Accuracy : 60.45%
Insertion : 87
Deletion : 2067
Substitution : 420
Correction : 4022
Reference tokens : 6509
Hypothesis tokens : 4529
[เสียงดนตรี](ครูวัชระ)สวัสดีครับนักเรียนวันนี้ยังอยู่กันในบทที่2เรื่องน้ำนะครับแต่วันนี้จะพูดเกี่ยวกับหัวข้ออะไรไปดูกันเลยครับจากที่ผ่านมาเราทราบแล้วว่าสารที่พบในชีวิตประจำวันมีทั้งสารโคเวเลนต์และสารประกอบไอโ(อ)อนิกไห(ใ)นบอก(หั)วข-่า(-้อ)วันนี้เราจะมาดูกันว่าเมื่อสารเหล่านี้ละลายน้ำแล้วอนุรูป(ภาค)ในสารละลายจะเป็นอย่างไรและสารละลายที่ได้จะมีสมบัติเป็นอย่างไรบ้า(ซึ่)งเราจะมาเรียนรู้การ(-ัน)ภายใต้หัวข้อ2.3การละลายของสารในน้ำซึ่งจะมีทั้งการละลายแบบแตกตัวและแบบไม่แตกตัวนะครับเรามาทบทวนกันก่อนนะครับในระดับม.ต้นนักเรียนได้รู้จักคำว่า"สารละลาย"แล้วในสารละลายมีองค์ประกอบอะไรบ้างครับก็จะมีตัวทำละลายและตัวละลายถ้าลองพิจารณาที่รูปนักเรียนนักเรียนคิดว่ามีอานุภาคไหนคืพ(อ)ตัวสาร(ทำ)ละลายและอนุภาคไหนคือตัวทำละลายครับจากรูปจะเห็นว่าอนุภาคสีชมพูมีจำนวนมากกว่าอนุภาคสีฟ้าแสดงว่าอานุภาพ(ค)สีชมพูเป็น(คือ)ตัวทสีฟ้(-ำละล)ายส่วนอน-ุภาคสีฟ้าเป็น(คือ)ตัวละลายในชีวิตประจำวันนักเรียนพบเห็นสารละลายอะไรบ้างครับน้ำเกลือแร่ที่ใช้ดื่มกันตอนออกกำลังกายในน้ำเกลือแร่ต-่ำ(จะ)มีเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ซึ่งจะมีสูตรเอมพิริคัลก็คือn(N)ac(C)lมีกค(ล)-ูโคสซึ่งมีสูตรโมเลกุลก็คือC6h(H)12o(O)6นอกจากสารสอง(2)ชนิดนี้แล้วก็ยังมีสารอื่นๆอยู่ด้วยนะครับแต่เดี๋ยวเรามาพิจารณากันที่ข(ส)าย(ร)2ชนิดนี้กันก่อนนะครับสารแต่ล-ั(ะ)ชนิดเป็นสารประเภทใดครั-ี(บ)ลองพิจารณาจากชนิดของธาต-ุที่เปาม(-็น)องค์ประกอบเราจะไม่(ด้)ว่าเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์เป็นสารประกอบไอโ(อ)อนิกนะครับส่วนกลูโคสเป็นสาระ(โ)คเวเลนต์แล้ะ(ว)นักเรียนคิดว่าการละลายน้ำของย(ส)ารประกอบไอออนิกและสารโคเวเด(ล)นต-้ำหน(-์มีล)-ักษณะแตกต่างกันหรือไม่อย่างไรครับการละลายของสาแม่(รใน)น้ำเกิดขึ้นเมื่อน้ำ(โมเ)ลกุง(ล)ของน้ำเข้าไปแทรกระหว่างไอออนหรือไ(โ)มเ-่ค(ลก)-ุณ(ล)ของตัวละลายและ(ได้)สารผสมที่เปมี(-็น)สารเนื้อเดียวซึ่งการละลายน้ำมี2ลักษณะคือการละลายแบบแตดูมา(กตัว)แล-้ว(ะ)กา-็(ร)ละลายแบบไม่แตกตัวนะครัะ(บ)เรามาดูก-ัน(าร)ละลายแบบแตกตัวกันก่อนนะครับตรงนี้มีสัญร(ล)-ักษณ์ARเดี๋ยวคก(ร)-ูไป(จะ)ให้ลู(นั)กเรียนดูARเพื่อย(ด)-ูว่าเมื-่อโซเดียมคลอไรด-์ละลายน้ำอน-ู(-ุ)ภาพ(ค)ที่อยู่ในสารละลายโซเดียมคลอไรด์จะเป็นอย่างไรรวมท-ั-้งเราจะดูกานAmerican(รทดสอบการ)นำไฟฟ้าของสารละลายโซเดียมคข(ล)องไฟฟ้า(รด์)ด้วยนะครับ[เสียงดนตรี](บรรยาย)เมื่อเกค(ล)-ืน(อ)แกงหรือโซSocialOnline(เดียมคลอไรด์)ละลายในน้ำ[เสียงดนตรี](บรรยาย)โมเลกุลของน้ำจะแยกโซเดียมไอออนและคลโซเ(อไร)ด-ียม(-์)ไอออนออกจากการ(-ัน)โดยน้ำจะเข้าล้อมรอบไอออนเIron(หล่า)น-ั-้-ำ(น)ไว้ในน้ำเกลือจึงประกอบด้วยโซเดียมไอออนและคลอไรด์ไอออนคร(ซ)-ึ่งไอออนเหล่านี้สามารถเคลื่อนที่ได้[เสียงดนตรี](บรรยาย)การละลายน้ำในลักษณะนี้เรียกว่า"น้ำ(การ)ละลายน้ำแบบแตกตัว"ดังสมการในน้ำเกลือจึงประกอบด้วยโซเดียมไอออนและคลอไรด์ไอออนกระจายตัวอยู่ในน้ำ[เสียงดนตรี](บรรยาย)เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าลงไปในสารละลายซึ่งประกอบด้วยไอออนบวกและไอออนลบไอออนบวกจะเคลื่อนที่เข้าหาขั้วลบและไอออนลบจะเคล-ื่อนที่เข้าหาขั้วบวกส่งผลให้สารละลายสามารถนำไฟฟ้าและเรียกสารละข(ล)ายประเภทน-ี้ว่า"สารละลายอิเล็กโทรไลต์"[เสียงดนตรี](ครูวัชระ)จากที่ได้occupy(ดูARไป)นะครับเดี๋ยวเรามาลองพิจทำง(ารณ)ากันศิ(ที)ละประเด-็น-ีย(เร)-ิ่ง(ม)จากต-ัวร้(อนุภ)าย(ค)ที-่อยู-่ในสารละลายโซเริ่(ดีย)มคลอไจาก(รด์)เป็นอย่างไรครับนักเรียนจะเห็นว่าโมเลกุลของน้ำจะเข้าล้อมรอบและแยกโซเดียมไอน(อ)อนแล้วกล-ับคว(ล)อะไรด์ไอ-้(อ)อน-้(อ)อกจากกันในสารละลายโซเดียมแ(ค)ลอไรด์จึงประกอบด้วยโซเดียมไออ-ั(อ)นและเว(ค)ลอไรด์ไอออนซึ่งการละอ(ล)ายในลักจจ(ษณ)ะนี้เราเรียกว่า"การละลายน้ำแบบแตกตัว"ต่อไปเราจะมาดูเรื่องการนำไฟฟ้ากันนะครับจากที่นักเรียนทราบมาแล้วว่าในสารละลายจะมีสารโซเดียมไอออนและแคลเซียม(อไรด์)ไอออนซึ่งไอออนเหล่านี้สามารถเคลื่อนที่ได้ด-ังนั-้นเมื่อตรวจ(-่อ)สาย(ร)ละลายเข้ากับวงจรไฟฟ้าก็จรูป(ะพบ)ว-่าโซเดท-ียมไอออ-่(น)เป็นไอออนบวกเคลืงิ(-่อ)นที่เข-้าห-ัก(า)ขั้วลบส่วนคลอไรด์ไอออนซึ่งเป็นไอออนลบก็จะเคพ(ล)-ื่อนที่เข้าหาขั้วบวกทำให้สารละลายนี้กระแส…ทำให้สารอ(ล)ะลายดังกล่ไร(าว)กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ครับส่งผลให-ุ-้สารละลายโซเดียมคลอไรด์น-ำไฟฟอะ(-้า)ได้เราเลือ(รีย)กสารม(ล)ะพร-้(ล)าว(ย)ประเภทนี้ว่า"สารละลายอิเล็กโทรไลต์"ก็(จะ)เห็นว่าสารประกอบไอออนิกซึ่งประกอบด้วยไอออนบวกและไอออนลบเง-ียบ(มื่)อละลไร(าย)น-้ำจะเกิดการละลายน้ำแบบแตกตัวนะครับนอกจากนี้สารโคเวเลนต์บางชนิดก็สามารถละลายน้ำแบบแตกห(ต)-ัวหน(ได)-้าครับเช่นแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์เมื่อละลายน้ำจะแตกตัวให้ไฮโดง(ร)เจนไอออนและคลอไรด์ไอออนคร-็(-ั)บการละลายน้ำแบบแตกตัวของสารบางชนิดอาจทำให้ได-้สารละลายที่มีสมบัติเป็นกรดหรือเบสซึ่งสามารถนำไป(มา)ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ตัวอย่างสารละลายที่มีสมบัติเป็นกรดเช่นกรดไฮโดรคลอริกใช้ทำร(น)-้-ำยานข(ล้)างห้ยไม(องน)-้-ำกรดซ-ัลฟิวริกใช้เป็นสารอิเล็กโทรไลต์ในแบตเตอรี่แบบตะกั่วกรดอะซิติกใช้ทำน้ำส้มสายชูส่วนสารละลายที่มีสมบัติเป็นเบสที่นำมาใช้ประโยชน์เช่นแอมโมเนียใช้ทำน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆเช่นกระจกกระเบื้องโซเล(ด)-ี-่ยมไฮดท(ร)อกไซด์ใชง(-้)ในการผลิตสบู่กำจัดไขมันนักเรียนลองดูนะครับว่าสารใดเป็นสารโคเวเลนต์และสารใดเป็นสารประกอบไอออนิกกรดไฮโดรคลอริกกรดซัลฟิวริกกรดอะซิติกแอมโมเนียเอ(ป)-็นสารโคเวเลนต์ส่วนวอล(โซ)เดล(-ี)ย-์บอล(ม)ไทยพบ(ฮดรอ)กไลาย(ซด์)เป็นสารประกอบไอออนิกต่อไปเรามาดูกันที่การละลายแบบไม่แตกตัวนะครับน(ว)-่าจะเกิดขึ้นกับใค(สา)รใดได้บ้างโดGoogle(ยครูก็)มีARให้นักเรียนดูอีกเช่นกันครับไปดู(ชม)กันเลยครับ(บรรยายหล()ส)ารนป่(โคเ)วยเลน-้งม(ต์บ)างชนิดเช่นแก๊สออกซิเจนhappen(เอทาน)อลละลไร(าย)น-้ะ(-ำ)แบบแ(ไ)ม่เหล็(แต)กตัวได้สารละลายแบบ(ที่)ไม่นำไฟฟ้าเรียกว่า"สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์"แก๊สออกซิเจนเป็นสารโมเลกุลขนาดเล็กสามารหัสอ(ถล)ะลไร(าย)น-้ะ(-ำ)แบบไม่แตกตัวได้ได้สารละลายที่ไม่นำไฟฟ้าเพระ(อทา)นอลเก-ิดห(พ)-ันธะไฮโดรเจนกวห(-ับ)น้-ำโดยไมา(-่)แตกตัวได้สารละลายที่แนะ(ไม่)นำไฟฟ้า[เสียงดนตรี](ครูวัชระ)จากARนักเรียนจะเห็นว่าแก๊าซ(ส)ออกซิเจนสามารถละลายน้ำได้ซึ่งแก๊สออกซิเจนเป็นสารโคเวเลนต์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเมื่อละลายน้ำโมเลกุลของออกซิเจนก็ยังคงเหม-ือ(ป็)นแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนวั(ตอ)นที่อยู่ในสถานการณ-์(ะ)แก๊สสSpaceWagon(-ำหรับเอทาน)อลก็ละไรม(ลาย)น-้-ุษย์(-ำได้)เช่นเดียวกันโดยเอทานอลเป็นสารโคเวเลนต์ที่สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้โดยเมื่อละลายน้ำโมเลกุลของเอทใ(า)นอน้ำ(ลก็)ยังคงเป็นแบบเดิมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงสารโคเวเลนต์ที่ละลายน้ำได้ส่ผล(วน)ใหญ่มีโมเลกุลขนาดเล็กหรือเป็นสาร-ักม(โคเ)วยเลนต์ที่สามารถเกิดพัน-้ง(ธะ)ไฮโดรเจนได้รา(โด)ยการละลายอ(จ)ะเปไร(-็น)การละลายแบบไม่แตกตัวซึ่งสถาน(ร)ที่ได้จะเป็ง่(นส)ายและ(รที่)ไม่นำไฟฟ้าเราเรียกสารประเภทนี้ว่า"ฉัน(สาร)ละลายนอนอิเล็กโทรไลต์"ครับคตอน(ราว)นี้เราลองมาทำแบบฝึกห-ัดกันนะคร-ับโดยให้นักเรียนลองระบุนะครับว่าสารที่กำหนดให้มีการละลายน้ำแบอยา(บแต)กเจ็บตัวหรือไม่แตกตบบ(-ัว)รวมทั้งเป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือสารละลายนอนอ-ิเล็electrolyte(กโทรไลต์โดย)นักเรียนส(อ)ามารถ(จจะ)ลองหยุดคอัน(ลิป)นี-้เอาไว-้ก่อนพอทำเสร็จแล้วค่อยกลับมาเล่นคลทำ(-ิป)ต่อนะครับเอาล่ะครับถ้าทำเสร็จแล้วเราลองมาดูเฉลยกันจากที่นักเรียนได้ทราบมาแล้วว่าสารประกอบไอออนิแ(ก)ละลายน้ำแบบแตกตส(-ั)วได-ั(-้)สารละลายดี(อิ)เล็กทรอไลต์และlike(สารโ)คเวเลนต์ส่**(วน)ใหญ่ละลายน้ำแบบไม่แตกตัวได้สารละลายนอนอิเม(ล)-็กโทดใหญ่(รไลต์)ถ้าอย่างนั้นเราลองมาดูกันนะครับว่าสารที่กำหนดให้ต่อไปนี้สารใดเป็นได้(สาร)ประกอบไอออนิกและสารใดเป็นสารโคเวเลนต์ป(ส)ารกซอยแ(โคเวเ)ลน-้ว(ต์)ก็จะมีแก๊สคลอร(ล)-ีนซูโครสเมทิลคในLINE(ลอไรด์)และFacebook(โพรพานอล)ครับเพราะฉะนั-้กง(นส)าน(ร)เหล่านี-้เมื่อละลายน-้-ำจะไม่เคย(แต)กล(ต)-ัวและเป็นสารลห(ะ)ลายนอพ(น)อ-ิเล็กโทรไลดี(ต์)นะครับส่วนสารที่เหลือจ-ัด(ะ)เป็นสารประกอบไอออนิกนะครับซึ่งเมื่อละลายน้ำก็จะมีการละลายน้ำแบบแตกตาล(-ัว)และเป็นสารละลายแบบอิเล็กโทรไลต์ครับเอาล่ะครับเรามาสรุปเนื้อหาที่เรียนกันไปนะครับการละลายของสารในน้ำมี2แบบคมี(-ือ)การละลายแบบแตกตัวและการละลายแบบไม่แตกตัวการละลายแบบแตกตัวเกิดขึ้นกับสารประกอบไอออนิกที่สามารถละลายน้ำได้และสารโคเวเลนต์ที่ละลายน้ำแล้วแต-่กตัว-่าจะ(ทำใ)ห-้สารละลายมีสมบัติเป็นกรดหรือเบสสารละลายที่ได้จากการละลายแบบแตกตัวเป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์ซึ่งนำไฟฟ้าได้การละลายแบบไม่แตกตัวเกิดขึ้นกับสารโคเวเลนต์ที่โมเลกุลมีขนาดเล็กและสารโคเวเลนต์ท-ี-่สามาร-้(ถ)เกิดพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้สารอ(ล)ะลไร(าย)ที่ได้จากการละลายแบบไม่แตกตัวเป็นสารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ซึ่งไม่สามารถนำไฟฟ้าได้ครูก็หวังว่านักเรียนคงมีความเข้าใจเกี่ยวกับการละลายของสารในน้ำไดมาก(-้ดี)ขึ้นนะครับสำหรับคลิปนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับสวัสดีครับ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-06-05 10:20:03
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :NeedlemanWunsch
- score weight :{"Match":2,"Mismatch":-1,"PartialMatch":1,"GapPenalty":-1}