(อาจารย์เกวลี) อาจารย์ให้อยู่กลุ่มด้วยกันทุกคนนะคะ 7 คนอยู่ด้วยกัน แพลตฟอร์มออนไลน์นะคะ ก่อนที่เราจะรู้ว่าแพลตฟอร์มออนไลน์คืออะไร เราต้องเข้าใจคำว่า "แพลตฟอร์ม" ก่อน แพลตฟอร์มนี่ คือโครงสร้างนะคะ หรือว่าที่ที่ใช้ในการเชื่อมโยงคนที่เกี่ยวข้องกัน ในเรื่องเดียวกันนะคะ เราจะมองเหมือนเป็นโซ่ห่วงโซ่นะคะ ที่เขามาเกี่ยวข้องมาสอดคล้องกันนะคะ มีการเชื่อมโยงกัน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับห่วงโซ่ ที่บางทีมันอาจจะไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ กันเลยนะคะ เมื่อก่อนนี่การเชื่อมต่อธุรกิจแบบดั้งเดิมนี่ มันจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคนะคะ เมื่อก่อนนี่ มันจะเป็นสมัยโบราณนะ ใครอยากจะขายของก็มาขาย คนอยากซื้อก็มาเดินเลือกซื้อเลยเหมือนที่ตลาด แต่พอมันมีความพัฒนาการทางการค้า บางทีคนขายเขาไม่ต้องมานั่งขายเองแล้ว มีคนมาขายแทน นั่นก็คือพ่อค้าคนกลางนะคะ ในธุรกิจ หรือทางด้านอุตสาหกรรมนี่ คนที่เกี่ยวข้องเขาจะเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างโอกาสในการทำธุรกิจอื่น ๆ อีกนะคะ ผ่านระบบที่เรียกว่า "ระบบนิเวศน์" หรือว่า Ecosystem ก็จะมีคล้าย ๆ กับห่วงโซ่อาหารของมนุษย์นี่ล่ะนะคะ แต่ Ecosystem นี่ ก็จะเหมือนเราใช้ผลิตภัณต์ของ Apple เราก็จะต้องมี Ecosystem หรือระบบนิเวศน์ของ Apple บางคนก็ใช้ทั้งคอมพิวเตอร์ ใช้ทั้ง iPhone ใช้ทั้ง Apple Watch ใช้ทั้ง iMac ทุกอย่างจะยังอยู่ในระบบปฏิบัติการของ Apple อะไรก็ว่าไปนะคะ โดยการที่เรามีระบบ Ecosystem หรือระบบนิเวศน์ทางธุรกิจที่มันเอื้ออำนวยนะคะ มันก็จะทำให้เกิดความร่วมมือ หรือการแบ่งปันผลประโยชน์นะคะ โดยที่ไม่จำเป็นต้องผูกมัดระยะยาว ไม่ใช่ว่าทำ 10 ปี 20 ปี 30 ปี เขาจะเขียนสัญญา อาจจะเป็นสัญญาเบื้องต้น 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ลองดูก่อนก็ได้นะคะ โดยความเป็นมาของแพลตฟอร์มนี่ มันเริ่มต้นตั้งแต่ธุรกิจที่เรียกว่า "Airbnb" นะคะ โดยเป็นธุรกิจที่เรามีบ้าน หรือมีคอนโดเปิดให้เช่า ไม่ใช่โรงแรมนะคะ เป็นบ้านส่วนตัว เหมือนช่วงรับปริญญา เขามารับปริญญาแถวบ้านเราบ้านเราว่างอยู่ หรือห้องในบ้านเราว่างอยู่เราก็เปิดให้เขาเช่าก็ได้ โดยธุรกิจนี้นี่ มันเริ่มจากการเปลี่ยนห้อง ห้องนอนแขกของบ้านของเขานะคะ ให้เป็นห้องเช่าชั่วคราว ในการประชุมใหญ่การประชุมหนึ่ง ที่ห้องพักในโรงแรมเต็มทุกอย่างเต็มนะคะ เขาก็เลยลองเปลี่ยนห้องว่าง ๆ ในบ้านนี่ ให้คนเช่านะคะ โดยที่เขาก็ยังมีให้บริการที่พัก อาหารเช้า รวมถึงอาจจะมีส่วนเสริม ก็คือการพาไปเที่ยวด้วยนะคะ เขาเลยตั้งชื่อบริษัทว่า Air Air ก็คือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศนะคะ Bed ก็คือมีที่นอน Breakfast ก็คือมีอาหารเช้า ย่อมันก็คือ Airbnb ขึ้นมานะคะ ซึ่งในระยะแรก ๆ ธุรกิจนี้ จะเกิดขึ้นในเมืองที่มีการประชุมใหญ่ ๆ ที่ห้องพักมันเต็ม หรืองานเทศกาลนะคะ อย่างเช่น แถวบ้านเรางานออกพรรษา คนมาดูเทศกาลแถวบ้านเราเยอะมากจนโรงแรมมันเต็ม เราก็สามารถเปิดบ้านที่ว่างอยู่ หรือห้องที่ว่างอยู่ให้เขาเช่าก็ได้นะคะ ก็เข้าไปลงทะเบียนกับเว็บไซต์ Airbnb ก็เปิดให้เช่าได้นะคะ ตัวอย่างธุรกิจที่มีแพลตฟอร์ม อาจจะเป็นทั้งแพลตฟอร์มบนเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถดูได้ หรือแพลตฟอร์มที่สามารถดูได้บนโทรศัพท์ หรือว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่าง ๆ นะคะ ธุรกิจที่มีแพลตฟอร์ม อันนี้อาจจะไกลตัวหน่อย บางคนไม่เคยใช้ ก็คือ Amazon.com ส่วนมากอันนี้จะดังที่อเมริกา ญี่ปุ่นอะไรพวกนี้นะคะ Facebook ก็มีแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายนะคะ และก็แพลตฟอร์มที่บ้านเรานิยม ก็คือ Shopee Lazada นะคะ อะไรพวกนี้ด้วย องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มนะคะ ก็จะมีระบบหลังบ้านที่เรียกว่า "ระบบ Back-End" นะคะ ก็จะเป็นระบบ Cloud ที่พร้อมรองรับการทำงานจำนวนมากนะคะ มีซอฟต์แวร์ที่พัฒนาในการเขียนเป็น API นะคะ ก็พอพัฒนาเสร็จแล้ว คนนอกสามารถเข้าถึงบริการและก็สามารถดูข้อมูลได้นะคะ ก็จะมีการพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ มาต่อยอดไปเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าเว็บไซต์ไหนนะคะ เขาต้องการที่จะให้คนมาช่วยพัฒนานี่เขาจะเปิด API ไว้นะคะ ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือว่าโปรแกรมเมอร์คนอื่นนะคะ มาเชื่อมต่อนะคะ และก็พัฒนาโปรแกรมร่วมกัน องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มนะคะ ก็จะมีระบบหลังบ้าน ก็คือระบบ Back-End เป็นระบบ Cloud สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ที่ไหนก็ได้บนโลกนะคะ และก็จะมีการเปิด API นะคะ ให้คนมาช่วยพัฒนาเว็บไซต์ก็ได้นะคะ ก็จะมีการพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้มันเหมาะสมกับการทำงานด้วยนะคะ ตั้งแต่มีฐานข้อมูล มีเว็บเซิร์ฟเวอร์นะคะ มีหน้าตาของเว็บแอปพลิเคชัน หรือว่ามี... ส่วนเสริมต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ก็ได้ โดย Ecosystem นะคะ ระบบนิเวศน์ของแพลตฟอร์มนี่ ก็ต้องประกอบด้วยคนที่จะอยู่ในทุกขั้นตอนของวงจรธุรกิจ ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ตัวแทนจำหน่าย ร้านค้า ลูกค้า ทุกคนจะเชื่อมโยงกันพึ่งพาอาศัยกัน ลูกค้าเป็นผู้บริโภคก็จริง เขาหิวข้าวก็ต้องมีร้านขายให้เขา ร้านค้าไม่มีลูกค้าก็ขายไม่ได้อะไรอย่างนี้นะคะ ซึ่งในโลกธุรกิจปัจจุบันนี่มันเป็นโลกออนไลน์มันเชื่อมโยงกันด้วยอินเทอร์เน็ต ตัว Ecosystem นี่ค่ะ ถูกใช้เป็นกลยุทธ์ในการสร้างดึงดูดรักษากลุ่มลูกค้านะคะ โดยตัว Ecosystem นี่ มันก็จะเป็นทั้งการพัฒนาสินค้า การบริการ การดูแลสิ่งแวดล้อมขององค์กร สิ่งแวดล้อมในที่นี้ไม่ใช่ว่าปลูกต้นไม้ไม่ใช่นะคะ หมายถึงระบบบริการต่าง ๆ ขององค์กร ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าพึงพอใจ และก็ให้ลูกค้ายังเรียกว่า "จงรักภักดีในแบรนด์" เขาเรียกว่า "Royalty" นะ ทำอย่างไรก็ได้ ให้เขาซื้อสินค้าเราให้เขายังอยู่ในระบบนิเวศน์ คือเขายังซื้อ เขายังซื้อ... ซื้อซ้ำอย่างนี้ดีกว่านะคะ ประเภทของแพลตฟอร์มนะคะ เราจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทนะคะ ประเภทแรกเป็นแบบที่มีนวัตกรรมนะคะ สามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ก็คือพวกระบบปฏิบัติการนะคะ แบบที่ 2 เป็นแบบการ... การทำธุรกรรม เช่น Uber, Airbnb, Grab, Lineman, Foodpanda ก็คือมีการซื้อขายเกิดขึ้นผ่านแอปพลิเคชัน อันที่ 3 เป็น Indication Platform ก็คือการประยุกต์ใช้ หรือการเอามารวมกันนะคะ เช่น อาจจะเป็นกลุ่มของการคำนวณราคาของร้านค้า ที่เป็นกลุ่มธุรกิจเดียวกัน พัฒนาระบบร่วมกันนะคะ โดยธุรกิจแพลตฟอร์มนี่ เนื่องจากแพลตฟอร์มเราสามารถทำงานได้ทั้งแบบออนไลน์และก็แบบออฟไลน์ โดยใช้ไอทีเป็นส่วนสำคัญนะคะ ยิ่งแพลตฟอร์มมันมีการใช้ง่ายและมันก็มีการใช้งานอย่างกว้างขวางนี่ การพัฒนานะคะ เลยต้องอาศัยการเชื่อมต่อและก็การสร้างเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์กัน โดยส่วนมากนี่ ทางด้านธุรกิจนี่ เขาจะพัฒนาแพลตฟอร์มของตัวเองขึ้นมานะคะ เพราะอะไร เพราะเขาต้องดูว่าระบบนิเวศน์ของธุรกิจเขา หรือว่าบุคคลที่เป็นคนที่หาวัตถุดิบมาให้เขา หรือหาสินค้ามาให้เขานี่ ต้องสามารถเข้ามาใช้งานได้และก็สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกันได้นะคะ พอองค์กรทางธุรกิจนี่เขาเปลี่ยนกลยุทธ์นะคะ แพลตฟอร์มก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ในแพลตฟอร์มจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เช่น กิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชันต่าง ๆ ใครสามารถร่วมโปรโมชันนี้ได้นะคะ ใครเป็นกลุ่มลูกค้า ใครเป็นผู้ผลิตสินค้าให้ ใครเป็นผู้ให้บริการต่าง ๆ ที่เอามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ทำอย่างไรก็ได้ให้มันสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจมากที่สุดนะคะ โดยแพลตฟอร์มนี่ส่วนมากเขาจะต้องมีการจัดโปรโมชัน หรือว่าจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เหมือนที่เราเห็น ก็คือโปร 1.1 2.2 ไปจนถึง 12 เดือน 12 วนซ้ำทุกปี คือ อย่างน้อย... ลูกค้าจะรู้เลยว่ามันมีโปรโมชันนี้ทุกเดือน แค่วันที่มันต่างไปตามเดือนที่จัดโปรโมชันนั้น ๆ นะคะ โดยยิ่งคนเขาจัดกิจกรรมส่งเสริมมากเท่าไร มีเครือข่ายที่เข้าร่วมโปรโมชันมากขนาดไหนมันยิ่งได้เปรียบ เพราะ อุ้ย แพลตฟอร์มนี้มีโปรโมชัน อีกแพลตฟอร์มหนึ่งไม่มี ลูกค้าจะเลือกอะไร ก็ต้องเลือกสิ่งที่มีโปรโมชันสินะคะ โดยจุดเน้นของการทำธุรกิจแบบนี้นี่ เราจะเรียกว่าเป็นธุรกิจแบบท่อเหมือนท่อน้ำเปิดก๊อกน้ำนะคะ มุ่งเน้นในการขายสินค้าบริการให้เพิ่มมากขึ้น ยิ่งเปิดก๊อกแรงเท่าไรน้ำยิ่งแรงเท่านั้น ก็คือยิ่งมีคนมาร่วมทำธุรกิจกับเราเท่าไร การซื้อ การขาย การให้บริการมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นนะคะ ยิ่งมีคนซื้อเยอะแสดงว่ารายได้และก็ผลกำไรมันก็ต้องมากขึ้นเช่นเดียวกันนะคะ โดยปัจจัยตัวชี้วัดธุรกิจแบบท่อ ท่อน้ำนี่นะคะ เราจะสามารถดูได้จากการเปลี่ยนแปลงตัวเลข เป็นเชิงสถิติของการทำงานที่ผ่านมานะคะ และก็อาจจะดูความล้มเหลวด้วย ไม่ใช่ว่าดูแต่ความสำเร็จอย่างเดียวนะคะ เช่น การเข้าถึงเนื้อหานะคะ การแบ่งปันเนื้อหามีคนแชร์หรือเปล่า มีคนมาดูซ้ำไหมนะคะ เหมือนบางคนใส่ตะกร้าทิ้งไว้แล้วเขามาซื้อหรือเปล่า คุณภาพการจับคู่ เช่น สินค้าตัวเดียวกัน คุณหาคู่เปรียบเทียบมาให้เขาดูได้หรือเปล่า ว่าอยากได้ขนมยี่ห้อนี้แบบนี้ ในแพลตฟอร์มคุณน่ะมีขายกี่ร้าน แล้วแต่ละร้านให้ราคาเท่าไร หรือว่าเขามาค้นหา แต่เขาหาสินค้าที่เราต้องการไม่เจอ แต่คีย์เวิร์ดที่เขาใส่น่ะเป็นแบบนี้ ร้านคุณก็มีขาย แต่เขาใช้คีย์เวิร์ดนี้มันหาไม่เจอ มันเลยจับคู่ความต้องการไม่ได้ทั้ง ๆ ที่เราก็มีของขายนะ มันก็จะมีปัญหาเหมือนกับที่สัปดาห์ที่แล้ว อาจารย์ให้เขียน Metasearch คือ คีย์เวิร์ด บางคนใส่คีย์เวิร์ดมันไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการนะคะ คุณจะต้องสามารถคิดคำที่ลูกค้าจะใช้กับสินค้าตัวนี้ให้ได้นะคะ บางทีแบบใส่คีย์เวิร์ดน้อยมากพอเขาเข้ามาค้นไม่เจอ โดยข้อมูลเหล่านี้นี่ เราสามารถแก้ไขได้นะคะ รวมถึงผลกระทบทางเชิงลบนะคะ เช่น พอมีโปรโมชัน แพลตฟอร์มเราเข้าใช้งานไม่ได้เพราะคนเข้าใช้เยอะเกิน หรือพอมีโปรโมชันสินค้าเราไม่พอขาย เราจะแก้ปัญหาพวกนี้อย่างไรนะคะ ลักษณะก่อนการดำเนินธรุกิจแบบแพลตฟอร์มนี่ มันก็จะเกี่ยวข้องกับการควบคุมทรัพยากรนะคะ ต้องมีการจัดทรัพยากรให้เหมาะสม ไม่ต้องสต๊อกของเยอะ แต่ต้องพอ ขายจับต้องได้ในที่นี้คือไม่ใช่ว่า อุ๊ย เขาสั่งมา 300 ชิ้น แต่ของที่คุณมีจับต้องได้จริง ๆ แค่ 200 อย่างนี้ไม่ได้นะคะ และก็เปลี่ยนประสิทธิภาพของการทำงานภายในองค์กร การปฏิสัมพันธ์ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ผลิตและก็ผู้บริโภคนะคะ และก็มุ่งเน้นคุณค่าที่ลูกค้า เหมือนเวลาเขาบอกว่าการทำธุรกิจ หรือการทำงานบริการนี่ สิ่งที่สำคัญ ก็คือลูกค้าผู้ใช้บริการนะคะ ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจ ในการอยู่ในระบบนิเวศน์ของเราใช้สินค้าของเรา อยู่ใน Ecosystem เพื่อทำให้ธุรกิจของเราเป็นท่อนี่ให้มันขยายใหญ่ขึ้น น้ำที่เข้ามาให้มันแรงขึ้นอะไรแบบนี้นะคะ โดยเราก็จะใช้ไอทีนะคะ เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธุรกิจแพลตฟอร์ม ทั้งความก้าวหน้าของอุปกรณ์ การใช้ Smart Phone ที่มีความเร็วมีขนาดเล็ก รองรับเครือข่ายความเร็วสูง ซึ่งปัจจุบันนี่ มันมีความสำคัญมาก ที่จะให้คนจากทั่วโลกนี่ใช้อินเทอร์เน็ต และอินเทอร์เน็ตนี่ แทบจะทุกซอกทุกมุมในโลกนี่ ยิ่งประเทศที่เจริญแล้วนะคะ อินเทอร์เน็ตนี่มีทุกที่เลยหน้าข้าง ๆ เสาไฟ ตรงป้ายรถเมล์มีให้แบบฟรี ๆ เลยในร้านอาหารก็ฟรี บ้านเราก็มีแล้วในร้านอาหาร แต่ว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐาน เวลาเราเดินถนนนี่มันยังไม่มีขนาดนั้นนะคะ โดยการเอาไอทีเข้ามาเป็นเครื่องมือนี่ มันมีบทบาทสำคัญมาก ๆ เพื่อสนับสนุนทั้งการจัดการ การเปลี่ยนแปลงนะคะ ถ้าองค์กรไหนปรับตัวไม่ทัน มันก็จะเสียเปรียบในการแข่งขัน เช่น เขาเปลี่ยนแพลตฟอร์มที่สามารถดูได้ บนทั้งในโทรศัพท์ทั้งใน Smart Watch แต่บริษัทคุณยังไม่สามารถแจ้งเตือนผ่าน Smart Watch ได้อะไรก็ว่าไปอย่างนี้นะคะ หรือว่าเขามีแค่ลูกค้าเคยซื้อสินค้า เขาจะมีแจ้งเตือนเลยว่าคุณต้องการซื้อสินค้าซ้ำไหม เขาคำนวณเลยว่าสมมุติคุณสั่งซื้อวิตามิน เขาคำนวณไว้แล้วว่าลูกค้านี่น่าจะรับประทานหมดวันที่เท่าไร เขาจะมีการส่งแจ้งเตือนเลยว่าคุณต้องการจะซื้อซ้ำไหม บางบริษัทมี แต่บริษัทคุณไม่มีคุณก็เสียเปรียบแล้วนะคะ การเผยแพร่สื่อโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ใน Facebook บน Google บนแอปพลิเคชัน บนเว็บไซต์ที่คุณเข้าไปใช้งาน มันจะมีแบรนด์เนอร์โฆษณา เพื่อสร้างความจดจำกระตุ้นนะคะ ให้ผู้บริโภคนี่ สนใจและก็จดจำสินค้าของเราได้นะคะ ยิ่งในยุคปัจจุบันนี่ เขาจะดูว่าอะไรที่มันใช้งานง่าย ๆ เขาเรียกว่า "User Friendly" คือ แพลตฟอร์ม หรือเว็บไซต์นั้น ๆ นี่ เข้าไปแล้วใช้งานได้สะดวก จ่ายเงินแล้วปลอดภัยไม่เจอ Call Center ไม่เจอขโมยเลขบัตรนะคะ อันนี้ก็สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าระดับหนึ่งเลยนะคะ อย่างเช่น ตอนนี้การตลาดสมัยใหม่ของผู้ประกอบการ เป็นคนขายของคนเดียวก็เป็นผู้ประกอบการได้ ไลฟ์สดคนเดียวเปลี่ยนเสื้อผ้าโชว์สินค้า ตัดสต๊อกคุยกับลูกค้าส่งของ ตอนนี้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีเป็นบริษัทใหญ่ ๆ มีหน้าร้านใหญ่ ๆ ไม่ต้อง มีแค่อุปกรณ์ที่สามารถไลฟ์สดได้ คุณพูดให้เก่งหน่อย มีอินเทอร์เน็ตก็ขายของได้แล้วนะคะ อย่างนี้เป็นต้น ยืนขายของคนเดียวเสื้อผ้าวางไว้ ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ได้แค่หยิบมาโชว์ ก็เป็นผู้ประกอบการได้แล้วนะคะ โดยแพลตฟอร์มของ E-Commerce นะคะ หรือว่าแพลตฟอร์มของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี่ ส่วนมากมันก็จะเป็นเว็บไซต์ หรือเป็นแอปพลิเคชันสำเร็จรูปนะคะ ที่รองรับบริการออนไลน์โดยเฉพาะ ก็จะเป็นช่องทางที่ให้ผู้ซื้อผู้ขายมาเจอกันนะคะ มีข้อตกลงซื้อขาย มีการเสนอขาย มีการสั่งซื้อ ครอบคลุมไปถึงการชำระสินค้า การส่งมอบผ่านระบบขนส่งต่าง ๆ ข้อดีของการทำธุรกิจโดยใช้ E-Commerce Platform นะคะ ก็คือไม่ต้องใช้เงินเยอะ ไม่ต้องเสียค่าดูแลระบบ เพราะแพลตฟอร์มพวกนี้นี่ มันเป็นแพลตฟอร์มสำเร็จรูป คิดค้นพัฒนามาแล้วมีแทบจะทุกองค์ประกอบ ของการขายของออนไลน์แล้วนะคะ บางแพลตฟอร์มก็สมัครและก็ใช้งานได้ทันทีไม่มีค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายส่วนมากจะอยู่ในการคิดค่าส่วนต่าง เราเรียกว่า "แบ่งเปอร์เซ็นต์" นะคะ เหมือนร้านขายของขายอาหาร หน้าร้านกับซื้อผ่านแพลตฟอร์มคนละราคากัน เพราะว่าเราจะต้องแบ่งส่วนต่าง หรือเปอร์เซ็นต์ให้กับคนที่ดูแลแพลตฟอร์มให้เรานะคะ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์บางที่นี่ เขาจะแบ่งจากยอดขายกี่เปอร์เซ็นต์ว่าไปนะคะ เป็นค่าดำเนินการ หรือค่าใช้บริการแพลตฟอร์มของเขานั่นเอง และก็ถ้าเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่ และก็มีคนรู้จักแล้วนี่ เราไม่จำเป็นต้องโฆษณาเองก็ได้ ถ้าเราวางใจ หรือเลือกใช้ E-Commerce Platform นะคะ แพลตฟอร์มใดก็ตามซึ่งจากการสำรวจ ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ของไทยนี่ล่ะปี 63 เขาให้ข้อมูลว่าผู้บริโภคชาวไทย นิยมซื้อของออนไลน์ผ่าน Shopee เป็นอันดับ 1 Lazada เป็นอันดับ 2 Facebook Fanpage หรือ Facebook Market นี่เป็นอันดับ 3 เพราะสามารถค้นหาสินค้าได้ง่ายมีความหลากหลาย มีโปรโมชันประจำเดือนไว้จูงใจ เช่น เดือนนี้ก็จะเป็น 7 เดือน 7 7.7 ก็จะมีโปรโมชันต่าง ๆ ขึ้นมานะคะ ช่องทางการชำระเงินปลอดภัย เพราะร้านค้าแต่ละคนที่มาขายบนแพลตฟอร์ม จะต้องยืนยันตัวตนอะไรก็ว่าไปนะคะ เดี๋ยวจะเป็นงานที่นักศึกษาจะต้องทำด้วย เป็นระบบที่มีเครื่องมือพร้อมแล้วสำหรับเป็นร้านค้าออนไลน์ สามารถจัดการสต๊อก ออร์เดอร์ เครื่องมือโปรโมทสินค้า บางแพลตฟอร์มสามารถไลฟ์สดได้เลยนะคะ ก็เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมาย ใช้เครื่องมือของเขาเลยก็ครบแล้ว กลุ่มลูกค้ามีขนาดใหญ่และก็เป็นคนสมัยใหม่ มีความทันสมัยแล้วซื้อของออนไลน์เป็นนะคะ สามารถค้นหาสินค้า เปรียบเทียบราคา อ่านรีวิวได้ มีความพึงพอใจในการระบบ... สำหรับระบบชำระเงิน รวมถึงเขาสามารถเข้าถึงโปรโมชันและก็สิทธิพิเศษต่าง ๆ เก็บคูปอง เก็บส่วนลด ค่าส่งฟรีอะไรก็ว่าไปนะคะ โดยที่ยิ่งคุณขายไปเปิดร้านกับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่นี่ กลุ่มเป้าหมายของลูกค้าก็จะมีเยอะกว่า ใช้กลยุทธ์ในการเจาะกลุ่มเป้าหมายก็ได้ง่ายมากขึ้นนะคะ ความสามารถของแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ใช้งานง่าย ไม่ทำงานซ้ำซ้อนนะคะ สามารถโฆษณา อัปโหลดรูปภาพ วิดีโอสินค้า การตั้งราคาขาย การทำโปรโมชัน ครบแล้วทุกอย่างสำหรับการที่คนจะมีร้านออนไลน์ได้ และก็ส่วนมากธุรกิจที่ขายของอยู่บน E-Commerce Platform นี่ จะเป็นธุรกิจที่เป็นพวก Start Up คนเพิ่งเริ่มมีธุรกิจไม่ต้องลงทุนเยอะ ในการพัฒนาแพลตฟอร์มของตัวเองนะคะ แต่บางคนก็อาจจะไม่ค่อยพอใจ ที่เราจะต้องแบ่งส่วนแบ่ง หรือมีค่าใช้จ่าย อันนั้นก็เป็นเรื่องของอนาคตที่คุณอาจจะไปพัฒนาแพลตฟอร์มของตัวเองก็ได้นะคะ ดังนั้น ถ้าคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจนะคะ ก็ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ๆ นะคะ อาจจะใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยอำนวยความสะดวกในการขายนะคะ มีฐานลูกค้าชัดเจน ประหยัดเงินลงทุน ประหยัดเวลา ประหยัดบุคลากร การตัดสต๊อกก็มีประสิทธิภาพ การชำระเงินก็มีความปลอดภัย เลยทำให้การซื้อขายมีประสิทธิภาพมากนะคะ แพลตฟอร์มที่ดีควรเป็นอย่างไรนะคะ ก็อย่างที่บอกใช้งานง่าย เป็นระเบียบ สวย แบ่งสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ มีการค้นหาได้ง่าย มีข้อมูลของสินค้าครบถ้วน รูปภาพ ข้อความ วิดีโอ ราคา รีวิว การสั่งซื้อรวดเร็ว เข้าใจง่าย อันนี้เป็นมาตรฐานอยู่แล้วที่เราอาจจะคุ้นชิน แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรนะคะ และก็ต้องมีความเหมาะสมกับขนาดของธุรกิจนะคะ อย่างธุรกิจคุณนี่อยากให้สามารถซื้อได้ตลอดเวลาอัปเดต Real-time นะคะ จัดการการขายสินค้าได้ง่าย มีภาพรวมมีระบบจดจำออร์เดอร์ อันนี้ก็เป็นระบบหนึ่งของเว็บไซต์แพลตฟอร์มที่เรามี มันจะเขียนว่าเราเคยซื้อของไปแล้วเราจะซื้อซ้ำไหมนะคะ สามารถดูรายงานการสั่งซื้อได้ตลอดเวลา ก็เข้าไปดูว่าเราซื้ออะไรไปบ้าง สำเร็จ ไม่สำเร็จ ยกเลิกอะไรก็ว่าไปนะคะ ช่องทางการซื้อขายอันแรกที่เรารู้จักกันดีแน่นอน Shopee อันดับ 1 ของไทยในปัจจุบัน ข้อดีที่กล่าวมานี้ Shopee มีทุกข้อนะคะ Lazada ก็มีทุกข้อ แต่ทำไมบางคนก็เลือกใช้ Shopee บางคนก็เลือกใช้ Lazada ร้านค้า Official บางที่มีใน Lazada ไม่มีใน Shopee เดี๋ยวเราจะได้ลองดูว่าเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์มมันต่างกันอย่างไร และ Facebook Marketplace ล่ะเป็นอย่างไรนะคะ ซึ่งอย่างที่บอกค่ะ การแข่งขันของโลกธุรกิจในปัจจุบันนี่ มันหนักหน่วงมากสู้กันมาก การใช้งานรวมถึงการพัฒนานี่ ก็จะทำอยู่บน Cloud สามารถพัฒนายุคที่เรียกใช้ได้ทุกที่นะคะ ความสัมพันธ์กันของธุรกิจและก็ผู้ซื้อนี่ ก็จะต้องเอื้อผลประโยชน์ซึ่งกันและกันนะคะ ธุรกิจแบบเดิมนี่มันไม่ค่อยมีนวัตกรรม เราจะต้องเติมเต็มช่องว่างในห่วงโซ่ของการทำธุรกิจนะคะ บริษัทขนาดใหญ่ที่มีแพลตฟอร์มของตัวเอง ตอนนี้เขาก็มาเปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ ร้านค้าที่เป็นร้านค้าองค์กรขนาดใหญ่ ๆ นี่ เขาขายบนแพลตฟอร์มตัวเองด้วย และเขาก็มาขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเอง... ของที่ลูกค้าทั่วไปใช้กันก็มี แต่สินค้าอาจจะไม่ครบเท่าแพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเองก็ได้นะคะ แต่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าของคุณได้ ซึ่งวันนี้อย่างแรกอันนี้ท้ายบทนะคะ ให้แพลตฟอร์ม E-Commerce อันไหนที่คุณเข้าไปเลือกซื้อสินค้าบ่อยที่สุด คนนี้อาจจะบอก Shopee คนนี้อาจจะบอก Lazada คนนี้อาจจะบอก Tiktok คนนี้อาจจะบอก IG คนนี้อาจจะบอก Facebook ไม่ต้องไปก๊อปในเน็ตมานะ เอาความคิดตัวเอง ว่าเว็บไหน หรือแพลตฟอร์มไหน ที่คุณเข้าไปซื้อของบ่อยที่สุด เพราะอะไร เพราะสีมันสวย เพราะมันใช้งานง่าย เพราะมันมีโปรโมชันเยอะ เพราะมันมีให้เก็บคูปองได้ เพราะมันมีเกมให้เล่นเพื่อได้โปรโมชันต่าง ๆ ก็ว่าไปนะคะ ส่วนคะแนนรายงาน หมู่เรียนปกติมีอยู่ 20 เท่าไร ห้องเรียนปกติจะมีประมาณ 20 กว่าคนนิด ๆ จะได้กลุ่มละ 5-6 คน ส่วนห้องพิเศษ 7 คน คุยกันมาว่าใน 4 ข้อนี้ จะเลือกทำแพลตฟอร์มไหน เดี๋ยวจะให้กระดาษนะคะ กลุ่มละแผ่น เขียนชื่อสมาชิกก่อน แล้วค่อยมาเลือกกันว่าคุณจะทำหัวข้อรายงานอะไร แต่ด้านบน 1 ข้อน่ะค่ะ ส่งท้ายบทที่ Classroom เหมือนเดิมนะคะ ระหว่างนี้เดี๋ยวจะให้ทำงานด้วย และก็ให้นั่งคิดก่อนว่าใน 4 แพลตฟอร์มนี้คุณจะเลือกอะไร เริ่มทำ... ท้ายบทก่อนค่ะ กลุ่มละ 2 เหรอ นับคนที่เหลือจริง ๆ กลุ่มละ 6 คน 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน 2 กลุ่ม อันนี้อยู่กับใครบ้าง กลุ่มละ... ไหนอยู่ไหน กลุ่มนี้ใช่ไหม อันนี้ 7 ห้อง ห้องที่ 7 อยู่ด้วยกันหมดเลย เราเลือกเอาว่าจะเอาอะไร Shopee Lazada Facebook Tiktok ให้เลือกเอง เดี๋ยวค่อยให้เลือกจะให้จับฉลาก พวกนี้เอาเลย ไม่ มันหัวข้อมันซ้ำกันได้แต่ว่าค่อยให้พวกนี้จับฉลาก พูดกลุ่มพูดเรื่องนี้ก่อนจะเหลือ Shopee Lazada Facebook (นักศึกษาชาย) Lazada ครับ (อาจารย์เกวลี) Lazada แล้ว Shopee Facebook เหลือ 2 อัน ไม่ใช่เป็นคนซื้อนะ ให้เป็นผู้ขายนะ ในส่วนของผู้ขายนะ ไม่ได้ให้หมายถึงข้อ... ข้อ 2 รายงานน่ะ ให้... ถ้าคุณเป็นคนจะขายของบนแพลตฟอร์มนั้นคุณต้องทำอะไรบ้าง ข้อแรกเป็นคนซื้อ ข้อ 2 น่ะต้องเป็นคนขาย