(อาจารย์สุธิรา) นะคะ บทที่ 4 นี่ มันจะเป็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ E-Commerce หรือระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็สิ่งที่จะต้องมีในระบบ E-Commerce หรือว่าการซื้อขายออนไลน์นะคะ มันก็จะมีทั้งการที่เราจะต้องใส่แคตตาล็อกสินค้า เหมือนเวลา... คิดง่าย ๆ เวลาเราเข้าไปซื้อของออนไลน์นี่ องค์ประกอบไหนบ้างที่มันควรจะต้องมีนะคะ มีทั้งแคตตาล็อกสินค้าที่แสดงรายการสินค้า มีระบบตะกร้า ก็คือเวลาเราสนใจจะซื้อของชิ้นไหน มันจะมีคำพูดเลยบอกว่าหยิบใส่ตะกร้า ก็คือรถเข็นเหมือนรถเข็นขาย... ซื้อของในห้างนี่ล่ะนะคะ ระบบชำระเงินเราจะจ่ายเงินแบบไหนนะคะ การรักษาความปลอดภัยสำหรับทั้งข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ข้อมูลร้านค้า แล้วก็ยิ่งสำคัญที่สุด ก็คือการชำระเงินนะคะ รวมถึงมีระบบติดตามสถานะการขนส่ง เหมือนเวลาเราซื้อของออนไลน์ มันก็จะดูได้ว่าคำสั่งซื้อของเราตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้ว กำลังจะถึงบ้านเราวันที่เท่าไรนะคะ อันนี้จะเป็นส่วนที่ลูกค้าคุ้นเคยกันดี กับอีกอันหนึ่ง ก็คืออันนี้จะเป็นในส่วนของผู้ขาย มันก็จะมีระบบของการวางแผนการผลิตนะคะ ว่าสินค้าตอนนี้กำลังได้รับความนิยม เหมือนช่วงหนึ่งตุ๊กตา LABUBU ที่มันได้รับการนิยมมาก ๆ นี่ เขาผลิตไม่ทัน พอผลิตไม่ทัน คนก็เลยไปยิ่งเพิ่มราคาให้มันสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด แล้วถ้ามันเป็นแบบนี้ เราจะวางแผนการผลิตทำอย่างไรดีนะคะ ระบบการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ก็คือถ้าสมมุติลูกค้ามีปัญหา หรือลูกค้ามีข้อสงสัย เราจะจัดการสิ่งเหล่านั้นอย่างไรนะคะ แล้วก็มีระบบการให้บริการเฉพาะบุคคล อันนี้จะเป็นให้บริการที่พิเศษมากขึ้น เช่น ระบบสมาชิก หรือระบบที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีสิทธิพิเศษเหนือกว่าร้านค้าอื่น ๆ แล้วระบบสุดท้าย ก็คือระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ถ้าเราดูในเว็บช้อปปิงออนไลน์ที่เราดูนี่ มันจะบอกเลยว่าสินค้าตอนนี้ ที่เรากำลังจะซื้อนี่ เขาเหลืออยู่กี่ชิ้นนะคะ มันสามารถดูได้ บางทีเราไม่สังเกตหรอก แต่ตอนที่เรากดลงไปในตะกร้าสินค้าออนไลน์แล้วนี่ มันก็จะขึ้นเลยว่าสินค้าคงเหลืออยู่กี่ชิ้น ถ้าสังเกตดี ๆ นะคะ องค์ประกอบหลักอันแรกที่สำคัญเลย คือ ส่วนที่เรียกว่า "Front End" หรือว่าหน้าร้าน ก็คือหน้าเว็บนี่ล่ะนะคะ ซึ่งหน้าร้านจะต้องมีการนำเสนอสินค้า อาจจะเป็นแคตตาล็อกรูปภาพนะคะ รายละเอียดต่าง ๆ โดยเฉพาะในหน้าแรกหน้าเว็บไซต์นี่ มันจะต้องมีระบบตะกร้าสินค้า เพื่อให้ลูกค้านี่สามารถกดเพิ่มสินค้าได้ มีการค้นหา การเปรียบเทียบสินค้า อย่างเช่น เวลาเราดูเว็บชอปปิง ออนไลน์นี่ ถ้าเราเลื่อนลงมาข้างล่าง ๆ หน่อย มันก็จะมีเขียนว่าสินค้าที่ใกล้เคียงกัน หรือเหมือนกัน ราคาอาจจะต่างกันบาทสองบาทเปรียบเทียบให้ดู เราสามารถเลือก หรือบางครั้งสามารถ... เขาเรียกว่า "ต่อรองราคา" นี่ บางทีเราอาจจำเป็นจะต้องแชตไปหาร้านค้าก่อน เพื่อได้ส่วนลดใด ๆ ก็ตามเขาจะเขียนไว้อยู่นะคะ รวมถึงมีการยืนยันการสั่งซื้อสินค้า ในกรณีนี้ จำเป็นเพราะว่าถ้าคุณซื้อของออนไลน์จริง ๆ หน้าสุดท้ายทั้งยืนยันจำนวน ทั้งยืนยันที่อยู่ ยืนยันช่องทางการชำระเงินนะคะ ซึ่งถ้าเป็นคน Gen X Gen Y ส่วนมากจะจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต เพราะเริ่มมีงานทำแล้วนะคะ แล้วก็กระบวนการสั่งซื้อสินค้า จะมีลำดับขั้นตอนใดบ้าง รวมถึงถ้าเราซื้อร้านค้าออนไลน์ทั้งสีส้ม ทั้งสีน้ำเงิน มันจะมีช่องให้กดว่าฉันได้รับสินค้าแล้ว ก็คือเราตรวจสอบสินค้าและเราก็ยอมรับสินค้าแล้ว บางคนไม่กดถามว่าไม่กดเป็นอะไรไหม ไม่เป็นอะไรเพราะระบบเขาจะตัดอัตโนมัติ กี่วันก็แล้วแต่ระบบเขาเซ็ตไว้นะคะ องค์ประกอบหลักของฟังก์ชันอีกอย่างหนึ่ง ก็คือมีการติดตามดูผลการสั่งซื้อนะคะ มีการตรวจสอบสินค้า การให้บริการก่อนและหลังการขาย ส่วนมากมันจะเป็น Chat Bot Auto นะคะ มันก็จะมี Pop Up เด้งขึ้นมา เป็นคำสั่งซื้อนู่นนี่นั่นโน่น ให้เรากดคอนเฟิร์มยืนยัน บางครั้งอาจจะเป็นกาารตั้งกระทู้ถาม ตอบ Comment ก็ได้ค่ะ แล้วก็ถ้าเป็นร้านค้าที่มีคู่ค้าขนาดใหญ่เขาจะมีระบบเครดิต คือ ให้เอาสินค้าไปก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยมาชำระเงินทีหลัง หรือค่อยมารวมยอดจ่ายตัดเป็นรอบ เป็นรอบไปก็ได้นะคะ แล้วก็ร้านค้าถ้าเป็นร้านที่มีคำสั่งซื้อ ที่เข้ามาต่อเนื่องแล้วก็เยอะ เขาก็จะมีระบบการจัดส่งสินค้า ที่บางทีบริษัทที่เขาดูแลเรื่องการขนส่งสินค้านี่ เขามารับถึงที่บ้านเลย มารับถึงที่บริษัทเลยโดยที่เราไม่ต้องออกไปส่งข้างนอกก็ได้นะคะ ซึ่งในการพัฒนาหน้าร้านนี่ จะมีอยู่ 3 ส่วนย่อยหลัก ๆ นะคะ อันแรกเป็นระบบ ระบบของพ่อค้า ก็จะมีเกี่ยวกับหน้าร้าน มีแคตตาล็อก มีตะกร้าสินค้านะคะ ระบบของการดำเนินการ ก็จะมีตั้งแต่การสั่งซื้อ การจ่ายเงินนะคะ การตรวจสอบออเดอร์ต่าง ๆ ช่องทางการจ่ายเงินจะเป็นของระบบการเงิน จะเป็นการเชื่อมต่อกับธนาคาร หรือว่าสถาบันทางการเงินที่เราทำธุรกรรมกับเขานะคะ การพัฒนาหน้าร้าน อันนี้เป็นหน้าร้านสีส้มที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดีนะคะ ตะกร้าสินค้าก็จะเหมือนรถเข็นในห้างที่เราเคยคุ้นเคยกัน มีแคตตาล็อกสินค้าแบ่งแยกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ มีช่องให้ค้นหานะคะ มีบริการช่วยเหลืออันนี้ก็เป็นส่วนของการดูแลลูกค้านะคะ แล้วก็จะมีโปรโมชันต่าง ๆ แสดงมาให้ลูกค้าได้เห็นเลย ว่าตอนนี้เรามีโปรโมชันอะไรบ้าง เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้านะคะ แล้วก็จะมีส่วนของ Seller Center ก็คือถ้าใครต้องการจะมาเปิดร้าน บนหน้าเว็บไซต์ของเขาต้องทำอย่างไรบ้างนะคะ โดยฟังก์ชันที่มีความสำคัญกับส่วนของผู้ขายแล้วกันนะคะ ก็เขาจะต้องไปสามารถปรับปรุงตะกร้าสินค้า แล้วก็ปรับปรุงรายการสินค้าได้ มีการตรวจสอบเครดิตของลูกค้าเพื่ออนุมัติคำสั่งซื้อได้ ไม่ใช่ว่าลูกค้าประวัติไม่ดีก็ยังส่งของไปสุดท้ายตีกลับ หรือไม่ได้รับเงินนะคะ เก็บเงินไม่สำเร็จอะไรก็ว่าไป ขั้นตอนการสั่งซื้อจะเป็นบริการที่เชื่อมต่อกับส่วนของหลังร้าน ก็คือส่วนของแคต... ส่วนของโกดังสินค้า ส่วนของการจัดการแพ็กสินค้านะคะ เพื่อการจัดส่ง มีระบบที่สามารถ Packing ก็คือตรวจสอบการขนส่งว่าจัดส่งเรียบร้อยแล้ว อย่างเช่น ตัว Chat Bot นี่ ถ้าสถานะของบริษัทขนส่งกดปึ๊บ ว่าส่งเรียบร้อยแล้ว บางครั้งร้านค้าที่มี Chat Bot เขาจะได้รับแจ้งเตือน มันจะมีแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาเลยว่าสินค้าได้ส่งให้คุณแล้ว กรุณาตรวจสอบสินค้านู่นนี่นั่นโน่น ภายใน... ตอนนั้นทันทีนะคะ แล้วก็อาจจะมีถ้าเป็นเว็บไซต์ของตัวเอง อาจจะมีเกี่ยวกับการติดตามการเยี่ยมชม แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ที่เป็นเว็บไซต์ ตลาดกลางแบบตัว Shopee นี่นะคะ มันสามารถดูสถิติการขายสินค้าชิ้นนั้นได้ว่าเขาขายไปกี่ชิ้นแล้ว บางร้านขายได้ร้อยชิ้น บางร้านขายได้เป็นหมื่น ๆ ชิ้นนะคะ ก็สามารถเช็กสถิติได้ ดูทั้งการให้ดาวนะคะ การรีวิว การแสดงความคิดเห็นนะคะ ลูกค้าสามารถดูเพิ่มเติมได้ แล้วในหน้าร้านนี่เราจะต้องมีรายละเอียด ก่อนที่เราจะเริ่มการพัฒนา รายละเอียดที่ต้องพิจารณา คือ ใครเป็นคนขาย เรา หรือมี... เราเป็นคนพัฒนาให้ มีผู้ซื้อ มีผู้ขาย มีโปรโมชันหรือเปล่า มีการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดไหม เช่น ช่วงนี้ฤดูฝน ถ้าคุณขายเสื้อผ้า เสื้อผ้ามันควรจะเป็นเสื้อผ้าแบบไหนนะคะ สินค้าชนิดนั้นมีแบรนด์ หรือว่ายี่ห้อติดหูคนทั่วไปแล้วหรือยังนะคะ ความสามารถในการเปิดใช้งานเว็บไซต์นะคะ รูปภาพใหญ่เกินไปหรือเปล่า กว่าจะโหลดหน้าเว็บไซต์ขึ้นมาทีหนึ่งช้ามากนะคะ แล้วก็ความง่ายของโครางสร้างเว็บ การใช้งานยากหรือง่ายนะคะ ก็อันนี้เป็นส่วนที่เราจะต้องมาวิเคราะห์ หรือเตรียมพร้อมก่อนที่จะพัฒนาเว็บไซต์ รถเข็น หรือตะกร้าสินค้าทำงานอย่างไร ถ้าเราสั่งซื้อปึ๊บ มันตัดสต๊อกเลยหรือเปล่านะคะ แล้วก็ในระบบคุณนี่ มันจะมีการแนะนำแนวทางที่สะดวกในการชำระเงินหรือเปล่า เช่น อาจจะแนะนำว่าเก็บเงินปลายทางดีที่สุด หรือชำระบัตรเครดิตได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้างนะคะ แล้วถ้ามีบริษัทคู่ค้า หรือร้านค้าที่เป็นสามารถจะร่วมธุรกิจกับคุณได้ คุณอาจจะเป็นการทำเป็นแบบเครดิตนะคะ แต่ต้องมีความน่าเชื่อถือพอสมควรเลยนะ คุณถึงจะสร้าง หรือความสัมพันธ์ที่เป็นเครดิตได้ เอาไปก่อนจ่ายทีหลังนะคะ แล้วก็ข้อมูลจะต้องมีความปลอดภัย แล้วก็การบริการบางอย่างอาจจะเป็นบริการเฉพาะบุคคล เหมือนระบบสมาชิกอาจจะมีหลาย ๆ ระดับชั้นของสมาชิกดูไม่เท่ากัน เพื่อให้สร้างความพิเศษของแต่ละคน แล้วราคาการกำหนดราคาต้องเป็นราคาที่แท้จริง ไม่ใช่ราคา อุ๊ย ร้านนั้น 20 บาท ร้านนี้ขาย 2 บาท แต่ค่าส่งแพงกว่าร้าน... ร้านที่ขาย 20 บาทอีกอันนี้ไม่ได้นะคะ เราจะต้องมีความซื่อสัตย์ ในการพัฒนาระบบของเราด้วย การออกแบบเว็บไซต์สิ่งที่คำนึงถึงอย่างแรก ก็คือการโหลดหน้าเว็บ ถ้าคุณใช้ทรัพยากรหน้าเว็บไซต์ รูปสวยมาก 4K 8K แต่ลูกค้าทุกคนไม่ได้ว่า จะมีความเร็วในการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเท่ากัน บางครั้งพอมันโหลดช้าเขาไม่เข้านะคะ เว็บไซต์ต้องใช้ง่ายนะคะ ออกแบบต้องเหมาะสม คิดง่าย ๆ ถ้าสมมุติว่าเราให้เพื่อนลองทดลองใช้เว็บที่เราทำ ถ้าเพื่อนบอกว่าใช้ยาก ใช้งงแสดงว่ามีปัญหาแล้ว รวมถึงเวลาคุณไปลองใช้เว็บไซต์ไหนก็ตาม ถ้าคุณรู้สึกว่าเว็บไซต์ตัวนี้เข้าอยากมากเลย นั่นแสดงว่าการออกแบบมีปัญหาแล้ว การเชื่อมต่อจะต้องเป็นระบบสากล ไม่ใช่ว่าบางเว็บไซต์บอกว่าจะต้องเข้าได้เฉพาะ Browser Chrome เท่านั้น Safari ใช้ไม่ได้ Microsoft Edge ใช้ไม่ได้ Firefox ใช้ไม่ได้ อันนี้ไม่โอเค คุณจะไม่... คุณจะต้องไม่ล็อกว่าจะต้องใช้ระบบนี้ ๆ เท่านั้น ทุกอย่างจะต้องเข้าถึงได้ดูบนโทรศัพท์ก็ได้ แท็บเล็ตก็ได้ พอดูในหน้าจอคอม โอเค มันจะต้องแสดงผลแบบนี้ ดูในหน้าโทรศัพท์มันต้องแสดงผลแบบนี้ ที่เหมาะสมอะไรก็ว่าไปนะคะ การจ่ายเงินจะต้องสมบูรณ์มากที่สุด แล้วก็มีความปลอดภัย มีให้... การให้บริการก่อนและหลังการขายนะคะ และที่ย้ำอีกครั้งหนึ่ง ก็คือราคา ต้องเป็นราคาที่เป็นจริง ไม่หลอกลวงผู้บริโภค หรือลูกค้านะคะ องค์ประกอบสำคัญในการสร้างแคตตาล็อกออนไลน์นะคะ มันจะต้องแสดงข้อมูลต่าง ๆ ทั้งรูปภาพ ราคา ถ้ามีส่วนลดอะไรก็ว่าไป การจ่ายเงินทำอย่างไรนะคะ โดยที่แคตตาล็อกออนไลน์นี่ ต้องแสดงผลมัน... ในรูปแบบออนไลน์น่ะแน่นอน แล้วก็เป็นมัลติมีเดียที่สามารถดูได้ชัดเจนนะคะ เพราะว่าถ้ามันดูง่าย เข้าใจได้ มันก็จะดึงดูดความสนใจของลูกค้านะคะ โปรโมชันมีอะไรบ้าง ดูง่าย จ่ายง่าย สั่งง่ายถึงบ้านเลยอะไรก็ว่าไปนะคะ ลักษณะของแคตตาล็อกนี่ มันจะเป็นการสั่งซื้อแบบออนไลน์ ใช้หลักการของ Web Based นะคะ เป็นเว็บนะคะ มีฐานข้อมูลเพื่อดูแลในส่วนของสินค้า ราคา การสั่งซื้อของลูกค้า ก็คือจะต้องมี 2 ส่วน ทั้งหน้าเว็บแล้วก็ส่วนของ Back End ก็คือส่วนของ Database ด้วย สามารถบูรณาการกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้ อาจจะมีการคำนวณภาษี การสั่งจ่ายต่าง ๆ การออกใบเสร็จนะคะ การแจ้งเป็น E-Tax ก็คือเป็นลักษณะของภาษีออนไลน์ ถ้ามันมีส่วนลด หรือเป็นโปรโมชัน ช่วงที่ซื้อสินค้าชนิดนี้ลดหย่อนภาษีได้อะไรก็ว่าไปนะคะ โดยบางครั้งนี่ ถ้าเราไม่พัฒนาโปรแกรมเองนี่ มันก็จะมีชุดซอฟต์แวร์ที่ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ย่อย ๆ นะคะ หรือว่ากลุ่มของเครื่องมือต่าง ๆ ให้เรามาใช้งานได้ ซึ่งถ้าเป็นชุดของซอฟต์แวร์ที่เขาเรียกว่า "สมบูรณ์แบบ" หน่อย มันจะมีความยืดหยุ่นมาก แล้วก็สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลง Customize หลาย ๆ อย่างได้นะคะ แต่ราคาก็จะแพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เพราะว่าเขาถือว่าเขาทำวิจัย เขาเตรียมพร้อมทุกอย่างมาครบมาก สำหรับการที่ลูกค้าจะเอาไปใช้งานได้จริงนะคะ ถ้าเราจะเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ด้วยตนเองนะคะ อย่างแรก ก็คือต้องรู้แล้วล่ะ ว่าเราจะทำธุรกิจอะไร ขายอะไร อย่างบอกว่าขายผลไม้สดออนไลน์เป็นไปได้ไหม เป็นไปได้ค่ะ แต่ถ้าช่วงที่ผลไม้มันไม่ออกแล้วคุณจะหาสตางค์ที่ไหน รวมถึงถ้าลูกค้าสั่งไปแล้วการขนส่งมันไม่ดีทำอย่างไร หรือถ้าขายเสื้อผ้าแล้วอย่างไรต่อ ใครเป็นทีมงาน หรือทำคนเดียว หรือทำกับแม่ ทำกับน้องอะไรก็ว่าไปนะคะ ต้องมีแผนธุรกิจเงินลงทุนมาจากไหน เงินเก็บตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 3 มีอยู่ 3,000 อยากลงทุนขายเสื้อผ้าออนไลน์นะคะ หรือถ้าเรียนจบไปแล้วอยากทำธุรกิจที่มันใหญ่ขึ้น ก็มีความมั่นคงในชีวิตพอสมควร อยากหารายได้เสริม ก็อาจจะไปกู้ยืมจากสถาบันทางการเงินก็ได้ หรือไปเชิญชวนคนที่มีเงินลงทุนมาร่วมลงทุนกับเราก็ได้นะคะ โดยขั้นตอนแรกเราจะต้องวางแผนธุรกิจ เราต้องรู้ก่อนว่าองค์กรของเราอาจจะมีคน หรือ 2 คนไม่รู้ล่ะนะคะ จุดประสงค์ของเราคือจะทำอะไร บางคนก็บอกว่าเป็นงานอดิเรกหารายได้เสริมนะคะ หรือว่าสร้าง Connection สร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นอะไรก็ว่าไปนะคะ ข้อมูลมีอะไรบ้างจำเป็นที่จะต้องเผยแพร่ในเว็บไซต์ หรือเผยแพร่ในหน้าร้านค้าออนไลน์ของเรานะคะ เราจะใช้ระบบที่เราพัฒนาเอง หรือจะใช้ระบบที่เขามีให้เราใช้อยู่แล้วไปสมัครใช้งานก็ได้นะคะ มีกฎระเบียบการใช้งานอะไรบ้างนะคะ ขั้นตอนในการพัฒนาก็ต้องมีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ก่อน มีข้อมูลนะคะ แล้วก็ต้องดูว่าโปรแกรมที่เราจะมาใช้ถ้าพัฒนาข้อมูลเอง พัฒนาเว็บเองเราจะใช้โปรแกรมอะไร เรามีฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์พร้อมที่จะมาใช้งานไหมนะคะ แล้วใครจะเป็นคนที่พัฒนาระบบ หรือดูแลระบบให้เรา อันนี้ก็ต้องวางแผน เรื่อง Option หรือตัวเลือกในการพัฒนา คุณจะ... คุณจบเทคโนคอมมา คุณต้องเขียนเว็บไซต์เองได้เดี๋ยวฉันพัฒนาเอง แต่รู้สึกบางคนไม่รอดก็จ้าง แล้วถามว่ามีเงินจ้างไหมนะคะ ไม่มี... ไม่มีก็ทำเอง แล้วคราวนี้พอเราได้ระบบมาแล้ว เราทำอย่างไรต่อ ก็ต้องติดตั้งลองใช้ดูนะคะ อาจจะลองให้... ข้อ 3 นี่ ถ้าสมมุติว่าใครพัฒนาโปรเจกต์เกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ ตอนสอบโครงงานคุณจะเจอกับ Bug เยอะมาก เพราะว่ารูปแบบเว็บไซต์นี่ มันจะมีผิดไม่กี่จุด อาจารย์ที่เป็นกรรมการหลาย ๆ ท่านเขาก็จะมาตรงนี้ไม่ได้ ตรงนี้น่าจะมีปัญหา เหมือนกันถ้าอยากลองใช้งานดูลองให้เพื่อนใช้ดูก็ได้ ว่ามันมี Bug หรือมันมีข้อผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่า ทดสอบจนกว่าจะถูกยอมรับนะคะ แล้วก็ลองดูก่อนว่าเว็บไซต์ที่เราพัฒนา หรือระบบที่เราพัฒนานี่ มันเป็นไปตามสิ่งที่เราวางแผนไว้ไหมนะคะ พอเรามีระบบแล้ว ไม่ใช่ว่ามีแล้วไม่มีการอัปเดต ขนาดเกมพวกคุณยัง Upped ซอฟต์แวร์ในโทรศัพท์คุณก็ยังต้องอัป เครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมหลาย ๆ ตัวก็ยังต้องอัปเดต เพราะฉะนั้น หน้าเว็บไซต์ ก็จะต้องมีการปรับปรุงอยู่เสมอเหมือนกัน ให้หน้าตามันทันสมัย ข้อมูลเป็นปัจจุบันนะคะ เว็บไซต์ก็จะมีหลายรูปแบบนะคะ ทั้งเว็บข่าว เว็บที่เป็น Interactive ก็คือเว็บที่สามารถคุยกับ Chat Bot ได้ อย่างสายการบินสายการบินหนึ่งนี่ ถ้าสมมุติมีปัญหาเขาจะมีช่องที่เป็น Chat Bot เขาจะเตรียมคำตอบของคำถามของลูกค้าไว้แล้ว อันนี้คือ สิ่งที่เราจะอบรมวันเสาร์นะคะ ก็คือเขามีคำตอบไว้หมดแล้วน่ะ รอแค่ลูกค้ามาถามแค่นั้นเอง กับเว็บเพื่อธุรกรรมค้าขายทั่วไปอย่างนี้ เรารู้จักอยู่แล้ว Shopee Lazada นะคะ ถ้าเราอยากสร้างเอง เราจะต้องเตรียมเยอะแยะมากมาย ทั้งเราจะใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ไหน โดเมนเนมชื่ออะไร เนื้อหาในเว็บไซต์ การออกแบบ การสร้าง การประชาสัมพันธ์ การทำ CRM ก็คือ Customer Relationship Managements คือ การบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้าทำอย่างไรนะคะ อันแรกเซิร์ฟเวอร์เอาจากไหน บางคนก็บอกว่าเช่าเอา มีเงินลงทุน แต่บางคน ก็คือมีเครื่องคอมอยู่ที่บ้าน เดี๋ยวผมทำ Host เองอะไรก็ว่าไปนะคะ ถ้าเช่าของคนอื่นนะคะ ก็ราคาก็จะแตกต่างกันไป ตามรายละเอียดตามเงื่อนไขที่คุณต้องการ อยากได้เร็ว แรงก็ตามราคา ใช้พื้นที่เยอะไหมนะคะ มีการจำกัดปริมาณข้อมูลอัปโหลด ดาวน์โหลดหรือเปล่านะคะ มีการสนับสนุนฟังก์ชันการทำงานอะไรบ้าง ใช้ภาษา PHP เขียนได้ไหมนะคะ เว็บ Hosting ส่วนใหญ่ที่ดีก็จะคิดสตางค์ เป็นรายเดือน รายปี หรือรายตามจำนวนปริมาณข้อมูลนะคะ ก็ได้ แต่บางคนก็สร้างเซิร์ฟเวอร์เอง แต่มันลงทุนสูง การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องเชื่อมต่อ 24 ชั่วโมง ถ้าความเร็วไม่พอ มันก็จะไม่รองรับการส่งข้อมูลที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เหมือนบางคนอยากซื้อของคิดได้ตอนตี 2 อยากซื้อก็ซื้ออะไรอย่างนี้นะคะ แต่ถ้าคุณเป็นเจ้าของเซิร์ฟเวอร์เอง ก็คือเราจัดการง่าย เชื่อมต่อกับเครื่องอื่นในองค์กรก็ได้ตลอดเวลา แต่มันเหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่นะคะ ข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายมันค่อนข้างสูงสำหรับการลงทุนนะคะ แล้วก็ต้องมีคนที่คอยดูแลที่มีความเชี่ยวชาญ ทำอย่างไรให้ระบบมันไม่ล่ม เหมือนเน็ตมหาวิยาลัยเราบางทีแค่เน็ตช้าลงก็บ่นแล้วนะคะ บางวันใช้ไม่ได้เลยมันสร้างความเสียหายอยู่นะคะ เหมือนกับอีกบริการหนึ่งที่เคยได้รับความนิยมช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็ยังมีคนใช้อยู่ เขาเรียกว่าเป็นการบริการ Co-Location ก็คือเราใช้เซิร์ฟเวอร์ที่เขาเตรียมไว้ไปฝากไว้นะคะ ไปฝากไว้ที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตวางไว้กับเขาเลยนะคะ ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่ลดลงส่วนหนึ่งนะคะ แต่การเปลี่ยนแปลงข้อมูลค่อนข้างจะยาก เพราะว่าเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้อยู่กับเราอยู่ในบริษัท ถ้าจะใช้งานที ถ้าเข้าไปแก้ไขทีหนึ่งนี่ ก็ต้องขออนุญาตอะไรก็ว่าไปนะคะ แต่ถ้าใช้จ่ายมันก็จะถูกลง หรืออย่างเป็นนักศึกษายังไม่ค่อยมีรายได้ แต่อยากมีเว็บไซต์ อยากสร้างเอง ก็ไปขอใช้พื้นที่ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ฟรีก็ได้นะคะ แต่ข้อเสียมันก็มีพื้นที่ที่ให้ในการทำเว็บไซต์เรามันอาจจะจำกัด แล้วก็จำกัดความเร็วในการติดต่อขอข้อมูลใด ๆ นะคะ มันของฟรี ถูกและดีของฟรีน่ะมันมี แต่ว่ามันก็ไม่ว่า... ไม่ใช่ว่ามันจะทำได้เต็มความสามารถนะคะ ให้บริการฟรีมีเยอะนะคะ ถ้าเราอยากทำเว็บ E-Commerce ที่ผ่าน ๆ มานักศึกษานิยมทำส่งอาจารย์นั่นคือเป็น Wix Wix.com หรือใครจะใช้ Wordpress ก็ได้นะคะ แต่ Wix นี่ มันก็จะค่อนข้างใช้งานง่ายกว่าอยู่นะคะ โดยถ้ามันเป็นของฟรีนี่ บางทีชื่อเว็บไซต์นี่ มันจะจำยากนะคะ มันจะต้องติดชื่อของผู้ให้บริการมาด้วย เราก็อาจจะต้องไปใช้บริการเว็บ ที่ทำให้ย่อลิงก์ของเรามันลดลงนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างว่า Hosting แต่ละตัวนี่ มันมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรนะคะ บางอันให้พื้นที่น้อยนะคะ บางอันก็ต้องมีโฆษณาติดมาด้วยอะไรอย่างนี้นะคะ Host โดยทั่วไปนะคะ ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์นี่ก็จะจำกัด โปรแกรมที่ใช้ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์นี่ ก็จะเป็นพวก Windows 2000 หรือถ้าเป็นตัวฟรีก็จะเป็น Linux นะคะ โปรแกรมที่ใช้ในการแปลภาษาอาจจะ PHP หรือ HTML โปรแกรมในการจัดการฐานข้อมูลก็เป็นพวก SQL Server หรือ MySQL จะต้องมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ราคาก็แล้วแต่ทุนทรัพย์ของแต่ละคนเลย การทำ Mirroring คืออะไร ซึ่งบางทีเราก็ใช้บริการนี้อยู่แต่เราไม่รู้ตัวนะคะ ก็จะเป็นสิ่งที่เจ้าของเว็บไซต์ทำสำเนาข้อมูลของเว็บไซต์บริษัท จากคอมพิวเตอร์หลักของตัวเองนะคะ ไปกระจายอยู่ตามทวีปต่าง ๆ จริง ๆ แล้วเซิร์ฟเวอร์หลักของ YouTube อาจจะอยู่ที่อเมริกา ถ้าเวลาคุณจะดูคลิป YouTube ทีหนึ่งนี่ ข้อมูลต้องดึงมาจากอเมริกาเสียเวลา เขาก็อาจจะทำ Mirroring เว็บไซต์ YouTube อาจจะวางไว้อยู่ที่สิงคโปร์ หรือจีน หรือฮ่องกง เพื่อให้คนในทวีปเอเชียสามารถลิงก์เข้าไปที่ YouTube ในทวีปตัวเอง ทำให้ดึงข้อมูลมาได้เร็วขึ้นนะคะ การจดโดเมนเนม อันนี้ก็เหมือนการจดชื่อบริษัทแบบปกติทุกอย่างจะต้องไม่ซ้ำกัน ชื่อโดเมนเนมจะต้องเป็นชื่อที่สั้น กระฉับ เข้าใจง่าย แล้วก็สื่อความหมายของสินค้า หรือว่าบริการที่เรากำลังจะแสดงผลนะคะ เทคนิคในการตั้งชื่อนะคะ อย่างที่บอกสั้น จำง่าย ได้ความหมาย สะกดผิดยาก ใช้ตัวหนังสือ A-Z 0-9 อาจจะมีเครื่องหมาย - หรือเครื่องหมายขีดก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ - ขึ้นต้น หรือลงท้าย ไม่ควรมีช่องว่าง แล้วก็ตอนนี้จริง ๆ แล้ว โดเมนเนมจะต้องมีอย่างน้อย 2 ตัวอักษร แต่ Elon Musk เปลี่ยนทวิตเตอร์เป็น x.com อันนั้นคือใช้เงินแก้ปัญหานะคะ อย่างเช่น ตัวนี้เป็นร้านค้า สมมุติว่าคุณกำลังจะออกแบบชื่อร้านค้าเกี่ยวกับการทำป้าย ชื่อร้านศิลปชัยอันนี้เป็นชื่อภาษาไทยนะ ศิลปะ คือ ART ชัยชนะ ก็คือ WIN ถ้าอ่านก็อาจจะเป็น WINART นะคะ WINART.COM แต่ภาษาไทยมันดิ้นได้ เขาอาจจะไม่อ่านว่า "วินอาร์ต" ก็ได้ เขาอาจจะอ่านว่า "วินาศ" ก็ได้ วินาศ ที่แปลว่า พัง เจ๊ง ถ้าคุณยังอยากใช้ชื่อ WINART คุณอาจจะใช้ - เว้นคำก็ได้ เป็นต้นนะคะ ให้มันอ่านได้ง่ายแล้วก็เข้าใจได้ง่ายขึ้น เทคนิคในการตั้งชื่อเว็บไซต์ ถ้าขายของเล่นควรมีคำว่า "Toy" ถ้าขาย DVD ขายเกมควรมีคำว่า "Game" นะคะ ถ้าเป็นชื่อองค์กร หรือชื่อบริษัทควรจะเป็นชื่อองค์กรนั้น ๆ ถ้าแต่มันจำเป็น หรือมันซ้ำ ก็ควรจะใช้ชื่อเดิมให้มากที่สุดไม่ควรเปลี่ยนนะคะ การกำหนดเนื้อหามีข้อความ มีกราฟิกอะไรไหม มีเสียง มีวิดีโอหรือเปล่า การวางโครงสร้างของเว็บไซต์นี่ มันจะต้องดูแลง่าย มีการปรับปรุงเนื้อหาตามที่จำเป็น เช่น ปรับปรุงเว็บไซต์ทุก 2 วัน หรือทุก 1 สัปดาห์ ถ้ามีความจำเป็นก็อาจจะต้องปรับปรุงตลอดเวลานะคะ หรือถ้ามันไม่ได้ยุ่งยากขนาดนั้น ก็ควรมีระยะเวลาที่เหมาะสม เนื้อหาบางเรื่องก็ควรจะปรับปรุงเป็นประจำ เช่น ข่าวนะคะ สีสันหน้าตาเว็บไซต์ อย่างอันนี้เป็นตัวอย่างเว็บไซต์ขายการ์ตูน Anime ที่ไม่มีรูปการ์ตูน Anime สักรูปมันก็ไม่เหมาะสม ไม่น่าซื้อเลยดูเป็นเว็บที่โบราณมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ขาย Anime นะคะ ซึ่งการออกแบบหน้าเว็บเพจ เนื้อหาอาจจะประมาณ 80% ที่เหลือเป็นรูปภาพ ถ้าข้อความเยอะเกินไปคนก็ไม่อ่าน รูปภาพเยอะเกินไปก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเอารูปใส่เยอะทำไมนะคะ สีสันหน้าตาของเว็บไซต์ สีของเว็บไซต์กับสินค้าต้องสัมพันธ์กัน สีที่ทำให้ร้านดูดีอาจจะไม่เป็นสีที่ร้อนแรงเสมอไป สีอ่อนจะทำให้ผู้ชมเข้าดูแล้วสบายตา ถ้าสินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติ ก็ควรจะเป็นสีเขียว สีน้ำตาล สีโทนเข้มควรจะใช้ในการตกแต่งขอบมากกว่านะคะ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้สีอะไรในการออกแบบเว็บไซต์ อาจจะใช้สีเทาอ่อนกับสีขาวก็ได้นะคะ เว็บไซต์ที่ดีจะต้องอ่านง่ายใช้โทนสีที่เข้ากันได้ มีลิงก์ที่น่าสนใจ มีรูปภาพข้อมูลที่ชัดเจน แล้วก็อย่างที่บอกต้องแสดงผลได้ทุกเบราว์เซอร์ ที่มีให้บริการในปัจจุบันนะคะ ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บเพจ หรือหน้าเว็บไซต์ บางครั้งก็มันอาจจะไม่ได้เกิดจากปริมาณของข้อมูลที่จะโหลด มันขึ้นอยู่กับความเร็วของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตด้วย แต่เพื่อป้องกันปัญหาที่ลูกค้า บางคนมันก็ความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่ดี เราก็พยายามอย่าใส่รูปที่ใหญ่เกินไป คำสั่งที่ไม่จำเป็นในการแสดงผลก็ไม่ต้องใส่ หรือไฟล์ประเภทมัลติมีเดียถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง หรืออาจจะทำลิงก์แยกไปถ้าใครสนใจก็กดไปดูเพิ่มเติมเอานะคะ การสร้างร้านค้าออนไลน์จำเป็นต้องมีเว็บบอร์ด หรืออาจจะมีในช่องที่ให้แสดงความคิดเห็นรีวิวก็ได้นะคะ Counter หรือตัวนับผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ก็มีผลนะคะ บางครั้งเราก็ไปใช้บริการของเว็บไซต์ ที่เขาให้บริการจำนวนผู้เยี่ยมชมได้ฟรีก็ได้นะคะ ก็ถ้าใครอยากให้เว็บไซต์ตัวเองมีคน อยากรู้ว่าเขานับจำนวนอย่างไร เหมือนยอดวิว YouTube คุณก็สามารถไปขอใช้บริการแบบนี้ก็ได้นะคะ การสร้างและก็การพัฒนา แน่นอนอันแรกพัฒนาตัวเองด้วยตนเอง 2. ซื้อ 3. เช่า 4. ไปขอใช้บริการจากผู้ที่ให้บริการอยู่แล้วนะคะ 5. จ้าง 6. ใช้เพื่อนประมาณนี้นะคะ พัฒนาเองข้อดี คือ เราอยากได้อะไรเราทำตามนั้น ข้อเสีย คือ ช้า แล้วก็จะบอกว่าบางฟังก์ชัน ยังไม่รู้ทำไม่เป็นมันเลยส่งผลให้เสียเวลากับคนอื่น ถ้าสมมุติว่าคุณพัฒนาให้องค์กรนะคะ การสร้างเว็บเพจมันจะมีกระบวนการหนึ่ง ที่เรียกว่า "Reverse Engineering" ถ้าพูดให้เป็น... ให้ง่าย ๆ ก็คือลอกแล้วก็มาดัดแปลง ซึ่งเป็นวิธีการที่รวดเร็วและง่ายที่สุด คือ ไปเอาโค้ดเขามาเลย ไม่ใช่ลอกอย่างเดียวนะ ต้องลอกแล้วก็มาดัดแปลงด้วย บางอย่างอาจจะ... เขาทำแบบนี้แล้วเราล่ะ จะทำอย่างไรนะคะ ถามว่าการลอกในการพัฒนาอย่างนี้ผิดไหม ไม่ได้ผิดหรอกค่ะ แต่ถ้าเราลอกมาทั้งดุ้นแล้วเราไม่ทำอะไรเลยนี่ อันนี้น่ะผิดนะคะ ต้องมีการดัดแปลงด้วย หรือทำให้มันดีกว่าของเขา โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนาการออกแบบ Photoshop ใช้เป็นแล้ว Illustrator ใช้เป็นแล้ว ถ้าใครเป็นพวก Coding เก่ง ๆ บางคนอาจจะใช้ Notepad กับ EditPlus หรือใช้ Word นี่ เขียนเว็บก็ได้ กับอีกโปรแกรมหนึ่ง ก็คือ What you see What you get ก็คือคุณเห็นอะไร คุณได้อย่างนั้น ก็คือผู้ใช้ Dreamweaver ใส่โค้ดเข้าไปผลลัพธ์เป็นอย่างไรดูไปด้วยกันเลยนะคะ การเขียนโปรแกรมส่วนมากก็จะหนักตรงที่ต้องเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลนะคะ ทั้งข้อมูลสินค้า ข้อมูลลูกค้า คนมาเยี่ยมชมทุกอย่าง จะต้องใช้หลักการของ CGI Common Gateway Interface นะคะ เพื่อให้เว็บไซต์ของเรามันมีลูกเล่นแล้วก็มีความหลากหลาย แล้วก็สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้ เพราะว่ามันมีความน่าเชื่อถือของภาษานะคะ กับบางคนไม่พัฒนาอะไรทั้งนั้นซื้อมาเลย อาจจะซื้อ หรือเช่าสิทธิ์มาก็ได้ ไม่เสียเวลามีให้เลือกเยอะแยะนะคะ แต่อะไรที่มันพร้อมมาก ๆ มักจะตามมาด้วยราคา แล้วก็ฟังก์ชันบางอย่างมันอาจจะไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ แล้วถ้าเราอยากปรับปรุงเวอร์ชันก็ยาก จนกว่าจะจ่ายสตางค์เพิ่ม บางครั้งมันไม่สามารถรวมเข้ากับสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ถ้าจะใช้อาจจะต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมดนะคะ เช่าระบบนะคะ ก็ค่าใช้จ่ายก็จะน้อยกว่าซื้อนะคะ ก็ใช้บริการจากผู้ให้บริการ เป็นพวก ASP Application Service Provider คือ เขาจัดหามาให้เราหมดแล้วนะคะ ก็เช่าใช้จ่ายเป็นเดือน หรือจ่ายเป็น 3 เดือน 1 ปีอะไรก็ว่าไป ลักษณะของการให้บริการก็ค่อนข้างจะครบ มีให้คำปรึกษา มีการวิเคราะห์ออกแบบระบบให้เราด้วย รวมถึงการติดตั้งนะคะ ข้อดีของการใช้บริการของ ASP นี่ ก็คือเราไม่ต้องพัฒนาระบบเอง ไม่ต้องซื้อฮาร์ดแวร์ ไม่ต้องซื้อซอฟต์แวร์เองนะคะ ไม่ต้องมีคนมาคอยดูแลระบบให้ก็ได้ ไม่ต้องลงทุน Set Up เองการจัดการข้อมูล การเชื่อมต่อฐานข้อมูลไม่ต้องเขาทำให้หมด เพราะเราเช่าการบริการของเขานะคะ อันนี้ก็เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการ ASP เจ้าใหญ่ของ... อาจจะเป็นของโลก เบอร์ต้น ๆ ของโลกล่ะกันนะคะ ก็ใช้บริการได้นะคะ เขาก็มีบริการให้ว่าตอนนี้คุณอยากได้อะไร เกม แอป โมบายแอปเขาพัฒนาให้ได้นะคะ เว็บนะคะ Business Intelligence คือ ธุรกิจอัจฉริยะทำให้ได้ การทำเว็บไซต์สำหรับคริปโตทำได้ การออกแบบ Interface การออกแบบ UX UI ทำได้หมด VR AR ทำได้นะคะ Digital marketing เขาก็ดูแลให้คุณได้ขอแค่มีสตางค์ไหมนะคะ แล้วก็บางคนก็บอกไปจ้างคนมาก็ได้ จ้างพัฒนาให้เราจะได้ใช้ยาว ๆ แต่หลังจากนั้นเป็นอย่างไรไม่รู้ หรืออื่น ๆ ก็อาจจะไปฝากกับเว็บไซต์ ที่เขามีให้บริการอยู่แล้วชอปปง Shopee Lazada ก็ว่าไป อันข้อ 6 นี่ ได้รับความนิยมเพราะง่ายไม่ต้องพัฒนาอะไรเลยนะคะ แต่ในการเลือกการพัฒนา คุณก็ต้องพิจารณาด้วยว่าความต้องการของคุณคืออะไร คุณมีทรัพยากรทั้งเครื่อง ทั้งซอฟต์แวร์พร้อมไหม การบำรุงรักษาใครดูแล การติดตั้งใครทำ ความปลอดภัยใช้ระบบอะไร ปลอดภัยมากไหม เงินรั่วไหลทำอย่างไรนะคะ บุคลากรมีใครบ้าง มีแต่แม่กับคุณ 2 คน แม่ก็ใช้คอมไม่เป็น ปิดคอมทีก็ดึงปลั๊กออกอย่างเดียวแล้วจะทำอย่าง ราคา มีเงินทุนขนาดไหน ลงทุน 300,000 กำไรเดือนละ 200 เมื่อไรจะคืนทุนนะคะ ก็ต้องพิจารณาด้วย เว็บไซต์เราจะโตไหม บางคนก็... บางทีมันก็ตอบไม่ได้นะ เหมือนบางคนเขาก็แค่ 1 วันสมมุติว่ามีคนดังมารีวิวสินค้าคุณ คุณอาจจะเป็นเศรษฐีในพรุ่งนี้เช้าก็ได้นะคะ ความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงของระบบที่คุณใช้งาน เชื่อได้ขนาดไหนนะคะ Database คุณสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้เองหรือเปล่านะคะ โปรแกรมที่คุณใช้แน่ใจว่ามันจะไม่มีปัญหา หรือการเก็บข้อมูลมั่นคงเพียงพอนะคะ การให้บริการลูกค้า ตอนนี้คุณสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่แล้วใช่ไหม หรืออย่างไรนะคะ วันนี้งานนะคะ ก็จากหลักการออกแบบเว็บไซต์ที่ดี ให้ไปหาเว็บไซต์มา 5 เว็บไซต์ ที่คุณคิดว่าเขาออกแบบดี คุณชอบเข้าไปดูบ่อย ไม่เอา Facebook นะ ไม่เอา Instagram นะ เอาเว็บไซต์ที่ขายของนะ Facebook ไม่เอามันง่ายไป คุณลองหาเว็บไซต์ขายของออนไลน์ ที่คุณคิดว่าเขาออกแบบแล้วมันใช้งานง่าย บางคนก็จะบอกว่า Shopee แล้ว Shopee มันใช้งานง่ายกว่า Lazada อย่างไรในความคิดคุณก็บอกมา บางคนชอบซื้อใน TikTok TikTok มันดีกว่า Shopee Lazada อย่างไรบอกมานะคะ แล้วก็ลองไปดูในเว็บไซต์ที่อาจารย์ให้ มันจะเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการ E-Commerce ใน... ในเว็บไซต์นี้นะ อาจารย์เตรียมไว้ให้แล้ว ไม่รู้ว่ายังเข้าได้หรือเปล่า นี่ถ้าเข้าเว็บไซต์ตัวนี้ ไปลองกดดูว่าที่เขาให้บริการนี่บางอัน 4.8 4.6 ด้วยนี่ คุณคิดว่ามันให้บริการดีอย่างไร อย่างเช่น ตัวนี้เขาบอกว่าค่าบริการแพงนะ ให้ทดลองใช้ 14 วัน บางอันให้ทดลองใช้ 30 วัน บางอันก็ใช้ฟรีเลยนะคะ ใช้ฟรีได้เลย อย่าง Wix นี่ก็ใช้... ใช้ฟรี 14 วันทดลองใช้ 14 วัน 14 วันในที่นี้ คือ ให้ใช้แบบ Full Option หลังจากนั้นก็หมด แต่ก็มีแบบแพ็กเกจที่เป็นฟรีให้ลองใช้อยู่นะคะ ลองเข้าไปดูว่าใช้ได้หรือเปล่า ลิงก์ยังเข้าได้ไหมเดี๋ยวนะ เข้าได้อยู่ก็เข้าไปดู แค่... แค่เอาไปดูในตัวอย่างที่เขามีอยู่นี่ เริ่มต้นฟรีลากแล้ววางได้ไหม ถ้าเป็นคุณคุณจะเลือกเว็บไซต์ไหนเขาจะมีให้อยู่ เพราะอะไร เขาบอกว่าลากแล้ววางใช้ได้ฟรี ชอบเอาเว็บนี้ก็ว่าไปนะคะ ในลิงก์ที่อาจารย์ให้ เริ่มทำงานได้ค่ะ