Accuracy : 97.93%
Insertion : 128
Deletion : 534
Substitution : 68
Correction : 34661
Reference tokens : 35263
Hypothesis tokens : 34857
(อาจารย์)สวัสดีค่ะนักศึกษาทุนคนเดี๋ยวขอเชิญล่ามทางไกลได้เลยนะคะอาจารย์พร้อมที่จะสอนแล้วค่ะค่ะก็สวัสดีอย่างเป็นทางการนะคะสำหรับนักศึกษาสาขาการศึกษาพิเศษนะทุกคนก็คงจะรู้จักชื่ออาจารย์แล้วนะคะขอแนะนำตัวอีกรอบหนึ่งนะคะสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งเข้ามาสัปดาห์นี้เป็นครั้งแรกนะวันนี้อาจารย์ก็จะมาสอนในรายวิชาจิตวิทยาสำหรับครูนะคะอาจารย์ชื่อดร.วิกานดาชัยรัตน์เราสามารถเรียกชื่อเล่นได้ว่าอาจารย์กานต์นะคะอยู่สาขาจิตวิทยาการปรึกษาและการแนะแนวคณะเดียวกันกับเราก็คือคณะครุศาสตร์เรียกชื่อเล่นก็ได้จะได้เป็นกันเองนะคะทีนี้ในรายวิชานี้ก็จะเป็น3หน่วยกิตนะคะ3หน่วยกิตนะวิชานี้ก็จะมีทั้งบรรยายแล้วก็มีการทำกิจกรรมกลุ่มนะคะวันนี้อาจารย์ก็จะมาพูดในบทที่1ว่าในส่วนที่เป็นความหมายและความสำคัญของจิตวิทยาส่วนที่2ก็จะว่าในเรื่องพฤติกรรมส่วนที่3ก็จะเป็นวิธีการศึกษาพฤติกรรมของนักจิตวิทยาแล-้ะ(ว)ก็ส่วนที่4ก็จะว่าเรื่องแนวคิดพื้นฐานของนักจิตวิทยานะคะเวลาอาจารย์อธิบายถ้าใครสงสัยตรงไหนสามารถยกมือถามได้เลยนะคะวิชานี้อาจารย์ก็จะถามเยอะนิดหนึ่งในการถามของอาจารย์ก็คือเปรียบเสมือนเป็ร(น)การวัดความรู้เขาเรียกว่า"pertest"นะอันนี้นะคะเพื่อที่จะได้วัดว่าเรามีความรู้ความเข้าใจมากน้อยแค่ไหนนั่นเองนะคะทีนี้เรามาดูสัดส่วนในการเก็บคะแนนจะแบ่งออกเป็น2ส่วนด้วยกันส่วนแรกก็คือคะแนนเก็บ60คะแนนส่วนที่2ก็จะเป็นคะแนนสอบนะคะคะแนนเก็บเข้าชั้นเรียนตรงเวลาคือเท่าไรคะ10คะแนนนะคะส่วนที่2กิจกรรมในชั้นเรียนก็จะแยกย่อยแบ่งออกเป็นทั้งหมด5ชิ้นงานด้วยกันอันนี้ก็คืออย่างละ5คะแนนกิจกรรมในทีนี้ก็คือจะทำกันเป็นแบบกลุ่มนะอันนี้นะก็จะไล่ไปตั้งแต่วิเคราะห์พัฒนาการ5คะแนนนำเสนอทฤษฎีการเรียนรู้5คะแนนการออกแบบกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนอันนี้ก็5คะแนนนะคะทำcasestudyหรือการศึกษา5ก็5คะแนนแล้วก็ฝึกกระบวนการปรึกษา5คะแนนเนื้อหาก็จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด12บทด้วยกันนะคะส่วนแรกเริ่มตั้งแต่เปิดภาคจนกระทั่งสอบกลางภาคก็จะเป็นอาจารย์วิกานดานะแล้วก็หลังจากสอบกลางภาคก็จะเป็นอาจารย์...จะเป็นอีกท่านหนึ่งนะคะก็เป็นผศ.ดร.ฐิติโอเคทุกคนพร้อมแล้วนะคะที่จะเรียนทีนี้แบบฝึกหัดถ้าใครเรียนบทที่1แล้วสามารถตอบคำถามได้ก็แสดงว่าเรามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเ(ๆ)รื่องนั้นแล้วนะคะทีนี้เรามาดูความหมายความเป็นมาของจิตวิทยาหรือเราเรียกว่ากันว่า"psychology"นะคะก็จะแบ่งออกเป็น2ช่วงด้วยกันช่วงแรกก็คือจะเป็นก่อนศตวรรษที่19กล่าวได้ว่าจิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณทุกสิ่งทุกอย่างเขามองว่าการแสดงออกนี่เขาเชื่องเรื่องวิญญาณยังไม่เป็นเหตุเป็นผลเท่าที่ควรแต่ทีนี้หลังศตวรรษที่19เริ่มม-ีมีการศึกษาทางจิตวิทยาอย่างเป็นระบบก็จะมีการศึกษาเกี่ยวกับการแสดงออกทางพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์โดยอาศัยวิธีการทางอะไรคะวิทยาศาสตร์นั่นเองนะคะเขาก็จะไม่เชื่อในเรื่องวิญญาณเพราะว่าบางครั้งมันยังหาเหตุหาผลไม่ได้ในยุคหลังเขามองว่าเอ๊ะพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไรนั่นเองนะคะเขาก็เลยห้องทดลองที่เมืองไรซิกนะเพื่อดูพฤติกรรมว่ากลวิธีการแสดงออกทางวิธีกรรมสาเหตุมันเกิดขึ้นมาจากตรงไหนอย่างไรเขาก็เลยเชื่อว่าจะต้องอาศัยการศึกษาอย่างเป็นระบบคำว่า"เป็นระบบ"ในที่นี้ก็คือศึกษาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์แต่เดี๋ยวเรามาดูกันนะทีนี้ความหมายของจิตวิทยาคืออะไรทุกพฤติกรรมย่อมมีสาเหตุดังนั้นจิตวิทยาก็คือการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมต่างๆทั้งของมนุษย์แล้วก็สัตว์นั่นเองนะคะอันนี้นะทีนี้เรามาดูกันคำว่า"พฤติกรรม"behaverนั่นเองนะคะมันคืออะไรนักศึกษาตอบได้ไหมพฤติกรรมคืออะไรการกระทำนั่นเองนะคะเช่นอะไรบ้างคะการกินได้ไหมรับประทานได้ไหมการวิ่งได้ไหมตอนนี้อาจารย์มีพฤติกรรมอะไรตอนนี้พูดหรือว่าสอนสอนได้ไหมการถ่ายทอดเนื้อหานะนักศึกษาตั้งใจเรียนถือว่าเป็นพฤติกรรมไหมคะเป็นแล้วรู้ได้อย่างไรว่าเราตั้งใจเรียนถ้าเราสังเกตตัวเองใช่ไหมถูกไหมแสดงว่าเรารู้ตัวใช่ไหมคะอันนี้นะเพราะฉะนั้นพฤติกรรมก็เป็นการกระทำที่เรามีทั้งรู้ตัวแล้วก็ไม่รู้ตัวทีนี้พฤติกรรมอะไรที่บ่งบอกว่าเอ๊ะเราไม่รู้ตัวอาการใจลอยได้ไหมได้เหม่อลอยได้ไหมคะหรือว่าอาการแบบ...รู้จักหลับในไหมมันคืออะไรหลับในน่ะแบบง่วงๆแล้วก็สติมันไปนิดหนึ่งแล้วค่อยกลับมาใช่ไหมคะอันนี้นะทีนี้กล่าวได้ว่าพฤติกรรมก็คือเป็นการกระทำของมนุษย์ที่กระทำโดยรู้ตัวแล้วก็ไม่รู้ตัวแล้วก็เป-้(-็)นพฤติกรรมที่คนอื่นเขาสังเกตเห็นเราได้รวมถึงในบางครั้งเขาก็ไม่ทราบว่าเราแสดงพฤติกรรมอะไรถ้าเขาไม่ได้สังเกตนั่นเองนะคะตอนนี้ทท-ุกคนตั้งใจเรียนสูงมากในสาขาการศึกษาพิเศษนะเพราะอาจารย์รู้ได้อย่างไรอาจารย์ใช้การสังเกตทุกคนเรารู้ได้อย่างไรว่าอาจารย์พูดเพราะอะไรคะเพราะเราสังเกตอะไรคะอาจารย์ในการสังเกตสังเกชตทางไหนตาใช่ไหมคะหูฟังด้วยนะอันนี้นะทีนี้เรามาดูกันนะคะพฤติกรรมของมนุษย์ก็จะมีออกเป็น3ส่วนด้วยกันก็คือทางด้านการรู้คิดการรู้คิดในที่นี้ก็คือความรู้สึกก็คือccaccทัศนคติส่วนactionคืออะไรคะการกระทำนั่นเองทีนี้เราอยู่ในหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิตความเป็นครูก็คือเราจะต้องสามารถถ่ายทอดองค์คววามรู้เนื้อหาได้เราก็คือจะต้องมีการเขียนแผนใช่ไหมคะในการเขียนแผนเราก็คือจะต้องกำหนดจุดประสงค์ก่อนจุดประสงค์ก็คือผู้สอนต้องการให้ผู้เรียนเกิดอะไรจุดประสงค์ในที่นี้ก็คือล็อกตามหลักบูมนะก็คือมีอะไรบ้างนะแล้วก็aนั่นเองนะคะkคืออะไรคะคือความรู้ใช่ไหมคะknowlagedนะsคืออะไรคะskillหรือว่าทักษะaก็คือคุณลักษณะattitudeหรือว่าทัศนคตินิดหนึ่งเพราะเหตุใดเราถึงต้องเรียนจิตวิทยาสำหรับครูตจำ(อบ)ได้ไหมโอเคทีนี้มันก็จะล-้(-็)อคกับปรัชญาของคณะมนุษยศาสตร์เก่งก็คือเก่งศาสตร์ใช่ไหมคะศาสตร์ก็คือศาสตร์ของเราการศึกษาพิเศษถ้าอาจารย์จะถามเกี่ยวกับศาสตร์เกี่ยวกับการจัดการเรียนรวมอาจารย์ก็เชื่อมั่นว่าเรามีองค์ความรู้ในเรื่องศาสตร์นั่นเองนะคะทีนี้แล้วก็ตจะต้องเก่งอะไรคะเก่งสอนสอนในที่นี้ก็คือกลวิธีเทคนิคถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เรามีอยู่ในศาสตร์ของตัวเองแล้วก็มีจิตวิญญาณของความเป็นครูตรงนี้มันก็จะล้อมกับksaเก่งศาสตร์ก็คือมีความรู้ในเรื่องศาสตร์เก่งสอนก็คือเราเข้าใจเทคนิคแล้วเราก็สามารถออกแบบหรือว่าวางแผนในการจัดกิจกรรมในชั้นเรียนให้สอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียนนั่นเองนะคะอันนี้นะเพราะฉะนั้นจิตครูก็มีความสำคัญว่าโอเคเราจะออกแบบเทคนิควิธีการสอนรวมถึงเมื่อเรามีความรู้ในเรื่องพัฒนาการของเด็กในวัยเรียนแล้วก็เด็กวัยรุ่นแล้วก็ทฤษฎีการเรียนรู้เราสามารถเอามาใช้บูรณาการใช้ในชั้นเรียนของเราได้นั่นเองนะคะด้วยความเป็นครูที่เต็มเปี่ยมนั่นเองนะคะว่าเอ๊ะจะทำอย่างไรให้เด็กเป็นอย่างไรคะมีความรู้ที่เราได้ถ่ายทอดออกไปแล้วเขาก็สามารถใช้ความรู้ที่เราถ่ายทอดนั้นไปใช้ในงานของเขาได้นั่นเองนะคะอันนี้นะโอเคทีนี้เรามาดูความหมายของพฤติกรรมกันบ้างพฤติกรรมก็จะแย่งออกเป็น2กลุ่มพฤติกรรมออกเป็น2กลุ่มนะคะกลุ่มภายในแล้วก็ภายนอกนะคะภายในก็คือตัวเราภายนอกคืออะไรคะภายนอกคืออะไรใช่นอกตัวเราไหมหรือว่าตัวเรามันคืออะไรสงสัยไหมพฤติกรรมภายในกับภายนอกย้อนกลับไปใหม่3ส่วนนี้เราคิดว่าส่วนไหนเป็นภายในส่วนไหนเป็นภายนยในส่วนไหนเป็นภายนอกรู้คิดกับรู้สึกเป็นภายอะไรคะภายในล(ร)-ูก(-้)คิดก็คือความรู้ที่เรามีมันเป็นภายในรู้สึกก็คือทัศนคติชอบมองเห็นคุณค่ามองเห็นประโยชน์ในความซาบซึ้งอันนี้ก็คือภายในเพราะฉะนั้นภายในก็คือในจิตใจเราในความรู้สึกเราในจิตใจเรานะคะภายนอกก็คือการอะไรคะการกระทำหรือว่าการแสดงออกอันนี้ที่ทำให้คนอื่นเป็นอย่างไรคะที่มองเห็นตัวเราที่บางครั้งเราอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้นั่นเองนะคะสรุปได้ว่าพฤติกรรมของมุษย์ก็คือการกระทำที่แสดงออกมาที่เรารู้ตัวแล้วก็ไม่อะไรคะไม่รู้ตัวพฤติกรรมก็จะแบ่งออกเป็น2กลุ่มด้วยกันคือภายในกับภายนอกนะคะแต่ทีนี้คุณก็จะเห็นว่าาคุณก็จะเห็นว่าพฤติกรรมภายนอกจะแบ่งออกเป็น2ส่วนย่อยๆอีกพฤติกรรมองค์รวมกับพฤติกรรมหมวดย่อยองค์รวมภาษาอังกฤษก็จะเรียกว่า"เป็นหน่วยใหญ่"เรียกกันว่าแบบmulaหน่วยย่อยจะเรียกกันว่า"molegul"ทีนี้ถามนักศึกษาอีกแหละโมแบบโมลาที่เรียกกันว่าองค์รวมกับพฤติกรรมที่เป็นแบบโมเดกุลหรือเรียกว่า"พฤติกรรมหน่วยย่อย"มันต่างกันแต่โมรล(-่)ากับโมเลกุลต่างกันอย่างไรต่างกันอย่างไรใครตอบได้เดี๋ยวให้ติ๊กชื่อแล้วก็ให้คะแนน1คะแนนเกือบถูกแต่ยังไม่ถูกคำตอบก็คือถ้าเป็นโมลาร์ประสาทสัมผัสของเราตาดูหูฟังลิ้นชิมรสผิวหนังสัมผัสโมลาร์ก็คือใช้ประสาทสัมผัสเข้าช่วยในการสังเกตแล้วก็บ่งบอกถึงพฤติกรรมนั้นๆได้อย่างเช่นเด็ฏ(ก)เอกการศึกษาพิเศษมีลีลาการเตะfreekickลูกบอลได้แบบ...แม่นยำเข้าประตูแบบทุกประตูได้เลยหรือว่าเด็กเอกการศึกษาพิเศษมีลีลาในการที่เขาเรียกว่า"ชู๊ตบาสเกตบอล"นะแม่นมากหหรือว่าเด็กเอกการศึกษาพิเศษโอ้ฝีมือในการทำส้มตำนะอร่อยใช่ไหมคะนะอาจารย์รู้ได้อย่างไรว่าเด็กการศึกษาพิเศษนี่ลีลาการเตะfreekickลูกฟุตบอลแบบแม่นยำหรือว่าชู-๊ตบาสได้แบบแม่นยำหรือว่ารสชาติฝีมือการทำส้มตำอร่อยอาจารย์เห็นเราเล่นใช่ไหมคะทั้งฟุตบอลทั้งบาสเกตบอลใช้ตาในการสังเกตเป็นการกระทำของเรานะส่วนส้มตำใช้อะไรคะลิ้นชิ้มรสนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะถือได้ว่าเป็นแบบโมลาร์หน่วยใหญ-๋(-่)นะหรือว่าห้องนี้ตั้งใจเรียนสูงมากเลยถามอะไรปุ๊บตอบปั๊บอาจารย์รู้ได้อย่างไรก็สังเกตพฤติกรรมที่เราเรียนแต่ทีนี้โมเลกุลล่ะมันเป็นหน่วยย่อยๆในบางครั้งพฤติกรรมบางด้านที่เขาแสดงออกมาเรายังไม่กล้าตีพฤติกรรมนั้นๆว่ามันคืออะไรเราจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยในการตรวจสอบในการอะไรคะในการยืนยันเวลาคุณไปหาหมอหมอเขาเห็นอาการของคุณแล้วว่าหน้าแดงเป็นไข้หมอเขาให้ยาทันทีได้ไหมไม่ได้เพราะว่าบางครั้งให้ยาผิดชีวิต...อาจจะเปลี่ยนแนวทางในการวินิจฉัยของแพทย์หรือว่าของหมอก็คือจะต้องใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยในการตรวจสอบนั่นเองนะคะเพื่อยืนยันลักษณะอาการที่ปรากฏขึ้นที่เขาสังเกตเห็นนั่นเองนะคะหรือว่าลักษณะของคนโกหกที่เราเชื่อว่าเวลาเขาพูดนะจะไม่สบตาใช่ไหมคะพูดวกไปวนมาแต่เวลาเราสงสัยใครคนใดคนหนึ่งตำรวจเขาจะไม่ไปกล่าวหาทันทีเขาก็คือจะต้องมีการสอบสวนสืบสวนก่อนเรียกมาให้ปากคำก่อนเขาจะเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่เขาจะทำอย่างไรว่าเอ๊ะคนนี้โกหกหรือไม่โกหกคือจะต้องอาศัยเครื่องจับเท็จเข้ามาช่วยว่าเอ๊ะสรุปแล้วว่าคนนี้โกหกไหมอันนี้ก็จะถือได้ว่าเป็นพฤติกรรมแบบโมเลกุลก็คือจะต้องมีเครื่องมือเข้ามาช่วยในการตรวจสอบนั่นเองนะคะนะหรือว่าลักษณะของคนที่เป็นโรคความดันจะเป็นอย่างไรคะหน้ามืดใช่ไหมคะวิงเวียนคุณหมอเขาก็คือจะต้องมีเครื่องอะไรคะมีเครื่องตรวจความดันอยู่หรือว่าของเราน่ะไอจามก็จะต้องมีเครื่องอะไรคะดแบบ(-ัก)ตรวจเพื่อยืนยันว่าเอ๊ะเราเป็นโควิดหรือไม่นั่นเองนะคะอันนี้นะโอเคเราเข้าใจแล้วนะว่าโมลาร์กับโมเลกุลต่างกันอย่างไรนะคะเดี๋ยววันนี้จะมีการบ้านให้เราทำดีไหมดูการ์ตูนตัวการ์ตูนบนซ้ายเราคิดว่าเขามีพฤติกรรมอะไรเศร้าก็ได้เพราะน้ำตาไหลใช่ไหมแต่ย(บ)างคนก็อาจจะบอกว่าเขาอาจจะน้อยใจก็ได้ถูกไหมคะล่างด้านซ้ายเราเขาเป็นอย่างไรมีที่แคะจมูกเ(น)-่ออ(ะ)มันคืออะไรบางคนก็บอกว่าเขินอายก็ได้หรือว่าhappyก็ได้แต่เราสงสัยไหมว่าทำไมเราเห็นรูปเดียวกันแต่เราทายพฤติกรรมไม่เหมือนกันเนื่องมาจากประสบการเดิมของแต่ละคนที่คนรอบตัวหรือเราเคยแสดงว่าถ้าเรามีลักษระอาการเขินอายหรือว่าคนรอบข้างที่มีลักษณะเขินอายที่อาจจะแสดงพฤติกรรมดังรูปนี้นั่นเองนะคะทีนี้เราจะย้อนกลับมาเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเอ๊ะพฤติกรรมภายในเขาเศร้าเสียใจหรือว่าเขามีความสุขเราก็อาศัยการสังเกตจากพฤติกรรมอะไรคะภายนอกของเขานั่นเองนะคะที่เราเรียกกันว่า"ภาวะสันนิษฐาน"จากพฤติกรรมภายนอกมาสู่ภายในยกตัวอย่างตอนนี้อาจารย์ผู้สอนเราคิดว่าถ้าเราทายจะจากพฤติกรรมอาจารย์ตอนนี้คิดว่าภายในอาจารย์รู้สึกอย่างไรอะไรนะพูดได้...อยากสอนนักเรียนเรารู้ได้อย่างไรเราก็ทายจากการแสดงออกของพฤติกรรมภายนอกของอาจารย์นั่นเองนะคะอันนี้นะโอเคทีนี้เรามาดูเกี่ยวกับสิ่งที่นักศึกษาจะต้องรู้ก็คือตามโครงสร้างของจิตวิทยาจะแบ่งออกเป็นsoแล้วก็อะไรคะrนั่นเองนะคะsในที่นี้ก็คือสิ่งเร้าหรืออะไรเราเรียกกันว่าstimulusนั่นเองนะคะสิ่งเร้าก็คือสิ่งที่อยู่รอบตัวเราแล้วก็กระตุ้นให้เราเกิดความคิดความรู้สึกแล้วก็มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นๆนั่นเองนะคะยกตัวอย่างเช่นตอนนี้อาจารย์กำลังสอนนักศึกษาก็คือกำลังคุยกันเสียงดังสิ่งเร้าเกิดขึ้นทีนี้ก็จะต้องผ่านประสาทสัมผัสของอาจารย์ก็คือsensationการรู-้หูได้ยินเสียงระหว่างสอนนี่นักศึกษาคุยกันตาของอาจารย์ก็มองเห็นเราไม่สนใจตรงงคำว่า"point"เรานั่งใกล้ๆกันน่ะคุยกันอาจารย์ก็รับรู้รับรู้ก็คือการแปลความหมายจากสิ่งที่แปลควาหมายของสิ่งเร้าที่เกิดขึ้นแปลงในที่นี้ก็คือในประสบการณ์เดิมโอเคอันนี้สะท้อนว่านักศึกษาแบบกำลังคุยกันไม่ตั้งใจเรียนมันก็จะมาสู่การมีemotionหรือว่าอารมณ์อารมณ์ก็จะแบ่งออกเป็น2ส่วนคือบวกกับลบนะคะแต่ทีนี้นักศึกษาคุยกันจะให้อาจารย์มีความสุขไหมไม่อาจารย์ก็จะต้องมีความรู้สึกแบบไม่พอใจพวกเธอคุยกันความต้องการก็จะเกิดขึ้นอยากให้นักศึกษาหยุดคุยน่ะทำอย่างไรดีทีนี้ก็จะเริ่มมาสู่การคิดการคิดเราสามารถเลือกได้แบบหลากหลายวิธีว่าจะทำอย่างไรจะเดินไปแบบwalkoutเดินออกจากห้องไม่สอนเลยดีไหมหรือว่าเอ๊ะจะตบโต๊ะดีเพื่อให้รู้ว่าฉันไม่พอใจฉันจะเลือกอะไรดีอันนี้นะทีนี้ก็จะมาสู่การตัดสินใจก็ยังอยู่ในความคิดเราโอเคฉันเลือกวิธีการตบโต๊ะดีกว่าทีนี้responseคือการตอบสนองก็คือเลือกวิธีที่คิดว่าดีที่สุดก็แสดงออกมาเป็นพฤติกรรมอะไรคะภายนอกนั่นเองนะคะอันนี้นะเพราะฉะนั้นโครงสร้างทางจิตวิทยาก็จะมีส่วนแรกเลยก็คือสิ่งเร้านะคะสมมติเราเดินตรงอาคาร36กลิ่นกาแฟมาเลยแบบแ(เ)ตะจมูกก็คือกลิ่นกาแฟหรือว่าช่วงพักเที่ยงเราได้กลิ่นกะเพรามาใช่ไหมก็คือจมูกเป็นอย่างไรคะได้กลิ-้-่นนะรับรู้ก็คือการแปลงจากประสบการณ์เดิมที่ทำให้รู้ว่าอันนี้คือกลิ่นอะไรคะกลิ่นกะเพราทีนี้พอใกล้ๆเที่ยงอารมณ์รู้สึกเป็นอย่างไรคะมันหอมน่ะเรารู้สึกชอบน่ะใกล้ๆจะต้องกินข้าวแล้วน่ะความต้องการก็คืออยากกินผัดกะเพราทีนี้ก็จะมาสู่การคิดthinkingว่าจะสั่งเพื่อนให้ไปซื้อให้ดีไหมหรือว่าจะเดินเข้าไปซื้อข้าวผัดกะเพราด้วยตัวเองการคิดก็เลยบอกว่าเราสามารถคิดได้แบบ3-4แนวทางแต่สุดท้ายแล้วการตัดสินใจเราจะต้องเลือกแนวทางเดียวที่เราคิดว่ามันเหมาะกับเราที่สุดนั่นเองนะคะการตัดสินใจก็จะอยู่ในระบบความคิดที่คิดว่าโอเคที่ฉันเลือกว่าฉันไปซื้อเองดีกว่าแล้วก็สั่งกายคือการเดินไปซื้อซื้อด้วยตัวเองนะอันนี้นะคะเพราะฉะนั้นเรามาย้อนกลับดูoก็คือมันจะอยู่ในส่วนที่เป็นพฤติกรรมภายในของเราส่วนrresponseจะเป็นส่วนของพฤติกรรมอะไรคะพฤติกรรมภายนอกนั่นเองนะคะอันนี้นะทีนี้oตรงนี้ก็จะแปลภาษาไทยว่าเป็นอินทรีย์อาจารย์ถามเราก่อนว่าอินทรีย์คืออะไรสิ่งมีชีวิตใช่ไหมคะแต่ถามว่าพืชก็มีชีวิตแต่ถามว่าพืชเป็นอินทรีย์ไหมไม่พืชมันร้องไห้ได้ไหมมันแสดงอารมณ์เศร้าได้ไหมไม่ได้เราต่างกับaiอย่างไรเราต่างกับaiอย่างไรaiมันก็ตอบโต้เราได้เหมือนกันaiมันแสดงอารมณ์ความรู้สึกได้ไหมม-ันก็เห็นอกเห็นใจเราได้ไหมเพราะฉะนั้นอินทรีย์ก็คือสิ่งที่มีความรู้สึกอารมณ์ต่างๆอารมณ์ความรู้สึกมาจากไหนก็มาจากกระบวนการทำงานของระบบสมองนั่นเองนะคะอันนี้นะทีนี้เรามาดูกันในส่วนที่เป็นการศึกษาพฤติกรรมเราเข้าใจคำนี้ว่าอย่างไรบ้างทุกพฤติกรรมย่อมมีสาเหตุอย่างเช่นบางคนมา...เขาเรียกว่า"มาสาย"นะหรือว่า"เข้าชั้นเรียนไม่ตรงเวลา"อาจารย์ก็เลยถามว่าเพราะอะไรเธอถึงแบบ...เข้าชั้นเรียนไม่ตรงเวลาการถามของอาจารย์ก็คือเพื่อที่จะได้รู้สาเหตุการรู้สาเหตุก็จะนำมาสู่การอธิบายเพื่อความเข้าใจในพฤติกรรมนั้นๆนั่นเองนะคะอ๋อสาเหตุที่มาสายในบางครั้งก็คือเป็นอย่างไรคะรถติดด้วยนะทีนี้พอเราเข้าใจสาเหตุเราก็สามารถอธิบายแล้วก็นำมาสู่การอะไรคะกาพยากรณ์พยากรณ์ก็คือการทำนายนั่นเองนะคะก็คือถ้า...แล้วอะไรจะเกิดขึ้นอย่างเช่นบางคนตื่นสายเป็นอย่างไรคะตื่นสายนะสาเหตุการตื่นสายเนื่องมาจากอะไรนอนดึกมันก็จะมาสู่การพยากรณ์เพราะเราเข้าใจเหตุว่าโอเคต่อไปถ้าคุณนอนดึกนะถ้าคุณนอนดึกแล้วโอกาสคุณจะตื่นสายสูงไหมคะสูงนั่นเองนะคะทีนี้หลักในการควบคุมก็คือการควบคุมสาเหตุควบคุมอย่างไรก็คือไม่ให้ตัวเองเป็นอย่างไรคะนอนดึกนั่นเองนะคะอันนี้นะทีนี้มีคำหนึ่งคือคำว่า"ง่วงไม่ขับ"หรือว่า"เมาไม่ขับ"คำนี้คืออะไรนักศึกษาเข้าใจคำนี้ว่าอย่างไรหม(")ง่วงไม่ขับ"หรือว่า"เมาไม่ขับ"ควบคุมแต่ก่อนที่จะมาควบคุมได้นั้นก็คือเขาก็จะต้องเข้าใจสาเหตุก่อนใช่ไหมคะว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนก็คือมาจากอะไรคะการเมาหรือว่าจากการง่วงแล้วก็ทำให้หลับในนะทีนี้มันก็จะมาสู่การพยากรณ์ว่าโอเคถ้าใครเป็นอย่างไรคะง่วงหรือใครเมาโอกาสขับรถที่จะเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างไรคะสูงก็จะมาสู่การออกระเบียบในการควบคุมนั่นเองนะคะก็มีการเป็นอย่างไรคะควบคุมไม่ให้คนขับรถคือมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงเกินไปนั่นเองนะคะอันนี้นะมีใครไม่เข้าใจตรงไหนไหมในการศึกษาพฤติกรรมไม่มีนะคะเหมือนกันยกตัวอย่างอีก1ตัวอย่างเราคิดว่าที่เราได้คะแนนสอบน้อยน่ะมันเกิดจากอะไรไม่ใส่ใจหรือว่าไม่ตั้งใจอ่านหนังสือใช่ไหมคะก็จะทำให้อาจารย์ผู้สอนเป็นอย่างไรคะเข้าใจสาเหตุนะว่าที่เราสอบได้คะแนนกลางภาคได้น้อยเพราะว่าได้น้อยเพราะว่าเราไม่มีการทบทวนเนื้อหาเลยทีนี้พอจะสอบเขาเรียกว่า"ปลายภาค"นะหรือว่า"final"เรามีการพยากรณ์ได้ว่าถ้าฉันไม่ตั้งใจนะโอกาสที่จะสอบได้คะแนนน้อยมีสูงไหมคะสูงนั่นเองนะคะแต่ถ้าฉันตั้งใจล่ะการสอบได้คะแนนของฉันก็จะเป็นอย่างไรคะสูงนั่นเองนะคะทีนี้ก็มาสู่การควบคุมก็คือการควบคุมพฤติกรรมตนเองถ้ามีการตั้งใจในการอ่านหนังสือนั่นเองนะคะโอเคเพราะฉะนั้นมาสรุปอีกรอบหนึ่งนะความเข้าใจของพฤติกรรมก็คือความรู้เกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดพฤติกรรมนั้นๆยกตัวอย่างเช่นสาเหตุของการร้องไห้สาเหตุของการหัวเรานั่นเองนะคะแล้วก็นำมาสู่การพยากรณ์จากการที่เราเข้าใจสาเหตุถ้าคุณมีความสุขก็จะทำให้คุณเป็นอย่างไรคะหัวเราะทำไมพยากรณ์ได้เพราะเราเข้าใจสาเหตุของเขาแล้วว่าการที่เขาหัวเราะเพราะเขาเป็นอย่างไรคะมีความสุขนั่นเองนะคะทีนี้การควบคุมคืออะไรก็เป็นการควบคุมที่ทำให้พฤติกรรมนั้นเกิดหรือไม่เกิดเพราะฉะนั้นการควบคุมก็เลยเป็นผลนั้นของความเข้าใจนั่นเองนะคะแล้วเราก็สามารถควบคุมมันได้อย่างเช่นเราอยากมีความสุขเราก็จะต้องสร้างเสียงหัวเราะให้มันแบบเพิ่มขึ้นนั่นเองนะคะโอเคเดี๋ยวอาจารย์ให้พักประมาณ5นาทีนะคะเพราะอาจารย์ผู้สอนก็คอแห้งด้วยนะคะพักประมาณ5นาทีก่อนโอเคค่ะสวัสดีค่ะนักศึกษาพร้อมที่จะรับเนื้อหาต่อเลยไหมคะพร้อมแล้วนะคะโอเคเดี๋ยวเชิญล่ามนะคะค่ะทีนี้ก็จะมาส่วนต่อมานะคะก็จะว่าในเรื่องวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการศึกษาพฤติกรรมนะทีนี้ในการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมนะคะอันดับแรกเลยก็คือเราจะต้องส-ังสัยในพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเราก็จะเรียกกันว่า"การตั้งปัญหา"ว่าเอ๊ะปัญหาอะไรมันมีอะไรที่ทำให้นักศึกษาชอบรับในห้องเรียนมีอะไรนะทีนี้ในการตั้งปัญหาปุ๊บเราก็จะต้องมีการตั้งสมมติฐานสมมติฐานคืออะไรหมายความว่าเป็นการคาดคะเนคำตอบของพฤติกรรมที่เขาเกิดขึ้นมาแต่ทีนี้สมมติฐานเราอาจจะคาดคะเนแบบทายถูกหรือทายผิดก็ได้ดังนั้นเราก็คือจะต้องมีการพิสูจน์สมมติฐานในการพิสูจน์สมมติฐานเราก็คือจะต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลว่าเอ๊ะมันมีอะไรที่ทำให้นักศึกษาชอบนอนหลับการรวบรวมในที่นี-่(-้)ก็คือใช้แบบสอบถามแบบส-ั(อ)บมภ(ถ)าษ(ม)ณ์เข้ามาช่วยด้วยก็ได้ทีนี้อาจารย์ถามเราก่อนว่าเราตั้งปัญหาแล้วว่าเพื่อนเราชอบนั่งหลับในชั้นเรียนเราจะตั้งสมมติฐานว่าอะไรเราคิดว่ามันเกิดอะไรที่เขาชอบหลับในชั้นเรียนนอนไม่พอพักผ่อนไม่เพียงพอหรือว่าอาจารย์อาจจะสอนน่าเบื่อก็ได้ถูกไหมคะเราคาดคะเนสมมติฐานก็คือเป็นการคาดคะเนคำตอบแต่การคาดคะแนเราจะเชื่อทันน(ท)-ี-้ไหมยังไม่เชื่อทันทีเราจะต้องมีการพิสูจน์หรือเราเรียกกันว่า"ทดสอบสมมติฐาน"นั้นๆเราคาดคะเนว่าโอเคเพื่อนพักผ่อนไม่เพียงพอแน่เลยทำให้เขาแบบหลับในชั้นเรียนนะทีนี้จอหาย...ทีนี้ในการรวบรวมข้อมูลเราจะรวบรวมอยางไรใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยใช่ไหมคะมีอะไรคะแบบสอบถามแบบสัมภาษณ์ใช่ไหมคะได้ทีนี้พอเราได้คำตอบจากแบบสอบถามแล้วก็แบบสัมภาษณ์ทีนี้เราก็มาวิเคราะห์ข้อมูลจากสิ่งที่เราได้รวบรวมข้อมูลไปจากเครื่องมือที่เราได้ใช้กับเพื่อนแล้วก็ค่อยมาสรุปผลกษ(า)รสรุปผลก็คือเป็นการตรวจสอบว่าสมมติฐานที่ฉันตั้งขึ้นมามันสอดคล้องหรือไม่นั่นเองนะคะมีใครไม่เข้าใจตรงไหนมีไหมถามได้นะคะมีสงสัยตรงไหนมีไหมหรือว่าสาเหตุของพฤติกรรมน่ะเราชอบกินจุกกินจิกน่ะเพื่อนเราน่ะชอบแบบกินจุกกินจิกเราจะตั้งสมมติฐานว่าอย่างไรตั้งได้อย่างไรเราจะคาดคะเนสาเหตุของพฤติกรรมการกินของเพื่อนแบบไม่หยุดปากอย่างไรเราอาจจะต้องสมมติฐานว่าเพราะเพื่อนคือกินข้าวเป็นอย่างไรคะไม่ตรงเวลาใช่ไหมคะหรือว่าไม่ได้กินข้าวเช้าทำให้เขารู้สึกเป็นอย่างไรคะหิวตลอดเวลาอันนี้คือสมมติฐานที่เราตั้งนะสมมติเราตั้งว่าแบบเพื่อนไม่ทานอาหารเช้ามาเลยเพราะว่ารีบเรียนตั้งแต่เช้าถูกไหมทำให้เขามีพฤติกรรมที่แบบบ่อยๆตลอดเวลาทีนี้การรวบรวมข้อมูลเราก็ใช้หลักการอะไรคะสัมภาษณ์หรือสอบถามเพื่อนว่าเอ๊ะเธอ...ที่เธอกินนี่เป็นเพราะอะไรที่เธอกินบ่อยๆเพื่ออาจจะบอกว่าอ๋ฮ(อ)เพราะฉันแบบทำifมาตั้งนานพอหยุดทำifปุ๊บเป็นอย่างไรคะทำให้แบบรู้สึกหิวตลอดเวลาเราก็มาวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลที่เราได้ก็คือคำตอบของเพื่อนทีนี้พอวิเคราะห์เราก็สามารถสรุปผลได้ว่าโอเคสมมติฐานที่เราตั้งกับคำตอบของเพื่อนตรงกันไหมไม่ตรงกันนั่นเองนะคะอันนี้นะเข้าใจแล้วนะคะในการวิเคราะห์...ศึกษาพฤติกรรมตรงนี้นะคะทีนี้เรามาดูลักษณะในรูปแบบการศึกษาพฤติกรรมก็จะมีทั้ง3รูปแบบด้วยกันรูปแบบแรกก็คือเป็นแบบการทดลองนะการทดลองในที่นี้ก็คือเป็นการทดสอบในความสัมพันธ์เชิงเหตุแล้วก็ผลนั่นเองนะคะก็คือจะมีตัวแปรต้นแล้วก็ตัวแปรตามตัวแปรต้นก็คือ...คืออะไรก็คือเป็นต-ัวแปรเหตุนั้นๆเหตุนั้นๆเหตุนี้เกิดตัวแปล(ร)ตามจะเกิดขึ้นไหมอันนี้นะคะอย่างเช่นตัวแปรต้นก็คือการตั้งใจเรียนตัวแปรตามก็คือเมื่อคุณตั้งใจเรียนปุ๊บคะแนนสอบกลางภาคของคุณจะสูงหรือไม่คะแนนสอบสูงก็คือเป็นตัวแปรอะไรคะตามนั่นเองนะคะทีนี้การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์คืออะไรเป็นการหาความสัมพันธ์รวมถึงทิศทางก็คือดูความสัมพันธ์ของตัวแปรตั้งแต่2ตัวขึ้นไปอย่างเช่นคะแนนของการปรับตัวมันส-ัม-ัพันธ์กับiqหรือว่าสติปัญญาหรือไม่นั่นเองนะคะนะหรือว่าความสูงมันสัมพันธ์กับความแข็งแรงของร่างกายหรือไม่หรือว่าความสูงมันสัมพันธ์กับการปรับตัวหรือไม่อ-ี(-ั)นนี้จะถือได้ว่าเป็นการวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ดูค่าความสัมพันธ์กันนั่นเองนะคะอันนี้นะในความเข้มข้นของความสัมพันธ์จะมีทั้งเป็น0มีทั้ง+1แล้วก็มีทั้งอะไรคะ-1ส่วนการวิจัยเชิงบรรยายก็จะเป็นการสำรวจคุณลักษณะหรือสถานการณ์นั้นๆทีนี้เรามาดูกันในส่วนแรกส่วนแรกก็คือการวิจัยเชิงการทดลองนั่นเองนะคะก็จะแบ่งออกเป็น3กลุ่มย่อยกลุ่มแรกก็จะเป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการอย่างเช่นทดลองทดลองกับพฤติกรรมของสุนัขในการทดลองของพฤติกรรมนันๆก็คือจะต้องทดลองในห้องปฏิบัติการมีการควบคุมสิ่งแวดล้อมพวกแสงสว่างต่างๆนั่นเองนะคะพเพื่อป้องกันการแทรกซ้อนของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในระหว่างการทดลองนะอันนี้นะคะหรือว่าการทดลองเกี่ยวกับของโคเลอร์ที่ทดลองกับลิงชิมแปนซีนะรวมถึงการทดลองของนกพิราบที่สกินเนอร์เขาได้ทดลองนั่นเองนะคะเกี่ยวกับการเลือกจิก...เขาเรียกว่า"แป้นในกล่อง"นั่นเองนะคะรวมถึงการทดลองกับพวกหนูนั่นเองนะคะอันนี้นะเดี๋ยวเราก็จะได้เรียนกันในบทต่อไปนะคะกว-่า(-ับ)ในเรื่องทฤษฎีการเรียนรู้นะทีนี้เรามาดูการทดลองภาคสนามภาคสนามก็คือการทดลองในสถานการณ์จริงส่วนการทดลองเฉพาะกรณีเป็นการทดลองเฉพาะกลุ่มที่มีลักษณะเด่นเฉพาะด้านที่แตกต่างจากบุคคลทั่วไปนั่นเองนะคะยกตัวอย่างเช่นจะทดลองกับบุคคลหนึ่งหรือว่าเด็กชายกที่มีลักษณะiqที่สูงเกินเกณฑ์หรือว่าเกินอายุนั่นเองนะคะโอเคทีนี้เราก็มาดูกันว่าลักษณะการทดลองในห้องการปฏิบัติการก็คือเป็นการพิสูจน์ที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีอย่างการทดลองของpavlovนั่นเองนะคะว่าเอ๊ะเอาสิ่งเร้าที่ถูกวางเงื่อนไขมาคู่กับสิ่งเร้าที่ไม่ได้วางเงื่อนไขจะส่งผลทำให้พฤติกรรมนั้นๆเกิดขึ้นหรือไม่สิ่งเร้าที่ถูกวางเงื่อนไขก็คือเสียงกระดิ่งคู่กับอะไรคะคู่กับผงเนื้อเสียงกระดิ่งถ้าคู่กับผงเนื้อจะทำให้สุนัขมีพฤติกรรมน้ำลายไหลหรือไม่อันนี้ก็คือการทดลองทฤษฎีนะเพราะฉะนั้นเขาก็คือจะต้องทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อควบคุมแสดงสีเสียงต่างๆนะคะที่มันกระทบในระหว่างการทดลองนั่นเองนะคะทีนี้การทดลองภาคสนามปกติเราก็จะสอนในห้องทีนี้อาจารย์ก็อยากจะลองใช้เครื่องมือว่าเอ๊ะเอากิจกรรมกลุ่มหรือเปิดเพลงก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหาจะส่งผลทำให้ห้องเรามีคะแนนpost-testหรือว่าคะแนนหลังเรียนสูงขึ้นหรือไม่อันนี้นะคะทีนี้อาจารย์ก็จะดูว่าโอเคตอนจะสอนบทที่ส(2)อนอาจารย์ก็จะให้ห้องนี้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนคือpre-testก่อนใช่ไหมคะแล้วก็เรียนปกติทั่วๆไปแล้วก็ค่อยมาpost-testนะทีนี้พอในบทที่3อาจารย์ก็คิดกิจกรรมก่อนที่เราจะลงเนื้อหาบทเรียนว่าถ้าเปิดเพลงหรือว่าใหน(-้)เราออกกำลังกายแบบเบาๆน่ะมันจะส่งผลที่ทำให้คะแนนสอบหลังเรียนpost-testของคุณสูงหรือไม่ทีนี้อาจารย์ก็จะแบ่งห้องเราเป็น2กลุ่มกลุ่มแรกก็คือเป็นกลุ่มทดลองทดลองในที่นี้ก็คือให้เขาเข้าร่วมกิจกรรมที่อาจารย์สร้างเครื่องมือเข้ามากลุ่มควบคุมก็คือกลุ่มท-ีท-่เรียนตามปกติถูกไหมคะทีนี้ในการทดลองของอาจารย์อาจารย์ก็จะให้ทั้ง2กลุ่มทำทั้งทำpre-testก่อนแล้วก็มีการแบ่งกลุ่มต่อจากนั้นกลุ่มทดลองก็กคืออาจารย์ก็จะมีเพลงคลาสสิกในฟังมีการออกกำลังกายเบาๆแล้วก็เรียนส่วนกลุ่มเรียนตามปกติไม่มีการเปิดเพลงไม่มีการใช้เครื่องมือปใปดๆทั้งสิ้นทีนี้อาจารย์ก็จะดูว่าตัวแปรต้นน่ะที่อาจารย์ตั้งขึ้นมาว่าการเปิดเพลงคลาสสิคก่อนเราเข้าสู่เนื้อหาบทเรียนจะมีอิทธิพลหรือส่งผลที่ทำให้คะแนนpost-testของคุณสูงหรือไม่อาจารย์ก็จะเอาข้อสอบที่เป็นpost-testหรือว่าแบบทดสอบหลังเรียนใช้ชุดเดียวกันให้ทั้งกลุ่มควบคุมแล้วก็กลุ่มทดลองทำถ้าคะแนนpost-testของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมแสดงว่าการเปิดเพลงc(ค)ลาสสlassic(-ิค)หรือว่าทำกิจกรรมกลุ่มก่อนเข้าสู่บทเรียนมีผลที่ทำให้คะแนนผลสำริดทางการเรียนเป็นอย่างไรคะสูงนั่นเองนะคะแต่ในมุมกลับกันถ้าคะแนนpost-testของกลุ่มทด...ของกลุ่มควบคุมสูงกว่ากลุ่มทดลองแสดงว่าการเปิดเพลงคลาสสclass(-ิค)แล้วก็ทำกิจกรรมกลุ่มก่อนเข้าสู่เนื้อหามีผลหรือว่ามีอิทธิพลไหมมีหรือไม่มีมีหรือไม่มีคะแนนกลุ่มควบคุมสูงกว่านะถ้าpost-testน่ะแสดงว่าไม่มีผลนั่นเองนะคะหรือคะแนนกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลองมีคะแนนแบบเท่าๆกันแสดงว่าเครื่องมือที่อาจารย์ใช้ที่ให้เปิดเพลงคลาสสิคแล-้ะ(ว)ก็ให้ทำกิจกรรมก่อนเข้าสู่บทเรียนไม่ได้มีผลที่จะทำให้เด็กมีคะแนนเพิ่มขึ้นมานั่นเองนะคะอันนี้ก็จะถือได้ว่าเป็นการศึกษาผลที่เกิดขึ้นจากเครื่องมือที่เราได้ใช้ไปนั่นเองนะคะเราถึงเรียกกันว่า"การทดลองภาคสนาม"นะก็คือมีการแต่งเสริมว่าโอเคถ้าเปิดเพลงc(ค)ลาสlass(ส)-ิic(ค)แล้วทำให้เด็กแบบตั้งใจเรียนก็คือจะทำอย่างไรก็จะไปขยายผลสู่การตั้งใจเรียนในรายวิชาอื่นๆได้หรือว่าออกแบบกิจกรรมในรายวิชาอื่นได้ทีนี้การทดลองเฉพาะกรณีหรือเราเรียกกันว่า"casestudy"เป็นการทดลองในการศึกษาพฤิตกรรมที่บุคคลคนนั้นที่เขามีลักษณะที่เป็นแบบเด่นชัดแตกต่างจากที่เป็นอย่างไรคะเพื่อนนั่นเองนะคะมีอะไรบ้างมีอะไรบ้างที่เป็นพฤติกรรมแบบเด่นชัดที่เราอยากทำcasestudyในห้องนี้มี1คนน่ะชอบนอนหลับในชั้นเรียนมีแค่คนเดียวเท่านั้นคนอื่นเขาไม่นอนหลับเลยอาจารย์ก็จะต้องเลือกเขามาเป็นcasestudyแล้วก็จะหาเทคนิควิธีการจะทำอย่างไรที่จะทำให้เขาเป็นอย่างไรคะไม่นอนหลับในชั้นเรียนนะเพราะฉะนั้นการทดลองเฉพาะกรณีก็คือจะต้องมีการจัดกระทำต่อพฤติกรรมของเขาจัดกระทำอย่างไรอาจจะให้บทเรียนเสริมที่เป็นเฉพาะตัวเฉพาะด้านที่เขาจะต้องทำเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่ออะไรคะปรับพฤติกรรมให้เขาเป็นอย่างไรคะหยุดการนอนหลับในชั้นเรียนได้แต่เราดูว่าต้องหาข้อมูลเส้นฐานเส้นฐานก็คืออะไรดูว่าลักษณะพฤติกรรมเหล่านั้นๆมันเกิดขึ้นบ่อยไหมหรือว่าเราทดลองจัดกระทำเพื่อปรับพฤติกรรมก็คือใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยเขาเส้นฐานที่ทำให้เขามีพฤติกรรมใหม่คือความตั้งใจเรียนของเขาจะมีคงเส้นคงวาตลอดหรือไม่อันนี้นะคะโอเคทีนี้เรามาดูการวิจัยเชิงสหสัมพันธ์กันบ้างเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ของ2ตัวแปรขึ้นไป2ตัวแปรในที่นี้ก็คือสิ่งที่เราจะศึกษาว่าโอเคความสูงมันเกี่ยวข้องกับiqที่สูงด้วยหรือไม่นั่นเองนะคะหรือว่าความอ้วนมันสัมพันธ์กับความตั้งใจเรียนหรือไม่นะคะอันนี้นะทีนี้การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ก็คือมีการโย-ักย้ายตัวแปรอิสระเพื่อดูว่าทั้งส(2)องตัวแปรนี้มันมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันหรือว่าไม่ใช่ทิศทางเดียวกันนะแต่ทีนี้ความอ้วนถ้ามันสัมพันธ์กับความฉลาดก-้(-็)ไม่สามารถจะอธิบายได้ว่าเป็นเพราะอะไรมันส่งผลต่อiqที่มันสูงนั่นเองนะคะเขาก็เลยบอกว่าการวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ก็คือไม่สามารถบอกถึงความเป็นเหตุเป็นผลทีนี้เรามาดูอาจารย์ให้แบบวัดคุณไปแบบวัดในทีนี้ก็คือแบบวัดการมองโลกในแง่ดีกับแบบวัดการปรับตัวถ้าคะแนนแบบวัดของคุณสูงแบบวัดการปรับตัวของคุณก็สูงแสดงว่ามันไปในทางอะไรบวก(คะ)เป็นไปในทิศทางอะไรคะเดียวกันนะแต่ทีนี้ความสัมพันธ์ทาง...อาจารย์ให้ทำแบบวัดความภาคภูมิใจในตนเองหรือเรียกกันว่า"แบบวัดเห็นคุณค่าในตนเอง"selfก็ได้นะคะกับแบบวัดความวิตกกังวลถ้าแบบวัดความภาคภูมิใจของตัวเองสูงแบบวัดความวิตกกังวลของคุณต่ำแสดงว่ามันไปในทิศทางเดียวกันไหมคะจะมีค่าความสัมพันธ์เป็นอะไรคะลบนั่นเองนะคะทีนี-้ถ-้าค่าความสัมพันธ์เป็น0ก็คืออะไรก็คือคะแนนการมองโลกในแง่ดีกับคะแนนการปรับคตัวด้านจิตใใจมันแบบ...เป็นค่ากลางๆทั้ง2ค่าแสดงว่ามันเป็นอย่างไรคะสูงนั่นเองนะอันนี้นะทีนี้ต่อมาเรามาดูในส่วนที่เป็นการวิจัยเช-ิ-ิการวิจัยเชิงบรรยายก็คือเป็นการสำรวจคุณลักษณะของสภาพชุมชนหรือว่าคุณลักษณะของนักศึกษาก็ได้ในมหาวิทยาลัยก็ได้ส่วนใหญ่การวิจัยเชิงบรรยายก็จะมักใช้วิธีการสังเกตแต่ถ้าทำกับกลุ่มใหญ่ๆก็จะใช้เป็นแบบสอบถามหรือว่าแบบอะไรคะแบบสำรวจนั่นเองนะคะอันนี้นะอย่างเช่นเวลาเข้ามาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่1เขาอยากรู้ว่าเอ๊ะเด็กมีการปรับตัวเรียนทางด้านการเรียนน-่ะเป็นอย่างไรเขาก็ใช้แบบสำรวจหรือว่าแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวแล้วเขาก็เอาคำตอบที่ได้จากratingscaleในแต่ละด้านมาวิเคราะห์มาอธิบายคุณลักษณะการปรับตัวของนักศึกษาชั้นปีที่1ที่มหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมานั่นเองนะคะหรือว่าอาจารย์จะทำจะดูว่าเอ๊ะนักศึกษาชั้นปีที่2มีการมองโลกในแง่ดีเป็นอย่างไรอาจารย์ก็จะใช้ความสำรวจการมองโลกในแง่ดีให้นักศึกษาทำวิเคราะห์ข้อมูลจากคำตอบที่เราได้กรอกแบบสำรวจมาอธิบายว่าโอเคนักศึกษาชั้นปีที่2มีการมองโลกในแง่ดีในระดับแบบไหนแบบปานกลางหรือว่าสูงนั่นเองนะคะเพราะฉะนั้นการวิจัยเชิงบรรยายก็คือมันก็จะมีความเป็นวิทยาศาสรตร์สามารถอธิบายรายละเอียดได้ที่วิเคราะห์จากแบบสอบถามที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นแต่ไม่ได้มีการจะกระทำกับกลุ่มตัวนักศึกษาจัดกระทำในที่นี้ก็คือใช้เครื่องมือมาฝึกหรือว่ามาทำนั่นเองนะคะก็คือหมายความว่าไม่ได้มีกิจกรรมเสริมที่จะช่วยการมองโลกในแง่ดีให้นักศึกษาได้ฝึกทำเพ-ื่อท-ี-่ยย(จะ)ให้นักศึกษาได้ตอบข้อมูลแบบสำรวจนั้นๆเท่านั้นอันนี้นะโอเคหรือว่าจะให้นักศึกษาศ฿(-ึ)กษาพฤติกรรมการบริโภคนักศึกษามหาวิทยาลัยราชฎ(ภ)-ัฎนครราชสีมาอย่างนี้นะคะว่าพฤติกรรมการบริโภคอาหารสุขภาพของนักศึกษาที่นี่มีอยู่ในระดับไหนเป็นอย่างไรอันนี้ก็บรรยายลักษณะที่เกิดขึ้นนะโอเคค่ะต่อมาตั้งใจฟังดีๆก็จะมาสู่เนื้อหาที่เป็นแนวคิดพื้นฐานของนักจิตวิทยาเมื่อสักครู่นี้เรารู้กันแล้วนะว่าพฤติกรรมเรามีกี่กลุ่มกันแล้วคะมีกี่กลุ่ม2กลุ่มพฤติกรรมภายในกับพฤติกรรมภายนอกเพราะฉะนั้นก็จะมีกลุ่มนักจิตวิทยาแล้วเขามีความเชื่อแล้วก็ลองสร้างทฤษฎีแล้วก็มีการพิสูจน์ทฤษฎีความเชื่อนั้นๆนักจิตวิทยาก็จะแบ่งออกเป็น2กลุ่มก็คือเชื่อในเรื่อง...กลุ่มเชื่อในเรื่องพฤติกรรมภายในกลุ่มที่2ก็คือเป็นพฤติกรรมภายนอกนะคะทีนี้เนื้อหาในบทที่1สิ่งที่เราจะต้องศึกษาเนื้อหาคือเล่มนี้ก็จะให้เราศึกษาทั้งหมด5แนวคิดพื้นฐานขอบงนักจิตวิทยาเรามาช่วยกันดูก่อนเราคิดว่ากลุ่มไหนที่เป็นพฤติกรรมภายในกลุ่มจิตวิเคราะห์เป็นพฤต-ิกรรมภายในหรือภายนอกภาย...ภาย...เดี๋ยวสัปดาห์หน้าอาจารย์มาถามเป็นquestionmaskให้กลุ่มพฤติกรรมนิยมภายในหรือภายนอกภายในหรือภายนอกเรารู้ได้อย่างไรว่ากลุ่มนี้ว่ามันเป็นภายนอกให้จับคีย์เวิร์ดชื่อพฤติกรรมบวกอะไรคะ...นิยมเพราะฉะนั้นก็คือเป็นภายอะไรคะ...นอกแล้วจิตวิเคราะห์เป็นภายในภายนอกภายในแต่ก็จะกึ่งๆภายนอกด้วยนะจิตแล้วก็แสดงออกมานะคะทีนี้กลุ่มนี้ปัญญานิยมหรือว่ากลุ่มปัญญารู้คิดล่ะภายในเพราะการคิดกลุ่มชีวจิตวิทยาล่ะภาย...ภาย...ภายในนะคะกลุ่มมนุษย์นิยมล่ะคะภายในเช่นเดียวกันแต่ใครที่ตอบว่าภายนอกอธิบายได้นะเพราะเหตุให(ด)-้ที่เรามองว่าเป็นภายนอกอาจารย์ไม่ได้ยินเสียงอะเ(ไ)ราเลยเสียงเบามากอาจจะลุกขึ้นตอบนิดหนึ-่งนะเดี๋ยวเรามาดูเนื้อหากันนะอันนี้ก็เป็นตามความเชื่อความรู้ของเรานะคะอันนี้นะโอเคทีนี้ตั้งใจฟังนิดหนึ่งเพราะว่าเดี๋ยวจะไปขยายความในส่วนที่เป็นบทที่2ว่าในเรื่องพัฒนาการนะคะทีนี้เราเรียนกันแล้วโครงสร้างของจิตจะมีsก็คืออะไรคะสิ่งเร้านะสิ่งเร้าภาษาอังกฤษก็คือ"stimulus"นั่นเองนะคะส่วนoล่ะ"oganism"ใช่ไหมที่แปลว่าอินทรีย์อินทรีย์อะไรคะสิ่งที่มีชีวิตใช่ไหมคะตัวเราใช่ไหมแล้วอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นอินทรีย์ที่มีอารมณ์ความรู้สึกถูกไหมคตะอารมณ์มาจากไหนมาจากไหนก็มาจากสมองของเรานั่นเองนะคะส่วนrล่ะคะคืออะไรคะresponseใช่ไหมคะนะการตอบสนองถูกไหมคะทีนี้กลุ่มจิตวิเคราะห์ก็จะมีจุดเน้นเพราะฉะนั้นจิตวิเคราะห์...เอาใหม่set0เอาใหม่เป็นพฤติกรรมภายในหรือว่าภายนอกภายในหรือภายนอกมีsoแล้วก็rเราเห็นสีไหมมันต่างกันเราคิดว่าจุดเน้นคือภายในหรือภายนอกเราคิดว่าสีไหนที่เป็นจุดเน้นในทฤษฎีนี้sกับrนี่คือภายนอกoกับrนี่คือภายในแต่จุดนี้คือเน้นสีแดงไม่ได้สนใจความคิดว่าเขาคิดอะไรอย่างไรทีนี้จิตวิเคราะห์นะคะความเชื่อพื้นฐานเขาบอกว่าพฤติกรรมหรือกระบวนการถูกกำหนดโดยจิตนะแล้วก็มันก็จะเกี่ยวข้องกับความต้องการทางเพศความก้าวร้าวบางครั้งจิตใจเราน่ะมันแบบ...ยังเกิดความขัดแย้งน่ะกล่าวได้ว่าตัวเราน่ะเกิดตั้งแต่จำความได้เราจะสะสมประสบการณ์ประสบการณ์ก็จะมีทั้งดีแล-้ะ(ว)ก็ไม่ดีแต่ไอ้ประสบการณ์ที่ไม่ดีน่ะเราจะถูกเก็บกดไว้แต่มันก็พร้อมที่จะแสดงออกมาเมื่อมีอะไรมากระตุ้นโดยการแสดงออกมีทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัวนั่งเองนะคะอันนี้นะทีนี้เรามาดูกันเดี๋ยว..นี่ตามที่อาจารย์พูดเมื่อสักครู่นี้เราก็จะสะสมประสบการณ์ตั้งแต่เราแบบ...เราจำความได้เขาบอกว่าประสบการณ์วัยเด็กจะส่งผลต่อพัฒนาการทางบุคลิกภาพโดยเฉพาะ6ปีแรกของชีวิตซึ่งฟอยด์เรียกว่า"ช่วงวิกฤต"ตรงนี้เดี๋ยวจะไปขยายในบทที่2แล้วก็บทที่3อันนี้ก็คือปูความเข้าใจให้กับเราเขาเชื่อว่าจิตใจของเราน่ะเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข-็งเราช่วยกันดูรูปนี้รูน้ำแข็งเราช่วยกันดูรูปนี้รูปที่เกิดขึ้นภูเขาน้ำแข็งแบ่งออกเป็น3ส่วนมีส่วนไหนบ้างพ้นน้ำใต้น้ำแล้วก็มีอะไรคะทุกส่วนเลยไล่ไปตั้งแต่พ้นน้ำแล้วก็ใต้น้ำถูกไหมทีนี้เราเห็นอะไรในรูปนี้พ้นน้ำมันคืออะไรตามความเข้าใจเราถ้าเกี่ยวกับเราพ้นน้ำมันคืออะไรเราคิดว่าถ้าสมมติเราเห็น...เราอเอาน้ำแข็งใส่ในแก้วที่มันทึบๆเห็นน้ำแข็งที่มันอยู่ใต้น้ำไหมไม่นะไม่นะเราจะเห็นเฉพาะในส่วนที่เป็นอะไรคะพ้นน้ำเพราะฉะนั้นก็คือสิ่งที่เรามองเห็นคนอื่นที่เขาแสดงออกมาในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่เรามองเห็นตัวเองได้เช่นเดียวกันนะทีนี้มันก็จะมีสัตว-์ศัพท-์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างภ-ุ(-ู)เขาน้ำแข็งมีทั้งค่าบริเวณที่เป็นแบบบนน้ำแข็งก็จะเป็นเขาเรียกว่าสิ่งที่เราแบบ"มีสติรู้ตัว"รู้ตัวว่าเราจะทำอะไรแบบไหนแล้วก็...บางครั้งมันก็อยู่บนน้ำบางครั้งมันก็เคยอยู่ใต้น้ำปริ่มๆมีที่เรารู้ตัวแล้วก็เป็นอย่างไรคะไม่รู้ตัวแต่ใต้น้ำใต้น้ำคืออะไรมันเป็นแบบจิตใจสำนึกเลยที่เราเก็บเอาไว้น่ะที่เราเก็บเอาไว้น่ะที่เราสะสมโดยไม่รู้ตัวแต่มันสามารถกระตุ้นให้แสดงออกมาได้ไหมได้นั่นเองนะคะทีนี้คำที่เราจะต้องรู้จักกลุ่มหนึ่งก็คือegoegoแล้วก็อะไรคะsuperegoเขาบอกว่ามนุษย์ทุกคนมักจะมีพื้นฐานพื้นฐานของแต่ละคนเป็นอย่างไรคะไม่เท่ากันพื้นฐานในที่นี้ถ้าภาษาบ้านๆเวลาเราเจอคนที่มันขับรถปาดหน้าเราน่ะบางคนก็จะแบบ...ใช้คำด่าว่า"ส.ด"นะอันนี้ถ้าเป็นศัพท์ศัพท์น่ะไอ้คำว่า"สด"น่ะอาจารย์พูดย่อๆหมายถึงไอ้ตัวนี้ตัวนี่อิฐคืออะไรเป็นความต้องการเมื่อเราความต้องการในที่นี้คืออะไรก็คือสิ่งที่แบบตอบสนองต่อความพึงพอใจของเราโดยบางครั้งก็คือยังไม่ได้รับการอะไรคะขัดเกลาใช่ไหมคะทีนี้มีอะไรมาช่วยขัดเกลาก็คือsuperec(g)osuperegosuperegoก็คือความรับผิดชอบชั่วดีศีลธรรมจรรยาบรรณต่างๆแล้วecoคืออะไรล่ะอาจารย์อาจารย์ครับegoคืออะไรegoก็คือตัวตนที่เราแสดงออกมาegoจะเป็นตัวกลางระหว่างidกับsuperอะไรคะec(g)oถามว่าทุกคนมีความต้องการเหมือนกันไหมความต้องการในที่นี้ก็คือตอบสนองเพื่อให้หายหิวมีเหมือนกันไหมคะมีเหมือนกันหมดเลยความกระหายใช่ไหมคะแต่ทีนี้มีsuperegoเข้ามาอะไรคะช่วยขัดเกลาให้ตัวเราเป็นอย่างไรคะมีระเบียบแบบแผนใช่ไหมคะนะทีนี้การที่egoจะแสดงแบบไหนก็คือขึ้นอยู่กับวม(-่)าegoรับอิทธิพลมาจากidหรืออะไรคะsuperec(g)oถามว่าในห้องนี้ใครอยากได้เงิน100,000บาทบ้างได้มาแบบฟรีๆทุกคนมีความต้องการเงินเหมือนกันใช่ไหมคะยิ่งมากก็คือยิ่งชอบใช่ไหมคะอันนี้ก็คือความต้องการของเราidน่ะแต่ทีนี้บังเอิญคุณไปเจอเงินตกในที่สาธารณะประมาณ100,000บาทมันก็จะมีidกับsuperegoidคือปีศาจหยิบไปเลยเธอเจอน่ะมันก็ต้องเป็นของเราสิส่วนsuperegoคืออะไรคะภาคเทพบุตรนะสงสารเขาเถอะเผื่อเจ้าของเงินเขาเป็นอย่างไรคะเดือดร้อนใช่ไหมคะec(g)oก็คือขึ้นอยู่กับว่าเอ๊ะฉันจะไปทางมืดหรือว่าฉันจะไปทางอะไรคะสว่างทีนี้สุดท้ายแล้วถ้าเราตัดสินใจเอาเงินที่เราเก็บได้ไปประกาศหาเจ้าของแสดงว่าegoของเราตอบสนองทางไหนทางsuperegoทางสว่างอันนี้นะหรือว่าห้องนี้ทุกอยากสอบได้คะแนนสูงๆเหมือนกันใช่ไหมคะมีใครอยากได้คะแนน...สมมติคะแนนเต็ม40คะแนนมีใครอยากสอบได้แค่10เต็ม40บ้างมีไหมส่วนใหญ่ก็อยากจะได้แบบเต็มถูกไหมคะทีนี้ถ้าอ่านหนังสือไม่ทันน่ะทำอย่างไรทุกคนอยากสอบได้คะแนนที่สูงทุกคนเลยนะทีนี้idก็คือความต้องการได้คะแนนที่สูงนะก็คือทำอะไรก็ได้ที่ไม่รู้จักรับผิดชอบชั่วดีแอบเอาโพยมาทำแล้วก็ลอกเพื่อนใช่ไหมคะแต่ถ้าsuperegoล่ะตั้งใจอ่านหนังสือถูกไหมคะก็คือขึ้นอยู่กับว่าเราegoของเราจะรับอิทธิพลมาจากidหรือว่าอะไรคะsuperec(g)oนั่นเองนะคะโอเคทีนี้อธิบายซ้ำนะสรุปแล้วกระบวนการทางจิตก็มีทั้งจิตสำนึกคืออะไรคะเป็นภาวะที่เรารู้ตัวเต็มที่ตอนนี้ทุกคนมีความรู้ตัวเต็มที่ใช่ไหมแสดงว่าทุกคนมีอไรคะมีจิตสำนึกเพราะวถ-้(-่)าทุกคนแบบตั้งใจมากส่วนจิตใต้สำนึกล่ะในบางครั้งอาจจะเหม่อลอยไปบ้างคิดถึงเพื่อนหรือว่าบางครั้งอาจจะใจลอยเมื่อไหร่อาจารย์จะปล่อยฉันอยากไปโรงอาหารเต็มแก่แล้วฉันอยากจะไปชอปปิงเต็มแก่แล้วแล้วก-้(-็)นึกได้ว่าฉันกำลังเรียนกับอาจารย์อันนี้นะหรืออาจารย์ปล่อยเร็วๆสิมันปิดหยุดยาวน่ะฉันจะได้แบบไปรีบซื้อตั๋วกลับบ้านแต่พออาจารย์เรียกชื่อปุ-ี(-๊)บก็มีสติรู้ตัวแล้วว่าโอเคอาจารย์ยังไม่ปล่อยอันนี้นะส่วนจิตไร้สำนึกล่ะคะเป็นส่วนที่มันแบบจมอยู่ใต้น้ำแข็งเป็นส่วนของความไม่รู้ตัวของเรามันอยู่ในแบบดิ่งแบบลึกน่ะแต่มันก็จะเกี่ยวข้องกับแรงขับก็คือจะมีแรงขับแห่งการดำรงชีวิตอยู่แรงขับแห่งการทำลายที่เราเรียกว่า"ความก้าวร้าว"แล้วก็แรงขับอะไรคะทางเพศนั่นเองนะคะโอเคอันนี้ก็ให้รู้อีกรอบหนึ่งนะที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของจิตนั่นเองนะคะเพราะฉะนั้นidซ้ำอีกรอบหนึ่งก็คือเกี่ยวข้องกับความต้องการแต่ต้องการของตามทฤษฎีฟรอยด์ก-้(-็)คือการมีชีวิตอยู่รอดก็จะเกี่ยวข้องกับแรงขับต่างๆนั่นเองนะคะแรงขับในที่นี้ก็คือแห-่งการทำลายนะอันนี้นะคะรวมถึงความต้องการทางเพศด้วยนะคะโอเคตรงนี้เราอ่านเองได้นั่นเองนะทีนี้เรามาดูกลุ่มต่อมาคือกลุ่มพฤติกรรมนิยมพฤติกรรมนิยมก็คือเหมือนกันเน้นsกับเน้นอะไรคะrโดยไม่สนใจตัวoเป็นการศึกษาพฤติกรรมที่สังเกตเห็นได้นั่นเองนะคะพฤติกรรมนิยมเชื่อว่าสิ่งเร้าจะกระตุ้นให้ตัวเรามีพฤติกรรมการตอบสนองที่เกิดขึ้นนั่นเองนะคะอันนี้นะอันนี้ก็เดี๋ยวจะไปเรียนในบทที่2ในทฤษฎีของskinerนะคะแล้วก็มีธอร์นไดค์ด้วยนะคะอันนี้ก็เลยเป็นสรุปได้ว่าเป็นทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มที่เป็นตัวsกับตัวอะไรคะrนั่นเองนะคะทีนี้กลุ่มต่อมาก็คือกลุ่มการรู้คิดรู้คิดเน้นsเน้นoหรือว่าเน้นoหรือว่าเน้นrเน้นoทีนี้เรามาดูกันว่าเอ๊ะการรู้คิดนั้นมันคืออะไรเขาบอกว่าการที่เราจะเข้าใจในพฤติกรรมต่างๆนะเราจะต้องศึกษาเกี่ยวกับการรับรู้การจำการคิดการตัดสินใจก่อนก็คือการพูดง่ายๆสมองของเรามีการรับข้อมูลแล้วก็เอาข้อมูลนั้นมาประมวลผลแล้วก็มีอิทธิพลต่อการคิดการตัดสินใจแล้วค่อยแสดงออกมาในรูปพฤติการณ์นั้นๆนั่นเองนะคะเพราะฉะนั้นกลุ่มการรู้คิดก็จะเน้นเน้นตัวอะไรค(น)ะเน้นตัวoนั่นเองนะคะอันนี้นะเพราะฉะนั้นhilightสำคัญของกลุ่มการรู้คิดก็คือเป็นการสังเกตพฤติกรรมที่มันวัดได้ยากก็คือเป็นการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับความจำความรู้สึกแล้วก็การตัดสินใจแต่การจำหรือว่าการตัดสินใจการแก้ปัญหาห(ก)ารใช้เหตุผลเอามาได้อย่างไรเราก็เอามาจากสมองของเรา...ที่เรารับinfromationเข้ามาเข้ามาแล-้ะ(ว)เราก็มีวิธีการประมวลสารสนเทศจากสิ่งที่เรารับนั้นๆนี่นะคะโอเคทีนี้มากลุ่มชีวจิตวิทยากันบ้างกลุ่มนี้ก็จะเน้นตัวoเช่นเดียวกันนะคะไม่สนใจsกับrเขาเชื่อว่าพฤติกรรมของมนุษย์น่ะมาจากสารเคมีในสมองของเราถ้าเราตั้งใจเรียนแสดงว่าสารเคมีในสมองหรือเซลล์ประสาทในสมองของเราเป็นอย่างไรคะมีการทำงานอย่างดีนั่นเองนะคะอันนี้เพราะฉะนั้นวิธีการศึกษาของกลุ่มชีวจิตวิทยาก็คือเป็นการศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทในสมองหรือว่าการศึกษาที่เกี่ยวกับระบบประสาทหรือว่าเนื้อเยื่อต่างๆการที่ห้องนี้แบบ...มีความจำเป็นเลิศหรือว่ามีการตั้งใจเรียนดีหรือว่ามีการ...มีพฤติกรรมที่เข้าชั้นเรียนได้แบบตรงเวลาแสดงว่าสารเคมีในสมองหรือว่าเซลล์ประสาทในสมองของในห้องนี้มีคุณภาพสูงนั่นเองนะคะอันนี้นะอันนี้ก็อธิบายไปแล้วทีนี้กลุ่มมนุษย์นิยมกลุ่มนี้เขาเชื่อว่ามนุษย์มีคุณค่ามีศักยภาพมนุษย์ทุกคนมีศักยภาพมาตั้งแต่เกิดสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้มนุษย์เกิดมาพร้อมที่จะเขาเรียกว่า"พัฒนาความงอกงาม"พัฒนาการมีคุณค่าในตนเองเพียงแต่ว่าบางครั้งสิ่งแวดล้อมมันมาขัดที่ทำให้เราไม่สามารถพัฒนาความงอกงามของตนเองได้สรุปว่ากลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับตัวoกับตัวrนั่นเองนะคะอันนี้นะเพราะฉะนั้นวิธีการศึกษาของกลุ่มมนุษย์นิยมก็จะศึกษาเกี่ยวกับคุณลักษณะของความเป็นมนุษย์มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพมีศักดิ์ศรีมีคุณค่าเราสามารถพัฒนาในเกิดความงอกงามในชีวิตได้ทีนี้อาจารย์ถามอีกแหละว่าความงอกงามคืออะไรความงอกงามคืออะไรคะเวลาเราปลูกต้นไม้น่ะต้นไม้มันงามใช่ไหมมันงอกงามมันโตขึ้นมันให้ผลผลิตใช่ไหมคะถ้าเทียบเคียงกันกับความงอกงามกับความเป็นมนุษย์มันคืออะไรดังๆดังๆอาจารย์ไม่ได้ยินค(ก)วาม(ร)ประสบผลสำเร็จก็คือชีวิตเราเป็นอย่างไรคะดีขึ้นมีคุณค่าใช่ไหมคะมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้นั่นเองนะโอเคอันนี้ก็จะเน้นตัวoกับตัวอะไรคะrนั่นเองนะคะก็จบในบทที่1นะคะโอเคทีนี้เดี๋ยวขอบคุณล่ามทางไกลมากนะคะขอบคุณค่ะเชิญออกระบบออกระบบได้เลยให้เขาออกระบบได้เลย[สิ้นสุดการถอดความ]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-08-19 16:05:37
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}