(อาจารย์ธิดารัตน์) วันนี้ก็จะเป็นบทที่ 5 นะคะ เกี่ยวกับการโพรโมตเว็บไซต์นะคะ ของการทำธุรกรรมออนไลน์ ถ้าสมมติว่าเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองนี่ การโพรโมตหรือการโฆษณานะคะ หรือการทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักนี่ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากนะคะ โดยการประชาสัมพันธ์โพรโมตใด ๆ ของเว็บไซต์ของเรานะคะ มันก็คือการโฆษณาเว็บไซต์ที่เราสร้าง ต้องถูกนำไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักอย่างทั่วถึงนะคะ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในโลกออนไลน์ ทำอย่างไรก็ได้นะคะ ที่ทำให้เขารู้จักเว็บไซต์ของเรา โดยการโพรโมตเว็บไซต์นี่ มันเป็นวิธีการหรือว่ากลยุทธ์อย่างหนึ่ง ที่เราใช้แจ้งข้อมูลข่าวสารนะคะ เชิญชวนให้คนที่เล่นเว็บไซต์นี่ หรือคนที่เข้าชมเว็บไซต์นี่ เขาเข้ามาดูเว็บไซต์ของเรา หรือเว็บไซต์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นมานะคะ โดยทั่วไปแล้วมักจะมีการค้นหาข้อมูลของเราผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งเป็น Web Directory หรือว่าศูนย์รวมเว็บไซต์ กับตัว Search Engine อย่างเช่น พวก Google ให้เอามาใช้เป็นช่องทางในการโพรโมตเว็บไซต์ของเรานะคะ โดยเริ่มต้นการโพรโมตเว็บไซต์นี่ บางทีเราอาจจะไม่ได้ทำการโพรโมตแบบออนไลน์ เราอาจจะทำเป็นออฟไลน์ก็ได้ ก็คือเป็นการโฆษณาผ่านทางสื่อ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ เอกสารทั่วไปแปะตามบอร์ดประชาสัมพันธ์นะคะ ให้คนสามารถมาอ่านข้อมูลแล้วก็ค่อยตามไปดูที่เว็บไซต์ที่เราทิ้งไว้ให้ หรือตามป้ายประกาศตามแหล่งชุมชน ตามถนนสายหลัก ตามห้างสรรพสินค้าบนตึกนะคะ ก็ถ้าเป็นถนนเส้นที่มีรถพลุกพล่านนี่ มันก็จะเป็นแหล่งที่ผู้คนผ่านไปมาค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะตามห้างสรรพสินค้าอะไรอย่างนี้ หรือเราจะเห็นอีกอย่างหนึ่ง คือ ข้าง ๆ รถยนต์ มันจะมีการติด Banner หรือติดโฆษณาประสัมพันธ์อยู่บนตัวรถเลย อย่างแถว ๆ มหาวิทยาลัยเรานี่ มันก็จะมีรถของบริษัทประกันภัยสีฟ้า ๆ จอดอยู่นะคะ หรือถ้าเป็นรถของหน่วยงานใด ๆ ก็ตามเขาก็จะมีการประชาสัมพันธ์ติดไปด้วย บางที่ก็จะติดชื่อเว็บไซต์ไว้ข้างประตูรถ หรือท้ายรถนะคะ ก็ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ รวมถึงรถประจำทาง รถบัส รถสองแถวนะคะ ก็จะมีพวกป้ายประสัมพันธ์นี่ ติดอยู่บนรถด้วย หรือถ้าบางคนเขาก็จะพิมพ์ใส่สิ่งที่เรียกว่า "นามบัตร" พิมพ์ลงไปด้วย เผื่อไปเจรจาธุรกิจหรือไปประชุม ก็สามารถยื่นนามบัตรที่มีเว็บไซต์นี่ ติดลงไปด้วยนี่ ให้คนที่เราต้องการจะประชาสัมพันธ์ หรือเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ลงไปบนเสื้อได้นะคะ ถุงกระดาษ ถุงพลาสติก Packing ข้าง ๆ ขวด ข้าง ๆ กล่อง เราก็สามารถโพรโมตเว็บไซต์ของเราได้ทุกที่นะคะ ในห้องน้ำถ้าอยากโพรโมตก็ยังโพรโมตได้เลยอะไรประมาณนี้นะคะ พอมันมีแบบออฟไลน์แล้วมันก็ต้องมีแบบออนไลน์นะคะ ก็ใช้อินเทอร์เน็ตนี่แหละ เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์นะคะ โดยคนที่ต้องการจะรู้ข้อมูลนี่ ก็แค่คลิกเมาส์ กดแท็บเล็ต กดโทรศัพท์นะคะ ก็สามารถสอบถามข้อมูล หรือศึกษาข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์เราได้ ซึ่งถ้าเป็นการที่ติดต่อข้อมูลเข้าถามแชตเหมือนที่เพิ่งอบรมไปเป็นแชตบอต เราจะเรียกว่าเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทางมีการถาม และมีการตอบนะคะ แล้วทำไมเราถึงต้องโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย เมื่อหลายปีที่ผ่านมาส่วนมากเราจะดูโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์ หรือฟังทางวิทยุนะคะ ก็ในช่วงที่ผ่านมานี่ แน่นอนคนใช้อินเทอร์เน็ตเยอะมากนะคะ ซึ่งคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่แน่นอนจะเป็นคนที่มีความรู้ มีรายได้นะคะ แล้วก็ถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ ที่เราจะทำโฆษณาประชาสัมพันธ์กับเขา แล้วถ้าเราโฆษณาผ่านทางออนไลน์นี่ เราสามารถโฆษณาได้ตลอดเวลานะคะ ประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา ไม่ต้องซื้อเวลาในโทรทัศน์ โทรทัศน์เวลาที่เราจะนำเสนอข้อมูลที่หนึ่งนี่ เขาคิดเป็นนาที คิดเป็นวินาทีกี่บาท เป็นแสนก็มีนะคะ แต่ถ้าเราโฆษณาออนไลน์นี่ อาจจะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายมากขนาดนั้น แล้วก็สามารถประชาสัมพันธ์ได้ทั้งในแล้วก็ต่างประเทศได้ด้วยนะคะ อย่างที่บอกค่าใช้จ่ายถูกกว่า สามารถนำเสนอข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ข้อความ รูปภาพ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง รวมแล้ว ก็คือมันเป็น Multimedia เราสามารถสร้างขึ้นมาได้ ใช้ AI พูดแทนเราก็ได้นะคะ ใช้ AI นำเสนอสินค้าแทนเราก็ได้ ซึ่งการประสัมพันธ์นี่ มันก็อาจจะมีทั้งความบันเทิง เกม ทำโพรโมชันส่งเสริมการขายได้ง่ายกว่านะคะ แล้วตอนนี้ถ้าเอาจริง ๆ แล้วการดูทีวีเขาก็ดูออนไลน์กันเสียเยอะ ถ้าใครที่ชอบฟังวิทยุก็ฟังวิทยุออนไลน์มากขึ้นนะคะ การโฆษณาแบบออนไลน์มีหลายแบบ แบบแรก ก็โฆษณาบนเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงนะคะ อย่างเช่น ที่เราเข้ากันบ่อย ๆ ก็คือ www.notebookspec.com www.pantip.com นะคะ ก็จะเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทั้งซื้อ Banner หรือเป็น Text Link นะคะ ซึ่ง Banner นี่ ก็จะได้รับการต้อนรับค่อนข้างดี เพราะว่ามันเป็นรูปภาพคนเข้าใจง่าย แล้วก็อาจจะมีช่วงโพรโมชัน คือ ไม่คิดค่าโฆษณา 1 เดือน เดือนที่ 2 ค่อยคิดอะไรก็ว่าไปนะคะ หรือการเข้าไป Post ลงประกาศในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ซึ่งมันก็จะมีพวกเว็บบอร์ดประกาศขายสินค้า ลงโฆษณานู่นนี่นั่นโน่นเยอะแยะมากมาย แบบที่ไม่คิดค่าบริการก็มีเยอะนะคะ แล้วก็... หรือการไปแลกเปลี่ยนลิงก์กับพันธมิตร เช่น นาย A กับ นาย B เป็นเพื่อนกันทำเว็บไซต์เหมือนกัน แลกเปลี่ยนเว็บไซต์กัน มาแปะที่หน้าเว็บของเพื่อน สลับกันก็ได้นะคะ ก็ถ้าเนื้อหาที่มันเกี่ยวข้องกันนี่ มันก็จะมีส่วนช่วยให้คนเข้ามาดูเพิ่มในระดับหนึ่ง หรือการไปซื้อโฆษณาบน Search Engine เช่นพวก Google Yahoo Bink อะไรพวกนี้นะคะ การโพรโมตประเภทนี้นี่ มันจะตรงจุดมากที่สุด แล้วก็ถือว่าเป็นอาชีพอาชีพหนึ่งเหมือนกัน ที่มันก็จะมีอาชีพที่เรียกว่า "SEO" นะคะ Search Engine อะไรสักอย่างนี่แหละจำไม่ได้ ตัว O นะคะ ก็จะเป็นคนที่ทำให้คำค้นหาของเรานี่ สามารถค้นหาเจอได้อย่างรวดเร็วแล้วก็อันดับต้น ๆ ผ่านเครื่องมือของเว็บไซต์ที่ของ Google Yahoo นะคะ แล้วก็เป็นวิธีที่แพร่หลายแล้วก็ได้ผลดีที่สุด ณ ตอนนี้นะคะ เช่น ชมพู่ต้องการขายแว่นตา ให้เขาค้นหาคำว่า "แว่นตา" แล้วเจอเว็บไซต์ของชมพู่เป็นอันดับ 1 ก็ได้ โดยการโพรโมตผ่าน Search Engine นะคะ ทำอย่างไรก็ได้น่ะ ให้เขาค้นหาแล้วเจอลิงก์เราเป็นลิงก์แรกนะคะ เป็นอันดับ 1 เช่นตัวนี้ ตั๋วเครื่องบิน ถ้าคุณใช้การโพรโมตผ่าน Search Engine อย่างเช่น Google เว็บตัวนี้เว็บแรกนี่ค่ะ เขาอาจจะทำโฆษณา หรือมีการจ่าย หรือมีการ... กระบวนการใด ๆ ก็ตามที่ทำให้คำค้นหา ถ้าแค่พิมพ์คำว่า "ตั๋วเครื่องบิน" อ้าว ทำไมไปขึ้น AirAsia ล่ะ ทำไมไม่ขึ้นการบินไทย ทำไมไม่ขึ้นนกแอร์ ทำไมถึงขึ้นเว็บนี้เป็นเว็บแรก ใช้เวลาค้นหาจาก 11 ล้านข้อมูลใช้เวลาแค่ 0.3 วินาทีเจอเว็บไซต์เราเลย เขาทำอย่างไรนะคะ แล้วมันก็จะมีขึ้นคำว่า "Ad" A... ตัว A กับตัว d ตรงนี้ มันแปลว่า Advertisement แปลว่า โฆษณา นี่ตัว A กับตัว d ตรงนี้ ทำอย่างไรให้เว็บไซต์เราขึ้นแบบอันดับ 1 แบบนี้ จากการค้นหาแค่ 0.3 วินาที จาก 11 ล้านข้อมูลตรงนี้ อันนี้คือสิ่งที่เป็นอาชีพได้เหมือนกันนะคะ โดยการโฆษณาเว็บไซต์นี่นะคะ มันก็จะเป็นการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ให้คนที่ต้องการค้นหาสิ่งนั้น ๆ นะคะ หรือตัวแทนการขายนะคะ เข้ามาเผยแพร่ข้อมูล โดยปกติแล้วการโฆษณานี่ มันจะเป็นการสื่อสารทางเดียวนะคะ ก็จะเป็นการนำเสนอข้อมูล ถ้าเราอยากรู้ข้อมูลที่เพิ่มเติม เมื่อก่อนนี้มันก็หาข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้ รู้เท่าที่เขาประชาสัมพันธ์ให้เรา ซึ่งจากข้อมูลกราฟนะคะ ในหน้าจอจะเห็นได้ ว่าอันด้านนี้... สิ่งที่สำคัญจะอยู่ตรงนี้นะคะ กับตรงนี้ จะเห็นได้ว่าโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตนะคะ สีเข้ม ๆ มันมีมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับการโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์ ซึ่งมูลค่าของการโฆษณาทางโทรทัศน์น้อยมาก น้อยลงเยอะ เมื่อเทียบกับเมื่อในอดีต คือ ทุกอย่างจะอยู่บนทีวีนะ บนโทรทัศน์ เพราะฉะนั้น การโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องที่สำคัญมาก มูลค่าสูงมากนะคะ การทำโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตเลยจะต้องทำโฆษณาให้เหมาะสม กับกลุ่มเป้าหมายแต่ละคนนะคะ อาจจะมีวิธีการที่มีของรางวัลนะคะ มาจูงใจให้คนเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เรา แล้วก็ถ้าเราโฆษณาได้ตรงเป้าเราก็จะไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องลงทุนกับการโฆษณาเยอะมาก เพราะเรารู้แล้วว่ากลุ่มเป้าหมายเราคือใคร อย่างที่บอกค่ะ การโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตนี่ มันดูได้ 24 ชั่วโมงตลอดเวลานะคะ ยิ่งคนใช้อินเทอร์เน็ตเยอะมากเท่าไร เราก็ยิ่งมีโอกาสที่จะนำเสนอข้อมูลเราได้มากขึ้นนะคะ การใช้ Multimedia สามารถเผยแพร่ได้ง่ายนะคะ คำศัพท์ที่ใช้ในการโฆษณาของธุรกิจออนไลน์นะคะ Page ก็คือ หน้า HTML ที่แสดงข้อความ รูปภาพนะคะ ต่าง ๆ Ad มาจาก Advertisement ที่แปลว่าโฆษณา Ad Views-Popup ก็คือโฆษณาที่เด้งขึ้นมาในหน้า Webpage นะคะ Ad-Click ก็คือจำนวนครั้งที่คนกดดูป้ายโฆษณานะคะ Banner ก็จะเป็นภาพกราฟิกที่อาจจะเป็นรูปภาพข้อความ อาจจะเป็นภาพนิ่ง หรือเคลื่อนไหวบนหน้าเว็บไซต์นะคะ สามารถเชื่อมโยงไปยังเพจอื่น ๆ หรือเว็บไซต์อื่น ๆ ได้ ซึ่งการขาย Banner หน่วยวัดจะเป็น Pixel อย่างในหน้าเว็บไซต์มันก็จะมีพวกสี่เหลี่ยมอะไรอย่างนี้ เขาคิดพื้นที่เป็น Pixel นะคะ อย่าง 100 x 100 ก็จะประมาณนี้ อะไรประมาณนี้นะคะ Button ก็จะเป็น Banner เหมือนกันแต่มีขนาดเล็ก สามารถเชื่อมโยงไปหน้าเว็บไซต์ หรือว่าเว็บเพจอื่น หรือไว้ดาวน์โหลดโปรแกรมก็ได้นะคะ Click ก็จะเป็นการนับจำนวนแต่ละครั้งที่มีคนกดป้าย Banner หรือกดปุ่มนั้น ๆ นะคะ Click Ratio ก็จะเป็นสัญลักษณ์ของค่าความสำเร็จของป้าย Banner นะคะ ว่ามีคนเข้ามาดู 100 เพจ หรือ 100 ครั้ง หรือ 100 หน้า แต่มีคนกดดูโฆษณาแค่ 10 ครั้งเอง ก็แสดงว่าผลสำเร็จมีแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นอะไรประมาณนี้นะคะ CPM นะคะ ก็จะเป็นหน่วยวัดต้นทุนนะคะ ที่เราจะต้องจ่ายค่าป้ายโฆษณา คล้าย ๆ กับทำคอนเทนต์ใน YouTube เขานับยอด View แบบนี้ ยอด View เท่าไรถึงจะได้รายได้ก็ว่าไป การเข้าถึงมันจะมีการบันทึก เพื่อดูว่าคนเข้ามาดูเว็บไซต์เรานี่ เหมือนที่เราคำติดปาก Hit กินอาหาร Hit ใส่เสื้อผ้าอย่างนั้น Hit ไปเที่ยวตรงนี้ ก็คือการวัดความนิยม ความหนาแน่นของข้อมูลนะคะ ว่าเว็บไซต์เรานี่ ช่วงนี้คนเข้ามาดูถล่มทลายเลย เหมือนถ้าเป็นคำหนึ่งของสื่อโซเชียล ก็คือติด Trend คือ ดังขนาดไหน มีคนนิยมมากหรือเปล่านะคะ กับ Interactive Advertisement ก็คือโฆษณาที่สามารถจูงใจ หรือกระทบบางสิ่งบางอย่าง ดูแล้วชอบ ดูแล้วรู้สึกสนใจนะคะ การ Visit ก็คือการเข้าเยี่ยมชมแล้วก็จากไปของผู้ชมในแต่ละครั้ง เข้าเว็บไซต์เรา User คนที่ 1 ใช้เวลา 2 นาที User คนที่ 2 ชอบมากอยู่กับเว็บไซต์เรา 3 ชั่วโมง หรือแค่เปิดทิ้งไว้ กับบางคนเข้ามา 2 วินาที ไม่ใช้แล้วออกนะคะ กับ Unique Visit ก็คือวัดจากคนที่เข้ามาดูเว็บไซต์เราแล้วสมัครเป็นสมาชิก หรือตอนนี้เว็บไซต์ที่เราจะเห็น ก็คือมันจะมีปุ่มที่ถามว่าอนุญาตให้เก็บ Cookies หรือเปล่า บางคนใช้เข้าเว็บไซต์อยู่ แต่ไม่เคยสนใจ อันนี้ก็เป็นค่าที่เขาจะเก็บไว้นะคะ บางทีเราก็เป็นผู้ใช้งานทั่วไปนี่แหละ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีความสำคัญอย่างไรนะคะ รูปแบบของการโฆษณาออนไลน์อาจจะเป็น Banner ทาง E-mail ผ่านทางโทรศัพท์ ผ่าน Splash Screen หน้าจอเคลื่อนไหวนะคะ หรือการเช่าพื้นที่โฆษณา โฆษณาผ่านลิงก์ต่าง ๆ หรือทางช่องทางแชตใด ๆ นะคะ อันแรก Banner หรือว่าป้ายโฆษณา ซึ่งนิยมมาก สามารถคลิกเว็บไซต์เชื่อมโยงไปยังหน้าอื่น หรือเว็บไซต์อื่นก็ได้ แสดงเป็นข้อความรูปภาพ คลิป วิดีโอ เสียง โฆษณานะคะ หน่วยวัดเป็น Pixel ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก 7-10 kb เท่านั้น ถ้าใหญ่เกินไปมันจะมีปัญหาในการเข้าถึงข้อมูลมันจะช้า โหลดหน้าเว็บก็จะช้า Banner ส่วนใหญ่จะเป็นไฟล์เล็ก ๆ ก็คือ .png ซึ่งเราเรียนมาแล้ว .png คืออะไร เป็นไฟล์นำเสนอออนไลน์ที่มีขนาดเล็กนะ ความละเอียดไม่ได้สูญหายไปมาก ข้อดี ถ้าสนใจข้อมูลสามารถคลิก Banner แล้วลิงก์ไปในที่เว็บไซต์ที่เขาสนใจได้เลยนะคะ แล้วก็สามารถกระตุ้นความสนใจก่อนที่เขาจะไปเว็บไซต์เราได้ ถ้าเรามี Banner ที่น่าสนใจนะ นะคะ แล้วก็สามารถใช้ Multimedia หรือว่าสื่อผสมในการทำ Banner ได้ แต่ข้อเสีย คือ มันวัดขนาดเป็น Pixel มันมีค่าใช้จ่าย มีค่าใช้จ่ายของขนาดไม่พอ ตำแหน่งการวางก็คิดเงิน ด้านบนเว็บไซต์ ด้านข้าง ด้านล่างราคาไม่เท่ากันนะคะ เพราะว่าอย่างที่บอกเขาจะเรียกว่า "Click Zone" นะคะ การกำหนด Click Zone บางทีเข้าใจว่าอยู่บนสุดจะแพงแต่ไม่ใช่ ตำแหน่งที่อยู่ด้านล่างสุดของเพจบางงานวิจัยเขาบอก ว่ามีคนกดมากกว่าอยู่ด้านบนอีก เพราะว่าเขาจะไล่ลงมาดูจนสุดแล้วเขาค่อยกดก็มีนะคะ Banner Swapping Swap แปลว่าสลับกัน ก็จะเป็นการฝาก Banner ไว้กับผู้ให้บริการเป็นเว็บตรงกลาง ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือถ้ามีก็น้อยมาก อย่างสมมติว่านาย A อยากโฆษณาเว็บไซต์ไปแปะไว้ นาย B มาเห็นน่าสนใจอย่างนั้นเรามาสลับกัน A ไปไว้ B B ไปไว้ A แต่บางครั้ง Banner ที่เขาจัดมานี่ บางทีเขาไม่ได้คุยกันมาก่อนขนาดมันจะไม่ได้ ไม่เหมาะสมเท่าไรนะคะ มันก็เลยต้องมีการคุยกัน ตกลงความต้องการร่วมกันก่อน ค่อยไปแปะเว็บไซต์ของกันและกัน อย่างอันนี้เป็นตัวอย่างเว็บไซต์ ที่ใครอยากแลกเปลี่ยนโฆษณาหน้าเว็บกันเขาก็จะมาคุยกัน อย่างขายรองเท้า หรือขายเป็นวิดีโอก็มาแปะไว้ มีใครสนใจจะสลับเปลี่ยนกันไหมนะคะ ฉันโฆษณาให้คุณ คุณโฆษณาให้ฉันอะไรประมาณนี้นะคะ ต่อมาอีกอันหนึ่งเป็นการแลกเปลี่ยน Banner นะคะ หลาย ๆ เว็บไซต์นิยมใช้วิธีนี้มากกว่า เพราะง่ายแล้วก็ตรงกันมากกว่านะคะ เช่นนาย A แสดงนาย B นะคะ แต่นาย B อาจจะไม่แสดงของ... ของ A ก็ได้ ไปแสดงของ C แล้ว C มาแสดง A ให้เอง สลับกันไปสลับกันมานะคะ แล้วแต่จะตกลงกันคุยกันเอง ฉันโฆษณาให้คุณก็ได้ คุณไม่โฆษณาให้ฉันก็ได้ แต่ฉันขึ้นให้นะ อะไรก็ว่าไปนะคะ ซึ่งมันก็จะมีเว็บไซต์ตัวกลาง ที่คอยจัดการการแลกเปลี่ยน Banner ให้เหมือนกันนะคะ ก็มาคุยกันนะคะ ก็จะมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยนะคะ แค่ไม่กี่สิบบาท สำหรับการหา Banner ที่น่าสนใจเป็นพัน ๆ Banner ก็ได้นะคะ แล้วเขาก็จะเก็บสถิติให้ด้วย ว่ามีคนมาคลิก Banner คุณไหมนะคะ แล้วก็มีระบบป้องกันการโกงนะคะ สแกนให้เบื้องต้น ว่า Banner ที่มาแปะไว้นี่ มันเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่านะคะ ข้อแตกต่างระหว่าง Banner Swapping กับ Banner Exchanges ไอ้ Swapping นี่ มันจะเป็นการเชื่อมโยงแค่บริษัทต่อบริษัท คือ 1:1 แต่แบบ Exchange ก็คือเป็นกลุ่ม ๆ มารวมกลุ่มกันนะคะ แล้วก็ค่อยมาคุยกัน เชื่อมโยงกันนะคะ ไม่ได้คุยกันแค่ 1:1 คุยกันหลายคน ห้องนี้ทั้งห้องอาจจะมาคุยกัน เธอให้ฉัน ฉันไปเอาของคนนั้นมาคนนี้มา แต่ว่าก็ยังเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันอะไรประมาณนี้นะคะ E-mail เมื่อก่อนก็เป็นที่นิยมมากนะคะ เพราะว่าค่าใช้จ่ายมันน้อย แต่ตอนนี้มันมีการซื้อขาย E-mail Address มันก็เลยทำให้มี E-mail ขยะค่อนข้างเยอะ คนเลยไม่ค่อยนิยมนะคะ บางทีก็อาจจะมีการเก็บรวบรวม E-mail ด้วยตัวเอง หรือซื้อก็ได้นะคะ เราไปซื้อมาเลย E-mail เราอยากโฆษณา มีให้เป็นหลักล้าน E-mail เพื่อการโฆษณา เหมือนถ้าใครเห็น E-mail ตัวเอง ตอนนี้มันมี E-mail ประหลาด ๆ ส่งมา บางที E-mail คุณอาจจะถูกขายไปแล้วก็ได้ ขาย ก็คือมันก็มีชื่อ E-mail คุณน่ะ ติดไปตอนที่เขาซื้อขายกัน หรือเขาก็จะเก็บมาจากเว็บไซต์ที่คุณไปสมัครสมาชิกไว้นะคะ เก็บเป็นล้าน ๆ E-mail เลยแล้วค่อยมาขาย นี่มีเว็บไซต์สำหรับขายข้อมูล E-mail แบบถูกกฎหมายด้วยนะ เพราะตอนที่คุณสมัครสมาชิกคุณกดติ๊กถูกไปแล้ว ว่าฉันให้คุณเอาข้อมูลฉันไปใช้ก็ได้ จนบางครั้งเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าเราให้ข้อมูลเว็บไซต์ไหนไปนะคะ E-mail แต่ปัญหาของ E-mail อย่างที่บอก พอมันมี E-mail เข้ามาเยอะมาก ๆ บางทีโฆษณาที่เราทำไปนี่ มันไปเข้าถังขยะ หรือมันเข้าใจว่าเป็น E-mail มิจฉาชีพอะไรประมาณนี้นะคะ คนที่ต้องการจะส่งข้อมูลให้บางทีเขาก็ไม่ได้รับข้อมูลของเรานะคะ หรือบางคนไม่ชอบเช็ก E-mail เลย เขาก็จะไม่รู้ข้อมูลเราเหมือนกันอะไรประมาณนี้ กับการโฆษณาผ่านทางโทรศัพท์ มันก็สามารถโฆษณาได้ทุกที่ทุกเวลาเหมือนกันนะคะ ซึ่งบางคนไม่รู้หรอกว่าคุณก็โดนโฆษณา เช่น คุณโหลดแอปพลิเคชันฟรีมา มันจะมี Banner เล็ก ๆ ข้างล่างโฆษณา หรือเล่นเกมส์ก็ตามเล่นไปสักแป๊บ มันก็จะมีโฆษณาเด้งขึ้นมานับถอยหลัง 10 วินาที แล้วคุณถึงจะได้เล่นต่อ อันนี้เป็นการโฆษณาผ่านทางโทรศัพท์ ที่ฝังมากับแอปพลิเคชันฟรีต่าง ๆ ที่คุณโหลดนะคะ ต่อมาเป็น Splash Screen ซึ่งจะเป็นการโฆษณาในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจจะหายไปเอง หรือคุณต้องกดปิดนะคะ เช่น ตัวนี้เห็นบ่อยเลย เว็บขายของออนไลน์ พิเศษลูกค้าใหม่ พิเศษ 7 เดือน 7 8 เดือน 8 มีโพรโมชันอะไรขึ้นมาปึ๊บ จะเห็นได้ว่ามันจะมีปุ่มกากบาท ถ้าไม่อยากรู้ก็ค่อยกดออก หรือบางเว็บไซต์ไม่ต้องกดออกก็ได้ อย่างอีกเว็บหนึ่งเว็บสีม่วง ๆ ดูไปประมาณ 5 วินาที มันจะออกให้เอง ถ้าคุณไม่สนใจมันก็จะกดออกให้นะคะ อันนี้ก็เรียกว่า "Splash Screen" ถ้าไม่ชอบก็กดปิดแค่นั้นเอง ต่อมาเป็น Spot Leasing ก็จะเป็นพื้นที่เฉพาะในการเช่าโฆษณาบนหน้า Search Engine นะคะ ก็มันจะเป็นการระบุช่วงเวลา แล้วก็ระบุตำแหน่งตรงไหนของเว็บไซต์นะคะ ข้อดี คือ เราสามารถเลือกได้หมดเราจะทำอะไร ข้อเสีย คือ มันแพงอย่างเดียวเลยแพง เช่น เว็บไซต์ที่เป็นเว็บไซต์ของคนไทยที่อยู่มานานแล้ว อาจจะรู้จักบ้าง หรือไม่ได้รู้จักบ้างนะคะ บางคนอาจจะไม่รู้จักทำไมต้องเข้าเว็บนี้ เว็บนี้เป็นเว็บไซต์แรก ๆ ตั้งแต่การใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย คำค้นหาการโฆษณา ถ้าคุณอยากให้มีคำค้นหาคุณขึ้นข้างบนแบบนี้ ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง ฟังเพลงออนไลน์ จ่ายสตางค์ ถ้ากดเลือกฟังเพลงออนไลน์ปึ๊บ เว็บไซต์คุณถ้าเป็นเกี่ยวกับเพลงออนไลน์จะขึ้นเป็นอันดับ 1 แล้วเขามีระบบคิดสตางค์ ถ้าเขาโฆษณาให้แล้วไม่มีใครกดไปดูเว็บไซต์คุณ โฆษณาของเขา คือ ไม่ต้องจ่าย เพราะฉะนั้น เขามั่นใจมาก ว่ามีคนกดดูเว็บไซต์คุณแน่นอน มีคนกดเยอะหรือกดกี่ครั้งว่าไป คุณค่อยจ่ายสตางค์เขานะคะ ซึ่งเขาก็สามารถบอกว่า "เขาสามารถร่วมมือกับ Google ทำให้เว็บไซต์คุณดังได้" อันนี้คือเหมือนเขาเป็นตัวแทนอย่างที่อาจารย์บอก ก็คือ SEO ทำงานกับ Search Engine ให้คุณได้ด้วย มีสตางค์ไหมแค่นั้นเอง หรือคุณไม่อยากทำผ่าน Google... ไม่ทำผ่านเว็บไซต์อื่น คุณจะทำผ่าน Google โดยตรงก็ได้ แต่ เช่น คุณอยากโฆษณาคลาสออกกำลังกาย พิมพ์คำว่า "ฉันเรียนออกกำลังกาย" ปึ๊บ ให้ขึ้นเว็บไซต์คุณที่ 1 ค่าใช้จ่ายก็หลักหมื่น เป็นหมื่นแค่อยากให้ค้นหาปึ๊บ เจอชื่อคุณเลยเป็นเบื้องต้นนะคะ สมมติใครเรียนไป จบไปแล้วไปทำงานบริษัท เขาอยาก... น้องทำอย่างไรให้เว็บไซต์เรามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อันนี้ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คุณสามารถทำอาชีพได้นะคะ มีอาชีพนี้เกิดขึ้นด้วยอาจจะไม่ต้องจ้าง Google คุณสามารถทำเองได้ มันก็จะมีช่องทางในการเขียน Code หรืออะไรก็ว่าไป เพื่อพัฒนาเว็บไซต์คุณ เป็นอาชีพเหมือนกันนะคะ อาชีพที่ทำอย่างไรก็ได้ ให้เว็บไซต์เราน่ะ ค้นหาใน Google แล้วได้อันดับต้น ๆ นะคะ กับโฆษณาผ่าน URL ก็ไปลงทะเบียนโฆษณาผ่าน Search Engine นะคะ ก็ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายสูง แต่คุณต้องเขียน Meta Tag ได้ ซึ่ง Meta Tag นี่ น่าจะเคยเรียนตอนที่คุณเขียน... เรียนวิชาเขียนเว็บแล้ว ทำอย่างไรก็ได้ให้คำค้นหาของเว็บไซต์คุณน่ะ มันง่ายแล้วมันก็สามารถค้นหาแล้วเจอเลยนะคะ ข้อดี คือ มันใช้ค่าใช้จ่ายน้อย เมื่อกี้หลักหมื่น อันนี้อาจจะไม่ได้แพงขนาดนั้นนะคะ เราก็ต้องไปลงทะเบียนเว็บไซต์เราที่ Search Engine ก่อน แล้วเขาจะให้กำหนด Keyword คำค้นหา อย่างเช่น ร้านคุณขายเสื้อผ้า ขายกิ๊บ คุณจะต้องใช้คำ Keyword ที่ทำอย่างไรก็ได้น่ะ ให้มันสื่อถึงร้านคุณมากที่สุดนะคะ แต่ข้อเสีย คือ บางที่ Meta Tag ส่วนใหญ่มีความซับซ้อน มันไม่ได้ง่ายหรอก เสื้อผ้าผู้หญิง กิ๊บนู่นนี่นั่นโน่นไม่ใช่แค่นั้น มันจะมีคำที่ซับซ้อนกว่านั้นนะคะ เพื่อทำอย่างไรก็ได้ดักทุกทางให้ Search Engine มันหาเว็บไซต์เราให้เจอให้ได้นะคะ ซึ่งการทำงานก็จะมีอันแรก เราไปทำงานกับ Search Engine ที่มันจะเรียกว่า "Search Bot" "Search Robot" มันจะมี AI ที่คอยทำหน้าที่วิ่งอ่านข้อความจากหน้าเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วมันก็จะมาจัดลำดับคำค้นหาเก็บไว้กับตัวมันเองนะคะ พอสิ่งที่เขาต้องการนี่ เลยบอกว่าอยากให้มาลงทะเบียน เพื่อที่มันจะได้หาได้ง่ายขึ้นนะคะ ซึ่งบางคนไม่รู้ก็ไม่เคยลงทะเบียน แล้วทำไม เอ๊ะ ทำไมเว็บไซต์ฉันมันไม่ดัง อย่างน้อยคุณต้องมาลงทะเบียนให้มันรู้จักคุณก่อนนะคะ เพื่อให้มันค้นหาคุณได้เร็วขึ้น อย่างเช่น ตัวนี้มันก็เป็นหน้าตาของ... ของ Google นี่แหละนะคะ อาจารย์เคยลองเข้าไปเล่นแล้ว ก็ไปลองดู ว่าถ้าคุณมีเว็บไซต์ แล้วคุณอยากให้มันค้นหาเราเจอได้เร็ว ๆ น่ะ คุณไปลงทะเบียนกับมัน ให้มันรู้จักคุณ เหมือนไปแนะนำตัวเราให้มันรู้จักก่อน มันจะได้หาเราเจอได้เร็วขึ้นนะคะ ก็อันนี้เป็นอีกช่องหนึ่ง สำหรับการโพรโมตเว็บไซต์ แบบไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายนะ ไปแค่เหมือนไปทำความรู้จักกันก่อนนะคะ ต่อมาถ้าคุณไม่อยากสนใจ Google คุณอาจไปหา Web Directories คือ เว็บไซต์ที่ศูนย์รวมข่าวสารนู่นนี่นั่นโน่นนะคะ ก็ไปลงทะเบียนเหมือนกันแล้วก็อธิบายตัวเอง ว่าเว็บไซต์ของเราคืออะไร ใส่คำอธิบายสั้น ๆ ใส่ Keywords ลงไป คือบางทีน่ะ เราโฆษณาผ่านแค่ใน Search Engine มันไม่พอ ถ้าเราอยากให้เว็บไซต์เรามันดังจริง ๆ เราต้องไปโฆษณากับ Web Directories ด้วยนะคะ ซึ่งการโพรโมตใน Web Directories นี่ มันมีทั้งเสียเงิน และก็ไม่เสียสตางค์นะคะ แต่ถ้าอยากให้มันอยู่ในลำดับต้น ๆ อย่างไรก็ต้องเสียสตางค์นะคะ แต่ถ้าไม่อยากเสียสตางค์ ก็อาจจะต้องกำหนดหมวดหมู่ให้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามในโลกของธุรกิจ บางทีมันก็ต้องใช้เงินแก้ปัญหานะคะ อย่างเช่น ตัวนี้เว็บไซต์ของคนไทยมันก็ยังมีผลอยู่ เพราะว่ามันเชื่อมไปกับหลายเว็บไซต์เหมือนกัน เขามีพันธมิตรเยอะเอาอย่างนี้ดีกว่า เขามีเพื่อนร่วมธุรกิจเยอะนะคะ อันนี้ก็เป็นหน้าตา เผื่อใครอยากไปเพิ่มเว็บไซต์ออนไลน์เข้าไป อยากไปเพิ่มเว็บไซต์ของตัวเองนะคะ การโพรโมตผ่านนอกจาก Google แล้วก็ยังมี Yahoo นะคะ ก็สามารถไปลองสมัครใช้งานได้นะคะ เขาก็จะบอกว่านี่ เขามีผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำช่วยเหลือคุณนี่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันเลยนะ คุยได้เลยถ้าคุณต้องการจะโฆษณาเว็บไซต์นะคะ กับ Meta Search มันจะเป็นคำค้นหานะคะ จากเว็บไซต์ประเภทต่าง ๆ ทำให้ค้นหาได้เร็วขึ้น ก็เหมือนใส่คำ... คำสั้น ๆ ที่อธิบายตัวเราได้ง่าย หรืออธิบายเว็บไซต์ของเราได้ง่ายนะคะ โดยใช้คำสั่งที่เรียกว่า "Meta Tag" นะคะ Meta Tag จะไม่ปรากฎบนหน้าจอ Browser มันจะอยู่แค่ผลของการ Search เฉย ๆ มันจะไม่ขึ้น มันจะไม่รู้ว่าเราใส่ Meta Tag อะไร คนที่ใช้งานจะไม่รู้แต่ Search Engine จะรู้นะคะ ส่วนประกอบจะมีอยู่อันแรก คือ Title ก็คือชื่อเว็บไซต์ต้องสั้น กระชับ ชัดเจน เหมือนอาทิตย์ก่อนที่บอกว่าการตั้งชื่อเว็บไซต์ต้องให้เข้าใจง่าย Description ก็คือคำบรรยายข้อมูล ว่าเว็บไซต์เราหรือเพจของเรานี่ มันเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ซึ่งไม่ควรเกิน 25 คำ Keywords ต้องเป็นคำหลักที่ Search Engine ใช้ในการจัดหมวดหมู่ แล้วก็สามารถนำทางให้เข้ามาเยี่ยมชมได้ง่าย คำสั่งจะเป็นประมาณนี้ อย่างเช่น Title tag Title ก็คือใส่ชื่ออันนี้เป็นเหมือนการโฆษณาเว็บไซต์คณะ ด้านบนของ Browser มันจะขึ้นชื่อนี้นะคะ ถ้าใช้คำสั่ง Meta Tag ที่ถูกต้องด้านบนจะเป็นชื่อคณะ คำอธิบายก็จะเป็นข้อมูลคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี... โปรแกรมวิชาต่าง ๆ Keyword จะไม่โชว์ ถ้าพิมพ์ใน Google sci snru แบบนี้ science snru แบบนี้ คณะวิทยาศาสตร์นี้ ๆ ๆ มันจะเจอเว็บไซต์ของเรานะคะ เป็นต้น เป็นตัวอย่าง ซึ่งคำสั่ง HTML พวกนี้น่าจะเคยเรียนมาแล้วเป็นพื้นฐานนะ อย่างเช่นตัวนี้ค่ะ อันนี้ URL นะ อันนี้เป็น Title จะอยู่ด้านบนตรงนี้นะคะ Title จะอยู่ด้านบน Keyword ต้องให้ถูก ถ้าธุรกิจต้องมีคำว่าอะไรบ้าง หางานต้องมีคำว่าอะไรบ้าง หมวดเกมส์มีอะไรบ้างนะคะ ถ้าเราใช้ Meta tag แล้วรับรอง... อาจจะไม่ได้มีการการันตีว่าจะอยู่ในอันดับต้น ๆ แต่ทำให้ Search Engine หาได้ง่ายขึ้นนะคะ อย่างตอนนี้แน่นอน Google ก็ยังเป็นอันดับ 1 ของ Search Engine อยู่ดีนะคะ อยู่ดี อันนี้มันใส่ Keyword เน้นด้วยตัวหนา อันนี้น่าจะทราบแล้ว กับอีกอย่างหนึ่ง คือ อย่าใส่พวก Flash Animation Splash Screen เยอะเกินไปมันโหลดช้า แล้วก็เว็บไซต์ถ้าออกแบบด้วยเฟรมมัน... บางทีหน้ามันถูก Fix เกิน เวลาไปดูในโทรศัพท์มันดูยากนะคะ อันนี้เป็นคำอธิบาย Meta Tag เว็บไซต์ การโฆษณาด้วยสื่อผสมอื่นอาจจะเป็น Chat Rooms หรือส่งข้อความพูดคุยกันกับกลุ่มเป้าหมายนะคะ อาจจะไม่ได้จำกัดครั้งนะคะ อาจจะมี Brochure นามบัตร Catalog หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ทีวี ก็ได้นะคะ แต่จริง ๆ แล้วของพวกนี้มันก็จะมีราคา โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์มันก็จะมีทั้งการออกแบบการไปพิมพ์ แล้วบางทีเขาเอาไปแล้วมันก็หาไม่เจอบ้างนู่นนี่นั่นโน่น เราเลยนิยมใช้แบบออนไลน์มากกว่านะคะ กับกลยุทธ์นะคะ ถ้าเราจะโฆษณาบนเว็บ แน่นอนเราควรจะมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทันทีที่ข้อมูลนี้ขึ้นไปยังในเว็บ เช่น เราก็อาจจะเบื้องต้นไปก่อน ว่าวันที่ 7 เดือน 7 ที่ผ่านมาวันก่อน เราจะมีโพรโมชันนะนู่นนี่นั่นโน่น พอถึงวันจริง ๆ ปึ๊บ เราก็มีการส่งเสริมการขายขึ้นทันที เช่น มีส่วนลด มีค่าจัดส่งฟรี มีการซื้อครบกี่ชิ้นได้ราคาพิเศษอะไรก็ว่าไปนะคะ ซึ่งถ้าอยากให้มันมีผลลัพธ์ที่ดีนะคะ เราก็จะต้องมีใช้เครื่องมือค้นหาที่เรามั่นใจ ว่ามันสามารถเผยแพร่ได้เป็นหลัก อย่างเช่น Search Engine หรือว่าเว็บที่ได้รับความนิยมมาก ๆ นะคะ อาจจะมีการทำ E-mail แนะนำตัวไป ถ้าเรา... สมมติว่าเราไปสมัครสมาชิก มีคนมาสมัครสมาชิกเว็บไซต์เราอย่างนี้ดีกว่านะคะ เราก็จะมี Mail ตอบกลับ ว่าขอบคุณที่สมัครเว็บไซต์เรานะ เว็บไซต์เรามีอะไรบ้าง... ว่าไปนะคะ แล้วก็สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การสร้างระบบสมาชิก ทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนพิเศษขึ้นมานะคะ ซื้อของยอดครบเท่านี้ ครั้งต่อไปได้ส่วนลดอะไรก็ว่าไป รวมถึงเว็บไซต์ราคาสินค้า ข้อมูลสินค้าต้องปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าหน้าเว็บไซต์บอกว่าของหมด จริง ๆ ของเพิ่งมาเติม Stock สรุปไม่มีใครซื้อ เพราะคุณว่าของหมดนี่ เขาก็ไม่ซื้อสิ อะไรแบบนี้นะคะ แล้วก็ต้องรับฟังคำติชมการรีวิวของลูกค้าทุกคน อย่าเพิ่งไปต่อล้อต่อเถียงเขา ลองไปเช็กดูก่อนว่าเป็นความจริงหรือเปล่านะคะ สิ่งที่ต้องพิจารณาในการออกแบบ ต้องสวย ต้องเด่น ดึงดูดความสนใจ แล้วก็สื่อความหมายที่มันตรงกับสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ แล้วก็ตรงกับกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น ถ้าขายของให้คนอายุประมาณพวกคุณ มันก็ต้องเป็นอะไรที่ทันสมัย หรือเป็น Minimal เก๋ ๆ เท่ ๆ ถ้าเป็นลายไทย ลายผ้าไทยพวกคุณก็คงจะไม่สนใจนะคะ วันนี้ก็เลยมีงานให้ทำนะคะ ลองเข้าไปใน Google หรือ Yahoo ก็ได้นะคะ เช่น คุณสนใจเกี่ยวกับอะไรดีล่ะ ขนมจีน ขนมเมืองจีน ลอง Search ใน Google สิ เว็บไซต์... เว็บไซต์ตัวไหน มันรวบคำนิดหนึ่ง Sorry เว็บไซต์ตัวไหนที่... ถ้าคุณสนใจจะซื้อขนมจากเมืองจีน มันขึ้นเว็บไซต์อะไรเป็นอันดับ 1 แล้วลองดูสิว่าเว็บไซต์นั้นน่ะ เว็บไซต์แรกคือเว็บไซต์อะไร ใช้เวลาในการค้นหากี่วินาที จากข้อมูลกี่ชุดนะคะ แล้วลองเข้าไปดูสิว่าเว็บไซต์นั้นน่ะ มันมีการโฆษณาเว็บไซต์ไหม มี Popup หรือเปล่ามี Splash Screen ไหม มี Spot Leasing มี Banner หรือเปล่านะคะ ข้อ 2 ถ้าสมมติว่าคุณจะเป็นเจ้าของเว็บไซต์ เว็บไซต์หนึ่งขายสินค้านะคะ ให้ลองเอาตัวอย่างจากหน้านี้ ลองเขียนคำสั่งพวกนี้ อธิบายหน้าเว็บไซต์ตัวเองดูสิ เปลี่ยนข้อมูลของอาจารย์ออก เป็นเว็บไซต์ที่คุณกำลังคิดว่าคุณจะเปิดร้าน ลองดูสิว่าคุณจะเขียนว่าอย่างไร จากตัวอย่างหน้านี้นะ ไปลองเขียนดูสิ อย่างเช่น บางคนจะขายขนมนำเข้าจากจีน มันควรจะชื่อร้านว่าอะไร คำค้นหา Keyword คืออะไร คำอธิบายคืออะไร ขนมจากจีนมีทุกยี่ห้อ มีทั้งเผ็ดทั้งไม่เผ็ด มีทั้งถูกจนถึงแพงมาก มีทุกชนิดอะไรก็เขียนไป ลองดูสินะคะ แสดงว่าวันนี้น่ะ มี 2 ข้อนะคะ ข้อแรกลองไปหาดู ว่าไอ้คำค้นหาที่คุณค้นหานี่ มันอยู่อันดับที่เท่าไร เว็บไซต์ที่คุณอาจจะรู้จัก หรือไม่รู้จักก็ได้นะคะ ใช้เวลากี่วินาทีในการค้นหา มีกี่ข้อมูล ข้อ 2 ก็ไปดูคำสั่งของอาจารย์แล้วลองเปลี่ยนดูสิ ว่าถ้าเป็นเว็บไซต์คุณเอง คุณจะตั้งค่า Meta Tag ว่าอย่างไร เริ่มทำได้ค่ะ