﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.002 --> 00:00:08.002

3
00:00:08.008 --> 00:00:12.008

4
00:00:12.009 --> 00:00:16.009

5
00:00:16.010 --> 00:00:20.010

6
00:00:20.012 --> 00:00:24.012
(อาจารย์)  ก็สวัสดีนักศึกษา

7
00:00:24.018 --> 00:00:28.018
นะคะ ของภาคเรียนที่ 1

8
00:00:28.020 --> 00:00:32.020
/2567 นะค

9
00:00:32.022 --> 00:00:36.022
วันนี้เราก็ได้มาเจอกันใน

10
00:00:36.024 --> 00:00:40.024
รายวิชาของภาษามือไทยเบื้องต้น

11
00:00:40.025 --> 00:00:44.025

12
00:00:44.026 --> 00:00:48.026
ภาษามือไทยอีก

13
00:00:48.028 --> 00:00:52.028
ฉันใช้ภาษามือไทยได้แล้ว ทำไมต้องมาใช้ภาษามือไทยอีก

14
00:00:49.091 --> 00:00:53.091

15
00:00:53.093 --> 00:00:57.093
มาใช้ภา

16
00:00:57.095 --> 00:01:01.095

17
00:01:01.096 --> 00:01:05.096

18
00:01:05.098 --> 00:01:09.098
นะคะ ตอนนี้ จะเป็นการทบทวน

19
00:01:09.101 --> 00:01:13.101
นะคะ ในคำศัพท์แล้วก็เรียนรู้

20
00:01:13.102 --> 00:01:17.102
ภาษามือไทยใหม่ ๆ ด้วยนะคะ

21
00:01:17.104 --> 00:01:21.104
และเรียน

22
00:01:21.106 --> 00:01:25.106
ภาษามือ ที่จะใช้คำศัพท์

23
00:01:25.107 --> 00:01:29.107
ร่วมกันนะคะ เข้าใจตรงกันนะคะ

24
00:01:29.108 --> 00:01:33.108
ในที่มหาวิทยาลัยของเรานะคะ

25
00:01:33.110 --> 00:01:37.110
และก็อีกอันหนึ่ง ก็เพื่อ

26
00:01:37.112 --> 00:01:41.112
ฝึกการสื่อสารกับเพื่อน

27
00:01:41.114 --> 00:01:45.114
ที่เรียนร่วมด้วยกันกับเรานะคะ เพื่อนหูดี

28
00:01:45.115 --> 00:01:49.115
อบุล แล้วก็มิ่งนะคะ ก็จะได้เรียนภาษามือ

29
00:01:49.116 --> 00:01:53.116
ไปด้วยกัน เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร

30
00:01:53.117 --> 00:01:57.117
ในระหว่างเรียน ในมหาวิทยาลัยนะคะ

31
00:01:57.118 --> 00:02:01.118
เพราะว่านอกเหนือจากกิจกรรมการเรียน

32
00:02:01.120 --> 00:02:05.120
ก็อาจจะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

33
00:02:05.120 --> 00:02:09.120
เสียงมันเข้า

34
00:02:09.122 --> 00:02:13.122
ลำโพง มันเลยหอน

35
00:02:13.125 --> 00:02:17.125

36
00:02:17.127 --> 00:02:21.127
สัปดาห์ก่อนนะ เรายัง

37
00:02:21.129 --> 00:02:25.129
ไม่ได้เจอกันนะคะ สัปดาห์ก่อนที่ให้นักศึกษา

38
00:02:25.130 --> 00:02:29.130
หาคำศัพท์ ที่เป็นภาษา

39
00:02:29.133 --> 00:02:33.133
เขียนนะคะ แล้วก็ฝึก

40
00:02:33.134 --> 00:02:37.134
คำศัพท์ที่เป็นภาษามือควบคู่กันด้วยนะคะ

41
00:02:37.135 --> 00:02:41.135
ก็มีส่งเหลือของมิ่ง

42
00:02:41.135 --> 00:02:45.135
นะคะ มิ่ง มิ่งยังไม่ได้ส่งคำศัพท์ ที่เป็นตัวเขียน

43
00:02:45.136 --> 00:02:49.136
ตรวจดูแล้วเมื่อคืนยังไม่มีนะคะ

44
00:02:49.138 --> 00:02:53.138
ให้ส่งเข้ามาด้วย เดี๋ยววันนี้ ท้าย

45
00:02:53.140 --> 00:02:57.140
ชั่วโมงจะตรวจนะคะ แล้วก็ให้

46
00:02:57.143 --> 00:03:01.143
นักศึกษา เขียนคำศัพท์ ที่นักศึกษาส่งมา

47
00:03:01.144 --> 00:03:05.144
ค่ะ เขียนให้ถูกต้อง

48
00:03:05.145 --> 00:03:09.145
ในรายวิชานี้นะคะ อาจารย์จะ

49
00:03:09.146 --> 00:03:13.146
ฝึกภาษามือ แล้วก็

50
00:03:13.146 --> 00:03:17.146
ภาษาเขียน ควบคู่ไปด้วยนะคะ เพื่อที่

51
00:03:17.146 --> 00:03:21.146
พวกเราจะได้นำมาใช้ในชีวิต

52
00:03:21.148 --> 00:03:25.148
ประจำวัน ในการเรียน หรือการใช้ชีวิตนะคะ

53
00:03:25.150 --> 00:03:29.150
ในการเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องด้วยนะคะ

54
00:03:29.152 --> 00:03:33.152
ในท้ายวิชา

55
00:03:33.153 --> 00:03:37.153
ก็จะตรวจงานของสัปดาห์ที่แล้วนะ

56
00:03:37.154 --> 00:03:41.154
ที่ให้นักศึกษาไปค้นหา คนละ 10 คำ

57
00:03:41.155 --> 00:03:45.155
10 ท่านะคะ แล้วก็ทดสอบทีละคน

58
00:03:45.156 --> 00:03:49.156
เราจะทำแบบนี้ทุก ๆ สัปดาห์

59
00:03:49.156 --> 00:03:53.156
นะคะ จะให้นักศึกษา

60
00:03:53.159 --> 00:03:57.159
เขียนคำศัพท์ แล้วก็ทำภาษามือ

61
00:03:57.160 --> 00:04:01.160
เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันระหว่างคำศัพท์กับ

62
00:04:01.161 --> 00:04:05.161
ภาษาเขียน ภาษาเขัยน กับภาษามือ เข้าใจตรวงกันย

63
00:04:05.162 --> 00:04:09.162
เรามาดู

64
00:04:09.165 --> 00:04:13.165
รายละเอียดของวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ

65
00:04:13.167 --> 00:04:17.167

66
00:04:17.168 --> 00:04:21.168
ก็ภาษามือไทยเบื้องต้น ก็

67
00:04:21.169 --> 00:04:25.169
3 หน่วยกิตนะคะ ก็จะประมาณ

68
00:04:25.171 --> 00:04:29.171
15 ชั่วโมง อาจจะไม่ได้เรียนเต็มทั้งหมด

69
00:04:29.171 --> 00:04:33.171
ถ้าหากมีกิจกรรมก็จะให้นักศึกษาไปร่วม

70
00:04:33.171 --> 00:04:37.171
ช่วยกิจกรรมของสาขาของคณะนะคะ ก็จะ

71
00:04:37.172 --> 00:04:41.172
เป็นคะแนนในส่วนตรงนี้ ให้ถัวเฉลี่ยไปนะคะ

72
00:04:41.174 --> 00:04:45.174

73
00:04:45.176 --> 00:04:49.176

74
00:04:49.178 --> 00:04:53.178
จุดประสงค์

75
00:04:53.180 --> 00:04:57.180
หรือจุดมุ่งหมายของรายวิชานี้

76
00:04:57.181 --> 00:05:01.181
นะคะ ก็เพื่อที่จะให้นักศึกษา

77
00:05:01.182 --> 00:05:05.182
มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน

78
00:05:05.183 --> 00:05:09.183
และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่นะคะ

79
00:05:09.184 --> 00:05:13.184
ก็คืองานการบ้านของวิชา

80
00:05:13.185 --> 00:05:17.185
ภาษามือไทยนะคะ แล้วก็หน้าที่ในการเรียน

81
00:05:17.187 --> 00:05:21.187
ขอนัดหมายนะ

82
00:05:21.187 --> 00:05:25.187
เวลาเรียน 9 โมงนะคะ มาให้

83
00:05:25.191 --> 00:05:29.191
เวลาด้วย เพราะตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เรา

84
00:05:29.192 --> 00:05:33.192
นะคะ ก็จะมีพี่ล่ามออนไลน์

85
00:05:33.194 --> 00:05:37.194
ทางไกลด้วยนะคะ ที่จะมารอพวกเรา

86
00:05:37.199 --> 00:05:41.199
ก้ไม่อยากให้พี่รอ แล้วเราก็ไม่อยากรอพี่นะคะ

87
00:05:41.200 --> 00:05:45.200
ถ้าอย่างนั้นให้นักศึกษามาให้ตรงเวลานะคะ

88
00:05:45.202 --> 00:05:49.202
มีหน้าที่เรียน ก็มาเรียนนะคะ

89
00:05:49.203 --> 00:05:53.203
หรือถ้าเหตุไม่สบาย

90
00:05:53.214 --> 00:05:57.214
มีเหตุกรณีใด ๆ ก็แจ้ง พี่ที่

91
00:05:57.216 --> 00:06:01.216
ดูแลพี่พลอยกับพี่อุ่ย หรือแจ้ง

92
00:06:01.217 --> 00:06:05.217
อาจารย์ หรือแจ้งเพื่อน ๆ นะคะ

93
00:06:05.219 --> 00:06:09.219
ไม่สบายมาไม่ได้ หรือมีเหตุธุระอันใด

94
00:06:09.221 --> 00:06:13.221
ลาได้นะคะ แต่ขอให้นักศึกษาแจ้งนะคะ

95
00:06:13.222 --> 00:06:17.222
จุดประสงค์ที่ 2

96
00:06:17.223 --> 00:06:21.223
ก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้

97
00:06:21.224 --> 00:06:25.224
ความรู้ให้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตและ

98
00:06:25.226 --> 00:06:29.226
ประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิผล

99
00:06:29.228 --> 00:06:33.228
ในห้องนี้

100
00:06:33.229 --> 00:06:37.229
มีใครหูตึงไหมคะ

101
00:06:37.230 --> 00:06:41.230
มิ่งใช่ไหม แต่ว่ามิ่ง

102
00:06:41.231 --> 00:06:45.231
พอได้ยินอยู่นะ แต่ไม่ได้ใช้ภาษามือใช่ไหม

103
00:06:45.233 --> 00:06:49.233
ถ้า...

104
00:06:49.234 --> 00:06:53.234
ถ้าเรียนวิชานี้ อาจจะไปถึง พูดถึงอนาคตนะ ถ้าสมมติว่า

105
00:06:53.235 --> 00:06:57.235
มิ่งเรียนรู้ภาษามือ หรือ

106
00:06:57.236 --> 00:07:01.236
มีความชำนาญด้านภาษามือ มิ่งก็สามารถที่จะไป

107
00:07:01.237 --> 00:07:05.237
เป็นอาชีพล่ามแปลภาษามือ

108
00:07:05.239 --> 00:07:09.239
อย่างที่ ที่ทำภาษามือออนไลน์ได้นะคะ

109
00:07:09.240 --> 00:07:13.240
ไม่เป็นนักโปรแกรมเมอร์ หรือนักเกี่ยวกับเทคโนโลยี

110
00:07:13.243 --> 00:07:17.243
สารสนเทศ ก็สามารถนำความรู้วิชานี้ไปประกอบ

111
00:07:17.243 --> 00:07:21.243
อาชีพอื่น ๆ ได้นะคะ

112
00:07:21.245 --> 00:07:25.245
หรือเป็น Job นิด ๆ หน่อย ๆ นะคะ ไปช่วย

113
00:07:25.246 --> 00:07:29.246
บริการที่โรงพยาบาลหรือเพื่อน ๆ

114
00:07:29.247 --> 00:07:33.247
ไม่สบายอย่างนี้ค่ะ ไปสามารถให้บริการได้

115
00:07:33.247 --> 00:07:37.247
ข้อได้เปรียบของคนหูตึง

116
00:07:37.249 --> 00:07:41.249
นะคะ จะสามารถที่จะได้ยิน พอได้ยินแล้ว

117
00:07:41.250 --> 00:07:45.250
สามารถที่จะใช้ภาษามือสามารถแปลได้นะคะ

118
00:07:45.251 --> 00:07:49.251
ไม่ใช่แค่มิ่งนะคะ อุบลก็สามารถนำ

119
00:07:49.252 --> 00:07:53.252
ความรู้ตรงนี้ไปประกอบอาชีพได้เหมือนกันนะคะ

120
00:07:53.253 --> 00:07:57.253
ส่วนหูหนวก

121
00:07:57.253 --> 00:08:01.253
ก็ไม่ใช่แค่ภาษามือนะคะ อาจจะเป็น

122
00:08:01.255 --> 00:08:05.255
ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปอาจจะไปเป็นคุณครูก็ได้

123
00:08:05.255 --> 00:08:09.255
นะคะ ก็นำความรู้

124
00:08:09.257 --> 00:08:13.257
วิชาภาษามือไทย ด้วยการที่เราเรียน

125
00:08:13.257 --> 00:08:17.257
ภาษามือไทยนะ เราก็จะมีเรียนภาษาไทยควบคู่กันไปด้วย

126
00:08:17.259 --> 00:08:21.259
นะคะ ก็อาจจะนำความรู้ทางด้านภาษาไทย ไปใช้สอน

127
00:08:21.260 --> 00:08:25.260
นักเรียนหรือนำภาษาไทยไปใช้

128
00:08:25.264 --> 00:08:29.264
กับงานที่ตนได้ทำ ประกอบอาชีพนะคะ

129
00:08:29.265 --> 00:08:33.265
อย่างเช่น การออกแบบอย่างนี้ค่ะ

130
00:08:33.266 --> 00:08:37.266
ก็จะต้องมีข้อความใช่ไหมคะ ในการ

131
00:08:37.269 --> 00:08:41.269
ออกแบบข้อความก็ต้องมีการสะกดมีการเขียนคำ

132
00:08:41.270 --> 00:08:45.270
ให้ถูกต้อง นักศึกษาก็จะได้

133
00:08:45.273 --> 00:08:49.273
นำความรู้ตรงนี้ไปใช้แล้วก็ไปประยุกต์ใช้ด้วย

134
00:08:49.274 --> 00:08:53.274
นะคะ จุดประสงค์ที่ 3 นะคะ ให้นักศึกษา

135
00:08:53.274 --> 00:08:57.274
สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

136
00:08:57.275 --> 00:09:01.275
ในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสร้างสรรค์

137
00:09:01.277 --> 00:09:05.277
อาจจะมีวิธีการหรือแนวทาง

138
00:09:05.277 --> 00:09:09.277
ในการมช้เทคโนโลยีนะคะ

139
00:09:09.279 --> 00:09:13.279
อย่างเช่น ใช้บริการ

140
00:09:13.280 --> 00:09:17.280
TTRS หรือการใช้บริการล่ามออนไลน์

141
00:09:17.280 --> 00:09:21.280
ของ TTRS ในห้องเรียนหรือห้องประชุม ใน

142
00:09:21.282 --> 00:09:25.282
ห้องสัมมนา อาจจะขอเป็นครั้งคราวอย่างนี้นะค

143
00:09:25.283 --> 00:09:29.283
ก็รู้วิธีการว่าจะต้อง

144
00:09:29.285 --> 00:09:33.285
เชื่อมต่อกันอย่างไร ใช้โปรแกรม

145
00:09:33.286 --> 00:09:37.286
อย่างไรอย่างนี้นะคะ

146
00:09:37.287 --> 00:09:41.287
อันนี้ก็คือจุดประสงค์ของรายวิชา

147
00:09:41.288 --> 00:09:45.288
ภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ

148
00:09:45.289 --> 00:09:49.289
จำนวนชั่วโมง

149
00:09:49.290 --> 00:09:53.290
ที่ใช้เรียนนะคะ ตามตารางเรียนเราจะเป็น 4 ชั่วโมง

150
00:09:53.291 --> 00:09:57.291
ใช่ไหมคะ แต่ในการ

151
00:09:57.292 --> 00:10:01.292
ปฎิบัติเราก็อาจจะเรียนแค่ 2 ชั่วโมง

152
00:10:01.294 --> 00:10:05.294
แต่อาจารย์จะพยายามให้เราเข้ามาเรียน เพื่อจะได้

153
00:10:05.294 --> 00:10:09.294
ใช้ภาษามือในการปฏิบัติ

154
00:10:09.296 --> 00:10:13.296
ร่วมกันกับเพื่อน ๆ นะคะ ที่เป็นทั้งหูดี

155
00:10:13.297 --> 00:10:17.297
หู เป็นเพื่อนปกตินะคะ

156
00:10:17.299 --> 00:10:21.299
ประมาณ 2 ชั่วโมง อีก 2 ชั่วโมง จะเปฉฉ็ฉแน

157
00:10:21.301 --> 00:10:25.301
การบรรยายภาคทฤษฎี ในส่วนนี้

158
00:10:25.303 --> 00:10:29.303
ก็อาจจะน้อยลง ก็อาจจะเป็นส่วนต้น ๆ นะคะ ของ

159
00:10:29.304 --> 00:10:33.304
สัปดาห์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นภาคทฤษฎี

160
00:10:33.305 --> 00:10:37.305
ก็จะเล่าถึง

161
00:10:37.307 --> 00:10:41.307
ประวัติความเป็นมาของภาษามือไทย

162
00:10:41.308 --> 00:10:45.308
แล้วก็หลักการ แนวทาง ในการใช้

163
00:10:45.309 --> 00:10:49.309
ภาษามือไทยเรานะคะ

164
00:10:49.311 --> 00:10:53.311
ในอีก 5 ชั่วโมง ก็จะเป็นการศึกษา

165
00:10:53.314 --> 00:10:57.314
ด้วยตนเอง ก็คือโดยประมาณ 15 ครั้ง

166
00:10:57.315 --> 00:11:01.315
อาจจะเป็นอยู่ 5 สัปดาห์

167
00:11:01.316 --> 00:11:05.316
นะคะ ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือ

168
00:11:05.317 --> 00:11:09.317
ทำงาน ทำการบ้านที่บ้านนะคะ

169
00:11:09.318 --> 00:11:13.318

170
00:11:13.318 --> 00:11:17.318

171
00:11:17.320 --> 00:11:21.320
อันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองแล้วกันนะ

172
00:11:21.323 --> 00:11:25.323
ก็แล้วกันนะ ในรายละเอียดด้านอื่น ๆ นะ

173
00:11:25.324 --> 00:11:29.324

174
00:11:29.324 --> 00:11:33.324
อันนี้คือแผน

175
00:11:33.327 --> 00:11:37.327
การเรียนของพวกเรานะคะ

176
00:11:37.328 --> 00:11:41.328

177
00:11:41.331 --> 00:11:45.331
เราจะเจอกันอยู่ประมาณ

178
00:11:45.333 --> 00:11:49.333
สัก 10... 14 สัปดาห์นะคะ

179
00:11:49.335 --> 00:11:53.335
ถ้าจะเจอกันจริง ๆ นะ

180
00:11:53.340 --> 00:11:57.340
ก็จะมีสอบกลางภาค แล้วก็

181
00:11:57.341 --> 00:12:01.341
สอบปลายภาค ก็จะ

182
00:12:01.346 --> 00:12:05.346
ลดไปนะคะ อาตจจะเป็นเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนนะคะ

183
00:12:05.347 --> 00:12:09.347
การสอบกลางภาค กับปลายภาคก็อาจจะไม่มี

184
00:12:09.348 --> 00:12:13.348
ก็จะเก็บคะแนนของเราในชั่วโมงเรียน ถ้าใคร

185
00:12:13.350 --> 00:12:17.350
มาทุกวันก็จะมีคะแนนความรับผิดชอบ

186
00:12:17.351 --> 00:12:21.351
ในการมาเรียนนะคะ แต่ว่าถ้าป่วย

187
00:12:21.352 --> 00:12:25.352
ก็ไม่เป็นไร ถือว่าให้แจ้งลา

188
00:12:25.353 --> 00:12:29.353
นะคะ

189
00:12:29.354 --> 00:12:33.354
ชั่วโมงแรกก็จะเป็นการ

190
00:12:33.356 --> 00:12:37.356
ปฐมนิเทศนะ แต่ว่าอาจารย์ก็ไม่ปฐมนิเทศนะ

191
00:12:37.358 --> 00:12:41.358
เป็นให้พวกเราทำงาน

192
00:12:41.359 --> 00:12:45.359
มาส่งนะคะ ก็จะเป็นการทดสอบ

193
00:12:45.361 --> 00:12:49.361
ความรู้ด้วย ทดสอบวิธีการใช้ภาษามือก่อนนะคะ

194
00:12:49.362 --> 00:12:53.362
แต่ว่าสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ ที่ 2

195
00:12:53.364 --> 00:12:57.364
อาจารย์อาจจะมีการสลับกันนะ อาจจะมีการ

196
00:12:57.365 --> 00:13:01.365
ปฐมนิเทศ ก็มีชี้แจงรายละเอียดรายวิชานะคะ

197
00:13:01.367 --> 00:13:05.367
แล้วก็อาจจะรวบรัดนะคะ

198
00:13:05.369 --> 00:13:09.369
ของสัปดาห์นี้ ก็จะให้ความรู้

199
00:13:09.369 --> 00:13:13.369
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

200
00:13:13.370 --> 00:13:17.370
สัปดาห์ที่ 3

201
00:13:17.371 --> 00:13:21.371
ให้ความหมายความสำคัญ และหลักการใช้ของ

202
00:13:21.372 --> 00:13:25.372
ภาษามือไทย อาจารย์ก็จะบรรยายนะคะ

203
00:13:25.373 --> 00:13:29.373
อาจจะมีให้นักศึกษายกตัวอย่าง

204
00:13:29.374 --> 00:13:33.374
อาจารย์ยกตัวอย่างด้วยนะคะ

205
00:13:33.374 --> 00:13:37.374
อันนี้ขออภัยอาจารย์พิมพ์ผิด

206
00:13:37.375 --> 00:13:41.375
สัปดาห์ที่ 4

207
00:13:41.378 --> 00:13:45.378
เป็นการฝึกบริหารนิ้วมือนะคะ

208
00:13:45.379 --> 00:13:49.379
ก็มีการฝึกนับตัวเลขนะคะ

209
00:13:49.381 --> 00:13:53.381
อาจจะมีการเล่นเกมร่วมด้วยนะคะ เล่นกิจกรรม

210
00:13:53.382 --> 00:13:57.382
ร่วมด้วยนะคะ เพื่อให้บรรยายกาศการเรียนไม่ซีเรียสนะคะ

211
00:13:57.382 --> 00:14:01.382
การสะกดตัวอักษร

212
00:14:01.384 --> 00:14:05.384
ภาษาอังกฤษ อาจจะมีเล่นเกม

213
00:14:05.385 --> 00:14:09.385
ในการทบทวนการจำแต่ละตัวอักษร

214
00:14:09.386 --> 00:14:13.386
นะคะ สัปดาห์ที่ 5 ภาษามือ

215
00:14:13.388 --> 00:14:17.388
ไทยในชีวิตประจำวันการสะกด

216
00:14:17.389 --> 00:14:21.389
ตัวอักษรภาษาไทยนะคะ เพราะอาจจะมี

217
00:14:21.390 --> 00:14:25.390
เกี่ยวข้องกับเราอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่

218
00:14:25.390 --> 00:14:29.390
ตลอดนะคะ อย่างเช่นบางคำ

219
00:14:29.393 --> 00:14:33.393
เราไม่รู้จักคำศัพท์ภาษามือ

220
00:14:33.394 --> 00:14:37.394
เราก็จะใช้การสะกดนิ้วมือนะคะ

221
00:14:37.395 --> 00:14:41.395
อย่างเช่น บางตัวอย่างนี้ค่ะ

222
00:14:41.396 --> 00:14:45.396
นักศึกษาก็จำไม่ได้หรือสับสน

223
00:14:45.398 --> 00:14:49.398
อย่างเช่น ตัว ฐ ฐานอย่างนี้ค่ะ

224
00:14:49.399 --> 00:14:53.399
ตัว ฏ ปฏัก

225
00:14:53.401 --> 00:14:57.401
ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้อย่างนี้ค่ะ อาจจะลืม

226
00:14:57.403 --> 00:15:01.403
ไปนะคะ ก็ฝึกทบมวนด้วย

227
00:15:01.405 --> 00:15:05.405
แล้วก็ฝึก

228
00:15:05.406 --> 00:15:09.406
การสะกดชื่อนะคะ อันนี้ก็จะไปเกี่ยวกับจุดประสงค์

229
00:15:09.406 --> 00:15:13.406
ด้วยนะคะ การสะกดชื่อหรือ

230
00:15:13.408 --> 00:15:17.408
สะกดคำต่าง ๆ นะคะ เพราะว่า

231
00:15:17.409 --> 00:15:21.409
เวลาเราใช้มือในการสะกดน่ะค่ะ

232
00:15:21.410 --> 00:15:25.410
กับเวลาเราไปใช้แป้นพิมพ์ มันจะ

233
00:15:25.413 --> 00:15:29.413
เรียงลำดับไม่เหมือนกันนะคะ อย่างเช่น คำว่า "

234
00:15:29.415 --> 00:15:33.415
เรียนอย่างนี้ค่ะ เราสะกดมือเรียน เราก็

235
00:15:33.416 --> 00:15:37.416
สระเอ ร เรือ สระอี ย ยักษ์

236
00:15:37.417 --> 00:15:41.417
น หนู ใช่ไหมคะ แป้นพิมพ์

237
00:15:41.418 --> 00:15:45.418
เรียงลำดับเหมือนกันใช่ไหมคะ

238
00:15:45.419 --> 00:15:49.419
อันนี้ก็จะเป็นการนำประยุกต์ใช้

239
00:15:49.420 --> 00:15:53.420
ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะคะ

240
00:15:53.425 --> 00:15:57.425
การสะกดมือ กับสะกด

241
00:15:57.426 --> 00:16:01.426
แป้นพิมพ์ ก็จะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ

242
00:16:01.428 --> 00:16:05.428
ก็จะช่วยให้เรา พิมพ์

243
00:16:05.429 --> 00:16:09.429
คำคำนั้นได้ถูกต้องตาม

244
00:16:09.430 --> 00:16:13.430
การสะกดภาษาไทยนะคะ แล้วก็หลักการ

245
00:16:13.431 --> 00:16:17.431
สะกดภาษามือด้วยนะคะ ถ้าไปสื่อสาร

246
00:16:17.432 --> 00:16:21.432
กับคนปกติ ก็จะเข้าใจนะคะ

247
00:16:21.434 --> 00:16:25.434
ว่าตัวนี้เขียนก่อน เขียนหลัง เพราะหูหนวก

248
00:16:25.435 --> 00:16:29.435
เรานะ ตามที่อาจารย์เห็น ก็มักจะเขียน

249
00:16:29.436 --> 00:16:33.436
ตำแหน่งของสระ ของวรรณยุกต์

250
00:16:33.439 --> 00:16:37.439
ของส่วนต่าง ๆ ของการสะกด

251
00:16:37.442 --> 00:16:41.442
ผิดตำแหน่งไปก็มีนะคะ

252
00:16:41.443 --> 00:16:45.443
นี่ก็จะเป็นการทบทวนเราด้วยนะคะ

253
00:16:45.445 --> 00:16:49.445
ในสัปดาห์ที่ 7 ก็จะเป็น

254
00:16:49.446 --> 00:16:53.446
การบอกเวลา

255
00:16:53.448 --> 00:16:57.448
เวลาต่าง ๆ เช้า เที่ยง เย็น

256
00:16:57.449 --> 00:17:01.449
ตอนเวลามืด บอกเวลาเป็นตัวเลขนะคะ

257
00:17:01.451 --> 00:17:05.451
บอกเป็นวัน เกิด

258
00:17:05.454 --> 00:17:09.454
วันที่เท่าไร อะไรอย่างนี้ เหตุเกิดวันที่เท่าไร

259
00:17:09.455 --> 00:17:13.455
นะคะ

260
00:17:13.456 --> 00:17:17.456
การสอบปลายภาคจะไม่มีนะ จะเป็นการเก็บคะแบบ

261
00:17:17.457 --> 00:17:21.457
ในระหว่างเรียน ในระหว่างการเรียนนะคะ สัปดาห์ที่ 9

262
00:17:21.458 --> 00:17:25.458
ภาษามือในชีวิตประจำวัน เรื่อง ครอบครัว

263
00:17:25.460 --> 00:17:29.460
และตัวฉันนะคะ ก็จะเป็น

264
00:17:29.460 --> 00:17:33.460
ก็จะเป็นบอกในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเรา ชอบ ไม่ชอบ

265
00:17:33.461 --> 00:17:37.461
สีอะไร ประมาณนี้นะคะ แล้วก็ครอบครัว

266
00:17:37.463 --> 00:17:41.463
ลำดับของครอบครัว ญาติ พี่น้อง

267
00:17:41.464 --> 00:17:45.464
เกี่ยวข้องกันอย่างไรนะคะ

268
00:17:45.465 --> 00:17:49.465
ในความสัมพันธ์ของญาติ ของครอบครัวเรา

269
00:17:49.467 --> 00:17:53.467
นะคะ ในสัปดาห์ที่ 10

270
00:17:53.468 --> 00:17:57.468
ก็จะเป็นเรื่องอาหาร

271
00:17:57.469 --> 00:18:01.469
มีใครทำอาหารเป็นบ้างคะ

272
00:18:01.471 --> 00:18:05.471
ทำอาหาร

273
00:18:05.490 --> 00:18:09.490
เป็นไหมเอ่ย

274
00:18:09.492 --> 00:18:13.492
ก็อาจจะใช้ในสัปดาห์นี้นะคะ

275
00:18:13.494 --> 00:18:17.494
อาจจะให้นักศึกษาแต่ละคนมาจำลอง

276
00:18:17.496 --> 00:18:21.496
เหตุการณ์การใช้ภาษามือ ในการแนะนำ

277
00:18:21.497 --> 00:18:25.497
การทำอาหารนะคะ อย่างเช่น

278
00:18:25.498 --> 00:18:29.498
ครูจะต้มมาม่าอย่างนี้นะคะ ครูก็จะเริ่มจาก

279
00:18:29.499 --> 00:18:33.499
เริ่มจากแกะซองมาม่า

280
00:18:33.500 --> 00:18:37.500
ตั้งหม้อ เปิดไฟ ใส่น้ำ

281
00:18:37.500 --> 00:18:41.500
เป็นลำดับขั้นตอนนะคะ แล้วก็จะมีท่าลำดับภาษามือ

282
00:18:41.502 --> 00:18:45.502
ของคำศัพท์แล้วก็แนะนำมา ครุจะต้ม

283
00:18:45.503 --> 00:18:49.503
มาม่าครูจะมีใส่อะไรบ้าง ครูก็จะใช้ภาษามือ

284
00:18:49.504 --> 00:18:53.504
แนะนำ ว่ามีมาม่า มีไข่

285
00:18:53.505 --> 00:18:57.505
มีผักกาดขาว ก็จะทำภาษามือ

286
00:18:57.506 --> 00:19:01.506
ควบคู่ไปด้วยนะคะ ก้อาจจะให้นักศึกษา

287
00:19:01.507 --> 00:19:05.507
เขียนควบคู่ไปทุกสัปดาห์ด้วยนะคะ

288
00:19:05.510 --> 00:19:09.510
เขียน มาม่า คำว่า "มาม่า" เขียนว่าอย่างไร

289
00:19:09.511 --> 00:19:13.511
คำว่า "ไข้ต้ม" เขียนว่าอย่างไร ประกอบกันไว้ด้วย

290
00:19:13.512 --> 00:19:17.512
นะคะ จะได้เรียงลำดับการเขียนภาษาไทยไปด้วยนะ

291
00:19:17.513 --> 00:19:21.513
ต่อไปสัปดาห์ที่ 11

292
00:19:21.514 --> 00:19:25.514
มหาวิทยาลัยของฉันนะคะ

293
00:19:25.515 --> 00:19:29.515
ก็จะมาตกลงร่วมกันนะคะ

294
00:19:29.518 --> 00:19:33.518
ว่าสถานที่แต่ละสถานที่ในมหาวิทยาลัย

295
00:19:33.519 --> 00:19:37.519
เราใช้ภาษามือกันแบบไหนนะ

296
00:19:37.519 --> 00:19:41.519
อย่างเช่น หอใน มีชื่อ

297
00:19:41.520 --> 00:19:45.520
อย่างเช่น หอราชพฤษ์

298
00:19:45.523 --> 00:19:49.523
อยา่งนี้นะคะ แต่ว่าภาษามือจริง ๆ ไม่มี

299
00:19:49.524 --> 00:19:53.524
แต่เราจะมาตกลงกัน

300
00:19:53.526 --> 00:19:57.526
ใช้ภาษามือแบบไหน เราถึงจะ

301
00:19:57.527 --> 00:20:01.527
ใช้เรียก ใช้สื่อสารร่วมกันได้นะคะ

302
00:20:01.528 --> 00:20:05.528
อาคารศูนย์ DNS ต้องใช้ภาษามือแบบไหน

303
00:20:05.529 --> 00:20:09.529
อาคาร 13 ห้องเรียนของเราใช้ภาษามือแบบไหน

304
00:20:09.531 --> 00:20:13.531
อย่างนี้ค่ะ ก็จะมาตกลงกันนะ

305
00:20:13.532 --> 00:20:17.532
สัปดาห์ที่ 12

306
00:20:17.533 --> 00:20:21.533
หน่วยสถานที่ เราก็กลับมา

307
00:20:21.535 --> 00:20:25.535
เรียนรู้กับสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยเรา

308
00:20:25.536 --> 00:20:29.536
โรงเรียน วัด บ้าน

309
00:20:29.537 --> 00:20:33.537
หรือสถานที่สำคัญ ๆ

310
00:20:33.539 --> 00:20:37.539
กุงเทพฯ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

311
00:20:37.541 --> 00:20:41.541
อย่างนี้ค่ะ เราก็อาจจะมีโอกาส

312
00:20:41.542 --> 00:20:45.542
ได้ไปกรุงเทพฯ อาจจะได้ใช้ภาษามือ ใช้

313
00:20:45.544 --> 00:20:49.544
คำศัพท์นี้นะคะ โรงพยาบาล

314
00:20:49.547 --> 00:20:53.547
สถานีตำรวจ อาจจะได้ไป

315
00:20:53.549 --> 00:20:57.549
นะคะ ก็จะมาเรียนรู้กัน ใช้ภาษามือนะคะ

316
00:20:57.551 --> 00:21:01.551

317
00:21:01.552 --> 00:21:05.552
ในสัปดาห์ที่ 13 นะคะ

318
00:21:05.555 --> 00:21:09.555
ก็จะให้นักศึกษา

319
00:21:09.555 --> 00:21:13.555
เรียนรู้เรื่องราว

320
00:21:13.557 --> 00:21:17.557
จากการใช้ภาษามือนะคะ แล้ว

321
00:21:17.558 --> 00:21:21.558
ให้นักศึกษาแปล หรือ

322
00:21:21.559 --> 00:21:25.559
สรุปเรื่องราวนั้น ๆ นะคะ เป็นภาษาเขียน

323
00:21:25.560 --> 00:21:29.560
จะทดสอบว่านักศึกษาดูภาษามือแล้ว

324
00:21:29.561 --> 00:21:33.561
เข้าใจอย่างไร เข้าใจคำศัพท์แบบไหน

325
00:21:33.562 --> 00:21:37.562
นะคะ

326
00:21:37.563 --> 00:21:41.563

327
00:21:41.564 --> 00:21:45.564
สัปดาห์ที่

328
00:21:45.566 --> 00:21:49.566
14-15 หลังจากที่นักศึกษา

329
00:21:49.568 --> 00:21:53.568
เรียนไปครบแล้วนะคะ อาจจะให้นักศึกษา

330
00:21:53.569 --> 00:21:57.569
ทำเป็นงานกลุ่ม ของเรา

331
00:21:57.571 --> 00:22:01.571
อาจจะ 2 กลุ่มก็ได้ อาจจะให้

332
00:22:01.572 --> 00:22:05.572
ทำเป็นเพลงนะคะ เพลง ๆ หนึ่ง แล้ว

333
00:22:05.573 --> 00:22:09.573
แกะเพลงนั้นมาเป็นภาษามือ แล้วก็อัดวิดีโอ อาจจะ

334
00:22:09.573 --> 00:22:13.573
ทำลงโซเซียลนะคะ สื่อ

335
00:22:13.574 --> 00:22:17.574
เผยแพร่ว่าในรายวิชาภาษามือ

336
00:22:17.576 --> 00:22:21.576
เราได้ความรู้แบบไหน เราส่ง

337
00:22:21.577 --> 00:22:25.577
ภาษามือออกไปให้คนได้รู้จักว่า

338
00:22:25.578 --> 00:22:29.578
การที่จะพูดคุยกับคนหูหนวกต้องพูดคุยผ่านอะไร

339
00:22:29.579 --> 00:22:33.579
อย่างไรอย่างนี้ค่ะ

340
00:22:33.580 --> 00:22:37.580
หรือ

341
00:22:37.581 --> 00:22:41.581
อาจจะเป็นให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

342
00:22:41.584 --> 00:22:45.584
ที่นักศึกษาชื่อนชอบ หรือสถานที่

343
00:22:45.585 --> 00:22:49.585
ท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนครนะคะ ทำเป็น

344
00:22:49.587 --> 00:22:53.587
ภาษามือ น้อง ๆ นักศึกษาเห็น

345
00:22:53.588 --> 00:22:57.588
รุ่นพี่เราไหมคะ ที่เราโปรเจกต์นะ เกี่ยวกับ

346
00:22:57.591 --> 00:23:01.591
สถานที่ท่องเที่ยว อาจจะไม่แน่ รุ่นเราอาจจะ

347
00:23:01.591 --> 00:23:05.591
ทำเหมือนรุ่นพี่ก็ได้นะคะ ในการทำ

348
00:23:05.592 --> 00:23:09.592
คลิปวิดีโอแนะนำท่องเที่ยว แนะนำภาษามือ

349
00:23:09.593 --> 00:23:13.593
อัดเป็นคลิปภาษามือนะคะ

350
00:23:13.594 --> 00:23:17.594
ก็จะได้ฝึกภาษามือ

351
00:23:17.596 --> 00:23:21.596
ให้ถูกต้องกับคำศัพท์

352
00:23:21.599 --> 00:23:25.599
ของภาษาไทยนะคะ เพื่อที่จะไปเผยแพร่

353
00:23:25.599 --> 00:23:29.599
ให้คนหูดี คนข้างนอก

354
00:23:29.600 --> 00:23:33.600
ได้รู้ ได้เข้าใจว่าภาษาคำไทยนี้

355
00:23:33.601 --> 00:23:37.601
ภาษามืออย่างนี้ ก็จะได้ไปประยุกต์ใช้ ไป

356
00:23:37.602 --> 00:23:41.602
ปรับปรุงใช้ ได้สื่อสารกับคนหูหนวกเรานะ

357
00:23:41.603 --> 00:23:45.603
การตัดเกรดนะคะ

358
00:23:45.604 --> 00:23:49.604
ก็ตามนี้นะคะ

359
00:23:49.606 --> 00:23:53.606
ก็ให้นักศึกษาไปเปิดทบทวนดูนะคะ คะแนน

360
00:23:53.607 --> 00:23:57.607
จะมาจากไหน มาจากเราเข้าเรียนทุกคาบนะคะ

361
00:23:57.608 --> 00:24:01.608
แล้วก็มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ

362
00:24:01.609 --> 00:24:05.609
อาจจะให้อาจารย์อาจจะให้คะแนน

363
00:24:05.610 --> 00:24:09.610
จากการสังเกตนะคะ จากเรียนนะคะ ว่า

364
00:24:09.612 --> 00:24:13.612
ทุกคน ตามรายชื่อนะคะ

365
00:24:13.613 --> 00:24:17.613
มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม

366
00:24:17.614 --> 00:24:21.614
หรืออาจจะมีคะแนนการเขียน Peper

367
00:24:21.615 --> 00:24:25.615
เขียนกระดาษ เขียนเป็นคำศัพท์ท้ายชั่วโมงนะคะ

368
00:24:25.617 --> 00:24:29.617
หรือกลับไปเขียนที่บ้าน ให้ส่งใน classroom นะคะ

369
00:24:29.618 --> 00:24:33.618
ก็จะเก็บคะแนนตรงนั้น นำ

370
00:24:33.621 --> 00:24:37.621
คะแนนตรงนั้นนะคะ มา

371
00:24:37.622 --> 00:24:41.622
รวมกันเป็นคะแนนออกเกรดให้นะคะ

372
00:24:41.623 --> 00:24:45.623
หนังสือที่ใช้ในการสอน

373
00:24:45.624 --> 00:24:49.624
ก็จะเป็นหนังสือภาษามือไทย เล่ม 1-6

374
00:24:49.627 --> 00:24:53.627
นะคะ แล้วก็จะมีเพิ่มเติมนะ เป็นเว็บไซต์

375
00:24:53.628 --> 00:24:57.628
ของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย

376
00:24:57.630 --> 00:25:01.630
แล้วก็ของ...

377
00:25:01.631 --> 00:25:05.631
NECTEC นะคะ เว็บไซต์ของ NECTEC

378
00:25:05.631 --> 00:25:09.631
ที่ให้นักศึกษาไปค้นคว้าภาษามือนะ

379
00:25:09.633 --> 00:25:13.633
นี่เป็น 3 ช่องทางนะคะ

380
00:25:13.633 --> 00:25:17.633
ของหนังสือภาษามือไทย ก็อยู่ในเว็บไซต์ก็มีนะคะ

381
00:25:17.634 --> 00:25:21.634
เดี๋ยวหลังจากวันนี้ไป

382
00:25:21.636 --> 00:25:25.636
เดี๋ยวอาจารย์จะเพิ่มให้อีกนะคะ ก็จะมี  3 ช่องทาง

383
00:25:25.637 --> 00:25:29.637
นะคะ ที่เราจะสามารถ

384
00:25:29.638 --> 00:25:33.638
ไปเรียนรู้ภาษามือไทยเพิ่มเติมได้นะคะ

385
00:25:33.639 --> 00:25:37.639
หรือเวลาเราใช้ชีวิตประจำวันอย่างนี้ค่ะ

386
00:25:37.640 --> 00:25:41.640
คำศัพท์บางคำ ภาษาไทยบางคำ

387
00:25:41.641 --> 00:25:45.641
ว่าต้องใช้ภาษามือแบบไหน

388
00:25:45.642 --> 00:25:49.642
ความหมายแบบไหนนะคะ ก็ให้พวกเราไปสืบค้น

389
00:25:49.643 --> 00:25:53.643
ในเว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้

390
00:25:53.645 --> 00:25:57.645
นะคะ เราจะได้รู้ว่าภาษามือนี้ มัน

391
00:25:57.646 --> 00:26:01.646
ใช้แบบนี้นะ เราก็นำภาษามือนั้นมาใช้

392
00:26:01.647 --> 00:26:05.647
ในการสื่อสาร ก็คนหูหนวก

393
00:26:05.651 --> 00:26:09.651
อื่น ๆ ก็จะได้รู้

394
00:26:09.652 --> 00:26:13.652
ได้เข้าใขตรงกันกับภาษาที่เราสื่อไปนะคะ

395
00:26:13.654 --> 00:26:17.654

396
00:26:17.655 --> 00:26:21.655

397
00:26:21.656 --> 00:26:25.656
สำหรับการบรรยายรายละเอียด

398
00:26:25.657 --> 00:26:29.657
ของวิชาภาษามือไทย ก็หมดไปนะคะ

399
00:26:29.659 --> 00:26:33.659

400
00:26:33.659 --> 00:26:37.659
เดี๋ยวตอนนี้

401
00:26:37.661 --> 00:26:41.661
อาจารย์จะให้เรามาละลายพฤติกรรมนะ

402
00:26:41.662 --> 00:26:45.662
เดี๋ยวนะคะ

403
00:26:45.663 --> 00:26:49.663

404
00:26:49.663 --> 00:26:53.663

405
00:26:53.666 --> 00:26:57.666
ได้ขยับเขยื้อนตัวนะคะ เดี๋ยวอาจารย์หา...

406
00:26:57.669 --> 00:27:01.669

407
00:27:01.671 --> 00:27:05.671

408
00:27:05.672 --> 00:27:09.672
ใช่ ๆ

409
00:27:09.673 --> 00:27:13.673

410
00:27:13.675 --> 00:27:17.675
เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะคะ

411
00:27:17.678 --> 00:27:21.678

412
00:27:21.680 --> 00:27:25.680

413
00:27:25.681 --> 00:27:29.681

414
00:27:29.683 --> 00:27:33.683

415
00:27:33.684 --> 00:27:37.684

416
00:27:37.688 --> 00:27:41.688

417
00:27:41.690 --> 00:27:45.690

418
00:27:45.691 --> 00:27:49.691

419
00:27:49.699 --> 00:27:53.699

420
00:27:53.703 --> 00:27:57.703

421
00:27:57.708 --> 00:28:01.708

422
00:28:01.714 --> 00:28:05.714

423
00:28:05.719 --> 00:28:09.719

424
00:28:09.723 --> 00:28:13.723

425
00:28:13.725 --> 00:28:17.725

426
00:28:17.728 --> 00:28:21.728

427
00:28:21.731 --> 00:28:25.731

428
00:28:25.733 --> 00:28:29.733
เดี๋ยว

429
00:28:29.734 --> 00:28:33.734
อาจารย์จะให้นักศึกษานะคะ ทุกคน

430
00:28:33.736 --> 00:28:37.736
ได้ขยับเขยื้อนก่อนที่จะเรียนภาษามือนะ

431
00:28:37.737 --> 00:28:41.737
เป็นอวัจภา

432
00:28:41.740 --> 00:28:45.740
นะคะ จะเป็นอยู่ในกลุ่มหมวดเดียวกันของภาษานะ

433
00:28:45.742 --> 00:28:49.742
คือ การแสดงท่าทาง

434
00:28:49.743 --> 00:28:53.743
แทนการเขียน การอ่าน การพูดนะคะ เขา

435
00:28:53.744 --> 00:28:57.744
เรียกว่า อวัจนภาษา

436
00:28:57.745 --> 00:29:01.745
เดี๋ยวอาจารย์จะให้พวกเรานะคะ

437
00:29:01.746 --> 00:29:05.746
ทำท่าตามภาพที่อาจารย์ขึ้นโชว์

438
00:29:05.747 --> 00:29:09.747
นะคะ เดี๋ยวให้พี่พลอย พี่อุ้ยนะคะ

439
00:29:09.750 --> 00:29:13.750
ช่วยถ่ายรูปน้องไว้ในกิจกรรมการเรียน

440
00:29:13.752 --> 00:29:17.752
ของเรานะคะ จาก...

441
00:29:17.753 --> 00:29:21.753
จะเพิ่มจำนวนคนเป็นทีละจำนวนนะคะ

442
00:29:21.754 --> 00:29:25.754
ให้นักศึกษายืนค่ะ นักศึกษายืน

443
00:29:25.755 --> 00:29:29.755
เคลื่อนไหวนะคะ เป็นการแสดง

444
00:29:29.757 --> 00:29:33.757
อวัจนภาษา

445
00:29:33.758 --> 00:29:37.758
ในภาษามือเรา

446
00:29:37.761 --> 00:29:41.761
นะคะ ก็จะมีการแสดง

447
00:29:41.763 --> 00:29:45.763
ทั้งท่ามือใช่ไหมคะ

448
00:29:45.763 --> 00:29:49.763
สีหน้า ท่าทาง ตำแหน่งของมือนะคะ

449
00:29:49.768 --> 00:29:53.768
อาจารย์ก็ให้นักศึกษา

450
00:29:53.769 --> 00:29:57.769
มีส่วนร่วมในการแสดงอวัจนะภาษานะคะ

451
00:29:57.770 --> 00:30:01.770
โดยการทำท่าตามภาพนี้นะคะ

452
00:30:01.772 --> 00:30:05.772
แต่ละภาพนะคะ เดี๋ยวให้พี่ ๆ เก็บภาพ

453
00:30:05.779 --> 00:30:09.779
เพื่อเป็นภาพความประทับใจ ท่าที่ 1 ทำอย่างไรคะ

454
00:30:09.779 --> 00:30:13.779
ท่าที่ 1 ท่าที่ 1

455
00:30:13.780 --> 00:30:17.780
สีหน้าอย่างไรคะ แสดงสีหน้าอย่างไรคะ

456
00:30:17.782 --> 00:30:21.782
แสดงสีหน้าด้วยนะคะ

457
00:30:21.783 --> 00:30:25.783
อุบลทำได้ไหม อยู่ไหนอุบลนี่

458
00:30:25.784 --> 00:30:29.784
อ๋อ อุบลไปห้องน้ำ ไปนานหรือยัง

459
00:30:29.785 --> 00:30:33.785

460
00:30:33.788 --> 00:30:37.788
โอเค ใช่ไหมคะ อันนี้เราก็สามารถ

461
00:30:37.789 --> 00:30:41.789
นำไปใช้ในตอนที่เราไปเที่ยวได้นะคะ

462
00:30:41.791 --> 00:30:45.791
ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ นะคะ

463
00:30:45.792 --> 00:30:49.792
โอเค ต่อไปค่ะ ภาพที่ 2 นะคะ

464
00:30:49.794 --> 00:30:53.794
ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธ์กัน ทำอย่างไรคะ

465
00:30:53.794 --> 00:30:57.794
จับคู่ค่ะ มิ่งกับอันนี้

466
00:30:57.795 --> 00:31:01.795
จับคู่กันลูก

467
00:31:01.799 --> 00:31:05.799
ปฏิสัมพันธ์กันค่ะ

468
00:31:05.801 --> 00:31:09.801
ทำท่าไหนคะ

469
00:31:09.801 --> 00:31:13.801
เขาทำอย่างไรเอ่ย

470
00:31:13.802 --> 00:31:17.802

471
00:31:17.802 --> 00:31:21.802
โอเค ต่อไปนะคะ

472
00:31:21.805 --> 00:31:25.805
จำนวน 3 คน

473
00:31:25.807 --> 00:31:29.807
3 3 ทำอย่างไร 3

474
00:31:29.808 --> 00:31:33.808
3 คน

475
00:31:33.809 --> 00:31:37.809

476
00:31:37.811 --> 00:31:41.811

477
00:31:41.813 --> 00:31:45.813

478
00:31:45.816 --> 00:31:49.816
โอเคได้ไหมคะ พี่พลอย

479
00:31:49.818 --> 00:31:53.818
ต่อไป 4 คน

480
00:31:53.819 --> 00:31:57.819

481
00:31:57.820 --> 00:32:01.820

482
00:32:01.821 --> 00:32:05.821
4 คน 4 คน

483
00:32:05.822 --> 00:32:09.822
แต่ละคนจะ

484
00:32:09.826 --> 00:32:13.826
คนละท่าค่ะ คนละท่า อาจจะให้พี่อุ้ย

485
00:32:13.828 --> 00:32:17.828
กับพี่พลอยช่วยนะคะ 4 คน

486
00:32:17.830 --> 00:32:21.830
ให้พี่อุ้ยอยุ่ข้างหน้า

487
00:32:21.831 --> 00:32:25.831
อันนี้ 1 2 3 4

488
00:32:25.833 --> 00:32:29.833
ใครเป็น L L

489
00:32:29.834 --> 00:32:33.834
คน V นะคะ เอาเป็น V อย่างนี้ก็ได้

490
00:32:33.835 --> 00:32:37.835
นะคะ หรือ V อย่างนี้ก็ได้นะคะ

491
00:32:37.836 --> 00:32:41.836
คน V นะคะ คน O คน O

492
00:32:41.837 --> 00:32:45.837
จะเอาท่าแบบไหน ให้พวกเรา ในภาพที่ 4 ให้พวกเรา

493
00:32:45.839 --> 00:32:49.839
ประยุกต์เอานะคะ อาจจะไม่ทำท่าเหมือนเขาก็ได้นะคะ

494
00:32:49.840 --> 00:32:53.840
อันตรายนะ

495
00:32:53.841 --> 00:32:57.841
L L O ทำอย่างไรคะ คน O

496
00:32:57.842 --> 00:33:01.842

497
00:33:01.843 --> 00:33:05.843
L O

498
00:33:05.846 --> 00:33:09.846
O อย่างนี้

499
00:33:09.847 --> 00:33:13.847
E E ทำอย่างไรนะคะ E ทำอย่างนี้

500
00:33:13.849 --> 00:33:17.849

501
00:33:17.851 --> 00:33:21.851

502
00:33:21.852 --> 00:33:25.852
4 คน

503
00:33:25.854 --> 00:33:29.854

504
00:33:29.858 --> 00:33:33.858
นี่ ได้ยินไหม

505
00:33:33.860 --> 00:33:37.860
พร้อมกันนะคะ ไหน L กลุ่มนี้

506
00:33:37.861 --> 00:33:41.861
L L L O

507
00:33:41.862 --> 00:33:45.862
O ทำอย่างไรคะ O

508
00:33:45.863 --> 00:33:49.863
V V

509
00:33:49.864 --> 00:33:53.864
V (เจ้าหน้าที่) ค้างไว้ ค้างไว้

510
00:33:53.865 --> 00:33:57.865
V ค้างไว้

511
00:33:57.866 --> 00:34:01.866
V

512
00:34:01.867 --> 00:34:05.867
E E ต่อไป

513
00:34:05.869 --> 00:34:09.869

514
00:34:09.870 --> 00:34:13.870
ค้างไว้ ค้างไว้

515
00:34:13.871 --> 00:34:17.871
ค้างไว้

516
00:34:17.873 --> 00:34:21.873
E นะคะ

517
00:34:21.875 --> 00:34:25.875

518
00:34:25.877 --> 00:34:29.877
(อาจารย์)  โอเค ต่อไปจำนวน

519
00:34:29.880 --> 00:34:33.880
คน 5 นะคะ 5 คน

520
00:34:33.881 --> 00:34:37.881
5 คน อาจจะไม่ต้อง

521
00:34:37.881 --> 00:34:41.881
ใช้โต๊ะก็ได้นะคะ ต่อกัน ใคร

522
00:34:41.883 --> 00:34:45.883
คนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เอา 4 คน

523
00:34:45.885 --> 00:34:49.885
ก็ได้ กลุ่มละ 4 คนนะคะ

524
00:34:49.886 --> 00:34:53.886
กลุ่มละ 4 คน ตรงนี้เลยค่ะ ตรงโล่ง

525
00:34:53.887 --> 00:34:57.887
ตรงนี้เลย

526
00:34:57.888 --> 00:35:01.888
คนแรกสิ ให้อุบลคนแรก

527
00:35:01.889 --> 00:35:05.889
ตรงเลย 5 คน เอ้ย 4 คน

528
00:35:05.893 --> 00:35:09.893

529
00:35:09.894 --> 00:35:13.894

530
00:35:13.895 --> 00:35:17.895
เร็ว อุบล มาตรงนี้

531
00:35:17.898 --> 00:35:21.898
กลุ่มนี้ได้แล้ว

532
00:35:21.899 --> 00:35:25.899
พร้อมนะ มองกล้อง

533
00:35:25.900 --> 00:35:29.900
1 2 3 เออ 1 2 3

534
00:35:29.902 --> 00:35:33.902
โอเค กลุ่มนี้ยังไม่ได้

535
00:35:33.903 --> 00:35:37.903

536
00:35:37.905 --> 00:35:41.905

537
00:35:41.906 --> 00:35:45.906

538
00:35:45.909 --> 00:35:49.909

539
00:35:49.910 --> 00:35:53.910

540
00:35:53.913 --> 00:35:57.913

541
00:35:57.914 --> 00:36:01.914

542
00:36:01.918 --> 00:36:05.918
1 2 3 โอเค

543
00:36:05.921 --> 00:36:09.921
ต่อไป 6 คน (อาจารย์)

544
00:36:09.923 --> 00:36:13.923
ให้รวมทั้งห้องเลยนะคะ รวมทั้งห้อง

545
00:36:13.924 --> 00:36:17.924
เอา 8 คน

546
00:36:17.925 --> 00:36:21.925
ต้องมีคนอยู่กลาง

547
00:36:21.926 --> 00:36:25.926
6 คน (อาจารย์) จัดสรรกันดูค่ะ

548
00:36:25.928 --> 00:36:29.928
ลองสอนกันดูค่ะ ทำอย่างไร เพราะ

549
00:36:29.929 --> 00:36:33.929
วิชานี้เราจะได้เคลื่อนไหว

550
00:36:33.930 --> 00:36:37.930
ขยับเขยื้อนนะคะ ไม่ใช่นั่งแค่เก้าอี้นะคะ

551
00:36:37.932 --> 00:36:41.932
ทางไหน กลางอย่างนี้

552
00:36:41.933 --> 00:36:45.933
กางอย่างนี้ เออ (อาจารย์ภาวิณี) ช่วยกันออกแบบด้วยนะคะ

553
00:36:45.935 --> 00:36:49.935
ทำอย่างไร เขาทำอย่างไรเอ่ย

554
00:36:49.936 --> 00:36:53.936

555
00:36:53.937 --> 00:36:57.937
ลงมา...

556
00:36:57.938 --> 00:37:01.938
นั่นแหละ แล้วใครต่อนี่ ใครนะ

557
00:37:01.939 --> 00:37:05.939
อุบลกางแขนออก อุบล

558
00:37:05.940 --> 00:37:09.940
ขยับแขนออก (อาจารย์)  กว่าจะไ้แต่ละรูป

559
00:37:09.941 --> 00:37:13.941

560
00:37:13.944 --> 00:37:17.944

561
00:37:17.946 --> 00:37:21.946

562
00:37:21.948 --> 00:37:25.948
มันมี 6 คนนะ

563
00:37:25.949 --> 00:37:29.949
โอเค

564
00:37:29.950 --> 00:37:33.950
ให้ฟ้าเป็นคนจัดสรร (เจ้าหน้าที่) ใช่หรอวะ

565
00:37:33.951 --> 00:37:37.951

566
00:37:37.952 --> 00:37:41.952
โอเค ถ้าย

567
00:37:41.954 --> 00:37:45.954
เดี๋ยวให้บาสเข้ามาร่วมยืนข้าง ๆ เพื่อน

568
00:37:45.954 --> 00:37:49.954

569
00:37:49.958 --> 00:37:53.958
เอาอีก เหมือนเดิม (เจ้าหน้าที่) ยืน ๆ ๆ

570
00:37:53.960 --> 00:37:57.960

571
00:37:57.961 --> 00:38:01.961
โอเค // ถ่ายรูปไว้

572
00:38:01.963 --> 00:38:05.963

573
00:38:05.964 --> 00:38:09.964
ยิ้ม

574
00:38:09.966 --> 00:38:13.966
ต่อไป (เจ้าหน้าที่) เอาไว่ทำรูปตอบจบ

575
00:38:13.969 --> 00:38:17.969

576
00:38:17.971 --> 00:38:21.971
7 คน เราเกินแล้วน่ะ ไม่เป็นอะไรนะ

577
00:38:21.972 --> 00:38:25.972
(เจ้าหน้าที่) เอาเลย (อาจารย์) ได้ไหม ได้ไหม (เจ้าหน้าที่)

578
00:38:25.972 --> 00:38:29.972
7 พอดี (อาจารย์)  7 คน ออกไป 7 คน

579
00:38:29.973 --> 00:38:33.973
ใครจะอยู่หน้าใครจะอยู่หลัง (อาจารย์) ไปพื้นที่ตรงนู้นค่ะ พื้นที่

580
00:38:33.974 --> 00:38:37.974
ตรงนี้ไม่พอ ไปพื้นที่ตรงนู้น

581
00:38:37.975 --> 00:38:41.975

582
00:38:41.976 --> 00:38:45.976
เดี๋ยวตอนวันจบ เอามาเปิดดู (อาจารย์)  ตอน

583
00:38:45.976 --> 00:38:49.976
ไม่แน่ล่ะ

584
00:38:49.978 --> 00:38:53.978
อาจจะปี 3 ปี 4 อาจจะได้ไปเที่ยวอีก

585
00:38:53.980 --> 00:38:57.980
ก็ได้จำท่าไปเที่ยวนะคะ ไปถ่ายรูป

586
00:38:57.982 --> 00:39:01.982
ไปเที่ยว

587
00:39:01.982 --> 00:39:05.982
มา มา เข้ามาเร็ว

588
00:39:05.984 --> 00:39:09.984
เข้าไป ใคร ใครก่อน

589
00:39:09.986 --> 00:39:13.986
อุบลก่อนเหรอ

590
00:39:13.986 --> 00:39:17.986

591
00:39:17.987 --> 00:39:21.987

592
00:39:21.988 --> 00:39:25.988
ไม่ ๆ ยืนก็พอ

593
00:39:25.991 --> 00:39:29.991
ย่ออย่างนี้

594
00:39:29.993 --> 00:39:33.993
คนแรกก่อน คนแรกคนแรก

595
00:39:33.995 --> 00:39:37.995
ยืน ๆ ยืน ๆ ตำแหน่งตัวเอง

596
00:39:37.997 --> 00:39:41.997

597
00:39:41.998 --> 00:39:45.998
(อาจารย์) คน 1 คน 2 คน 3

598
00:39:45.999 --> 00:39:49.999
คน 4 เธอคนที่เท่าไร ตี๋ คนที่เท่าไร

599
00:39:50.000 --> 00:39:54.000

600
00:39:54.001 --> 00:39:58.001
เอาตรงนี้หรอ (อาจารย์ภาวิณี) เอาตัวผอม ๆ ไปอยู่ข้างหลัง

601
00:39:58.002 --> 00:40:02.002

602
00:40:02.005 --> 00:40:06.005
อันนี้ก็ได้ไหม

603
00:40:06.006 --> 00:40:10.006

604
00:40:10.007 --> 00:40:14.007

605
00:40:14.009 --> 00:40:18.009

606
00:40:18.015 --> 00:40:22.015
อุบลหงายเหรอ

607
00:40:22.018 --> 00:40:26.018
โอเค

608
00:40:26.018 --> 00:40:30.018
ลองทดสอบดูนะคะ เอาเลย

609
00:40:30.020 --> 00:40:34.020

610
00:40:34.023 --> 00:40:38.023
จับไหล่กันนะคะ จับต่อ ๆ กัน

611
00:40:38.025 --> 00:40:42.025

612
00:40:42.026 --> 00:40:46.026
เดี๋ยวเด้อ เดี๋ยวรอพี่พลอยถ่ายรูปก่อน

613
00:40:46.028 --> 00:40:50.028

614
00:40:50.031 --> 00:40:54.031
โอเค มองกล้อง

615
00:40:54.032 --> 00:40:58.032
มองกล้อง มองกล้อง

616
00:40:58.034 --> 00:41:02.034
เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว เอาเลย เอาเลย เร็ว ๆ เร็ว ๆ

617
00:41:02.036 --> 00:41:06.036
(อาจารย์) 1 2 3

618
00:41:06.037 --> 00:41:10.037
1 2 3 โอเค

619
00:41:10.038 --> 00:41:14.038
ต่อไป ต่อไป ภาพนี้ค่ะ

620
00:41:14.039 --> 00:41:18.039
ภาพนี้ ภาพนี้ง่าย ๆ ต่อกัน ต่อกัน

621
00:41:18.041 --> 00:41:22.041
หันหน้ามา

622
00:41:22.041 --> 00:41:26.041
หันหน้ามาทางนี้ (เจ้าหน้าที่) หันหน้ามาทางไหน

623
00:41:26.043 --> 00:41:30.043
หันหน้ามาเข้าโต๊ะ

624
00:41:30.044 --> 00:41:34.044
ขาชิดกัน เข่าชนกัน

625
00:41:34.045 --> 00:41:38.045
เค่าชนกัน

626
00:41:38.046 --> 00:41:42.046
ต้องชนกันนะคะ เข่า

627
00:41:42.047 --> 00:41:46.047
ชนกัน

628
00:41:46.049 --> 00:41:50.049
พร้อมนะคะ มองกล้อง

629
00:41:50.051 --> 00:41:54.051
1 2 3

630
00:41:54.051 --> 00:41:58.051
1 2 3 โอเค

631
00:41:58.053 --> 00:42:02.053
ต่อไป ภาพนี้ค่ะ

632
00:42:02.054 --> 00:42:06.054
มีอยู่ 10 ภาพนะ ยืนอย่างไร

633
00:42:06.055 --> 00:42:10.055
ก็ได้ แต่ว่าให้มือต่อกันค่ะ แล้วก็ให้เห็นหน้าคน

634
00:42:10.057 --> 00:42:14.057
ยืนอย่างไรก็ได้

635
00:42:14.058 --> 00:42:18.058
โอเค

636
00:42:18.059 --> 00:42:22.059
ต่อกัน แล้วให้เห็นหน้านะคะ (เจ้าหน้าที่) มือเดียว มืือเดียว (อาจารย์ภาวิณี)

637
00:42:22.061 --> 00:42:26.061
มือเดียวนะคะ เอาต่ำลงอีก

638
00:42:26.062 --> 00:42:30.062
โอเค เห็นหน้าครบแล้ว

639
00:42:30.063 --> 00:42:34.063
ใช่ไหม ให้เห็นหน้าครบนะคะ

640
00:42:34.065 --> 00:42:38.065
เห็นหน้าครบ มือใคร

641
00:42:38.066 --> 00:42:42.066
มือมิ่ง ไอ้นั่นซ้อนมือมิ่งน่ะ

642
00:42:42.067 --> 00:42:46.067
ไม่เห็นน่ะ

643
00:42:46.068 --> 00:42:50.068

644
00:42:50.068 --> 00:42:54.068
...มือนะคะ (เจ้าหน้าที่) รูปที่เท่าไรแล้ว (อาจารย์ภาวิณี)

645
00:42:54.070 --> 00:42:58.070
รูปที่ 9 ต่อไปรูปที่

646
00:42:58.071 --> 00:43:02.071
10 10

647
00:43:02.073 --> 00:43:06.073
ใบพัดค่ะ ใบพัด

648
00:43:06.074 --> 00:43:10.074
เรามี 7 คน ก็อยู่ตรงกลาง 3 คน

649
00:43:10.074 --> 00:43:14.074
อยู่ซ้ายกับขวานะคะ ซ้าย 3 ขวา 3

650
00:43:14.075 --> 00:43:18.075
นะคะ ยืนซ้อนหลังน่ะ

651
00:43:18.076 --> 00:43:22.076
เวลาที่คนอวบ ๆ อ้วน ๆ เวลาเข้าถ่ายรูป

652
00:43:22.077 --> 00:43:26.077
เขาจะยืนซ้อนหลังเพื่อน

653
00:43:26.079 --> 00:43:30.079
ก็จะให้คนผอมอยู่ข้างหน้า

654
00:43:30.080 --> 00:43:34.080
นะคะ

655
00:43:34.081 --> 00:43:38.081
ก็ต่อแถวกันนั่นล่ะค่ะ เป็นเหมือน V

656
00:43:38.082 --> 00:43:42.082
เออ ยืน V เฉย ๆ

657
00:43:42.083 --> 00:43:46.083
นั่นแหละ ก็ต่อแถวบีไปข้างหลังน่ะ

658
00:43:46.083 --> 00:43:50.083

659
00:43:50.085 --> 00:43:54.085

660
00:43:54.086 --> 00:43:58.086
2 คน 2 คน (อาจารย์ภาวิณี) ก็ต่อไหล่น่ะ หน้าต่อไหล่

661
00:43:58.090 --> 00:44:02.090
เออ อย่างนั้นแหละ

662
00:44:02.091 --> 00:44:06.091
โอเค

663
00:44:06.093 --> 00:44:10.093
ได้ ก็แค่ให้มันเห็นหน้าไง

664
00:44:10.095 --> 00:44:14.095
(เจ้าหน้าที่) เขยิบเข้าไปอีก (อาจารย์ภาวิณี)

665
00:44:14.097 --> 00:44:18.097
ให้มันเห็นหน้า ให้มันเห็นหน้า (เจ้าหน้าที่)

666
00:44:18.099 --> 00:44:22.099
บาสข้างหน้ามา

667
00:44:22.102 --> 00:44:26.102
บาส...

668
00:44:26.104 --> 00:44:30.104
เออ (อาจารย์ภาวิณี) โอเค (เจ้าหน้าที่) เออ

669
00:44:30.106 --> 00:44:34.106

670
00:44:34.108 --> 00:44:38.108

671
00:44:38.110 --> 00:44:42.110
1 2 3 1 2 3

672
00:44:42.113 --> 00:44:46.113
(อาจารย์ภาวิณี) โอเค (เจ้าหน้าที่) โอเค

673
00:44:46.114 --> 00:44:50.114

674
00:44:50.116 --> 00:44:54.116

675
00:44:54.118 --> 00:44:58.118

676
00:44:58.122 --> 00:45:02.122

677
00:45:02.124 --> 00:45:06.124
อันนี้ก็เป็นการ Relex

678
00:45:06.126 --> 00:45:10.126
กันนะ เพราะว่าเดี๋ยวต่อไป เราจะได้

679
00:45:10.129 --> 00:45:14.129
มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ในห้องเรียนนะคะ

680
00:45:14.130 --> 00:45:18.130
ก็จะมีการใช้ภาษามือด้วย การใช้

681
00:45:18.132 --> 00:45:22.132
การแสดงสีหน้านะคะ ควบคู่

682
00:45:22.134 --> 00:45:26.134
กับการใช้ภาษามือนะคะ อันนี้จำนวนกี่คนเอ่ย

683
00:45:26.136 --> 00:45:30.136
ภาษามือ ทบทวน ๆ หูหนวก

684
00:45:30.137 --> 00:45:34.137
หูดีล่ะคะ ได้ไหม 1 1 ทำอย่างไรคะ 1

685
00:45:34.138 --> 00:45:38.138
อันนี้ 1 นะคะ อันนี้คือจำนวน 1 คนนะ

686
00:45:38.139 --> 00:45:42.139
ภาพหลาย ๆ ภาพนี้นะคะ

687
00:45:42.140 --> 00:45:46.140
เราก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้นะคะ

688
00:45:46.141 --> 00:45:50.141
ในเวลาที่เราไปเที่ยว หรือถ่ายรูป

689
00:45:50.142 --> 00:45:54.142
กิจกรรม อันนี้ก็จะเป็นถ่ายคนเดียวนะคะ

690
00:45:54.143 --> 00:45:58.143
ต่อไปก็จะเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นนะคะ ต่อไป

691
00:45:58.144 --> 00:46:02.144
ภาษามือจำนวนกี่คนคะ

692
00:46:02.145 --> 00:46:06.145
2 นะคะ

693
00:46:06.146 --> 00:46:10.146
ต่อไปจำนวน 3 ทำไมไม่ 3 แบบนี้คะ

694
00:46:10.148 --> 00:46:14.148
ภาษามือ

695
00:46:14.150 --> 00:46:18.150
เพราะว่าอันนี้ก็ได้มี

696
00:46:18.151 --> 00:46:22.151
ผู้ที่ตั้งภาษามือไว้แล้วนะคะ

697
00:46:22.152 --> 00:46:26.152
ก็เลยให้ 3 เป็นแบบนี้ ทำไมไม่ 3 แบบนี้นะคะ

698
00:46:26.153 --> 00:46:30.153
เพราะมันเอาภาษามือมาจากอเมริกา

699
00:46:30.156 --> 00:46:34.156
นะคะ เราก็เลยไม่สามารถที่จะ

700
00:46:34.158 --> 00:46:38.158
ตั้งเองนะคะ เพราะว่าเราเอามาจากที่อื่นด้วยนะคะ

701
00:46:38.159 --> 00:46:42.159
มาปรับปรุงใช้เป็นของเรานะคะ ก็เลย

702
00:46:42.160 --> 00:46:46.160
เป็นสัญลักษณ์แทน 3 คือแบบนี้นะคะ

703
00:46:46.161 --> 00:46:50.161
แต่คนหูดีคนทั่วไปเขาก็จะ

704
00:46:50.163 --> 00:46:54.163
ใช้ 3 แบบนี้นะคะ 3 ที่เป็น

705
00:46:54.163 --> 00:46:58.163
นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางนะคะ

706
00:46:58.165 --> 00:47:02.165
เพราะว่าถ้าในภาษามือนี้ ตัวนี้

707
00:47:02.166 --> 00:47:06.166
นะคะ ก็จะเป็นสัญลักษณ์อีกตัวหนึ่งนะคะ

708
00:47:06.168 --> 00:47:10.168
ที่ไม่ใช่เลข 3 นะคะ

709
00:47:10.170 --> 00:47:14.170
ต่อไปจำนวนเท่าไรคะ จำนวน

710
00:47:14.171 --> 00:47:18.171
4 อันนี้เขาสะกดว่าอย่างไรคะ

711
00:47:18.172 --> 00:47:22.172
เขาสะกดว่าอย่างไรเอ่ย

712
00:47:22.173 --> 00:47:26.173
ภาษามือว่าอย่างไรคะ จำได้ไหม

713
00:47:26.173 --> 00:47:30.173
แปลว่า รัก ใช่ไหมคะ แปลว่า รัก

714
00:47:30.176 --> 00:47:34.176
ถ้าภาษามือของฝรั่งก็จะเป็นนิ้วมือ

715
00:47:34.178 --> 00:47:38.178
ใช่ไหมคะ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ แล้วก็นิ้วก้อย

716
00:47:38.179 --> 00:47:42.179
อันนี้เขาเรียกว่าสัญลักษณ์

717
00:47:42.180 --> 00:47:46.180
ท่าภาษามือ" นะคะ อันนี้เป็นทั่วไป

718
00:47:46.180 --> 00:47:50.180
เลยใช่ไหมคะ ทั่วโลกสากล รู้จักคำว่า "รัก"

719
00:47:50.181 --> 00:47:54.181
โดยตัวนี้นะคะ คำว่า "รัก" ภาษาอังกฤษ

720
00:47:54.183 --> 00:47:58.183
ในที่นี้ มีอะไรบ้างคะ มีตัว L

721
00:47:58.185 --> 00:48:02.185
L อย่างไรคะลูก L

722
00:48:02.186 --> 00:48:06.186
O V

723
00:48:06.188 --> 00:48:10.188
E ใช่ไหมคะ ที่เราแต่ละคน

724
00:48:10.190 --> 00:48:14.190
ได้ทำท่าตามสัญลักษณ์ ตามตัวอักษร

725
00:48:14.192 --> 00:48:18.192
ภาษาอังกฤษนะคะ เป็น L-O-

726
00:48:18.193 --> 00:48:22.193
VE คำว่า "Love" แปลวฃว่า

727
00:48:22.194 --> 00:48:26.194
อันนี้ก็ใช้ได้นะคะ อันนี้

728
00:48:26.196 --> 00:48:30.196
เดี๋ยวภาพที่เราถ่ายเมื่อกี้นะ

729
00:48:30.198 --> 00:48:34.198
อาจจะไปให้น้อง ๆ

730
00:48:34.199 --> 00:48:38.199
ทำเป็นภาพ แสดงความ

731
00:48:38.200 --> 00:48:42.200
ความยินดีกับพี่ที่จบไป

732
00:48:42.201 --> 00:48:46.201
อย่างนี้นะคะ ก็จะมีเห็นท่า หรือเราต่อไป

733
00:48:46.203 --> 00:48:50.203
เราอาจจะเอาท่านี้นะคะ ตอนที่เราใส่ชุดครุยนะคะ

734
00:48:50.205 --> 00:48:54.205
ไปถ่ายภาพแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะ ภาพอดีต

735
00:48:54.205 --> 00:48:58.205
และก็ปัจจุบันนะ เมื่อกี้ภาพที่พี่พลอยถ่าย

736
00:48:58.207 --> 00:49:02.207
ภาพอดีต ตอนที่เราเรียนอยู่ เรามีกิจกรรมอะไร

737
00:49:02.211 --> 00:49:06.211
อย่างนี้นะคะ พอเราจบเราใส่ชุดครุยอาจจะถ่าย

738
00:49:06.212 --> 00:49:10.212
ท่านี้เหมือนเดิม แต่เป็นภาพ Defore After

739
00:49:10.213 --> 00:49:14.213
หรืออดีตแล้วก็ปัจจุบันนะคะ

740
00:49:14.214 --> 00:49:18.214
อันนี้ก็จะเป็นจำนวนเท่าไรลูก กี่คนคะ

741
00:49:18.215 --> 00:49:22.215
จำนวนเท่าไรเอ่ย

742
00:49:22.216 --> 00:49:26.216
5 คนใช่ไหมคะ ภาษามือ 5 งา

743
00:49:26.217 --> 00:49:30.217
ต่อไป เท่าไรคะ

744
00:49:30.219 --> 00:49:34.219
6 คน มีความยุ่งยากไหมคะท่านี้

745
00:49:34.222 --> 00:49:38.222
ท่านี้มีความยุ่งยากนะคะ แล้วก็มีการพูดคุย

746
00:49:38.223 --> 00:49:42.223
สื่อสารกัน ระหว่างทำกิจกรรมนะ

747
00:49:42.225 --> 00:49:46.225
หรืออาจะมีผู้นำอย่างเช่น บาส

748
00:49:46.225 --> 00:49:50.225
เป็นผู้นำ ช่วยประสานให้เพื่อน

749
00:49:50.228 --> 00:49:54.228
จับมือเพื่อน หรือว่าชี้บอกตำแหน่ง

750
00:49:54.231 --> 00:49:58.231
เพื่อนนะคะ ก็จะได้ภาพที่สวยงามออกมานะคะ

751
00:49:58.232 --> 00:50:02.232
เป็นภาพอะไรคะ อันนี้ เป็นภาพอะไรคะ ภาพดาว

752
00:50:02.233 --> 00:50:06.233
ใช่ไหมคะ เราก็จะได้เรียนรู้ภาษามือ

753
00:50:06.234 --> 00:50:10.234
ไปด้วยนะคะ ในการสื่อสาร แล้วก็คำ

754
00:50:10.235 --> 00:50:14.235
คำศัพท์ ต่อไปอันนี้จำนวน

755
00:50:14.235 --> 00:50:18.235
กี่คนคะ จำนวน 7 คนนะคะ

756
00:50:18.237 --> 00:50:22.237
นักศึกษาว่าภาพนี้น่ะค่ะ

757
00:50:22.239 --> 00:50:26.239
มันเป็นเหมือนกับภาพอะไรคะ

758
00:50:26.243 --> 00:50:30.243

759
00:50:30.245 --> 00:50:34.245
ภาพนี้เหมือนภาพอะไรเอ่ย เหมือนดอกไม้ไหม

760
00:50:34.250 --> 00:50:38.250
เหมือนดอกไม้ที่กำลังบ้านเหรอคะ เหมือนพัด อ๋อ

761
00:50:38.250 --> 00:50:42.250
เหมือนพัด พี่พลอยบอกเหมือนพัดใช่ไหมคะ

762
00:50:42.252 --> 00:50:46.252
เหมือนอะไรได้อีกคะ เหมือน...

763
00:50:46.254 --> 00:50:50.254
พระอาทิตย์ไหม แสงพระอาทิตย์ยามเช้า

764
00:50:50.257 --> 00:50:54.257
หรือยามเย็น ได้ไหมคะ แสงกระจายที่แตกออก

765
00:50:54.259 --> 00:50:58.259
เหมือนตอนเด็ก ๆ ใครวาดภูเขาแล้วพระอาทิตย์

766
00:50:58.260 --> 00:51:02.260
ใช่ไหม ก็จะมีวงกลม แล้วก็มีเส้น ๆ ใช่ไหมคะ

767
00:51:02.261 --> 00:51:06.261
อันนี้ก็

768
00:51:06.265 --> 00:51:10.265
เป็นสัญลักษณ์ภภาพนะคะ ตัวนี้ล่ะคะ

769
00:51:10.266 --> 00:51:14.266
มีจำนวนกี่คนเอ่ย

770
00:51:14.267 --> 00:51:18.267
จำนวนกี่คนคะ 8

771
00:51:18.267 --> 00:51:22.267
มี 8 คน มันเป็นท่าอะไรเอ่ย เหมือนท่าอะไรคะ

772
00:51:22.269 --> 00:51:26.269
ท่านี้ เหมือนหลังคาไหมคะ

773
00:51:26.270 --> 00:51:30.270
เหมือนบ้านโบราณใช่ไหม บ้านไม้เป็นแหลม ๆ

774
00:51:30.271 --> 00:51:34.271
น่ะ เหมือนใช่ไหมคะ

775
00:51:34.272 --> 00:51:38.272
อันนี้ก็

776
00:51:38.272 --> 00:51:42.272
มาจากการจินตนาการนะคะ อยากถ่ายภาพออกมา

777
00:51:42.275 --> 00:51:46.275
ให้เป็นเหมือนภาพอะไรนะคะ

778
00:51:46.276 --> 00:51:50.276
อันนี้จำนวนเท่าไรคะ

779
00:51:50.277 --> 00:51:54.277
จำนวนเท่าไร กี่คน

780
00:51:54.278 --> 00:51:58.278
10 หรือ 9

781
00:51:58.279 --> 00:52:02.279
จำนวนกี่คนคะ

782
00:52:02.281 --> 00:52:06.281
อันนี้

783
00:52:06.283 --> 00:52:10.283
เป็นการแสดงถึงการรวมพลังกัน

784
00:52:10.284 --> 00:52:14.284
ใช่ไหมคะ ความสามัคคีใช่ไหมคะ เป็นอันหนึ่ง

785
00:52:14.285 --> 00:52:18.285
อันเดียวกัน

786
00:52:18.286 --> 00:52:22.286
ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันนะคะ ก็คือตั้ง

787
00:52:22.287 --> 00:52:26.287
ฝ่ามือให้มันตรง แล้วก็ตั้ง ๆ ตั้งให้มันตรงกัน

788
00:52:26.289 --> 00:52:30.289
อันนี้ก็สามารถนำไปถ่ายรูป

789
00:52:30.290 --> 00:52:34.290
ได้นะคะ แล้วก็ให้เห็นมือ จุดที่เด่น

790
00:52:34.291 --> 00:52:38.291
แล้วก็มือของใครมีส่วนร่วม อันนี้คือความสามัคคีนะ

791
00:52:38.292 --> 00:52:42.292
แล้วก็มีให้เห็นหน้าทุกคน

792
00:52:42.293 --> 00:52:46.293
ก็คือเข้ามาให้ทำงาน หลังจากเสร็จงาน

793
00:52:46.294 --> 00:52:50.294
อย่างนี้ค่ะ เราสามารถถ่ายเป็นภาพอย่างนี้ก็ได้นะคะ

794
00:52:50.298 --> 00:52:54.298
ภาพนี้

795
00:52:54.299 --> 00:52:58.299
10 คนนะคะ ก็จะเป็น

796
00:52:58.301 --> 00:53:02.301
ทุกคนมีส่วนร่วมในรูปนี้นะคะ

797
00:53:02.304 --> 00:53:06.304
เป็นการประหยัดพื้นที่นะคะ

798
00:53:06.305 --> 00:53:10.305
เป็นการถ่ายรูปที่แบบใหม่ ไม่ใช่แค่

799
00:53:10.306 --> 00:53:14.306
2 นิ้ว MiniHeart ใช่ไหมคะ ก็ให้รูป

800
00:53:14.307 --> 00:53:18.307
มันออกมาสวยได้

801
00:53:18.310 --> 00:53:22.310
ทั้งหมดนี้นะคะ

802
00:53:22.312 --> 00:53:26.312
ทั้งหมดนี้นะคะ ก็เป็น

803
00:53:26.313 --> 00:53:30.313
การรีแลกซ์นะคะ

804
00:53:30.314 --> 00:53:34.314
ต่อไป เราจะได้เรียนภาษามือ ก็จะมีการเคลื่อนไหวกัน

805
00:53:34.316 --> 00:53:38.316
การสลับกัน แต่ส่วนมาก

806
00:53:38.317 --> 00:53:42.317
เราก็จะเน้นในการพูดคุยนะคะ พูดคุยที่เป็น

807
00:53:42.319 --> 00:53:46.319
ภาษามือ คำศัพท์ภาษามือนะ

808
00:53:46.320 --> 00:53:50.320

809
00:53:50.321 --> 00:53:54.321

810
00:53:54.323 --> 00:53:58.323

811
00:53:58.324 --> 00:54:02.324

812
00:54:02.328 --> 00:54:06.328

813
00:54:06.329 --> 00:54:10.329

814
00:54:10.330 --> 00:54:14.330
ต่อไปนะคะ

815
00:54:14.335 --> 00:54:18.335
ทำไมเราถึงมีภาษามือ เบื้องต้น

816
00:54:18.337 --> 00:54:22.337
ก่อนนะคะ ให้เรามารู้จักว่าภาษามือ

817
00:54:22.340 --> 00:54:26.340
ทำไมต้องมี เพราะมีกลุ่ม

818
00:54:26.341 --> 00:54:30.341
ที่มีกลุ่มคนที่มีควาามบกพร่องทางการได้ยิน

819
00:54:30.343 --> 00:54:34.343
ชื่อเต็ม ๆ มันก็จะบอกว่า บุคคล

820
00:54:34.345 --> 00:54:38.345
ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย

821
00:54:38.346 --> 00:54:42.346
นะคะ เพราะว่า

822
00:54:42.347 --> 00:54:46.347
ปัญหานี้นะคะ คนที่

823
00:54:46.348 --> 00:54:50.348
มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็คือไม่สามารถได้ยิน

824
00:54:50.349 --> 00:54:54.349
พอมีบกพร่องทางการได้ยิน ก็จะ

825
00:54:54.350 --> 00:54:58.350
มีปัญหาในการสื่อความหมายออกมานะคะ เพราะ

826
00:54:58.351 --> 00:55:02.351
เขาไม่ได้ยิน เขาก้เลยไม่ได้รับเสียงนั้นมา

827
00:55:02.352 --> 00:55:06.352
นะคะ ก็เลยทำให้เขาเปล่งเสียงนั้นออกไป

828
00:55:06.353 --> 00:55:10.353
ได้ไม่ชัดเหมือนกับคนปกตินะคะ

829
00:55:10.354 --> 00:55:14.354

830
00:55:14.355 --> 00:55:18.355
ถ้าได้รับการฝึกฝน มันก็

831
00:55:18.358 --> 00:55:22.358
ยังมีปัญหาอยู่นะคะ สำหรับผู้ที่มีความ

832
00:55:22.359 --> 00:55:26.359
บกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย เพราะเขามีปัญหาในการรับฟัง

833
00:55:26.359 --> 00:55:30.359
มาตั้งแต่ทีแรก เขาจึงไม่สามารถที่จะ

834
00:55:30.359 --> 00:55:34.359
เลียนเสียงในการพูด ให้ได้เหมือนคนปกติ

835
00:55:34.360 --> 00:55:38.360
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นของในส่วนของเพื่อน

836
00:55:38.362 --> 00:55:42.362
ที่เป็นคนหูตึงนะคะ อย่างเช่น มิ่ง อย่างนี้น่ะค่ะ

837
00:55:42.364 --> 00:55:46.364
ถ้าไม่ค่อยได้ยินในการรับสารนั้น

838
00:55:46.365 --> 00:55:50.365
พอส่งสารนั้นออกไป ก็จะเป็นเท่ากับ

839
00:55:50.366 --> 00:55:54.366
ได้ยินมานะคะ

840
00:55:54.367 --> 00:55:58.367
ความหมา

841
00:55:58.368 --> 00:56:02.368
ของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

842
00:56:02.369 --> 00:56:06.369
นะคะ ก็คือ ผู้ที่สูญเสียการได้ยิน

843
00:56:06.370 --> 00:56:10.370

844
00:56:10.372 --> 00:56:14.372
คือ ไม่ได้ยินเลยนะคะ หรือประมาณ

845
00:56:14.373 --> 00:56:18.373
89 เดซิเบล

846
00:56:18.374 --> 00:56:22.374
เสียงขนาด 89 เดซิเบลขั้นไป ถ้าไม่ได้ยิน

847
00:56:22.375 --> 00:56:26.375
มันจะเครื่องวัดเสียงนะคะ ถ้าไม่ได้ยิน

848
00:56:26.375 --> 00:56:30.375
ก็แสดงว่าเป็นหูหนวก

849
00:56:30.376 --> 00:56:34.376
การได้ยินของคนเราก็จะมีอยู่ 2 ข้างนะคะ หูข้างซ้าย

850
00:56:34.377 --> 00:56:38.377
กับหุข้างขวา ในการวัดการได้ยินนะคะ

851
00:56:38.378 --> 00:56:42.378
ก็จะวัดทั้ง 2 ข้างนะคะ

852
00:56:42.379 --> 00:56:46.379
วัดข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมากที่สุด

853
00:56:46.380 --> 00:56:50.380
จะเอามาคำนวณ มาประเมินการได้ยินนะคะ

854
00:56:50.381 --> 00:56:54.381
กลุ่มคนบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

855
00:56:54.383 --> 00:56:58.383
จะแบ่งอยู่เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหูตึง

856
00:56:58.384 --> 00:57:02.384
นะคะ กลุ่มหูตึง ก็คือ

857
00:57:02.385 --> 00:57:06.385
สามารถได้ยินเสียง ได้ยินใน

858
00:57:06.386 --> 00:57:10.386
ระดับตั้งแต่ 89 เดซิเบลลงมานะคะ

859
00:57:10.387 --> 00:57:14.387
สามารถได้ยินก็เป็นกลุ่มคนหูตึงนะคะ

860
00:57:14.388 --> 00:57:18.388
หรืออาจจะมากกว่านั้น

861
00:57:18.389 --> 00:57:22.389
เป็นเสียงที่เราพูด

862
00:57:22.390 --> 00:57:26.390
ต่อหน้ากัน ประมาณสัก

863
00:57:26.391 --> 00:57:30.391
3 เมตร ใช้น้ำเสียงปกติ

864
00:57:30.394 --> 00:57:34.394
ที่สามารถได้ยินนี่ ก็แสดงว่าเป็นคนปกติ แต่ถ้าเกิดว่า

865
00:57:34.395 --> 00:57:38.395
อาจจะได้ใช้การตะโกนใส่กันอย่างนี้

866
00:57:38.396 --> 00:57:42.396
อาจจะเป็นกลุ่มคนหูตึงแล้วนะคะ

867
00:57:42.397 --> 00:57:46.397

868
00:57:46.398 --> 00:57:50.398
และกลุ่มีที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่ม

869
00:57:50.399 --> 00:57:54.399
ของคนหูหนวกนะคะ กลุ่มของคนหูหนวกนี่

870
00:57:54.401 --> 00:57:58.401
ส่วนมากก็จะพ่ววงมากับการพูดไม่ได้

871
00:57:58.403 --> 00:58:02.403
นะคะ ก็เกิดจากการที่เขาไม่ได้ยิน ไ

872
00:58:02.405 --> 00:58:06.405
ไม่ได้ฝึก ไม่ได้ยิน ไม่ได้รับ

873
00:58:06.409 --> 00:58:10.409
การพูดออกไป ก็เลยบกพร่องในการพูด

874
00:58:10.410 --> 00:58:14.410
การสื่อสารด้วยนะคะ ในคน

875
00:58:14.411 --> 00:58:18.411
กลุ่มนี้นะคะ ก็

876
00:58:18.412 --> 00:58:22.412
จะมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วน แต่ส่วนใหญ่ ๆ ก็

877
00:58:22.413 --> 00:58:26.413
จะเป็นมาจาก...

878
00:58:26.414 --> 00:58:30.414
เป็นหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิดนะคะ ก็คือ

879
00:58:30.416 --> 00:58:34.416
หูก็ไม่ได้ยิน ปากก็เลยพูดไม่ได้

880
00:58:34.419 --> 00:58:38.419
นะคะ ถ้าเป็นแบบนี้ ในการฝึกพัฒนา

881
00:58:38.419 --> 00:58:42.419
การพูด จะไม่มีนะคะ ไม่ได้รับการฝึก

882
00:58:42.420 --> 00:58:46.420
พัฒนาการพูดนะคะ แต่ว่าจะ

883
00:58:46.420 --> 00:58:50.420
ทดแทนการพูด ก็คือการฝึก

884
00:58:50.422 --> 00:58:54.422
ใช้ภาษามือค่ะ ในการฝึกใช้ภาษามือ

885
00:58:54.423 --> 00:58:58.423
ก็จะส่งต่อไปยังโรงเรียนประจำ โรงเรียน

886
00:58:58.424 --> 00:59:02.424
เฉพาะทางนะคะ ก็คือโรงเรียนโสตต่าง ๆ

887
00:59:02.425 --> 00:59:06.425
ที่ใช้การสื่อสารที่เป็นภาษามือนะคะ

888
00:59:06.426 --> 00:59:10.426

889
00:59:10.427 --> 00:59:14.427
แล้วก็อีกสาเหตุที่ 2

890
00:59:14.428 --> 00:59:18.428
ก็มาจากไม่สบายตั้งแต่เด็ก

891
00:59:18.430 --> 00:59:22.430
นะคะ ก็คือใช้ขึ้นสูง

892
00:59:22.430 --> 00:59:26.430
ก็เลยมีผลกระทบ ทำให้แก้วหูอักเสบ

893
00:59:26.432 --> 00:59:30.432
นะคะ ไม่สามารถได้ยินเสียงนะคะ อันนี้

894
00:59:30.433 --> 00:59:34.433
ก็คือเป็นภายหลังจากการคลอดนะคะ

895
00:59:34.434 --> 00:59:38.434
แล้วก็อีก... อาจารย์

896
00:59:38.436 --> 00:59:42.436
เห็นเยอะเหมือนกัน ที่เป็นพี่ ๆ นักศึกษานะคะ ที่ได้สอบถาม

897
00:59:42.439 --> 00:59:46.439
สาเหตุอีกอันหนึ่ง ก็คือมาจาก

898
00:59:46.441 --> 00:59:50.441
อุบัติเหตุการแคะหูค่ะ

899
00:59:50.442 --> 00:59:54.442
ผู้ปกครองแคะหูให้ตั้งแต่เด็กนะคะ

900
00:59:54.443 --> 00:59:58.443
อาจจะเป็นโดนคัตตอลบัตทิ่ม หรืออะไรต่าง ๆ

901
00:59:58.443 --> 01:00:02.443
ไปกระทบค่ะ หรือวิ่งซุกซน

902
01:00:02.445 --> 01:00:06.445
ไปชนนั่น ชนนี่ ส่งผลกระทบกระเทือน

903
01:00:06.447 --> 01:00:10.447
ทำให้แก้วหูได้รับการ

904
01:00:10.449 --> 01:00:14.449
กระทบกระเทือน แล้วก็ไม่สามารถทำให้

905
01:00:14.449 --> 01:00:18.449
ได้ยินได้นะคะ

906
01:00:18.450 --> 01:00:22.450
อันนี้ก็คือสาเหตุของกลุ่มที่เป็นหูหนวกนะคะ

907
01:00:22.452 --> 01:00:26.452

908
01:00:26.453 --> 01:00:30.453
อันนี้ก็จะเป็น

909
01:00:30.454 --> 01:00:34.454
ระดับคนหูหนวก คนหูตึงนะคะ

910
01:00:34.456 --> 01:00:38.456
ถ้าเป็นคนหูตึงก็จะำด้ยินเสียงอยู่ตั้งแต่

911
01:00:38.456 --> 01:00:42.456
26-89 เดซิเบลนะคะ

912
01:00:42.458 --> 01:00:46.458
ก็จะเหมือนมิ่งใช่ไหมคะ

913
01:00:46.461 --> 01:00:50.461
มิ่งก็จะถ้าพูดเฉย ๆ

914
01:00:50.463 --> 01:00:54.463
นี่ หรือไม่ได้ใส่ไมค์ก็ไม่ค่อยได้ยินใช่ไหมคะ

915
01:00:54.465 --> 01:00:58.465
หรือได้ยินชัด มิ่งได้ใส่หูฟังไหม

916
01:00:58.466 --> 01:01:02.466
ตอนนี้ อ๋อ ได้ใส่หูฟังนะคะ

917
01:01:02.467 --> 01:01:06.467
ถ้าได้ใส่หูฟังก็จะช่วยขยายเสียงไปอีก

918
01:01:06.468 --> 01:01:10.468
นะะค แต่สำหรับคนหูตึงนะ ใส่หูฟังแล้ว

919
01:01:10.469 --> 01:01:14.469
ในการพัฒนา

920
01:01:14.471 --> 01:01:18.471
ในการสื่อสารนะคะ ต้องมีการฝึกฟังเสียง

921
01:01:18.472 --> 01:01:22.472
เพื่อให้เข้าใจในเสียงนั้นนะคะ ฝึกฟังเสียง

922
01:01:22.473 --> 01:01:26.473
แล้วก็มีการฝึกออกเสียงนะคะ เพระาถ้า

923
01:01:26.474 --> 01:01:30.474
ไม่ฝึกออกเสียง คุณก็จะพูด

924
01:01:30.475 --> 01:01:34.475
เสียงของคำ ๆ นั้น ได้ไม่ชัดนะคะ ก็มีการ

925
01:01:34.476 --> 01:01:38.476
ควบคู่กันไปเพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารนะคะ

926
01:01:38.477 --> 01:01:42.477
คนหูหนวก

927
01:01:42.478 --> 01:01:46.478
มีระดับการได้ยินเฉลี่ยน

928
01:01:46.480 --> 01:01:50.480
อยู่ที่ประมาณ 90 เดซิเบล ถ้า

929
01:01:50.481 --> 01:01:54.481
90 เดซิเบลขึ้นไปไม่ได้ยิน

930
01:01:54.483 --> 01:01:58.483
เสียงเพลง

931
01:01:58.485 --> 01:02:02.485
หมอลำ งานหมอลำอย่างนี้ ที่มีลำโพงน่ะ

932
01:02:02.486 --> 01:02:06.486
ที่มีลำโพงน่ะ ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่า

933
01:02:06.488 --> 01:02:10.488
เป็นหูหนวกสนิท หรือเสียงที่เรา

934
01:02:10.489 --> 01:02:14.489
เปิดเทป หรือเราตะโกนใส่ ในระดับตั้งแต่เราตะโกนใส่

935
01:02:14.489 --> 01:02:18.489
ใส่ไม่ได้ยินก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวก

936
01:02:18.490 --> 01:02:22.490
นะคะ

937
01:02:22.492 --> 01:02:26.492
อันนี้คือรายละเอียดในการตรวจการได้ยิน

938
01:02:26.493 --> 01:02:30.493
นะ อยา่งที่อาจารย์อธิบายไปนะคะ ถ้า

939
01:02:30.494 --> 01:02:34.494
ข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยิน

940
01:02:34.495 --> 01:02:38.495
มีระดับสูง แต่ไม่ถึง 89เดซิเบล

941
01:02:38.496 --> 01:02:42.496
ก็ถือว่าเป็นคนหูหนวก

942
01:02:42.498 --> 01:02:46.498
นะะค แต่ถ้าในระดับ 89 ขึ้นไปถึง 90

943
01:02:46.499 --> 01:02:50.499
ก็แสดงว่าเป็นคนหูตึงนะคะ ถ้า 90

944
01:02:50.500 --> 01:02:54.500
เกินขึ้นไปอีก ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ

945
01:02:54.501 --> 01:02:58.501
โทษทีค่ะ ตั้งแต่ 26-

946
01:02:58.502 --> 01:03:02.502
89 เป็นคนหูตึงนะคะ

947
01:03:02.503 --> 01:03:06.503
89-90 โดยประมาณนะคะ แต่ถ้า

948
01:03:06.505 --> 01:03:10.505
90 ขึ้นไป ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็น

949
01:03:10.506 --> 01:03:14.506
คนหูหนวกนะคะ แต่สำหรับคนปกติ คนหูดีเรา

950
01:03:14.507 --> 01:03:18.507
ก็ตั้งแต่ 26 ก็คือการพูดต่อหน้ากัน

951
01:03:18.508 --> 01:03:22.508
โดยน้ำเสียงปกติค่ะ

952
01:03:22.509 --> 01:03:26.509
ก็เป็นคนปกติ

953
01:03:26.509 --> 01:03:30.509
อันนี้ก็จะเป็น

954
01:03:30.511 --> 01:03:34.511
ตารางการสูญเสียการได้ยิน 6 ระดับนะคะ

955
01:03:34.512 --> 01:03:38.512
อันนั้นก็จะเป็นคร่าว ๆ

956
01:03:38.515 --> 01:03:42.515
อันนี้จะเป็นละเอียดทางการแพทย์นะคะ ที่

957
01:03:42.517 --> 01:03:46.517
ใช้วัดระดับการได้ยิน

958
01:03:46.519 --> 01:03:50.519
นะคะ นักโสต ไม่ใช่

959
01:03:50.519 --> 01:03:54.519
แพทย์ ผู้ที่ตรวจวัดประเมินการได้ยิน

960
01:03:54.521 --> 01:03:58.521
จะไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่คุณหมอนะคะ จะเป็น

961
01:03:58.522 --> 01:04:02.522
นักโสต คือ นักโสตก็จะเป็น

962
01:04:02.523 --> 01:04:06.523
ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์

963
01:04:06.523 --> 01:04:10.523
ระดับการได้ยินจะเป็นนักโสตที่จะเป็นนักประเมิน

964
01:04:10.525 --> 01:04:14.525
ควบคู่ไปกับแพทย์นะคะ

965
01:04:14.526 --> 01:04:18.526

966
01:04:18.527 --> 01:04:22.527
อันนี้ก็จะเป็นตาราง

967
01:04:22.527 --> 01:04:26.527
การได้ยินนะ การตรวจวัด

968
01:04:26.529 --> 01:04:30.529
การตรวจวัด ก็จะเป็นนักโสต

969
01:04:30.531 --> 01:04:34.531
นะคะ โสตสัมผัสวิทยานะคะ

970
01:04:34.532 --> 01:04:38.532
การตรวจ

971
01:04:38.533 --> 01:04:42.533
วัดการได้ยินจะมีอยู่ 3 แบบนะคะ

972
01:04:42.534 --> 01:04:46.534
แบบอย่างคร่าว ๆ คร่าว ๆ ก็คือ

973
01:04:46.535 --> 01:04:50.535
ถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ ก็จะเป็นเรียก

974
01:04:50.538 --> 01:04:54.538
ชื่อ เรียกแล้วหันตามเสียง ก็จะ

975
01:04:54.540 --> 01:04:58.540
ถือว่าปกติ แต่ถ้าเรียกแล้ว

976
01:04:58.541 --> 01:05:02.541
ไม่หัน ก็จะผิดสังเกต แต่่วา

977
01:05:02.543 --> 01:05:06.543
อันนี้ในระดับเด็กน่ะค่ะ

978
01:05:06.544 --> 01:05:10.544
ก้จะมีช่วงอายุ หรือพัฒนาการทางด้านร่างกาย

979
01:05:10.549 --> 01:05:14.549
ของแต่ละคนจะแตกต่างกันนะคะ

980
01:05:14.551 --> 01:05:18.551
แตกต่างกันนะคะ บางคนก็จะพัฒนาการช้าง

981
01:05:18.552 --> 01:05:22.552
หรือร่างกายไม่สมบูรณ์ ในอวัยวะ

982
01:05:22.554 --> 01:05:26.554
ในร่างกาย บางส่วนก็จะทำงาน

983
01:05:26.555 --> 01:05:30.555
ล่าช้าไปด้วยนะคะ อย่างเช่น บางคนร่างกาย

984
01:05:30.555 --> 01:05:34.555
ไม่สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้

985
01:05:34.557 --> 01:05:38.557
การได้ยินหรือการมองเห็นล่าช้า

986
01:05:38.558 --> 01:05:42.558
กว่าคนที่ระดับทางด้านร่างกายปกติ

987
01:05:42.559 --> 01:05:46.559
ค่ะ การตรวจคร่าว ๆ

988
01:05:46.561 --> 01:05:50.561
นะคะ การเรียก หรือเหรียญหล่น หันตามเหรียญ

989
01:05:50.562 --> 01:05:54.562
หรือของหล่น แล้วหันกลับหลัง หรือ

990
01:05:54.562 --> 01:05:58.562
มีเสียงอยู่ข้างหลัง อาจจะมากระทบ

991
01:05:58.564 --> 01:06:02.564
หรือมาโดนชนเราอย่างนี้

992
01:06:02.569 --> 01:06:06.569
หันไปมองช่วงทันเวลา อันนี้คนปกติ

993
01:06:06.570 --> 01:06:10.570
ได้ยินปกตินะคะ เป็นการทดสอบเสียง

994
01:06:10.571 --> 01:06:14.571
แบบคร่าว ๆ นะคะ แบบที่ 2

995
01:06:14.572 --> 01:06:18.572
การตรวจสอบแบบมาตรฐานนะคะ

996
01:06:18.572 --> 01:06:22.572
ก็จะเป็น ให้นักโสต

997
01:06:22.574 --> 01:06:26.574
วิทยานะคะ ช่วยในการตรวจการประเมิน

998
01:06:26.576 --> 01:06:30.576
ก็จะมีเครื่อง เครื่องตรวจ มีการ

999
01:06:30.577 --> 01:06:34.577
เข้าในห้องที่ไม่มีเสียงรบกวนนะคะ

1000
01:06:34.578 --> 01:06:38.578
ช่วยในการตรวจวัดการได้ยิน

1001
01:06:38.580 --> 01:06:42.580
ของเรานะคะ

1002
01:06:42.581 --> 01:06:46.581
มีใครเคย

1003
01:06:46.582 --> 01:06:50.582
ไปตรวจวัดการได้ยินไหมคะ เมื่อตอนโต ๆ แล้ว

1004
01:06:50.584 --> 01:06:54.584
เพื่อที่จะรับเครื่องช่วยฟังน่ะค่ะ

1005
01:06:54.586 --> 01:06:58.586
ตี๋น้อย ตี๋น้อยเคยไปใช่ไหม ตี๋น้อย

1006
01:06:58.587 --> 01:07:02.587
เคยไปไหม

1007
01:07:02.588 --> 01:07:06.588
ตี๋น้อยน่าจะเคยไป

1008
01:07:06.589 --> 01:07:10.589
นะคะ

1009
01:07:10.590 --> 01:07:14.590
ที่โรงพยาบาล ตรวจ เคยไปตรวจ

1010
01:07:14.592 --> 01:07:18.592
กรได้ยินเสียงอยู่ใช่ไหม ตอนเด็ก ๆ

1011
01:07:18.593 --> 01:07:22.593

1012
01:07:22.594 --> 01:07:26.594
จำได้หรือเปล่า

1013
01:07:26.595 --> 01:07:30.595
ได้เคยได้ไปเข้าห้องตรวจฟังเสียงไหม

1014
01:07:30.595 --> 01:07:34.595
ก่อนที่จะรับเครื่องหังน่ะ เขาก็จะต้องตรวจการรับฟัง

1015
01:07:34.597 --> 01:07:38.597
นะคะ ว่าคุณได้ยินหรือไม่ ถ้าไม่ได้ยิน

1016
01:07:38.598 --> 01:07:42.598
คุณก็จะไม่สามารถที่วัด ไปขั้นตอนที่จะ

1017
01:07:42.599 --> 01:07:46.599
รับการ... ได้รับเครื่องช่วยฟังนะคะ

1018
01:07:46.600 --> 01:07:50.600
อาจจะจำไม่ได้นะ

1019
01:07:50.601 --> 01:07:54.601

1020
01:07:54.602 --> 01:07:58.602
แล้วมีได้ฝึกพูดด้วยไหมคะ

1021
01:07:58.606 --> 01:08:02.606

1022
01:08:02.607 --> 01:08:06.607
ก็มีนะคะ ก็ต้อง พอได้ใส่เครื่อง

1023
01:08:06.609 --> 01:08:10.609
ช่วยฟังแล้ว ก็จะต้องได้ฝึกพูดไปด้วยนะคะ

1024
01:08:10.610 --> 01:08:14.610
อันนี้ เป็นการ...

1025
01:08:14.611 --> 01:08:18.611
ทดสอบแบบมาตรฐานนะคะ ต่อไป

1026
01:08:18.611 --> 01:08:22.611
เป็นการทดสอบแบบพิเศษนะคะ

1027
01:08:22.613 --> 01:08:26.613

1028
01:08:26.614 --> 01:08:30.614
การทดสอบแบบพิเศษนะคะ ก็

1029
01:08:30.615 --> 01:08:34.615
จะมีการวิเคราะห์

1030
01:08:34.616 --> 01:08:38.616
ของแพทย์ดว้ยนะคะ ก็คือการตรวจในแก้ว

1031
01:08:38.617 --> 01:08:42.617
หูในชั้นหูของเรามีความผิดปกติอะไร

1032
01:08:42.618 --> 01:08:46.618
ด้วยไหมนะคะ หลังจากที่เราประเมินการได้ยินแล้ว

1033
01:08:46.618 --> 01:08:50.618
อาจจะมี

1034
01:08:50.620 --> 01:08:54.620
ประเมินในขั้นมาตราฐาน ต่อไปก็ประเมิน

1035
01:08:54.621 --> 01:08:58.621
ขั้นแบบพิเศษ แบบพิเศษก็จะมีแพทย์

1036
01:08:58.622 --> 01:09:02.622
เข้ามาช่วยในการวินิจฉัยว่าเรา...

1037
01:09:02.623 --> 01:09:06.623
ในช่วงอายุน่ะค่ะ มันก็จะมีกลุ่ม

1038
01:09:06.624 --> 01:09:10.624
กลุ่มผู้สูงอายุ อาจจะมีหูตึงเข้ามา

1039
01:09:10.625 --> 01:09:14.625
ก็จะมีแพทย์เข้ามาช่วยประเมิน

1040
01:09:14.626 --> 01:09:18.626
ในส่วนนี้ด้วยนะคะ แก้วหูอาจจะเสื่อม อาจจะลด

1041
01:09:18.626 --> 01:09:22.626
น้อยลง อาจจะทำให้เสียง การได้ยิน

1042
01:09:22.627 --> 01:09:26.627
ลดน้อยลงไปด้วยอย่างนี้ค่ะ หรือทางการแพทยือาจจะส่อง

1043
01:09:26.629 --> 01:09:30.629
ดูว่ามีขี้หูปิดหู

1044
01:09:30.632 --> 01:09:34.632
มาก-น้อย แค่ไหนนะคะ บางคนอาจจะแบบไม่เคยแคะหูเลย

1045
01:09:34.633 --> 01:09:38.633
ตั้งแต่เกิดมาอย่างนี้ค่ะ อาจจะทำให้ไปปิด

1046
01:09:38.635 --> 01:09:42.635
หู ปิดแก้วหู ทำให้การสั่นสะเทือนของเสีย

1047
01:09:42.636 --> 01:09:46.636
ของเสียงไม่สามารถเข้าไปถึงแก้วหูได้

1048
01:09:46.638 --> 01:09:50.638
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นการตรวจแบบพิเศษ

1049
01:09:50.639 --> 01:09:54.639
เพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ

1050
01:09:54.640 --> 01:09:58.640

1051
01:09:58.641 --> 01:10:02.641
ต่อไปนะคะ

1052
01:10:02.644 --> 01:10:06.644
สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1053
01:10:06.645 --> 01:10:10.645
จะต้องมีภาษาที่ช่วยในการสื่อสาร

1054
01:10:10.647 --> 01:10:14.647
นะคะ

1055
01:10:14.648 --> 01:10:18.648
แล้วก็มีวิธีการสื่อความหมาย

1056
01:10:18.650 --> 01:10:22.650
นะคะ ว่าจะต้องใช้วิธีไหนนะคะ สำหรับ

1057
01:10:22.652 --> 01:10:26.652
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

1058
01:10:26.653 --> 01:10:30.653
ถ้าเป็นคนเรา

1059
01:10:30.654 --> 01:10:34.654
ปกตินะคะ ก็จะใช้การสื่อสารโดยการพูดนะ

1060
01:10:34.655 --> 01:10:38.655
เมื่อเราได้ยิน เราก็สามารถ

1061
01:10:38.657 --> 01:10:42.657
จำได้ด้วยอัตโนมัตินะคะ

1062
01:10:42.658 --> 01:10:46.658
ว่าคำนี้ ความหมายว่าอย่างนี้

1063
01:10:46.659 --> 01:10:50.659
อาจจะมีบางคำที่ไม่คุ้นหูเราก็จะต้อง

1064
01:10:50.663 --> 01:10:54.663
ได้เรียนรู้ในความหมาย ในคำนั้น ๆ นะคะ แต่สำหรับ

1065
01:10:54.665 --> 01:10:58.665
หูหนวกแล้ว ไม่ได้ยินก็

1066
01:10:58.668 --> 01:11:02.668
ทำให้มีปัญหาในการเข้าใจภาษา เข้าใจ

1067
01:11:02.669 --> 01:11:06.669
ความหมายด้วยนะคะ ฉะนั้น แล้วหูหนวกก็

1068
01:11:06.670 --> 01:11:10.670
จะต้องใช้ทักษะพิเศษ ก็หรือจะต้องใช้ตา

1069
01:11:10.674 --> 01:11:14.674
แทนการได้ยินนะคะ มาช่วย

1070
01:11:14.675 --> 01:11:18.675
ในการรับการสื่อสารนะคะ

1071
01:11:18.676 --> 01:11:22.676
ฃ

1072
01:11:22.678 --> 01:11:26.678
แต่ต่าเรานะคะ สามารถที่จะมองไป

1073
01:11:26.680 --> 01:11:30.680
ข้างหน้าเห็นได้หลาย ๆ อย่างนะคะ

1074
01:11:30.680 --> 01:11:34.680
ก็เลยทำให้เราไม่สามารถที่จะ

1075
01:11:34.682 --> 01:11:38.682
โฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แม่นยำ

1076
01:11:38.683 --> 01:11:42.683
เท่ากับการได้ยินเสียง ถ้าการได้ยินเสียง มันอาจจะ

1077
01:11:42.684 --> 01:11:46.684
ได้ยินมีเสียง 1 เสียง 2 หรือส่วนมาก

1078
01:11:46.684 --> 01:11:50.684
ก็จะเป็นเสียงหนึ่ง อย่างเช่นตอนนี้ ถ้าใครเป็นนักศึกษา

1079
01:11:50.686 --> 01:11:54.686
ที่เป็นคนปกติ เป็นหูดีนะ ก็จะได้ยิน

1080
01:11:54.687 --> 01:11:58.687
เฉพาะแค่เสียงอาจารย์ที่พูด

1081
01:11:58.689 --> 01:12:02.689
ก็จะไม่มีอะไรที่มาแทรก ก็จะเข้าใจใน

1082
01:12:02.689 --> 01:12:06.689
สิ่งเดียวนะคะ แต่ถ้าเป็นหูหนวก ใช้ตาแทนการได้ยิน

1083
01:12:06.691 --> 01:12:10.691
แทนการได้ยิน ตาจะมองเห็น

1084
01:12:10.694 --> 01:12:14.694
ได้หลายอย่าง หลายที่ หลายจุดมากนะคะ

1085
01:12:14.695 --> 01:12:18.695
ก็เลยไม่สามารถที่จะโฟกัส

1086
01:12:18.696 --> 01:12:22.696
ในคำ ๆ ศัพท์นั้นได้นะคะ

1087
01:12:22.697 --> 01:12:26.697
ก็เลยทำให้มีปัญหาในการจำ

1088
01:12:26.698 --> 01:12:30.698
คำศัพท์นั้นด้วยนะคะ

1089
01:12:30.699 --> 01:12:34.699

1090
01:12:34.702 --> 01:12:38.702
ฉะนั้นแล้ว นักศึกษา

1091
01:12:38.703 --> 01:12:42.703
ก็เลยจะต้องผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินน่ะค่ะ

1092
01:12:42.705 --> 01:12:46.705
จะต้องมาฝึกการพูด

1093
01:12:46.710 --> 01:12:50.710
หรืออ่านปากนะคะ เพื่อที่จะใช้

1094
01:12:50.713 --> 01:12:54.713
ในการสื่อสาร ในการ

1095
01:12:54.714 --> 01:12:58.714
ฝึกพูดนะคะ สำหรับหูหนวก หูหนวกจากพ่อ

1096
01:12:58.716 --> 01:13:02.716
จากแม่ ก็ไม่ได้เรียนภาษามือใช่ไหมคะ

1097
01:13:02.718 --> 01:13:06.718
ฉะนั้น หูหนวกก็จะต้องมีการฝึกอ่านปาก

1098
01:13:06.718 --> 01:13:10.718
จากพ่อแม่ ถึงแม้ว่าไม่ได้ยิน แต่ก้ฝึก

1099
01:13:10.720 --> 01:13:14.720
อ่านปาก แล้วก็ฝึกออกเสียงเพื่อที่จะ

1100
01:13:14.721 --> 01:13:18.721
สื่อให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึง

1101
01:13:18.722 --> 01:13:22.722
สิ่งนั้นที่เราอยากสื่อไปนะ

1102
01:13:22.723 --> 01:13:26.723
สเต็ปที่ 2 ก็คือภาษามือ

1103
01:13:26.724 --> 01:13:30.724
พอพูดมันยากแล้วแหละ

1104
01:13:30.726 --> 01:13:34.726
ท่าปากน่ะ มันก็ สีหน้ามันก็มีบ้าง

1105
01:13:34.727 --> 01:13:38.727
แต่ว่าบางทีมันอาจจะรูปปาก

1106
01:13:38.727 --> 01:13:42.727
คาบปาก เหมือน ๆ กัน คล้าย ๆ กัน ก็เลยไม่สามารถ

1107
01:13:42.729 --> 01:13:46.729
แยกได้ว่าคำนี้พูดออกเสียงว่าอย่างไรนะคะ

1108
01:13:46.730 --> 01:13:50.730
จึงมีการใช้ภาษามือ

1109
01:13:50.731 --> 01:13:54.731
เรียนภาษามือแทนการอ่านปากนะคะ

1110
01:13:54.732 --> 01:13:58.732
แทนคำศัพท์ หูหนวกก็จะต้องได้เรียนนนะคะ

1111
01:13:58.732 --> 01:14:02.732
ต่อไปพวกเราจะได้เรียนภาษามือนะ

1112
01:14:02.734 --> 01:14:06.734
เป็นการแทนสื่อสาร แทนภาษาพูดนะคะ

1113
01:14:06.735 --> 01:14:10.735
ในการใช้

1114
01:14:10.736 --> 01:14:14.736
ภาษามือ เราก็จะมีการสะกดนิ้วมือ

1115
01:14:14.737 --> 01:14:18.737
เข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะภาษามือไทยเรา

1116
01:14:18.739 --> 01:14:22.739
นะคะ อาจจะมีท่ามือ

1117
01:14:22.740 --> 01:14:26.740
ที่เป็นตัวสะกดตัวไหนใช่ไหมคะ

1118
01:14:26.742 --> 01:14:30.742
อย่างเช่น ชื่อบางคนอย่างนี้

1119
01:14:30.743 --> 01:14:34.743
ชื่อ ก ไก่ กิ๊บเก๋อย่างนี้

1120
01:14:34.744 --> 01:14:38.744
ก็อาจจะมีตัว ก ไก่ ที่อาจจะเป็นตัวสะกดมือ

1121
01:14:38.746 --> 01:14:42.746
มาประกอบท่า ตำแหน่งให้เป็นภาษามือ

1122
01:14:42.746 --> 01:14:46.746
นะคะ หรือเป็นคำว่า

1123
01:14:46.748 --> 01:14:50.748
จังหวัด

1124
01:14:50.749 --> 01:14:54.749
ต่าง  ๆ อย่างนี้ค่ะ ที่เราสังเกตเห็น ที่เป็น

1125
01:14:54.749 --> 01:14:58.749
ตัวสะกดแล้วก็มีเพิ่มท่านั้นนี่

1126
01:14:58.751 --> 01:15:02.751
มา เพื่อจะเป็นคำศัพท์เฉพาะของ

1127
01:15:02.753 --> 01:15:06.753
สถานที่นั้น ๆ ใช่ไหมคะ อย่างเช่น ขอนแก่น

1128
01:15:06.754 --> 01:15:10.754
อย่างเช่น ขอนแก่น ขอนแก่น ก็จะเป็น

1129
01:15:10.755 --> 01:15:14.755
ข ไข่ ข ไข่ แล้วก็

1130
01:15:14.756 --> 01:15:18.756
ก ไก่ ใช่ไหมคะ มีตัวสะกดเข้ามา่ช่วย

1131
01:15:18.758 --> 01:15:22.758
ในภาษามือ สกลนคร

1132
01:15:22.759 --> 01:15:26.759
ใช่ไหมคะ ก็จะมี ส เสือ

1133
01:15:26.760 --> 01:15:30.760
เข้ามาช่วยใช่ไหมคะ หลาย ๆ จังหวัด

1134
01:15:30.762 --> 01:15:34.762
นะ ก็จะมีตัวอักษรเข้ามาช่วยใน

1135
01:15:34.764 --> 01:15:38.764
ภาษามือนะคะ แล้วทีนี้

1136
01:15:38.766 --> 01:15:42.766
บางคำ คำศัพท์ภาษามือ

1137
01:15:42.768 --> 01:15:46.768
โดยตรงไม่มีนะคะ เป็นคำใหม่

1138
01:15:46.772 --> 01:15:50.772
เพื่อที่จะให้หูหนวกเข้าใจนะคะ ก็จะมี

1139
01:15:50.773 --> 01:15:54.773
การสะกดนิ้วมือ

1140
01:15:54.774 --> 01:15:58.774
ว่าคำนี้ มันมาจากตัวนี้ บางคนอาจจะคุ้นตา

1141
01:15:58.775 --> 01:16:02.775
ไม่สามารถแปลความหมายได้ แต่บอกว่านี่คือคำนี้

1142
01:16:02.776 --> 01:16:06.776
นะ อย่างนี้ค่ะ

1143
01:16:06.776 --> 01:16:10.776
ก็สะกดมือมานะคะ

1144
01:16:10.778 --> 01:16:14.778
แล้วก็มาช่วยในการสื่อสาร อย่างเช่น บางครั้งพี่ล่าม

1145
01:16:14.780 --> 01:16:18.780
ประเทศหลาย ๆ ประเทศนะ

1146
01:16:18.781 --> 01:16:22.781
อาจจะนึกคำศัพท์ที่เป็นท่าภาษามือไม่ได้

1147
01:16:22.782 --> 01:16:26.782
ก็จะทำการสะกดนิ้วมือ

1148
01:16:26.783 --> 01:16:30.783
คนหูหนวกจะดูการสะกดนิ้วมือ อ๋อ ประเทศนี้นะ

1149
01:16:30.784 --> 01:16:34.784
โดยที่ไม่ได้ทำท่าของภาษามือเฉพาะนั้น

1150
01:16:34.787 --> 01:16:38.787
นะคะ ก็สามารถเข้าใจได้ อย่างนี้นะคะ

1151
01:16:38.788 --> 01:16:42.788
การอ่านริมฝีปาก

1152
01:16:42.788 --> 01:16:46.788
ในการทำภาษามือ พ่อแม่หลาย ๆ คนนะ

1153
01:16:46.790 --> 01:16:50.790
ที่เป็นพ่อแม่หูดี ก็จะมีการอ่านริมฝีปาก

1154
01:16:50.791 --> 01:16:54.791
นะคะ คือสื่อให้ลูกได้รู้

1155
01:16:54.794 --> 01:16:58.794
ก็คือพูด ลูกก็จะต้องจ้องที่ปาก รวมถึง

1156
01:16:58.795 --> 01:17:02.795
สีหน้า อยู่บนใบหน้าด้วยนะคะ ว่าต้อง

1157
01:17:02.797 --> 01:17:06.797
การสื่ออะไร กินข้าว กินข้าว อย่างนี้ใช่ไหมคะ

1158
01:17:06.798 --> 01:17:10.798
มานี่ อาจจะมีท่ากริยาเข้ามาช่วย

1159
01:17:10.799 --> 01:17:14.799
นะคะ ถ้าแนะ

1160
01:17:14.800 --> 01:17:18.800
คำพูดนะคะ

1161
01:17:18.801 --> 01:17:22.801
ท่าแนะคำพูดก็จะมีปาก...

1162
01:17:22.802 --> 01:17:26.802
ยังค่ะ ก็จะมี

1163
01:17:26.803 --> 01:17:30.803
ปากนะคะ ที่พูดด้วยแล้วก็มีท่ามือ

1164
01:17:30.804 --> 01:17:34.804
ที่เป็นท่าภาษาธรรมชาติ

1165
01:17:34.805 --> 01:17:38.805
โดยทั่วไปนะคะ อย่างเช่น มานี่ใช่ไหม

1166
01:17:38.806 --> 01:17:42.806
เราก็จะมีสีหน้า มีปาก มานี่

1167
01:17:42.807 --> 01:17:46.807
ออกเสียงนะคะ แล้วก็เอามือกวักใช่ไหมคะ

1168
01:17:46.808 --> 01:17:50.808
ใช่ ใช่ไหมคะ มาร์กี้

1169
01:17:50.810 --> 01:17:54.810
ก็จะเจอจริง ๆ ใช่ไหมคะ มากี้ไปทำงานใช่ไหมคะ

1170
01:17:54.812 --> 01:17:58.812
จะได้คุยกับคนปกติ หรือพี่ ๆ ที่ทำงาน

1171
01:17:58.813 --> 01:18:02.813
ด้วยกันนะคะ ก็จะมีการใช่ เรียกว่า "

1172
01:18:02.814 --> 01:18:06.814
ภาษาธรรมชาติ ภาษาแนะนะคะ

1173
01:18:06.815 --> 01:18:10.815
มีการทำท่ามือ หรือผงกหน้า มานี่ มานี่

1174
01:18:10.816 --> 01:18:14.816
อันนี้นะคะ อาจจะไม่ได้ใช้มือเป็นหลัก

1175
01:18:14.817 --> 01:18:18.817
คำแนะ การให้ผู้ฟัง

1176
01:18:18.820 --> 01:18:22.820
ดูอย่างนี้ค่ะ ตา เราชี้ไปที่ตา

1177
01:18:22.821 --> 01:18:26.821
ใช่ไหมคะ คุณต้องใช้ตาแล้วนะ คุณต้องดู

1178
01:18:26.821 --> 01:18:30.821
หรือชี้มือนำไปจุด ๆ นั้น

1179
01:18:30.823 --> 01:18:34.823
อันนี้ก็เป็น

1180
01:18:34.824 --> 01:18:38.824
ท่าคำแนะ พูดแนะ แนะการพูดนะคะ

1181
01:18:38.827 --> 01:18:42.827
หรือบางคนปาก

1182
01:18:42.835 --> 01:18:46.835
อาจจะมีอาหารมีน้ำอยู่อย่างนี้ค่ะ ไม่สามาถ

1183
01:18:46.839 --> 01:18:50.839
มือชี้แนะไปด้วยนะคะ

1184
01:18:50.841 --> 01:18:54.841
หรือ...

1185
01:18:54.843 --> 01:18:58.843
โดนยุง แต่ว่าอยู่กับเพื่อนไกล ๆ อาจจะ

1186
01:18:58.844 --> 01:19:02.844
ทำให้จุ๊ ๆ ไม่ให้พูดนะคะ

1187
01:19:02.844 --> 01:19:06.844
มียุงอยู่ที่หน้าผากนะ ยุง

1188
01:19:06.846 --> 01:19:10.846
อยู่ที่หน้าผาก ให้ตบนะ ให้ระวังนะ

1189
01:19:10.847 --> 01:19:14.847
ก่อนที่มันจะบินไป เป็นการชี้แนะท่า

1190
01:19:14.848 --> 01:19:18.848
ประกอบนะคะ

1191
01:19:18.849 --> 01:19:22.849
การสื่อสารรวม สื่อสารรวม

1192
01:19:22.850 --> 01:19:26.850
ทุกวันนี้ มี

1193
01:19:26.851 --> 01:19:30.851
โซเชียลใช่ไหมคะ มีเฟซฯ มี LINE

1194
01:19:30.852 --> 01:19:34.852
นักศึกษาก็ใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสาร

1195
01:19:34.855 --> 01:19:38.855
รวมนะคะ มีทั้งการพูด

1196
01:19:38.857 --> 01:19:42.857
การส่องข้อความ เสียง สื่อต่าง ๆ นะคะ

1197
01:19:42.858 --> 01:19:46.858
มีท่าประกอบ มีการพิมพ์เพิ่ม

1198
01:19:46.859 --> 01:19:50.859
มีตุ๊กตาสติกเกอร์ LINE ใช่ไหม

1199
01:19:50.863 --> 01:19:54.863
สื่อสารรวม สติกเกอร์ไลน์

1200
01:19:54.865 --> 01:19:58.865
มีท่าการ์ตูนที่มีการแสดงความยินดี ก็มีการยิ้ม มี

1201
01:19:58.866 --> 01:20:02.866
ภาพให้ว่าเป็นภาพของขวัญร่วมฉลอง

1202
01:20:02.868 --> 01:20:06.868
ยินดี แล้วมีคำด้วย ใน

1203
01:20:06.870 --> 01:20:10.870
การ์ตูนสติกเกอร์นั้น ว่ามีการยินดี เป็นการ

1204
01:20:10.871 --> 01:20:14.871
สื่อสารรวมนะคะ หรือบางสติเกอร์มันก็จะมีเสียง

1205
01:20:14.872 --> 01:20:18.872
พูดออกมาด้วยใช่ไหมคะ

1206
01:20:18.873 --> 01:20:22.873

1207
01:20:22.874 --> 01:20:26.874

1208
01:20:26.876 --> 01:20:30.876
อันนี้ก็จะผ่านไปนะ

1209
01:20:30.877 --> 01:20:34.877
เด็กหูหนวก

1210
01:20:34.879 --> 01:20:38.879
กับเด็กตาบอด ใช้สื่อการสื่อสาร

1211
01:20:38.880 --> 01:20:42.880
ที่แตกต่างกันนะ แต่ว่าจะ

1212
01:20:42.882 --> 01:20:46.882
ทำอย่างไรถึงจะสื่อสารกันได้ ทั้งหูหนวก ก็จะ

1213
01:20:46.883 --> 01:20:50.883
ใช้ประสาทสัมผัส

1214
01:20:50.885 --> 01:20:54.885
มรการรับสาร แทนการส่งสาร ก็คือมือ

1215
01:20:54.887 --> 01:20:58.887
แทนการพูดนะคะ สำหรับตาบอด

1216
01:20:58.889 --> 01:21:02.889
ก็จะใช้การพูดนะคะ แทนการ

1217
01:21:02.892 --> 01:21:06.892
สื่อสาร การได้ยิน เป็นการรับสารโดยตรง

1218
01:21:06.896 --> 01:21:10.896
อยู่แล้วนะคะ แต่ว่า

1219
01:21:10.896 --> 01:21:14.896
การพูดก็เป็นการสื่อโดยตรง แต่

1220
01:21:14.897 --> 01:21:18.897
บางอย่างเขามองไม่เห็น เขาก็จะใช้ประสาทสัมผัส

1221
01:21:18.899 --> 01:21:22.899
กับเหมือนคนหูหนวก เป็นการจับ การลูบ

1222
01:21:22.900 --> 01:21:26.900
การคลำนะคะ

1223
01:21:26.901 --> 01:21:30.901

1224
01:21:30.902 --> 01:21:34.902

1225
01:21:34.903 --> 01:21:38.903

1226
01:21:38.905 --> 01:21:42.905
สรุปนะคะ คนที่

1227
01:21:42.908 --> 01:21:46.908
สูญเสียประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นหูหนวก

1228
01:21:46.909 --> 01:21:50.909
หรือตาบอดนะ ก็

1229
01:21:50.909 --> 01:21:54.909
จะใช้ประสาทสัมผัสอื่นแทน

1230
01:21:54.911 --> 01:21:58.911
ประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนะคะ

1231
01:21:58.912 --> 01:22:02.912
ก็จะสามารถ

1232
01:22:02.912 --> 01:22:06.912
พูดคุยสื่อสารได้เหมือนกับคนปกตินะคะ

1233
01:22:06.914 --> 01:22:10.914
ถ้าพูดไม่ได้ก็จะใช้

1234
01:22:10.915 --> 01:22:14.915
ภาษามือ ท่าทาง กริยา อวัจนภาษา

1235
01:22:14.917 --> 01:22:18.917
ในการช่วยในการสื่อสาร ก็จะ

1236
01:22:18.918 --> 01:22:22.918
ที่จะสื่อสารได้ เทียบเท่ากับคนปกติ

1237
01:22:22.919 --> 01:22:26.919
ได้นะคะ

1238
01:22:26.920 --> 01:22:30.920

1239
01:22:30.921 --> 01:22:34.921
ในด้านอารมณ์ เดี๋ยวทุกคนก็จะเข้าใจใน

1240
01:22:34.922 --> 01:22:38.922
บริบทของเพื่อน ๆ นะ ก็ให้มา

1241
01:22:38.924 --> 01:22:42.924
อ่านเพิ่มเติมเอาแล้วกันนะคะ

1242
01:22:42.928 --> 01:22:46.928

1243
01:22:46.929 --> 01:22:50.929
ในส่วนของ

1244
01:22:50.932 --> 01:22:54.932
บุคลิกภาพ เดี๋ยวมันก็เป็นไปตามที่เรา

1245
01:22:54.934 --> 01:22:58.934
อยู่ในสังคมนะ

1246
01:22:58.935 --> 01:23:02.935
บุคลิกภาพ

1247
01:23:02.936 --> 01:23:06.936
ของคนหูหนวก ใน

1248
01:23:06.937 --> 01:23:10.937
8 ขั้นตอนนะคะ 8 ระยะ จนถึง

1249
01:23:10.939 --> 01:23:14.939
แก่ไปเลยนะคะ

1250
01:23:14.940 --> 01:23:18.940

1251
01:23:18.942 --> 01:23:22.942

1252
01:23:22.945 --> 01:23:26.945
ในการศึกษาของคนหูหนวกนะคะ

1253
01:23:26.948 --> 01:23:30.948
การศึกษาของคนหูหนวก

1254
01:23:30.949 --> 01:23:34.949

1255
01:23:34.950 --> 01:23:38.950
ส่วนมากนะคะ การศึกษาของคนหูหนวกจะเป็น

1256
01:23:38.953 --> 01:23:42.953
การศึกษาใน 2 แบบ

1257
01:23:42.954 --> 01:23:46.954
นะคะ แบบที่ 1 ก็จะเป็นโรงเรียนเฉพาะ

1258
01:23:46.955 --> 01:23:50.955
โรงเรียนเฉพาะก็คือโรงเรียนโสตต่างไ

1259
01:23:50.956 --> 01:23:54.956
นะคะ ที่มีในกลุ่มเฉพาะ

1260
01:23:54.957 --> 01:23:58.957
ของคนหูหนวกนะคะ อีกแบบที่ 2 ก็จะเป็น

1261
01:23:58.958 --> 01:24:02.958
โรงเรียนเรียนร่วม เรียนร่วม

1262
01:24:02.959 --> 01:24:06.959
กับคนปกติ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยของเรานะคะ

1263
01:24:06.960 --> 01:24:10.960
ก็ถ้าเป็นรุ่นพี่นะ ก็จะมี

1264
01:24:10.962 --> 01:24:14.962
เพื่อนในห้องเรียนที่เป็นคนปกติ แล้วก็จะ

1265
01:24:14.964 --> 01:24:18.964
มีคนพิการ คนพิเศษ เข้ามาเรียน

1266
01:24:18.965 --> 01:24:22.965
ร่วมในห้องเรียนนั้นนะคะ แต่ในทางการเรียน

1267
01:24:22.966 --> 01:24:26.966
ก็จะมีการให้บริการ

1268
01:24:26.967 --> 01:24:30.967
การสนับสนุน เพื่อที่จะให้ผู้บกพร่อง

1269
01:24:30.967 --> 01:24:34.967
ผู้พิการได้เรียนเทียบเท่ากับคนปกติ

1270
01:24:34.969 --> 01:24:38.969
ถ้าเป็นหูหนวกก็จะมีล่ามเข้ามาแปล

1271
01:24:38.971 --> 01:24:42.971
ในชั้นเรียน อย่างในของมหาวิทยาลัยเราก็จะมีพี่ล่าม

1272
01:24:42.972 --> 01:24:46.972
แปลในชั้นเรียนนะคะ แล้วก็พี่ล่ามจากทาง

1273
01:24:46.973 --> 01:24:50.973
ออนไลน์ช่วยด้วยนะคะ ก็จะแปล

1274
01:24:50.974 --> 01:24:54.974
ที่อาจารย์บรรยายแปลในการสื่อสาร ให้นักศึกษา

1275
01:24:54.974 --> 01:24:58.974
ได้เรียนไปพร้อมกับคนปกติเรา

1276
01:24:58.978 --> 01:25:02.978
ก็ได้เข้าใจในขั้นตอน

1277
01:25:02.979 --> 01:25:06.979
วิธีการการเรียนนะคะ

1278
01:25:06.980 --> 01:25:10.980
การศึกษาเฉพาะโรงเรีนยนนะคะ

1279
01:25:10.980 --> 01:25:14.980
ก็ถ้าเป็นหูหนวก

1280
01:25:14.982 --> 01:25:18.982
เขาจะเป็น เรียกว่าเรียนแบบ

1281
01:25:18.983 --> 01:25:22.983
2 ภาษานะคะ ควบคู่กันไป ก็คือภาษาเขียน

1282
01:25:22.984 --> 01:25:26.984
แล้วก็ภาษามือนะคะ เดี๋ยวเราจะำได้เรียนกัน

1283
01:25:26.985 --> 01:25:30.985
ในแบบ 2 ภาษานะคะ หูหนวกก็จะได้

1284
01:25:30.986 --> 01:25:34.986
ทบทวนภาษาเขียนไปด้วยนะคะ แล้วก็ภาษามือ

1285
01:25:34.987 --> 01:25:38.987
นะคะ ในการเรียนของโรงเรียนเฉพาะทาง

1286
01:25:38.991 --> 01:25:42.991
นะคะ ในการสอน หลักสูตร

1287
01:25:42.992 --> 01:25:46.992
ในการสอนก็จะเหมือน

1288
01:25:46.993 --> 01:25:50.993
ของโรงเรียนปกติ ของนักเรียนปกตินะคะ แต่ว่า

1289
01:25:50.994 --> 01:25:54.994
จะมีการให้บริการสนับสนุน

1290
01:25:54.995 --> 01:25:58.995
เข้ามาช่วยนะคะ ถ้าเป็นห้องเรียนของหูหนวก ก็จะมีล่าม

1291
01:25:58.996 --> 01:26:02.996
เข้ามาช่วยภาษามือ แปลภาษามือ

1292
01:26:02.997 --> 01:26:06.997
นะคะ มีของ ม. เรา ก็จะมี Note Trackter

1293
01:26:06.999 --> 01:26:10.999
ช่วยจดบันทึกงานต่าง ๆ

1294
01:26:11.001 --> 01:26:15.001
แทนหูหนวก เพราะหูหนวกไม่สามารถที่จะมองล่าม

1295
01:26:15.002 --> 01:26:19.002
แล้วก้มมาเขียนได้นะคะ ฉะนั้น

1296
01:26:19.003 --> 01:26:23.003
ก็จะต้องมีการให้บริการ Note Tracter

1297
01:26:23.007 --> 01:26:27.007
ด้วยนะคะ

1298
01:26:27.008 --> 01:26:31.008
การแบบเรียนร่วม

1299
01:26:31.009 --> 01:26:35.009
ก็คือเหมือนรุ่นพี่เรา ก็มีห้องเรียน

1300
01:26:35.012 --> 01:26:39.012
แล้วก็มีการให้บริการ เพื่อที่จะให้

1301
01:26:39.015 --> 01:26:43.015
นักศึกษาหูหนวกเรียนไปพร้อมกับเพื่อนปกติได้นะคะ

1302
01:26:43.016 --> 01:26:47.016
ในเวลาเดียวกันนะคะ ระบบ

1303
01:26:47.017 --> 01:26:51.017
สอนภาษา อันนี้ก็

1304
01:26:51.017 --> 01:26:55.017
พูดแล้วนะ นี่

1305
01:26:55.019 --> 01:26:59.019
อันนี้จะเป็นการให้บริการสำหรับคนหูหนวกนะคะ

1306
01:26:59.021 --> 01:27:03.021
มีการให้บริการสอน

1307
01:27:03.022 --> 01:27:07.022
ปรับพื้นฐานภาษามือไทย

1308
01:27:07.023 --> 01:27:11.023
มีล่ามในห้องเรียน มีการส่งเสริม

1309
01:27:11.024 --> 01:27:15.024
การเรียนภาษาไทยนะคะ มีการให้คำ

1310
01:27:15.026 --> 01:27:19.026
ปรึกษา อย่างเช่น นักศึกษา

1311
01:27:19.027 --> 01:27:23.027
มีคำไทยมา แต่ไม่รู้ภาษามือ

1312
01:27:23.027 --> 01:27:27.027
ก็นำมาใช้พูดคุยกับพี่ล่าม ดูเพื่อน ๆ

1313
01:27:27.027 --> 01:27:31.027
มาตกลงกันว่าจะต้องใช้ภาษามือแบบนี้

1314
01:27:31.029 --> 01:27:35.029
อย่างไรนะคะ การบริการวิชาการ

1315
01:27:35.029 --> 01:27:39.029
ก็จะเป็นการให้บริการล่าม

1316
01:27:39.030 --> 01:27:43.030
เชื่อมโยงกันนะคะ การช่วยจดคำบรรยาย

1317
01:27:43.034 --> 01:27:47.034
การบริการด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก

1318
01:27:47.035 --> 01:27:51.035
อย่างเช่น ทุกวันนี้ เห็นช่องทีวี

1319
01:27:51.036 --> 01:27:55.036
ใช่ไหมคะ ก็จะมีล่ามในช่องทีวี

1320
01:27:55.037 --> 01:27:59.037
ช่วยบริการด้านเทคโนโลยี แปล ในระหว่างที่

1321
01:27:59.037 --> 01:28:03.037
ช่องทีวีนั้นพูดบรรยายนะคะ

1322
01:28:03.039 --> 01:28:07.039
การบริการ

1323
01:28:07.040 --> 01:28:11.040
พิเศษ ก็อาจจะมี

1324
01:28:11.044 --> 01:28:15.044
อาจจะมีเพิ่มเติม

1325
01:28:15.045 --> 01:28:19.045
มีการเขียนคำ การให้คำไปด้วย ถ้าเป็นของเรา

1326
01:28:19.046 --> 01:28:23.046
ก็จะมีข้างบนใช่ไหมคะ

1327
01:28:23.048 --> 01:28:27.048
เป็นข้อความเสียงพูด

1328
01:28:27.063 --> 01:28:31.063
ถอดเสียงพูดมาด้วยนะคะ เป็นตัวอักษรนะคะ

1329
01:28:31.064 --> 01:28:35.064
การสอนเสริมรายวิชา ก็จะเป็น

1330
01:28:35.065 --> 01:28:39.065
พี่ ๆ ช่วยสอนเสริม เพราะผู้บกพร่องทางการได้ยิน

1331
01:28:39.066 --> 01:28:43.066
จะมีปัญหาในเรื่องภาษานะคะ

1332
01:28:43.068 --> 01:28:47.068
ฉะนั้น จึงมีการสอนเสริม เพิ่มเติมอีกนะคะ

1333
01:28:47.069 --> 01:28:51.069

1334
01:28:51.070 --> 01:28:55.070
สรุปนะคะ วันนี้

1335
01:28:55.070 --> 01:28:59.070
ให้นักศึกษาไปอ่านเอง

1336
01:28:59.072 --> 01:29:03.072
แล้วกันนะคะ อาจารย์จะไม่สรุปนะ วันนี้

1337
01:29:03.073 --> 01:29:07.073
จะให้งานนะคะ ให้งานอีกนะคะ

1338
01:29:07.074 --> 01:29:11.074

1339
01:29:11.075 --> 01:29:15.075
วันนี้จะให้งานนักศึกษาอีก ก็คือให้นักศึกษา

1340
01:29:15.077 --> 01:29:19.077
ไปเรียนรู้

1341
01:29:19.081 --> 01:29:23.081
คำศัพท์ภาษามือ

1342
01:29:23.081 --> 01:29:27.081
ไปฝึกดีกว่า ไปฝึกจำนวนตัวเลขนะคะ

1343
01:29:27.082 --> 01:29:31.082
ที่เว็บไซต์

1344
01:29:31.084 --> 01:29:35.084
ที่อาจารย์ส่งให้ ของสมาคนคนหูหนวก ที่เว็บไซต์

1345
01:29:35.085 --> 01:29:39.085
ของ NECTEC นะคะ ไปฝึกภาษามือ จำนวนตัวเลข

1346
01:29:39.088 --> 01:29:43.088
1-10

1347
01:29:43.088 --> 01:29:47.088
หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น

1348
01:29:47.090 --> 01:29:51.090
หลักแสน หลักล้านนะคะ

1349
01:29:51.091 --> 01:29:55.091
ฝึกตัวเลข ฝึกท่าภาษามือ แล้วก็

1350
01:29:55.092 --> 01:29:59.092
ฝึกเขียนจำนวน เดี๋ยวอาจารย์จะ

1351
01:29:59.093 --> 01:30:03.093
ทำคำสั่งลงใน Classroom นะคะ

1352
01:30:03.094 --> 01:30:07.094
วันนี้ แล้วให้นักศึกษาทำส่งมา

1353
01:30:07.095 --> 01:30:11.095
แล้วก็จะมีสัปดาห์หน้าก็จะให้นักศึกษามา

1354
01:30:11.096 --> 01:30:15.096
ทดสอบอีกเหมือนเช่นเคยนะคะ ก็จะเก็บคะแนนไปเนรรื่อย ๆ

1355
01:30:15.097 --> 01:30:19.097
นะคะ ก็สำหรับวันนี้อาจารย์ก็

1356
01:30:19.098 --> 01:30:23.098
จบการบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ แล้ว

1357
01:30:23.099 --> 01:30:27.099
จะให้นักศึกษาออกมาทีละคนนะคะ เขียน

1358
01:30:27.100 --> 01:30:31.100
คำศัพท์ที่นักศึกษาส่ง

1359
01:30:31.101 --> 01:30:35.101
เขียน... จำนวน 10 คำ แล้ว

1360
01:30:35.102 --> 01:30:39.102
ทำภาษามือให้อาจารย์ดูนะคะ

1361
01:30:39.103 --> 01:30:43.103
สำหรับใคร เดี๋ยวจะให้เวลาพักด้วยนะ

1362
01:30:43.104 --> 01:30:47.104
ตั้งแต่ตอนนี้ 10 โมง ถึง 11 โมงนะคะ

1363
01:30:47.105 --> 01:30:51.105
พอ 11 โมงจะให้มาสอบ เดี๋ยวให้นักศึกษา

1364
01:30:51.106 --> 01:30:55.106
ไปทบทวนดู ว่าคำศัพท์ตัวเอง

1365
01:30:55.107 --> 01:30:59.107
เขียนว่าอย่างไรนะคะ แล้วอาจารย์จะ

1366
01:30:59.108 --> 01:31:03.108
ให้มาเขียน อยู่ตรงหน้าอาจารย์นะคะ

1367
01:31:03.111 --> 01:31:07.111
เขียนคำศัพท์ให้ถูก ภาษามือให้ตรงกัน

1368
01:31:07.113 --> 01:31:11.113
นะคะ แล้ว

1369
01:31:11.114 --> 01:31:15.114
ตอนที่พักใน 15 นาทีนี้ ให้นักศึกษา

1370
01:31:15.115 --> 01:31:19.115
ตรวจดู ใครเขียนคำศัพท์ไหนไม่ถูก ให้แก้

1371
01:31:19.116 --> 01:31:23.116
ให้ส่งใหม่นะคะ โอเคนะคะ ของมิ่ง

1372
01:31:23.118 --> 01:31:27.118
ยังไม่ได้ส่ง ให้พิมพ์ส่งมาด้วยนะคะ แล้วก็ให้เขียนส่ง

1373
01:31:27.119 --> 01:31:31.119
สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ

1374
01:31:31.122 --> 01:31:35.122
เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทดสอบแล้วค่ะ

1375
01:31:35.123 --> 01:31:39.123
พี่ล่ามพักผ่อนนะคะ วันนี้นักศึกษาขอบคุณพี่ล่ามนะคะ

1376
01:31:39.124 --> 01:31:43.124
นักศึกษาขอบคุณ

1377
01:31:43.126 --> 01:31:47.126
พี่ล่ามค่ะ 1 2 3 ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ

1378
01:31:47.128 --> 01:31:51.128
ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ให้พักผ่อน

1379
01:31:51.130 --> 01:31:55.130
นะคะ แล้ว 11 โมง

1380
01:31:55.132 --> 01:31:59.132
จะมาสอบ

1381
01:31:59.133 --> 01:32:03.133

1382
01:32:03.134 --> 01:32:07.134

1383
01:32:07.137 --> 01:32:11.137

1384
01:32:11.138 --> 01:32:15.138

1385
01:32:15.138 --> 01:32:19.138

1386
01:32:19.142 --> 01:32:23.142

1387
01:32:23.144 --> 01:32:27.144

1388
01:32:27.146 --> 01:32:31.146

1389
01:32:31.148 --> 01:32:35.148

1390
01:32:35.150 --> 01:32:39.150

1391
01:32:39.153 --> 01:32:43.153

1392
01:32:43.154 --> 01:32:47.154

1393
01:32:47.156 --> 01:32:51.156

1394
01:32:51.158 --> 01:32:55.158

1395
01:32:55.159 --> 01:32:59.159

1396
01:32:59.162 --> 01:33:03.162

1397
01:33:03.164 --> 01:33:07.164

1398
01:33:07.166 --> 01:33:11.166

1399
01:33:11.168 --> 01:33:15.168

1400
01:33:15.170 --> 01:33:19.170
แ

1401
01:33:19.173 --> 01:33:23.173

1402
01:33:23.174 --> 01:33:27.174

1403
01:33:27.179 --> 01:33:31.179

1404
01:33:31.180 --> 01:33:35.180

1405
01:33:35.184 --> 01:33:39.184

1406
01:33:39.186 --> 01:33:43.186

1407
01:33:43.189 --> 01:33:47.189

1408
01:33:47.191 --> 01:33:51.191

1409
01:33:51.192 --> 01:33:55.192

1410
01:33:55.197 --> 01:33:59.197

1411
01:33:59.200 --> 01:34:03.200

1412
01:34:03.202 --> 01:34:07.202

1413
01:34:07.205 --> 01:34:11.205

1414
01:34:11.207 --> 01:34:15.207

1415
01:34:15.210 --> 01:34:19.210

1416
01:34:19.212 --> 01:34:23.212

1417
01:34:23.214 --> 01:34:27.214

1418
01:34:27.215 --> 01:34:31.215

1419
01:34:31.218 --> 01:34:35.218

1420
01:34:35.219 --> 01:34:39.219

1421
01:34:39.221 --> 01:34:43.221

1422
01:34:43.225 --> 01:34:47.225

1423
01:34:47.228 --> 01:34:51.228

1424
01:34:51.230 --> 01:34:55.230

1425
01:34:55.233 --> 01:34:59.233

1426
01:34:59.235 --> 01:35:03.235

1427
01:35:03.239 --> 01:35:07.239

1428
01:35:07.241 --> 01:35:11.241

1429
01:35:11.242 --> 01:35:15.242

1430
01:35:15.243 --> 01:35:19.243

1431
01:35:19.246 --> 01:35:23.246

1432
01:35:23.247 --> 01:35:27.247

1433
01:35:27.249 --> 01:35:31.249

1434
01:35:31.251 --> 01:35:35.251

1435
01:35:35.252 --> 01:35:39.252

1436
01:35:39.255 --> 01:35:43.255

1437
01:35:43.257 --> 01:35:47.257

1438
01:35:47.258 --> 01:35:51.258

1439
01:35:51.260 --> 01:35:55.260

1440
01:35:55.262 --> 01:35:59.262

1441
01:35:59.266 --> 01:36:03.266

1442
01:36:03.268 --> 01:36:07.268

1443
01:36:07.269 --> 01:36:11.269

1444
01:36:11.271 --> 01:36:15.271

1445
01:36:15.273 --> 01:36:19.273

1446
01:36:19.274 --> 01:36:23.274

1447
01:36:23.276 --> 01:36:27.276

1448
01:36:27.277 --> 01:36:31.277

1449
01:36:31.279 --> 01:36:35.279

1450
01:36:35.281 --> 01:36:39.281

1451
01:36:39.283 --> 01:36:43.283

1452
01:36:43.291 --> 01:36:47.291

1453
01:36:47.293 --> 01:36:51.293

1454
01:36:51.294 --> 01:36:55.294

1455
01:36:55.297 --> 01:36:59.297

1456
01:36:59.299 --> 01:37:03.299

1457
01:37:03.302 --> 01:37:07.302

1458
01:37:07.304 --> 01:37:11.304

1459
01:37:11.306 --> 01:37:15.306

1460
01:37:15.308 --> 01:37:19.308

1461
01:37:19.309 --> 01:37:23.309

1462
01:37:23.311 --> 01:37:27.311

1463
01:37:27.312 --> 01:37:31.312

1464
01:37:31.314 --> 01:37:35.314

1465
01:37:35.316 --> 01:37:39.316

1466
01:37:39.318 --> 01:37:43.318

1467
01:37:43.320 --> 01:37:47.320

1468
01:37:47.321 --> 01:37:51.321

1469
01:37:51.322 --> 01:37:55.322

1470
01:37:55.324 --> 01:37:59.324

1471
01:37:59.327 --> 01:38:03.327

1472
01:38:03.329 --> 01:38:07.329
[สิ้นสุดการถอดความ]

1473
01:38:07.330 --> 01:38:11.330

1474
01:38:11.332 --> 01:38:15.332

1475
01:38:15.333 --> 01:38:19.333

1476
01:38:19.335 --> 01:38:23.335

1477
01:38:23.338 --> 01:38:27.338

1478
01:38:27.340 --> 01:38:31.340

1479
01:38:31.341 --> 01:38:35.341

1480
01:38:35.343 --> 01:38:39.343

1481
01:38:39.345 --> 01:38:43.345

1482
01:38:43.347 --> 01:38:47.347

1483
01:38:47.349 --> 01:38:51.349

1484
01:38:51.350 --> 01:38:55.350

1485
01:38:55.353 --> 01:38:59.353

1486
01:38:59.355 --> 01:39:03.355

1487
01:39:03.357 --> 01:39:07.357

1488
01:39:07.359 --> 01:39:11.359

1489
01:39:11.360 --> 01:39:15.360

1490
01:39:15.363 --> 01:39:19.363

1491
01:39:19.365 --> 01:39:22.365

1492
01:39:23.366 --> 01:39:26.369

1493
01:39:27.369 --> 01:39:30.371

1494
01:39:31.370 --> 01:39:34.372

1495
01:39:35.373 --> 01:39:38.377

1496
01:39:39.375 --> 01:39:42.377

1497
01:39:43.377 --> 01:39:46.379

1498
01:39:47.378 --> 01:39:50.381

1499
01:39:51.380 --> 01:39:54.382

1500
01:39:55.382 --> 01:39:58.384

1501
01:39:59.384 --> 01:40:02.387

1502
01:40:03.387 --> 01:40:06.390

1503
01:40:07.390 --> 01:40:10.391

1504
01:40:11.393 --> 01:40:14.395

1505
01:40:15.395 --> 01:40:15.395

1506
01:40:19.396 --> 01:40:19.398


