﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:01.173

2
00:00:01.817 --> 00:00:08.793

3
00:00:08.797 --> 00:00:10.143

4
00:00:10.149 --> 00:00:10.450

5
00:00:10.792 --> 00:00:16.561

6
00:00:16.488 --> 00:00:16.961

7
00:00:16.808 --> 00:00:19.866

8
00:00:19.820 --> 00:00:23.056

9
00:00:25.069 --> 00:00:26.604
สวัสดีค่ะนักเรียนคะ

10
00:00:26.607 --> 00:00:28.729
อ้อมอีกเช่นเคยนะคะ

11
00:00:28.718 --> 00:00:30.502
วิชาเทคโนโลยี

12
00:00:30.440 --> 00:00:32.549
การออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ

13
00:00:33.009 --> 00:00:36.421
วิชานี้นะคะประกอบด้วย 7 บทซึ่ง

14
00:00:36.340 --> 00:00:37.617
ตามนั้น

15
00:00:37.550 --> 00:00:38.508
เกี่ยวข้องกับ

16
00:00:38.581 --> 00:00:40.816
น่ารู้นะคะ

17
00:00:40.827 --> 00:00:42.987
วันนี้ก็ยังคงอยู่ที่

18
00:00:43.000 --> 00:00:46.964
บทที่ 1 อยู่นะคะเป็นข้อที่ 2 นะคะ

19
00:00:47.161 --> 00:00:52.702
วันนี้เราจะได้เรียนในหัวข้อระบบทางเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยี

20
00:00:52.669 --> 00:00:53.490

21
00:00:54.211 --> 00:00:56.218
ขอแจ้ง

22
00:00:56.129 --> 00:00:58.827
ในหัวข้อนี้ก่อนนะคะ

23
00:00:58.890 --> 00:01:04.570
หาครูเค้าบอกว่านักเรียนจะสามารถวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้

24
00:01:04.589 --> 00:01:05.792

25
00:01:05.809 --> 00:01:10.236
นักเรียนสามารถวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

26
00:01:10.291 --> 00:01:11.587
ระบบย่อย

27
00:01:11.502 --> 00:01:14.181
เทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้

28
00:01:14.459 --> 00:01:15.855

29
00:01:16.309 --> 00:01:19.613
สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของระบบย่อย

30
00:01:19.507 --> 00:01:22.334
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้

31
00:01:22.269 --> 00:01:22.561

32
00:01:22.531 --> 00:01:25.830
ขอให้นักเรียนตั้งใจให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้นะคะ

33
00:01:26.181 --> 00:01:26.989

34
00:01:27.519 --> 00:01:31.433
ก่อนหน้านี้นะคะเราเรียนเรื่องระบบคืออะไร

35
00:01:31.819 --> 00:01:37.392
แล้วเราก็ทราบว่าระบบนั้นมีทั้งระบบทางธรรมชาติและระบบที่

36
00:01:37.319 --> 00:01:38.602
มนุษย์สร้างขึ้น

37
00:01:38.669 --> 00:01:40.805
แล้วระบบทางเทคโนโลยี

38
00:01:41.418 --> 00:01:43.398
ระบบทางเทคโนโลยี

39
00:01:43.341 --> 00:01:44.251

40
00:01:44.179 --> 00:01:46.755
ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนะคะ

41
00:01:46.739 --> 00:01:48.013
ซึ่งหมายถึง

42
00:01:47.960 --> 00:01:49.685
ส่วนต่างๆ

43
00:01:49.620 --> 00:01:52.697
ประกอบเข้าด้วยกัน

44
00:01:52.759 --> 00:01:56.296
ทำงานร่วมกันให้บรรลุวัตถุประสงค์

45
00:01:56.420 --> 00:01:57.168

46
00:01:57.121 --> 00:02:00.316
ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นตรงนี้เพื่อ

47
00:02:00.379 --> 00:02:04.130
อำนวยความสะดวกแก่ปัญหาให้กับมนุษย์นั่นเองนะคะ

48
00:02:04.170 --> 00:02:04.921

49
00:02:04.869 --> 00:02:10.708
ในชีวิตประจำวันเราเนี่ยนะคะมากมายเลยนะคะระบบทางเทคโนโลยี

50
00:02:10.699 --> 00:02:13.056
ระบบการคมนาคมขนส่ง

51
00:02:13.007 --> 00:02:14.148

52
00:02:14.290 --> 00:02:19.730
เป็นต้น

53
00:02:20.568 --> 00:02:23.587
ภาพระบบทางเทคโนโลยีแล้ว

54
00:02:23.578 --> 00:02:26.352
นักเรียนทำแผนภาพและนี้ได้หรือเปล่า

55
00:02:26.710 --> 00:02:30.221
องค์ประกอบของระบบทางเทคโนโลยีค่ะ

56
00:02:31.010 --> 00:02:32.997
มีอะไรบ้าง

57
00:02:32.928 --> 00:02:33.560

58
00:02:33.758 --> 00:02:35.810
ระบบทางเทคโนโลยี

59
00:02:35.749 --> 00:02:39.014
เอาของกินมาในช่วงต้นนะคะ

60
00:02:39.979 --> 00:02:42.992
ป้อน input

61
00:02:42.920 --> 00:02:43.797
นะคะ

62
00:02:44.208 --> 00:02:46.317
วันที่ 2 นะคะก็คือ

63
00:02:46.257 --> 00:02:48.626
กระบวนการโปรเซส

64
00:02:49.140 --> 00:02:52.235
จากนั้นก็จะเป็นผลผลิตหรือ output นะคะ

65
00:02:52.217 --> 00:02:54.821
ระบบทางเทคโนโลยีบางปะกงนั้น

66
00:02:54.778 --> 00:02:55.924
ก็สามารถมี

67
00:02:55.858 --> 00:02:59.469
ข้อมูลย้อนกลับ feedback ได้ด้วย

68
00:02:59.507 --> 00:03:05.072
พอจำได้นะคะสำหรับองค์ประกอบของระบบทางเทคโนโลยี

69
00:03:06.560 --> 00:03:07.263

70
00:03:07.197 --> 00:03:11.732
ขอทบทวนกันหน่อยว่าแต่ละส่วนนั้นคืออะไรบ้าง

71
00:03:12.517 --> 00:03:12.945

72
00:03:13.989 --> 00:03:18.163
นิดนึงเองออกจากหน้าแรก

73
00:03:18.159 --> 00:03:19.898
เมื่อก่อนค่ะ

74
00:03:19.946 --> 00:03:21.390
input

75
00:03:21.357 --> 00:03:22.061

76
00:03:22.577 --> 00:03:24.106
นะคะ

77
00:03:24.111 --> 00:03:26.478
คือสิ่งที่ป้อนเข้าสู่ระบบ

78
00:03:26.418 --> 00:03:32.760
ซึ่งอาจมีได้มากกว่านี้นะคะเมื่อมีตัวป้อนแล้วก็ส่งกระบวนการนะคะ

79
00:03:32.626 --> 00:03:34.043
กระบวนการควบคือ

80
00:03:34.051 --> 00:03:37.327
ทำหรือการดำเนินการที่นำมา

81
00:03:37.437 --> 00:03:39.750
อ้อนนั้นเข้ามา

82
00:03:39.678 --> 00:03:42.254
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นผลผลิต

83
00:03:42.308 --> 00:03:46.150
กระบวนการในระบบ 1 นั้นแหละ

84
00:03:46.086 --> 00:03:49.333
มีมากกว่า 1 กระบวนการก็ได้นะคะ

85
00:03:50.186 --> 00:03:53.466
จากนั้นก็จะเป็นส่วนของผลผลิต output

86
00:03:53.386 --> 00:03:54.015

87
00:03:54.028 --> 00:03:56.712
ผลที่ได้จากการทำงานร่วมกับตัว

88
00:03:56.720 --> 00:03:59.485
ร่วมกันของตัวป้อน

89
00:03:59.609 --> 00:04:01.967
กระบวนการของระบบนะคะ

90
00:04:02.097 --> 00:04:04.344
ผลผลิตเนี้ยยังอ่าน

91
00:04:04.787 --> 00:04:05.933
หมายถึง

92
00:04:06.076 --> 00:04:07.804
ส่วนที่ได้

93
00:04:07.867 --> 00:04:08.298

94
00:04:08.127 --> 00:04:14.266
กระบวนการที่เราอาจต้องการหรือไม่ต้องการก็ได้เช่นพวกของเสียหรือเศษวัสดุ

95
00:04:14.089 --> 00:04:17.069
เป็นผลผลิตได้เหมือนกัน

96
00:04:16.897 --> 00:04:20.782
ในระบบนั้นอาจมีส่วนที่เรียกว่า

97
00:04:20.676 --> 00:04:22.003
ข้อมูลย้อนกลับ

98
00:04:22.022 --> 00:04:25.877
Office บาทใช่ไหมครับข้อมูลที่ใช้ในการ

99
00:04:25.868 --> 00:04:27.278
ควบคุมหรือ

100
00:04:27.217 --> 00:04:29.327
ป้อนกลับให้ระบบทำงานได้

101
00:04:29.199 --> 00:04:31.573
ตามวัตถุประสงค์

102
00:04:31.505 --> 00:04:33.837
ดีไม่มีก็ได้

103
00:04:34.387 --> 00:04:40.542
องค์ประกอบทางเทคโนโลยีแล้วนะคะครูอยากให้นักเรียนมาช่วย

104
00:04:40.796 --> 00:04:42.270
วิเคราะห์

105
00:04:42.530 --> 00:04:44.751
ระบบทางเทคโนโลยีของ

106
00:04:44.958 --> 00:04:46.950
หม้อหุงข้าว

107
00:04:46.885 --> 00:04:47.972
ข้าว

108
00:04:48.296 --> 00:04:52.175
มีตัวอะไรบ้างมีอะไรเป็นกระบวนการ

109
00:04:52.134 --> 00:04:53.914
ผลผลิตอย่างไร

110
00:04:53.928 --> 00:04:56.499
มีข้อมูลย้อนกลับหรือไม่

111
00:04:57.066 --> 00:04:57.826

112
00:04:58.289 --> 00:05:04.287
พิจารณานะครับว่าจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีของหม้อหุงข้าวได้อย่างไร

113
00:05:07.376 --> 00:05:08.806
นักเรียน

114
00:05:08.726 --> 00:05:10.285
รายการที่เราจะ

115
00:05:10.195 --> 00:05:15.390
วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้เราต้องรู้ส่วนประกอบหรือ

116
00:05:15.386 --> 00:05:16.468
โครงสร้าง

117
00:05:16.605 --> 00:05:18.568
ของเทคโนโลยีนั้นๆก่อน

118
00:05:18.905 --> 00:05:24.789
ในที่นี้คือหม้อหุงข้าวเรามาดูกันว่าโครงสร้างหรือว่าส่วนประกอบของคำนั้นคืออะไร

119
00:05:25.126 --> 00:05:27.869
ในรูปนักเรียนนักเรียน

120
00:05:27.747 --> 00:05:30.800
ทำความร้อนเครื่องอยู่ใต้

121
00:05:30.635 --> 00:05:36.144
เครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะมีสวิตซ์ที่เราใช้กดเปิดปิดใช่ไหมคะ

122
00:05:36.278 --> 00:05:37.312
และก็มี

123
00:05:37.685 --> 00:05:40.450
ภายในนั้นมีแม่เหล็กและขดลวดสปริง

124
00:05:40.377 --> 00:05:40.666

125
00:05:40.565 --> 00:05:43.146
สร้างหลักของหม้อหุงข้าว

126
00:05:43.448 --> 00:05:45.670
เครื่อง switch

127
00:05:45.566 --> 00:05:46.857
ความร้อน

128
00:05:46.775 --> 00:05:47.422

129
00:05:47.294 --> 00:05:49.102
แม่เหล็ก

130
00:05:49.215 --> 00:05:49.452

131
00:05:49.788 --> 00:05:53.780
วันนี้ทำงานสัมพันธ์กันแน่นอนเลยเพราะว่าเขาก็เป็น

132
00:05:53.637 --> 00:05:56.986
ประกอบหรือเป็นหนึ่งในระบบของหม้อหุงข้าว

133
00:05:57.536 --> 00:05:58.691
เมื่อเราทราบ

134
00:05:58.817 --> 00:06:02.683
ส่วนประกอบแล้วเราก็ต้องทราบหลักการทำงานของหม้อหุงข้าว

135
00:06:02.856 --> 00:06:08.291
ครูขยายนะคะจากภาพเล็กกลายมาเป็นภาพไหน

136
00:06:08.176 --> 00:06:09.894

137
00:06:10.098 --> 00:06:11.440
สัมผัส

138
00:06:11.575 --> 00:06:13.417
ส่วนของขดลวดสปริง

139
00:06:13.558 --> 00:06:19.265
แม่เหล็กถาวรแม่เหล็กเฟอร์โรนะคะซึ่งอยู่ภายในแผ่นความร้อนที่เป็น

140
00:06:19.456 --> 00:06:22.343
อ่านตัวเครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะ

141
00:06:22.264 --> 00:06:24.646
การทำงานเริ่มต้นที่ไหน

142
00:06:24.577 --> 00:06:27.595
เมื่อเรากดสวิตช์ไฟโรงเรียน

143
00:06:27.975 --> 00:06:29.958
นะคะ

144
00:06:29.894 --> 00:06:37.073
จุดที่ 2 ที่อยู่ที่จุดสัมผัสสามารถเชื่อมกันได้

145
00:06:36.935 --> 00:06:38.969
นอนได้แล้วล่ะคะ

146
00:06:38.794 --> 00:06:41.078
ทำให้ขดลวดสปริงตัวนี้

147
00:06:41.095 --> 00:06:42.056
บทสวด

148
00:06:42.006 --> 00:06:44.246
เมื่อหดตัวนะคะ

149
00:06:44.246 --> 00:06:46.825
พ่อทำให้แม่เหล็กถาวร

150
00:06:46.736 --> 00:06:48.393
แม่เหล็ก

151
00:06:48.726 --> 00:06:50.658
มีแรงดึงดูดกันและกัน

152
00:06:50.584 --> 00:06:51.536
ทำให้

153
00:06:51.866 --> 00:06:56.444
แรงแม่เหล็กแรงแม่เหล็กแล้วนะคะ

154
00:06:56.284 --> 00:06:58.355
ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า

155
00:06:58.535 --> 00:07:00.543
เข้าสู่แผ่นความร้อน

156
00:07:00.834 --> 00:07:01.589

157
00:07:01.534 --> 00:07:03.188
ก็เลยทำให้

158
00:07:03.076 --> 00:07:09.324
หม้อหุงข้าวทำให้น้ำในห้องเท่านั้นนะคะเมื่อผ่านไปสักระยะนึงนะคะ

159
00:07:09.225 --> 00:07:09.477

160
00:07:09.355 --> 00:07:10.243
น้ำเดือด

161
00:07:10.316 --> 00:07:11.734
อุณหภูมิสูง

162
00:07:11.784 --> 00:07:15.078
สูบน้ำภายในหม้อน้ำแห้งนะคะ

163
00:07:15.056 --> 00:07:18.326
แม่น้ำภายในหม้อน้ำแห้งและมีอุณหภูมิสูงมาก

164
00:07:18.257 --> 00:07:20.124
แม่เหล็กเฟอร์โรตัวนี้

165
00:07:20.374 --> 00:07:22.357
มีแรงแม่เหล็กน้อยลง

166
00:07:22.355 --> 00:07:24.931
เมื่อมีแรงแม่เหล็กน้อยลง

167
00:07:25.305 --> 00:07:28.338
แรงระหว่างแม่เหล็กทั้งสองนี้ก็มีค่าน้อย

168
00:07:28.314 --> 00:07:31.868
น้อยกว่าแรงดันของสปริง

169
00:07:32.222 --> 00:07:35.172
ก่อนหน้านี้นั้นเขา 6 ตัวอยู่

170
00:07:35.042 --> 00:07:38.734
เมื่อแรงแม่เหล็กน้อยลง

171
00:07:39.015 --> 00:07:40.287
มากกว่า

172
00:07:40.493 --> 00:07:42.114
ทำให้ขดลวดสปริงนั้น

173
00:07:42.022 --> 00:07:42.984

174
00:07:42.983 --> 00:07:48.493
เมื่อดันกัดก็เลยทำให้จุดอพานิชถูกดันกลับไปด้วย

175
00:07:48.624 --> 00:07:51.983
พอดันกลับไปเท่านั้นแหละนะคะก็ทำให้

176
00:07:52.333 --> 00:07:55.951
ไม่สามารถเชื่อมกันได้แล้วนะคะ

177
00:07:56.183 --> 00:07:58.039
ไฟฟ้าก็ไม่สามารถ

178
00:07:58.044 --> 00:07:59.106
เอาสูง

179
00:07:59.134 --> 00:08:00.417

180
00:08:00.663 --> 00:08:01.413

181
00:08:01.943 --> 00:08:03.307
เขากลัวนะคะ

182
00:08:03.224 --> 00:08:04.314

183
00:08:04.454 --> 00:08:07.800
ให้ความร้อน

184
00:08:07.713 --> 00:08:12.419
สัมผัสสปริง 6 ตัวนะคะแม่เหล็กถาวร

185
00:08:12.336 --> 00:08:14.657
ก็เลยปิดกับแม่เหล็ก Pro

186
00:08:14.503 --> 00:08:18.494
จากนั้นนะคะก็ติดกับแผ่นความร้อนที่ก้นหม้อ

187
00:08:18.603 --> 00:08:21.034

188
00:08:21.233 --> 00:08:24.775
น้ำจิ้มเดือดและภูมิสูงขึ้นจนน้ำแห้ง

189
00:08:24.564 --> 00:08:25.453

190
00:08:25.452 --> 00:08:30.705
สปริงดีดตัวแยกจากกันแล้วก็ไม่มีกระแสไฟฟ้า

191
00:08:30.652 --> 00:08:32.069

192
00:08:32.183 --> 00:08:32.822

193
00:08:32.825 --> 00:08:33.099

194
00:08:34.234 --> 00:08:35.911
ถ้าเราทราบหลักการแล้ว

195
00:08:36.022 --> 00:08:39.233
สรุปเป็นตัวป้อนกระบวนการผลผลิตได้หรือไม่

196
00:08:39.613 --> 00:08:40.040

197
00:08:39.931 --> 00:08:40.755

198
00:08:41.022 --> 00:08:42.369
เมื่อกี้นะคะ

199
00:08:42.302 --> 00:08:43.375
ตัวป้อน

200
00:08:43.524 --> 00:08:44.471
อะไรคะ

201
00:08:45.063 --> 00:08:49.010
ต้องเป็นพลังงานไฟฟ้าใช่ไหมคะต้องมีข้าว

202
00:08:48.975 --> 00:08:50.207
ต้องมีน้ำ

203
00:08:50.183 --> 00:08:53.640
นั่นคือตัวป้อนกระบวนการ

204
00:08:53.712 --> 00:08:54.988
เป็นกระบวนการ

205
00:08:54.992 --> 00:08:57.733
เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นความร้อนนั่นเอง

206
00:08:57.873 --> 00:08:59.171
จึงทำให้น้ำ

207
00:08:59.341 --> 00:09:00.509
ได้

208
00:09:00.435 --> 00:09:01.061

209
00:09:01.081 --> 00:09:01.327

210
00:09:01.332 --> 00:09:03.268
ผลผลิตที่เราต้องการล่ะ

211
00:09:03.573 --> 00:09:07.089
นั่นก็คือข้าวที่หุงสุกเรียบร้อยแล้ว

212
00:09:07.161 --> 00:09:09.601
ในระบบนี้

213
00:09:09.534 --> 00:09:11.056
มีข้อมูลย้อนกลับ

214
00:09:11.135 --> 00:09:14.315
ข้อมูลย้อนกลับนั้นก็คือส่วนที่

215
00:09:14.215 --> 00:09:16.786
ส่งข้อมูลให้ระบบกลับไปทำงาน

216
00:09:16.892 --> 00:09:18.565
เมื่อน้ำแห้งนั่นเอง

217
00:09:18.763 --> 00:09:19.657

218
00:09:19.593 --> 00:09:23.741
นี่คือการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีนะคะ

219
00:09:23.883 --> 00:09:25.227
คิดว่ามี

220
00:09:25.163 --> 00:09:29.506
ตัวป้อนกระบวนการผลผลิตข้อมูลย้อนกลับครบทั้ง 4 ส่วนเลย

221
00:09:29.394 --> 00:09:30.012

222
00:09:30.093 --> 00:09:30.326

223
00:09:30.481 --> 00:09:32.217
นักเรียนทราบไหมว่า

224
00:09:32.532 --> 00:09:34.894
ระบบทางเทคโนโลยี

225
00:09:34.902 --> 00:09:36.244
วางระบบนั้น

226
00:09:36.502 --> 00:09:37.271
ไม่ได้

227
00:09:37.401 --> 00:09:41.318
ไม่ได้มีแค่กระบวนการเพียงกระบวนการเดียว

228
00:09:41.243 --> 00:09:41.489

229
00:09:41.494 --> 00:09:42.140

230
00:09:42.081 --> 00:09:44.404
บางทีนั้นมีส่วนประกอบที่

231
00:09:44.381 --> 00:09:45.994

232
00:09:46.054 --> 00:09:46.774

233
00:09:46.753 --> 00:09:48.802
ในส่วนนี้เราเรียกว่า

234
00:09:48.861 --> 00:09:55.733
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนคือเทคโนโลยี

235
00:09:55.853 --> 00:09:59.287
ที่ประกอบด้วยระบบย่อยตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไปค่ะ

236
00:10:00.084 --> 00:10:02.973
เขาก็ทำงานร่วมกันนะคะเพื่อให้สามารถ

237
00:10:03.090 --> 00:10:05.135
ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์

238
00:10:05.131 --> 00:10:08.180
เช่นในรูปนี้นะคะก็จะเป็นลูกของ

239
00:10:08.152 --> 00:10:11.291
ระบบการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ

240
00:10:12.122 --> 00:10:14.822
เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติประกอบด้วยระบบ

241
00:10:15.130 --> 00:10:17.388
มีระบบให้พลังงาน

242
00:10:17.371 --> 00:10:22.752
ระบบขับเคลื่อนระบบตรวจจับทิศทางระบบ

243
00:10:22.690 --> 00:10:24.715
การดูดฝุ่นนะคะ

244
00:10:24.681 --> 00:10:26.684
หลายๆระบบย่อยเนี้ย

245
00:10:26.791 --> 00:10:28.209

246
00:10:28.261 --> 00:10:29.005

247
00:10:28.973 --> 00:10:33.286
หรือว่าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั่นเองนะคะ

248
00:10:34.541 --> 00:10:38.701
วิเคราะห์อย่างไรล่ะถ้าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

249
00:10:39.091 --> 00:10:43.215
ดูโชว์ของตัวนี้ให้นักเรียนดูเพื่อให้นักเรียนสังเกตว่า

250
00:10:43.131 --> 00:10:43.424

251
00:10:43.320 --> 00:10:46.342
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั้น

252
00:10:46.334 --> 00:10:48.062
ในบางระบบนะคะ

253
00:10:48.451 --> 00:10:50.107
ระบบย่อยของเขาเนี่ย

254
00:10:50.562 --> 00:10:52.853
อยู่ภายในส่วนกระบวนการ

255
00:10:53.312 --> 00:10:53.937

256
00:10:53.951 --> 00:10:55.344

257
00:10:55.489 --> 00:10:57.009
เมื่อมีตัวป้อน

258
00:10:57.090 --> 00:10:57.911

259
00:10:57.990 --> 00:11:05.151
ก็นะก็ถูกแย่ๆมาเป็นระบบย่อยภายในส่วนของกระบวนการก็มีตัวป้อนกระบวนการผลผลิต

260
00:11:06.250 --> 00:11:07.004

261
00:11:07.661 --> 00:11:12.499
แล้วก็ยังมีระบบย่อยระบบที่เขาเป็นตัวป้อนกระบวนการผลผลิต

262
00:11:12.410 --> 00:11:13.165

263
00:11:13.299 --> 00:11:14.200

264
00:11:14.580 --> 00:11:17.475
จากในรูปนี้นักเรียนคิดว่ามีระบบย่อยกี่ระบบคะ

265
00:11:17.530 --> 00:11:17.829

266
00:11:18.810 --> 00:11:19.788
นาง

267
00:11:19.829 --> 00:11:20.805

268
00:11:20.930 --> 00:11:21.820

269
00:11:21.759 --> 00:11:26.000
จัดแผนผังนี้มีระบบย่อยอยู่ 3 ระบบนะคะ

270
00:11:25.920 --> 00:11:28.233
ซึ่งอยู่ภายในระบบหลัก

271
00:11:28.220 --> 00:11:31.055
ตัวป้อนกระบวนการ

272
00:11:31.431 --> 00:11:32.520
เราก็สามารถ

273
00:11:32.522 --> 00:11:36.014
เขียนรูปแบบการวิเคราะห์ได้แบบนี้ได้ด้วย

274
00:11:36.549 --> 00:11:38.707
กระปุกนั้นนะคะ

275
00:11:38.990 --> 00:11:41.088
อาจจะเป็นรูปแบบนี้ก็ได้ค่ะนักเรียน

276
00:11:41.361 --> 00:11:43.029
ตัวใหญ่ๆเนาะ

277
00:11:43.019 --> 00:11:45.256
กลอนก็ตัวใหญ่ๆนะคะ

278
00:11:45.211 --> 00:11:47.998
ผลผลิตหลักนี้นะคะ

279
00:11:48.150 --> 00:11:52.076
ในระหว่างทางจากตัวป้อนหินผลผลิตหลักนั้น

280
00:11:52.179 --> 00:11:54.312
ประกอบไปด้วยระบบย่อยค่ะ

281
00:11:54.493 --> 00:11:56.432
เป็นกระบวนการที่ 1

282
00:11:56.609 --> 00:11:58.665
แล้วก็ได้ผลผลิตออกมา

283
00:11:58.849 --> 00:12:01.457
แล้วผลผลิตในขั้นที่ 1 นี่แหละ

284
00:12:01.540 --> 00:12:04.942
ตัวป้อนของกระบวนการที่ 2

285
00:12:04.999 --> 00:12:06.087
เป็นได้

286
00:12:06.472 --> 00:12:07.219

287
00:12:07.370 --> 00:12:09.537
ก็ได้เหมือนกัน

288
00:12:09.738 --> 00:12:11.270
กระบวนการที่ 2

289
00:12:11.409 --> 00:12:13.519
ผลผลิตจากกระบวนการที่ 1

290
00:12:13.841 --> 00:12:14.527

291
00:12:14.669 --> 00:12:15.921
อันที่ 2

292
00:12:15.889 --> 00:12:18.603
ทำให้เกิดผลผลิตที่ 2

293
00:12:18.651 --> 00:12:20.659
ใครเป็นคนผลิต

294
00:12:20.818 --> 00:12:23.975
ในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนตัวนั้น

295
00:12:24.209 --> 00:12:25.740
ซึ่ง

296
00:12:25.688 --> 00:12:29.343
ข้อมูลย้อนกลับนั้นนะคะก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้ง

297
00:12:29.210 --> 00:12:32.810
อยู่ระหว่างระบบย่อยหรือทั้งหมดก็ได้เหมือนกันนะคะ

298
00:12:33.310 --> 00:12:33.935

299
00:12:34.139 --> 00:12:36.841
ทราบรูปแบบการวิเคราะห์แล้ว

300
00:12:37.161 --> 00:12:39.738
ครูมีตัวอย่างให้นักเรียนนะคะ

301
00:12:39.968 --> 00:12:41.999
ตัวอย่างให้นักเรียนคือ

302
00:12:42.091 --> 00:12:42.790

303
00:12:43.891 --> 00:12:46.035
ระบบเครื่องปรับอากาศ

304
00:12:45.929 --> 00:12:46.570

305
00:12:47.340 --> 00:12:51.395
นักเรียนหลายคนคุ้นเคยกับเครื่องปรับอากาศนักเรียนรู้หรือไม่ว่า

306
00:12:51.449 --> 00:12:54.243
เครื่องปรับอากาศนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

307
00:12:54.258 --> 00:12:56.055
หลักการทำงานอย่างไร

308
00:12:56.309 --> 00:12:58.537
มีระบบย่อยคืออะไรบ้าง

309
00:12:58.809 --> 00:13:00.446
เรามาเรียนรู้กันนะคะ

310
00:13:00.858 --> 00:13:01.561

311
00:13:03.420 --> 00:13:03.662

312
00:13:03.607 --> 00:13:05.295
จากในรูปนะคะ

313
00:13:05.278 --> 00:13:06.930
นักเรียนจะเห็นว่า

314
00:13:07.080 --> 00:13:07.836

315
00:13:08.358 --> 00:13:09.128
ระบบ

316
00:13:09.379 --> 00:13:10.918
เครื่องปรับอากาศนั้น

317
00:13:10.923 --> 00:13:12.005
สามารถ

318
00:13:12.387 --> 00:13:14.751
วิเคราะห์ได้เป็นภาพรวม

319
00:13:15.008 --> 00:13:17.060
สามารถวิเคราะห์เป็นภาพรวม

320
00:13:17.449 --> 00:13:20.831
เป็นระบบรวมก่อนนะคะระบบหลักก็จะมี

321
00:13:20.717 --> 00:13:21.806
ต้น

322
00:13:21.999 --> 00:13:23.271
กระบวนการ

323
00:13:23.409 --> 00:13:25.218
ข้อมูลย้อนกลับ

324
00:13:25.589 --> 00:13:26.397

325
00:13:26.418 --> 00:13:27.188
ซึ่ง

326
00:13:27.829 --> 00:13:29.839
อากาศภายในห้อง

327
00:13:29.940 --> 00:13:33.326
กระบวนการควบคุมการทำงานของเครื่องเคลือบ

328
00:13:33.467 --> 00:13:35.403
งูเข้าห้อง

329
00:13:35.839 --> 00:13:37.493
และผลผลิตก็คือ

330
00:13:37.497 --> 00:13:38.252
อากาศ

331
00:13:38.268 --> 00:13:39.812
อุณหภูมิลดลง

332
00:13:40.071 --> 00:13:41.543
ส่วนข้อมูลย้อนกลับ

333
00:13:41.477 --> 00:13:41.762

334
00:13:41.670 --> 00:13:45.351
อุณหภูมิห้องใช่ไหมคะเมื่ออุณหภูมิห้องเป็นไปตาม

335
00:13:45.447 --> 00:13:48.475
อาการตัวเครื่องก็ปรับการทำงานอีกครั้ง

336
00:13:48.588 --> 00:13:49.213

337
00:13:49.927 --> 00:13:52.056
นักเรียนสังเกตหรือไม่ว่า

338
00:13:52.050 --> 00:13:53.839
วิเคราะห์จริงๆแล้ว

339
00:13:53.768 --> 00:13:58.073
ในส่วนของกระบวนการที่ทำให้อุณหภูมิลดลงตรงนี้

340
00:13:58.449 --> 00:14:01.201
มีระบบย่อยอื่นๆอีกนะคะ

341
00:14:01.331 --> 00:14:03.897
สามารถแจกแจงระบบย่อยลงไปได้อีก

342
00:14:04.089 --> 00:14:05.897
ลงไปดูเขาว่า

343
00:14:06.267 --> 00:14:10.612
เขามีหน้าที่อะไรบ้างนะคะระบบย่อยนั้นมีหน้าที่อะไรบ้าง

344
00:14:11.967 --> 00:14:14.344
ระบบย่อยของเครื่องปรับอากาศค่ะ

345
00:14:14.659 --> 00:14:15.812
จะมีระบบ

346
00:14:15.809 --> 00:14:16.632

347
00:14:16.648 --> 00:14:17.934
นะคะ

348
00:14:18.117 --> 00:14:19.908
4 ระบบด้วยกันนะคะ

349
00:14:20.039 --> 00:14:21.190
เริ่มต้นที่

350
00:14:21.128 --> 00:14:22.468
ระบบคอยล์เย็น

351
00:14:23.047 --> 00:14:24.714
ระบบอัดความดัน

352
00:14:25.357 --> 00:14:27.397
แล้วระบบคอยล์ร้อน

353
00:14:27.727 --> 00:14:29.563
ระบบลดความดัน

354
00:14:29.527 --> 00:14:30.417
นะคะ

355
00:14:30.356 --> 00:14:34.108
ระบบนี้จะรวมกันกลายเป็นการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

356
00:14:34.127 --> 00:14:36.079
ที่มีการทำงานที่ซับซ้อน

357
00:14:36.179 --> 00:14:39.506
ในแต่ละระบบนี้นะคะ

358
00:14:39.198 --> 00:14:40.738
จะมีอินพุต

359
00:14:40.926 --> 00:14:42.015
โปรเซส

360
00:14:42.006 --> 00:14:42.997
output

361
00:14:43.227 --> 00:14:45.655
ในทุกๆระบบเลยนะคะ

362
00:14:45.667 --> 00:14:46.634
นี่คือกัน

363
00:14:46.687 --> 00:14:48.214
วิเคราะห์ระบบย่อย

364
00:14:48.168 --> 00:14:48.408

365
00:14:48.866 --> 00:14:51.696
แต่ระบบย่อยนี้สัมพันธ์กันอย่างไร

366
00:14:52.198 --> 00:14:54.986
ความสำคัญนักเรียนต้อง

367
00:14:55.208 --> 00:14:56.663
โยงให้ได้ว่า

368
00:14:56.556 --> 00:14:58.989
อันไหนมาก่อนอันไหนมาหลัง

369
00:14:58.929 --> 00:15:01.037
ระบบไหนทำงานก่อน

370
00:15:00.969 --> 00:15:01.277

371
00:15:01.227 --> 00:15:02.865
ทำงานทีหลัง

372
00:15:03.287 --> 00:15:04.053

373
00:15:04.047 --> 00:15:05.206
ต่อไปเป็นการ

374
00:15:05.077 --> 00:15:08.152
เขียนความสัมพันธ์ของระบบย่อยทั้ง 4 นี้นะคะ

375
00:15:08.916 --> 00:15:10.910

376
00:15:10.845 --> 00:15:11.053

377
00:15:11.417 --> 00:15:14.342
การทำงานของเครื่องปรับอากาศเริ่มที่ไหนคะนักเรียน

378
00:15:15.577 --> 00:15:17.178
ใช่ค่ะมันเริ่มที่

379
00:15:17.126 --> 00:15:18.399
เมื่ออากาศ

380
00:15:18.405 --> 00:15:20.138

381
00:15:20.126 --> 00:15:23.812
ผ่านเข้าสู่ตัวเครื่องนะคะมันจะเริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น

382
00:15:24.358 --> 00:15:26.018
ระบบคอยล์เย็นค่ะ

383
00:15:25.957 --> 00:15:26.190

384
00:15:26.337 --> 00:15:30.703
คอยล์เย็นนี้ตัวเองพูดก็คือสารทำความเย็นที่มีอุณหภูมิ

385
00:15:30.698 --> 00:15:31.262

386
00:15:31.786 --> 00:15:33.908
สารทำความเย็นภายในตัวเครื่องนะคะ

387
00:15:33.967 --> 00:15:35.509
เย็นนี้นะคะ

388
00:15:35.566 --> 00:15:38.480
อุณหภูมิต่ำขาดและมีสถานะเป็นแก๊ส

389
00:15:38.966 --> 00:15:43.570
กระบวนการของคอยล์เย็นก็คือการดูดความร้อนของสารทำความเย็นนี้แหละ

390
00:15:43.647 --> 00:15:45.307
สภาพอากาศภายในห้อง

391
00:15:45.436 --> 00:15:47.233
ฝันว่าร้อนอยู่นะคะ

392
00:15:47.165 --> 00:15:48.969
สารทำความเย็น

393
00:15:48.956 --> 00:15:51.925
สารทำความเย็นตัวนี้จะดูดความร้อน

394
00:15:51.846 --> 00:15:52.399

395
00:15:52.608 --> 00:15:53.432
เพราะฉะนั้น

396
00:15:53.376 --> 00:15:56.894
อุณหภูมิสูงขึ้น

397
00:15:57.156 --> 00:15:57.976

398
00:15:57.986 --> 00:15:59.271
ส่วนนี้นะคะ

399
00:15:59.466 --> 00:16:02.114
สารทำความเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้น

400
00:16:02.539 --> 00:16:12.539

401
00:16:04.456 --> 00:16:07.996
แล้วไปไหนคะ

402
00:16:08.306 --> 00:16:11.427
ความร้อนจากอากาศทำให้ตัวเองอ่ะ

403
00:16:11.568 --> 00:16:13.348
มีอุณหภูมิสูงขึ้น

404
00:16:13.686 --> 00:16:15.532
ยังอยู่ในสถานะแก๊สอยู่

405
00:16:15.605 --> 00:16:16.581
ไปไหนต่อ

406
00:16:16.955 --> 00:16:17.637

407
00:16:18.298 --> 00:16:22.963
สารทำความเย็นชนิดถูกส่งต่อไปที่ระบบอัดความดัน

408
00:16:23.875 --> 00:16:29.306
แน่นอนนะครับผลผลิตจากระบบคอยล์เย็นเป็น input ของระบบอัดความดัน

409
00:16:29.887 --> 00:16:32.889
พ่อไปที่ระบบอัดความดัน

410
00:16:32.845 --> 00:16:34.625
สารทำความเย็นตรงนี้

411
00:16:34.635 --> 00:16:39.144
โดนเพิ่มความดันขึ้นสูงๆ

412
00:16:39.046 --> 00:16:41.816
ทำให้สารความเย็นสารทำความเย็น

413
00:16:41.876 --> 00:16:43.786
เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว

414
00:16:44.114 --> 00:16:45.654
อุณหภูมิ

415
00:16:45.964 --> 00:16:46.867

416
00:16:47.184 --> 00:16:49.579
ที่ได้จากระบบอัดความดัน

417
00:16:49.756 --> 00:16:52.385
ก็เลยกลายเป็นสารทำความเย็น

418
00:16:52.446 --> 00:16:54.544
ที่อยู่ในสถานะของเหลว

419
00:16:54.617 --> 00:16:56.716
อุณหภูมิและความดันสูง

420
00:16:57.504 --> 00:16:59.225
เดินทางนะคะ

421
00:16:59.485 --> 00:17:00.183

422
00:17:00.194 --> 00:17:03.129
มีสารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะแล้วนะคะ

423
00:17:03.456 --> 00:17:06.601
ออกจากระบบอัดความดันแล้วก็เลยเปลี่ยนสถานะ

424
00:17:07.174 --> 00:17:17.174
อยู่ในของเหลว

425
00:17:08.647 --> 00:17:09.348

426
00:17:09.484 --> 00:17:11.275
เป็นของเหลวแล้ว

427
00:17:11.465 --> 00:17:12.346

428
00:17:12.365 --> 00:17:13.900
อุณหภูมิสูงอยู่

429
00:17:14.226 --> 00:17:16.393
เขาถูกส่งผ่านไปที่

430
00:17:16.404 --> 00:17:17.944
ระบบคอยล์ร้อน

431
00:17:18.645 --> 00:17:19.391

432
00:17:20.304 --> 00:17:25.607
ระบบคอยล์ร้อนเนี่ยอยู่ภายนอกนะคะอยู่ภายนอกอาคารนะคะอยู่ภายนอกห้องนะคะ

433
00:17:26.134 --> 00:17:27.579
สารทำความเย็นตัวนี้

434
00:17:27.676 --> 00:17:28.569

435
00:17:28.565 --> 00:17:31.364
ผ่านเข้าไปในระบบคอยล์ร้อนนะคะ

436
00:17:31.324 --> 00:17:34.138
ถ่ายเทความร้อนให้อากาศ

437
00:17:35.165 --> 00:17:37.345
ให้อากาศภายนอก

438
00:17:38.125 --> 00:17:40.770
เขาขายกันความร้อนไปแปลว่าตัวเก่านั้น

439
00:17:40.743 --> 00:17:42.212
อุณหภูมิลดลง

440
00:17:42.794 --> 00:17:46.334
อุณหภูมิลดลงแล้ว

441
00:17:46.444 --> 00:17:49.587
ยังอยู่ในสถานะของเหลวอยู่นะคะ

442
00:17:49.524 --> 00:17:51.443
ความดันก็ยังสูงอยู่

443
00:17:51.694 --> 00:17:52.432

444
00:17:52.465 --> 00:17:53.215
เมื่อ

445
00:17:53.236 --> 00:17:54.206
มีการ

446
00:17:54.134 --> 00:17:57.100
ส่งผ่านไปส่งผ่านมาที่ระบบ

447
00:17:57.147 --> 00:17:58.426
ลดความดัน

448
00:17:59.124 --> 00:17:59.816

449
00:18:00.023 --> 00:18:03.200
สารทำความเย็นก็ถูกลดความดันลง

450
00:18:03.295 --> 00:18:05.931
เปลี่ยนเป็นสถานะแก๊ส

451
00:18:06.685 --> 00:18:09.829
เป็นสถานะแก๊สที่มีอุณหภูมิ

452
00:18:09.764 --> 00:18:10.677
ลดลง

453
00:18:11.306 --> 00:18:14.781
แล้วจึงผ่านเข้ามาถึงระบบคอยล์เย็น

454
00:18:15.144 --> 00:18:16.185

455
00:18:16.556 --> 00:18:20.567
เพราะฉะนั้นการทำงานก็จะสัมพันธ์กันไปตาม

456
00:18:20.784 --> 00:18:23.319
วงจรลูกศรที่กูอธิบาย

457
00:18:23.534 --> 00:18:24.301

458
00:18:24.243 --> 00:18:25.639
ระบบคอยล์เย็น

459
00:18:25.714 --> 00:18:27.050
ความดัน

460
00:18:27.068 --> 00:18:30.149
คอยล์ร้อนแล้วก็ระบบลดความดัน

461
00:18:30.263 --> 00:18:31.806
นี่คือการทำงานที่

462
00:18:32.314 --> 00:18:33.577
ของระบบย่อย

463
00:18:33.523 --> 00:18:35.066
เครื่องปรับอากาศ

464
00:18:35.003 --> 00:18:35.754
นะคะ

465
00:18:35.772 --> 00:18:39.000
ก็จะมี input process output

466
00:18:38.973 --> 00:18:39.802

467
00:18:40.003 --> 00:18:40.882

468
00:18:41.216 --> 00:18:44.671
เห็นแล้วว่าเครื่องปรับอากาศนั้นมีระบบย่อยหลายระบบเลย

469
00:18:45.255 --> 00:18:46.970
แล้วตัวอื่นล่ะคะ

470
00:18:47.564 --> 00:18:49.419
นักเรียนเห็นรูปแล้ว

471
00:18:50.446 --> 00:18:53.012
เกลียดผู้ชายอาจจะถนัดมากเลย

472
00:18:53.137 --> 00:18:53.956

473
00:18:53.963 --> 00:18:56.516
เหมือนผู้ชายมากเลยโอ้

474
00:18:56.845 --> 00:18:58.498
รถจักรยานยนต์

475
00:18:59.404 --> 00:19:01.772
มีระบบให้อะไรบ้างคะนักเรียน

476
00:19:03.704 --> 00:19:04.466

477
00:19:04.924 --> 00:19:06.639
มีระบบย่อยอะไรบ้าง

478
00:19:06.712 --> 00:19:06.938

479
00:19:07.542 --> 00:19:12.522
กูยังไม่ให้นักเรียนคิดตอนนี้นะคะครูขอฝากเป็นกิจกรรม

480
00:19:12.605 --> 00:19:13.678

481
00:19:13.633 --> 00:19:16.503
ระบบย่อยของเทคโนโลยีนะคะ

482
00:19:16.454 --> 00:19:17.341
แน่นอน

483
00:19:17.285 --> 00:19:22.215
เมื่อเราคิดระบบย่อยของเทคโนโลยีแปลว่านักเรียนต้องเขียน

484
00:19:22.922 --> 00:19:23.680

485
00:19:23.944 --> 00:19:27.761
ส่วนต่างๆของระบบรวมใช่ไหมคะมีตัวป้อน

486
00:19:27.853 --> 00:19:29.134
กระบวนการ

487
00:19:29.203 --> 00:19:30.160
ผลผลิต

488
00:19:30.283 --> 00:19:31.573
และข้อมูลย้อนกลับ

489
00:19:31.695 --> 00:19:33.847
การทำงานของ

490
00:19:33.683 --> 00:19:35.021
นี่แหละ

491
00:19:35.035 --> 00:19:35.361

492
00:19:35.355 --> 00:19:37.721
พร้อมเขียนอธิบายภาพนักเรียน

493
00:19:37.652 --> 00:19:39.900
ระบบย่อยอาหารมีอะไรบ้าง

494
00:19:39.895 --> 00:19:41.262
วันที่ 1

495
00:19:41.446 --> 00:19:45.037
ป้อนอะไรกระบวนการอะไรผลผลิตอะไร

496
00:19:44.965 --> 00:19:45.237

497
00:19:45.283 --> 00:19:46.159

498
00:19:46.113 --> 00:19:47.444
เขียนแผนภาพ

499
00:19:47.453 --> 00:19:49.130
ความสำคัญ

500
00:19:49.252 --> 00:19:51.040
ของระบบย่อยมันๆ

501
00:19:51.303 --> 00:19:52.907
คำอธิบาย

502
00:19:53.482 --> 00:19:55.131
ดูนะคะ

503
00:19:55.206 --> 00:19:56.608
รถจักรยานยนต์

504
00:19:56.615 --> 00:19:58.611
ระบบย่อยอะไรบ้าง

505
00:19:58.733 --> 00:20:00.215
ในระบบย่อยมัน

506
00:20:00.523 --> 00:20:04.356
ประกอบด้วยตัวป้อนกระบวนการผลผลิตอะไรบ้าง

507
00:20:04.622 --> 00:20:05.250
และ

508
00:20:05.653 --> 00:20:06.880
ระบบย่อยนั้น

509
00:20:06.871 --> 00:20:09.377
มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

510
00:20:09.433 --> 00:20:11.540
ก็เขียนเป็น

511
00:20:11.604 --> 00:20:16.464
แผนผังแสดงความสัมพันธ์หรือแผนภาพแสดงความสัมพันธ์

512
00:20:16.414 --> 00:20:17.620
ของระบบย่อย

513
00:20:17.565 --> 00:20:19.352
รอคำอธิบายด้วย

514
00:20:19.365 --> 00:20:20.123

515
00:20:20.192 --> 00:20:22.591
ตัวอย่างของเครื่องปรับอากาศ

516
00:20:22.693 --> 00:20:23.319

517
00:20:23.653 --> 00:20:27.689
จะให้เวลานักเรียนไปทำกิจกรรมนะคะประมาณ

518
00:20:27.622 --> 00:20:29.028

519
00:20:29.412 --> 00:20:36.697
ไปที่ไหนบ้างคะนักเรียน

520
00:20:36.443 --> 00:20:37.322

521
00:20:37.403 --> 00:20:39.405
คิดวิเคราะห์ระบบย่อย

522
00:20:39.454 --> 00:20:40.993
ของรถจักรยานยนต์

523
00:20:41.561 --> 00:20:43.683
ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ

524
00:20:43.682 --> 00:20:47.111
จากนี้นะคะนักเรียนคนใดนะคะยัง

525
00:20:47.081 --> 00:20:49.571
สงสัยเกี่ยวกับระบบการทำงาน

526
00:20:49.579 --> 00:20:53.931
เครื่องปรับอากาศอยากดูให้ละเอียดนะคะนักเรียนสามารถ

527
00:20:53.861 --> 00:20:54.903
ติดตาม

528
00:20:54.891 --> 00:20:55.512

529
00:20:55.472 --> 00:21:00.797
ตามลิงค์ที่ครูให้ไว้นะคะหรือนักเรียนคนใดต้องการพบคุณความรู้เกี่ยวกับ

530
00:21:00.842 --> 00:21:03.038
เรื่องของเทคโนโลยีนะคะ

531
00:21:02.965 --> 00:21:06.539
มีความหมายอย่างไรบ้าง

532
00:21:06.554 --> 00:21:09.385
ไปที่ลิงค์ที่กูให้ไว้นะคะ

533
00:21:09.302 --> 00:21:10.658
หลังจาก

534
00:21:10.645 --> 00:21:12.645
วันนี้นะคะก็คงจะ

535
00:21:12.571 --> 00:21:14.362
หยุดการ

536
00:21:14.301 --> 00:21:16.409
อธิบายเรื่องของ

537
00:21:16.412 --> 00:21:21.658
ระบบทางเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนะคะอยากให้นักเรียน

538
00:21:21.673 --> 00:21:22.297

539
00:21:22.634 --> 00:21:26.113
เข้าใจว่านะคะระบบทางเทคโนโลยีประกอบด้วย

540
00:21:26.022 --> 00:21:29.625
ระบบย่อยหลายระบบทำงานสัมพันธ์กันนะคะ

541
00:21:29.551 --> 00:21:35.685
เทคโนโลยีนั้นนะคะสามารถทำงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์นั้นเองนะคะ

542
00:21:35.705 --> 00:21:39.031
ระบบทางเทคโนโลยีที่มีหลายระบบนั้นเราเรียกว่า

543
00:21:38.961 --> 00:21:41.977
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

544
00:21:41.911 --> 00:21:45.354
ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบตรงนี้นี่แหละนะคะ

545
00:21:45.242 --> 00:21:47.076
ช่วยให้นักเรียนสามารถ

546
00:21:47.102 --> 00:21:47.720

547
00:21:48.002 --> 00:21:50.901
ตรวจสอบการทำงานหรือสามารถแก้ไข

548
00:21:51.071 --> 00:21:54.548
แม้กระทั่งพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีนั้นๆได้

549
00:21:54.473 --> 00:21:54.698

550
00:21:54.720 --> 00:21:55.419

551
00:21:55.362 --> 00:21:56.655
ก็บอกว่านักเรียนจะ

552
00:21:56.583 --> 00:22:03.357
ใช้ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนในหัวข้อต่อไปได้นะคะ

553
00:22:03.243 --> 00:22:04.284
วันนี้

554
00:22:04.201 --> 00:22:05.291
สวัสดีค่ะ

555
00:22:05.871 --> 00:22:12.720

556
00:22:12.728 --> 00:22:13.014

557
00:22:12.851 --> 00:22:18.096

558
00:22:18.041 --> 00:22:20.275

559
00:23:14.163 --> 00:23:15.363


