[เสียงดนตรี] (ครูชาญณรงค์) สวัสดีครับนักเรียนทุกคน วันนี้มาพบกับ คุณครูชาญณรงค พูลเพิ่ม นะครับ ในคลิปนี้ เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับเนื้อหาบทที่ 4 เรื่องพลังงานนะครับ แต่เนื้อหาที่เราจะเรียนรู้มีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูรายละเอียดกันเลยนะครับ ในบทพลังงานนี้ จะมีด้วยกัน 3 หัวข้อนะครับ แต่ในคลิปนี้ เราจะมาเรียนรู้ในหัวข้อที่ 2 เรื่องแบตเตอรี่นะครับ จากที่ผ่านมานักเรียนคงจะทราบกันแล้วนะครับ ว่าพลังงานนั้น มาจากแหล่งต่าง ๆ ที่หลากหลายนะครับ ในหัวข้อนี้นักเรียนจะได้รู้จักกับแหล่งพลังงาน ที่อยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น แบตเตอรี่นะครับ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันก็มีด้วยกันดังรูปนะครับ รูปแรกเป็นถ่านไฟฉายนะครับ ถัดมาเป็นถ่านแอลคาไลน์ ข้างล่างนะครับ เป็นแบตเตอรี่ตะกั่วในรถยนต์นะครับ แล้วสุดท้าย ก็เป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนนะครับ นักเรียนลองคิดดูนะครับ ว่าพลังงานที่ได้จากแบตเตอรี่ เป็นพลังงานในรูปแบบใดครับ พลังงานที่ได้จากแบตเตอรี่ เป็นพลังงานไฟฟ้านะครับ โดยในแบตเตอรี่จะเกิดปฏิกิริยาเคมี ที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างสารเคมี เรียกว่า “ปฏิกิริยารีดอกซ์” เช่น ในถ่านไฟฉายนั้น จะมีขั้วโลหะสังกะสี ซึ่งเป็นขั้วลบให้อิเล็กตรอนออกมา อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ไปยังขั้วบวก ซึ่งเป็นคาร์บอนที่เคลือบด้วยสารประกอบออกไซด์ ของแมงกานีสนะครับ และเมื่ออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ครบวงจร จะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น ซึ่งมีทิศทางการเคลื่อนที่ ตรงข้ามกับการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนนะครับ และในถ่านไฟฉายก็ยังมีอิเล็กโทรไลต์ ช่วยในการนำไฟฟ้าระหว่างขั้วอีกด้วยนะครับ [สื่อวีดิทัศน์] (ครูชาญณรงค์) ถ่านไฟฉายเป็นแบตเตอรี่ ที่ไม่สามารถนำมาประจุเพื่อใช้ใหม่ได้นะครับ ซึ่งจะแตกต่างจากแบตเตอรี่ในมือถือ หรือแบตเตอรี่ตะกั่วในรถยนต์นะครับ ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่สามารถนำมาประจุใหม่ได้ โดยปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ในกระบวนการประจุเป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ ที่เกิดในทิศทางตรงกันข้าม กับปฏิกิริยาการให้กระแสไฟฟ้านะครับ สารเคมีที่เป็นองค์ประกอบในแบตเตอรี่ ส่วนใหญ่เป็นสารเคมีที่มีอันตราย จึงไม่ควรทิ้งรวมกับขยะทั่วไป แต่ต้องทิ้งในที่ที่จัดเตรียมไว้นะครับ เช่น ในขยะนี้นะครับ จะมีคำว่า “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “E-waste” บอกไว้นะครับ นักเรียนทราบหรือไม่ครับ ว่าโครงการแกล้งดิน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นโครงการปรับปรุงดินเปรี้ยว ในพื้นที่พลุ ซึ่งมีสภาพความเป็นกรด ไม่เหมาะสำหรับการเพาะปลูก จนสามารถเพาะปลูกได้ โดยการกำจัดกรดกำมะถัน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยารีดอกซ์ ระหว่างไพไรท์ในดินกับออกซิเจนในอากาศครับ นอกจากในแบตเตอรี่แล้ว ยังมีปฏิกิริยารีดอกซ์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน อีกเป็นจำนวนมากนะครับ เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ หรือการหุงต้มอาหารนะครับ ปฏิกิริยาการเกิดสนิมของโลหะ ปฏิกิริยาในการสังเคราะห์ด้วยแสงนะครับ และยังมีปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการหายใจ ปฏิกิริยาเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้า เหมือนในแบตเตอรี่นะครับ นักเรียนมาลองทำแบบฝึกหัดกันนะครับ เราจะมาพิจารณาข้อความ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยารีดอกซ์ แล้วดูว่าข้อไหนผิดข้อไหนถูกนะครับ เอาล่ะครับ นักเรียนลองคิดไว้ก่อนนะครับ เสร็จแล้วเดี๋ยวเรามาค่อยมาดูเฉลยกันนะครับ [เสียงดนตรี] (ครูชาญณรงค์) เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามาดูเฉลยกันนะครับ ข้อ 1 ปฏิกิริยารีดอกซ์ให้กระแสไฟฟ้าเสมอ เป็นอย่างไรครับข้อนี้ ถูกหรือผิดครับ ข้อนี้ผิดนะครับ เพราะว่ามีปฏิกิริยารีดอกซ์ที่ไม่ได้ให้กระแสไฟฟ้า อยู่หลายปฏิกิริยาเลยนะครับ เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยาการเกิดสนิม ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้าเลยนะครับ ข้อ 2 ปฏิกิริยารีดอกซ์ ให้ความร้อนและแสงสว่างเสมอ ข้อนี้เป็นอย่างไรครับ ถูกหรือผิดครับ แน่นอนนะครับ ข้อนี้ผิดนะครับ เพราะว่ามีปฏิกิริยารีดอกซ์ที่ไม่ได้ให้ความร้อน หรือแสงสว่างเลยนะครับ เช่น ปฏิกิริยาในแบตเตอรี่นั่นเองนะครับ ข้อ 3 ครับ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในแบตเตอรี่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ แน่นอนครับ ข้อนี้ถูกนะครับ และข้อสุดท้ายนะครับ ปฏิกิริยารีดอกซ์มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอน ระหว่างสารเคมีเสมอ แน่นอนครับ ข้อนี้ถูกนะครับ ก็เป็นไปตามความหมายของปฏิกิริยารีดอกซ์ ที่ได้สอนไปก่อนหน้านี้นะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนกันไปนะครับ ปฏิกิริยารีดอกซ์เป็นปฏิกิริยาเคมี ที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างสารนะครับ และปฏิกิริยารีดอกซ์มีทั้งที่ให้กระแสไฟฟ้า เช่น ปฏิกิริยาในแบตเตอรี่ และไม่ให้กระแสไฟฟ้า เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยาการเกิดสนิมของโลหะนะครับ และปฏิกิริยาในกระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสงนะครับ และในวันนี้นักเรียนก็ได้เรียนรู้ เกี่ยวกับเรื่องแบตเตอรี่กันไปแล้ว ในคลิปต่อไปจะเป็นอะไรนั้น ขอให้นักเรียนทุกคนติดตามกันไปนะครับ ขอบคุณครับ [เสียงดนตรี]