(อาจารย์ภาวิณี) การที่เราเรียนภาษาไทยนะคะ ก็ภาษามือไทยนะคะ ตอนนี้จะเป็นการทบทวนนะคะ ในคำศัพท์ และก็เรียนรู้ภาษา... ภาษามือไทยใหม่ ๆ ด้วยนะคะ และเรียนภาษามือที่จะใช้คำศัพท์ร่วมกันนะคะ เข้าใจตรงกันนะคะ ใน... ในที่มหาวิทยาลัยของเรานะคะ และก็อีกอันหนึ่ง ก็เพื่อฝึกการสื่อสาร กับเพื่อนที่เรียนร่วมด้วยกันกับเรานะคะ เพื่อนหูดี อุบล และก็มิ่งนะคะ ก็จะได้เรียนภาษามือไปด้วยกัน เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารในระหว่างเรียนในมหาวิทยาลัยนะคะ เพราะว่านอกเหนือจากกิจกรรมการเรียน ก็อาจจะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เสียงมันเข้าลำโพง มันเลยหอน สัปดาก่อนนะ เรายังไม่ได้เจอกันนะคะ สัปดาห์ก่อนที่ให้นักศึกษาหาคำศัพท์ที่เป็นภาษาเขียนนะคะ และก็ฝึกคำศัพท์ที่เป็นภาษามือควบคู่กันด้วยนะคะ ก็มีส่งเหลือของมิ่งนะคะ มิ่ง มิ่งยังไม่ได้ส่งคำศัพท์ที่เป็นตัวเขียน ตรวจดูแล้วเมื่อคืนยังไม่มีนะคะ ให้ส่งเข้ามาด้วย เดี๋ยววันนี้ท้ายชั่วโมงจะตรวจนะคะ แล้วก็ให้นักศึกษาเขียนคำศัพท์ ที่นักศึกษาส่งมาน่ะค่ะ เขียนให้ถูกต้อง ในรายวิชานี้นะคะ อาจารย์จะฝึกภาษามือ และก็ภาษาเขียนควบคู่ไปด้วยนะคะ เพื่อที่พวกเราจะได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ในการเรียน หรือการใช้ชีวิตนะคะ ในการเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องด้วยนะคะ ในท้ายวิชาก็จะตรวจงานของสัปดาห์ที่แล้วนะ ที่ให้นักศึกษาไปค้นหาคนละ 10 คำ 10 ท่านะคะ แล้วก็ทดสอบทีละคน เราจะทำแบบนี้ทุก ๆ สัปดาห์นะคะ จะให้นักศึกษาเขียนคำศัพท์และก็ทำภาษามือ เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันระหว่างคำศัพท์กับภาษาเขียน ภาษาเขียนกับภาษามือเข้าใจตรงกันนะคะ เรามาดูรายละเอียดของวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ ก็ภาษามือไทยเบื้องต้น ก็ 3 หน่วยกิตนะคะ ก็จะประมาณ 15 ชั่วโมง อาจจะไม่ได้เรียนเต็มทั้งหมด ถ้าหากมีกิจกรรม ก็จะให้นักศึกษาไปร่วมช่วยกิจกรรมของสาขา ของคณะนะคะ ก็จะเป็นคะแนนในส่วนตรงนี้ให้ถัวเฉลี่ยไปนะคะ จุดประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายของรายวิชานี้นะคะ ก็เพื่อที่จะให้นักศึกษามีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่นะคะ ก็คืองานการบ้านของวิชาภาษามือไทยนะคะ และก็หน้าที่ในการเรียน ขอนัดหมายนะ เวลาเรียน 9 โมงนะคะ มาให้ตรงเวลาด้วย เพราะตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เรานะคะ ก็จะมีพี่ล่ามออนไลน์ทางไกลด้วยนะคะ ที่จะมารอพวกเรา ก็ไม่อยากให้พี่รอและเราก็ไม่อยากรอพี่นะคะ ถ้าอย่างนั้นให้นักศึกษามาให้ตรงเวลานะคะ มีหน้าที่เรียนก็มาเรียนนะคะ หรือถ้าเหตุไม่สบายมีเหตุกรณีใด ๆ ก็แจ้งพี่ที่ดูแล พี่พลอยกับพี่อุ้ยนะคะ หรือแจ้งอาจารย์ หรือแจ้งเพื่อน ๆ นะคะ ไม่สบาย มาไม่ได้ หรือมีเหตุธุระอันใด ก็สามารถลาได้นะคะ แต่ขอให้นักศึกษาแจ้งนะคะ จุดประสงค์ที่ 2 ก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ให้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต และประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิผล ในห้องนี้มีใครหูตึงไหมคะ มิ่งใช่ไหม แต่ว่ามิ่งพอได้ยินอยู่นะ แต่ไม่ได้ใช้ภาษามือใช่ไหม ถ้า... ถ้าเรียนวิชานี้ อาจจะไปถึงพูดถึงอนาคตนะ ถ้าสมมติว่ามิ่งเรียนรู้ภาษามือ หรือมีความชำนาญทางด้านภาษามือ มิ่งก็สามารถที่จะไปเป็นอาชีพล่ามแปลภาษามือ อย่างพี่ที่ทำภาษามือออนไลน์ได้นะคะ ถ้าไม่เป็นนักโปรแกรมเมอร์ หรือนักเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็สามารถนำความรู้ของวิชานี้ ไปประกอบอาชีพอื่น ๆ ได้นะคะ หรือเป็น Job นิด ๆ หน่อย ๆ นะคะ ไปช่วยบริการที่โรงพยาบาล หรือเพื่อน ๆ ไม่สบายอย่างนี้ค่ะ ไปสามารถให้บริการได้ ข้อได้เปรียบของคนหูตึงนะคะ จะสามารถที่จะได้ยิน พอได้ยินแล้วสามารถที่จะใช้ภาษามือ ภาษาแปลได้นะคะ ไม่ใช่แค่มิ่งนะคะ อุบลก็สามารถที่จะนำความรู้ตรงนี้ ไปประกอบอาชีพได้เหมือนกันนะคะ ส่วนหูหนวก ก็ไม่ใช่แค่ภาษามือนะคะ อาจจะเป็น... ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไป อาจจะไปเป็นคุณครูก็ได้นะคะ ก็นำความรู้วิชาภาษามือไทยด้วยการที่จะ... เราเรียนภาษามือไทยนะ เราก็จะมีเรียนภาษาไทยควบคู่ไปด้วยนะคะ ก็อาจจะนำความรู้ทางด้านภาษาไทยไปใช้สอนนักเรียน หรือนำภาษาไทยไปใช้กับงานที่ตนได้ทำประกอบอาชีพนะคะ อย่างเช่น การออกแบบ อย่างนี้ค่ะ ก็จะต้องมีข้อความใช่ไหมคะ ในการออกแบบข้อความ ก็ต้องมีการสะกด การเขียนคำให้ถูกต้อง นักศึกษาก็จะได้นำความรู้ตรงนี้ไป... ไปใช้และก็ไปประยุกต์ใช้ด้วยนะคะ จุดประสงค์ที่ 3 นะคะ ให้นักศึกษาสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสร้างสรรค์ อาจจะมีวิธีการ หรือแนวทางในการใช้เทคโนโลยีนะคะ อย่างเช่น ใช้บริการ TTRS หรือการใช้บริการล่ามออนไลน์ของ TTRS ในห้องเรียน หรือในห้องประชุม ในห้องสัมนา อาจจะขอเป็นครั้งคราวอย่างนี้นะคะ ก็รู้วิธีการว่าจะต้องเชื่อมต่อกันอย่างไร ใช้โปรแกรมอย่างไรอย่างนี้นะคะ อันนี้ก็คือจุดประสงค์ของรายวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ จำนวนชั่วโมงที่ใช้เรียนนะคะ ตามตารางเรียนเราจะเป็น 4 ชั่วโมงใช่ไหมคะ แต่ในการปฏิบัติเราก็อาจจะเรียนแค่ 2 ชั่วโมง แต่อาจารย์จะพยายามให้เราเข้ามาเรียน เพื่อจะได้ใช้ภาษามือในการปฏิบัติร่วมกันกับเพื่อน ๆ นะคะ ที่เป็นทั้งหูดี และหู... เป็นเพื่อนปกตินะคะ ประมาณ 2 ชั่วโมงอีก 2 ชั่วโมงก็จะเป็นการบรรยายภาคทฤษฎี ในส่วนนี้ก็อาจจะน้อยลง อาจจะเป็นส่วนต้น ๆ นะคะ ของสัปดาห์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 นะคะ เป็นภาคทฤษฎีก็จะเล่าถึงประวัติความเป็นมาของภาษามือไทย และก็หลักการแนวทางในการใช้ภาษามือไทยเรานะคะ และอีก 5 ชั่วโมงก็จะเป็นการศึกษาด้วยตนเอง ก็คือในประมาณ 15 ครั้ง อาจจะเป็นอยู่ 5 สัปดาห์นะคะ ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือทำงาน ทำการบ้านที่บ้านนะคะ อันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองก็แล้วกันนะ ในรายละเอียดด้านอื่น ๆ นะ อันนี้คือแผนการเรียนของพวกเรานะคะ เราจะเจอกันอยู่ประมาณสัก 10... 14 สัปดาห์นะคะ ถ้าจะเจอกันจริง ๆ นะ ก็จะมีสอบกลางภาค และก็สอบปลายภาค ก็จะ... ลดไปนะคะ อาจจะเป็นเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนนะคะ การสอบกลางภาคกับปลายภาคก็อาจจะไม่มีนะคะ ก็จะเก็บคะแนนของเราในชั่วโมงเรียน ถ้าใครมาทุกวัน ก็จะมีคะแนนความรับผิดชอบในการมาเรียนนะคะ แต่ว่าถ้าป่วยก็ไม่เป็นไรนะคะ ถือว่าก็ให้แจ้งลานะคะ ชั่ว... ชั่วโมงแรกก็จะเป็นการปฐมนิเทศนะ ก็... แต่ว่าอาจารย์ก็ไม่ปฐมนิเทศนะ เป็นให้พวกเราทำงานมาส่งนะคะ ก็จะเป็นการทดสอบความรู้ด้วย ทดสอบวิธีการใช้ภาษามือก่อนนะคะ แต่ว่าสัปดาห์นี้คือสัปดาห์ที่ 2 อาจารย์อาจจะมีการสลับกันนะ ก็มาปฐมนิเทศชี้แจงรายละเอียดของรายวิชานะคะ แล้วก็อาจจะรวบรัดนะคะ ของสัปดาห์นี้ ก็จะให้ความรู้เกี่ยวกับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ สัปดาห์ที่ 3 ให้ความหมาย ความสำคัญ และหลักการใช้ของภาษามือไทย อาจารย์ก็จะบรรยายนะคะ อาจจะมีให้นักศึกษายกตัวอย่าง อาจารย์ยกตัวอย่างด้วยนะคะ อันนี้ขออภัยอาจารย์พิมพ์ผิด ซึกถาม สัปดาห์ที่ 4 เป็นการฝึกบริหารนิ้วมือนะคะ ก็มีการฝึกนับตัวเลขนะคะ อาจจะมีการเล่นเกมร่วมด้วยนะคะ เล่นกิจกรรมร่วมด้วยนะคะ เพื่อให้บรรยากาศการเรียนไม่ซีเรียสนะคะ การสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษ อาจจะมีเล่นเกมในการทบทวน การจำแต่ละตัวอักษรนะคะ สัปดาห์ที่ 5 ภาษามือไทยในชีวิตประจำวัน การสะกดตัวอักษรภาษาไทยนะคะ เพราะ... อาจจะมีเกี่ยวข้องกับเราอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดนะคะ อย่างเช่น บางคำเราไม่รู้จักคำศัพท์ภาษามือ เราก็จะใช้การสะกดนิ้วมือนะคะ อย่างเช่น บางตัวอย่างนี้ค่ะ นักศึกษาก็จำไม่ได้ หรือสับสน อย่างเช่นตัว ฐ ฐาน อย่างนี้ค่ะ ตัว ฏ ปฏัก ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้อย่างนี้ค่ะ อาจจะลืมไปนะคะ ก็มาฝึกทบทวนด้วยนะคะ แล้วก็ฝึกการสะกดชื่อนะคะ อันนี้ก็จะไปเกี่ยวกับจุดประสงค์ด้วยนะคะ การ... การสะกดชื่อ หรือสะกดคำต่าง ๆ นะคะ เพราะว่าเวลาเราใช้มือในการสะกดน่ะค่ะ กับเวลาเราไปใช้แป้นพิมพ์มันจะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ อย่างเช่น คำว่า "เรียน" อย่างนี้ค่ะ เราสะกดมือเรียน เราก็ สระเอ ร เรือ สระอี ย ยักษ์ น หนู ใช่ไหมคะ แป้นพิมพ์เราก็เรียงลำดับเหมือนกันใช่ไหมคะ อันนี้ก็จะเป็นการนำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะคะ การสะกดมือกับสะกดแป้นพิมพ์ ก็จะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ ก็จะช่วยให้เราพิมพ์คำ ๆ นั้น ได้ถูกต้องตามหลักการสะกดภาษาไทยนะคะ และก็หลักการสะกดภาษามือด้วยนะคะ ถ้าไปสื่อสารกับคนปกติก็จะเข้าใจนะคะ ว่าตัวนี้เขียนก่อน เขียนหลัง เพราะหูหนวกเรานะ ตามที่อาจารย์เห็น ก็มักจะเขียนตำแหน่งของสระของวรรณยุกต์ ของ... ส่วนต่าง ๆ ของการสะกดผิดตำแหน่งไปก็มีนะคะ นี่ก็จะเป็นการมาทบทวนเราด้วยนะคะ ในสัปดาห์ที่ 7 ก็จะเป็นการบอกเวลา เวลาต่าง ๆ เช้า เที่ยง เย็น ตอนเวลามืด บอกเวลาเป็นตัวเลขนะคะ บอกเป็นวัน เกิดวันที่เท่าไรอะไรอย่างนี้ เหตุเกิดวันที่อะไรนะคะ การสอบปลายภาคจะไม่มีนะ จะเป็นการเก็บคะแนนในระหว่างเรียน ในระหว่างมาเรียนนะคะ สัปดาห์ที่ 9 ภาษามือในชีวิตประจำวัน เรื่องครอบครัวและตัวฉันนะคะ ก็จะเป็นบอกในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเรา ชอบไม่ชอบ สีอะไร ประมาณนี้นะคะ และก็ครอบครัว ลำดับของครอบครัว ญาติพี่น้องเกี่ยวข้องกันอย่างไรนะคะ ในความสัมพันธ์ของญาติของครอบครัวเรานะคะ ในสัปดาห์ที่ 10 ก็จะเป็นเรื่องอาหาร มีใครทำอาหารเป็นบ้างคะ ทำอาหารเป็นไหมเอ่ย ก็อาจจะให้ในสัปดาห์นี้นะคะ อาจจะให้นักศึกษาแต่ละคนมาจำลองเหตุการณ์การใช้ภาษามือ ในการแนะนำการทำอาหารนะคะ อย่างเช่น ครูจะต้มมาม่าอย่างนี้นะคะ ครูก็จะเริ่มจากแกะซองมาม่า ตั้งหม้อ เปิดไฟ ใส่น้ำ เป็นลำดับขั้นตอนนะคะ แล้วก็จะมีท่าภาษามือของคำศัพท์ แล้วก็แนะนำมา ครูจะต้มมาม่า ครูจะมีใส่อะไรบ้าง ครูก็จะใช้ภาษามือแนะนำว่ามีมาม่า มีไข่ มีผักกาดขาว ก็จะทำภาษามือควบคู่ไปด้วยนะคะ ก็อาจจะให้นักศึกษาเขียนควบคู่ไปทุกสัปดาห์ด้วยนะคะ เขียนมาม่า คำว่า "มาม่า" เขียนว่าอย่างไร คำว่า "ไข่ต้ม" เขียนว่าอย่างไร ประกอบกันไปด้วยนะคะ จะได้เรียงลำดับการเขียนภาษาไทยไปด้วยนะ ต่อไปสัปดาห์ที่ 11 มหาวิทยาลัยของฉันนะคะ ก็จะมาตกลงร่วมกันนะคะ ว่าสถานที่แต่ละสถานที่ในมหาวิทยาลัย เราใช้ภาษามือกันแบบไหนนะ อย่างเช่น หอในมีชื่อ อย่างเช่น หอราชพฤกษ์ หอกันเกราอย่างนี้นะคะ แต่ว่าภาษามือจริง ๆ ไม่มี แต่เราจะมาตกลงกัน ใช้ภาษามือแบบไหน เราถึงจะใช้เรียกใช้สื่อสารร่วมกันได้ อาคารศูนย์ DNS ต้องใช้ภาษามือแบบไหน อาคาร 13 ห้องเรียนของเรา ใช้ภาษามือแบบไหนอย่างนี้ค่ะ ก็จะมาตกลงกันนะ สัปดาห์ที่ 12 หน่วยสถานที่ เราก็จะมาเรียนรู้กับสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยเรา โรงเรียน วัด บ้าน หรือสถานที่สำคัญ ๆ กรุงเทพฯ อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างนี้ค่ะ เราก็อาจจะมีโอกาสได้ไปกรุงเทพฯ อาจจะได้ใช้ภาษามือในคำศัพท์นี้นะคะ โรงพยาบาล สถานีตำรวจ อาจจะได้ไปนะคะ ก็จะมาเรียนรู้การใช้ภาษามือนะคะ ในสัปดาห์ที่ 13 นะคะ ก็จะให้นักศึกษาเรียนรู้เรื่องราว จากการใช้ภาษามือนะคะ แล้วให้นักศึกษาแปล หรือสรุปเรื่องราวนั้น ๆ นะคะ มาเป็นภาษาเขียน จะทดสอบว่านักศึกษาดูภาษามือแล้วเข้าใจอย่างไร เข้าใจคำศัพท์แบบไหนนะคะ สัปดาห์ที่ 14-15 หลังจากที่นักศึกษาเรียนไปครบแล้วนะคะ อาจจะให้นักศึกษาทำเป็นงานกลุ่มของเราอาจจะ 2 กลุ่มก็ได้ อาจจะให้หัดทำเป็นเพลงนะคะ เพลง เพลงหนึ่งแล้วแกะเพลงนั้น มาเป็นภาษามือ แล้วก็อัดวิดีโออาจจะให้ทำลงโซเชียลนะคะ สื่อ... เผยแพร่ว่าในรายวิชาภาษามือเราได้ความรู้แบบไหน เรา... ส่งภาษามือออกไปให้คนได้รู้จัก ว่าการที่... จะพูดคุยกับคนหูหนวก ต้องพูดคุยผ่านอะไร อย่างไร อย่างนี้ค่ะ หรืออาจจะเป็นให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่นักศึกษาชื่นชอบ หรือสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนครนะคะ ทำเป็นภาษามือ น้อง ๆ นักศึกษาเห็นรุ่นพี่เราไหมคะ ที่ทำโปรเจกต์นะ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว อาจไม่แน่รุ่นเราก็อาจจะได้ทำเหมือนรุ่นพี่ก็ได้นะคะ ในการทำคลิปวิดีโอแนะนำท่องเที่ยว เราก็จะได้ทำภาษามือ อัดเป็นคลิปภาษามือนะคะ ก็จะได้ฝึกภาษามือให้ถูกต้องกับคำศัพท์ของภาษาไทยนะคะ เพื่อที่จะไปเผยแพร่ให้คนหูดีคนข้างนอกได้รู้ได้เข้าใจ ว่าภาษาคำไทยนี้ ภาษามืออย่างนี้ ก็จะได้ไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงใช้ได้สื่อสารกับคนหูหนวกเรานะ การตัดเกรดนะคะ ก็ตามนี้นะคะ ก็ให้นักศึกษาไปเปิดทบทวนดูนะคะ คะแนนจะมาจากไหน มาจากเราเข้าเรียนทุกคาบนะคะ แล้วก็มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ อาจจะให้... อาจารย์อาจจะให้คะแนนจากการสังเกตนะคะ หลังเรียนนะคะ ว่าทุกคนตามรายชื่อนะคะ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม หรืออาจจะมีคะแนนการเขียน Paper เขียนกระดาษ เขียนเป็นคำศัพท์นะคะ ท้ายชั่วโมง หรือกลับไปเขียนที่บ้านให้ส่งใน Classroom นะคะ ก็จะเก็บคะแนนตรงนั้น นำคะแนน... นำคะแนนตรงนั้นนะคะ มารวมกันเป็นคะแนนออกเกรดให้นะคะ หนังสือที่ใช้ในการสอนก็จะเป็นหนังสือภาษามือไทยเล่ม 1-6 นะคะ แล้วก็จะมีเพิ่มเติมนะ Website ของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยแล้วก็ของ Nectec นะคะ Website ของ Nectec ที่ให้นักศึกษาไปค้นคว้าภาษามือนะ เป็น 3 ช่องทางนะคะ ของ... หนังสือภาษามือไทยก็อยู่ใน Website ก็มีนะคะ เดี๋ยวหลังจากวันนี้ไป เดี๋ยวอาจารย์จะเพิ่มให้อีกนะคะ ก็จะมีอยู่ 3 ช่องทางนะคะ ที่เราจะสามารถไปเรียนรู้ภาษามือไทยเพิ่มเติมได้นะคะ หรือเวลาเราใช้ชีวิตประจำวันอย่างนี้ค่ะ คำศัพท์บางคำ ภาษาไทยบางคำ เราไม่รู้ว่าต้องใช้ภาษามือแบบไหน ความหมายแบบไหนนะคะ ก็ให้พวกเราไปสืบค้นใน Website ที่อาจารย์ส่งให้นะคะ ก็จะได้รู้ว่าภาษามือนี้มันใช้แบบนี้นะ เราก็นำภาษามือนั้นมาใช้ในการสื่อสาร ก็คนหูหนวกอื่น ๆ ก็จะได้รู้ ได้เข้าใจตรงกันกับภาษาที่เราสื่อไปนะคะ สำหรับการบรรยายรายละเอียด ของวิชาภาษามือไทยก็หมดไปนะคะ เดี๋ยวตอนนี้อาจารย์จะให้เรามาละลายพฤติกรรมนะ เดี๋ยวนะคะ ได้ขยับเขยื้อนตัวนะคะ เดี๋ยวอาจารย์หา... ใช่ ๆ เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะให้นักศึกษานะคะ ทุกคนได้ขยับเขยื้อนก่อนที่จะเรียนภาษามือนะ เป็นอวัจนภาษานะคะ จะเป็นอยู่ในกลุ่มหมวดเดียวกันของภาษามือเรานะ คือการแสดงท่าทางแทนการเขียน การอ่าน การพูดนะคะ เขาเรียกว่า "อวัจนภาษา" เดี๋ยวอาจารย์จะให้พวกเรานะคะ ทำท่าตามภาพที่อาจารย์ขึ้นโชว์นะคะ เดี๋ยวให้พี่พลอย พี่อุ้ยนะคะ ช่วยถ่ายรูปน้อง ๆ ไว้ในกิจกรรมการเรียนของเรานะคะ จะเพิ่มจำนวนคนเป็นทีละจำนวนนะคะ ให้นักศึกษายืนค่ะ นักศึกษายืน เคลื่อนไหวนะคะ เป็นการแสดงอวัจนภาษา ในภาษามือเรานะคะ ก็จะมีการแสดงทั้งท่ามือใช่ไหมคะ สีหน้า ท่าทาง ตำแหน่งของมือนะคะ อาจารย์ก็ให้นักศึกษามีส่วนร่วม ในการแสดงออกทางอวัจนะภาษานะคะ โดยการทำท่าตามภาพนี้นะคะ แต่ละภาพนะคะ แล้วให้พี่ ๆ เก็บภาพเพื่อเป็นภาพความประทับใจ ท่าที่ 1 นะคะ ทำอย่างไรคะ ท่าที่ 1 ท่าที่ 1 สีหน้าอย่างไรคะ แสดงสีหน้าออกอย่างไรคะ แสดงสีหน้าด้วยนะคะ อุบลทำได้ไหม อุบลอยู่ไหน (เจ้าหน้าที่อุ้ย) น่าจะไปห้องน้ำค่ะ (อาจารย์ภาวิณี) อ๋อ อุบลไปห้องน้ำ ไปนานหรือยัง โอเค ใช่ไหมคะ อันนี้เราก็สามารถนำไปใช้ ในตอนที่เราไปเที่ยวได้นะคะ ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ นะคะ โอเค ต่อไปค่ะ ภาพที่ 2 นะคะ ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธ์กันนะคะ ต้องทำอย่างไรคะ จับคู่ค่ะ มิ่งกับอันนี้จับคู่กันลูก ปฏิสัมพันธ์กันค่ะ ทำท่าไหนคะ เขาทำอย่างไรเอ่ย โอเค ต่อไปนะคะ จำนวน 3 คน 3 3 ทำอย่างไร 3 3 คน โอเค ได้ไหมคะพี่พลอย ต่อไป 4 คน 4 คน 4 คน แต่ละคนจะ... คนละท่าค่ะ คนละท่า อาจจะให้พี่อุ้ยกับพี่พลอยช่วยนะคะ ใน 4 คน ให้พี่อุ้ยอยู่ข้างหน้า อันนี้ 1 2 3 4 ใครเป็น L L คน... คน V นะคะ เอาเป็น V อย่างนี้ก็ได้นะคะ หรือ V V อย่างนี้ก็ได้นะคะ คน V นะคะ คน O คน O จะเอาท่าแบบไหน ให้พวกเรา... ในภาพที่ 4 ให้พวกเราประยุกต์เอานะคะ อาจจะไม่ทำท่าเหมือนเขาก็ได้ค่ะ มันอาจจะอันตรายนะ L L O ทำอย่างไรคะ ใคร O (เจ้าหน้าที่อุ้ย) หันไปทางนี้เหรอ (อาจารย์ภาวิณี) ทางนี้หันไปทางนี้ (อาจารย์ภาวิณี) L O อย่างนี้ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) O O O อย่างนี้ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) V E E (อาจารย์ภาวิณี) V E ทำอย่างไรนะคะนักเรียน (อาจารย์ภาวิณี) E อาจจะเป็นอย่างนี้นะ 3 3 ค่ะ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) มิ่ง ๆ มิ่งไปอยู่กลุ่มนั้น 4 คน (อาจารย์ภาวิณี) มิ่งได้ยินไหม พร้อมกันนะคะ ไหน L L กลุ่มนี้ L L กลุ่มนี้ L L L O (เจ้าหน้าที่อุ้ย) O ครับ O (อาจารย์ภาวิณี) O ทำอย่างไรคะ O O (อาจารย์ภาวิณี) V V (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ค้างไว้ ๆ O ค้างไว้ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) V ค้างไว้ V ค้างไว้ V ค้างไว้ V ค้างไว้ E E ต่อไป ค้างไว้ ค้างไว้ ค้างไว้ เอาค้างไว้ (อาจารย์ภาวิณี) E (เจ้าหน้าที่อุ้ย) โอเค เดี๋ยวนะ อันนี้ลง (อาจารย์ภาวิณี) โอเค ต่อไปนะคะ จำนวน 5 คนนะคะ 5 คน 5 คน อาจจะไม่ต้องใช้โต๊ะก็ได้นะคะ ต่อกันนะคะ ต่อกัน ใครคนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 4 คนก็ได้ กลุ่มละ 4 คนนะคะ กลุ่มละ 4 คน ตรงนี้เลยค่ะ ตรงโล่งตรงนี้เลย (เจ้าหน้าที่อุ้ย) อันนี้ก้มไม่ได้ใช่ไหม อันนี้ก้มลงไปก่อน (อาจารย์ภาวิณี) คนแรกสิอุบลน่ะ ให้อุบลคนแรก (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ไม่ อุบลก้มยาก (อาจารย์ภาวิณี) อ๋อ ลืมตรงเลย 5 คน ได้ 4 คน (เจ้าหน้าที่อุ้ย) เร็ว ๆ อุบล มา ๆ ตรงนี้ ได้หรือยังอุบล (อาจารย์ภาวิณี) ตรงนี้ได้แล้ว (เจ้าหน้าที่อุ้ย) เดี๋ยว ๆ ถ่ายรูปก่อน (เจ้าหน้าที่พลอย) พร้อมนะ 1 มองกล้อง 1 2 3 (อาจารย์ภาวิณี) อุบลหันมาหากล้องสิลูก (เจ้าหน้าที่พลอย) 1 2 3 โอเค [เสียงปรบมือ] (อาจารย์ภาวิณี) กลุ่มนี้ยังไม่ได้ [เสียงหัวเราะ] (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ลงอีก ลงไปอีก (อาจารย์ภาวิณี) ลงต่ำลงอีก โอเค (เจ้าหน้าที่พลอย) มิ่งต่ออุบล (อาจารย์ภาวิณี) ลงต่ำลงอีก มองกล้องนะคะ มองกล้อง (เจ้าหน้าที่พลอย) พร้อมนะ 1 2 3 1 2 3 โอเค (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ต่อไป 6 คน (อาจารย์ภาวิณี) 6 คนให้รวมทั้งห้องเลยนะคะ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) รวมทั้งห้องเลย (อาจารย์ภาวิณี) รวมทั้งห้องเลย (เจ้าหน้าที่พลอย) เอา 8 คนเลย (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ทั้งห้องเลย ข้างหน้าเลย ข้างหน้าเลย ข้างหน้าเลย ข้างหน้าเลย ต้องมีคนอยู่กลาง 6 คน (อาจารย์ภาวิณี) จัดสรรกันดูค่ะ ทำอย่างไร (เจ้าหน้าที่อุ้ย) เอา ๆ จัดเอา เร็ว ๆ เร็ว (อาจารย์ภาวิณี) เพราะวิชานี้เราจะได้เคลื่อนไหวขยับเขยื้อนนะคะ ไม่แค่... นั่งแค่เก้าอี้นะคะ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) อันนี้ให้ทำอะไร ตรงไหน ให้กาง ให้กางอย่างนี้ กางอย่างนี้ (อาจารย์ภาวิณี) ช่วยกันออกแบบด้วยนะคะ ทำอย่างไร เขาทำอย่างไรเอ่ย (เจ้าหน้าที่อุ้ย) กางแขนออกมา อันนี้กางขึ้นไปนั่นล่ะ แล้วใครต่อนี่ ใครอยู่ตรงกลางนะ อุบลกางแขนออก อุบลกางแขนออก (อาจารย์ภาวิณี) กว่าจะได้แต่ละรูป [เสียงหัวเราะ] (เจ้าหน้าที่อุ้ย) อันนี้ ๆ จับมือกัน (อาจารย์ภาวิณี) มันมี... มันมี 6 คน (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ห้องเรามี 7 นี่นะ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) โอเค (อาจารย์ภาวิณี) โอเค ให้บาสเป็นคนจัดสรร (อาจารย์ภาวิณี) ใช่หรือ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ไม่ใช่หรอก ทำไมมันเป็นแบบนี้ (อาจารย์ภาวิณี) โอเค แล้วก็เดี๋ยวให้บาสเข้ามาร่วมยืนข้าง ๆ เพื่อน (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ยืนข้าง ๆ ถ่ายรูป เร็ว ๆ ยืนข้าง ๆ ถ่ายรูป (อาจารย์ภาวิณี) เอาอีกเหมือนเดิม (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ยืน ๆ ๆ (อาจารย์ภาวิณี) กางดาว กางดาว โอเค (เจ้าหน้าที่อุ้ย) นั่นล่ะ ถ่ายรูปกลุ่มไว้นั่นล่ะ [เสียงปรบมือ] (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ยิ้มครับ ยิ้ม (อาจารย์ภาวิณี) โอเค [เสียงปรบมือ] (อาจารย์ภาวิณี) ต่อไป (เจ้าหน้าที่อุ้ย) เอาไว้ทำรูปตอนจบด้วยนะ (อาจารย์ภาวิณี) 7 คนเราเกินแล้วน่ะ ไม่เป็นไรนะ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) เอาเลย (อาจารย์ภาวิณี) ได้ไหม ได้ไหม (เจ้าหน้าที่อุ้ย) 7 พอดีนี่มีอยู่ 7 คน (อาจารย์ภาวิณี) 7 คน ออกไป 7 คน (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ใครจะอยู่หน้า ใครจะอยู่หลัง (อาจารย์ภาวิณี) พื้นที่นู่น ไปตรงนู้นค่ะ ตรงนี้ไม่พอ ไปตรงพื้นที่ตรงนู้น (เจ้าหน้าที่อุ้ย) มา ๆ จะได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เดี๋ยวตอน... เดี๋ยวตอนวันจบเดี๋ยวเอามาเปิดดู (อาจารย์ภาวิณี) วันจบไม่แน่ล่ะ อาจจะปี 3 ปี 4 อาจจะได้ไปเที่ยวอีก ก็ได้จำท่าไปเที่ยวนะคะ ไปถ่ายรูปไปเที่ยว [เสียงหัวเราะ] (เจ้าหน้าที่อุ้ย) มา ๆ เข้ามาเร็ว ๆ ต่อไป ไหนใครก่อน อุบลมาก่อน อันนี้ก่อน [เสียงหัวเราะ] (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ไม่ ๆ แค่ย่ออย่างนี้ก็พอ ย่ออย่างนี้ [เสียงหัวเราะ] (เจ้าหน้าที่อุ้ย) เอาคน... คนแรกก่อน เอาคนแรก คนแรก เอาคนแรกก่อน (อาจารย์ภาวิณี) ครั้งที่ 1 (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ครั้งที่ 1 (อาจารย์ภาวิณี) ยืน ๆ ยืน ยืนตำแหน่งตัวเอง คน 1 คน 2 คน 3 คน 4 เธอที่เท่าไรตี๋ คนที่เท่าไร [เสียงหัวเราะ] (เจ้าหน้าที่อุ้ย) เอาใคร... 5 ใคร (อาจารย์ภาวิณี) เอาตัวผอม ๆ ไปอยู่ข้างหลัง ใส่กระโปรงไง (เจ้าหน้าที่อุ้ย) เอาอย่างนี้ก็ได้นะ นี่ไง จัด ๆ ๆ ทางนี้ โอเคแล้ว นี่ล่ะ อันนี้อยู่ข้างหน้า (อาจารย์ภาวิณี) ให้อุบลหงายเหรอ โอเค ลองทดสอบดูนะคะ เอาเลย จับ... จับไหล่กันนะคะ จับต่อ ๆ กันนะคะ เดี๋ยว ๆ รอพี่พลอยถ่ายรูปก่อน (เจ้าหน้าที่อุ้ย) อุบล อุบลระวัง... ระวังเจ็บ (อาจารย์ภาวิณี) โอเค มองกล้อง ๆ มองกล้อง ๆ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) เสร็จแล้ว ๆ เอาเลย ๆ เร็ว ๆ อุบลเร็ว ๆ (อาจารย์ภาวิณี) 1 2 3 1 2 3 โอเค [เสียงปรบมือ] (อาจารย์ภาวิณี) ต่อไป ๆ ภาพนี้ค่ะ ภาพนี้ ภาพนี้ง่าย ๆ ต่อกัน ต่อกัน หันหน้ามา หันหน้ามาทางนี้นะคะ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) หันหน้ามาทางไหน (อาจารย์ภาวิณี) หันหน้ามาเข้าโต๊ะ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ยืนไว้ เอาขา... ตรงขาชิดกันนะ (อาจารย์ภาวิณี) ขาชิดกัน เข่าชนกัน เข่าชนกัน เข่าต้องชนกันนะคะ เข่า... เข่าชนกัน (เจ้าหน้าที่อุ้ย) อุบลไม่ได้ไม่เป็นไร ย่อไม่ได้ไม่เป็นไร (อาจารย์ภาวิณี) พร้อมนะคะ มองกล้อง 1 2 3 1 2 3 โอเค ต่อไปภาพนี้ค่ะ มีอยู่ 10 ภาพนะ ยืนอย่างไรก็ได้ แต่ว่าให้มือต่อกันค่ะ แล้วก็ให้เห็นหน้าคนนะคะ ยืนอย่างไรก็ได้ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) นั่งลง ๆ อันนี้นั่งลง (อาจารย์ภาวิณี) โอเค ต่อกันแล้วให้เห็นหน้านะคะ เอามือเดียว มือเดียวนะคะ เอาต่ำลงอีก โอเค เห็นหน้าครบแล้วใช่ไหม ให้เห็นหน้าครบนะคะ (อาจารย์ภาวิณี) ให้เห็นหน้าครบ (เจ้าหน้าที่พลอย) อุบลเอาหน้าออกมาหน่อย (อาจารย์ภาวิณี) มือใคร มือมิ่ง มือนั่นซ้อนมือมิ่งน่ะ (เจ้าหน้าที่พลอย) 1 2 3 1 2 3 อุ้มไม่เห็นน่ะ (อาจารย์ภาวิณี) หลบมือนะคะ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) รูปเท่าไรแล้ว (อาจารย์ภาวิณี) รูปที่ 9 ต่อไปรูปที่ 10 10 10 (อาจารย์ภาวิณี) ใบพัดค่ะ ใบพัด เรามี 7 คน ก็อยู่ตรงกลาง แล้วก็อีก 3 คนอยู่ซ้ายกับขวานะคะ ซ้าย 3 ขวา 3 นะคะ ยืนซ้อนหลังน่ะ เวลาที่คนอวบ ๆ อ้วน ๆ เวลาเขาถ่ายรูปเขาจะยืนซ้อนหลังเพื่อน [เสียงหัวเราะ] (เจ้าหน้าที่พลอย) ใครยืนตรงกลาง... (อาจารย์ภาวิณี) ก็จะให้คนผอมอยู่ข้างหน้านะคะ (อาจารย์ภาวิณี) ก็ต่อแถวกันนั่นล่ะค่ะ เป็น... เป็นเหมือนเป็น V ยืน V ยืน V เฉย ๆ นั่นล่ะก็ต่อแถว V ไปข้างหลังน่ะ (เจ้าหน้าที่อุ้ย) หันมาทางนี้ ๆ เดี๋ยวเอาคนแรกนี้ มาหาพี่คนหนึ่งข้างหน้า อันนี้ 2 คน 2 คน 2 คน (อาจารย์ภาวิณี) ก็ต่อไหล่น่ะ ท่าต่อไหล่ อย่างนั้นล่ะ โอเค ได้ ก็แค่ให้มันเห็นหน้าไง (เจ้าหน้าที่อุ้ย) ขยับเข้าไปอีก (อาจารย์ภาวิณี) ให้เห็นหน้า ให้เห็นหน้า (เจ้าหน้าที่อุ้ย) บาสข้างหน้ามา (อาจารย์ภาวิณี) บาส... โอเค (เจ้าหน้าที่พลอย) รอนะ มิ่ง ๆ ขยับตัวอีกนิดหนึ่ง โอเค นิดหนึ่ง 1 2 3 1 2 3 (อาจารย์ภาวิณี) โอเค อันนี้ก็เป็นการ Relax กันนะ เพราะว่าเดี๋ยวต่อไป เราก็จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ในห้องเรียนนะคะ ก็จะมีการใช้ภาษามือด้วย การใช้... การแสดงสีหน้านะคะ ควบคู่กับการใช้ภาษามือนะคะ อันนี้จำนวนกี่คนเอ่ย ภาษามือทบทวน ๆ หูหนวก หูดีล่ะคะ ได้ไหม 1 ทำอย่างไรคะ 1 อันนี้ 1 นะคะ อันนี้คือจำนวน 1 คนนะ ภาพหลาย ๆ ภาพนี้นะคะ เราก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้นะคะ ในเวลาที่เราไปเที่ยว หรือถ่ายรูปกิจกรรม อันนี้ก็จะเป็นถ่ายคนเดียวนะคะ ต่อไปก็จะเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นนะคะ ต่อไปภาษามือจำนวนกี่คนคะ 2 นะคะ ต่อไปจำนวน 3 ทำไมไม่ 3 แบบนี้คะ ภาษามือ เพราะว่าอันนี้... ก็ได้มีผู้ที่ตั้งภาษามือไว้แล้วนะคะ ก็เลยให้ 3 เป็นแบบนี้ ทำไมไม่ 3 แบบนี้นะคะ เพราะเอาภาษามือมาจากอเมริกานะคะ เราก็เลยไม่สามารถที่จะตั้งเองนะคะ เพราะว่าเราเอามาจากที่อื่นด้วยนะคะ มาปรับปรุงใช้เป็นของเรานะคะ ก็เลยเป็นสัญลักษณ์แทน 3 คือ แบบนี้นะคะ แต่คนหูดี คนทั่วไปเขาก็จะใช้ 3 แบบนี้นะ 3 ที่เป็นนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางนะคะ เพราะว่าในท่าภาษามือนี้ ตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นสัญลักษณ์อีกตัวหนึ่งนะคะ ที่ไม่ใช่เลข 3 นะคะ ต่อไปจำนวนเท่าไรคะ จำนวน 4 อันนี้เขาสะกดว่าอย่างไรคะ เขาสะกดว่าอย่างไรเอ่ย ภาษามือว่าอย่างไรคะ จำได้ไหม แปลว่ารักใช่ไหมคะ รัก อันนี้คือท่าภาษามือไทยนะ ท่าภาษามือของฝรั่งก็จะเป็นนิ้วมือใช่ไหมคะ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และก็นิ้วก้อย อันนี้เขาเรียกว่า "สัญลักษณ์ท่าภาษามือ" นะคะ อันนี้เป็นทั่วไปเลยใช่ไหมคะ ทั่วโลกสากลนะคะ รู้จักคำว่า "รัก" หรือตัวนี้นะคะ คำว่า "รัก" ภาษาอังกฤษในที่นี้มีตัวอะไรบ้างคะ มีตัว L L อย่างไรคะลูก L O V E ใช่ไหมคะ ที่เราแต่ละคนได้ทำท่าตามสัญลักษณ์ ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษนะคะ เป็น L O V E คำว่า "Love" แปลว่ารักนะคะ อันนี้ก็ใช้ได้นะคะ เดี๋ยวภาพที่เราถ่ายเมื่อกี้นะ อาจจะไปให้น้อง ๆ ทำเป็นภาพแสดงความยินดีกับพี่ที่จบไปอย่างนี้นะคะ ก็จะมีเห็นท่า หรือเราต่อไปเราอาจจะเอาท่านี้นะคะ ตอนที่เราใส่ชุดครุยนะคะ ไปถ่ายท่าแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะ แบบภาพอดีตแล้วก็ปัจจุบันนะ เมื่อกี้ที่พี่พลอยถ่ายก็จะเป็นภาพอดีต ตอนที่เราเรียนอยู่เรามีกิจกรรมอะไรอย่างนี้นะคะ พอเราจบเราใส่ชุดครุย อาจจะมาถ่ายท่านี้เหมือนเดิม กับเป็นภาพ Before After หรืออดีตและก็ปัจจุบันนะคะ อันนี้ก็จะเป็นจำนวนเท่าไรลูก กี่คนคะ จำนวนเท่าไรเอ่ย 5 คนใช่ไหมคะ ภาษามือ 5 ต่อไปเท่าไรคะ 6 คน มีความยุ่งยากไหมคะ ท่านี้ ท่านี้มีความยุ่งยากนะคะ และก็มีการพูดคุยสื่อสารกันระหว่างทำกิจกรรมนะ หรืออาจจะมีผู้นำ อย่างเช่น บาสเป็นผู้นำช่วยประสานให้เพื่อนจับมือเพื่อน หรือว่าชี้บอกตำแหน่งเพื่อนนะคะ ก็จะได้ภาพที่สวยงามออกมานะคะ เป็นภาพอะไรคะ อันนี้ภาพอะไรคะ ภาพดาวใช่ไหมคะ เราก็จะได้เรียนรู้ภาษามือไปด้วยนะคะ ในการสื่อสารแล้วก็คำศัพท์ ต่อไปอันนี้จำนวนกี่คนคะ จำนวน 7 คนนะคะ นักศึกษาว่าภาพนี้น่ะค่ะ มันเป็นเหมือนกับภาพอะไรคะ ภาพ... ภาพนี้เหมือนภาพอะไรเอ่ย เหมือนดอกไม้ไหม เหมือนดอกไม้ที่กำลังบานหรือคะ เหมือนพัด อ๋อ เหมือนพัด พี่พลอยบอกว่าเหมือนพัดใช่ไหมคะ ภาพนี้เหมือนอะไรได้อีกคะ เหมือนพระอาทิตย์ไหม แสงพระอาทิตย์ยามเช้า หรือยามเย็นได้ไหมคะ แสงกระจายที่แตกออก เหมือนตอนเด็ก ๆ ใครวาดภูเขาแล้วก็พระอาทิตย์ใช่ไหม ก็จะมีวงกลมแล้วก็มีเส้น ๆ ๆ ใช่ไหมคะ อันนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ภาพนะคะ ตัวนี้ล่ะคะ มีจำนวนกี่คนเอ่ย จำนวนกี่คนคะ 8 มี 8 คน มันเป็นท่าอะไรเอ่ย เหมือนอะไรคะท่านี้ เหมือนหลังคาไหมคะ เหมือนบ้านโบราณใช่ไหม บ้านไม้ที่แบบเป็นแหลม ๆ น่ะ เหมือนใช่ไหมคะ อันนี้ก็มาจากการจินตนาการนะคะ อยากถ่ายภาพออกมาให้เป็นเหมือนภาพอะไรนะคะ อันนี้จำนวนเท่าไรคะ จำนวนเท่าไร กี่คน 10 หรือ 9 จำนวนกี่คนคะ อันนี้เป็นการแสดงถึงการรวมพลังกันใช่ไหมคะ ความสามัคคีใช่ไหมคะ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันนะคะ ก็คือทำฝ่ามือให้มันตรง แล้วก็ตั้ง ๆ ๆ ต่อกัน อันนี้ก็สามารถนำไปถ่ายรูปได้นะคะ แล้วก็ให้เห็นมือจุดที่เด่น แล้วก็มือของใครมีส่วนร่วม อันนี้คือความสามัคคีนะ แล้วก็มีให้เห็นหน้าทุกคน ก็คือเข้ามาได้ทำงาน หลังจากเสร็จงานอย่างนี้ค่ะ เราสามารถถ่ายเป็นภาพนี้ก็ได้นะคะ ภาพนี้ 10 คนนะคะ ก็จะเป็นทุกคนมีส่วนร่วมในรูปนี้นะคะ เป็นการประหยัดพื้นที่นะคะ เป็นการถ่ายรูปที่แบบใหม่ ไม่แค่ 2 นิ้ว Mini Heart ใช่ไหมคะ ก็ให้ภาพออกมาสวยได้ ทั้งหมดนี้นะคะ ทั้งหมดนี้นะคะ ก็เป็นการ Relax นะคะ ต่อไปเราจะได้เรียนภาษามือก็จะมีการเคลื่อนไหวกัน การสลับกัน แต่ส่วนมากเราก็จะเน้นในการพูดคุยนะคะ พูดคุยที่เป็นภาษามือ คำศัพท์ภาษามือนะ ต่อไปนะคะ ทำไมเราถึงมีภาษามือ เบื้องต้นก่อนนะคะ ให้เรามารู้จักว่าภาษามือทำไมต้องมี เพราะมีกลุ่มที่มี... กลุ่มคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชื่อเต็ม ๆ มันก็จะบอกว่าบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และสื่อความหมายนะคะ เพราะว่าปัญหานี้นะคะ คนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็คือไม่สามารถได้ยิน พอมีบกพร่องทางการได้ยิน ก็จะมีปัญหาในการสื่อความหมายออกมานะคะ เพราะว่าเขาไม่ได้ยิน เขาก็เลยไม่ได้รับเสียงนั้นมานะคะ ก็เลยทำให้เขาเปล่งเสียงนั้นออกไปได้ไม่ชัดเหมือนกับคนปกตินะคะ ถ้าได้รับการฝึกฝนมันก็ยังมีปัญหาอยู่นะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย เพราะเขามีปัญหาในการรับฟังมาตั้งแต่ทีแรก เขาจึงไม่สามารถที่จะเลียนเสียงในการพูดให้ได้เหมือนกับคนปกตินะคะ อันนี้ก็จะเป็นของ... ในส่วนของเพื่อนที่เป็นคนหูตึงนะคะ อย่างเช่น มิ่ง อย่างนี้ค่ะ ถ้าไม่ค่อยได้ยินในการรับสารนั้น พอส่งสารนั้นออกไปก็จะเป็นเท่ากับที่ได้ยินมานะคะ ความหมายของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ ก็คือผู้ที่สูญเสียการได้ยิน คือ ไม่ได้ยินเลยนะคะ หรือประมาณ 89 เดซิเบล เสียงขนาด 89 เดซิเบลขึ้นไปถ้าไม่ได้ยิน ใน... มันจะมีเครื่องวัดเสียงนะคะ ถ้าไม่ได้ยินก็แสดงว่าเป็นหูหนวก การได้ยินของคนเราก็จะมีอยู่ 2 ข้างนะคะ หูข้างซ้ายกับหูข้างขวา ในการวัดการได้ยินนะคะ ก็จะวัดทั้ง 2 ข้างนะคะ วัดข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมากที่สุดจะเอามาคำนวณ มาประเมินการได้ยินนะคะ กลุ่มคนบกพร่องทางการได้ยินนะคะ จะแบ่งอยู่เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหูตึงนะคะ กลุ่มหูตึง ก็คือสามารถได้ยินเสียง ได้ยินในระดับตั้งแต่ 89 เดซิเบลลงมานะคะ สามารถได้ยินก็เป็นคนกลุ่มคนหูตึงนะคะ หรืออาจจะมากกว่านั้น เป็นเสียงที่เราพูดต่อหน้ากันประมาณสัก 3 เมตร ใช้น้ำเสียงปกติที่สามารถได้ยินน่ะ ก็แสดงว่าเป็นคนปกติ แต่ถ้าเกินนั้นอาจจะได้ใช้การตะโกนใส่กันอย่างนี้ อาจจะเป็นกลุ่มคนหูตึงแล้วนะคะ และกลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มของคนหูหนวกนะคะ กลุ่มของคนหูหนวกนี่ ส่วนมากก็จะพ่วงมากับการพูดไม่ได้นะคะ ก็เกิดจากที่เขาไม่ได้ยิน ไม่ได้ฝึก ไม่ได้รับการได้ยิน ก็เลยไม่ได้ฝึกการพูดออกไป ก็... ก็เลยบกพร่องในการพูด การสื่อสารด้วยนะคะ ในคนกลุ่มนี้นะคะ ก็จะมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วน แต่ส่วนใหญ่ ๆ ก็จะเป็นมาจากเป็นหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิดนะคะ ก็คือหูก็ไม่ได้ยินปากก็เลยพูดไม่ได้นะคะ ถ้าเป็นแบบนี้ในการฝึกพัฒนาการพูดจะไม่มีนะคะ ไม่ได้รับการฝึกพัฒนาการพูดนะคะ แต่ว่าจะเป็นการทดแทนการพูด ก็คือการฝึกใช้ภาษามือค่ะ ในการฝึกใช้ภาษามือก็จะส่งต่อไปยังโรงเรียนประจำ โรงเรียนเฉพาะทางนะคะ ก็คือโรงเรียนโสตฯ ต่าง ๆ ที่ใช้การสื่อสารที่เป็นภาษามือนะคะ แล้วก็อีกสาเหตุที่ 2 ก็มาจากไม่สบายตั้งแต่เด็กนะคะ ก็คือไข้ขึ้นสูงก็เลยมีผลกระทบทำให้แก้วหูอักเสบนะคะ ไม่สามารถได้ยินเสียงนะคะ อันนี้ก็คือเป็นภายหลังจากการคลอดนะคะ แล้วก็อีก... อาจารย์เห็นเยอะเหมือนกันที่เป็นพี่ ๆ นักศึกษานะคะ ที่ได้สอบถามสาเหตุอีกอันหนึ่งก็มาจากอุบัติเหตุการแคะหูค่ะ ผู้ปกครองแคะหูให้ตั้งแต่เด็กนะคะ อาจจะเป็นโดนคอตตอนบัดทิ่ม หรืออะไรต่าง ๆ ไปกระทบค่ะ หรือ... วิ่งซุกซนไปชนนั่นชนนี่ ส่งผลกระทบกระเทือน ทำให้แก้วหูได้รับการกระทบกระเทือน แล้วก็ไม่สามารถทำให้ได้ยินได้นะคะ อันนี้ก็คือสาเหตุของกลุ่มที่เป็นหูหนวกนะคะ อันนี้ก็จะเป็นระดับคนหูหนวก คนหูตึงนะคะ ถ้าเป็นคนหูตึงก็จะได้ยินเสียงอยู่ตั้งแต่ 26-89 เดซิเบลนะคะ ก็จะเหมือนมิ่งใช่ไหมคะ มิ่งก็จะถ้าพูดเฉย ๆ นี่ หรือไม่ได้ใส่ไมค์ก็ไม่ค่อยได้ยินใช่ไหมคะ หรือได้ยินชัด มิ่ง ๆ ได้ใส่หูฟังไหมตอนนี้ อ๋อ ได้ใส่หูฟังนะคะ ถ้าได้ใส่หูฟังก็จะช่วยขยายเสียงไปอีกนะคะ แต่สำหรับคนหูตึงนะ ใส่หูฟังแล้วในการพัฒนาในการสื่อสารนะคะ ต้องมีการฝึกฟังเสียง เพื่อให้เข้าใจในเสียงนั้นนะคะ ฝึกฟังเสียงแล้วก็มีการฝึกออกเสียงนะคะ เพราะถ้าไม่ฝึกออกเสียง คุณก็จะพูดเสียงของคำ ๆ นั้นได้ไม่ชัดนะคะ ก็มีการควบคู่กันไป เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารนะคะ คนหูหนวกมีระดับการได้ยินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90 เดซิเบล ถ้า 90 เดซิเบลขึ้นไปไม่ได้ยิน เสียงเพลงหมอลำ งานหมอลำอย่างนี้ ที่มีลำโพงน่ะ ไม่ได้ยินก็แสดงว่าเป็นหูหนวกสนิท หรือเสียงที่เราเปิดเทป หรือเราตะโกนใส่นะคะ ในระดับตั้งแต่เราตะโกนใส่ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ อันนี้คือรายละเอียดในการตรวจการได้ยินนะ อย่างที่อาจารย์อธิบายไปนะคะ ถ้าข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมีระดับสูงแต่ไม่ถึง 89 เดซิเบล ก็ถือว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ แต่ถ้าในระดับ 89 ขึ้นไปถึง 90 ก็แสดงว่าเป็นคนหูตึงนะคะ ถ้า 90 เกินขึ้นไปอีกก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ โทษทีค่ะ ตั้งแต่ 26-89 เป็นคนหูตึงนะคะ 89-90 โดยประมาณนะคะ แต่ถ้า 90 ขึ้นไปไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ แต่สำหรับคนปกติคนหูดีเราก็ตั้งแต่ 26 ก็คือการพูดต่อหน้ากัน โดยน้ำเสียงปกติค่ะ ก็เป็นคนปกติ อันนี้ก็จะเป็นตารางการสูญเสียการได้ยิน 6 ระดับนะคะ อันนั้นก็จะเป็นคร่าว ๆ อันนี้จะเป็นละเอียดทางการแพทย์นะคะ ที่ใช้วัดระดับการได้ยินนะคะ นักโสตฯ ไม่ใช่แพทย์ ผู้ที่ตรวจวัดประเมินการได้ยินจะไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่คุณหมอนะคะ จะเป็นนักโสตฯ คือ นักโสตฯ ก็จะเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์การวัดระดับการได้ยินนะคะ จะเป็นนักโสตฯ ที่เป็นผู้ประเมินควบคู่ไปกับแพทย์นะคะ อันนี้ก็จะเป็นตารางการได้ยินนะ การตรวจวัด การตรวจวัดก็จะเป็นนักโสตฯ นะคะ โสตสัมผัสวิทยานะคะ การตรวจวัดการได้ยินจะมีอยู่ 3 แบบนะคะ แบบอย่างคร่าว ๆ คร่าว ๆ ก็คือถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ ก็จะเป็นเรียกชื่อ เรียกแล้วหันตามเสียงนะคะ ก็จะถือว่าปกติ แต่ถ้าเรียกแล้วไม่หันก็จะผิดสังเกต แต่ว่าอันนี้ในระดับเด็กน่ะค่ะ ก็จะมีช่วงอายุ หรือพัฒนาการทางด้านร่างกายของแต่ละคนจะแตกต่างกันนะคะ บางคนก็จะพัฒนาการช้า หรือร่างกายไม่สมบูรณ์ ในอวัยวะในร่างกายบางส่วนก็จะทำงานล่าช้าไปด้วยนะคะ อย่างเช่น บางคนร่างกายไม่สมบูรณ์ก็จะส่งผลให้การได้ยิน หรือการมองเห็น ล่าช้ากว่าคนที่ระดับทางด้านร่างกายปกติค่ะ การตรวจคร่าวๆ นะคะ การเรียก หรือเหรียญหล่นอย่างนี้ หันตามเหรียญ หรือของหล่นแล้วหันกลับหลัง หรือมีเสียงอยู่ข้างหลังอาจจะมากระทบ หรือมาโดนชนเราอย่างนี้หันไปมองท่วงทันเวลา อันนี้ถือว่าเป็นคนปกติได้ยินปกตินะคะ เป็นการทดสอบเสียงแบบคร่าว ๆ นะคะ แบบที่ 2 การตรวจสอบแบบมาตราฐานนะคะ ก็จะเป็นให้นักโสตวิทยานะคะ ช่วยในการตรวจการประเมิน ก็จะมีเครื่อง เครื่องตรวจ มีการเข้าในห้องที่ไม่มีเสียงรบกวนนะคะ ช่วยในการตรวจวัดการได้ยินของเรานะคะ มีใครเคยไปตรวจวัดการได้ยินไหมคะ ตอนโต ๆ แล้ว เพื่อที่จะรับ... รับเครื่องช่วยฟังน่ะค่ะ ตี๋น้อย ตี๋น้อยเคยไปใช่ไหม ตี๋น้อยเคยไปไหม ตี๋น้อยน่าจะเคยไปนะคะ ที่โรงพยาบาล ตรวจ... เคยไปตรวจการได้ยินเสียงอยู่ใช่ไหม ตอนเด็ก ๆ จำได้หรือเปล่า ได้... เคยได้ไปเข้าห้องตรวจฟังเสียงไหม ก่อนที่จะรับเครื่องฟังน่ะ เขาก็จะต้องตรวจการได้ยินก่อนนะคะ ว่าคุณได้ยินหรือไม่ ถ้าไม่ได้ยินคุณก็จะไม่สามารถที่จะวัดไปขั้นตอนที่จะรับการ... ได้รับเครื่องช่วยฟังนะคะ อาจจะจำไม่ได้นะ แล้ว... แล้วมีได้ฝึกพูดด้วยไหมคะ ก็มีนะคะ ก็ต้อง... พอได้ใส่เครื่องช่วยฟังแล้วจะได้ต้องฝึกพูดไปด้วยนะคะ อันนี้เป็นการทดสอบแบบมาตราฐานนะคะ ต่อไปเป็นการทดสอบแบบพิเศษนะคะ การทดสอบแบบพิเศษนะคะ ก็จะมีการวิเคราะห์ของแพทย์ด้วยนะคะ ก็คือการตรวจในแก้วหู ในชั้นหูของเรานะคะ มีความผิดปกติอะไรด้วยไหมนะคะ หลังจากที่เราประเมินการได้ยินแล้ว อาจจะมีประเมินในขั้นมาตราฐาน แล้วต่อไปก็เป็นการประเมินของขั้นแบบพิเศษ แบบพิเศษก็จะมีแพทย์เข้าช่วยในการวินิจฉัย ว่าเรา... ในช่วงอายุน่ะค่ะ มันก็จะมีกลุ่ม... กลุ่มผู้สูงอายุอาจจะมีหูตึงเข้ามาอย่างนี้ค่ะ ก็จะมีแพทย์เข้ามาช่วยประเมินในส่วนนี้ด้วยนะคะ ว่าแก้วหูอาจจะเสื่อม อาจจะลดน้อยลง อาจจะทำให้เสียงการได้ยินลดน้อยลงไปด้วยอย่างนี้ค่ะ หรือทางการแพทย์อาจจะส่องดู ว่ามีขี้หูปิดหูมาก-น้อยแค่ไหนนะคะ บางคนอาจจะแบบไม่ได้แคะหูเลยตั้งแต่เกิดมาอย่างนี้ค่ะ อาจจะทำให้ไปปิดหู ปิดแก้วหู ทำให้การสั่นสะเทือนของเสียงไม่สามารถเข้าไปถึงแก้วหูได้นะคะ อันนี้ก็จะเป็นการตรวจแบบพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ ต่อไปนะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จะต้องมีภาษาที่ช่วยในการสื่อสารนะคะ และก็มีวิธีการสื่อความหมายนะคะ ว่าจะต้องใช้วิธีไหนนะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ ถ้าเป็นคนเราปกตินะคะ ก็จะใช้การสื่อสารโดยการพูดนะ เมื่อเราได้ยินเราก็สามารถจำได้โดยอัตโนมัตินะคะ ว่าคำนี้ความหมายว่าอย่างนี้นะคะ อาจจะมีบางคำที่ไม่คุ้นหู เราก็จะต้องได้เรียนรู้ในความหมายในคำนั้น ๆ นะคะ แต่สำหรับหูหนวกแล้ว ไม่ได้ยินก็ทำให้มีปัญหาในการเข้าใจภาษา เข้าใจความหมายด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้ว หูหนวกก็เลยจะต้องใช้ทักษะพิเศษ ก็คือใช้ตาแทนการได้ยินนะคะ มาช่วยในการรับการสื่อสารนะคะ แต่ตาเรานะคะ สามารถที่จะมองไปข้างหน้าเห็นได้หลาย ๆ อย่างนะคะ ก็เลยทำให้เราไม่สามารถที่จะโฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แม่นยำเท่ากับการได้ยินเสียง ถ้าการได้ยินเสียงมันอาจจะได้ยินมีเสียง 1 เสียง 2 หรือส่วนมากก็จะเป็นเสียง 1 อย่างเช่น ตอนนี้ถ้าใครเป็นนักศึกษาที่เป็นคนปกติเป็นหูดีนะ ก็จะได้ยินเฉพาะแค่เสียงอาจารย์ที่พูด ก็จะไม่มีอะไรที่มาแทรก ก็จะเข้าใจในเสียงเดียวนะคะ แต่ถ้าเป็นหูหนวกใช้ตาแทนการได้ยิน ตาจะมองเห็นได้หลายอย่าง หลายที่ หลายจุดมากนะคะ ก็เลยไม่สามารถที่จะโฟกัสในคำ คำศัพท์นั้นได้นะคะ ก็เลยทำให้มีปัญหาในการจำคำศัพท์นั้นด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้ว นักศึกษาก็เลยจะต้อง... ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินน่ะค่ะ จะต้องมาฝึกการพูด หรืออ่านปากนะคะ เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร มีการฝึกพูดนะคะ สำหรับหูหนวก หูหนวกจากครอบครัว จากพ่อจากแม่ก็ไม่ได้เรียนภาษามือใช่ไหมคะ ฉะนั้น หูหนวกก็จะต้องมีการฝึกอ่านปากจากพ่อแม่ ถึงแม้ว่าไม่ได้ยินแต่ก็มีการฝึกอ่านปาก แล้วก็ฝึกออกเสียง เพื่อที่จะสื่อให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึงสิ่งนั้น ที่เราอยากสื่อไปนะ Step ที่ 2 ก็คือภาษามือ พอพูดมันยากแล้วล่ะ ท่าปากน่ะ มันก็... สีหน้ามันก็มีบ้าง แต่ว่าบางทีมันอาจจะรูปปาก ท่าปากเหมือน ๆ กัน คล้าย ๆ กัน ก็เลยไม่สามารถแยกได้ ว่าคำนี้พูดออกเสียงว่าอย่างไรนะคะ จึงมีการใช้ภาษามือ เรียนภาษามือแทนการอ่านปากนะคะ แทนคำศัพท์ หูหนวกก็จะต้องได้เรียนนะคะ ต่อไปพวกเราจะได้เรียนภาษามือนะ เป็นการแทน... สื่อสารแทนภาษาพูดนะคะ ในการใช้ภาษามือ เราก็จะมีการสะกดนิ้วมือเข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะภาษามือไทยเรานะคะ อาจจะมีท่ามือที่เป็นตัวสะกด เป็นตัวนำใช่ไหมคะ อย่างเช่น ชื่อบางคนอย่างนี้ ชื่อ ก ไก่ กิ๊ฟเก๋ อย่างนี้ ก็อาจจะมีตัว ก ไก่ ที่เป็นตัวสะกดมือนะคะ มาประกอบท่าตำแหน่งให้เป็นภาษามือนะคะ หรือเป็นคำว่า "จังหวัดต่าง ๆ" อย่างนี้ค่ะ ใช่ไหมคะ ที่สังเกตเห็นก็จะมีตัวสะกด ตัวสะกดแล้วก็มีเพิ่มท่านั้นนี้มา เพื่อจะเป็นคำศัพท์เฉพาะ ของสถานที่นั้น ๆ ใช่ไหมคะ อย่างเช่น ขอนแก่น ขอนแก่น ก็จะเป็น ข ไข่ เอ้ย ข ไข่ แล้วก็ ก ไก่ ใช่ไหมคะ มีตัวสะกดเข้ามาช่วยในภาษามือ สกลนคร ใช่ไหมคะ ก็จะมี ส เสือ เข้ามาช่วยใช่ไหมคะ หลาย ๆ จังหวัดนะ ก็จะมีตัวอักษรเข้ามาช่วยในภาษามือนะคะ แล้วทีนี้บางคำ คำศัพท์ภาษามือโดยตรงไม่มีนะคะ เป็นคำใหม่ เพื่อที่จะให้หูหนวกเข้าใจนะคะ ก็จะมีการสะกดนิ้วมือว่าคำนี้นะคะ มันมาจากตัวนี้ บางคนอาจจะคุ้นตา แต่ว่าไม่สามารถแปลความหมายได้ แต่บอกว่านี่คือคำนี้นะ อย่างนี้ค่ะ ก็สะกดมือมานะคะ แล้วก็มาช่วยในการสื่อสาร อย่างเช่น บางครั้งพี่ล่าม ประเทศหลาย ๆ ประเทศนะ อาจจะนึกคำศัพท์ที่เป็นท่าภาษามือไม่ได้อย่างนี้ค่ะ ก็จะทำการสะกดนิ้วมือ คนหูหนวกก็จะดูการสะกดนิ้วมือ คือ ประเทศนี้นะ โดยที่ไม่ได้ทำท่าของภาษามือเฉพาะนั้นนะคะ ก็สามารถเข้าใจได้อย่างนี้นะคะ การอ่านริมฝีปาก ในการทำภาษามือ ครอบครัว พ่อแม่หลาย ๆ คนนะ ที่เป็นพ่อแม่หูดี ก็จะมีการอ่านริมฝีปากนะคะ คือ สื่อให้ลูกได้รู้ ก็คือพูด ลูกก็จะต้องจ้องที่ปากนะคะ แล้วก็รวมกับสีหน้าอยู่บนใบหน้าด้วยนะคะ ว่าจะต้องการสื่ออะไร กินข้าว ๆ อย่างนี้ใช่ไหมคะ มานี่ อาจจะมีท่ากริยาเข้ามาช่วยนะคะ ท่าแนะคำพูดนะคะ ท่าแนะคำพูดก็จะมีปาก (อาจารย์ภาวิณี) อาจารย์สวัสดีค่ะ (อาจารย์ผู้ชาย) ยังไม่เสร็จเหรอ (อาจารย์ภาวิณี) ยังค่ะ ก็จะมีปากนะคะ ที่พูดด้วย แล้วก็มีท่ามือที่เป็นท่าภาษาธรรมชาติโดยทั่วไปนะคะ อย่างเช่น มานี่ ใช่ไหม เราก็จะมีสีหน้ามีปาก มานี่ โดยไม่มีออก... การออกเสียงนะคะ แล้วก็มือกวักใช่ไหมคะ ใช่ ใช่ไหมคะ มาร์กี้ก็จะเจอจริง ๆ ใช่ไหมคะ มาร์กี้ไปทำงานนะ จะได้คุยกับคนปกตินะคะ หรือพี่ ๆ ที่ทำงานด้วยกันน่ะค่ะ ก็จะมีการใช้เขาเรียกว่า "ภาษาธรรมชาติ" "ภาษาแนะ" นะคะ มีการทำท่ามือ หรือผงกหน้า มานี่ ๆ อย่างนี้นะคะ อาจจะไม่ได้ใช้มือนะคะ เป็น... คำแนะ การให้... ผู้ฟังดูอย่างนี้ค่ะ ตาเราชี้ไปที่ตาใช่ไหมคะ คุณต้องใช้ตาแล้วนะ คุณต้องดูหรือชี้มือนำไปจุด ๆ นั้นนะคะ อันนี้ก็เป็นท่าคำแนะพูด แนะการพูดนะคะ หรือบางคนปากอาจจะมีอาหาร มีน้ำอยู่อย่างนี้ค่ะ ไม่สามารถพูดได้ แต่ใช้มือชี้แนะไปด้วยนะคะ หรือโดนยุง แต่ว่าอยู่กับเพื่อนไกล ๆ แต่ทำให้ จุ๊ ๆ ๆ ไม่ให้พูดนะคะ แต่ว่าให้ระวังว่ามียุงอยู่ที่หน้าผากนะ ยุงอยู่ที่หน้าผาก ให้ตบนะ ให้ระวังนะอย่างนี้ค่ะ หรือให้เบา ๆ ก่อนที่มันจะบินไป เป็นการชี้แนะท่าประกอบนะคะ การสื่อสารรวม สื่อสารรวม ทุกวันนี้มี Social ใช่ไหมคะ มี Facebook มี LINE นักศึกษาก็ใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารรวมนะคะ มีทั้งการพูด การส่งข้อความเสียง สื่อต่าง ๆ นะคะ มีท่าประกอบ มีการพิมพ์เพิ่ม มีตุ๊กตา Sticker LINE ใช่ไหมคะ เป็นการสื่อสารรวมนะคะ Sticker LINE มีท่าการ์ตูนที่แสดงความยินดีก็มีการยิ้ม มีภาพให้ว่าเป็นภาพของขวัญร่วมฉลองยินดี และมีคำด้วยในการ์ตูน Sticker นั้น ว่ายินดีอย่างนี้ค่ะ อันนี้เป็นการสื่อสารรวมนะคะ หรือบาง Sticker มันก็จะมีเสียงพูดออกมาด้วยใช่ไหมคะ อันนี้ก็จะผ่านไปนะ เด็กหูหนวกกับเด็กตาบอดใช้สื่อการสื่อสารที่แตกต่างกันนะ แต่ว่าทำอย่างไรถึงจะสื่อสารกันได้ ทางหูหนวกก็จะใช้ประสาทสัมผัส โดยการ... ทางตานะคะ ในการรับสาร แทนการส่งสาร ก็คือมือแทนการพูดนะคะ สำหรับตาบอดก็จะใช้การพูดนะคะ แทนการสื่อสาร การได้ยินเป็นการรับสารโดยตรงอยู่แล้วนะคะ แต่ว่าการพูดก็เป็นการสื่อโดยตรง แต่บางอย่างเขามองไม่เห็น เขาก็จะใช้ประสาทสัมผัสกับเหมือนคนหูหนวกนะคะ เป็นการจับ การลูบ การคลำนะคะ สรุปนะคะ คนที่สูญเสียประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นหูหนวกหรือตาบอดนะ ก็จะใช้ประสาทสัมผัสอื่น แทนประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนะคะ ก็จะสามารถพูดคุยสื่อสารได้เหมือนกับคนปกตินะคะ ถ้าพูดไม่ได้ก็จะใช้ภาษามือ ท่าทาง กริยา อวัจนภาษาในการช่วยในการสื่อสารนะคะ ก็สามารถที่จะสื่อสารได้เทียบเท่ากับคนปกติได้นะคะ ในด้านอารมณ์ เดี๋ยวทุกคนก็อาจจะเข้าใจบริบทของเพื่อน ๆ นะ ก็ให้มาอ่านเพิ่มเติมเอาก็แล้วกันนะคะ ในส่วนของบุคลิกภาพ เดี๋ยวมันก็เป็นไปตามที่เราอยู่ในสังคมนะ บุคลิกภาพของคนหูหนวกใน 8 ขั้นตอนนะคะ 8 ระยะ จนถึงแก่ไปเลยนะคะ ในการศึกษาของคนหูหนวกนะคะ การศึกษาของคนหูหนวก ส่วนมากนะคะ การศึกษาของคนหูหนวกจะเป็นการศึกษาใน 2 แบบนะคะ แบบที่ 1 ก็จะเป็นโรงเรียนเฉพาะ โรงเรียนเฉพาะ ก็คือโรงเรียนโสตฯ ต่าง ๆ นะคะ ที่มีในกลุ่มเฉพาะของคนหูหนวกนะคะ อีกแบบที่ 2 ก็จะเป็นโรงเรียนเรียนร่วม เรียนร่วมกับคนปกติ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยของเรานะคะ ก็ถ้าเป็นรุ่นพี่นะ ก็จะมี... เพื่อนในห้องเรียนที่เป็นคนปกติ และก็มีคนพิการ คนพิเศษเข้ามาเรียนร่วมในห้องเรียนนั้นนะคะ แต่ว่าในทางการเรียนนะคะ ก็จะมีการให้บริการ การสนับสนุน เพื่อที่จะให้ผู้บกพร่อง ผู้พิการได้เรียนเทียบเท่ากับคนปกติ ถ้าเป็นหูหนวกก็จะมีล่ามเข้ามาแปลในชั้นเรียนนะคะ อย่างของมหาวิทยาลัยเราก็จะมีพี่ล่ามแปลในชั้นเรียนนะคะ แล้วก็พี่ล่ามจากทางออนไลน์ช่วยด้วยนะคะ ก็จะแปลที่อาจารย์บรรยาย แปลในการสื่อสาร ให้นักศึกษาได้เรียนไปพร้อมกับคนปกติ เราก็ได้เข้าใจในขั้นตอน วิธีการการเรียนนะคะ การศึกษาเฉพาะโรงเรียนนะคะ ก็ถ้าเป็นหูหนวกเขาจะเป็นเรียกว่า "เรียนแบบ 2 ภาษา" นะคะ ควบคู่กันไป ก็คือภาษาเขียนและก็ภาษามือนะคะ เดี๋ยวเราจะได้เรียนกันในแบบ 2 ภาษานะคะ หูหนวกก็จะได้ทบทวนภาษาเขียนไปด้วย แล้วก็ภาษามือนะคะ ในการเรียนของโรงเรียนเฉพาะทางนะคะ ในการสอน หลักสูตรในการสอนก็จะเหมือนของโรงเรียนปกติ ของนักเรียนปกตินะคะ แต่ว่าจะมีการให้บริการสนับสนุนเข้ามาช่วยนะคะ ถ้าเป็นห้องเรียนของหูหนวก ก็จะมีล่ามเข้ามาช่วยภาษามือ แปลภาษามือนะคะ มีของ ม. เราก็จะมี Note Taker ช่วยจดบันทึกงานต่าง ๆ แทนหูหนวก เพราะหูหนวกไม่สามารถที่จะมองล่าม แล้วก้มมาเขียนได้นะคะ ฉะนั้น ก็จะต้องมีการให้บริการ Note Taker ในห้องเรียนด้วยนะคะ การแบบเรียนร่วม ก็คือเหมือนรุ่นพี่เรานะคะ ก็คือมีห้องเรียนแล้วก็มีการให้บริการ เพื่อที่จะให้นักศึกษาพิการ นักศึกษาหูหนวก เรียนไปพร้อมกับเพื่อนปกติได้นะคะ ในเวลาเดียวกันนะคะ ระบบสอนภาษา อันนี้ก็พูดแล้วนะ นี่อันนี้จะเป็นการให้บริการสำหรับคนหูหนวกนะคะ มีการให้บริการสอนปรับพื้นฐานภาษามือไทย มีล่ามในห้องเรียน มีการส่งเสริมการเรียนภาษาไทยนะคะ มีการให้บริการปรึกษา อย่างเช่น นักศึกษามีคำไทยมาแต่ไม่รู้ภาษามือ ก็นำมาใช้พูดคุยกับพี่ล่ามหรือเพื่อน ๆ นะคะ มาตกลงกัน ว่าจะต้องใช้ภาษามือแบบนี้อย่างไรนะคะ การบริการวิชาการ ก็จะเป็นการให้บริการล่ามเชื่อมโยงกันนะคะ การช่วยจดคำบรรยาย การบริการด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างเช่น ทุกวันนี้เห็นช่องทีวีใช่ไหมคะ ก็จะมีล่ามในช่องทีวีช่วยบริการด้านเทคโนโลยี แปลในระหว่างที่ช่องทีวีนั้นพูดบรรยายนะคะ การบริการพิเศษก็อาจจะมีเพิ่มเติม มีการเขียนคำ การให้คำไปด้วย แต่ถ้าเป็นของเราก็จะมีข้างบนใช่ไหมคะ เป็นข้อความเสียงพูด ถอดเสียงพูดมาด้วยนะคะ เป็นตัวอักษรนะคะ การสอนเสริมรายวิชาก็จะเป็นพี่ ๆ ช่วยสอนเสริม เพราะบกพร่องทางการได้ยินน่ะ จะมีปัญหาในเรื่องภาษานะคะ ฉะนั้น จึงมีการสอนเสริมเพิ่มเติมอีกนะคะ สรุปนะคะ วันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองแล้วกันนะคะ ไม่ อาจารย์จะไม่สรุปนะ วันนี้จะให้งานนะคะ ให้งานอีกนะคะ วันนี้จะให้งานนักศึกษาอีก ก็คือให้นักศึกษาไปเรียนรู้คำศัพท์ภาษามือ ไปฝึกดีกว่า ไปฝึกจำนวนตัวเลขนะคะ ที่เว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้ของสมาคมคนหูหนวก แล้วก็ของ NECTEC นะคะ ไปฝึกภาษามือจำนวนตัวเลข 1-10 หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน หลักล้านนะคะ ฝึกตัวเลข ฝึกท่าภาษามือ แล้วก็ฝึกเขียนจำนวน เดี๋ยวอาจารย์จะทำคำสั่งลงใน Classroom นะคะ วันนี้แล้วให้นักศึกษาทำส่งมา แล้วก็จะมีสัปดาห์หน้า ก็จะให้นักศึกษามาทดสอบอีกเหมือนเช่นเคยนะคะ ก็จะเก็บคะแนนไปเรื่อย ๆ นะคะ ก็สำหรับวันนี้เดี๋ยวอาจารย์จะจบการบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ แล้วจะให้นักศึกษาออกมาทีละคนนะคะ มาเขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งใน Classroom น่ะค่ะ เขียน 10 จำนวน 10 คำแล้วก็ทำภาษามือให้อาจารย์ดูนะคะ สำหรับใคร เดี๋ยวจะให้เวลาพักด้วยนะ ตั้งแต่ตอนนี้ 10 โมง จนถึง 11 โมง นะคะ พอ 11 โมง จะให้มาสอบ เดี๋ยวให้นักศึกษาไปทบทวนดู ว่าคำศัพท์ตัวเองเขียนว่าอย่างไรนะคะ แล้วอาจารย์จะไม่... ให้มาเขียนอยู่ตรงหน้าอาจารย์นะคะ เขียนคำศัพท์ให้ถูก ภาษามือให้ตรงกันนะคะ แล้วตอนที่พักใน 15 นาทีนี้ ให้นักศึกษาตรวจดูใครเขียนคำศัพท์ไหนไม่ถูก ให้แก้แล้วก็ให้ส่งใหม่นะคะ โอเคนะคะ ของมิ่งยังไม่ได้ส่ง ให้พิมพ์ส่งมาด้วยนะคะ แล้วก็มาเขียนส่ง สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทดสอบแล้วค่ะ เดี๋ยวก็ให้พี่ล่ามพักผ่อนนะคะ วันนี้นักศึกษาขอบคุณพี่ล่ามนะคะ นักศึกษาขอบคุณพี่ล่ามค่ะ 1 2 3 ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ให้พักผ่อนนะคะ แล้ว 11 โมง จะมาสอบ