ละคู่ต่อไปนี้ครับโดยเติมเครื่องหมายน้อยกว่าหรือมากกว่าให้ถูกต้องนะครับนักเรียนลองหยุดค-ิด(ป)ไว้ก่อนหลังจากนั้นก็(พอ)ทำเสร็จแล้วค่อยกลับมาดูเฉลยกันนะครับเฉลยนะครับเราลองมาดูเฉลยกันก-่อ(าร)ทำโจทย์ข้อนี้ก่อนอื่นเราต้องดูก่อนว่าสาอั(รแ)-่ลา(ะ)ชนิดเป็-ี(น)สารประเภทไหนเป็สารประกอบไอออล(น)-ิต(ก)หรือสารโคเวเลนต์โดยเราสามารถพิจารณาได้จากธา-ุองค-์ประกอบได้ครับซึ่งเมื่จากน-ั(อ)-้นเราพิจารณาได้แล้วเราก็จะสามารถเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวแ(ร)-ืะ(อ)จุดเดือดได้ครับในคู่แรกแคลเซียมออกไซด์ละ(-ับ)ไนโตรเจนมอนอกไซด์นักเรียนจะเห็นว่าแคลทรา(เซี)มออกไซด์เป็นสารประเภทไหนครับถูกต้องครับเป็นสารประกอบไอโ(อ)อนิกนะครับเพราะมีทั้งองค์ประกอบ-็นธระกอ(า)ท(-ุ)-ั้งโลหะกับธาละ(ตุ)อโลหะส่วนใ(ไ)โตเจนมย(อ)-์(ก)ซดป(-์)เป็นสารโคเวเลนต์ถูกต้องไหมครับเพราะมีธาตุงค-ุ(-์)ระณ(บ)-์เป็นธาตุอโลหะทั้งหมดดังนั้นจุดหลอมเหลวหรืและ(อ)จุดเดือดของแคลเซียมอกไซ-์จะมากกว่าไนโตรเจนอกไซด์นะครับสำหรับคู่ที่2ลิเทียมคลอไรด์ซึ่งเป็นสารประกอบไอออนิกจะมีจุดหลอมเหลวหรือจุดเดือดที่มากกว่แ(า)ก๊ส(ซ)คลอรีนซึ่งเป็นสารโคเวเลนต์ครับส่วพ(ค)-ู-่สุท้ายแอมโมเนียเป็นสารโคเวเลนต์แต่แอมโมเนียมไนเตรท(ต)เกิดจากแอมโมเนียมไอออนและไนเตรตไอออนดังนั้นแอมโมเนียมนเอออ(ต)รตจึงเป็นสารประกอบไอออนิกจึงมีจุดล้อมเหลวหรือจุดเดือดที่สูงกว่าแอมโมเนียนะครับเรามาสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนที่เราเรีทำ(ยน)กันา(ป)ภายในวันนี้นะครับข้อแรกสารในแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีทั้งสารโคเวเลนต์และสารประกอบไอออนิกสารประกอบไอออนิกประกอบด้วยไอออนบวกที่ยึดเหนี่ยว-ี่ยวก-ับไอออนลบด้วยพันธะไอออนิกโดยไอออนอ(ว)กและไอออนบจัดเรียงต-้(-ั)วสลับกันต่เนื่งไกกำลังภา(ป)ใน3มิติในอัตราส่วนที่ทำให้สารประกอบไอออนิกเป็นกลางทางไฟฟ้าส-ูตรของส-่วน(าร)ประกอบไอออนิกแสดงด้วยส่วนเอมพิริคัลซึ่งแสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนที่เป็นองค์ประกอบจุดห-้(อ)มเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกสูงกว่าสารโคเวเลนต์มากเนื่องจากต้องใช้พลังงานในการทำลายพันธะไอออนิกซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสารโคเวเลนต์สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับสวัสดีครับ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-05-21 14:11:22
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}