Accuracy : 73.11%
Insertion : 234
Deletion : 2235
Substitution : 230
Correction : 7571
Reference tokens : 10036
Hypothesis tokens : 8035
[เสียงดนตรี](คุณครูวัชระ)สวัสดีครับนักเรียนครูวัชระเตียทะสินธ์นะครับวันนี้เรายังอยู่ในก-ันเรื่องของบทที่2เรื่องของน้ำนะครับจ(แ)ต่ะเป็นเรเราจะพูดเรื่องหัวข้ออะไรนั้นไา(ป)ชมกันเลยครับใน-ั่งคล-ิด(ป)ที่เ(แ)ล-้-็ก(ว)เรารู้จักโมเลกุลของน้ำกันแล้วนะครับว่าเป็นสารโคเวเลนต์ในหัวข้อนี้เราจะมาดูสถาน(ร)ที่อื่นๆที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติกันครับโดยจะมี2หัวข้อย่บโ(อย)ด-้วยกันก็คือสารประกอบไอออนิกและการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอโ(อ)อนิกครับน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นน้ำที่ไม่บริสุทธิ์อย่างเช่นในรูปนี้ก็คือน้ำทะเลถูกไหมครับซึ่งก็จะมีท(ส)า-ี-่(ร)อื่นๆเจือปนโดยอาจจะเป็นสารโคเวเลนต์เช่นก๊าซออกซิเจนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรืออาจจะเป็นส-ัต(าร)ว์ที-่อยู-่ใม-ี(น)รูปแบบของไอออนเช่นคลอไรด์ไอออนหรือโซเดียมไอออนครับซึ่งโซเดียมไอออนและคลอไรด์ไอออนจะมีอยู่ปริมาณมากในน้ำทะเลเมื่อระเหยเอาน้ำออกอย่างเช่นในรูปนี้ก็คือการทำนาเกลือนะครับเราก็จะได้เกลือแก(ด)งหรือโซเดียมคลอไรด์ซึ่งจัดเป็นสารประกอบอีกประเภทหนึ่งที่แตกต่างจากสารโคเวเลนต์ครับเราเรียกสารประกอ-ี-่(บ)ประเภทนี้วศ(-่)าล(")สารประกอบไอออนิก"สารประกอบไอออนิกประกอบด้วยไอออนบวกที่ยึดเหก(น)-ี่ยวกับไอออนลบด้วยพันทาง(ธะ)เคม-ีที่เร-ียกว่า"พันธะไอออนิก"ครับโดยไอออนบวกและไอออนลบจะเรียงตัวสลับก-ัาร(น)ต่อเนื่องกันไปใน3มิติด้วยอัตราส่วนของไอออนที่ทำให้สารประกอบไอออนิกเป็นการน(ท)-ำไฟฟ้าครับอย่างเช่นเกลือแกงหรือโซเดียมหรือคลอไรด์จะประกอบด้วยโซเดียมไอออนที(ซึ)-่งเปมี(-็น)ประจุบวกที่มีประจุบ(+)วก1และคข-้(ล)อไใ(ร)ด-์ไอออนซึ่งเป็นไอออนลบที่มีประจุ-ดหน(1ซ)-ึ่งทำให้เป็นการน(ท)-ำไฟฟ้าจากที่ทราบมาแล้วนะครับว่าสารประก-ั(อ)บไอออนิกเกิดจากการจัดเรียงตัวของไอออนที่เป็นองค์ประกอบต่อเนื่องกัภาย(นไป)ใน3มิติดังนั้นจึงไม่สามารถหาขอบเขตได้แน่นอนจึงไม่จัดเป็นโมเลกุลและไม่สามารถเขียนสูตรโมเลกุลได้ครับดังนั้นสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกจึงเขียนเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนที่เราเรียกว่า"สูตรเอมพิริคัล"ครับการเขียนสูตรเอมพิริคัลทำได้โดยเขียนสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าแร-ับ(ละ)ตามด้วยสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนลบและเขียนตัวเลขห้อยท้ายของสัญลักษณะ(-์)ของธาตุแต่ละชนิดเพื่อแสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนในการรวมตัวโดยค่าตัวเลขห้อยเป็นเลข1เราจะละไว้ไม่เขียนแสดงอย่างเช่นในกรณีของเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์โซเดียมไอออนยึดเช(ห)-่นเด-ี-่ยวกับคลอไรด์ไอออนการเขียนส-่วนเคมีของเกลือแก-ูตร(ง)จะเริ่มต้นจากเขียนสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนบวกในที่นี้คืออะไรครับใช่ครับNaส่วนสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนลบเราก็จะเขียนว่า"Cl"ถูกไหมครับก็(จะ)เห็นว่าไม่เขียนแสดงประจุบวกและประจุลบนะครับจากนั้นพิจารณาตัวเลขห้อยท้ายเนื่องจากโซเดียมไอออนมีประจุบ(+)วก1ส่วนคลอไรด์ไอออนมีประจุ-ลบ(1)หนึ่งถ้าจะเป็นการทำไฟฟ้าจะต้องมีผลรวมของประจุเป็น0เพราะฉะนั้นจึงจะต้องรวมด้วยอัตราส่วน1ต่อ1ครับแจาก(ต่)ตัวเลขห้อย1เราไม่แสดงดังนั้นสูตรเคมีของเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ก็คือn(N)ac(C)lครับในชีวิตประจำวันอ(น)อกจากเกลือแกงแล้วเรายังพบสารประกอบไอออนิกอีกมากมายอบ(ห)ลายชนิดเช่นโซเดียมค(ฟ)ล-ูออไรด์ในยาสีฟันโซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟเมืต(-่)อสารเหล่น(า)นี้ละลายน้ำเรา(จ)ะอยู่ในรูปของไอออนซึ่งไอออนที่ละลายน้ำอาจจะเป็นไอออนที่เกิดจากอะตอมของธาตุเดียวหรือกลุ่มอะตอมนักเรียนดูที่ครูชี้นะครับโซเดียมไอออนและฟลูออไรด์ไอออนเป็นไอออนที่เกิดจากอะตอมของธาตุเดียวส่วนไฮคา(ด)ร-์บอน(ก)ไซดเ(-์)ป็นไอออนเป็นไอออนที่เกิดจากกลุ่มอะตอมนอกจากนี้ยังมีไอออนที่พบอยู่ในชีวิตประจำวันอื่นๆอีกเช่นแมกนีเซียมไอออนออกไซด์ไอออนฟอสเฟตไอออนถ้าสังเกตจำนวนประจุบวกถ้าอ(ส)-ังเกตจำนวนประจุนี่จะพฤษผม(บ)ว่าไม่ได้มีแค่ไอออนที่เป็นประจุบ(+)วก1และ-1ลบหนึ่งเท่านั้นแต่ยังพบไอออนที่มีประจุอื่นๆเช่นแคลเซียมไอออนที่มีประจุ+2ฟอสเฟตไอออนมีประจุ-3คราวนี้นักเรียนลองสังเกตแล-้(ะ)วบอกครูสิครับว่าไอออนบวกและไอออนลบมาจากธาตุชนิดไหนครับโลหะหรืออโลหะจะเห็นว่าไอออนบวกส่วนใหญ่มาจากคธ(-่)าตุที่เป็นโลหะแต่บางกรณีก็เกิดอาจจะเกิดจากธาตุที่เป็นอโลหะได้ครับเช่นกรณีของแอมโมเนียมไอออนส่วนไอออนลบได้มาจากธาตุที่เป็นอโลหะเพราะฉะนั้นจะสังเกตง่ายๆว่าสารใดเป็นสารประกอบไอโ(อ)อนิกก็สามารถพิจารณาได้จากธาตุองค์ประกอบครับถ้ามีธาตุที่เป็นอโลหะกับอโลหะส่วนใหญ่ก็จะเป็นสารประกอบไอออนิกนะครับซึ่งจะแตกต่างจากสารโคเวเลนต์ซึ่งธาตุที่มารวมกันนี่ส่วนใหญ่จะเป็นธาตุอโลหะครับหลังจากที่เรารู้จักไอออนในชีวิตประจำวันกันไปแล้วนะครับคราวนี้เราลองมาดูการเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากไอออสารประกอบ(น)เหล่านี้กันครับเข(ร)-้าร่วมาดูกันที่แมกนีเซียมไอออนนะคร-ับก-ับคลอไรด์ไอออนถ้าเรา…ถ้าเราให้แมกนีเซียมไอออนที่มีประจุบ(+)วก2กับคลอไรด์ไอออนที่มีประจุล(-)1บหนึ่งมารวมตัวกันด้วใน(ย)อัตราส่วน1ต่อ1ผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับจะเห็นว่าไม่เป็นการทำไฟฟ้าถูกต้องไหมครับผลรวมของประจุจะเป็นบ(+)วก1แท(ต)-่ถ้าเรอ(า)ให้รวมด้วยอัตราส่วน1ต่อ2ล่ะครับคือแมกนีเซียมไอออน1ไอออนกับคลอไรด์ไอออน2ไอออนผลรวมประจุจะเป็นอย่างไรครับจะเห็นว่าผลรวมขอบ(ง)ประจุจต-ู(ะ)เป็น0ซึ่งเป็นการทำไฟฟ้าใช่ไหมครับดังนั้นสูตรเอมโท(พิ)ริโกะค-ัลขอมไ(งแ)ม-่ม(กน)-ีเส(ซ)-ียมคง(ล)อไรดอกมา(-์)ก็คือMG(g)CL(l)2ครับครตอน(าว)นี้เรามาดูตัวอย่างถัดไป-้ายนะครับโซเดียมไอออนที่มีประจุบ(+)วก1และซัลเฟตไอออนที่มีประจุล(-)บ2ถ้าให้รวมตัวกันด้วยอัตราส่วน1ต่อ1ผลรวม-่(ค)วามขอ(จุ)งประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็น-1ซึ่งไม่เป็นการ…ซึ่งไม่เป็นกลางทางไฟฟ้าถูกไหมครับแต่ให้…ถ้าให้รวง(ม)การ(-ัน)ด้วยอัตราส่วน1(2)ต่อ1ก็คือโซเดียมไอออน2ไอออนรวมกับซัลเฟตไอออน1ไอออนผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็น0ซึ่งเป็นกลาร(ง)ทา-ำ(ง)ไฟฟ้าดังนั้นสูตรเอมพิริคัลของโซเดียมซัลเฟตก็คือna(NA)2Ss(O)4นะครับคราวนี้เร-ิ(า)-่มมาดูตัวอย่างสุดท้ายก-่(-ั)อนนะครับอะลูมิเนียมไอออนซึ(ที)-่งมีประจุบว(+3)ก-ั3(บ)ไนเตรตไอออนที่มีประจุล(-)บ1ถ้าให-้ทั-้ง2ตัวนี้มารวมตัวกันหน(ด้)-่วยอัตราส่วน1ต่อ1ผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็นบ(+)วก2ซึ่งไม่เป็นกลาร(ง)ทา-ำ(ง)ไฟฟ้าถูกไหมครับแต่ถ้าให-้ด-้วยรวมด้วยอัตราส่วน1ต่อ2ผลล-ัร(พ)ธวม(-์)ของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็ยังคงเป็นบ(+)วก1ซึ่งไม่เป็นกลาร(ง)ทางไฟฟ้าแต่ถ้าให้รวมตัวด้วยการ…ถจะ(-้า)ให้รวมตัวกันด้วยอัตราส่วน1ต่อ3ผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็น0ซึ่งเป็นกลางทางไฟฟ้าดังนั้นสูตรเอมพิริคัลของอะลูมิเนียมไนเตรตก็คือตัวนี้นะครับจะเห็นว่าสำหรับกลุ่มของไอออนต(จ)ะเค(ข)-ียนอยู่ในวงเล็บแล้วก็ตามด้วยตัวเลขห้อยนะครับนอกจากนี้การเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกยังอาจทำได้โดยการไใช(ขว)-้ตัวเลขประจุของไอออนและทำให้ตัวเลขเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำครับเช่นแมกนีเซียมไอออนที่มีประจุ+2กับคลอไรด์ไอออนที่มีประจุ-1เมื่อคูณไขว้ประจุก็จะทำให้ไ(แ)ม-่ม(กน)-ีเซี-่ยมมีตัวเล-็(ข)กห้อยตัวหนึ่1(ง)ถูกต้องไหมครับส่วนคลอล(ร)ล-ีนก็จะมีตัวเลขเป็นห้อย2ดังนั้นสูตรอเอมพิริคัลของแมกนีเซียมคลอไรด์ก็คือm(M)gc(C)l2ถูกต้องไหมครับคราวนี้มาดูตัวอย่างถัดไปนะครับแมกนีเซียมไอออนที่มีประจุ+2ก-ับออกไซด์ไอออนที่มีประจุ-2ห(เ)ม-ื่ด(อ)ค-ู(-ุ)ณไขว้ประจุแต่ละตัวก็จะมีตัวเลข2ใช่ไหมครับแต่อย่าลืมว่าเราต้องทำให้ตัวเลขเตัด(ป็น)อัตราส่วนอย่างต่ำซึ่งอัตราส่วนอย่างต่ำก็คือ1ต่อ1ดังนั้นจะได้สูตรเอมพิริคัลก็คือm(M)go(O)ครับสำหรับตัวอย่างอื่นๆนักเรียนลองทำดูนะครับเริ่มจากโซเดียมไอออนกับซัลเฟส(ต)ไอออนIronครับเมื่อคร-ูณไให(ขว)-้ประจุนักเรียนจะได้แบบไหนครับได้แบบนี้ไหมครับดังนั้นสูตรเอมพิริคัลของโซเดียมซัลเฟตคือn(N)a2Ss(O)4ถูกต้องไหมครับส่วนอะลูมิเนียมไอออนกับไนเตรตไอออนเมื่อคูณไขว้ประจุได้ตัวเลขไค(ข)ว้เป็นเท่าไรครับได้เหมือนกันไหมครับซึ่งจะได้สูตรเอมพิริคัลเป็นแบบนี้ถูกไหมครับคราวนี้เราลองมาทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมกันนะครับโดยข้อแรกให้นักเรียนลองเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกจากไอออนที่กำหนดให้ดังต่อไปนี้ครับพ(ต)ร-ุ่งนี้อาจจะต้องใช้เวลานักเรียนอาจจะหยุดคล-ิด(ป)ไว้ก่อนพอทำเสร็จแล้วค่อยมาเร(ล)-ิ-่ม(น)คลิปก(ต)-่อนะครับเอาลน(-่)ะครับเริ่มได้นะครับถ้านักเรียนทำเสร็จแล้วเรามาเฉลยกันนะครับได้เหมือนกันไหมครับไม่ยากใช่ไหมครับเรลอง(า)มาดูข้อต่ถัด(อ)ไปนะครับนักเรียนลองเขียนไอออนที่เป็นองค์ประกอบของสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้ครับเหมือนเดิมครับลองหยุดคิดไว้ก่อนพอทำเสร็จแล้วพ(ค)-่อยมาเล่นคลิปต่อเพร้อมค(-ื)-่อร(ด)-ูเฉลยนะครับถ้ท-ำ(า)นักเรียนทำเสร็จแล้วเรามาเฉลยกันนะครับเป็นอย่างไรบ้างครับล(พ)องทำได้ไหมครับนักเรียนจะสังเกตว่าแคลเซียมออกไซด์มีไอออนที่เป็นองค์ประกอบกว-่(-็)าคือแคลเซียม+2กับออกซิเจน-2ไม่ใช่แคลเซียม-1ไม่ใช่แคลเซีจะบ(ย)มวก(+)1กับออกซิเจน+(-)1ถู0(ก)ไหมครับนั่นคืออัตราส่วน1ต่อ1ที่เปห(-็)นตัวเลขไข-ึ-่ง(ว้)ไม่แสดงถึงประจุของไอออนที่เป็นองค์ประกอบเสมอไปนะครับสำหรับหัวข้อที่2ที่เราจะเรีสอง(ยน)ก็คือเรื่องการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอออนิกครับซึ่งนักเรียนทราบมาแล้วว่าสารประกอบไอออนิกอยู่ในสถานะของแข็งไอออนบวกและไอออนลบจะเตรียม(ง)ตัวก(ส)ลับอ(ก)-ันตร(ไป)ายต่อเนื่องกันใน3มิติโดยไอออน…โดยไอออนต่างชนิดกันจะดึงดูดกันด้วยพันธะไอออนิกและไอออนแต่ละชนิดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เมื่อสารประกอบไอออนิกได้รับความร้อนพันธะไอออนิกบางส่วนจะถูกทำลายและทำให้ไอออนบวกและไอออนลบเคลื่อนที่ได้มากขึ้นครับซึ่งหากอุณหภูมิเพิ่มขึ้นถึงจุดหลอมเหลวก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวและเมื่อได้รับความร้อนต่อไปจนมีอุณหภูมิถึงจุดเดือดว่(ก็)าจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นแก๊สครับถ้านักเรียนจะลองสังเกตดูนะครับในการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอออนิกจากของแข็งเป็นของเหลวหรือแก๊สจะมีการทำลายพันธะไอออนิกซึ่งมีความแข็งแรงมากแต่สำหรับสารโคเวเลนต์เช่นน้ำนักเรียนจำได้ไหรือเปล่ม(า)ครับการเปลี่ยนสถานะไม่ได้มีการทำ…เป็นการทำลายพันธะโคเวเลนต์ระหว่างไฮโดรเจนกับออกซิเจนภายในโมเลกุลแต่เป็นการทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวและจุดเดือดระหว่างสารประกอบไอออนิกกัและ(บ)สารโคเวเลนต์จะได้ว่าจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกจะมีค่ามากกว่าสารโคเวเลนต์มากเลยครับลองมาดูตัวอย่างกันนะครับเช่นในกรณีของโซเดียมคลอไรด์มีจุดหลอมเหลวที่801องศาเซลเซียสแต่น้ำจะมีจุดหลอมเหลวที่0องศาเซลเซียสและโซเดียมคลอไรด์มีจุดเดือดที่1465องศาเซลเซียสแต่น้ำมีจุดเดือดทต-ิด(-ี่)100องศาเซลเซียสลองมาดูจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกอื่นๆนะครับเช่นแมกนีเซียมคอ(ล)อนไรลน(ด)-์แคลเซียมคอ(ล)อนไรลน(ด)-์แมกนีเซียมออกไซด์จะเห็นว่าจุดหลอมเหลวและจุดเดือดที่สูงมากเลยนะครับเรามาลองทำแบบฝึกหัดกันนะครับในแบบฝึกหัดนี้จะให้นักเรียนเปรียบเทียบจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสารแต่ละคู่ต่อไปนี้ครับโดยเติมเครื่องหมายน้อยกว่าหรือมากกว่าให้ถูกต้องนะครับนักเรียนลองหยุดคล-ิด(ป)ไว้ก่อนหลังจากนั้นก็(พอ)ทำเสร็จแล้วค่อยกลับมาดูเฉลยกันนะครับเฉลยนะครับเราลองมาดูเฉลยกันก-่อ(าร)นทำโจทย์ข้อนี้ก่อนอื่นเราต้องดูก่อนว่าสาอั(รแ)ต-่ลรา(ะ)ชนิดเป็ม-ี(น)สารประเภทไหนเป็นสารประกอบไอออผล(น)-ิต(ก)หรือสารโคเวเลนต์โดยเราสามารถพิจารณาได้จากธาต-ุองค-์ประกอบได้ครับซึ่งเมื่จากน-ั(อ)-้นเราพิจารณาได้แล้วเราก็จะสามารถเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวหแ(ร)-ืละ(อ)จุดเดือดได้ครับในคู่แรกแคลเซียมออกไซด์กและ(-ับ)ไนโตรเจนมอนอกไซด์นักเรียนจะเห็นว่าแคลทรา(เซี)ยมออกไซด์เป็นสารประเภทไหนครับถูกต้องครับเป็นสารประกอบไอโ(อ)อนิกนะครับเพราะมีทั้งองค์ประกอบเป-็นธระกอ(า)ตบท(-ุ)-ั้งโลหะกับธาและ(ตุ)อโลหะส่วนใ(ไ)นโตรเจนมถย(อ)นอต-์(ก)ไซดป(-์)เป็นสารโคเวเลนต์ถูกต้องไหมครับเพราะมีธาตุองค-ุ(-์)ประกอรณ(บ)-์เป็นธาตุอโลหะทั้งหมดดังนั้นจุดหลอมเหลวหรืและ(อ)จุดเดือดของแคลเซียมออกไซด-์จะมากกว่าไนโตรเจนมอนอกไซด์นะครับสำหรับคู่ที่2ลิเทียมคลอไรด์ซึ่งเป็นสารประกอบไอออนิกจะมีจุดหลอมเหลวหรือจุดเดือดที่มากกว่แ(า)ก๊าส(ซ)คลอรีนซึ่งเป็นสารโคเวเลนต์ครับส่วนพ(ค)-ู-่สุดท้ายแอมโมเนียเป็นสารโคเวเลนต์แต่แอมโมเนียมไนเตรท(ต)เกิดจากแอมโมเนียมไอออนและไนเตรตไอออนดังนั้นแอมโมเนียมไนเอออ(ต)รตจึงเป็นสารประกอบไอออนิกจึงมีจุดล้อมเหลวหรือจุดเดือดที่สูงกว่าแอมโมเนียนะครับเรามาสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนที่เราเรีทำ(ยน)กันไมา(ป)ภายในวันนี้นะครับข้อแรกสารในแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีทั้งสารโคเวเลนต์และสารประกอบไอออนิกสารประกอบไอออนิกประกอบด้วยไอออนบวกที่ยึดเหนี่ยวเก-ี่ยวก-ับไอออนลบด้วยพันธะไอออนิกโดยไอออนบอ(ว)กและไอออนลบจัดเรียงต-้(-ั)วสลับกันต่อเนื่องไกกำลังภา(ป)ยใน3มิติในอัตราส่วนที่ทำให้สารประกอบไอออนิกเป็นกลางทางไฟฟ้าส-ูตรของส-่วน(าร)ประกอบไอออนิกแสดงด้วยส่วนเอมพิริคัลซึ่งแสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนที่เป็นองค์ประกอบจุดหล-้(อ)มเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกสูงกว่าสารโคเวเลนต์มากเนื่องจากต้องใช้พลังงานในการทำลายพันธะไอออนิกซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสารโคเวเลนต์สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับสวัสดีครับ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-05-21 14:11:22
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}