พาคุณผู้ชมไปติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องของเรือของกลางที่บรรทุกน้ำมันเถื่อนแล้วก็อยู่ ๆ ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยนี่นะครับ ล่าสุดก็ยังคงตามหากันวุ่นครับ เรือของกลางที่บรรทุกน้ำมันเถื่อนรวมแล้วกว่า 3 แสนลิตร หายสาบสูญไปกลางทะเลได้อย่างไรครับ ล่าสุดเรือลาดตระเวนตำรวจน้ำ 815 และ 632 ได้เดินทางกลับมาที่สะพานท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ หลังจากที่ได้ออกไปปฏิบัติการค้นหาเรือน้ำมันทั้ง 3 ลำนะครับ ที่หายไปตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกาของเมื่อวานนี้ พันตำรวจโท กอบชัย โตอ่อน สารวัตรสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ หัวหน้าทีมค้นหา ระบุสั้น ๆ เพียงว่า ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำ … เจ้าหน้าที่ตรวจ แล้วก็ปฏิบัติหน้าที่ก่อน ก่อนหน้านั้นครับ มีรายงานว่าทีมค้นหาขยายพื้นที่การลาดตระเวนนี่ ไปถึงบริเวณเกาะช้างจังหวัดตราด ตามที่มีข่าวว่าประชาชนพบเห็น แต่ว่าสุดท้าย ก็ยังไม่พบเรือทั้ง 3 ลำนะครับ ซึ่งคาดว่าน่าจะหลบหนีออกจากน่านน้ำไทยไปแล้ว ส่วนทางด้านพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บอกว่าจะต้องหาผู้รับผิดชอบคดีนี้ครับ แบ่งเป็น 2 ส่วนก็คือ ลูกเรือ ที่นำเรือหนี กับอีกส่วนคือตำรวจน้ำ ที่ปล่อยปละละเลย ให้ของกลางนี่สูญหายไป และจะต้องทำการสอบให้ได้นะครับ ว่าเรือที่นำไปจอด ห่างจากท่าเรือ 100 เมตร มีลูกเรือขึ้นไปขโมยเรือได้อย่างไร มีการคุมเข้มการป้องกันการเดินเรือหรือไม่ เพราะจากกล้องวงจรปิดพบว่าเรือได้ปิดไฟ ก่อนที่จะหายไปในเวลา 20.10 น. ของวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนนี่คือสะพานเทียบเรือในจังหวัดชลบุรีนะครับ ซึ่งเป็นจุดจอดเรือของกลางในตอนแรก รวมแล้ว 5 ลำ แต่ในจำนวนนี้ 3 ลำนะครับ มีน้ำมันเถื่อนของกลางรวมกันอยู่ถึงกว่า 3 แสนลิตรนี่หายไป ยังคงเหลือเรือที่ไม่มีน้ำมัน 2 ลำ ก่อนหน้านั้นครับ วันที่ 9 มิถุนายน ทะเลบริเวณนี้มีคลื่นลมแรง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงต้องนำเรือออกไปทอดสมอ ห่างจากจุดนี้ประมาณ 100 เมตร เพราะเกรงว่าสะพานเทียบเรือนั้นจะรับไม่ไหวนะครับ แต่ว่าสุดท้ายนี่นะครับ เรือกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งเรือทั้งสามลำที่หายไป เป็นของเครือข่ายโจ้ น้ำมันเถื่อน หรือว่ารู้จักกันในนามโจ้ ปัตตานี นะครับ เป็นขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในภาคใต้ ซึ่งตอนนี้หลบหนีหมายจับคดีน้ำมันเถื่อนหลายคดีอยู่ในต่างประเทศครับ