[เสียงดนตรี] (ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะ นักเรียนคะ พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคย ในวิชาเทคโนโลยี การออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ ที่นักเรียนทราบแล้ว ว่าในวิชานี้ประกอบด้วยเนื้อหา 7 บท ซึ่ง 3 บทแรก อยู่ในส่วนที่เรียกว่า "เทคโนโลยีน่ารู้" วันนี้เป็นหัวข้อที่ 2 ในบทที่ 2 นะคะ ชื่อเรื่องว่า "ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี" จุดประสงค์ของหัวข้อนี้ ก็คือนักเรียนต้องสามารถวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์ และด้านสิ่งแวดล้อมได้ รวมถึงต้องสามารถคาดการณ์แนวโน้ม เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน จะวิเคราะห์อย่างไร จะคาดการณ์อย่างไร วันนี้เราจะได้เรียนรู้กันนะคะ หลายคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมต้องเป็นเรื่องของ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และทำไมต้องเป็นด้านสิ่งแวดล้อม ก็เพราะว่าในสถานการณ์ของโลกปัจจุบันนี่ค่ะ กลุ่มประชากรที่จัดว่าเป็นกลุ่มผู้สูงวัย หรืออายุ 60 ปีขึ้นไปนี่ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น อาจจะเนื่องมาจาก สาเหตุอัตราการเกิดลดลง หรือประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลนี่มากขึ้น ก็จะทำให้ผู้สูงอายุนี่มีจำนวนมากทั่วโลก แม้แต่สถิติของประเทศกลุ่มอาเซียน รวมทั้งไปเปรียบเทียบกับอีก 3 ประเทศ นั่นก็คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน นี่ เราจะเห็นว่าประเทศไทย มีสัดส่วนของประชากรถึงร้อยละ 15.36 เป็นผู้สูงวัย จากประชากรทั้งหมดนะคะ ร้อยละ 15.36 คือ กลุ่มผู้สูงวัย ถ้าเทียบกับกลุ่มประเทศที่เอามาเปรียบเทียบกันนี่ นักเรียนจะเห็นว่าข้อมูลนี้ ประเทศไทยถือว่าอยู่ในอันดับ 4 รองจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน และเป็นสัดส่วนที่เป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่ง ที่กำลังจะอยู่ในสังคมผู้สูงวัย เราก็ต้องเรียนรู้การรักษาพยาบาลผู้สูงวัย รวมถึงอีกประเด็นหนึ่งนะคะ นั่นก็คือเทคโนโลยีทางการแพทย์นี้ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นและมีความสำคัญ ที่จะต้องเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านนี้ อีกเรื่อง ด้านหนึ่งค่ะ สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพัฒนา โดยไม่ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนี้ ก็จะเกิดมลภาวะด้านต่าง ๆ อย่างเช่น มลภาวะทางอากาศ ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเมือง ของชุมชนเมือง การใช้รถยนต์ หรือการทำธุรกิจ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ก็อาจจะเกิดมลภาวะทางอากาศ รวมถึงสารปนเปื้อน ที่ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล จากการผลิตระบบทางอุตสาหกรรมหรือชุมชน ที่มีความหนาแน่น รวมถึงการกำจัดขยะที่ไม่เป็นระบบ ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหา ทางการจัดการขยะได้ด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเรียนรู้ เรื่องของเทคโนโลยีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะช่วยกันให้เรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีนั้น ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น จึงเป็นที่มาของ หัวข้อที่เราจะได้เรียนในวันนี้นะคะ ก่อนอื่นขอทบทวนก่อนว่า เอ๊ะ สาเหตุหรือปัจจัย การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ นักเรียนจำได้หรือเปล่าคะ ในหัวข้อที่แล้ว มีกี่สาเหตุหรือมีกี่ปัจจัยคะ มี 5 สาเหตุ 5 ปัจจัยค่ะ นั่นก็คือความต้องการของมนุษย์ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาใช่ไหมคะ เป็นสาเหตุหรือปัจจัยหลักเลย ร่วมกันกับองค์ความรู้ และความก้าวหน้าของศาสตร์ต่างๆ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้น ในวันนี้ในเรื่องของการพิจารณา ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ เราก็ต้องคำนึงถึงสาเหตุหรือปัจจัยเหล่านี้เสมอ เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ที่จะช่วยพิจารณาการเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยีได้ด้วยนะคะ เรามาเริ่มพิจารณา การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกันค่ะ เริ่มจากการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ และด้านสุขภาพนะคะ อุปกรณ์ที่นักเรียนเห็นในภาพนี้ เรียกว่า "เครื่องเป่าความดันลม" หรือ "CPAP" เครื่องเป่าความดันลมนี้มีลักษณะอย่างไร ก็เป็นเทคโนโลยีหนึ่งนะคะ ที่ช่วยเปิดขยายทางเดินหายใจ สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนกรน นอนหลับไม่สนิท หรืออาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพราะฉะนั้น จึงมีเทคโนโลยีชนิดนี้ขึ้นมา เรียกว่า "เครื่องเป่าความดันลม" นี่แหละนะคะ หลักการเครื่องเป่าความดันลมทำงานอย่างไร ก็มีการดูดอากาศจากภายนอก เข้าสู่ตัวเครื่องนี้นะคะ ผ่านแผ่นกรองกรองฝุ่น แล้วจึงผลิตแรงดันอากาศนั้นผ่านส่งต่อ ส่งต่อเข้าไปทางท่อนะคะ จนถึงส่วนครอบจมูก สำหรับผู้ใช้ แล้วก็ผ่านเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจ ของผู้ใช้นั่นเอง เพราะฉะนั้น มีสาเหตุหรือปัจจัย ที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีตรงนี้ขึ้นมา ก็ด้วยเนื่องจากว่ามนุษย์นี่แหละค่ะ มีความต้องการแก้ปัญหาการนอนกรน หรือว่าการนอนหลับไม่สนิท รวมถึงความก้าวหน้า ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็สามารถทำให้ผลิตเครื่องเป่าความดันลม หรือ CPAP ขึ้นมาได้ เอ๊ะ นักเรียนเห็นสภาพ รูปแบบนี้ เห็นลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้ต้องนอนอยู่แบบนี้ นักเรียนคิดว่าจะมีข้อจำกัด หรือว่ามีปัญหาในการใช้หรือเปล่าคะ นักเรียนลองคิดนะคะ ว่า เอ๊ะ จะมีข้อจำกัดไหม ขนาดว่าจะสามารถช่วย ในการนอนกรนนั้นด้วยได้แล้วนะ แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามเมื่อมีผู้ใช้ ที่มีลักษณะแตกต่างกันนี่ ปัญหาหรือว่าความไม่สะดวกก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน อย่างเช่น ในเรื่องของเครื่อง CPAP นี่ เรื่องของขนาดอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมนี่ มีสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะว่าหน้าตาของแต่ละคนนี่ แตกต่างกันใช่ไหมคะ รูปร่างหน้าตา เพราะฉะนั้น อุปกรณ์ก็อาจจะไม่เหมาะสม สำหรับบางคนหรือกรณีที่มีการใช้เป็นเวลานาน ๆ นี่ ก็อาจจะมีอาการข้างเคียง อย่างเช่น อาการคัดจมูก ปวดจมูก เลือดกำเดาไหล หรือมีอาการเกิดรอยกดทับ เพราะว่าใช้นานเกินไป แบบนี้ก็ถือว่าเป็นข้อจำกัดของเครื่อง CPAP ที่ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน ถ้าเป็นแบบนี้ นักเรียนสามารถคาดการณ์ได้ไหมคะ ว่าแล้วเครื่องนอนกรน... เครื่องช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ ในอนาคตนี่มันควรจะเป็นรูปแบบไหน นักเรียนคิดว่าจะเป็นรูปแบบไหนได้บ้างคะ เพื่อที่จะแก้ไขหรือว่าแก้ปัญหาข้อจำกัด ที่ ณ ปัจจุบันนี้ เครื่อง CPAP มีข้อจำกัดนี้อยู่ ให้นักเรียนลองคิดนะคะ อาจจะยังคิดไม่ออก แต่ว่าตอนนี้นะคะ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ค่ะ มันมีกลุ่มผู้วิจัย ทางด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์นะคะ ได้สามารถพัฒนาเครื่องมือ ที่เรียกว่า "หมอนตุ๊กตา" ค่ะนักเรียน หมอนตุ๊กตานี้ ช่วยลดปัญหาการนอนได้อย่างไร เพราะว่ามีไมโครโฟนตรวจจับเสียงกรนค่ะ แล้วก็นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ ที่ตรวจวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด ติดไว้ที่ปลายนิ้วของผู้ป่วยด้วย หลังจากที่มีการได้รับสัญญาณแล้ว ได้ตรวจจับเสียงกรนแล้ว ก็จะส่งสัญญาณไป ให้ตุ๊กตานี่สามารถยกแขนดันศีรษะของผู้ป่วย ให้เปลี่ยนท่านอนได้ เพื่อที่จะได้หายใจได้สะดวก คล่องยิ่งขึ้น นี่ก็คือสามารถแก้ปัญหา เรื่องของไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมาครอบจมูก ก็จะเกิดความสะดวกกับผู้ใช้ใช่ไหมคะ ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิดเทคโนโลยีขึ้น สังเกตว่าการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทนี้ เป็นการแก้ปัญหา เรื่องของความไม่สะดวกของผู้ใช้ได้ นักเรียนจะเห็นนะคะ ว่าการคาดการณ์นี้ ต้องอยู่บนพื้นฐานของสภาพปัญหา หรือว่าสภาพการใช้งานที่มันไม่สะดวก ต่อการใช้งานนั่นเอง ท้ายที่สุดแล้ว ตัวนี้ก็ยังคงเป็นแค่แนวโน้ม ของเทคโนโลยีอยู่นะคะ ยังเป็นต้นแบบ ฉบับต้นแบบ ยังอยู่ในระดับการทดลองอยู่ เพราะฉะนั้น ก็ยังถือว่ายังไม่ได้นำมาใช้จริง ในกับผู้ป่วยนะคะ อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ เรื่องของการเปลี่ยนแปลงหูฟังที่แพทย์ใช้ตรวจ สุขภาพของผู้ป่วยนะคะ ก่อนหน้านี้นะคะ หูฟังในยุคโบราณนั้นทำจากไม้ แน่นอน ทำจากไม้ก็ต้องมีปัญหา เรื่องของขนาดของหูฟังนี่แหละ ที่มันมีขนาดใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมากเกินไป พกพาไม่สะดวก และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านวัสดุ และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เกี่ยวข้องกับเสียงนี่ ทำให้สามารถใช้ผลิต หรือว่าพัฒนาต่อยอดมาเป็นหูฟังแพทย์ทั่วไป เหมือนที่นักเรียนเห็นในรูป ก็จะสามารถทำให้มีขนาดเล็ก มีน้ำหนักเบา อย่างไรก็ตาม หูฟังแพทย์ทั่วไปนี่ ตอนนี้ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ อย่างเช่นมีเสียงรบกวน และผู้ใช้หรือว่าแพทย์ผู้วินิจฉัยนี่ ก็ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะบุคคล ไม่สามารถบันทึกเสียง หรือที่ได้ยินเป็นสัญญาณภาพให้เห็นได้ เพราะฉะนั้น การ... ก็ต้องแก้ปัญหาไปอีก ตอนนี้ เนื่องจากมีความก้าวหน้า ของเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ จึงสามารถพัฒนาหูฟังแพทย์ เป็นหูฟังอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ผ่านสัญญาณบลูทูธได้แล้วนะคะ นั่นก็สามารถทำให้เห็นสัญญาณ มีการแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณภาพ ทำให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างนี้แหละค่ะ คือ ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่เกิดจากข้อจำกัด ขณะใช้ไป ใช้ไป ก็เกิดข้อจำกัด ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตนี้ หูฟังแพทย์อาจจะอยู่ในรูปแบบอื่น ก็ต้องถูกพัฒนา ปรับปรุงไปตามสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ นี่ก็เป็นตัวอย่าง ของการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์นะคะ แล้วตัวอย่างการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีทางด้านสิ่งแวดล้อมนะคะ นักเรียนคิดถึงเทคโนโลยีใดบ้าง บรรจุภัณฑ์ค่ะนักเรียนคะ ตอนนี้มีปัญหากันมากเรื่องของสิ่งแวดล้อม ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่เป็นประเภทพลาสติก หรือวัสดุที่ย่อยสลายยาก อย่างเช่น เริ่มต้นที่เราพิจารณากัน บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม จริง ๆ แล้ว ก็มีข้อดีอยู่นะคะ ก็มีข้อดีอยู่ อย่างเช่น พกพาสะดวก เราไม่ต้องล้าง เพราะฉะนั้น ก็สอดคล้อง กับวิถีชีวิตที่มันต้องรีบเร่งทำงานใช่ไหมคะ แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็มีข้อจำกัด ข้อเสีย เพราะว่ามีองค์ประกอบ คือ สารสไตรีน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย รวมทั้งเกิด... การเกิดจากการผลิต ที่เกิดจากส่วนเกิน ในกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งมีปัญหาเรื่องการย่อยสลาย จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะสะดวก แต่ถ้ามองในแง่สิ่งแวดล้อมนั้น เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีการพัฒนา หรือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์แบบนี้ไปอีก นักเรียนคิดว่าต้องมาพัฒนาแบบไหนคะ ตอนนี้ค่ะ ตอนนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งวัสดุธรรมชาตินี้ทำจากอะไร ก็ทำจากใบไม้ค่ะ ในตรงนี้นะคะ รูปที่ครูนำมานี่ ก็เป็นพัฒนาโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำใบทองกวาวมาขึ้นรูปเป็นจานและชาม เป็นบรรจุภัณฑ์ใช้แทนกล่องโฟมได้ ใส่น้ำร้อนก็ได้ สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ นี่ก็ถือว่าเป็นการแก้ไขข้อจำกัดของโฟมใช่ไหมคะ แต่เอ๊ะ ถ้านักเรียนคิดไปในแง่ของข้อจำกัด ที่เรา... ถ้าเราใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่ามันจะมีปัญหา หรือข้อจำกัดอะไรบ้างคะ นักเรียนลองคิดดูนะคะ ว่าบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินี่ จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง นักเรียนมีเวลาคิดนะคะ อยากให้นักเรียนลองคิดสัก 30 วินาที เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ต่อไป ครูจะเริ่มจับเวลานะคะ ว่า เอ๊ะ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ใช้ แต่พอเราเห็นรูปหรือเห็นบรรจุภัณฑ์นี่ ทราบข้อมูลนี่จะมีปัญหาอะไรบ้าง ครูเริ่มจับ... จับเวลานะคะ เริ่มค่ะ [เสียงเอฟเฟ็กต์] (ดร.พิมพร) หมดเวลาค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ นักเรียนสามารถคิดข้อจำกัด หรืออาจจะเป็นปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ได้ไหมคะ อันนี้เป็นสิ่งที่ครูคิดไว้ได้นะคะ แบบเร็ว ๆ นะคะ ครูคิดว่าเรื่องความคงทน หรือระยะเวลาในการใช้งานนี่ มันจะคงทนได้สักประมาณเท่าไรนะ อาจจะมีปัญหาเรื่องความคงทนก็ได้ และครูก็ยังคิดอีกว่า ใบทองกวาวนี่ เป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะถิ่นหรือไม่ ถ้าหากว่าครูอยากผลิตในการค้าไปเลย อยากผลิตจำนวนมาก ๆ นี่ วัตถุดิบตัวนี้ คือ ใบทองกวาวนี่ จะมีเพียงพอสำหรับการผลิตหรือเปล่า เป็นพืชท้องถิ่นหรือเปล่า อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ นี่คือเป็นข้อจำกัดที่ครูคิดได้แบบเร็ว ๆ นะคะ นักเรียนอาจจะมีมากกว่านี้นะคะ ถ้ามองในแง่ข้อจำกัดในหัวข้อนี้ นักเรียนคิดว่า บรรจุภัณฑ์ที่จะต้องผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อทดแทนโฟมนี่ ต้องมีลักษณะอย่างไรคะ ที่จะสามารถพัฒนาต่อจากภาชนะ หรือว่าบรรจุภัณฑ์ที่จากใบทองกวาว นักเรียนคิดว่าจะต้องมีลักษณะเป็นอย่างไร นี่ก็ถือว่าเป็นการคาดการณ์นะคะ เป็นการคาดการณ์ในอนาคต โดยพิจารณาจากข้อจำกัดที่เราสมมุติ ว่าจะเกิดขึ้น หรือคาดว่าจะเกิดขึ้นนะคะ เอาล่ะ เราไปดูกัน ว่าลักษณะในอนาคตของบรรจุภัณฑ์ จากวัสดุธรรมชาตินี้จะเป็นอย่างไร แน่นอนค่ะ จากข้อจำกัดที่ครูคิดไว้ 3 ประเด็นนะคะ นักเรียนจะอาจจะสามารถแยกออก ในประเด็นในแง่ที่เรียกว่าเป็นวัตถุดิบ นั่นก็คือใบทองกวาวนี่ อาจมีข้อจำกัด ถ้าต้องการผลิตจำนวนมาก เพราะว่าเป็นพืชท้องถิ่น บางท้องถิ่นอาจจะไม่มี แต่ถ้ามองในแง่ของความคงทน นั่นก็แปลว่าครูมองในประเด็นของคุณภาพ ของบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ ว่าจะสามารถมีคุณภาพ ประสิทธิภาพที่ดีหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ในการคาดการณ์ ครูก็ต้องคาดการณ์เพื่อแก้ไขข้อจำกัดนี้ เพราะฉะนั้น การพัฒนาในอนาคต ก็จะต้องมีแนวทาง อย่างเช่น ใช้วัตถุดิบ หรือพืช หรืออะไรก็ตามที่มีอยู่ทั่วไป หาง่าย มีปริมาณมาก เพราะเรา... เพราะเรามองว่า มันอาจะมีข้อจำกัด ในเรื่องของการผลิตจำนวนมาก เพราะฉะนั้น เราก็ต้องใช้วัตถุดิบหรือพืช ที่มีปริมาณมากไว้ก่อน และในอนาคต มันก็อาจจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ที่จะทำให้วัสดุนี้มีความคงทนมากยิ่งขึ้น และสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ดีด้วย เพราะฉะนั้น ครูก็คิดว่า น่าจะมีหรือว่าน่าจะพัฒนาได้ นี่ก็คือการคาดการณ์ของครูนะคะ ซึ่งมันจะออกมาในลักษณะไหนล่ะ ก็อาจจะออกมาในลักษณะเป็นจานชาม หรือเป็นบรรจุภัณฑ์จากหญ้า เพราะว่าครูเห็นว่าหญ้ามันมีอยู่ทั่วไป และมีปริมาณมาก หรืออาจจะจากฟางข้าว จากใบไม้ก็ได้ ใช่ไหมคะ และก็ต้องด้วยความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ ที่ครูคิดว่ามันอาจจะพัฒนาไปแล้วนะ ณ ตอนอนาคตนั้น ก็อาจจะมีความคงทนมากขึ้น กันน้ำ กันไฟ หรือว่าย่อยสลายได้เร็ว หรืออาจจะมีการพัฒนา เป็นบรรจุภัณฑ์ที่รับประทานได้เลย จะสามารถลดขยะได้เลยนะคะ หรืออาจจะมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งเราก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อจำกัด นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการคาดการณ์ เทคโนโลยีในอนาคต เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์นะคะ โดยครูใช้พื้นฐาน ก็คือข้อจำกัดที่เราคิดว่า มันอาจจะมีข้อจำกัดในการใช้นั่นเอง อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะคะ เป็นตัวอย่างของการพิจารณาการเปลี่ยนแปลง เชื้อเพลิงรถยนต์ นักเรียนทราบดีว่ารถยนต์นั้นต้องใช้เชื้อเพลิง ในยุคเริ่มต้นนั้น ปัจจุบันก็มีนะคะ คือ การใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ นำมาผสมสารเพิ่มคุณภาพ โดยมีหัวเทียนเป็นเครื่องจุดระเบิดใช่ไหมคะ แต่ข้อจำกัดของเขา ก็คือก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศจากการเผาไหม้ เพราะฉะนั้น จึงมีการพัฒนาเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันแก๊สโซฮอล์นี่ ก็เกิดจากการใช้น้ำมันเบนซินผสมแอลกอฮอล์ ที่สกัดได้จากพืชผลทางการเกษตร ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์ ในทางการเกษตรได้ด้วยนะคะ ตัวนี้นะคะ ก็จะมีประโยชน์ ตรงที่ว่าเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ กับพืชผลทางการเกษตร แล้วก็สามารถลดภาวะทางอากาศ ได้ถึง 20-25 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังไม่ดีที่สุด ก็ยังมีการพัฒนามาอีก เรียกว่า "รถยนต์ไฮบริด" เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า ซึ่งสามารถลดมลภาวะทางอากาศ ได้ถึง 50% เลยทีเดียว นักเรียนคิดว่าหยุดอยู่แค่นี้ไหมคะ ยังค่ะ ยังนะคะ เพราะว่ายังมีเทคโนโลยีอื่นมาทดแทนได้อีกนะคะ นั่นก็คือรถยนต์ไฟฟ้าค่ะ รถยนต์ไฟฟ้านี่ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แน่นอน ไม่เกิด... ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ มลพิษทางอากาศนะคะ กักเก็บไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่ แล้วก็นำมาใช้ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ ดูเหมือนว่าจะแก้ไขปัญหา ด้านมลภาวะทางอากาศได้แล้ว แล้วนักเรียนคิดว่ารถยนต์ไฟฟ้านี่ มีข้อจำกัดไหมคะ หรือว่ามันจะถูกพัฒนาไปในทิศทางไหน คิดนะคะ ว่าขนาดว่าลดภาวะ มลภาวะได้แล้ว จะมีข้อจำกัดอะไรอีก ถ้านักเรียนพิจารณานะคะ ก็จะเห็นว่ารถไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้ ส่วนใหญ่นั้นเป็นรถยนต์รุ่นเล็กนะคะ ใช้สำหรับ ใช้ในเมือง ในระยะสั้น ๆ ต้องมีสถานีบริการชาร์จไฟฟ้าอยู่เป็นระยะ ๆ แล้วก็มีชาร์จนี่ ต้องใช้เวลานาน เพราะฉะนั้น จึงไม่สะดวกเลย จึงต้องมีการพัฒนา จึงต้องมีการพัฒนา เพื่อให้ลบข้อจำกัดข้อนี้นะคะ นักเรียนคิดว่าอะไรจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้คะ ในอนาคตอาจจะเป็นอย่างนี้ค่ะ รูปร่างหน้าตาของรถยนต์ น่าสนใจไหมคะ ก็เพราะว่ามีแนวคิดการพัฒนา ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เรียกว่า เนื่องจากยนต์ไฟฟ้านี่ เป็นรถยนต์รุ่นเล็ก ใช้เดินทางในระยะสั้น ๆ เพราะฉะนั้น ก็เลยมีแนวคิดว่าต้องมีการพัฒนา หาแหล่งพลังงานที่มีอยู่ทั่วไป จะได้ไม่ต้องใช้สถานีชาร์จไฟฟ้า นั่นก็คือการใช้แผงโซลาร์เซลล์นั่นเอง ใช้โซลาร์เซลล์เป็นหลังคารถไปเลย แล้วก็เปลี่ยนพลังงาน จากแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า น่าจะมีการพัฒนาความเร็ว แล้วก็พัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์นั้น ให้ สามารถเดินทางได้ไกล นี่ก็เป็นการคาดการณ์ในอนาคตนะคะ ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ในหลาย ๆ ด้านเลย อย่างเช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แล้วก็เทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ ที่ช่วยในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ ที่ใช้โซลาร์เซลล์นี้ อันนี้ก็เป็นแนวคิดการพัฒนาของหลายบริษัท ที่พยายามทำอยู่ เพื่อให้นำไปสู่การใช้รถยนต์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีประสิทธิภาพดี นี่ก็เป็นตัวอย่าง ของเทคโนโลยี... การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยนะคะ นักเรียนสังเกตไหมคะ ว่าที่ผ่านมาครูได้นำเสนอ ครูได้นำเสนอการคาดการณ์ ครูใช้หลักการอะไรในการคาดการณ์คะ เช่น การคาดการณ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ครูก็คาดการณ์จากข้อจำกัดใช่ไหมคะ จากข้อจำกัดที่คิดว่าอาจจะเกิดขึ้น หรืออย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้า ครูคิดแนว... แนวคิดการพัฒนานี่ ก็เกิดจากข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้งานอยู่ตอนนี้ เพราะฉะนั้น หลักการที่ใช้ในการคาดการณ์ เทคโนโลยีในอนาคตนะคะ ต้องเป็นการคาดการณ์บนฐานความรู้ที่น่าเชื่อถือ แล้วก็มีความเป็นไปได้ นอกจากนี้ก็ต้องลืมไม่ได้เลย ต้องพิจารณาจากสาเหตุ หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยีนั้น ๆ ซึ่งแน่นอนค่ะ มีเรื่องของปัญหา และความต้องการของมนุษย์นี่แหละ เป็นตัวผลักดันที่สำคัญ รวมถึงความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ ร่วมด้วย สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ก็เป็นปัจจัยหรือเป็นสาเหตุเช่นกัน นี่ก็คือเป็นหลักการ ที่ทำให้เราได้สามารถคาด การณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้นะคะ สำหรับนักเรียนคนใดที่อยากศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่เรียกว่า CPAP นะคะ นักเรียนก็สามารถนำลิงก์นี้ หรือใช้ QR Code นี้ ไปศึกษาเพิ่มเติมได้ รวมถึงหมอนตุ๊กตาด้วยนะคะ เป็นเทคโนโลยี... อยู่ใน เป็นเทคโนโลยีที่จัดได้ว่า เป็นเทคโนโลยีต้นแบบอยู่นะคะ ก็ไปลองศึกษาดูว่าเขามีหลักการทำงานอย่างไร รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติด้วย ก็น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ นักเรียนอาจจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมนะคะ จะได้เห็นแนวคิด ในการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับวันนี้นะคะ ครูก็อยากสรุปว่า ปัญหาหรือความต้องการของมนุษย์นี่แหละค่ะ คือ สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี นอกจากนี้ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ ที่ครูเคยได้กล่าวไว้นะคะ เพราะฉะนั้น ความเข้าใจการแปลง ของเทคโนโลยีนี้แหละ และความสามารถในการวิเคราะห์ ปัจจัยต่าง ๆ นี้แหละ จะทำให้นักเรียนนั้นรู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้ เพราะฉะนั้น เมื่อคาดการณ์ได้แล้ว เมื่อทราบสาเหตุหรือปัจจัยแล้ว นักเรียนก็ต้องตระหนัก ถึงผลกระทบของเทคโนโลยีด้วย ซึ่งมีทั้งดี และมีทั้งไม่ดี ก็จะทำให้เรารู้เท่าทัน และใช้เทคโนโลยีนั้นอย่างมีค่าและเป็นประโยชน์ ก็หวังว่า ในเนื้อหาบทที่ 2 เรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งครูได้อธิบายให้นักเรียนได้ฟังนั้น ก็จะสามารถทำให้นักเรียนเข้าใจ และนำไปใช้ได้อย่างดียิ่งขึ้นนะคะ พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไปค่ะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]