[เสียงดนตรี] (ครูปุณิกา) สวัสดีค่ะนักเรียน กลับมาพบกับคุณครูปุณิกาอีกครั้งนะคะ ในบทที่ 3 เรื่อง อาหาร คราวที่แล้วนะคะ ในคลิปที่แล้วนี่ เราพูดไปถึงเรื่องของไขมันและน้ำมันนะคะ ซึ่งคุณครูก็เชื่อมโยง ไปถึงเรื่องของสารประกอบอินทรีย์ชนิดอิ่มตัว แล้วก็ไม่อิ่มตัวนะคะ ในคลิปนี้ค่ะ เราจะมาเรียนต่อในเรื่องของคาร์โบไฮเดรต นักเรียนมาดูสิคะ ว่าเราจะสามารถเชื่อมโยงไปเรื่องใดได้บ้าง คาร์โบไฮเดรตนะคะ เป็นสารอาหาร ที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของมนุษย์ การรับประทานคาร์โบไฮเดรต 1 กรัมนี่ ให้พลังงานถึง 4 กิโลแคลอรีค่ะ แล้วคาร์โบไฮเดรตนะคะ ก็มีหลายประเภท เช่น พอลิแซ็กคาไรด์ ไดแซ็กคาไรด์ มอโนแซ็กคาไรด์ ซึ่งพอลิแซ็กคาไรด์น่ะค่ะ ก็จะเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลขนาดใหญ่ ส่วนไดแซ็กคาไรด์ เราก็จะรู้จักในชื่อว่าคาร์โบไฮเดรต หรือว่าน้ำตาลโมเลกุลคู่นะคะ ส่วนมอโนแซ็กคาไรด์ ก็จะเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวค่ะ อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเช่นอะไรคะ ก็เช่น ข้าว อาหารหลักของเรา ในเมื่อเราทานข้าว ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว เผือก ข้าวโพด หรือว่าน้ำตาล แล้วอาการของคนที่ขาดคาร์โบไฮเดรต จะเป็นอย่างไรคะ ถ้าเราไม่ได้รับประทานข้าวนี่ แน่นอนว่าเป็นอย่างไรคะ เราก็จะหงุดหงิด เราก็จะหิวใช่ไหมคะ ค่ะ ถ้าเราไม่ได้ขาดโปรตีน ขอโทษค่ะ ขาดคาร์โบไฮเดรตนี่ เราก็จะอ่อนเพลีย สมองไม่ปลอดโปร่ง อารมณ์ก็จะฉุนเฉียว หงุดหงิดง่ายนะคะ แล้วนักเรียนเคยสงสัยไหมคะ ว่าการรับประทานข้าวนี่ สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานให้เราได้อย่างไร เราจะไปศึกษาจากภาพจำลอง การย่อยโมเลกุลแป้งให้เป็นกลูโคส จากสื่อประกอบ A… ขอโทษค่ะ จากสื่อ AR ประกอบหนังสือเรียน สสวท. กันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญรับชมได้เลยค่ะ ค่ะ เราจะมาดูภาพจำลอง การย่อยโมเลกุลแป้งให้เป็นกลูโคสกันนะคะ อันนี้เป็นข้าวนะ เราจำลองภาพจำลองของโมเลกุลแป้งนะคะ ที่อยู่… โมเลกุลแป้งนั่นเองค่ะ จะเห็นว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตสายยาวนะ เป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ ที่มีการเชื่อมต่อของกลูโคสอยู่นะคะ ตอนนี้เป็นสายยาวอยู่ เมื่อเราทานข้าวเข้าไปค่ะ ในปากของเราก็จะมีเอนไซม์ ที่ชื่อว่าอะไมเลสนะคะ ซึ่งตรงนี้นี่ก็จะเห็นว่าเป็นกรรไกร กรรไกรตรงนี้จะทำหน้าที่อะไรคะ กรรไกรตัวนี้เป็นตัวแทนของเอนไซม์ เอนไซม์ทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ ให้มีสายสั้นลงมีขนาดเล็กลงนั่นเองค่ะ ตัวเอนไซม์จะค่อย ๆ ย่อย จะค่อย ๆ ย่อยนะคะ ค่อย ๆ ทำให้มันมีโมเลกุลขนาดเล็กลง เมื่อข้าวเข้าไป คาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยอีกครั้งในลำไส้เล็ก ซึ่งในลำไส้เล็กก็จะมีเอนไซม์ชนิดอื่น ๆ อีกค่ะ ที่ทำหน้าที่ในการ… ในกระบวนการของการย่อยคาร์โบไฮเดรต เขาก็จะย่อยจากโม… คาร์โบไฮเดรตสายสั้นนี่ ให้เหลือเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ให้เหลือแต่กลูโคสอย่างเดียว ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็ก และซึ่งร่างกายของเรานี่ก็จะดูดซึมกลูโคสนะคะ เข้าสู่กระแสเลือด เห็นไหมคะ กลูโคสนี่ต่าง ๆ นี่ เป็นโมเลกุลขนาดเล็ก ก็สามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ จากนั้นค่ะ ตัวกลูโคสก็จะทำปฏิกิริยา กับออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป เกิดกระบวนการสันดาป แล้วก็กลายเป็นพลังงานให้เราได้ใช้นั่นเองค่ะ ค่ะ หลังจากที่เราได้ดูสื่อ AR การย่อยโมเลกุลแป้งให้เป็นกลูโคสแล้วนะคะ ทีนี้เราจะดูที่สูตรโครงสร้างภายในของเขาบ้าง สำหรับโมเลกุลแป้ง หรือว่าข้าวนะคะ เป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ ที่เรารู้จักแล้วแหละ เขาชื่อว่าพอลิแซ็กคาไรด์นะ ส่วนกลูโคสนี่เป็นน้ำตาล หรือเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลขนาดเล็กนะคะ ที่เราเรียกว่า “มอโนแซ็กคาไรด์” ให้นักเรียนลองพิจารณาสูตรโครงสร้าง ของพอลิแซ็กคาไรด์กับมอโนแซ็กคาไรด์นะคะ ว่ามีความคล้ายคลึงกันอย่างไร นักเรียนลองสังเกตก่อน อันนี้จะเป็นสูตรโครงสร้างของกลูโคส ส่วนด้านบนก็จะเป็นสูตรโครงสร้าง ของพวกโมเลกุลแป้งนะคะ หรือว่าอันนี้จะเป็นสูตรโครงสร้าง หรือว่าพอลิแซ็กคาไรด์นั่นเอง เห็นอะไรไหมคะ จะเห็นว่าสูตรโครงสร้างของพอลิแซ็กคาไรด์นี่ คล้าย ๆ กับว่าเอามอโนแซ็กคาไรด์นี่ มาเรียงต่อกัน แต่ถ้าเราสังเกตนี่จะเห็นว่าในสูตรโครงสร้าง ของพอลิแซ็กคาไรด์นี่จะมีวงเล็บอยู่ด้วย แล้วก็ที่สำคัญคือจะเห็นว่ามันมีห้อย n นะ ห้อย n ในที่นี้คืออะไร ห้อย n n ก็คือจำนวนของมอโนแซ็กคาไรด์ ที่มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะโคเวเลนต์นั่นเองค่ะ ซึ่งเขาก็ไม่ได้เชื่อมต่อกัน เพียงแค่ 1-2 โมเลกุลนะคะ เขาจะ… ในพอลิแซ็กคาไรด์นี่ อาจจะเชื่อมต่อกันด้วยมอโนแซ็กคาไรด์ มากกว่าเป็น 1… เป็นร้อย ๆ โมเลกุลเลยค่ะ ซึ่งสารเคมีที่โมเลกุลมีโครงสร้างขนาดใหญ่นะคะ ประกอบด้วยหน่วยย่อยจำนวนมากมาเชื่อมต่อกันนี่ เราจะเรียกว่า “พอลิเมอร์” ส่วนสารโมเลกุลขนาดเล็ก ที่มารวมตัวกันเพื่อเกิดเป็นพอลิเมอร์ เราจะเรียกเขาว่า “มอนอเมอร์” ค่ะ ดูที่รูปนะคะ หรือว่าถ้าจะให้เห็นชัดเจนนะคะ วันนี้คุณครูก็มีของมาประกอบด้วย นักเรียนเห็นไหมคะ อันนี้ก็คือสร้อยนะ สร้อยคอ สร้อยคอในที่นี้นี่ จะเป็นตัวแทนของพอลิเมอร์นั่นเอง ส่วนลูกปัดกลม ๆ สีชมพูอันนี้นะคะ ก็เป็นตัวแทนของมอนอเมอร์ ก็คือมอนอเมอร์นี่ก็จะ… ขอโทษค่ะ พอลิเมอร์ ก็จะเกิดจากการเชื่อมต่อกัน ของมอนอเมอร์นั่นเองค่ะ แล้วพอลิเมอร์ มีสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกับมอนอเมอร์อย่างไร เราจะไปศึกษากันที่กิจกรรมการทดลอง เปรียบเทียบสมบัติบางประการของกลูโคส แล้วก็แป้งมันสำปะหลังค่ะ เช่นเดียวกันนะคะ อันนี้นี่ในกิจกรรมนี้ ก็มี AR Marker เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นนักเรียนก็สามารถดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน AR นะคะ แล้วก็สามารถใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียนนี่ ที่ดาวน์โหลดแอปแล้วนี่ มาศึกษากิจกรรมได้เช่นเดียวกันค่ะ พร้อมแล้วก็เข้าไปดูกิจกรรมกันเลยนะคะ การทดลองนี้นะคะ จะเป็นการทดลองเปรียบเทียบสมบัติการละลาย แล้วก็ความหนืดของกลูโคส กับแป้งมันสำปะหลังนะคะ ซึ่งตัวแทนของพอลิเมอร์ก็จะเป็นแป้งมันสำปะหลัง ส่วนตัวแทนของมอนอเมอร์ในที่นี้ เราก็จะเป็นกลูโคสค่ะ เรามาดูการทดลองกันเลยนะคะ ในตอนเริ่มต้น เราจะเอาแป้งมันสำปะหลังค่ะ ไปละลายน้ำ นักเรียนลองสังเกตการละลายน้ำ ของแป้งมันสำปะหลังนะคะ จะเห็นว่าเมื่อเอาแป้งมันสำปะหลังไปละลายนี่ จะให้สารที่มีลักษณะคล้ายคอลลอยด์นะคะ แสดงว่าแป้งมันสำปะหลังนี่ ไม่ค่อยละลายในน้ำเลยนะคะ เปรียบเทียบกับการละลายน้ำของกลูโคส [เสียงดนตรี] (ครูปุณิกา) นักเรียนลองสังเกตนะคะ กลูโคสนี่จะละลายเป็นไงคะ ละลายได้ดีกว่า ละลายในน้ำได้ดีกว่าแป้งมันสำปะหลัง ในสารละลายสารไม่มีสีเลยนะคะ จากนั้นเราจะมาศึกษา เปรียบเทียบสมบัติความหนืดกันค่ะ โดยเราจะเอาสารทั้ง 2 ชนิดนี่ไปต้ม ต้มประมาณ 2 นาทีนะคะ นักเรียนดูทั้ง 2 ฝั่งนะ ฝั่งสารละลายกลูโคส ก็จะเป็นสารละลายใสเหมือนเดิม แต่ฝั่งของแป้งมันสำปะหลังนี่ จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว น้ำแป้งมันจะเปลี่ยนจากที่ขาว ๆ ขุ่น ๆ นี่ เป็นใสขึ้นนะ แล้วก็จะมีลักษณะเป็นเหนียว ๆ หนืด ๆ แบบนี้นะคะ เมื่อครบเวลาค่ะ เราก็จะมาวางไว้สักครู่นะคะ ประมาณ 5 นาที เพื่อทิ้งไว้ให้สารทั้ง 2 ชนิดนี่เย็นตัวนะคะ พอเย็นแล้วเราก็จะเอาสารนี่ไปทาบนกระดาษค่ะ เอาสารละลายกลูโคสไปทาบนกระดาษ อีกฝั่งหนึ่งนี่ก็จะเอาน้ำแป้งมันสำปะหลังนะคะ ซึ่งตอนนี้นี่มีลักษณะคล้าย ๆ แป้งเปียกไปแล้วนะ มาทาบนกระดาษค่ะ ทาให้ทั่วทั้งแผ่นเลยนะคะนักเรียน เมื่อทาทั่วทั้งแผ่นแล้วนะคะ เราก็จะเอากระดาษอีกแผ่นหนึ่งค่ะ มาประกบนะคะ เพื่อจะเปรียบเทียบว่าทั้ง 2 ฝั่งนี่ ฝั่งที่เป็นสารละลายกลูโคส กับน้ำแป้งมันสำปะหลังน่ะค่ะ มีสมบัติความหนืด หรือมีการติดกระดาษเป็นอย่างไรนะคะ เราจะมาวางผึ่งไว้ประมาณสัก 10 นาที พอครบเวลาแล้วเราก็จะมาเปรียบเทียบกันค่ะ นักเรียนดูฝั่งที่เป็นสารละลายกลูโคสนะคะ เห็นไหมคะ ว่ากระดาษนี่ แยกออกจากกันได้ง่ายมากนะคะ แสดงว่าฝั่งกลูโคสนี่ไม่หนืดเลยนะคะ แต่ฝั่งแป้งมันสำปะหลังนี่มันติดกระดาษแน่น เหนียวแน่นมากนะคะ กระดาษก็เลยขาด ค่ะ จากที่นักเรียนได้ศึกษาวิดีโอนะคะ กิจกรรมการทดลองไปแล้วนะคะ นักเรียนพอตอบคำถามของครูได้หรือยังคะ ว่าพอลิเมอร์ มีสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกับมอนอเมอร์อย่างไร จากกิจกรรมนะคะ เราก็จะสามารถสรุปได้ว่า พอลิเมอร์มีสมบัติแตกต่างกับมอนอเมอร์ จะเห็นว่ามอนอเมอร์ค่ะ ในที่นี้ตัวแทน ก็คือกลูโคสนะคะ สามารถละลายน้ำได้ดีกว่า ส่วนพอลิเมอร์นะคะ หรือว่าในที่นี้ ก็คือแป้งมันสำปะหลังนี่ ให้สารละลายที่มีความหนืดมากกว่า เมื่อสักครู่นะคะ เราเป็นกิจกรรมการทดลอง ที่เราศึกษาสมบัติของพอลิเมอร์กับมอนอเมอร์ ที่เป็นของกินน่ะค่ะ ทีนี้เรามาดูพอลิเมอร์แล้วก็มอนอเมอร์ ที่เป็นของใช้บ้าง ว่าจะมีสมบัติเป็นอย่างไรนะคะ ดูที่รูปนี้เลยค่ะ รูปแผ่นสีขาว ๆ นี้นะคะ รูปแผ่นขาว ๆ นี่ ก็คือแผ่นโฟมนะคะนักเรียน ซึ่งแผ่นโฟมนี่ทำมาจากพอลิเมอร์ ที่ชื่อว่าพอลิสไตรีน หรือว่า PS โดย PS น่ะค่ะ นอกจากทำเป็นแผ่นโฟมแล้ว ยังสามารถทำเป็นกล่องบรรจุอาหาร ประเภทกล่องโฟมก็ได้ หรือว่าช้อนส้อมพลาสติกก็ได้นะคะ ซึ่งตัว PS ค่ะ หรือว่าพอลิสไตรีนนี่ เขามีจุดหลอมเหลว ประมาณ 240 องศาเซลเซียส โดยมีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องนะคะ ซึ่งตัว PS ค่ะ หรือว่าพอลิสไตรีนนี่ เขามีมอนอเมอร์ที่ชื่อว่าสไตรีนค่ะ ซึ่งตัวสไลด์… สไตรีนนะคะ จะมีจุดหลอมเหลว -30 องศาเซลเซียส แล้วก็มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง นักเรียนลองดูโครงสร้าง ของตัวพอลิเมอร์กับมอนอเมอร์นะคะ จะเห็นว่าจะมีส่วนที่เป็นส่วนด้านบนนะคะ ที่มีพันธะคู่ค่ะ ตรงนี้นะคะ ของสไตรีนนี่ พอเขามาสร้างเป็นพอลิเมอร์ค่ะ เขาก็จะเป็นรูปร่างแบบด้านบนนี้นะคะ มาดูตัวพอลิเมอร์อีกชนิดหนึ่งค่ะ ซึ่งพอลิเมอร์ชนิดนี้ค่ะ เขาชื่อว่าโพลีไวนิลคลอไรด์นะคะ หรือว่า PVC ตัว PVC สามารถทำผลิตภัณฑ์ เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทพวกฟิล์มยืดห่ออาหารค่ะ แล้วก็ผลิตภัณฑ์จำพวกหนังเทียม หรือว่าท่อประปานะคะ โดยตัวโพลีไวนิลคลอไรด์ค่ะ หรือว่า PVC นี่ เขามีจุดหลอมเหลวที่ 120 องศาเซลเซียส แล้วก็มีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง คุณครูจะให้นักเรียนลองคาดเดานะคะ ว่าถ้าพอลิเมอร์เขาชื่อว่าโพลีไวนิลคลอไรด์ค่ะ ตัวมอนอเมอร์นี่จะชื่อว่าอะไร ชื่ออะไรดีคะ เก่งมากค่ะ ตัวมอนอเมอร์ของเขานะคะ ก็จะชื่อว่าไวนิลคลอไรด์ค่ะ โดยเจ้าไวนิลคลอไรด์นะคะ จะมีจุดหลอมเหลวที่ -154 องศาเซลเซียส แล้วก็มีสถานะเป็นแก๊สค่ะ ที่อุณหภูมิห้อง จากกิจกรรมนะคะ ที่เราศึกษาในเรื่องของการละลาย แล้วก็ความหนืดของกลูโคสกับแป้งมันสำปะหลัง รวมไปถึงดูเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว กับสถานะของพอลิเมอร์แล้วก็มอนอเมอร์ค่ะ เราก็สามารถสร้างข้อสรุปได้ว่าตัวมอนอเมอร์ มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าพอลิเมอร์ ลองดูจากภาพก็ได้นะคะ นอกจากนี้ค่ะ ตัวมอนอเมอร์ ก็อาจจะมีสถานะที่แตกต่างกับพอลิเมอร์ของเขา หรือว่าอาจจะมีสถานะเหมือนกันก็ได้นะคะ เช่น ตัวกลูโคสกับแป้งมันสำปะหลัง ก็มีสถานะเป็นของแข็งเช่นเดียวกัน ทีนี้เรามารู้จักกับคาร์โบไฮเดรต อีกประเภทหนึ่งนะคะ ที่นักเรียนควรจะรู้ไว้นะคะ ก็คืออะไรคะ ก็คือเซลลูโลสนั่นเองค่ะ เซลลูโลสนะคะ เป็นเส้นใยในผนัง… ในผนังเซลล์พืชค่ะ ช่วยให้ความแข็งแรงของเซลล์พืชนะคะ โดยตัวเซลลูโลสค่ะ เขามีมอนอเมอร์เป็นกลูโคส เช่นเดียวกับข้าวและแป้ง แต่ว่าการจัดเรียงตัวของกลูโคสในเซลลูโลสนี่ค่ะ แตกต่างจากในข้าวและแป้งนะคะ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายของเราค่ะ ไม่มีเอนไซม์ย่อยเซลลูโลสนะคะ แต่เราก็ต้อง… จึงไม่สามารถ ขอโทษค่ะ พอเราไม่มีเอนไซม์ย่อยตัวเซลลูโลสนี่ เราจึงไม่สามารถนำเซลลูโลส มาเป็นแหล่งของพลังงานได้นะคะ แต่เราก็ต้องรับประทานอาหารพวกที่มีเซลลูโลส เช่น รับประทานพืชผักผลไม้นะคะ เพราะจะช่วยในเรื่องของกากอาหารค่ะ ช่วยระบบขับถ่ายของเรา ทีนี้คุณครูจะฝากการบ้านนะคะ ที่คุณครูเคยบอกไป ว่าเอ๊ะ แล้วโครงสร้างของกลูโคสในเซลลูโลสนี่ แตกต่างจากในข้าวและในแป้งอย่างไรนะคะ ให้นักเรียนนะคะ ไปศึกษาค่ะ สื่อ AR ประกอบหนังสือเรียนนะคะ ลองไปดูสิคะ ว่าแล้วจริง ๆ แล้วนี่ โครงสร้างของเซลลูโลส… โครงสร้างกลูโคสในเซลลูโลสค่ะ แตกต่างจากข้าวและแป้งอย่างไรค่ะ ค่ะ ก่อนจะจบกันไปนะคะ ในหัวข้อ 3.2 คาร์โบไฮเดรตนะคะ คุณครูก็มีแบบฝึกหัดนะคะ มาทบทวนความรู้ของนักเรียนค่ะ ให้นักเรียนพิจารณาสูตรโครงสร้าง ของสารทั้ง 5 ชนิดนี้นะคะ แล้วก็ตอบคำถามค่ะ เดี๋ยวคุณครูจะเว้นเวลาให้สักครู่นะคะ น่าจะทำกันได้แล้วนะ มาดูที่ข้อ 1 กันเลยค่ะ สารใดเป็นมอนอเมอร์ของ E นักเรียนดูสูตรโครงสร้างของ E ก่อนค่ะ ตอบครูได้ไหมคะ ว่าสารไหนคะ เก่งมากค่ะ ก็คือ B กับ C นั่นเองนะคะนักเรียน นักเรียนลองพิจารณาที่สูตรโครงสร้างของ E ก็จะเห็นว่ามอนอเมอร์ของ E นี่ค่ะ ก็จะเป็นตัว B แล้วก็ C ค่ะ มาดูกันที่คำถามข้อที่ 2 นะคะ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสาร A และ D สารใดมีจุดหลอมเหลวสูงกว่า ดูสูตรโครงสร้างของ A ก่อน แล้วก็มาดูสูตรโครงสร้างของ D ก็จะเห็นว่านะคะ D นี่น่าจะเป็นพอลิเมอร์นะคะ ที่เกิดจากมอนอเมอร์ A นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการจะทำนาย จุดหลอมเหลวของสารทั้ง 2 ชนิด ก็น่าจะตอบได้ว่าสาร D นะคะ มีจุดหลอมเหลวสูงกว่า A ค่ะ ค่ะ ก่อนจะจากกันนะคะ เรามาสรุปบทเรียนนะคะ ดังนี้ค่ะ คาร์โบไฮเดรตมีทั้งที่เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ แล้วก็มอโนแซ็กคาไรด์ พอลิแซ็กคาไรด์ เป็นสารที่โมเลกุลมีโครงสร้างขนาดใหญ่ ประกอบด้วยมอโนแซ็กคาไรด์จำนวนมาก มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะโคเวเลนต์ สารที่ โมเลกุลมีโครงสร้างขนาดใหญ่ ประกอบด้วยหน่วยย่อยจำนวนมาก มาเชื่อมต่อกัน เช่นเดียวกับพอลิแซ็กคาไรด์ เราเรียกว่า “พอลิเมอร์” ค่ะ หน่วยย่อยหรือสารโมเลกุลขนาดเล็ก ที่มารวมกันเพื่อเกิดเป็นพอลิเมอร์ เราเรียกว่า “มอนอเมอร์” มอนอเมอร์และพอลิเมอร์ ที่เกิดจากมอนอเมอร์ชนิดนั้น อาจมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น สถานะ การละลาย หรือจุดหลอมเหลวนะคะ ค่ะ สำหรับหัวข้อคาร์โบไฮเดรตนะคะ ก็จะขอจบเพียงเท่านี้ค่ะ แต่อย่าลืมการบ้านที่คุณครูฝากไว้นะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]