Accuracy : 65.86%
Insertion : 371
Deletion : 2680
Substitution : 375
Correction : 6981
Reference tokens : 10036
Hypothesis tokens : 7727
[เสียงดนตรี](คุณครูวัชระ)สวัสดีครับนักเรียนครูวัชระสละเส(ต)-ียทะสิภาษี(นธ์)นะครับวันนี้เรายังอยู่ในกันเรื่องขหย(อ)งบทที่-ุด(2)เรื่องของน้ำนะครับแต่เราจะพูดเรื่องหัวข้ออะไรนั้นไา(ป)ชมกันเลยครับใน-ั่งคล-ิด(ป)ที่เ(แ)ล-้-็ก(ว)เรารู้จักโมเลกุลของน้ำกันแล้วนะครับว่าเป็นสารโคเวเลนต์ในหัวข้อนี้เราจะมาดูสถาน(ร)ที่อื่นๆที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติกันครับโดยจะมี2หับก(วข)-้อย่อยด้วยกันก็คือสารประกอบไอออนิกและการเปลี่สัพเพ(ยน)ส-ั(ถ)ตตานะของสารประกอบไอโ(อ)อนิกครับน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นน้ำที่ไม่บริสุทธิ์อย่างเช่นในรูปน-ั(-ี)-้กน(-็)คือน้ำทะเลถูกไหมครับซึ่งก็จะมีท(ส)า-ี-่(ร)อื่นๆเจือปนโดยอาจจะเป็นสารโคเวเลนต์เช่นก๊าซออกซิเจนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรืออาจจะเป็นส-ัต(าร)ว์ที-่อยู-่ใม-ี(น)รูปแบบของไอออนเช่นคลอไรด์ไอออนหรือโซเดียมไอออนครับซึ่งโซเดียมไอา(อ)อนและคลอไรด์ไอออนจะมีอยูกไ(-่)ปริม-ัน(าณ)มากในน้ำทะเลเมื่อระเหยเอาน้ำออกอย่างเช่นในรูปนี้ก็คือการทำนาเกลือนะครับเราก็จะได้เกลือแก(ด)งหรือโซเดียมคลอไรด์ซึ่งจัดเป็นสารประกอบอีกประเภทหนึ่งที่แตกต่างจากสารโคเวเลนต์ครับเราเรียกสารประกอ-ี-่(บ)ประเภทนี้วศ(-่)าล(")สารประกอบไอออนิก"ก(ส)ารประกอบไอออนิกประกอบด้วยไอออนบวกที่ยึดเหก(น)-ี่ยวกับไอออนลบด้วยพันทาง(ธะ)เคม-ีที่เร-ียกว่า"พันธะไอออนิก"ครับโดยไอออนบวกและไอออนลบจะเรียงตัวสลับก-ัาร(น)ต่อเนื่องกันไปในส(3)ามม-ิติด้วยอัตราส่วนของไอออนที่ทำให้สารประกอบไอออนิกเป็นการน(ท)-ำไฟฟ้าครับอย-่างเช่นเกลือแด-ั(ก)งหรือโซเดียมคลอไรด์จะประกอบด้วยโซเดียมไอออนที(ซึ)-่งเปมี(-็น)ประจุบวกที่มีประจุบ(+)วก1และคข-้(ล)อไใ(ร)ด-์ไอออนซึ่งเป็นไอออนลบที่มีประจุ-ดหน(1ซ)-ึ่งทำให้เป็นการน(ท)-ำไฟฟ้าจากที่ทราบมาแล้วนะครับว่าสารปรา(ะ)กล(อ)-ับไอออที-่(น)-ิกเกิ3(ด)จากการจัดเรียงตัวของไอออนที่เป็นองค์ประกอบต่อเนื่องกัภาย(นไป)ใน3มิติดังนั้นจึงไม่สามารถหาขอบเขตได้แน่นอนจึงไม่จัดเป็นโมเลกุลและไม่สามารถเขียนสูตรโมเลกุลได้ครับดังนั้นสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกจึงเขียนเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนที่เราเรียกว่า"สูตรเอมพิริคัล"ครับการเขียนสูตรเอมพิริคัลทำได้โดยเขียนสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าแร(ล)ะEmpressตามด้วยสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนลบและเขียนตัวเลขห้อยท้ายของสัญลักษณะ(-์)ของธาตุแต่ละชนิดเพื่อแสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนในการรวมตัวโดยค่าตัวเลขห้อยเป็นเลข1เราจะรั(ละ)-้งไว้ไม่เขียนแสดงอย่างเช่นในกรณีของเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์โซเดียมไอออนยึดเช(ห)-่นเด-ี-่ยวกับคลอไรด์ไอออนการเขียนส่วนเคมีของเกลือแกงจะเริ่มต้นจากเขียนสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออนบวกในที่นี้คืออะไรครับใช่ครับNaสเป็(-่ว)นAสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นไอออารม(น)ลณ-์(บ)เราก็จะเขียนว่า"ClL(")ถูกไหมครับก็(จะ)เห็นว่าไม่เขียนแสดงประจุบวกและประจุลบนะครับจะมากนั้นพิจารณาตัวเลขด(ห)-้ว(อ)ยทค(-้)า-่ะ(ย)เนื่องจากโซเดียมไอออนมีประจุบ(+)วก1ส่วนคลอไรด์ไL(อ)อion(อน)มีประจุ-ลบ(1)หนึ่งถ้าจะเป็นการทำไฟฟ้าจะต้องมีผลรวมของประจุเป็น0เพราะฉะนั้นจึงจะต้องรวมด้วยอัตราอนห(ส่ว)น1-ึ(ต)-่อง(1)ครับแจาก(ต่)ตัวเลขห้อย1เราไม่แสดงดังนั้นสูตรเคมีของเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ก็คือn(N)ac(C)lครับในชีวิตประจำวันอ(น)อกจากเกลือแกงแล้วเรายังพบสารประกอบไอออนิกอีกมากมายอบ(ห)ลายชนิดเช่นโซเดียมค(ฟ)ล-ูออไรด์ในยาสีฟันโซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟเมืต(-่)อสารเหล่น(า)นี้ละลายน้ำเรา(จ)ะอยู่ในรูปของไอออนซึ่งไอออนทีกินอ(-่ล)ะลไร(าย)น้ำอาจจะเป็นไอออนที่เกิดจากอะตอมของธาตุเดียวหรือกลุ่มอะตอมนักเรียนดูที่ครูชี้นะครับโซเดียมไอออนและฟลูออไรด์ไอออนเป็นไอออนที่เกิดจากอะตอมของธาตุเดียวส่วนไฮคา(ด)รอกไซด-์ไอบ(อ)อนไดเป็นไอออนที่เกิดจากกลุ่มอะตอมนอกจากนี้ยังมีไอออนที่พบอยู่ในชีวิตประจำวันอื่นๆอีกเช่นแมกนีเซียมไอออนออกไซด์ไอออนฟอสเฟตไอออนถ้าสังเกตจำนวนประจุบวกถ้าอ(ส)-ังเกตจำนวนประจุนี่จะพฤษผม(บ)ว่าไม่ได้มีแค่ไอออนที่เป็นประจุบ(+)วก1และ-1ลบหนึ่งเท่านั้นแตระ(-่)ยอ(-ั)งพบไอออนที่มีประจุอื่นๆเช่นแคลเซียมไอออนที่มีประจุ+2ฟอสเฟตไL(อ)อion(อน)มีประจุ-3ครลบ3(า)วนี้นักเรียนลองสังเกตแล-้(ะ)วบอกครูสิครับว่าไอออนบวกและไอออนลบมาจากธาตุชนิดไหนครับโลหะหรืออโลหะจะเห็นว่าไอออนบวกส่วนใหญ่ม-ักมาจากคธ(-่)าตุที่เป็นโลหะแต่บางกรณีก็เกิดอาจจะเกิดจากธาตุที่เป็นอโลหะได้ครับเช่นกรณีของแอมโมเนียมไอออนส่วนไอออนลบได้มาจากธาตุที่เป็นอโลหะเพราะฉะนั้นจะสังเกตง่ายๆว่าสารใดเป็นสารประกอบไอโ(อ)อนิกก็สามารถพิจารณาได้จากธาตุองค์ประกอบครับถ้ามีธาตุที่เป็นอโลหะกับอโลหะส่วนใหญ่ก็จะเป็นสารประกอบไอออนิกนะครับซึ่งจะแต-ุ๊กต-่างจากสารโคเวเลนต์ซึ่งอ(ธ)าตุท-ี-ิ(-่)มารวมกันนี่ส่วนใหญ่จะเป็นธาตุอโลหะครับหลังจากที่เรารู้จักไอออนในชีวิตประจำวันกันไปแล้วนะครับคราวนี้เราลองมาดูการเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกรRegalที่เกิดจากไอออสารประกอบ(น)เหล่านี้กันครับเข(ร)-้าร่วมาดูกันที่แมกนีเซียมไอออนนะคร-ับก-ับคลอไรด์ไอออนถ้าเรา…ถ้าเราให้แมกนีเซียมไอออนที่มีประจุบ(+)วก2กับคลอไรด์ไอออนที่มีประจุล(-)1บหนึ่งมารวมตัวกันด้วใน(ย)อัตราส่วน1ต่อ1ผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับก็(จะ)เห็นว่าไม่เป็นการทำไฟฟ้าถูกต้องไหมครับผลรวมของประจต-ู(-ุ)จะเป็นบ(+)วก1แท(ต)-่ถ้าเรอ(า)ให้รวมด้วยอัตราส-่วน1ตอส(-่)อง(2)ล่ะครับคือแมกนีเซียมไอออน1ไอออนกับคลอไรด์ไอออน2ไอออนผลรวมประจุจะเป็นอย่างไรครับจะเห็นว่าผลรวมขอบ(ง)ประจุจต-ู(ะ)เป็นส(0)-ูงซึ่งเป็นการทำไฟฟ้าใช่ไหมครับดังนั้นสูตรเอมโท(พิ)ริโกะค-ัลขอมไ(งแ)ม-่ม(กน)-ีเส(ซ)-ียมคง(ล)อไรดอกมา(-์)ก็คือMgCcl2ครับครตอน(าว)นี้เรามาดูตัวอย่างถัดไป-้ายนะครับโซเดียมไอออนที่มีประจุบ(+)วก1และซัลเฟตไอออนที่มีประจุล(-)บ2ถ้าให้รวมตัวกันด้วยอัตราส่วน1ต่อ1คน(ผล)รวม-่(ค)วามขอ(จุ)งประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็น-1ซึ่งไม่เป็นการ…ซึ่งไม่เป็นกลางทางไฟฟ้าถูกต(ไ)หม-้องนะครับแต่ให้…ถ้าให้รวง(ม)การ(-ัน)ด้วยอัตรอน(า)ส-่วด(น)2ต่0(อ)1ก9(-็)คือโซเดียมไอออน2ไอออนรวมกับซัลเฟตไอออน1ไอออนผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็น0ซึ่งเป็นกลาร(ง)ทา-ำ(ง)ไฟฟ้าดังนั้นสูตรอ(เ)ะตอมพิริคัลของโซเดียมซัลเฟตก็คือna(NA)2Ss(O)4นะครับคราตอน(ว)นี้เรามาด-ิ่มกล-ั(-ู)วตัวอย่างสุดท้ายก-่(-ั)อนนะครับอะลูมิเนียมไอออนซึ(ที)-่งมีประจุบว(+3)ก-ั3(บ)ไนเตรตไอออนที่มีประจุล(-)บ1ถ้าให-้ทั-้ง2ตัวนี้มารวมตัวกันหน(ด้)-่วยอัตราส่วน1ต่อ1ผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็นบ(+)วก2ซึ่งไม่เป็นกลาร(ง)ทา-ำ(ง)ไฟฟ้าถูกไหมครับแต่ถ้าให-้ด-้วยรวมด้วยอัตราส่วน1ต่อ2ผลล-ัร(พ)ธวม(-์)ของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็ยังคงเป็นบ(+)1วกหนึ่งซึ่งไม่เป็นกลาร(ง)ทางไฟฟ-้าแต่ถ-้าให้รวมตัวได้วยการ…ถจะ(-้า)ให้รวมตัวกันด้วยอัตราส่วน1ต่อ3ผลรวมของประจุจะเป็นอย่างไรครับผลรวมของประจุก็จะเป็นส(0)-ูตรซึ่งเป็นกลาร(ง)ทา-ำ(ง)ไฟฟ้าดังนั้นสูตรเอมพิริคัลของอะลูมิเนียมไนเตรตก็คือตัวนี้นะครับจะเห็นว่าสำหรับกลุ่มของไอออนต(จ)ะเค(ข)-ียนอยู่ในวงเล็บแล้วก็ตามด้วยตัวเลขให้อยนะครับนอกจากนี้การเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกยังอาจทำได้โดยการไใช(ขว)-้ตัวเลขประจุของไอออนและทำให้ตัวเลขเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำครับเช่นแมกนีเซียมไอออนที่มีประจุ+2กับคละค(อไ)รด์ไอออนLion(ที่)มีประจุล(-)บ1เมื่อคูณไขว้ประจุก็จะทำให้ไ(แ)ม-่ม(กน)-ีเซี-่ยมมีตัวเล-็(ข)กห้อยตัวหนึ่งถูกต้องไหมครับส่วนคลอล(ร)ล-ีนก็จะมีตัวเลขเป็นห้อย2ดังนั้นสูตรเอเมพิริคัลของแมกนีเซกาโน่หอ(-ีย)มคลอไรด์ก็คือหมm(M)gc(C)l2ถูกต้องไหมครับครตอน(าว)นี้ป(ม)าดระย(-ู)-ุทธ์ตัวอย่างถัดไปนะครับแมกนีเซียมไอออนที่มีประจุ+2กล(-ั)บออกไซด์ไอออนที่มีประจุ-2ห(เ)ม-ื่ด(อ)ค-ู(-ุ)ณไขว้ประจุแต่ละตัวก็จะมีตัวเลข2ใช่ไหมครับแต่อย่าลืมว่าเราต้องทำให้ตัวเลขเตัด(ป็น)อัตราส่วนอย่างต่ำซึ่งอัตราส่วนอย่างต่ำก็คือ1ต่อ1ดังนั้นจะได้สูตรเอมพempi(-ิ)ริคัrical(ล)ก็คือm(M)go(O)ครับสำหรับตัวอย่างอื่นๆนักเรียนลองทำดูนะครับเริ่มจากโซเดียมไอออนกัปต(บซ)-ัน(ล)เฟตไสI(อ)อron(อน)ครับเมื่อคร-ูณไให(ขว)-้ประจุนักเรียนจะได้แบบไหนครับได้แบบนี้ไหมครับดังนั้นสูตรเอมemp(พ)-ิริคirical(-ัล)ของโซเดียมซัลเฟตคือn(N)a2Ss(O)4ถูกต้องไหมครับส่วนอะลูมิเนียมไอออนกับไนเตรตไอออนเมื่อคูณไขว้ประจุได้ตัวเลขไค(ข)วา(-้)ยเป็นเท่าไหร-่ครับได้เหมือนกันไหมครับซึ่งจะได้สูตรเอมพิempir(ร)-ิical(คัล)เป็นแบบนี้ถูกไหมครับคตอน(ราว)นี้เราลองมาทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมกันนะครับโดยข้อแรกให้นักเรียนลองเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออน-ิกจากไอออMBK(น)ที่กำหนดให้ดังต่อไปนี้ครับพ(ต)ร-ุ่งนี้อาจจะต้องใช้เวลานักเรียนอาจจะหยุดคล-ิด(ป)ไว้ก่อนพอทำเสร็จแล้วค่อยมาเล่นคลเก(-ิ)ปมก(ต)-่อนะครับเอาลน(-่)ะครับเริ่มได้นะครับถ้านักเรียนทำเสร็จแล้วเรามาเฉลยกันนะครับได้เหมือนกันไหมครับไม่ยากใช่ไหมครับเรลอง(า)มาดูข้อต่ถัด(อ)ไปนะครับนักเรียนลองเขียนไอออนที่เป็นองค์ประกอบของสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้ครับเหมือนเดิมครับลองหยุดคิดไว้ก่อนพอทำเสร็จแล้วค่อยมาเล่นคลิปตส(-่)อบ(เ)พร้(-ื่)อม(ด)คร-ูเฉลยนะครับถ้านักเรี-ิ(ย)นทำเสร็จแล้วเรามาเฉลยกันนะครับเป็นอย่างไรบ้างครับล(พ)องทำได้ไหมครับนักเรียนจะสังเกตว่าแคลเซียมออกไซด์มีไอออนที่เป็นองค์ประกอบกว-่(-็)าคือแคลเซียม+2กับออกซิเจน-2ไม่ใช่แคCa(ล)เซียlcium(ม)-1ไม่ใช่แคลเซีขาจ(ย)มะบ(+)วก1กับออกซิเจน+(-)1ถู0(ก)ไหมครับนั่นคืออัตราส่วน1ต่อ1ที่เปห(-็)นตัวเลขไข-ึ-่ง(ว้)ไม่แสดงถึงประจุของไอออนายกที่เป็นองค์ประกอบเสมอไปนะครับสำหรับหัวข้อที่2ที่เราจะเรีสอง(ยน)ก็คือเรื่องการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอออนิกครับซึ่งนักเรียนทลั(รา)บมาแล้วว่าสารประกอบไอออนิกอยู่ในสถานะของแข็งไอออนบวกและไอออนลบจะเตรียม(ง)ตัวก(ส)ลับอ(ก)-ันตร(ไป)ายต่อเนื่องกันในส(3)ามม-ิติโดยไอออน…โดยไอออนต่างชนิดกา(-ั)นต์จะดึงดูดกันด้วยพันธะไอออนิกและไอออนแต่ละชนิดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เมื่อสารประกอบไอออนิกได้รับความร้อนพันธะไอออน-ิกบ-้าน(ง)ส-่วนจะถ-ัด(-ูก)ทำร(ล)-้ายและทำให้ไอออนบวกและไอออนลบเคลื่อนที่ได้มากขึ้นคร-ับซึ่งหากอุณหภูมิเพิ่มขึ้นถึวมเ(ง)จุดหลอมเหรียญ(ลว)ก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวและเมื่อได้รับความร้ละ(อ)นต่อไปจนมีอุณหภูมิถึงจุดเดือดว่(ก็)าจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นแก๊สครับถ้านักเรียนจะลองสังเกตดูนะครับในการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอออนิกจากของแข็งเป็นของเหลวหรือแก๊สจะมีการทำลายพันธะไอออนิกซึ่งมีความแข็งแรงมากแต่สำหรับสารโคเวาเลนต์เซีย(ช่น)น-้-ัด(-ำ)นักเรียนจำได้ไหรือเปล่ม(า)ครับการเปลี่ยนสถานะไม่ได้มีการทำ…เป็นการทำลายพันธะโคเวเลนต์ระหว่างไฮโดรเจนกับออกซิเจนภายในโมเลกุลแต่เป็นการทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวและจุดเดือดระหว่างสารประกอบไอออนิกกัและ(บ)สารโคเวเลนต์จะได้ว่าจุดหลอมเหต-์(ล)วและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกจะมีค่ามากกว่าสารโคเวเลนต์มากเลยครับลองมาดูตัวอย่างกันนะครับเช่นในกรณีของโซเดียมคลอไรด์มีจุดหลอมเหลวที่801องศาเซลเซียสแต่ร(น)-้-ำจะมีจุดหลอย(ม)เหอ-็ด(ลว)ที่ศ(0)-ูนย์องศาเซลเซียสและโซเดียมคลอไรด์มีจุดเดือดที่1465องศาเซลเซียสแต่น้ำมีจุดเดือดทต-ิด(-ี่)100องศาเซลเซียสลองมาดูจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกต(อ)-ื่นย(ๆ)น-ัง(ะ)ครับเล(ช)-่นแมกนีเซียมคอ(ล)อนไรลน(ด)-์แคลเซียมคอ(ล)อนไรลน(ด)-์แมกนีเซียมออกไซด์จะเห็นว่าจุดหลอมเหลวและจุดเดือดที่สูงมากเลยนะครับเรามาลองทำแบบฝึกหัดกันนะครับในแบบฝึกหัดนี้จะให้นักเรียนเปรียบเทียบจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสารแต่ละคู่ต่อไปนี้ครับโดยเติมเครื่องหมายน้อยกว่าหรือมากกว่าให้ถูกต้องนะครับนักเรียนลองหยุดคล-ิด(ป)ไว้ก่อนหลังจากนั้นก็(พอ)ทำเสร็จแล้วค่อยกลับมาดูเฉลยกันนะครับเฉลยนะครับเราลองมาดูเฉลยกันการทำโจทย์ข้อนี้ก่อนอื่นเราต้องดูก่อนว่าสาอั(รแ)ต-่ลรา(ะ)ชนิดเป็ม-ี(น)สารประเภทไหนเป็นสารประกอบไอออผล(น)-ิต(ก)หรือสารโคเวเลนต์โดยท(เ)ราสามารถพิจารณาได้จากธาตุองค์ประกอบได้คศ(ร)-ัพท-์(บ)ซึ่งเงิน(มื่)อเราพอก(-ิ)จะหน(ารณ)-้าได้แล้วเราก็จะสามารถเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวหแ(ร)-ืละ(อ)จุดเดือดได้ครับในคู่แรกแคลเซียมออกไซด์กและ(-ับ)ไนโตรเจนมอนอกไซด์นักเรียนจะเห็นว่าแคลทรา(เซี)ยมออกไซด์เป็นสารประเภทไหนครับถูกต้องครับเป็นสารประกอบไอโ(อ)อนิกนะครับเพราะมีทั้งองค์ประกอบเโ(ป)-็ทรห(นธ)าตุแ(โ)ลหะกับธาตุอโลหะส่วนใ(ไ)นโตรเจนมถย(อ)นอต-์(ก)ไซดป(-์)เป็นสารโคเวเลนต์ถูกต้องไหมครับเพราะมีธาตุองค-ุ(-์)ประกอรณ(บ)-์เป็นธาตุอโลหะทั้งหมดดังนั้นจุดหลอมเหลวหรืและ(อ)จุดเดือดของแคลเซียมออกไซด-์จะมากกว่าไนโตรเจนมอนอกไซด์นะครับสำหรับผ(ค)-ู-้(-่)ที่2ลิเย(ท)-ี-่ยมคลอไรด์ซอ(-ึ)-่งเป็นสารประกอบไอออนิกจะมีจุดหลอมเหลวหรือจุดเดือดทนไม่ออ(-ี)-่มากกว่แ(า)ก๊าส(ซ)คลอรีนซึ่งเป็นสารโพูด(คเว)เล-่นต์ครับส่วนคู่สุดท้ายแอมโมเนียเป็นสารโคเวเลนต์แต่แอมโมเนียมไนเตรตเกิดจากรทhu(แ)อmble(มโม)เน-ี-็ต(ยม)ไอออนและไนเตรตไอออนดังนั้นแอมโมเนียมไนเอดอลอาบน-้(ต)รตจึงเป็-ำ(น)สารประกอบไอออนิกจึงมีจุดล้อมเหลวหรือจุดเดือดที่สูงกว่าแอมโมเนียนะครับเรามาสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนที่เราเรีทำ(ยน)กันไมา(ป)ภายในวันนี้นะครับขต(-้)อนแรกสารในแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีทั้งสารโคเวเลนต์และสารประกอบไอออนิกสารประกอบไอออนิกประกอบด้วยไอออนบวกที่ยึดเหก(น)-ี่ยวกับไอออนลบด้วยพันธะไอออนิกโดยไอออนบอ(ว)กและไอออนลบจัดเรียงต-้(-ั)วสลับกันต่อเนื่องไกกำลังภา(ป)ยใน3มิติในอัตราส่วนที่ทำให้สารประกอบไอออนิกเป็นกลางทางไฟฟ้าส-ูตรของสารประกอบไอออนิกแสดงด้วยส-่วนเอมพิริคัลประกอบ(ซ)-ึ่งแสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนที่เป็นองค์ประกอบจุดหล-้(อ)มเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกสูงกว่าสารโคเวเลนต์มากเนื่อม-ี(ง)จากต้องใช้พลังงานในการทำลายพันธะไอออนิกซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสารโคเวเลนต์สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับสวัสดีครับ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-05-21 14:11:17
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}