[เสียงดนตรี] (ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะนักเรียนคะ พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคยนะคะ ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ ในวิชานี้นะคะ ประกอบด้วย 7 บท ซึ่ง 3 บทแรกนั้น เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีน่ารู้นะคะ ในวันนี้ก็ยังคงอยู่ที่บทที่ 1 อยู่นะคะ ซึ่งเป็นหัวข้อที่ 2 นะคะ วันนี้เราจะได้เรียนในหัวข้อระบบทางเทคโนโลยี และระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนค่ะ ก่อนอื่นครูอ้อมขอแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ ในหัวข้อนี้ก่อนนะคะ ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถ วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้นะคะ นอกจากนี้ก็อยากให้นักเรียน สามารถวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน และระบบย่อย ของระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้ นอกจากนี้ก็ยังต้อง สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของระบบย่อย ในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้ ก็ขอให้นักเรียนตั้งใจ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้นะคะ ก่อนหน้านี้นะคะ เราเรียนเรื่องระบบคืออะไร ใช่ไหมคะ และเราก็ทราบว่าระบบนั้น มีทั้งระบบทางธรรมชาติ และระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น แล้วระบบทางเทคโนโลยีล่ะ ค่ะ ระบบทางเทคโนโลยี ก็เป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนะคะ ซึ่งหมายถึงกลุ่มของส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไป ประกอบเข้าด้วยกันนะคะ แล้วก็ทำงานร่วมกันให้บรรลุวัตถุประสงค์นะคะ ซึ่งระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นตรงนี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวก หรือแก้ปัญหาให้กับมนุษย์นั่นเองนะคะ เราเห็นในชีวิตประจำวันเรานี่นะคะ เห็นมากมายเลยนะคะ ระบบทางเทคโนโลยี ก็อย่างเช่น ระบบการคมนาคมขนส่ง ระบบการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นะคะ หรือระบบรีไซเคิลขยะ เป็นต้นนะคะ เมื่อทราบระบบทางเทคโนโลยีนี้แล้ว นักเรียนจำแผนภาพแบบนี้ได้หรือเปล่า คือ องค์ประกอบของระบบทางเทคโนโลยีค่ะ ประกอบด้วยอะไรบ้าง อันนี้เป็นระบบทางเทคโนโลยี ที่เราเคยเรียนมาในช่วงชั้น ม.ต้น นะคะ ส่วนแรกค่ะ ตัวป้อนหรือ input นะคะ ส่วนที่ 2 นะคะ ก็คือกระบวนการนะคะ หรือ process จากนั้นก็จะเป็นผลผลิตหรือ output นะคะ ในระบบทางเทคโนโลยีบางระบบนั้น ก็สามารถมีข้อมูลย้อนกลับ หรือ feedback ได้ด้วยนะคะ นักเรียนน่าจะพอจำได้นะคะ สำหรับองค์ประกอบ ของระบบทางเทคโนโลยีนะคะ ขอทบทวนกันหน่อยว่า แต่ละส่วนนั้นคืออะไรบ้างนะคะ เนื้อหาอาจจะบังนิดหนึ่ง ครูเอาตัวเองออกจากเนื้อหาแล้วนะคะ ตัวป้อนค่ะ ตัวป้อนหรือ input นะคะ ส่วนสีเขียวนี้นะคะ ก็คือสิ่งที่ป้อนเข้าสู่ระบบนะคะ ซึ่งอาจมีได้มากกว่า 1 อย่างนะคะ เมื่อมีตัวป้อนแล้วก็ส่งมายังกระบวนการนะคะ กระบวนการ ก็คือกิจกรรมหรือการดำเนินการ ที่นำมานำตัวป้อนนั้นเข้ามา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นผลผลิต ตามวัตถุประสงค์นะคะ กระบวนการในระบบหนึ่งนั้นน่ะ อาจมีมากกว่า 1 กระบวนการก็ได้นะคะ จากนั้นก็จะเป็นส่วนของผลผลิต หรือ output นะคะ ก็คือผลที่ได้จากการทำงานร่วม กับตัวทำงานร่วมกันของตัวป้อน และกระบวนการของระบบนะคะ ผลผลิตนี้ยังอาจหมายถึง ส่วนที่ได้จากกระบวนการ ที่เราอาจจะต้องการหรือไม่ต้องการก็ได้นะคะ เช่น พวกของเสียหรือเศษวัสดุ ก็ถือว่าเป็นผลผลิตได้ด้วยเหมือนกันนะคะ ในบางระบบนั้นอาจมีส่วนที่เรียกว่า "ข้อมูลย้อนกลับ" หรือ "feedback" ใช่ไหมคะ นั่นก็คือข้อมูลที่ใช้ในการควบคุม หรือป้อนกลับให้ระบบทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจมีหรือไม่มีก็ได้นะคะ เมื่อเราทราบองค์ประกอบ ทางเทคโนโลยีแล้วนะคะ ครูอยากให้นักเรียนมาช่วยกันนะคะ วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยี ของหม้อหุงข้าวนะคะ หม้อหุงข้าวมีตัวป้อนอะไรบ้าง มีอะไรเป็นกระบวนการ มีผลผลิตอย่างไรนะคะ และมีข้อมูลย้อนกลับหรือไม่ นักเรียนลองพิจารณานะคะ ว่าจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยี ของหม้อหุงข้าวได้อย่างไร ก่อนอื่นค่ะนักเรียน ในการที่เราจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้ เราต้องรู้ส่วนประกอบ หรือโครงสร้างของเทคโนโลยีนั้น ๆ ก่อนนะคะ ในที่นี้คือหม้อหุงข้าว เรามาดูกันว่าโครงสร้าง หรือว่าส่วนประกอบของเขานั้นคืออะไร จากในรูปนะคะนักเรียน นักเรียนเห็นแผ่นความร้อนนะคะ ซึ่งอยู่ใต้ตัวเครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะ มีสวิตช์ที่เราใช้กดเปิด-ปิด ใช่ไหมคะ แล้วก็มีภายในมีแม่เหล็กและขดลวดสปริง นี่คือโครงสร้างหลัก ๆ ของหม้อหุงข้าวนะคะ ตัวเครื่อง สวิตช์ แผ่นความร้อน และแม่เหล็ก และขดลวดสปริง 4 ส่วนนี้ทำงานสัมพันธ์กันแน่นอนเลย เพราะว่าเขาก็เป็นส่วนประกอบ หรือเป็น 1 ในระบบของหม้อหุงข้าว เมื่อเราทราบส่วนประกอบแล้ว เราก็ต้องทราบหลักการทำงาน ของหม้อหุงข้าว ใช่ไหมคะ ครูขยายนะคะ จากภาพเล็กกลายมาเป็นภาพใหญ่นะคะ นักเรียนจะเห็นส่วนของสวิตช์ ส่วนของจุดสัมผัส ส่วนของขดลวดสปริง มีแม่เหล็กถาวร แม่เหล็กเฟอร์โรนะคะ ซึ่งอยู่ภายในแผ่นความร้อน ที่เป็นอยู่ใต้ตัวเครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะ การทำงานเริ่มต้นที่ไหน เริ่มต้นที่เมื่อเรากดสวิตช์ค่ะนักเรียน กดสวิตช์ลงมานะคะ จุดที่ 2 ที่อยู่ในจุดสัมผัส ถ้านักเรียนสังเกตเห็นนะคะ ก็จะแตะนะคะ ก็จะสามารถเชื่อมกันได้ เมื่อเชื่อมกันได้แล้วนะคะ ก็ทำให้ขดลวดสปริงตรงนี้ หดตัว เมื่อหดตัวนะคะ ก็ทำให้แม่ถาวรกับแม่เหล็กเฟอร์โรนี่ มีแรงดึงดูดกันและกัน ทำให้เกิดแรงแม่เหล็กนะคะ เมื่อเกิดแรงแม่เหล็กแล้วสัมผัสกันแล้วนะคะ ก็ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า ไหลเข้าสู่แผ่นความร้อนนะคะ ก็เลยทำให้หม้อหุงข้าว ทำให้น้ำในหม้อหุงข้าวนั้นเดือดได้นะคะ เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งนะคะ น้ำเดือด อุณหภูมิสูง อุณหภูมิสูงแล้วน้ำภายในหม้อนั้นแห้งนะคะ เมื่อน้ำภายในหม้อนั้นแห้งและมีอุณหภูมิสูงมาก แม่เหล็กเฟอร์โรตัวนี้ จะมีแรงแม่เหล็กน้อยลงนะคะ เมื่อมีแรงแม่เหล็กน้อยลง แรงระหว่างแม่เหล็กทั้ง 2 นี้ก็มีค่าน้อย น้อยกว่าแรงดันของขดลวดสปริงตรงนี้ ซึ่งแต่ก่อนหน้านี้นั้นเขาหดตัวอยู่ เพราะฉะนั้น เมื่อแรงแม่เหล็กน้อยลง ขดลวดสปริงตัวนี้ก็มีแรงมากกว่า ทำให้ขดลวดสปริงนั้นดันกลับนะคะ เมื่อดันกลับ ก็เลยทำให้จุดสัมผัสนี้ถูกดันกลับไปด้วยนะคะ พอดันกลับไปเท่านั้นแหละนะคะ ก็ทำให้ไม่สามารถเชื่อมกันได้แล้วนะคะ นั่นคือกระแสไฟฟ้า ก็ไม่สามารถเข้าสู่แผ่นความร้อนได้นะคะ ลองทบทวนนะคะ เมื่อกดสวิตช์ไฟฟ้าก็ให้ความร้อนนะคะ ไฟฟ้าให้ความร้อนผ่านจุดสัมผัสสปริงหดตัวนะคะ แม่เหล็กถาวรก็เลยติดกับแม่เหล็กเฟอร์โร จากนั้นนะคะ แกนสวิตช์ก็ติดกับแผ่นความร้อนที่ก้นหม้อ ไฟฟ้าก็ให้ความร้อนได้นะคะ น้ำจึงเดือดและภูมิสูงขึ้นจนน้ำแห้งนะคะ ขดลวดสปริงจึงดีดตัวจุดสัมผัสแยกจากกัน แล้วก็ไม่มีกระแสไฟฟ้าผ่านหม้อหุงข้าวนะคะ ถ้าเราทราบหลักการแล้ว สรุปเป็นตัวป้อนกระบวนการและผลผลิตได้หรือไม่ เมื่อกี้นะคะ ตัวป้อนคืออะไรคะ ก็ต้องเป็นพลังงานไฟฟ้า ใช่ไหมคะ ต้องมีข้าว ต้องมีน้ำ ใช่ไหมคะ นั่นคือตัวป้อนนะคะ กระบวนการ ก็เป็นกระบวนการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นความร้อนนั่นเอง จนทำให้น้ำเดือดได้นะคะ ผลผลิตที่เราต้องการล่ะนะคะ ผลผลิตนั้น ก็คือข้าวที่หุงสุกเรียบร้อยแล้วนะคะ ในระบบนี้มีข้อมูลย้อนกลับ ใช่ไหมคะ ข้อมูลย้อนกลับนั้น ก็คือส่วนที่ส่งข้อมูลให้ระบบตัดไฟทำงาน เมื่อน้ำแห้งนั่นเองนะคะ นี่คือการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีนะคะ จะสังเกตว่ามีตัวป้อนกระบวนการผลผลิต ข้อมูลย้อนกลับครบทั้ง 4 ส่วนเลยนะคะ แต่นักเรียนทราบไหมว่า ระบบทางเทคโนโลยีบางระบบนั้น ไม่ได้มีแค่กระบวนการ เพียงกระบวนการเดียวนะคะ บางทีนั้นมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนกว่านั้น ซึ่งในส่วนนี้เราเรียกว่า "ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน" นะคะ ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ก็คือเทคโนโลยีที่ประกอบด้วยระบบย่อย ตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไปค่ะ เขาก็ทำงานร่วมกันนะคะ ก็เพื่อให้สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ อย่างเช่น ในรูปนี้นะคะ ก็จะเป็นรูปของ ระบบการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ ประกอบด้วยระบบทั้งมีระบบให้พลังงานนะคะ ระบบขับเคลื่อน ระบบตรวจจับทิศทางนะคะ ระบบการดูดฝุ่นนะคะ ซึ่งหลาย ๆ ระบบย่อยนี้ ต้องทำงานร่วมกันนะคะ จึงถือว่าเป็นระบบทางเทคโนโลยี ที่ซับซ้อนนั่นเองนะคะ เราจะวิเคราะห์อย่างไรล่ะ ถ้าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ครูโชว์แผนผังตัวนี้ให้นักเรียนดู เพื่อให้นักเรียนสังเกตว่า ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั้น ในบางระบบนะคะ ระบบย่อยของเขานี่ อยู่ภายในส่วนกระบวนการนะคะ นักเรียนจะสังเกตว่าเมื่อมีตัวป้อนนะคะ ตัวป้อนนั้นก็ถูกแยกย่อยออกมา เป็นระบบย่อยภายในส่วนของกระบวนการ ก็มีตัวป้อน มีกระบวนการ มีผลผลิต 1 ระบบ แล้วก็ยังมีระบบย่อยระบบที่ 2 เป็นตัวป้อนกระบวนการผลผลิตอีกครั้งนะคะ จากในรูปนี้นักเรียนคิดว่ามีระบบย่อยกี่ระบบคะ 1 2 3 นะคะ จากแผนผังนี้มีระบบย่อยอยู่ 3 ระบบนะคะ ซึ่งอยู่ภายในระบบหลัก ก็คือตัวป้อนกระบวนการแล้วก็ผลผลิต เราก็สามารถเขียนรูปแบบ การวิเคราะห์ได้แบบนี้ได้ด้วยนะคะ แต่บางระบบนั้นนะคะ อาจจะเป็นรูปแบบนี้ก็ได้ค่ะนักเรียน นักเรียนเห็นตัวใหญ่ ๆ นะ ตัวป้อนก็ตัวใหญ่ ๆ นะคะ ผลผลิตหลักนี้นะคะ ก็คือตัวใหญ่ ๆ ในระหว่างทางจากตัวป้อนถึงผลผลิตหลักนั้น ประกอบไปด้วยระบบย่อยค่ะ อาจจะเป็นกระบวนการที่ 1 แล้วก็ได้ผลผลิตออกมา แล้วผลผลิตในขั้นที่ 1 นี่แหละ จะกลายไปเป็นตัวป้อนของกระบวนการที่ 2 ก็เป็นได้นะคะ แบบนี้ก็ได้เหมือนกันนะคะ กระบวนการที่ 2 ใช้ผลผลิตจากกระบวนการที่ 1 นะคะ กระบวนการที่ 2 ก็ทำให้เกิดผลผลิตที่ 2 แล้วจึงกลายเป็นผลผลิตหลัก ในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนตัวนั้นนะคะ ซึ่งข้อมูลย้อนกลับนั้นนะคะ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งอยู่ระหว่างระบบย่อย หรือทั้งหมดก็ได้เหมือนกันนะคะ เราทราบรูปแบบการวิเคราะห์แล้ว ครูมีตัวอย่างให้นักเรียนนะคะ ครูมีตัวอย่างให้นักเรียน คือ ระบบเครื่องปรับอากาศนะคะ นักเรียนหลายคนคุ้นเคยกับเครื่องปรับอากาศ นักเรียนรู้หรือไม่ว่า เครื่องปรับอากาศนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และมีหลักการทำงานอย่างไร มีระบบย่อยคืออะไรบ้าง เรามาเรียนรู้กันนะคะ จากในรูปนะคะ จากในรูปนักเรียนจะเห็นว่า ระบบเครื่องปรับอากาศนั้น สามารถวิเคราะห์ได้เป็นภาพรวมนะคะ สามารถวิเคราะห์เป็นภาพรวม เอาเป็นระบบรวม ๆ ก่อนนะคะ ระบบหลักก็จะมีตัวป้อน กระบวนการ ผลผลิต และข้อมูลย้อนกลับนะคะ ซึ่งตัวป้อน ก็คืออากาศภายในห้องนะคะ กระบวนการ ก็คือการทำงานของเครื่อง เพื่อปรับอุณหภูมิของห้องให้ลดลง และผลผลิต ก็คืออากาศที่มีอุณหภูมิลดลง ส่วนข้อมูลย้อนกลับก็เป็นอุณหภูมิห้อง ใช่ไหมคะ เมื่ออุณหภูมิห้องเป็นไปตามที่ต้องการ ตัวเครื่องก็ปรับการทำงานอีกครั้งนะคะ แต่นักเรียนสังเกตหรือไม่ว่า ถ้าวิเคราะห์จริง ๆ แล้ว ในส่วนของกระบวนการที่ทำให้อุณหภูมิลดลงตรงนี้ มีระบบย่อยอื่น ๆ อีกนะคะ สามารถแจกแจงระบบย่อยลงไปได้อีก เราลองไปดูค่ะ ว่าเขามีหน้าที่อะไรบ้างนะคะ ระบบย่อยนั้น ๆ มีหน้าที่อะไรบ้าง ระบบย่อยของเครื่องปรับอากาศค่ะ อาจจะมีระบบตัวนี้นะคะ มี 4 ระบบด้วยกันนะคะ เริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น ระบบอัดความดัน แล้วระบบคอยล์ร้อน ระบบลบความดันนะคะ ทุกระบบนี้จะรวมกัน กลายเป็นการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ที่มีการทำงานที่ซับซ้อน เพราะว่าในแต่ละระบบนี่นะคะ ก็จะมี input, process, output ในทุก ๆ ระบบเลยนะคะ นี่คือการวิเคราะห์ระบบย่อย แต่ระบบย่อยนี้สัมพันธ์กันอย่างไร พอพูดถึงความสัมพันธ์นักเรียนต้องโยงให้ได้ ว่าอันไหนมาก่อนอันไหนมาหลัง ระบบไหนทำงานก่อนระบบใดทำงานทีหลัง ต่อไปเป็นการเขียนความสัมพันธ์ ของระบบย่อยทั้ง 4 นี้นะคะ เริ่มต้นที่ความสัมพันธ์ การทำงานของเครื่องปรับอากาศ มันเริ่มที่ไหนคะนักเรียน ใช่ค่ะ มันเริ่มที่ เมื่ออากาศไหลเข้าสู่... ผ่านเข้าสู่ตัวเครื่องนะคะ มันจะเริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น ระบบคอยล์เย็นค่ะ ระบบคอยล์เย็นนี้ ตัว input ก็คือสารทำความเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำ สารทำความเย็นภายในตัวเครื่องนะคะ ภายในคอยล์เย็นนี่นะคะ มีอุณหภูมิต่ำค่ะ และมีสถานะเป็นแก๊ส กระบวนการของคอยล์เย็น ก็คือการดูดความร้อนของสารทำความเย็นนี่แหละ จากอากาศภายในห้อง อากาศร้อน ๆ อยู่นะคะ พอผ่านสารทำความเย็น สารทำความเย็นตัวนี้ จะดูดความร้อนจากอากาศนะคะ เพราะฉะนั้น output ก็คือสารทำความเย็นที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นนะคะ คือส่วนนี้นะคะ สารทำความเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้น และอยู่ในสถานะแก๊สอยู่ แล้วไปไหนคะ สารทำความเย็นนี้ไปไหน ดูดความร้อนจากอากาศทำให้ตัวเองนี่ มีอุณหภูมิสูงขึ้น และยังอยู่ในฐานะแก๊สอยู่ ไปไหนต่อ ต่อสารทำความเย็นตัวนี้ ถูกส่งต่อไปที่ระบบอัดความดันค่ะ แน่นอนนะคะ ผลผลิตจากระบบคอยล์เย็น เป็น input ของระบบอัดความดันนะคะ พอไปที่ระบบอัดความดัน สารทำความเย็นตรงนี้ โดนเพิ่มความดันขึ้นสูง ๆ ๆ ๆ นะคะ ทำให้สารความเย็น สารทำความเย็นตัวนี้ เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว แต่อุณหภูมิยังสูงอยู่นะคะ ผลผลิตจากระบบอัดความดัน ก็เลยกลายเป็นสารทำความเย็น ที่อยู่ในสถานะของเหลว มีอุณหภูมิและความดันสูงนะคะ นักเรียนทันนะคะ ตอนนี้สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะแล้วนะคะ ออกจากระบบอัดความดันแล้ว ก็เลยเปลี่ยนสถานะอยู่ในของเหลว เป็นของเหลวแล้วยังมีอุณหภูมิสูงอยู่ เขาถูกส่งผ่านไปที่ระบบคอยล์ร้อน ระบบคอยล์ร้อนนี่ อยู่ภายนอกนะคะ อยู่ภายนอกตัวอาคารนะคะ อยู่ภายนอกห้องนะคะ สารทำความเย็นตัวนี้ จะถูกผ่านเข้าไปในระบบคอยล์ร้อนนะคะ โดยถ่ายเทความร้อนให้อากาศนะคะ ให้อากาศภายนอก เมื่อเขาถ่ายเทความร้อนไป แปลว่าตัวเขานั้นอุณหภูมิลดลงค่ะ ได้สารทำความเย็นที่อุณหภูมิลดลงแล้ว แต่ยังอยู่ในสถานะของเหลวอยู่นะคะ ความดันก็ยังสูงอยู่ เมื่อมีการส่งผ่านไปส่งผ่านมา ที่ระบบลดความดันนะคะ สารทำความเย็นก็ถูกลดความดันลง จนถูกเปลี่ยนเป็นสถานะแก๊สนะคะ เป็นสถานะแก๊สที่มีอุณหภูมิลดลง แล้วจึงผ่านเข้ามาถึงระบบคอยล์เย็นอีกเช่นเคย เพราะฉะนั้น การทำงานก็จะสัมพันธ์กันไป ตามวงจรลูกศรที่ครูอธิบายนะคะ ระบบคอยล์เย็น อัดความดัน คอยล์ร้อน แล้วก็ระบบลดความดัน นี่คือการทำงานที่ของระบบย่อย ในเครื่องปรับอากาศนะคะ แต่ละช่วงแต่ละช่วงก็จะมี input, process, output นะคะ เราเห็นแล้วว่าเครื่องปรับอากาศนั้น มีระบบย่อยหลายระบบเลย แล้วตัวอื่นล่ะคะ นักเรียนเห็นรูปแล้ว นักเรียนผู้ชายอาจจะถนัดมากเลยนะคะ นักเรียนผู้ชายอาจจะถนัดมากเลย โอ้ รถจักรยานยนต์ มีระบบย่อยอะไรบ้างคะนักเรียน มีระบบย่อยอะไรบ้าง ครูยังไม่ให้นักเรียนคิดตอนนี้นะคะ ครูขอฝากเป็นกิจกรรม คิดวิเคราะห์ระบบย่อยของเทคโนโลยีนะคะ แน่นอนเมื่อเราคิดระบบย่อยของเทคโนโลยี แปลว่านักเรียนต้องเขียนส่วนต่าง ๆ ของระบบรวม ใช่ไหมคะ มีตัวป้อน กระบวนการ ผลผลิต และข้อมูลย้อนกลับนะคะ ของการทำงานของรถจักรยานยนต์นี่แหละ พร้อมเขียนอธิบายค่ะนักเรียน ว่าระบบย่อยนั้นมีอะไรบ้าง ระบบย่อยที่ 1 มีตัวป้อนอะไร กระบวนการอะไร ผลผลิตอะไรนะคะ จากนั้นเขียนแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ ของระบบย่อยนั้น ๆ พร้อมคำอธิบาย นักเรียนไปฝึกดูนะคะ รถจักรยานยนต์มีระบบย่อยอะไรบ้าง ในระบบย่อยนั้น ประกอบด้วยตัวป้อนกระบวนการผลผลิตอะไรบ้าง และระบบย่อยนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ ก็เขียนเป็นแผนผังแสดงความ แผนผังหรือแผนภาพนะคะ แสดงความสัมพันธ์ของระบบย่อย พร้อมคำอธิบายด้วยนะคะ เหมือนตัวอย่างของเครื่องปรับอากาศเลยนะคะ ครูจะให้เวลานักเรียนไปทำกิจกรรมนะคะ สักประมาณ 15 นาทีค่ะ [เสียงดนตรี] (ดร.พิมพร) เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนคะ สำหรับการฝึกคิดวิเคราะห์ระบบย่อย ของรถจักรยานยนต์ ไม่ยากเลย ใช่ไหมคะ หลังจากนี้นะคะ ถ้านักเรียนคนใดนะคะ ยังสงสัยเกี่ยวกับระบบการทำงาน ของเครื่องปรับอากาศอยากดูให้ละเอียดนะคะ นักเรียนสามารถติดตามตามลิงก์ที่ครูให้ไว้นะคะ หรือนักเรียนคนใดต้องการทบทวนความรู้ เกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีนะคะ ว่ามีความหมายอย่างไร ประกอบด้วยระบบใดบ้างนะคะ ก็ไปที่ลิงก์ที่ครูให้ไว้นะคะ ค่ะ หลังจากตรงนี้นะคะ ก็คงจะขอหยุดการอธิบายนะคะ เรื่องของระบบทางเทคโนโลยี และระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนะคะ อยากให้นักเรียนเข้าใจว่านะคะ ระบบทางเทคโนโลยีหนึ่งหนึ่งนั้น ประกอบด้วยระบบย่อยหลายระบบ ทำงานสัมพันธ์กันนะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เทคโนโลยีนั้นนะคะ สามารถทำงานได้ บรรลุตามวัตถุประสงค์นั่นเองนะคะ ระบบทางเทคโนโลยีที่มีหลายระบบนั้นเราเรียกว่า "ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน" นะคะ ซึ่งความรู้เกี่ยวกับ การวิเคราะห์ระบบตรงนี้นี่แหละนะคะ จะช่วยให้นักเรียนสามารถ ตรวจสอบการทำงานหรือสามารถแก้ไข หรือแม้กระทั่ง พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีนั้น ๆ ได้นะคะ ก็หวังว่านักเรียนจะได้ใช้ความรู้ เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบ ทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ในหัวข้อต่อไปได้นะคะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]