Accuracy : 58.67%
Insertion : 398
Deletion : 3509
Substitution : 374
Correction : 6474
Reference tokens : 10357
Hypothesis tokens : 7246

(ดร.เกวลี)โอเคโอเคค่ะมาครบกันแล้วล่ามได้ยินไหมคะต้องพูดใหม่ไหมล่รำ(าม)ได้ยินไหมคะTeต้อ(x)tงใช้เด็กได้ยินแต่ร(-่)ไม่ได้ยินอะร(ง)ต้องโทรใหม่ไหๆ(ม)พลอยค่ะล่ามได้ยินไหมคะไ(ล)-่อ(า)-ั้มยังไม่ได้ยินเมื่อเช้าเป็นไหมไม่เป็นทำอย่างไรล่ะ[เสียงหัวเรา]LINEถามเขาก่อนไหมอ(ล)-่ะหรือต้องโทรใหม่อีกแต่เสียงมันเข้าอยู่เครื่องควบคุมอยู่ใช่ไหมส่วนมากมีปัญหาแต่กับเสียงล่ามได้ยินไหมคะมิกซ์เอาอย่างไรอย่างไรก็ได้อย่าะ(ง)ไรก็ได้แล้วแต-่อย-่างนั้นปอยวางล่าง(ม)ก่อนก็ได้โอเOK(ค)อาทิตย์หน้าหลังปีใหม่เราจะสอบมิดเทอมเนืก็(-้อ)หาถึงวันนี้นะคะจะเป็นเกี่ยวกับการปิดบังข้อมูลา(ะ)า(ะ)โดยใช้รหัสลับแล้วก็ใช้เครื่องมือในการปิดฟ(บ)-ังข้อมูลที่เราซ่อนไว้นะคะโดยการทำงานแบบนี้นี่มันจะมีอัลกอริทึมที่เกี่ยวข้องก็คือการใช้ลายเซ็นดิจิตอ(ทั)ลหรือลายเซ็นดิจิตอลนี่แหละนะคะมันก็จะเป็นอัลกอริทึมในการตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นน่ะไม่ก(ถ)-ู-้ไขแก้ไขหรือมีการเปลี่ยนแปลงได้แล้วไหมได้แล้วใช่ไหมคะล่ามได้ยินแล้วใช่ไหมคะโอเคเสียงสะท้อนสักครู่นะคะก็วันนี้นะคะก็จะเกี่ยวข้องร(ก)-ับการปิดบังข้อมูลซึ่งมันก็จะมีวิธีการที่เกี่ยวข้องก็คือการใช้ลายเซ็นดิจิทัลเป็น-ัล(ว)ตรวจสอบว่าข้อมูลที่เราส่งไปหรือเราได้รับมานี่ไม่ได้ถูกแก้ไขหรือว่ามีกเปลี่ยนแปลงระหว่างทางแล้วก็เป็นการพิสูจน์ทราบตัวตนของข(ค)นส่งด้วยนะคะซึ่งการลงลายเซ็นดิจิทัลนี่ไม่ใช่ว่าเราสแกนลายเซ็นใส่กระดาตอ(ษแ)-้วก็เอาลงคอมพิวเตอร์ไม่ใช่นะคะจะเป็นกระบวนการสร้างด้วยรหัสที่เป็นตัวเลขเราจะเรียกว่าPrivaข(t)eKeyนะคะส่วนคนรับเขาจะต้องมีKปb(ey)igcที่เราได้สร้างไว้หรือเระ(า)แจกให้เขาถ้าผู้รับไม่มีกุญแจที่เราแจกให้เขแ(า)ะเข้าของเราไม่ได้นะคะซึ่งมันจะต่างกันก็คือคนที่จะส่งมาข้อมูลป(ะ)ใช้กุญแจส่วนตัวนะคะแต่ถ้าคนรับนี่เขาจะเรียกว่ากุญแจสาธรณะที่เราแจกจ่ายใครก็ไดค(-้)แก-่(ะ)คะสำหรับอ่านข้อมูลขาสนงเระ(า)กระบวนการทำงานของการทำงานของลายเซ็นดิจิทัลนะคะมันก็จะเริ่มตั้งแต่คนส่งเขาก็จะมีการลงนามนะคะมีการเข้ารหัสด(ล)-้วลายเซ็นดิจิทัต(ล)แล้วก็จะมีการส่งกุญแล(จ)สาธารณะไปให้กับผู้รับนะคะถ้าผู้รับไม่ได้รับกุญแจหรือกุญแจถูกเปลี่ยนมันก็จะไม่สามารถเปิดข้อความที่ผู้ส่งส่งไม่ได้นะคะโดยการเข้ารหัสนี่จะเป็นการเหมือนจะเป็นด้วยตัวซื-้(เ)ลขแปลงตัวหนังสือของเราทุกตัวให้เป็นเลข0แ(ก)-ัะ(บ)เลข1นะคะซึ่งกระบวนการ-้อ(า)รหัสนี่จะมีตั้งแต่ตัวเลขจำนวนไม่มากจนถึงตัวเลขที่เขบอว่ารอจนเป็นแสนปีก็ไม่สามารถถอดรหัสได้สำหรับการเข้ารหัสหลักการขั้นสูงนะคะโดยการเข้ารหัสคน(-ัว)แรกห(เ)-ีย-ือ(ก)ว่าECCนะคะเปcc(-็น)สมการคณิตศาสตร์ที่เป็นสมการเส้นโค้งนะคะตั้งแต่ปี1985เมื่อเกือบ40ปีที่แล้วนะคะใช้เส้นโค้งนะคะในการเข้ารหัสซึ่งเป็นสมการคณิตศาสตร์แล้วคุณก็ไม่เข้าใจว่าอ้าแลดี๋ย(-้)วเราจะเข-้ารหัสแล-้วเรจะถอดรหัสได้อย่างไรเหมือนที่เราเรียนบทแรกอาจารย์แค่ให้จับคู่ตัวเ(A)องแล้วก็-่ว(อก)อีก3ตัวลา(ต่)เป็นตัวDdogอันนี้คือง่ายมากแต่อันนี้เขาจะใช้สมการวงรีรา(นะ)า(ะ)แต่.ว(.).กนี้อ่านเอาหรอข้อดีก็คือคีย์ในการเข้ารหัสนี่เมื่อก่อนมันเกือบ40ปีที่แล้วนี่สมการมันไม่เยอะมากนะคะข้อความที่เข้ารหัสด้วยวิธีการนี้นี่จะต้องเป็นข้อความสั้นๆนะคะจไม่ใช้ข้อความยาวเพร-่าม(ก)รถอดรหัสก็ซับซ้อนใก(น)ระดับหนึ่งถ้1(า)เปรียบเทียบการเข้ารหัสอย่างที่อาจารย์เคยสอนในเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะคะความอ(ซ)-ับซ้อกษร(น)ในการถอดรหัสมันก็จะต่างกันนะคะความอันนี้คือหน่วยวัดเป็นเขาเรียกว่าอะไรการเข้ารหัสต่อ1วินาทีนี่มันจะมีการเข้ารหัสเป็น1ล้านตัวภายใน1วินาทีซึ่งถ้าจะถอดรหัสในยุคปัจจุบั-ี่ยากมากนะคะอ(-่)มามันจะมีอีกตัคน(วห)นึ-่ที่คู่กันกับลายเซ็นดิจิอ(-ั)ก็จะเป็นใบรับรองเ(ด)-ิ-็น(จิ)-ัลนะคะก็จะเป็นง(ก)น(ร)รักษาความปลอดภัยที่อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัลกบ(อ)ริษั-ึมหรือว่าใช้แค่กุญแจเท่านั้นมัจะอยู่ที-่ว-่เราสร้างอย่างไรแล้วแจกจประกาศ(-่)ายใครบ้าน(ง)แล้วเราจัดการKeyห-ือกุญแจง(น)-ั้นอย่างไรนะคะแต่จุดอ่อนของการใช้เอกสารรับรองทางดิจิทัลนี่จุดอ่อนก็คือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคีย์ที่ได้มาไม่ใช่ท(ค)-ีย์ของ…ไม่ใช่กุญก(จ)ของคนที่มาหลอกเอาข้อมูลเรามันอาจจะโดนป(ส)-ับเปลี่ยนระหว่างก(ท)ร(ง)ก็ได้นะคะเขาก็เลยมีวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้กุญใ(แ)ลัร้า(บ)เพิ่เ(ม)ขึอา(-้น)มาอีกนะคะอาจจะมีการแจกจ่ายด้วยระบบที่ปลอดภัยมากขึ้นนะคะเขาเรียกว่าระบบKerbeร(r)oค(s)หรือการแจกจ่ายกุญแจสาธารณะนะคก็จะให้ความไว้วางใจกับระบบจัดการKeyถ้าตอ(-่)-ี3ปี4ได้ไปติดต:0(-ั)-้0น(ง)ระบบเครือข่ายคุณจะเห็นตัวนึ-่งในการติดตั้งะบบคือPdki(KI)นะคะอันนี้ก็จะมีส่วนห-ึ่งในการติดตั้งะบบเครือข่ายด้วยนะคะซึ่งการที่เราจะมีP-ีเ(KI)อได้นี่เ(ม)-ัา(น)จะต้องมีต้องมีใบรับรองนะคะโดยออกโดยผู้รับรองที่เชื่ย(ถ)-ื-ู-่(อ)ได้ในการเข้ารหัสข้อมูลเพราะว่าเวเราใช้ข้อมูลผ่ก(า)นเครือข่ายนี่อย่างW-ับกระชาย(i)-Fiนี่เราก็ต้องมั่นใจว่าแ(ข)-้อมไข(-ูล)ของเรานี่มันจะไม่รั่วไหลห-ือว่ไม่โดนดักจับข้อมูลระหว่างทางด้วยนะคะโดยองค์กรที่เป็นผู้ให้กา(คำ)-ับรองนี-่เข-้(า)มีหน้าที่ก็คือต้องตวจส-ั(อ)ความมีตัร(ว)ง(น)ของบุคคลหรือว่าระบบนั้นแล้วก็ต้องสามารถออกใบรับรองได้นะคะใบรับรองก็จะประกอบไปด้วยพ(-ั)กุญแจของสาธารณะงคนค-ื-่(น)-ั้ๆ(น)หมายเลขที่ระบุตัวบุคคลก็คือIDนั่นเองนะคะข้อมูลทุกอย่างจะถูกเข้ารหัสด้วยแบบลายเซ็นดิจิทัลนะคะเข้ารหัสแบบ256b(B)it516(2)Bitอะไรก็ว่ากันไปนะคะสูงสุดตอนนี้ก็จะเป็น1024Bitก็มีค่าเท่ากับ2ยกกำลัป็น(ง10)24ต26(-ัว)เลขเยอะมากนะคะเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันก็จะมีการแลกเปลี่ยนตัวเอกสารกา-ับแลก(ร)องทาเปลี-่(ง)ยนดิจิท-ัลนะคะที่ผ่านการร-ัล(ร)องจาล(ก)งค์-ัา(-้)นๆแล้วนะคะว่าการถอดรหัสด้วะ(ย)กุญแจนั้นปลอดภัยนะคะตัวอย่างบางทีเราใช้งานทุกวันเราก็ไม่รู้นะคะอยท(-่)างเว็บไซต์ของGoogleนี่มันก็จะมีCertificateถ้าเราใช้เว็บไซต์Googleนี่เราจะสังเกตว่ามันจะมีรูปกุญแจเราสามารถดูได้ว่าท(ก)ง(ร)เข้าเว็บไซต์ครั้งนี้ของเรานี่ถูกต(ป)-้องกันการขโมยข้อมูลนะคะโไป(ดย)ที่เว็บไซต์Googleนี่เขาก็จะมีได้รับใบรับรองว่าการใช้งานเว็บไซต์ของGoogleนี่เขามีใบรับรองนะตั้งแต่วันที่เท่าไ-่ถึงวันที่เท่าไปลอดภั-่(ย)แน่นอนนะคะไม่มีการจั(-ูก)เ(-ั)-็(-ั)บข้อมูลระหว่างทางแน่ๆในระหว่างการใช้งานเว็บไซค้น(ต)-์ของเห(ข)นะคะก็สามารถเข้าไปดูได้ลองเช็กดูว่าเว็บไซต์ที่เราทำงานหรือใช้งานนี่ยเ(-ัน)มีลูกกุญแจหรือเปล่ยข(าถ)-้าว(ม)เหน-ียวลู-ุญก(จ)ก็ถือว่าปลอดภัยแต่ถ้าไม่มีเพอ(รา)ก็ต้องระมัดระวังในการพิมพ์ข้อมูลหรือการส่งข้อมูลใ(บ)นเว็บไซต์-่(-ั)-้ง(น)ๆด้วยนะคะการเข้ารหัสอีกอย่างหนึ่งก็จะคือ(เ)ป็นHแพทสั้น(a)shFunctionนะคะก็จเป็นอัลกอริทึมที่เข้ารหัสข้อมูลโดยที่ไม่ต้องใช้Keyนะะแต่มันรี(จะ)-ีการเด(คำ)-ิวณทางคณิตศาสตร์ไม(ที)-่คงที-่แต-่ก็จะไม่สามารถคำนวณเนื้อหาแล้-ัด(ก็)ความยาวของข้อมูเด-ื(-ิ)มได้มัจะมีคุณสมบัติที่ดีก็คือตรวจสอบว่าไฟล์นั้นๆที่เราได้รับมาหรือเราส่งไปนี่ถูกเปลี่ยนแปลงหรือเปานๆที่ส่ง(ล)-่ามันเป็นคุณสบัติของควมคงสภาพา(ง)กาศข้อมูลนะคะนิกู(ยม)ใช้ในการเข้ารหัสp(P)asswordก(ห)เข้(-ือก)ารหัสLoginเข้าระบบเพราะว่าPasswordส่วนมากมัน-็จะเป็นค่าคอ(ง)ไร(-ี่)ถ้าเราไม่ทำการเปลี่ยนนะคะไม่เหมือนข้อความเราจะพิมพ์เคร(พิ)-ื-่อ(ม)อะไร-่-ั(า)ไรเราก็ม่สามารง(ถ)ควบคุมได้แต่ว่าPasswordนี่เราสามารถกำหนดได้ว่าp(P)asswordมี8ตัว10ตัว16-ัวมันจะเป็นค่าคงที่-ัว(น)ะคะตัวอย่างการเข้ารหัสแบบh(H)ashf(F)unctionบางม(ท)-ีข้อมูลเข้ามาไม่กี่อัะคะจากข้อมูลเหล่านี้บางทีแค่เป็นรูปภาพหรือเป็นสัญลักษณ์ต่างๆHashFunctionจะทำหงๆฟัง(น)-้าที่แปลงก์ชั่นร(ใ)-ัก(-้)เป็นตัวเลขแล้วก็ตัว-ังสืะ(อ)ซึ่งจะเป็นตัวเลขฐาน160-9แล้วก็a-sgs(f)ท(ค)-่นั้นนะคะซึ่งเป็นตัวเลข-ื(-ี)-่เราอ่านไม่ได้อันนี้คือเป็นตัวเลขฐาน16ถ้าใครไม่รู้วิธล่ะฐ(-ีก)รถนะท(อ)-ำใ(ร)-ัสก็จะไม-้(-่)เข้าใจว่าเป็นการส่งข้อมูลอะไรมาอย่างเช่นข้อความแ(ะ)ะถ้-่(า)เราพิมพ์FoOS(x)ที่แปลว่าหมาป่าเข้าไปก็จะมีการเข้ารหัสนะคะแล้วก็จะเปลี่ยนเป็นตัวเลขฐาน16ไม่รู้กี่ตัวล่ะนะคะก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆขึ้นไปเรื่อยๆนะคะอันนี้ก็ต้องอาศัยความรู้พื้นฐานของเลขฐาน16ด้วยนะคะวิธีการทำงานอีกอย่งหนึ่งคือเป็นการเหมือนเติมเกลือเข้าไปก็คือเพิ่มความสามารถในการเข้ารหัสอีกชพ(น)-ิดหนึ่งเข้-่มก็เ(า)ไปม(ร)-ือมันเหมป็(-ือ)นการดู(หย)กลืน(อ)เข้าไปนะคะนอกจากPasswordธรรมดาแล้วมัยัะ(ง)เพิ่มอัลกอริalgo(ท)-ึมทีrithm(-่)เรียกว่าSaltตัวเสาเข(นี)-้า(ง)ไปอีกเ-ื(-ิ)-่อ(ม)ความมั่นใจว่าPasswordของเรานี่ย(ะ)เป็นค่าคงที่แล้วก็ไม่ถูกเปลี่ยนแปลงนะคะแลรา(-้ว)ก็จะสามารถทำให้การถอดรหัสนี่ยากขึ้นไปอีกนะคะ-็เหมือนเติมเครื่องปรุงเข(ลง)-้าไปอีกนอกจากPasswordธรรมดายากแล้วก็เติมเข้าไปอีกให้มันยากขึ้นนะคะซึ่งHashFunฟังก(c)t-์ชัน(ion)ที่นิยมใช้นะคะก็จมีตัวMDที่นิยมใช้กันแต่ปัจจุบั-ี่จะเป็นmg(MD)6แต่ว่าที่ผ่านมาสิ่งที่นิยมใช้มากที่สุดคือMD5แต่เดี๋ยวจะอธิบายว่าMเพิ-่(D)5-ัน-ิ(-็)ะคะมีอ(ย)-่าะ(ง)ไรบ้างแล้วก็ตัวHaโปรโมช-ั(s)hFuncti-่น(on)นี-้ค-่มันกะ(-็)สามารถใช้กับภาษาPa(r)sswogrammingต่างๆไดdให(-้ถ)-้เป็นในการทำงานด้านNetworkนี่เขาจะนิยมใช้ระบบปฏิบัติการLinuxนะคะมันจะเป็นo(O)pens(S)ourceก็คือไม่เสียสตางค์นะคะในLinuxนี่มัก็จะม-ีฟังก์ชันชื-่อตัวมันเองก็คือbvryptbcryptนะคะก็พัฒนามาจากอ่างเขาเรียกว่าอะไรล่ะโหลเลี้ยงปลาเหมือนข้อมูลเข้ามาก็(จะ)อยู-่แค-่ในโหลกว่าคุณจะรู-้ได-้ว่าม-ันจ-ุม(ะ)เหลี่ย-ุนไหนน-ี่บางท-ีเราก็หาข้อมูลไม่เจอซึ-่งเป็นการพัฒนาการเข้ารหัสของLinuxนะคะก็ถ้าใครสนใจทำงานด้านเหล(คร)-ือข่ายต่อไปอาจจะต้องได้ไปศึกห(ษ)าตรงนี้เพิ่มเติมนะคะวิธีการทำงานของh(H)ashf(F)unctionอย่างที่อาจารย์บอกค่หล-ั(ะ)-็คือมีข้อความPlainTextก็คือข้อความทั่วไปที่เราอ่านได้ปกตินะคะเข้ามาทำงานในส่วนของh(H)ashf(F)unctionนะคะตัWh(วH)at(s)hFunctionก็appen(จ)เปลี่ยนข้อมูลทั่วไปธรรมดาของเราเพื่อให้เ(ก)-ี(า)-่เป็นตัวเลขฐาน16เพื่อให้คนที่เขาไม่รู้-ิมข(ธี)องการเ(ถ)-้(ด)รหัสเขาจะอ่านไม่ออกอ่านไม่ได้นะคะพ(ซ)-ึ่งตัวMDนี่กเ(-็)ย่างที่บอกฉั-่ะHashfunctiก็(on)จะสร้างบอ(จา)กค่าความยาวคงพ(ท)-ี่นะคะมีตั้งแต-่MD12456นะคะซึ-่ป(ท)-ี-่12(แ)พร่หลายมากในอดีตพ(น)-ี่มันจะเป็นMแป-้ง(D5)ซึ่งถูกใช้งานเยอะแยะมานะคะแต่ปัจจุบันเขาก็ไม่นิยมใช้แล้วแต่พอMD6ตั้งmg6(แ)ต่ปี2008มานี่ค่าHash2,00(ม)-ันจะตั้ง512Bitซึ่งเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างเยอะมากๆนะคะแต0(-่)วิธีการถอดรหัสถ้าจะเอาให้ด(อ)-้(ภ)ไ(ใ)-่(-้)ออกเราจะยกตัวอย่างส่วนมากจะเป็นMD5นะคะก็จเป็นการใช้HashFunctiง(o)nน(ใ)ะคะการแปลงเลขหรือแปลงข้อความหรือแปลงรหัสให้กลายเป็นตัวเลขฐาน16แบบนี้นะคะโดยMD5นี่มันจะเป็นรูปแบบการเข้ารหัสป๊(แบ)นึ-่งนะคะที่เป็นการแปลงข้อมูลไม่ว่าจะเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ขนาดเล็กขนาดไหนก็ตามอย่างที่ตัวอย่างนะคะตัวMตัV(ว)เดี-๋ยวก็มีตัวเลขฐาน1-็ก(6)8ชุดคำต่อมาก็มีเลขฐาน168ชุดยาวขึ้นก็ยังมีเลขฐาน168ชุดซึ่งจะเ8ยาวก-ั(ป)-็นความยาวคงที่แตบ(-่)ตัวเลขฐาน16ข้าะไร(งใน)จะ-ูก(-ับ)เปลี่ยนออกไปจนเข(ร)-้าไม่สามารป(ถ)อ่านข้อมูลได้นะคะก็เพราะฉะนั้นทุกอย่างจะคงที่เราไม่รู้เลยว่าข้อมูลข(-่)ง(น)ที่เราจะเข้ามานี่มันสั้นหรือมันยาวหรือมันมีข้อมูลอย่างไรเพราะว่ามันไม่สามารถเร-ียกด-่ง(-ู)ต้นฉบับก็ได้เพว่าตัวเลข-ั(ฐ)าน16ที่ถูกแปลงมามันเป็นค่าคงที่แต่ละครั้ปรข้ะ(อ)มูลที่ได้มาไม่เท่ากันไม่เหมือนกันแต่ตัวเลขมันยังเ-ุกอย-่าเดิมนะคง(ะ)ความปลอดภัยม-ัา(น)เลยค่อนข้างสูงซึ่งmp(MD)5เป็นการเข้ารหัสแบเน-็(บ)128-B(b)itให(ช)-้ค่าตัวเลขฐาน16เหมือนที่อาจารย์บอก0-9a-fนะคะขนาดตัวอักษรคือ32ตัวอาจจะมีตัวเลแบบ(ข)เป็นเ(บ)ส(0)-็ป-ับ1บ้าญ(ง)รือbase64บ้งก็ส่วนมากก็ยังเป็นฐาน16ส่วนมากยัง(จ)ไม่เป็นBinaไร(ry)ะคะโยชน์ของ-ีบนะ(ก)ะ(ร)เข้ารหัสแบบMD5ก็คmd5(-ื)อมันสามารถตรวจสอบความถูกต้องของราย(ฟล์)ได้นะคะเช่นมันมีอาจจ-ัสน(ะม)-ีไฟล์2ใน(ล์)เนื้อหาในไฟล์เหมือนกันทุกประการเลยก็อ(จ)ะไร(-้)ค่ะ(า)MD5เหมือนกB5,000(-ัน)แต่ถ้าค่Mmd(D)5ไม่ต-้(ร)งก-ัร(น)แสดงว่าอาจจะมีฝ(ไ)ฟล-่าย(-์)ใดไฟฝ่าย(ล์)หนึ่งถูกเปลี่ยนแปลงหรือไม่สมบูรณ์มันก็จะมีโปรแกรมที่สามารถช่วยตรวจสอบข้อความหรือข้อมูลได้นะคะแล้วก็Mmd(D)5นี่มันสามารถนำไปใช้เก็บข้อมูลที่เราไม่ต้องการเปิดเผยนะคะเช่นบางทีเอ(ร)าอ-่จจะกว(ล)-ัวเราลืมรหัสผ่านเอ(ร)าเก็บไว้ในฐานข้อมูลก็ได้แต่เราเข้ารหัสไว-้ซึ่งอาจจะต้องมีใช-้กุญแจส่วนตัวหรือกุญแจสาธารณะในการเปิดแต่ถามว่าเราก็ไม่ต้องจำค่ะบางทีตัวเลขมันเยอะมากแค่เรมี-ุญจที่ถูก-้อ-่(ง)มันก็สามารถเปิดข้อมทำ(-ูล)ได้เช่นเดียวกันการเก็บในฐาข้อมูลคือมันอาจจะเสา(-ี)-่งตรงที่ว่าใครก็เข้าถึงฐนข้อมูลได้แต่ที่แน่ๆคือเขาไม่สามารถเปิดอ่านรหัสผ่านที่เราเก็บไว้ได้อะไรอย่างนี้น-ี่นะคะซึ่งตัวHashFunctionมัappen(น)ก็จะมีอัลกอริทึมนึงที่ปัจจุบัน-ี(ค)นนิยมใช้เหมือนกันก็คือSHAนะคะก็แตกต่างตบSH(า)มควาจ้(มย)ของส(จ)-ำนวนBitนะคะตั้งแต่11Plus256384512นะคะความยาวก็จะแตกต่างกันไปยิ่งความยาวเยอะเท่าไรการที่เราจะถูกถอดรหัสหรือการเจาะรหัสมันก็ยิ่งยากขึ้นนะคะเค(ซึ)รื-่งแบบSHAนีany(-่)เป็นh(H)ave(sh)ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนะคะอันนี้คือตัวอย่างในการเจาะรหัสนะคะความยาวยิ่งเยอะยิ่งนานนะคะนานมากๆไม่ใช่ว่าใครจะทำได้ง่ายๆยิ่งข้อมูลปริมาณเยอะมากเวลาที่ใช้ในการล(อ)ดรหัสหรือการเจาะก็ยิ่งมากขึ้นนะคะแล้วเขาก็จะถามว่าแล้วรูปแบบการเข้ารหัสแบบไหนดีที่สุดล่ะนะคะการเขม(-้)รหัสแ-่อด(ะร)-ูก(ป)มว(บบ)มันก็-ีจุดประสง-่ถ-ูก(ค์)ที่แตกต่างกันไปสมมติว่าเราอยากรู(เข)-้รหัสข้อความธรรมดาเราอจจะไม่จำเป็นต้องเลือกการเข้ารหัสที่อ(-้)ารหัสจำนวนเยอะมาก็ได้เพราะมันเสียเวลานะคะถ้ารามีปริอ(ม)ข้อมูลห้(ม่)มากเราแล(เข)-้ว(า)ก็รหัสแค่ใช้กุญแจสาธารณะดอกเดีนู(ยว)ก็พอนะคะแต่ถ้ามันเป็นข้อมูลที่เป็นความลับเป็นข้อมูลเป็นตัวเลขหรือเป็นข้อมูลทางการเงินการเข้ารหัสยิ่งเข้ารหัสด้วยตัวเลขร(ม)การเยอะมากเท่าไ-่ยิ่งมากที่สุ-ีมากที่สุดนะคะการเข้ารหัสแบบใช้กุญแจ

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-06-06 15:52:56
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}