﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.614

2
00:00:03.960 --> 00:00:04.405

3
00:00:07.539 --> 00:00:07.772

4
00:00:07.738 --> 00:00:09.004
เสียงดนตรี

5
00:00:10.298 --> 00:00:10.687

6
00:00:10.878 --> 00:00:14.914
สวัสดีค่ะนักเรียนคะพบกับครูอ้อมอีกเช่นเคยนะคะ

7
00:00:15.169 --> 00:00:18.688
ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ

8
00:00:19.140 --> 00:00:21.241
รายวิชานี้นะคะ

9
00:00:21.450 --> 00:00:26.820
ประกอบด้วย 7 บทซึ่ง 3 บทแรกการเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีน่ารู้นะคะ

10
00:00:27.088 --> 00:00:32.975
ในวันนี้ก็ยังคงอยู่ที่บทที่ 1 อยู่นะคะซึ่งเป็นหัวข้อที่ 2 นะคะ

11
00:00:33.359 --> 00:00:38.872
วันนี้เราจะได้เรียนในหัวข้อระบบทางเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยีที่ซับ

12
00:00:38.861 --> 00:00:39.566
สอนค่ะ

13
00:00:40.648 --> 00:00:43.923
คนอื่นครูอ้อมขอแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

14
00:00:43.929 --> 00:00:45.577
แค่นี้ก่อนนะคะ

15
00:00:45.720 --> 00:00:50.549
ถ้านักเรียนจะสามารถวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้นะคะ

16
00:00:50.649 --> 00:00:56.088
นอกจากนี้ก็อยากให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

17
00:00:56.410 --> 00:00:59.617
และระบบย่อยของระบบทางเทคโนโลยีที่ซับ

18
00:00:59.560 --> 00:01:00.442
ถอนได้

19
00:01:00.579 --> 00:01:02.259
นอกจากนี้ก็ยังต้อง

20
00:01:02.308 --> 00:01:02.791

21
00:01:02.628 --> 00:01:06.024
สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของระบบย่อย

22
00:01:06.159 --> 00:01:10.953
ในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้ก็ขอให้นักเรียนตั้งใจ

23
00:01:11.019 --> 00:01:11.951
ก็บรรลุ

24
00:01:12.239 --> 00:01:13.569
ประสงค์นี้นะคะ

25
00:01:13.911 --> 00:01:14.290

26
00:01:14.609 --> 00:01:17.737
ก่อนหน้านี้นะคะเราเรียนเรื่องระบบคืออะไร

27
00:01:17.809 --> 00:01:18.812
ใช่ไหมคะ

28
00:01:18.828 --> 00:01:19.063

29
00:01:19.468 --> 00:01:24.861
แล้วเราก็ทราบว่าระบบนั้นมีทางระบบทางธรรมชาติและระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น

30
00:01:25.180 --> 00:01:27.216
แล้วระบบทางเทคโนโลยีล่ะ

31
00:01:27.548 --> 00:01:28.169
ค่ะ

32
00:01:28.439 --> 00:01:32.470
ระบบทางเทคโนโลยีก็เป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนะคะ

33
00:01:33.121 --> 00:01:35.941
ซึ่งหมายถึงกลุ่มของส่วนต่างๆ

34
00:01:36.188 --> 00:01:39.837
ตั้งแต่สองส่วนขึ้นไปประกอบเข้าด้วยกันนะคะ

35
00:01:39.978 --> 00:01:43.557
แล้วก็ทำงานร่วมกันให้บรรลุวัตถุประสงค์นะคะ

36
00:01:43.628 --> 00:01:44.708
ซึ่งระบบ

37
00:01:44.649 --> 00:01:50.365
มันขึ้นตรงนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกหรือแก้ปัญหาให้กับมนุษย์นั่นเองนะคะ

38
00:01:51.758 --> 00:01:57.102
เราเห็นในชีวิตประจำวันเรานี่นะคะเราเห็นมากมายเลยระบบทางเทคโนโลยี

39
00:01:57.018 --> 00:02:02.303
ก็อย่างเช่นระบบคมนาคมขนส่งระบบการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆนะคะ

40
00:02:02.839 --> 00:02:04.967
หรือระบบรีไซเคิลขยะ

41
00:02:04.958 --> 00:02:06.183
เป็นต้นนะคะ

42
00:02:07.229 --> 00:02:09.908
ทดสอบระบบทางเทคโนโลยีที่แล้ว

43
00:02:09.978 --> 00:02:11.442
นักเรียนนำแผนภาพ

44
00:02:11.531 --> 00:02:12.998
สีได้หรือเปล่า

45
00:02:13.001 --> 00:02:13.244

46
00:02:14.538 --> 00:02:15.172

47
00:02:15.108 --> 00:02:15.364

48
00:02:15.238 --> 00:02:17.401
อุปกรณ์ทางเทคโนโลยี

49
00:02:17.608 --> 00:02:19.069
ประกอบด้วยอะไรบ้าง

50
00:02:20.428 --> 00:02:25.334
อันนี้เป็นระบบทางเทคโนโลยีที่เราเคยเรียนมาในช่วงชั้นมต้นนะคะ

51
00:02:26.447 --> 00:02:27.604
คนแรกค่ะ

52
00:02:28.309 --> 00:02:30.598
ป้อน input นะคะ

53
00:02:30.868 --> 00:02:32.271
22 นะคะ

54
00:02:32.538 --> 00:02:35.171
กระบวนการนะคะหรือ process

55
00:02:35.739 --> 00:02:36.684
จากนั้น

56
00:02:36.828 --> 00:02:39.303
น่าจะเป็นผลผลิตหรือ output นะคะ

57
00:02:39.329 --> 00:02:40.138
ในระบบ

58
00:02:40.407 --> 00:02:44.342
ทางเทคโนโลยีบางระบบสามารถมีข้อมูลยศ

59
00:02:44.258 --> 00:02:45.983
หรือ feedback ได้ด้วย

60
00:02:46.948 --> 00:02:47.252

61
00:02:47.269 --> 00:02:52.418
นักเรียนน่าจะพอจำได้นะคะสำหรับองค์ประกอบของระบบทางเทคโนโลยีนะคะ

62
00:02:54.257 --> 00:02:57.876
งอนกันหน่อยว่าแต่ละส่วนนั้นคืออะไรบ้างนะคะ

63
00:02:58.668 --> 00:02:58.965

64
00:03:00.270 --> 00:03:02.716
เนื้อหาผัดกระเพรานิดนึง

65
00:03:02.898 --> 00:03:05.400
ครูเอาตัวเองออกจากทหารแล้ว

66
00:03:06.419 --> 00:03:12.669
อรค่ะตัวป้อน input นะคะส่วนสีเขียวนี้นะคะก็คือพี่พรเข้าสู่ระบบ

67
00:03:12.507 --> 00:03:12.940

68
00:03:12.900 --> 00:03:13.198

69
00:03:13.220 --> 00:03:15.459
ซึ่งอาจมีได้มากกว่า 1 อย่างนะคะ

70
00:03:15.578 --> 00:03:15.955

71
00:03:15.900 --> 00:03:21.002
ก่อนแล้วค่อยออกมายังกระบวนการนะคะกระบวนการ

72
00:03:20.896 --> 00:03:22.751
การดำเนินการ

73
00:03:22.950 --> 00:03:24.259
ที่นำมาน่ะ

74
00:03:24.620 --> 00:03:30.560
อ้อนนั้นเข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นผลผลิตตามวัตถุประสงค์นะคะ

75
00:03:30.827 --> 00:03:32.968
กระบวนการใดระบบหนึ่งนั้นน่ะ

76
00:03:32.819 --> 00:03:35.948
อาจมีมากกว่า 1 กระบวนการก็ได้นะคะ

77
00:03:36.598 --> 00:03:40.608
นั้นก็จะเป็นส่วนของผลผลิตหรือ output นะคะ

78
00:03:40.697 --> 00:03:43.247
ก็คือผลที่ได้จากการทำงานร่วมกับ

79
00:03:43.779 --> 00:03:44.652
รวมกัน

80
00:03:44.671 --> 00:03:45.744
ตัวป้อน

81
00:03:45.757 --> 00:03:46.012

82
00:03:45.887 --> 00:03:46.107

83
00:03:46.138 --> 00:03:48.365
และกระบวนการของระบบนะคะ

84
00:03:48.769 --> 00:03:49.917
ผลผลิตนี้

85
00:03:50.950 --> 00:03:52.404
ยังอัดหมายถึง

86
00:03:52.937 --> 00:03:54.394
ส่วนที่ได้

87
00:03:54.528 --> 00:03:54.736

88
00:03:54.919 --> 00:04:00.477
กระบวนการที่เราอาจจะต้องการหรือไม่ต้องการก็ได้นะคะเช่นของเสียหรือเศษ

89
00:04:00.297 --> 00:04:03.309
ก็ถือว่าเป็นผลผลิตได้ด้วยเหมือนกันนะคะ

90
00:04:03.378 --> 00:04:03.676

91
00:04:03.497 --> 00:04:06.143
ในบางระบบนั้นอาจมีส่วน

92
00:04:06.009 --> 00:04:08.125
เรียกว่าข้อมูลย้อนกลับ

93
00:04:08.047 --> 00:04:08.505

94
00:04:08.437 --> 00:04:10.304
L Max ใช่ไหมคะ

95
00:04:10.297 --> 00:04:13.181
นั่นก็คือข้อมูลที่ใช้ในการควบคุม

96
00:04:13.168 --> 00:04:16.893
ปรับให้ระบบทำงานได้ตามวัตถุประสงค์

97
00:04:16.898 --> 00:04:17.103

98
00:04:17.018 --> 00:04:19.848
ซึ่งอาจมีหรือไม่มีก็ได้นะคะ

99
00:04:21.307 --> 00:04:26.671
เมื่อเราสร้างองค์ประกอบทางเทคโนโลยีแล้วนะคะอยากให้นักเรียนมาช่วยกัน

100
00:04:26.946 --> 00:04:27.637
นะคะ

101
00:04:27.848 --> 00:04:28.055

102
00:04:28.098 --> 00:04:30.595
วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยี

103
00:04:31.178 --> 00:04:32.897
ของหม้อหุงข้าวนะคะ

104
00:04:33.357 --> 00:04:34.377
ถุงข้าว

105
00:04:35.019 --> 00:04:35.313

106
00:04:35.276 --> 00:04:36.943
มีตัวป้อนอะไรบ้าง

107
00:04:36.877 --> 00:04:38.731
มีอะไรเป็นกระบวนการ

108
00:04:38.807 --> 00:04:40.709
มีผลผลิตอย่างไรนะคะ

109
00:04:40.727 --> 00:04:40.940

110
00:04:40.976 --> 00:04:43.327
และมีข้อมูลย้อนกลับหรือไม่

111
00:04:43.856 --> 00:04:44.088

112
00:04:44.437 --> 00:04:44.703

113
00:04:44.627 --> 00:04:44.887

114
00:04:44.818 --> 00:04:50.776
นักเรียนลองพิจารณาดูนะคะว่าจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีของหม้อหุงข้าวได้อย่างไร

115
00:04:53.856 --> 00:04:55.289
ก่อนอื่นค่ะนักเรียน

116
00:04:55.719 --> 00:04:58.985
ในการที่เราจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้

117
00:04:59.497 --> 00:05:01.274
เราต้องมีส่วนประกอบ

118
00:05:01.607 --> 00:05:02.869
โครงสร้าง

119
00:05:03.136 --> 00:05:05.509
ของเทคโนโลยีนั้นๆก่อนนะคะ

120
00:05:06.096 --> 00:05:08.249
ในที่นี้คือหม้อหุงข้าว

121
00:05:08.268 --> 00:05:08.541

122
00:05:08.528 --> 00:05:12.013
เรามาดูว่าโครงสร้างหรือส่วนประกอบคืออะไร

123
00:05:12.250 --> 00:05:13.957
จากในรูปนะคะนักเรียน

124
00:05:14.096 --> 00:05:19.153
เห็นท่านความร้อนนะคะซึ่งอยู่ใต้โต๊ะเครื่องของหุงข้าวนะคะ

125
00:05:19.417 --> 00:05:19.723

126
00:05:19.807 --> 00:05:23.091
ทวิตที่เราใช้กดผิดใช่ไหมคะ

127
00:05:22.936 --> 00:05:24.079
แล้วก็มี

128
00:05:24.026 --> 00:05:27.048
ในนั้นมีแม่เหล็กและขดลวดสปริง

129
00:05:27.357 --> 00:05:27.611

130
00:05:27.806 --> 00:05:30.884
นี่คือโครงสร้างหลักของหม้อหุงข้าวนะคะ

131
00:05:31.137 --> 00:05:33.496
เครื่องสวิทช์แผ่นความร้อน

132
00:05:33.447 --> 00:05:33.893

133
00:05:33.638 --> 00:05:34.540
และแม่เหล็ก

134
00:05:34.466 --> 00:05:35.870
และขดลวดสปริง

135
00:05:36.717 --> 00:05:37.080

136
00:05:37.357 --> 00:05:38.496
วันนี้

137
00:05:38.506 --> 00:05:44.273
สัมพันธ์อันแน่นอนเพราะเขาเป็นส่วนประกอบหรือเป็นหนึ่งในระบบของหม้อหุงข้าว

138
00:05:44.918 --> 00:05:50.140
เมื่อเราทราบประกอบแล้วเราต้องทราบหลักการทำงานของหม้อหุงข้าวนะ

139
00:05:51.828 --> 00:05:56.750
จากภาพเล็กกลายเป็นภาพใหญ่นะคะจะเห็นผลของสวิส

140
00:05:56.696 --> 00:05:58.406
ส่วนของสัมภาษณ์

141
00:05:58.426 --> 00:06:00.149
ส่วนของขดลวดสปริง

142
00:06:00.216 --> 00:06:01.886
มีแม่เหล็กถาวร

143
00:06:01.956 --> 00:06:03.543
แม่เหล็กเฟอร์โรนะคะ

144
00:06:03.937 --> 00:06:05.924
อยู่ภายในแผ่นความร้อน

145
00:06:05.987 --> 00:06:08.760
ที่เป็นอยู่ใต้โต๊ะเครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะ

146
00:06:09.006 --> 00:06:10.819
งานเริ่มต้นที่ไหน

147
00:06:10.856 --> 00:06:13.900
เริ่มต้นที่เมื่อเรากดสวิตช์ค่ะนักเรียน

148
00:06:15.147 --> 00:06:16.864
กดสวิตช์ลงมานะคะ

149
00:06:16.817 --> 00:06:20.870
จุดที่ 2 ที่อยู่ในตัวสัมผัสให้นักเรียนปกตินะคะ

150
00:06:20.976 --> 00:06:24.526
ก็จะได้นะคะ

151
00:06:24.437 --> 00:06:28.017
ได้แล้วนะคะทำให้ขดลวดสปริงนี้

152
00:06:27.896 --> 00:06:28.406

153
00:06:28.538 --> 00:06:28.827

154
00:06:28.987 --> 00:06:30.529
ตัวหดตัวนะคะ

155
00:06:30.648 --> 00:06:32.696
ทำให้แม่เหล็กถาวร

156
00:06:32.956 --> 00:06:34.695
แม่เหล็กเฟอร์โรนี้

157
00:06:35.207 --> 00:06:37.361
มีแรงดึงดูดกันและกัน

158
00:06:37.317 --> 00:06:39.733
ทำให้เกิดแรงแม่เหล็กนะคะ

159
00:06:40.006 --> 00:06:42.768
แม่เหล็กแล้วสัมผัสกันแล้วนะคะ

160
00:06:42.958 --> 00:06:45.085
พ่อทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า

161
00:06:45.067 --> 00:06:45.461

162
00:06:45.256 --> 00:06:47.591
เข้าสู่แผ่นความร้อน

163
00:06:48.587 --> 00:06:53.352
ก็เลยทำให้หม้อหุงข้าวทำให้น้ำในหม้อหุงข้าวนั้นจะได้นะคะ

164
00:06:53.777 --> 00:06:55.954
เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งนะคะ

165
00:06:56.276 --> 00:06:56.537

166
00:06:56.596 --> 00:06:58.529
น้ำเดือดที่อุณหภูมิสูง

167
00:06:58.847 --> 00:07:02.116
อุณหภูมิสูงและน้ำภายในหม้อต้ม

168
00:07:02.236 --> 00:07:04.105
น้ำภายในหม้อน้ำแห้ง

169
00:07:04.025 --> 00:07:09.501
อุณหภูมิสูงมากแม่เหล็กเฟอร์โรตัวนี้จะมีแรงแม่เหล็กน้อยนะคะ

170
00:07:09.736 --> 00:07:11.656
บ่มีแรงแม่เหล็กน้อยลง

171
00:07:11.847 --> 00:07:15.179
แรงระหว่างแม่เหล็กทั้งสองก็จะมีค่าน้อย

172
00:07:15.308 --> 00:07:18.512
น้อยกว่าแรงดันของขดลวดสปริงตรงนี้

173
00:07:19.087 --> 00:07:21.661
ก่อนหน้านี้เขา 6 ตัวอยู่

174
00:07:21.837 --> 00:07:26.586
เพราะฉะนั้นเมื่อแรงแม่เหล็กน้อยลงขดลวดสปริงก็มีแรงมากกว่า

175
00:07:27.346 --> 00:07:27.845

176
00:07:27.795 --> 00:07:29.733
ทำให้ขดลวดสปริงนั้น

177
00:07:29.778 --> 00:07:30.922
กลับนะคะ

178
00:07:31.326 --> 00:07:32.404
เมื่อดันกลับ

179
00:07:32.607 --> 00:07:35.598
ก็ทำให้ฝุ่นสัมผัสนี้ดันมาด้วยนะคะ

180
00:07:35.547 --> 00:07:37.948
กลับไปเท่านั้นแหละนะคะ

181
00:07:37.857 --> 00:07:39.074
ทำให้

182
00:07:39.006 --> 00:07:39.295

183
00:07:39.336 --> 00:07:41.380
ไม่สามารถเชื่อมต่อได้แล้วนะคะ

184
00:07:41.446 --> 00:07:45.150
นั่นคือกระแสไฟฟ้าก็ไม่สามารถเข้าสู่

185
00:07:45.285 --> 00:07:47.071
แผ่นความร้อนได้นะคะ

186
00:07:47.536 --> 00:07:47.824

187
00:07:48.557 --> 00:07:53.088
เรามาทบทวนนะคะเมื่อกดสวิตซ์ให้ความร้อนนะคะ

188
00:07:52.967 --> 00:07:55.394
ไฟฟ้าให้ความร้อนผ่านจุดสัมผัส

189
00:07:55.855 --> 00:07:56.058

190
00:07:55.986 --> 00:07:57.900
สปริงหดเอานะคะ

191
00:07:57.846 --> 00:08:00.282
แม่เหล็กถาวรก็เลยกลับติด

192
00:08:00.276 --> 00:08:01.678
แม่เหล็กเฟอร์โร

193
00:08:02.004 --> 00:08:07.881
จากนั้นนะคะ katowice ก็ติดขับความร้อนที่ก้นหม้อไฟฟ้าก็ให้ความร้อนได้นะ

194
00:08:07.705 --> 00:08:08.200

195
00:08:08.217 --> 00:08:09.169

196
00:08:09.176 --> 00:08:09.812

197
00:08:09.757 --> 00:08:11.937
เพื่อนจนทำให้นะคะ

198
00:08:11.925 --> 00:08:18.839
ขดลวดสปริงดึงดิตัวสัมผัสแยกจากกันแล้วก็ไม่มีกระแสไฟฟ้าผ่านหม้อหุงข้าวนะคะ

199
00:08:20.847 --> 00:08:24.800
บ้านเราทราบหลักการแล้วสรุปเป็นตัวป้อนกระบวนการและ

200
00:08:24.816 --> 00:08:26.480
ผลผลิตได้หรือไม่

201
00:08:27.625 --> 00:08:27.877

202
00:08:27.945 --> 00:08:31.259
พี่นะคะพรคืออะไร

203
00:08:32.045 --> 00:08:37.102
ต้องเป็นพลังงานไฟฟ้าใช่ไหมคะต้องกินข้าวต้องมีน้ำใช่ไหมคะ

204
00:08:37.248 --> 00:08:38.726
คือจบนะคะ

205
00:08:38.846 --> 00:08:44.442
กระบวนการย่อยเป็นกระบวนการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนนั่นเอง

206
00:08:44.805 --> 00:08:46.985
จึงทำให้น้ำเดือดได้นะคะ

207
00:08:47.426 --> 00:08:47.715

208
00:08:47.875 --> 00:08:49.677
ที่เราต้องการล่ะ

209
00:08:49.667 --> 00:08:50.366
นะคะ

210
00:08:50.685 --> 00:08:54.248
ผลผลิตนั้นก็คือข้าวที่หุงสุกเรียบร้อยแล้วนะคะ

211
00:08:54.536 --> 00:08:55.619
ในระบบนี้

212
00:08:55.815 --> 00:08:57.078
ข้อมูลย้อนกลับ

213
00:08:57.355 --> 00:08:58.312
ใช่ไหม

214
00:08:58.505 --> 00:09:03.191
ข้อมูลย้อนกลับนั้นก็คือส่วนที่ส่งข้อมูลให้ระบบไปทำงาน

215
00:09:03.125 --> 00:09:03.378

216
00:09:03.446 --> 00:09:05.368
วัดกำแพงนั่นเองนะคะ

217
00:09:06.135 --> 00:09:06.508

218
00:09:06.575 --> 00:09:09.718
การวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีนะคะ

219
00:09:09.855 --> 00:09:10.125

220
00:09:10.106 --> 00:09:14.387
สังเกตว่าป้อนกระบวนการผลผลิตข้อมูลย้อนกลับ

221
00:09:14.326 --> 00:09:16.427
ซัก 4 ส่วนเลยนะคะ

222
00:09:17.734 --> 00:09:19.587
แต่นักเรียนไทยว่า

223
00:09:19.846 --> 00:09:22.469
ระบบทางเทคโนโลยีปั๊มระบบนั้น

224
00:09:22.725 --> 00:09:23.477

225
00:09:24.835 --> 00:09:25.091

226
00:09:24.966 --> 00:09:26.878
ไม่ได้มีแค่กระบวนการ

227
00:09:26.885 --> 00:09:28.361
กระบวนการเดียวนะคะ

228
00:09:28.936 --> 00:09:32.248
บางทีนัทมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนกว่านั้น

229
00:09:32.336 --> 00:09:33.614
ซึ่งในฝน

230
00:09:33.735 --> 00:09:34.951
เราเรียกว่า

231
00:09:35.155 --> 00:09:38.287
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนะคะ

232
00:09:38.605 --> 00:09:38.808

233
00:09:38.865 --> 00:09:45.620
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนก็คือเทคโนโลยีที่ประกอบด้วยระบบย่อยตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไปค่ะ

234
00:09:46.875 --> 00:09:51.892
เขาก็ทำงานร่วมกันนะคะก็เพื่อให้สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์

235
00:09:52.125 --> 00:09:57.538
ในโลกนี้นะคะก็จะเป็นในรูปของระบบการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ

236
00:09:58.526 --> 00:10:01.463
เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติประกอบด้วยระบบ

237
00:10:01.485 --> 00:10:03.590
ทั้งมีระบบให้พลังงาน

238
00:10:03.598 --> 00:10:04.218

239
00:10:04.496 --> 00:10:04.870

240
00:10:04.877 --> 00:10:06.198
ระบบขับเคลื่อน

241
00:10:06.285 --> 00:10:08.444
ระบบตรวจจับทิศทางนะคะ

242
00:10:08.466 --> 00:10:10.503
ระบบการดูดฝุ่นนะคะ

243
00:10:10.448 --> 00:10:12.801
ซึ่งหลายๆระบบย่อยนี้

244
00:10:13.265 --> 00:10:13.539

245
00:10:13.396 --> 00:10:15.129
ต้องทำงานร่วมกันนะคะ

246
00:10:15.385 --> 00:10:19.475
ซึ่งถือว่าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั่นเองนะคะ

247
00:10:20.255 --> 00:10:20.522

248
00:10:20.766 --> 00:10:25.485
หลักการวิเคราะห์อย่างไรล่ะถ้าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

249
00:10:25.635 --> 00:10:26.070

250
00:10:26.015 --> 00:10:32.833
แผนผังตัวนี้ให้นักเรียนดูเพื่อให้นักเรียนสังเกตว่าระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั้น

251
00:10:33.385 --> 00:10:34.934
ในบางระบบนะคะ

252
00:10:35.055 --> 00:10:35.262

253
00:10:35.435 --> 00:10:37.048
ระบบย่อยของเขานี่

254
00:10:37.095 --> 00:10:39.216
อยู่ภายในส่วนกระบวนการ

255
00:10:39.525 --> 00:10:40.353
นะคะ

256
00:10:40.305 --> 00:10:40.674

257
00:10:40.695 --> 00:10:43.762
นักเรียนจะสังเกตว่าเมื่อมีตัวป้อนนะคะ

258
00:10:44.215 --> 00:10:47.860
ก่อนนั้นก็ถูกแยกออกมาเป็นระบบแยกย่อย

259
00:10:47.869 --> 00:10:52.351
ส่วนของกระบวนการก็มีตัวป้อนกระบวนการผลผลิต

260
00:10:52.536 --> 00:10:53.618
1 ระบบ

261
00:10:54.135 --> 00:10:54.454

262
00:10:54.905 --> 00:10:58.413
มีระบบย่อยระบบสอนเป็นตัวเก่า

263
00:10:58.116 --> 00:10:58.334

264
00:10:58.364 --> 00:11:01.062
กระบวนการผลผลิตอีกครั้งนะคะ

265
00:11:01.247 --> 00:11:04.815
ในโลกนี้นักเรียนคิดว่ามีระบบย่อยกี่ระบบคะ

266
00:11:05.287 --> 00:11:06.114
1

267
00:11:06.248 --> 00:11:07.216
2

268
00:11:07.215 --> 00:11:08.045
ถาม

269
00:11:08.106 --> 00:11:08.852
นะคะ

270
00:11:08.806 --> 00:11:09.123

271
00:11:09.515 --> 00:11:12.930
แผนผังนี้มีระบบย่อยอยู่ 3 ระบบนะคะ

272
00:11:12.917 --> 00:11:17.740
ซึ่งอยู่ในภายในระบบหลักคือตัวต้นกระบวนการแล้วก็ผลผลิต

273
00:11:17.585 --> 00:11:18.121

274
00:11:18.036 --> 00:11:22.274
เราก็สามารถเขียนรูปแบบการวิเคราะห์ได้แบบนี้ได้ด้วยนะคะ

275
00:11:23.094 --> 00:11:23.531

276
00:11:23.486 --> 00:11:25.361
วางระบบนั้นนะคะ

277
00:11:25.405 --> 00:11:28.106
เป็นรูปแบบนี้ก็ได้ค่ะนักเรียน

278
00:11:28.028 --> 00:11:29.743
นักเรียนเห็นตัวใหญ่ๆนะ

279
00:11:29.766 --> 00:11:31.793
ขอพรก็ตัวใหญ่ๆนะคะ

280
00:11:31.686 --> 00:11:32.043

281
00:11:32.006 --> 00:11:35.074
ผลผลิตหลักนี้นะคะก็คือตัวใหญ่ๆ

282
00:11:35.270 --> 00:11:38.979
ในระหว่างทางจากตัวป้อนถึงตัวผลผลิตหลักนั้น

283
00:11:38.927 --> 00:11:40.832
ประกอบไปด้วยระบบย่อยค่ะ

284
00:11:40.905 --> 00:11:41.127

285
00:11:41.167 --> 00:11:43.083
เป็นกระบวนการที่ 1

286
00:11:43.275 --> 00:11:45.114
แล้วก็ได้ผลผลิตออกมา

287
00:11:45.265 --> 00:11:47.829
แล้วผลผลิตในขั้นที่ 1 นี้แหละ

288
00:11:48.084 --> 00:11:52.478
กลายไปเป็นตัวป้อนของกระบวนการที่ออกเป็นได้

289
00:11:52.495 --> 00:11:53.202
นะคะ

290
00:11:54.045 --> 00:11:54.491

291
00:11:54.484 --> 00:11:56.428
แบบนี้ก็ได้เหมือนกันนะคะ

292
00:11:56.534 --> 00:11:58.019
กระบวนการที่ 2

293
00:11:57.945 --> 00:12:00.640
ใช้ผลผลิตจากกระบวนการที่ 1 นะคะ

294
00:12:00.885 --> 00:12:01.321

295
00:12:01.275 --> 00:12:04.953
กระบวนการที่ 2 ก็ทำให้เกิดผลผลิตที่ 2

296
00:12:05.374 --> 00:12:05.633

297
00:12:05.574 --> 00:12:10.317
แล้วจึงกลายเป็นผลผลิตหลักในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนตัวนั้น

298
00:12:10.317 --> 00:12:10.932

299
00:12:11.337 --> 00:12:11.792

300
00:12:12.178 --> 00:12:17.358
ข้อมูลย้อนกลับนะคะก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งอยู่กับระบุ

301
00:12:17.416 --> 00:12:19.661
หรือทั้งหมดก็ได้เหมือนกัน

302
00:12:21.396 --> 00:12:23.636
เราทราบรูปแบบการวิเคราะห์แล้ว

303
00:12:23.697 --> 00:12:25.948
มีตัวอย่างให้นักเรียนนะคะ

304
00:12:26.325 --> 00:12:28.191
มีตัวอย่างให้นักเรียน

305
00:12:28.255 --> 00:12:29.064
คือ

306
00:12:29.975 --> 00:12:30.267

307
00:12:30.235 --> 00:12:32.585
ระบบเครื่องปรับอากาศนะคะ

308
00:12:33.565 --> 00:12:38.834
นักเรียนหลายคนขับเครื่องปรับอากาศนักเรียนรู้หรือไม่ว่า

309
00:12:38.884 --> 00:12:43.301
สภาพอากาศนั้นมีอะไรบ้างและมีหลักการทํางานอย่างไร

310
00:12:43.174 --> 00:12:43.419

311
00:12:43.495 --> 00:12:45.668
มีระบบย่อยคืออะไรบ้าง

312
00:12:45.735 --> 00:12:47.530
เรามาเรียนรู้กันนะคะ

313
00:12:48.804 --> 00:12:49.068

314
00:12:49.516 --> 00:12:49.796

315
00:12:49.704 --> 00:12:49.945

316
00:12:50.025 --> 00:12:51.630
ในรูปนะคะ

317
00:12:51.635 --> 00:12:53.945
ในรูปนักเรียนจะเห็นว่า

318
00:12:54.515 --> 00:12:55.139

319
00:12:55.536 --> 00:12:58.401
ระบบเครื่องปรับอากาศนั้นสามารถ

320
00:12:58.617 --> 00:13:00.923
วิเคราะห์ได้เป็นภาพรวม

321
00:13:01.175 --> 00:13:01.804

322
00:13:01.755 --> 00:13:01.996

323
00:13:02.015 --> 00:13:07.040
สามารถวิเคราะห์เป็นภาพรวมเอาเป็นระบบรวมก่อนนะคะระบบหลัก

324
00:13:07.066 --> 00:13:09.633
มีตัวป้อนกระบวนการ

325
00:13:09.764 --> 00:13:10.591
ผลผลิต

326
00:13:10.785 --> 00:13:12.624
และข้อมูลย้อนกลับนะคะ

327
00:13:12.967 --> 00:13:13.408

328
00:13:13.604 --> 00:13:13.844

329
00:13:14.045 --> 00:13:16.932
พรก็คืออากาศภายในห้องนะคะ

330
00:13:17.125 --> 00:13:20.815
กลับวันอังคารก็คือการทำงานของเครื่องเพื่อปรับอุณหภูมิ

331
00:13:20.715 --> 00:13:21.632
ของห้องให้

332
00:13:21.547 --> 00:13:23.252
ผลผลิต

333
00:13:23.274 --> 00:13:24.414
อากาศ

334
00:13:24.375 --> 00:13:26.354
ที่มีอุณหภูมิลดลง

335
00:13:26.288 --> 00:13:26.515

336
00:13:26.544 --> 00:13:27.962
ส่วนข้อมูลทั้งปรับ

337
00:13:28.145 --> 00:13:33.564
ก็เป็นอุณหภูมิห้องใช่ไหมคะเมื่ออุณหภูมิห้องเป็นไปตามต้องการตัวเครื่อง

338
00:13:33.535 --> 00:13:35.571
กับการทำงานอีกครั้งนะคะ

339
00:13:36.345 --> 00:13:38.854
นักเรียนสังเกตหรือไม่ว่า

340
00:13:38.775 --> 00:13:40.645
ถ้าวิเคราะห์จริงๆแล้ว

341
00:13:40.706 --> 00:13:44.556
ในส่วนของกระบวนการที่ทำให้อุณหภูมิลดลงตรงนี้

342
00:13:44.605 --> 00:13:44.882

343
00:13:44.995 --> 00:13:47.488
ระบบย่อยอื่นๆอีกนะคะ

344
00:13:47.424 --> 00:13:47.661

345
00:13:47.615 --> 00:13:50.871
แจกแจงระบบย่อยออกไปได้อีก

346
00:13:50.958 --> 00:13:52.302
เอาลองไปดูค่ะ

347
00:13:52.426 --> 00:13:54.728
ว่าเขามีหน้าที่อะไรบ้างนะคะ

348
00:13:54.855 --> 00:13:57.350
ระบบย่อยนั้นมีหน้าที่อะไรบ้าง

349
00:13:58.835 --> 00:13:59.122

350
00:13:58.966 --> 00:13:59.241

351
00:13:59.156 --> 00:14:01.616
ระบบย่อยของเครื่องปรับอากาศค่ะ

352
00:14:01.655 --> 00:14:02.890
มีระบบ

353
00:14:02.994 --> 00:14:04.120
ตรงนี้นะคะ

354
00:14:04.334 --> 00:14:06.557
มีกี่ระบบด้วยกัน

355
00:14:06.655 --> 00:14:06.952

356
00:14:06.975 --> 00:14:09.086
เริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น

357
00:14:09.335 --> 00:14:09.619

358
00:14:09.784 --> 00:14:11.364
ระบบอัดความดัน

359
00:14:11.895 --> 00:14:13.614
แล้วระบบไฟร้อน

360
00:14:14.204 --> 00:14:16.252
ระบบลดความดันนะคะ

361
00:14:17.286 --> 00:14:19.684
ทุกระบบนี้ก็รวมกันกลายเป็น

362
00:14:19.584 --> 00:14:23.377
การทำงานของเครื่องปรับอากาศที่เป็นการทำงานร้อน

363
00:14:23.305 --> 00:14:23.698

364
00:14:23.683 --> 00:14:25.584
รถในแต่ละระบบ

365
00:14:25.485 --> 00:14:27.118
input

366
00:14:27.274 --> 00:14:28.225
process

367
00:14:28.366 --> 00:14:29.149
output

368
00:14:29.204 --> 00:14:29.410

369
00:14:29.395 --> 00:14:29.617

370
00:14:29.655 --> 00:14:30.200

371
00:14:30.354 --> 00:14:31.653
ระบบเลยนะคะ

372
00:14:33.495 --> 00:14:34.828
นี่คือการวิเคราะห์

373
00:14:34.894 --> 00:14:35.455

374
00:14:35.734 --> 00:14:38.234
ระบบกันอย่างไร

375
00:14:38.744 --> 00:14:39.026

376
00:14:39.384 --> 00:14:43.182
พอพูดถึงความสัมพันธ์นักเรียนต้องยกให้ได้ว่า

377
00:14:43.096 --> 00:14:45.430
อันไหนมาก่อนอันไหนมาหลัง

378
00:14:45.664 --> 00:14:47.457
ระบบไหนทำงานก่อน

379
00:14:47.454 --> 00:14:47.804

380
00:14:47.644 --> 00:14:49.647
ระบบใดทำงานทีหลัง

381
00:14:50.654 --> 00:14:54.770
ต่อไปเป็นการเขียนความสัมพันธ์ของระบบย่อยทั้ง 4 นี้นะคะ

382
00:14:55.974 --> 00:14:57.864
เริ่มต้นที่ความสัมพันธ์

383
00:14:58.024 --> 00:14:58.279

384
00:14:58.404 --> 00:15:01.560
การทำงานของเครื่องปรับอากาศมันเริ่มที่ไหนคะนักเรียน

385
00:15:01.805 --> 00:15:04.378
ใช่ค่ะมันเริ่มที่เมื่ออากาศ

386
00:15:04.305 --> 00:15:05.455
เข้าสู่

387
00:15:06.485 --> 00:15:10.457
ผ่านเข้าสู่ตัวเครื่องนะคะมันจะเริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น

388
00:15:10.585 --> 00:15:12.299
ระบบคอยล์เย็นค่ะ

389
00:15:12.824 --> 00:15:16.130
ระบบอยนี้ตัว input ก็คือสารทำความเย็น

390
00:15:16.285 --> 00:15:17.738
อุณหภูมิต่ำ

391
00:15:18.205 --> 00:15:22.048
สารทำความเย็นภายในตัวเครื่องนะครับภายในเย็นนี้นะคะ

392
00:15:22.497 --> 00:15:25.329
มีอุณหภูมิต่ำกว่าและมีสถานะเป็น

393
00:15:25.444 --> 00:15:25.700

394
00:15:25.825 --> 00:15:30.142
กระบวนการของคอยล์เย็นก็คือการดูดความร้อนของสารทำความเย็นนี้แหละ

395
00:15:30.184 --> 00:15:33.265
อากาศภายในห้องอากาศร้อนอยู่นะคะ

396
00:15:33.514 --> 00:15:35.144
ผ่านสารทำความเย็น

397
00:15:35.255 --> 00:15:38.532
สารทำความเย็นตอนนี้จะดูดความร้อนตามอากาศนะคะ

398
00:15:38.834 --> 00:15:43.113
เพราะฉะนั้นเอาพุทธก็คือสารทำความเย็นให้มีอุณหภูมิสูงขึ้น

399
00:15:43.006 --> 00:15:43.299

400
00:15:43.197 --> 00:15:43.876

401
00:15:44.536 --> 00:15:46.015
ส่วนนี้ล่ะคะ

402
00:15:45.945 --> 00:15:48.501
สารทำความเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้น

403
00:15:48.504 --> 00:15:48.745

404
00:15:48.695 --> 00:15:50.811
และอยู่ในสถานะแก๊สอยู่

405
00:15:51.067 --> 00:15:52.352
แล้วไปไหนคะ

406
00:15:52.414 --> 00:15:54.290
สารทำความเย็นนี้ไปไหน

407
00:15:54.535 --> 00:15:55.536
ความร้อน

408
00:15:55.486 --> 00:15:56.312
อากาศ

409
00:15:56.444 --> 00:15:57.909
ตัวเองนี่

410
00:15:58.045 --> 00:15:59.715
มีอุณหภูมิสูงขึ้น

411
00:15:59.916 --> 00:16:02.090
อยู่ในสถานะแก๊ส

412
00:16:02.025 --> 00:16:03.040
ไปไหนต่อ

413
00:16:04.525 --> 00:16:04.741

414
00:16:04.645 --> 00:16:08.826
เปียโนนี้ต่อไปที่ระบบอัดความดันค่ะ

415
00:16:08.944 --> 00:16:09.172

416
00:16:09.454 --> 00:16:09.725

417
00:16:10.415 --> 00:16:11.752
แน่นอนนะคะ

418
00:16:11.695 --> 00:16:13.973
ผลผลิตกับอยเป็น input

419
00:16:13.876 --> 00:16:15.783
ออกระบบอัดความดัน

420
00:16:15.864 --> 00:16:16.570
นะคะ

421
00:16:17.336 --> 00:16:17.631

422
00:16:17.594 --> 00:16:21.478
เข้าไปที่ระบบความดันอากาศทำความเย็นตรงนี้

423
00:16:21.374 --> 00:16:24.576
โดนเพิ่มความดันสูง

424
00:16:24.574 --> 00:16:24.856

425
00:16:25.986 --> 00:16:28.046
ทำให้สารความเย็นตัวนี้

426
00:16:28.295 --> 00:16:30.203
สถานะเป็นของเหลว

427
00:16:31.294 --> 00:16:33.795
อุณหภูมิยังสูงอยู่นะคะ

428
00:16:33.994 --> 00:16:38.464
ผลผลิตที่ได้จากระบบอัดความดันก็เลยเป็นสารทำความเย็น

429
00:16:38.985 --> 00:16:39.270

430
00:16:39.304 --> 00:16:40.966
ที่อยู่ในสถานะของเหลว

431
00:16:41.105 --> 00:16:43.132
มีอุณหภูมิและความดันสูง

432
00:16:43.665 --> 00:16:44.292

433
00:16:44.624 --> 00:16:46.081
นักเรียนยังทันนะคะ

434
00:16:46.935 --> 00:16:50.517
ตอนนี้สวนทำความเย็นเปลี่ยนสถานะแล้วนะคะ

435
00:16:51.544 --> 00:16:52.635
ออกจากระบบ

436
00:16:52.698 --> 00:16:55.504
อัดความดันแล้วเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว

437
00:16:56.025 --> 00:16:57.480
ของเหลวแล้ว

438
00:16:57.445 --> 00:16:57.728

439
00:16:57.695 --> 00:17:00.112
ยังมีอุณหภูมิสูงอยู่

440
00:17:00.515 --> 00:17:03.086
เขาถูกส่งผ่านไปที่ระบบ

441
00:17:03.074 --> 00:17:04.025
วัยร้อน

442
00:17:04.284 --> 00:17:04.572

443
00:17:06.735 --> 00:17:08.070
ระบบคอยล์ร้อน

444
00:17:08.074 --> 00:17:12.534
ภายนอกนะคะอยู่ภายนอกตัวอาคารนะคะอยู่ภายนอกห้องนะคะ

445
00:17:12.744 --> 00:17:17.331
สารทำความเย็นตัวนี้จะถูกผ่านเข้าไปในระบบคอยล์ร้อนนะคะ

446
00:17:17.684 --> 00:17:18.493
โดย

447
00:17:18.574 --> 00:17:20.431
ความร้อนให้อากาศ

448
00:17:21.334 --> 00:17:22.408
นะคะ

449
00:17:22.365 --> 00:17:23.762
ให้อากาศภายนอก

450
00:17:24.724 --> 00:17:28.708
ยอดเขาถ่ายเทความร้อนไปแปลว่าตัวเขานัดอุณหภูมิลดลงค่ะ

451
00:17:29.274 --> 00:17:29.518

452
00:17:29.605 --> 00:17:32.722
ได้สารทำความเย็นที่อุณหภูมิลดลงแล้ว

453
00:17:32.866 --> 00:17:35.370
ยังอยู่ในสถานะของเหลวอยู่นะคะ

454
00:17:35.746 --> 00:17:37.658
ความดันก็ยังสูงอยู่

455
00:17:39.204 --> 00:17:39.450

456
00:17:39.465 --> 00:17:41.630
ว่ามีการส่งผ่านไป

457
00:17:42.216 --> 00:17:42.450

458
00:17:42.475 --> 00:17:45.281
ส่งผ่านมาที่ระบบลดความดัน

459
00:17:45.225 --> 00:17:45.837

460
00:17:46.780 --> 00:17:47.046

461
00:17:46.968 --> 00:17:49.602
สารทำความเย็นก็ถูกลดความดันลง

462
00:17:49.848 --> 00:17:52.029
คนถูกเปลี่ยนเป็นสถานะแก๊ส

463
00:17:52.855 --> 00:17:53.616
นะคะ

464
00:17:53.874 --> 00:17:54.178

465
00:17:54.134 --> 00:17:56.941
สถานะแก๊สที่มีอุณหภูมิลดลง

466
00:17:57.335 --> 00:18:01.005
แล้วจึงผ่านเข้ามาถึงระบบคอยล์เย็นอีก

467
00:18:01.056 --> 00:18:01.523

468
00:18:01.177 --> 00:18:01.458

469
00:18:01.497 --> 00:18:02.650
เช่นเคย

470
00:18:02.786 --> 00:18:02.993

471
00:18:03.105 --> 00:18:06.027
เพราะฉะนั้นการทำงานก็ตัดสัมพันธ์กัน

472
00:18:05.925 --> 00:18:10.041
ไปตามวงจรลูกศรที่ครูอธิบายนะคะ

473
00:18:10.275 --> 00:18:10.507

474
00:18:10.535 --> 00:18:10.873

475
00:18:10.795 --> 00:18:12.204
ระบบคอยล์เย็น

476
00:18:12.266 --> 00:18:14.032
ระบบอัดความดัน

477
00:18:14.248 --> 00:18:15.321
คอยล์ร้อน

478
00:18:15.467 --> 00:18:17.092
และระบบลดความดัน

479
00:18:17.199 --> 00:18:21.638
นี่คือการทำงานที่ของระบบย่อยในเครื่องปรับอากาศนะคะ

480
00:18:22.325 --> 00:18:22.558

481
00:18:22.515 --> 00:18:26.516
แต่ละช่วงแต่ละช่วงก็จะมี input process output

482
00:18:27.517 --> 00:18:27.808

483
00:18:27.706 --> 00:18:31.760
เราเห็นแล้วว่าเครื่องปรับอากาศนั้นมีระบบย่อยอยู่หลายระบบเลย

484
00:18:32.316 --> 00:18:33.540
แล้วก็อื่นล่ะคะ

485
00:18:35.005 --> 00:18:36.433
นักเรียนเห็นรูปแล้ว

486
00:18:36.865 --> 00:18:39.617
ผู้ชายอัดถนัดมากเลยนะคะ

487
00:18:40.067 --> 00:18:40.379

488
00:18:40.326 --> 00:18:42.511
นักเรียนอัดมากเลย

489
00:18:42.816 --> 00:18:44.860
รถจักรยานยนต์

490
00:18:45.766 --> 00:18:46.028

491
00:18:46.156 --> 00:18:48.506
มีระบบย่อยอะไรบ้างคะนักเรียน

492
00:18:51.014 --> 00:18:51.243

493
00:18:51.205 --> 00:18:53.053
มีระบบย่อยอะไรบ้าง

494
00:18:53.904 --> 00:18:56.303
ครูยังไม่ให้นักเรียนคิดตอนนี้นะคะ

495
00:18:56.465 --> 00:18:58.662
ครูขอฝากเป็นกิจกรรม

496
00:18:58.644 --> 00:18:58.863

497
00:18:59.085 --> 00:19:02.427
คิดวิเคราะห์ระบบย่อยของเทคโนโลยีนะคะ

498
00:19:03.006 --> 00:19:03.226

499
00:19:03.515 --> 00:19:06.656
แน่นอนเมื่อเราคิดระบบย่อยของเทคโนโลยี

500
00:19:06.848 --> 00:19:08.974
แต่ว่านักเรียนต้องเขียน

501
00:19:10.755 --> 00:19:16.194
ส่วนต่างๆของระบบรวมใช่ไหมคะมีตัวป้อนกระบวนการผลผลิต

502
00:19:16.454 --> 00:19:17.850
และข้อมูลย้อนกลับ

503
00:19:18.186 --> 00:19:18.469

504
00:19:18.575 --> 00:19:19.580
นะคะ

505
00:19:19.594 --> 00:19:22.353
ของการทำงานของรถจักรยานยนต์นี่แหละ

506
00:19:22.604 --> 00:19:24.486
พร้อมเขียนอธิบายกับนักเรียน

507
00:19:24.530 --> 00:19:26.493
ระบบย่อยอาหารมีอะไรบ้าง

508
00:19:26.515 --> 00:19:31.473
ระบบย่อยที่ 1 มีตัวป้อนอะไรการอะไรผลผลิตอะไรนะคะ

509
00:19:31.637 --> 00:19:31.994

510
00:19:32.526 --> 00:19:37.113
การเขียนแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของระบบย่อยนั้นๆ

511
00:19:37.536 --> 00:19:39.185
พร้อมคำอธิบาย

512
00:19:39.776 --> 00:19:41.502
นักเรียนไปฝึกดูนะคะ

513
00:19:41.696 --> 00:19:44.697
รถจักรยานยนต์มีระบบย่อยอะไรบ้าง

514
00:19:44.895 --> 00:19:46.374
ในระบบย่อยนั้น

515
00:19:46.625 --> 00:19:47.894
ประกอบด้วย

516
00:19:47.845 --> 00:19:50.657
ป้อนกระบวนการผลผลิตอะไรบ้าง

517
00:19:50.854 --> 00:19:51.125

518
00:19:51.174 --> 00:19:51.869
และ

519
00:19:52.324 --> 00:19:55.974
ระบบย่อยอาหารมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ

520
00:19:56.105 --> 00:19:56.396

521
00:19:56.615 --> 00:19:58.548
เขียนเป็นแผนผัง

522
00:19:58.936 --> 00:20:00.067
แสดงความ

523
00:20:00.785 --> 00:20:06.450
แผนผังหรือแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของระบบย่อยพร้อมคำอธิบายด้วยนะคะ

524
00:20:06.746 --> 00:20:08.237
ตัวอย่างของปลื้ม

525
00:20:08.215 --> 00:20:09.499
อากาศเลย

526
00:20:10.265 --> 00:20:10.507

527
00:20:10.524 --> 00:20:13.532
กูจะให้เวลานักเรียนไปทำกิจกรรมนะคะ

528
00:20:13.526 --> 00:20:14.161

529
00:20:14.045 --> 00:20:15.838
ประมาณ 15 นาทีค่ะ

530
00:20:18.725 --> 00:20:19.034

531
00:20:18.975 --> 00:20:20.301
เสียงดนตรี

532
00:20:21.996 --> 00:20:24.745
เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนคะสำหรับการฝึก

533
00:20:24.684 --> 00:20:27.569
วิเคราะห์ระบบย่อยของรถจักรยานยนต์

534
00:20:28.271 --> 00:20:29.871
ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ

535
00:20:30.005 --> 00:20:33.233
หลังจากนี้นะคะถ้านักเรียนคนไทยนะคะ

536
00:20:33.204 --> 00:20:37.226
ยังสงสัยเกี่ยวกับระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

537
00:20:37.174 --> 00:20:37.423

538
00:20:37.484 --> 00:20:41.131
อยากดูให้ละเอียดนะคะอยากเรียนสามารถติดตาม

539
00:20:41.974 --> 00:20:42.371

540
00:20:42.365 --> 00:20:44.512
ตามลิงค์ที่ครูให้ไว้นะคะ

541
00:20:45.056 --> 00:20:46.758
หรือนักเรียนคนใด

542
00:20:46.854 --> 00:20:52.137
การทบทวนความรู้เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีว่ามีความหมายอย่างไรตอบด้วย

543
00:20:52.096 --> 00:20:53.952
ระบบอะไรบ้างนะคะ

544
00:20:53.954 --> 00:20:59.702
เข้าไปที่ลิงค์ที่ครูให้ไว้นะคะตัวนี้นะคะก็คงจะผอม

545
00:20:59.654 --> 00:21:01.264
การอธิบาย

546
00:21:01.644 --> 00:21:06.642
เรื่องของระบบทางเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนะคะ

547
00:21:07.025 --> 00:21:08.545
อยากให้นักเรียน

548
00:21:08.884 --> 00:21:12.180
เข้าใจว่านะคะระบบทางเทคโนโลยี 1 ล้าน

549
00:21:12.346 --> 00:21:16.437
ประกอบด้วยระบบย่อยหลายๆระบบทำงานสัมพันธ์กันนะคะ

550
00:21:16.566 --> 00:21:18.931

551
00:21:16.825 --> 00:21:22.545
คำนี้ก็เพื่อให้เทคโนโลยีนั้นสามารถทำงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์น้ำอีกนะคะ

552
00:21:22.725 --> 00:21:28.168
ทางเทคโนโลยีที่มีหลายระบบนั้นเราเรียกว่าระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

553
00:21:28.105 --> 00:21:28.589

554
00:21:28.555 --> 00:21:28.852

555
00:21:28.805 --> 00:21:31.450
เป็นความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ตรงนี้แหละ

556
00:21:31.819 --> 00:21:32.066

557
00:21:32.076 --> 00:21:37.125
ช่วยให้นักเรียนสามารถตรวจสอบการทำงานหรือสามารถแก้ไข

558
00:21:37.775 --> 00:21:44.513
หรือแม้กระทั่งพัฒนาต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีนั้นๆนะคะก็หวังว่านักเรียนจะใช้ความรู้

559
00:21:44.316 --> 00:21:47.446
การวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

560
00:21:47.577 --> 00:21:47.823

561
00:21:47.775 --> 00:21:50.129
ในหัวข้อต่อไปได้นะคะ

562
00:21:50.074 --> 00:21:52.303
สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

563
00:21:52.574 --> 00:21:52.855

564
00:21:52.765 --> 00:21:53.046

565
00:21:53.094 --> 00:21:54.278
เสียงดนตรี

