(คุณครูจักรพงศ์) สวัสดีครับ พี่ล่ามรอแป๊บหนึ่งนะครับ นักเรียนยังไม่ครบครับ โอเคครับ สวัสดีครับ สวัสดีพี่ล่ามครับ สวัสดีนักเรียนชั้น ม.5/1 ครับ ครับ สำหรับชั่วโมงที่แล้วนะครับ คุณครูได้สอน ในเรื่องของการแต่งประโยคไปนะครับ ประโยคแบบสั้น ๆ นะ แล้ววันนี้นะครับ คุณครูจะทบทวนก่อน แล้วก็เดี๋ยวจะให้นักเรียน เรียนเกี่ยวกับการแต่งประโยค แล้วจะบอกว่าลักษณะของประโยค เป็นประโยคแบบไหนอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวก่อนอื่นเลยนะครับ เราทบทวนกันก่อน นักเรียนเอาสมุดขึ้นมาไหมครับ สมุด อย่างนั้นไม่เป็นไรครับ เดี๋ยว... เดี๋ยววันนี้เดี๋ยวคุณครูจะสอน แล้วก็จะให้นักเรียนทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยกันโอเคนะครับ มาดูก่อนนะครับ ว่าประโยคคืออะไร ประโยค ก็คือคำ 2 คำขึ้นไปที่นำมาเรียงต่อกัน แสดงให้รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร อย่างที่คุณครูเคยสอนไปแล้วนะครับ นักเรียนจำได้ไหม ครั้งก่อนที่ว่าคุณครู... คุณครูจะมีรูปภาพให้ 1 รูปใช่ไหมครับ จะมีรูปภาพให้ 1 รูปใช่ไหมครับ และก็ให้นักเรียนเขียนแต่งประโยค จากรูปภาพที่นักเรียนเห็น แต่งประโยคจากรูปภาพที่นักเรียนเห็น ในรูปภาพนั้นคุณครูก็จะถามนักเรียนใช่ไหมครับ ว่ามีใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร นักเรียนพอจะเข้าใจไหมครับ นักเรียน... นักเรียนทบทวนไปพร้อมกับคุณครูนะ นักเรียนทบทวนไปพร้อมกับคุณครูนะครับ ว่าประโยคที่นักเรียนเขียนส่งคุณครู เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ประโยคนักเรียน... ที่นักเรียนแต่งประโยค แล้วเขียนส่งคุณครูที่ผ่านมาน่ะ มัน... ประโยคหนึ่งมันจะประกอบไปด้วยว่า... มันจะบอกว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร อย่างเช่นนะครับ คุณครูจะยกตัวอย่าง คุณครูยกตัวอย่างประโยค ที่ว่าน้องกินข้าวที่โรงอาหาร ตอนนี้สัญญาณล่ามขัดข้องนะครับ โอเคครับ โอเคนะครับ คุณครูจะยกตัวอย่างนะครับ นักเรียน นักเรียนดูนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ คุณครูยกตัวอย่างประโยคสั้น ๆ หนึ่งประโยคนะครับ ว่าน้องกินข้าวที่โรงอาหาร ทีนี้นักเรียนจำไว้นะครับ ว่าประโยคมันจะประกอบไปด้วย คำ 2 คำขึ้นไปนะครับ ที่มาเรียงต่อกัน แสดงให้รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ทีนี้นักเรียนดูประโยคที่คุณครู... ที่คุณครูเขียนลงกระดานให้ ว่าน้องกินข้าวที่โรงอาหาร ทีนี้คุณครูจะถามว่าในประโยค ถ้าคุณครูจะถามว่าใคร นักเรียนสามารถตอบคุณครูได้ไหมว่าใคร ใคร ทำอะไร ที่ไหน ก็คือใคร ก็คือน้อง โอเค น้องทำอะไร ทำอะไร กินข้าว ที่ไหน ที่โรงอาหาร โอเค นี่แหละครับ คือ ประโยค ประโยค 1 ประโยคมันจะประกอบไปด้วย ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร มันจะบอกชัดเจน หรือบางทีประโยค มันก็มีแค่คำว่า "ใครทำอะไร" ก็ได้ ไม่บอกว่าที่ไหนก็ได้ อย่างเช่น น้องกินข้าว นี่ก็ถือว่าเป็นประโยค ประกอบไปด้วยภาคประธานและภาคแสดง คุณครูได้สอนนักเรียนไปแล้ว ภาคประธานและภาคแสดง ภาคประธาน ก็คือบอกว่าเป็นใคร เป็นคำนาม คน สัตว์ สิ่งของ ส่วนภาคแสดงจะไปด้วยคำกริยากับกรรม โอเค อันนี้เป็นส่วนประกอบนะครับ นักเรียน นักเรียนมอง... มองเห็นไหมครับ มองเห็นหน้าจอไหม มองเห็นหน้าจอไหมครับ คุณครูยกตัวอย่าง 1 ประโยคตรงนี้ ว่านักเรียนกระโดดนักเรียนเห็นไหมครับ ประโยคที่ 1 นักเรียนกระโดด ทีนี้คุณครูจะถามว่าภาคประธานคืออะไร คือใคร คำตอบ ก็คือนักเรียน ประโยคนะครับ คุณครูยกตัวอย่างมา ว่านักเรียนกระโดด และทีนี้คุณครูจะถามว่าภาคประธานน่ะคือใคร ก็คือนักเรียนใช่ไหมครับ นักเรียนทำอะไร ทีนี้ไปดูภาคแสดง ทำอะไร ก็คือกระโดด ต่อไป ประโยคต่อไปนะครับ นักเรียนกระโดดเชือก ทีนี้คุณครูจะถามว่าภาคประธานน่ะคือใคร ก็คือนักเรียน ส่วนภาคแสดง ภาคแสดงประกอบไปด้วยกิริยา และกรรมใช่ไหมครับ ที่คุณครูบอก ทีนี้คุณครูจะถามว่าทำอะไร นักเรียนคนนี้กระโดด นักเรียนกระโดดใช่ไหมครับ กระโดดนี่ เป็นภาคแสดงใช่ไหมครับ เป็นคำกริยา และทีนี้คำว่า "เชือก" เป็น "กรรม" นักเรียนเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม ถ้านักเรียนเข้าใจแล้วคุณครูจะผ่านนะครับ เหมือนที่คุณครูบอกนะครับ วันนี้... ตอนนี้ คือ เรากำลังทบทวน ในสิ่งที่เราเรียนไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ที่คุณครูให้นักเรียนแต่งประโยคจากภาพที่... ที่ให้ไปแล้วนักเรียนก็ส่งงานคุณครู ก็ถือว่านักเรียนแต่งประโยคได้ดีทีเดียว ก็ชื่นชม ชื่นชมทุกคนเลย ที่เขียนส่งคุณครูได้... ได้ดีมาก ๆ เลย ใช้ภาษาอย่างสละสลวยได้ดีนะครับ ถึงแม้บางทีมันอาจจะสลับกันบ้าง แต่ว่าก็ให้อภัยกันได้ แล้วค่อยมาเรียนรู้กันทีหลัง ว่าคำไหนควรจะอยู่ตรงอย่างนี้นะครับ โอเค ประธาน ประธานจะประกอบไปด้วยคน สัตว์ สิ่งของ ก็คือคำนามนั่นเอง คน ก็คือ... ก็คือน้อง พ่อ ย่า พี่ น้อง ครู นักเรียนอย่างนี้นะครับ คน สัตว์ ก็คือหมู หมา กา ไก่ ช้าง ม้า วัว ควาย ส่วนสิ่งของก็จะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ หน้าต่างอะไรอย่างนี้ครับ ที่... ที่บอก... บ่งบอกว่าเป็นสิ่งของ ทีนี้คำกริยาคืออะไร คำกริยา ก็คือคำที่แสดงอาการนะครับ แสดงอาการว่ากำลังทำอะไรอยู่ หมายถึงว่าคำนามกำลังทำอะไรอยู่ อย่างเช่น ฟัง ฟัง กำลังวิ่งอยู่ วิ่ง ๆ ๆ อ่านอย่างนี้ครับ ก็คือเป็นคำกริยา อย่างเช่น น้องกินข้าวที่โรงอาหาร ที่คุณครูบอกไปเมื่อประโยคที่ผ่านมา ก็คือคำว่า "กิน" กิน ก็คือคำกริยา โอเค ส่วนกรรมนะครับ กรรมนี่ ก็จะเป็นคน สัตว์ สิ่งของเหมือนกัน อย่างเช่น เมื่อกี้ที่ครูยกตัวอย่าง คำว่า "น้องกระโดดเชือก" น้องกระโดดเชือกน้องเป็นประธาน กระโดดเป็นกริยา เชือกเป็นกรรม เชือกก็เป็นสิ่งของเหมือนกันนะครับ เป็นสิ่งของ นักเรียนพอจะเข้าใจที่คุณครูบอกไหมครับ ว่าประธาน กริยา กรรม นักเรียนเข้าใจไหม เข้าใจคำว่า "ประธาน" เข้าใจคำว่า "กริยา" เข้าใจ "กรรม" ไหมครับ นักเรียนสามารถบอกคุณครูได้ไหม ว่าประธานคืออะไร ใครสามารถบอกคุณครูได้ว่าประธานคืออะไร ใครสามารถบอกคุณครูได้ว่าประธานคืออะไร เชิญ ๆ ๆ เชิญน้องเจ็ตมาพูดให้เพื่อนหน้าชั้นฟัง เร็ว เชิญครับ หันไปแบบนี้ ตรงนี้ ประธานคืออะไรครับ (ล่าม) ก็คือคน น้อง หรือเด็ก ๆ ค่ะ (คุณครูจักรพงศ์) โอเค ถ้าอย่างนั้นน้องเจ็ตอธิบายให้ฟังอีกทีหนึ่ง โอเค น้องเจ็ตเริ่ม... เริ่มเข้าใจมาแล้ว ประธาน ก็คือ... คืออะไรครับ อธิบายให้เพื่อนฟัง หันหน้าไปหาเพื่อนเลย โอเค ไหนมีใคร... มีใครที่จะบอกได้ไหม ว่าประธานคืออะไรอีก ได้ไหมพี่บีมได้ไหม ประธานคืออะไร บอกเพื่อน ๆ ได้ไหมครับ บอกได้ไหม ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนมีส่วนร่วมแล้วนะ เชิญ... เชิญพี่บีมก่อนครับ มี... มีใครบอกได้ไหม ได้ไหม ความหมายของประธานน่ะคืออะไร มีใครบอกได้ไหมครับ คุณครูอธิบายไปแล้วนะ ครั้งที่แล้วก็อธิบายไปแล้ว และนักเรียนก็ทำได้ด้วย ทีนี้คุณครูจะถามทบทวนกันอีกว่าประธานคืออะไร นักเรียน... นักเรียนรู้แหละ แต่นักเรียนไม่มั่นใจที่จะพูดคุณครูรู้ ทีนี้เดี๋ยวคุณครูจะพูดให้... ให้ตั้งแต่เริ่มต้นมา ที่เราเริ่มเรียนประโยคกันมาเลย นักเรียนดูพี่ล่ามดี ๆ นะ พี่ล่ามจะอธิบายให้นักเรียนอย่างละเอียดเลยทีนี้ คุณครูจะอธิบายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ตรงนี้ ว่าประโยคมันจะประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง ภาคประธาน ภาคประธานและภาคแสดง ส่วนภาคประธานจะอยู่ข้างหน้า จะอยู่ข้างหน้านะครับ ภาคประธานจะเป็นคำนาม คือ คน กล่าวถึงคน กล่าวถึงสัตว์ กล่าวถึงสิ่งของต่าง ๆ นะครับ ส่วนภาคแสดง ส่วนภาคแสดง จะประกอบไปด้วยคำกริยาและก็กรรม ก็คือจะบอกว่า... กริยา ก็คือเป็นการแสดงอาการนะครับ ว่าทำอะไรอยู่ อย่างเช่น กิน นอน อ่าน ฟัง วิ่ง เดิน ส่วนกรรม ส่วนกรรมนั้น ก็คือเป็นคำนามเหมือนกัน เป็นคำนามเหมือนกัน ก็คือเป็นคำที่กล่าวถึงคน สัตว์ สิ่งของ เหมือนกัน อย่างเช่น คุณครูยกตัวอย่าง ฉันกินข้าว อันนี้ครบ ครบองค์ประกอบเลยนะครับ ฉันเป็นประธาน กินเป็นกริยา เป็นกริยา ข้าวเป็นกรรม เข้าใจหรือยังครับ เข้าใจหรือยังครับ จะให้คุณครูยกตัวอย่างอีกไหม ยก... ยกตัวอย่างเพิ่มอีกไหมครับ ยกตัวอย่างเพิ่มอีกไหม อย่างเช่น ฉันไปโรงเรียน ฉันเป็นประธาน ไป คือ กริยา โรงเรียน ก็คือกรรม จะประกอบไปด้วยแบบนี้ครับ ส่วน... ส่วนประกอบของเขา ประโยคก็จะประกอบไปด้วยลักษณะอย่างนี้ นักเรียนเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม เข้าใจนะ โอเค เดี๋ยวคุณครู... พอนักเรียนเข้าใจเรียบร้อยแล้วนะครับ คุณครูจะให้นักเรียนแบ่งกลุ่มนะ คุณครูจะให้... คุณครูจะแบ่งกลุ่มให้นักเรียนเป็น 2 กลุ่ม แบ่งให้นักเรียนเป็น 2 กลุ่ม แล้วจะให้นักเรียนออกมาเขียนหน้ากระดาน ช่วยกันนะครับ แต่ล่ะกลุ่ม ว่าใครจะสามารถแต่งประโยคได้เยอะกว่ากัน และถูกต้องด้วยนะ และต้องถูกต้องตามโครงสร้างของประโยคด้วยนะ คือ ภาคประธาน ภาคแสดง ถึงแม้บางทีภาคแสดงอาจจะไม่ครบ ว่ามีกรรม มีกริยา แล้วก็มีกรรม แต่อย่างน้อยให้มีกริยาว่าทำอะไรแค่นั้น กรรมอาจจะไม่มีก็ได้ นี่เห็นไหมครับ คุณครูอธิบายไปแล้ว ว่าส่วนประกอบของประโยคนี่ บางทีมันจะประกอบด้วยประธานแล้วก็กริยาแค่นั้น มันจะไม่มีกรรม อย่างเช่น ฉันกำลังนอน ประโยคบอกว่าฉันกำลังนอน ฉันก็เป็นประธาน กำลังนอน ก็คือภาคแสดงเป็นคำกริยา ทีนี้ส่วนประกอบของประโยคก็จะมีอยู่ 2 แบบ ก็จะประกอบไปด้วยประธาน กริยา แล้วก็ประธาน กริยา แล้วก็กรรม อันนี้คือครบองค์ประกอบ อย่างเช่น ครูยกตัวอย่างคำว่า "ฉันกินข้าว" ฉันเป็นประธาน กินเป็นกริยา ข้าว ก็คือกรรม ทีนี้นะครับ นักเรียนเห็นไหมประโยคที่คุณครูให้นักเรียนมา ก็คือมานีหัวเราะ ประกอบไปด้วยมานีเป็นประธาน หัวเราะเป็นกริยา มานีนี่ ก็คือชื่อ ชื่อคนนะครับ ชื่อคน ก็คือคุณครูเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าประธานก็จะเป็นคำนาม ที่เอามา... ที่นำมา ที่นำมาหมายถึงว่าคำนามถึง คน สัตว์ สิ่งของใช่ไหมครับ กริยา ก็คือแสดงอาการ ก็คือหัวเราะ เดี๋ยวนะครับ ถ้าสมมติว่าคุณครูสอนไปแล้ว คุณครูมองไปหานักเรียน และนักเรียนไม่สนใจคุณครู จะให้นักเรียนออกมาอธิบาย หน้าชั้นเรียนให้เพื่อน ๆ ฟังนะ ทีนี้ให้เดินออกมาอธิบายเลย เพราะว่าทั้งพี่ล่ามและครูนี่ พยายามที่จะให้นักเรียนนี่ เข้าใจในการแต่งประโยค นักเรียนรู้ไหมว่าการเขียนประโยคที่ถูกต้อง ของนักเรียนหูหนวกนี่ มันสำคัญมาก ๆ เลยนะ สำคัญมาก ๆ เลย เพราะว่าถ้าสมมติว่านักเรียน ไปอยู่ในสังคมคนหูดีน่ะ แล้วนักเรียนคิดว่าคนหูดี เขาจะเข้าใจภาษามือนักเรียนไหม ไม่เข้าใจนะครับ ไม่เข้าใจเลย เพราะเขาไม่ได้เรียนภาษามือเหมือนเรา เราก็เช่นกัน เราก็ไม่ได้เข้าใจภาษาพูดของคนหูดี เพราะเราไม่ได้ยิน ทีนี้เราจะสื่อสารกับคนหูดีอย่างไร ก็คือการเขียน แล้วการเขียนก็ต้องถูกต้องด้วยนะครับ ถึงจะเข้าใจกัน ถ้าเขียนแล้วผิดพลาด แล้วเขาอ่านแล้วไม่เข้าใจ คนอ่านไม่เข้าใจนี่ มันก็จะผิดความหมายไปเลยนะครับ สมมติว่านักเรียนไปเขียนว่า... นักเรียนใช้คำว่า "กินข้าวฉัน" อย่างนี้ นักเรียนสลับคำกันน่ะ หมายถึงว่าเขาคนนั้นน่ะ กินข้าวของเรานะครับ แล้วเขาก็จะหาว่าเราไปว่าเขากินข้าวเรา ทั้ง ๆ ที่เราจะบอกว่าเราน่ะ กินข้าว เห็นไหม แค่คำสลับกันแค่นี้ มันก็ความหมายผิดเพี้ยนไปแล้ว นี่คือสิ่งที่สำคัญว่าทำไมนักเรียนถึงต้องเรียน การแต่งประโยคที่ถูกต้อง อันนี้คือความสำคัญของมัน ทีนี้ประโยคที่คุณครูให้มา ประกอบไปด้วยชื่อคน ก็คือมานีหัวเราะ นี่... นี่ก็คือหนึ่งประโยคแล้วนะครับ ประกอบไปด้วยภาคประธานและภาคแสดง ภาคแสดง ก็คือคำกริยา และก็จะมีกรรมตามหลังมา แต่อันนี้ไม่มีกรรม ก็ถือว่าเป็นประโยคได้เหมือนกัน ประกอบไปด้วยภาคประธานและภาคแสดง ต่อมาสุนัขเห่า ต่อมาสุนัขเห่านะครับ สุนัขเป็นสัตว์ ก็คือคำนาม ก็คือเห่า เห่านี่ เป็นคำกริยาสั้น ๆ ทีนี้มาดูประโยคที่มันประกอบเข้าไปด้วยเลย ก็คือประธาน กริยา และก็กรรม ข้าวหอมกินสับปะรด ข้าวหอม นี่คือชื่อคนนะครับ ข้าวหอมกิน กินนี่ เป็นกริยา สับปะรดนี่ คือ กรรม หลายคนอาจจะฟังไม่ทัน เดี๋ยวครูจะทบทวนอีก ว่าประธาน ก็คือเป็นคำนาม หมายถึง คน สัตว์ สิ่งของที่เรากล่าวถึง ข้าวหอมนี่ ชื่อคน เป็นประธาน ส่วนกริยา หมายถึงคำที่แสดงอาการ ของคำนาม ของประธานนี่ ว่าเขาทำอะไร ข้าวหอมนี่ กิน กิน ส่วนกรรม ก็คือเป็นคำนามเหมือนกัน ที่บ่งบอกว่า... ที่หมายถึงว่าประธานน่ะทำอะไร มีผลต่อกรรมตรงนี้ ก็คือสับปะรด สับปะรดถูกข้าวหอมกิน ก็คือเลยเป็นกรรม เข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจพอ... พอที่จะเข้าใจนิดหนึ่งไหม พอที่จะเข้าใจ คำว่า "หลักการแต่งประโยคไหม" ครับ ว่ามันจะประกอบไปด้วยประธาน กริยา และก็กรรม พอเข้าใจไหม มันยากครับ แต่มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ มันเป็นเรื่องที่นักเรียนจะต้องใช้ ในชีวิตประจำวันของนักเรียนเลย มันเป็นสิ่งที่... ไม่อยากเรียนหรอกภาษาไทย เป็นสิ่งที่วุ่นวาย เป็นสิ่งที่ทำให้ปวดหัว ไม่รู้... อะไรก็ไม่รู้ คำอะไรก็ไม่รู้ แต่มัน... นักเรียนจำไว้ ว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เลย ถ้านักเรียนเข้าใจแล้วน่ะ มันจะสามารถต่อยอดนักเรียนไปตลอดชีวิตเลย ถ้านักเรียนไม่เข้าใจตรงไหน นักเรียนยกมือถามคุณครู ถามพี่ล่ามได้เลย แล้วเราก็ค่อย ๆ ทำให้มันเข้าใจกันและกัน ว่านักเรียนไม่เข้าใจตรงไหน เพราะคุณครูพยายามอธิบายอย่างช้า ๆ แล้วก็อธิบายอย่างละเอียด โครตละเอียดให้นักเรียนเลย ทีนี้นะครับ นักเรียนเห็นภาพไหม นักเรียนเห็นภาพไหมครับ ว่าอันนี้คืออะไร ยีราฟใช่ไหมครับ ยีราฟใช่ไหม ยีราฟ อันนี้เป็นหมีแพนด้า หมีแพนด้า นักเรียนดูคำว่า "หมีแพนด้า" กับ "ยีราฟ" นี่ ทำอะไรอยู่บอกคุณครูได้ไหม หมีแพนด้ากำลังขี่หลังยีราฟอยู่ใช่ไหม กำลังเกาะอยู่ใช่ไหม ทีนี้นักเรียนช่วยกัน นักเรียนช่วยกันบอก ว่าหมีแพนด้ากับยีราฟนี่ทำอะไร บอก... บอกคุณครูนี่ ว่าหมีแพนด้ากับยีราฟกำลังทำอะไรอยู่ หมีแพนด้า ทีนี้แต่งประโยคง่าย ๆ เลย หมีแพนด้ากอดยีราฟแค่นี้ เกาะหลังยีราฟ นี่ก็คือประโยคแล้วครับ ก็คือประโยคสั้น ๆ ก็คือแพนด้ากอดยีราฟ แพนด้า คือ ประธาน กริยาเป็นกอด ส่วนยีราฟเป็นกรรม โอเค นักเรียนเริ่มเก่งขึ้นแล้ว ทีนี้นักเรียนเห็นภาพไหมครับ ประโยค ก็คือภานุเตะฟุตบอล ภานุ นี่คือชื่อคน ชื่อเด็กคนนี้นะ ภานุ นี่คือชื่อนะ ชื่อของเด็กคนนี้นะครับ เตะฟุตบอลเห็นไหม นี่คือประโยคหนึ่งแล้ว ภานุเป็นประธาน เตะเป็นกริยา ฟุตบอลเป็นกรรม ทีนี้ถ้าไม่มีประโยคตรงนี้ นักเรียนสามารถแต่งประโยค เพิ่มเติมอีกได้ไหมครับ แต่งเพิ่มเติมอีกได้ไหม นอกจากภานุเตะฟุตบอลมีอะไรอีกไหม ถ้าเรามองข้ามฟุตบอลไปภานุวิ่งอย่างนี้ ภานุวิ่งได้ไหมครับ ได้ไหม ได้ไหม ได้ ภานุ ก็คือประธาน วิ่ง ก็คือกริยา เห็นไหมครับ ก็คือเป็นประโยคเหมือนกัน ต่อไปประโยค... นักเรียนเห็นไหมครับ ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ แปรงฟันใช่ไหม ทีนี้เรามาตั้งชื่อให้เขา หรือว่าเราจะเรียกเขาว่าน้องหรือพี่ก็ได้ แต่คุณครูแต่งประโยคให้เป็นน้อง น้อง นี่คือคนนี้นะครับ น้องทำอะไร น้องแปรงฟัน น้องแปรงฟัน นั่นหมายถึง... นี่ก็เป็นประโยคแล้วนะครับ น้อง หมายถึง... น้องเป็นประธาน ส่วนแปรงฟัน หมายถึงว่าน้องทำอะไรอยู่ น้องแปรงฟัน นี่คือ 1 แล้ว โอเค อีกภาพหนึ่ง 2 คนนี้ครูตั้งชื่อให้เป็นมานีกับมานะ มานีและมานะอ่านหนังสือ มานีมานะเป็นประธาน คำนามหมายถึง 2 คนนี้ทำอะไรล่ะ ทำอะไร อ่าน อ่านอยู่ อ่าน ก็คือกำลังอ่านอยู่ อ่านอะไร อ่านหนังสือ หนังสือเป็นกรรม ทีนี้... ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียน ออกมาเขียนหน้ากระดานให้คุณครู ออกมาเขียนแต่ละคนเลย ไม่ ๆ คุณครูจะแบ่งกลุ่มนะ คุณครูจะแบ่ง... คุณครูจะแบ่งกลุ่ม นักเรียนนับ นับ 1 กับ 2 นับ 1 นับ 2 นับ 1 นับ 2 นับ 1 นับ 2 นับ 2 นับ 1 โอเค คนที่นับ 1 คนที่นับ 1 นะครับ คนที่นับ 1 มาอยู่ฝั่งนี้ มาอยู่ฝั่งนี้ คนที่นับ 1 มาอยู่ฝั่งนี้ครับ คนที่นับ 1 มาอยู่ฝั่งนี้ โอเค ส่วนคนที่นับ 2 มาอยู่ฝั่งนี้นะครับ โอเค ทีนี้... ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนช่วยกัน ในกลุ่มของตัวเอง ช่วยกันในกลุ่มของตัวเอง ให้นักเรียนปรึกษากัน ว่าภาพที่นักเรียนเห็นอยู่ตรงนี้ สามารถเขียนเป็นประโยคง่าย ๆ ได้นี่ จะให้ออกมาแบ่ง... ออกมาเขียนหน้ากระดานให้คุณครู ให้คุณครูดู ว่าภาพที่นักเรียนเห็นนี่ มันสามารถแต่งประโยคได้ว่าอะไรบ้าง โอเคนะครับ ปรึกษากันได้ครับ นักเรียนปรึกษาคุยกันเลย คุยกันในกลุ่มตัวเองเลย ว่าภาพนี่ สามารถเขียนประโยคอะไรได้บ้าง คุยกันนะ นักเรียนคุยกันนะครับ โอเคนะครับ นักเรียนดูคุณครูนะ ดูก่อน ดูก่อน ทีนี้คุณครูเดินไปดูเมื่อกี้ นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้แล้ว ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนออกมาเขียน ตัวแทนของกลุ่มนะครับ ตัวแทนของกลุ่มนะครับ ออกมาเขียนหน้ากระดาน ครูแบ่งกลุ่มให้แล้วกลุ่ม 1 กลุ่ม 2 ออกมาเขียนว่าภาพที่ 1 นักเรียนแต่งประโยคว่าอะไร แล้วทีนี้เดี๋ยวเราจะมาดูกัน ว่านักเรียนแต่งประโยคถูกต้อง ตามโครงสร้างประโยคไหม โอเค เชิญ... เชิญกลุ่มที่นับ 1 ครับ เชิญกลุ่มที่นับ 1 ครับ เชิญกลุ่มที่นับ 1 ครับ ออกมาเขียน เป็นตัวแทนนะครับ ตัวแทนออกมาเขียน กลุ่ม 2 เชิญเลยครับ เชิญเลยครับ โอเค โอเค ทีนี้นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่าม เดี๋ยวคุณครูจะบอก ว่านักเรียนเขียนถูกหรือผิดนะครับ กลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1 บอกว่าลุงทำนาข้าว ทีนี้คุณครูจะมาบอก ว่านักเรียนเขียนถูกหรือเขียนผิด คำว่า "ลุง" โอเค ตามภาพเลย นักเรียนแทนคนนี้ว่าเป็นลุง หมายถึงเป็นคำนาม ข้างหน้าหมายถึงประธาน ถูกต้องครับ ทำอะไร ทำนาข้าว นี่คือเป็นภาคแสดงทั้งหมด ทำนาข้าวเป็นกรรม โอเค กลุ่มที่ 1 ถือว่าถูกครับ ปรบมือให้ตัวเองหน่อย โอเคถูกนะ กลุ่มที่ 2 เขียนบอกว่าพ่อไปเกี่ยวข้าว ประธาน คือ.... คือใคร พ่อ เก่งมาก ทำอะไร ไปเกี่ยวข้าว โอเค พ่อเป็นประธาน ไปเป็นกริยา เกี่ยวข้าว ไปเกี่ยว นี่คือเป็นกริยา ข้าว นี่คือเป็นกรรม ครบส่วนประกอบของประโยคทั้ง 2 กลุ่มเลยครับ ปรบมือให้ทุกคนด้วยเก่งมาก ทีนี้ภาพต่อไป ภาพต่อไป ทีนี้ทุกคนคุยกันเลยครับ แต่ละกลุ่มคุยกันเลย ช่วยกันแต่งประโยค คุยกันก่อนนะครับ ตกลงกันก่อนนะ ถ้าเสร็จแล้วเชิญครับ เชิญออกมาเขียนได้เลย ตัวแทนออกมาเขียนได้เลย นักเรียนจำไว้นะครับ ว่าประโยคจะประกอบไปด้วย จะประกอบไปด้วยภาคประธานและภาคแสดง ก็คือในภาพตรงนี้คือข้าวโพดใช่ไหมครับ คือ ข้าวโพดนะ ทีนี้ให้นักเรียนแต่งประโยคจากภาพ นักเรียนเห็นข้าวโพดนี่ นักเรียนจะต้องมีประธาน และก็มีกริยา และก็ต้องมีกรรมบวกไปด้วย นักเรียนพอจะเข้าใจใช่ไหม พอจะเข้าใจใช่ไหม นักเรียนคุยกันก่อน นักเรียนคุยกันก่อนที่จะออกมาเขียนประโยคนะครับ โอเคนะครับ กลุ่มที่ 1 นะครับ เมื่อเห็นภาพข้าวโพดแล้วนะครับ เขียนประโยคได้ว่าน้องต้มข้าวโพด น้องต้มข้าวโพด ก็คือประธาน ก็คือน้องใช่ไหมครับ ประธาน ประธาน ก็คือน้องนะ ต้ม ก็คือเป็นคำกริยา ส่วนข้าวโพด ก็คือเป็นกรรม โอเค เก่งมากครับ กลุ่มที่ 2 แต่งประโยคว่าน้องกินข้าวโพด โอเค ประธาน ก็คือน้อง กิน ก็คือกริยา ข้าวโพด ก็คือกรรม โอเค ถูกต้องทั้ง 2 กลุ่มเลยครับ ปรบมือ มาดูภาพถัดไป ภาพถัดไป ทีนี้ใครกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนนะ โอเคเรามาดูประโยคกันนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ คุณครูจะอธิบายไปนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ กลุ่มที่ 1 นะครับ บอกว่าน้องไปเล่นที่จักรยาน น้องไปเล่นที่จักรยาน ประธาน ก็คือน้องนะครับ ประธาน ก็คือน้อง ไปเล่นที่ นี่คือเป็นกริยา จักรยาน นี่คือกรรม โอเคถูกต้องครับ ส่วนกลุ่มที่ 2 บอกว่าเพื่อนไปเล่นจักรยาน เพื่อนไปเล่นจักรยาน เอ๊ะ ทำไม 2 กลุ่มนี้ แต่งประโยคคล้าย ๆ กันเลย แต่นักเรียนรู้ไหมว่าความหมายมันต่างกัน ประโยคถ้าเรามองดี ๆ น่ะ แค่คำว่า "น้อง" กับคำว่า "เพื่อน" แค่นั้นที่มันไม่เหมือนกันใช่ไหมครับ ทั้ง 2 กลุ่มแต่งประโยคคล้าย ๆ กัน แต่ความหมายไม่เหมือนกันนะ กลุ่ม 2 บอกว่าเพื่อนไปเล่นจักรยาน เพื่อนไปเล่นจักรยาน ก็คือไปเล่นจักรยานโดยตรงเลย แต่กลุ่มที่ 1 บอกว่าน้องไปเล่นที่จักรยาน ก็จักรยานโดยตรงเลย แต่ไม่ได้หมาย... แต่ความหมายของคำว่า "ที่จักรยาน" ไม่ได้หมายถึงแค่จักรยานอย่างเดียว แต่หมายถึงว่าบริเวณรอบ ๆ ด้วย คำว่า "ที่" ตรงนี้นะครับ ที่มาเสริม นี่เห็นไหมแค่คำเดียวนะครับ ความหมายทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมดเลย ถือว่าทั้ง 2 กลุ่มแต่งประโยค ทั้ง 3 ประโยคได้ดีครับ คุณครูชื่นชมครับ ทีนี้ภาพต่อไป ภาพต่อไป เอ๊ะ เด็กคนนี้กำลังทำอะไรอยู่นะ ทีนี้จะต้องมีการอธิบายอย่างลึกซึ้งแล้ว เพราะว่าทั้ง 2 กลุ่มนะครับ เขียนออกมาใช้คำที่สลับกัน ใช้คำที่สลับกัน กลุ่มที่ 1 บอกว่าชายไปฝึกที่ว่ายน้ำ ซึ่งการเขียนเป็นการเขียนที่ไม่ถูกต้อง นักเรียนต้องเขียนว่าชายไปฝึก... อันนี้คือคำที่ถูกต้องนะครับ ชายไปฝึกว่ายน้ำนะครับ ชายนี่ ก็คือชื่อคนนะครับ ชื่อคน หมาย... เป็นประธานนะครับ ไปไหน ไปฝึกว่ายน้ำ โอเค เป็นภาคแสดง ถือว่าได้ครับ ถือว่าได้อยู่ ถือว่าเป็นการเขียนสื่อสารที่... อย่างน้อยถึงแม้ว่าคำมันจะสลับกัน แต่ความหมายไม่ได้ไปไหน โอเค นี่ถือว่าได้ แต่แค่ใช้คำที่ผิดแค่นั้นเองได้อยู่นะครับ กลุ่มที่ 2 บอกว่าน้องไปแข่งขันว่ายน้ำ ถือว่ากลุ่มนี้ใช้ภาษาได้ดีนะครับ กลุ่มนี้ใช้ภาษาได้ดี โอเค มีนักเรียนคนไหนที่จะไปเข้าห้องน้ำมีไหม มีไหมครับ มีไปเข้าห้องน้ำไหม โอเค เดี๋ยว ๆ คุณครูพักสัก 5 นาทีนะ โอเคครับผม โอเคนะครับ พร้อมหรือยัง พร้อมแล้วใช่ไหม ทีนี้เมื่อกี้เป็นการทบทวนไป เมื่อกี้เป็นการทบทวนในสิ่งที่เรียนไป ว่าประโยคแต่ละประโยคเป็นอย่างไร ทีนี้เราจะมี... เราจะมา... เราจะมาวิเคราะห์ ชนิดของประโยคกัน ก่อนอื่นเลยนะครับ เราจะมาดูว่าประโยคมันจะเป็นประโยคชนิดไหน ประโยคอันแรกนะครับ จะเป็นประโยคบอกเล่า ประโยคที่ 2 จะเป็นประโยคคำถาม ประโยคที่ 3 จะเป็นประโยคปฏิเสธ ประโยคที่ 4 จะเป็นประโยคขอร้อง ประโยคที่ 5 จะเป็นประโยคคำสั่ง ทีนี้เราจะมาดูกัน ว่าความหมายของแต่ละประโยคมันคืออะไร ประโยคบอกเล่านะครับ ประโยคบอกเล่า ก็คือประโยคที่มีใจความ บอกให้รู้ว่าใคร ทำอะไร อย่างไร เฉย ๆ แค่บอกนะครับ แค่บอกเฉย ๆ ว่าฉันกินข้าว ฉันไปโรงเรียน แค่บอกเฉย ๆ อย่างนี้นะครับ มาดูตัวอย่างกันนะครับ ตัวอย่างประโยคบอกเล่านะครับ ว่าลูกแกะกลัวหมาป่า แค่เขาบอกเฉย ๆ เขา... เขาไม่ได้บอก ว่าให้เราทำอะไร ที่ไหนใช่ไหมครับ แค่บอกว่าลูกแกะกลัวหมาป่าเฉย ๆ อันนี้ลูกแกะเถียงหมาป่า ต่อมาหมาป่าตะครุบลูกแกะ คือ บอกให้รู้เฉย ๆ นะครับ ไม่ได้ให้ทำอะไร นี่คือประโยคบอกเล่า ประโยคบอกเล่าธรรมดาเฉย ๆ นะครับ ต่อไปเป็นประโยคคำถาม ประโยคคำถาม ก็คือประโยคที่มีใจความซักถาม ถามเพื่อต้องการคำตอบ จะมีคำว่า "ใช่หรือไม่" นักเรียนจำคำนี้ไว้นะ นักเรียนจำคำพวกนี้ไว้นะ ถ้านักเรียนเห็นคำพวกนี้เมื่อไร ให้นักเรียนรู้ได้เลย ว่าเป็นประโยคคำถาม จำไว้เลยว่าคำพวกนี้ใช่หรือไม่ ใคร อะไร ที่ไหน ทำไม อย่างไร จะอยู่ในประโยคที่เป็นประโยคคำถาม ตัวอย่างเช่นนะ ตัวอย่างเช่น บ้านของมดดำทำจากใบไม้ใช่หรือไม่ นักเรียนเห็นไหมนี่ ถ้ามีคำนี้เมื่อไรเป็นประโยคคำถามทันทีเลย ประโยคที่ 2 ใครสร้างโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็คือพูดง่าย ๆ ว่าใครสร้างโรงเรียน ส่วนตรงนี้เป็นชื่อโรงเรียน ใครเป็นคนสร้างโรงเรียน นี่คือประโยคคำถาม อันที่ 3 ประโยคที่ 3 นักเรียนสามารถปฏิบัติตนเป็นคนดีได้อย่างไร นักเรียนจำคำที่คุณครูบอกได้ไหม ว่าถ้ามีคำว่า "ใช่หรือไม่" "ใคร", "อย่างไร" พวกนี้มันจะเป็นประโยคคำถาม ทีนี้ประโยคคำถามตัวอย่างอีกนะ บ้านของนักเรียนอยู่ที่ไหน เห็นไหมที่ไหนอีกแล้ว มีคำว่า "ที่ไหน" เป็นประโยคคำถาม ที่ 2 ต่อมา ทำไมคนและสัตว์ต้องมีบ้าน เห็นไหมครับ มีคำว่า "ทำไม" จะเป็นประโยคคำถาม ต่อมานะครับ ความเพียรพยายาม ช่วยให้เกิดความสำเร็จได้อย่างไร เห็นไหมมีคำพวกนี้ นี่คือประโยคคำถามทั้งหมดเลย ทีนี้มันจะมีใบงานให้นักเรียนทำนะ จะมีใบงานให้นักเรียนทำ ว่าคุณครูจะให้นักเรียนบอกชนิดของประโยค ว่าประโยคที่คุณครูยกตัวอย่างมาให้ แต่ละประโยคนี่ จะเป็นประโยคแบบไหน อย่างเช่น ประโยคบอกเล่าธรรมดา เป็นประโยคคำถามอย่างนี้ ให้นักเรียนเขียนว่าเป็นประโยคชนิดไหน เดี๋ยวจะมีใบงานใน... ในคาบต่อไป แต่ครั้งนี้เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนเรียนก่อน ต่อไปเป็นประโยคคำสั่งนะครับ ประโยคคำสั่งนะ ประโยคคำสั่ง ก็คือเป็นประโยคที่มีเนื้อหาบังคับ หรือสิ่งที่ให้ทำ จะชอบมีคำว่า "จง", "อย่า" "ห้าม", "ต้อง" อยู่ในประโยคด้วย จะมีคำพวกนี้อยู่ในประโยคด้วย นักเรียนเคยเห็นใบงาน ที่คุณครูให้นักเรียนทำไหมครับ มันจะมีคำชี้แจงใช่ไหม คำชี้แจงอยู่บน... อยู่บนใบงานมันจะเขียนว่าให้นักเรียน... ให้นักเรียนทำนู่นนี่นั่นอะไรก็ว่าไป และก็นักเรียนเห็น... เห็นป้ายข้างหน้าห้องไหม เห็นป้ายหน้าห้องไหม ไม่มี ไม่มีใครสังเกตเลยเหรอ คุณครูจะยกตัวอย่างอันไหนดี มาดูตัวอย่างกัน มาดูตัวอย่างประโยคคำสั่งกัน นี่อย่าวิ่งเล่นในห้องเรียน นี่เห็นไหม จะชอบมีคำว่า "อย่า" ประโยคที่ 2 จงแปรงฟันก่อนนอน มีคำว่า "จง" เห็นไหมครับ ก็คือเป็นคำสั่งบอกว่าให้แปรงฟันก่อนนอน ต่อมานะครับ ห้ามส่งเสียงดังในห้องสมุด ห้ามส่งเสียงดังในห้องสมุดเป็นคำสั่ง อย่างรุนแรงห้ามนะ ถ้าใครส่งเสียงดังในห้องสมุดจะถูกทำโทษ ผิดกฎของห้องสมุดเขา เพราะว่าคนอื่นเขาอ่านหนังสืออยู่นะครับ ก็คือเป็นคำสั่งเลยห้ามนะ ต่อมาต้องช่วยกันรักษาความสะอาดห้องสุขา ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดห้องสุขา ก็คือเป็นคำสั่งว่านักเรียนทุกคนน่ะ ต้องช่วยกันนะ ต้องช่วยกันทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องส้วม ให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา ต้องช่วยกันนะอะไรอย่างนี้ นี่คือคำสั่งนะครับ ทีนี้มาดูประโยคขอร้อง ประโยคขอร้องนะครับ ประโยคขอร้อง ก็คือประโยคที่มีเนื้อความขอความช่วยเหลือ เชิญชวนให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะมีคำว่า "กรุณา", "โปรด" "ช่วย", "วาน" อยู่หน้าประโยคเสมอ เมื่อกี้คุณครูพูดถึงป้ายหน้าห้อง นักเรียนเห็นป้ายหน้าห้องอีกป้ายไหม ที่บอกว่ากรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องเรียน มีไหม มีไหม เคยเห็นไหม นี่คือประโยคขอร้อง จะมีคำว่า "กรุณา" และมีคำว่า "โปรด" นักเรียนเคยเห็นประโยคที่มีคำว่า "โปรด" ไหม เดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่างให้ประโยคขอร้อง ประโยคที่ 1 กรุณาใช้น้ำอย่างประหยัด เป็นประโยคขอร้องใช่ไหม ว่าให้ใช้น้ำอย่างประหยัดหน่อยอย่างนี้ใช่ไหมครับ ประโยคที่ 2 โปรดรักษาความสะอาด ก็คือขอร้องล่ะ ให้รักษาความสะอาดช่วยกันหน่อย ก็คือขอร้อง อันที่ 3 โปรดทิ้งขยะลงในถังขยะ ก็คือได้โปรดเถอะ ทิ้งขยะน่ะ ให้ลงถังขยะนะ ห้ามทิ้งเกลื่อนกลาดนะ มันจะสกปรก นี่คือประโยคขอร้อง และก็ต่อมานะครับ ช่วยปิดไฟทุกครั้งหลังออกจากห้อง จะเห็นป้ายของทุกห้องเลยจะต้องติดไว้ ว่าให้ปิดไฟ ปิดพัดลม ตรวจสอบไฟทุกครั้งก่อนออกจากห้อง ก็คือให้ช่วยกัน ขอร้องล่ะ ให้ช่วยกันล่ะ ทุกคนให้ช่วยกันนะ ว่าก่อนออกจากห้องนี่ ให้ปิดไฟ ปิดพัดลม ปิดหน้าต่าง ช่วยตรวจสอบดู เช็กดูห้องเรียน ว่ามีความสะอาดเรียบร้อยดีหรือเปล่า ก่อนออกจากห้องเรียนนะครับ ช่วยกันนะ นี่คือเป็นการขอร้อง ทีนี้อันนี้เป็นประโยคปฏิเสธนะครับ เป็นประโยคปฏิเสธ ก็คือเป็นประโยคที่มีใจความไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับจะชอบมีคำว่า "ไม่", "มิได้" "ไม่ได้", "มิใช่", "ไม่ใช่" อยู่ในประโยคอยู่เสมอ ถ้าเห็นคำพวกนี้ จะเป็นประโยคปฏิเสธเสมอนะครับ ตัวอย่างเช่น ฉันไม่รู้จักพ่อของฉัน ก็คือตัวฉันเองนี่ ไม่รู้จักพ่อของฉันเลย นี่คือปฏิเสธนะ ก็คือไม่รู้จัก คือ การปฏิเสธ ไม่รู้จักนะครับ คือ การปฏิเสธ ต่อมาข้าพเจ้ามิได้ทำน้ำในลำธารขุ่น ก็คือฉันนี่ ไม่ได้ทำน้ำในลำธารขุ่นนะ คำว่า "มิได้" ก็คือไม่ได้นั่นแหละ แต่มันเป็นคำที่สุภาพขึ้นมานิดหนึ่ง คำพวกนี้ ก็คือประโยคปฏิเสธ ต่อมานะครับ ผมไม่ชอบอากาศร้อน ไม่ชอบอากาศร้อน ก็คือปฏิเสธอากาศร้อนไปเลยว่าไม่ชอบ ต่อมานะครับ ฉันมิใช่คนนิสัยพาลอย่างหมาป่า ก็คือมีคำว่า "ไม่ใช่" หรือ "มิใช่" นี่ก็คือเป็นประโยคปฏิเสธไปแล้ว โอเคนะครับ นักเรียนพอจะเข้าใจไหม พอจะเข้าใจชนิดของประโยคไหมครับ เดี๋ยวครั้งต่อไปนะ เดี๋ยวครั้งต่อไป คุณครูก็จะให้ใบงานนักเรียนอย่างนี้แหละ คุณครูจะให้นักเรียนดู คุณครูจะให้เป็นลักษณะ คือ เป็นคำ เป็นประโยคมาแบบนี้ แล้วให้นักเรียนตอบคำถาม ว่าเป็นประโยคชนิดไหน ก็คือมันจะมีประโยคอยู่ทั้งหมด 5 ชนิด ที่คุณครูเคยสอนนักเรียนไปแล้ว นี่ครับ ก็จะมีประโยคบอกเล่า ประโยคคำถาม ประโยคปฏิเสธ ประโยคขอร้อง และประโยคคำสั่ง ให้นักเรียนสังเกตคำที่มันอยู่ในประโยคนั่นแหละ แล้วให้นักเรียนบอกคุณครู ตอบคำถามคุณครู ว่าประโยคที่คุณครูให้มาน่ะ เป็นประโยคชนิดไหน มันจะมีอยู่ 5 ชนิดประโยคที่คุณครูเอามาให้ เข้าใจไหมครับ ถ้าเข้าใจแล้วอย่างไรทบทวนกันก่อนไหม ว่าประโยคคืออะไร พอจะเข้าใจไหมเวลาที่คุณครูสอนไป วันนี้คุณครูพูดยาว ๆ เลย 2 ชั่วโมง เกี่ยวกับเรื่องประโยคนี่ พอจะเข้าใจไหม อยากจะเพิ่มเติมเรียนเพิ่มเติม เกี่ยวกับประโยคเพิ่มเติมอีกไหมในคาบต่อไป อยากเพิ่มเติมไหม อยากจะฝึกการแต่งประโยคเพิ่มเติมอีกไหม อยากฝึกไหมครับ ถ้าอยากฝึกเดี๋ยวคุณครู... เดี๋ยวคุณครูก็จะหาเนื้อหาที่มันเพิ่มขึ้น มาให้นักเรียนฝึกในการเขียนประโยคให้มากขึ้น นักเรียนจะได้เข้าใจ ในการเขียนประโยคที่ถูกต้อง ว่ามันควรที่จะนำคำไหนมาเรียงกันให้มันถูกต้อง โอเค เดี๋ยวให้นักเรียนเตรียมตัว เรียนคาบต่อไปได้เลยครับ สำหรับวันนี้ก็ถ้ายังไม่เข้าใจหัวข้อไหน ถ้ายัง... ถ้ายังสงสัยอยู่ หรือถ้าอยากจะถามเกี่ยวกับการเขียนประโยค หรือนักเรียนอยากจะเขียนไดอารี อยากจะเขียนสมุดบันทึก อยากจะเขียนวิชาต่าง ๆ ตอบคำถามในวิชาต่าง ๆ อย่างนี้ อย่างเช่น วิชาสังคม อาจจะเขียนในลักษณะการบรรยาย ถ้านักเรียนสงสัย... ถ้านักเรียนสงสัยในการ... ในการเขียนคำ ที่มันอาจจะผิดเพี้ยน นักเรียนสามารถถามคุณครูได้เลย เดี๋ยวคุณครูจะให้ตัวแทน ให้เพื่อนออกมาเล่าสรุปให้ฟังนะครับ ว่าวันนี้คุณครูสอนเรื่องอะไรบ้างนะครับ ให้นักเรียนเล่านะครับ ว่าวันนี้คุณครูสอนเรื่องอะไรบ้าง นักเรียนได้ความรู้นำไปใช้อย่างไร ให้เพื่อนได้... ได้ดูนะครับ โอเคไหม เล่าให้เพื่อน ๆ ฟังเลย หันหน้าไปหาเพื่อน ๆ เลย ไม่เป็นอะไร หันหน้าไปหาเพื่อน ๆ หันหน้าไปหาเพื่อน ๆ โอเค มีใครอยากจะเล่าอะไรให้เพื่อน ๆ ฟังอีกไหม มีไหมครับ มีไหมครับ เชิญ เชิญน้องบีมหน้าห้องครับ เชิญครับ เชิญ... เชิญน้องไปนั่ง โอเค ไม่ต้องอายครับ หันหน้าไปหาเพื่อน ๆ เลย ยืน... ยืนตรงนี้หันหน้าไปหาเพื่อน ๆ เลย ไม่ต้องอายกล้าแสดงออก โอเค เอาใหม่ครับ เพื่อนบอกให้เอาใหม่ เพื่อนบอกให้เอาใหม่ เอาใหม่ เชิญ เอาใหม่ เอาใหม่ครับ เชิญก่อน อย่าอาย นี่ ๆ ๆ มายืนตรงนี้ ยืนตรงนี้ หันหน้า... หันหน้าหาเพื่อน โอเค แนะนำตัวก่อน แนะนำตัว ทีนี้ดูนะ ดูพี่ล่ามนะ คุณครูจะพูดให้ฟัง ว่าทำไมคุณครูถึงเชิญหนูออกมาข้างหน้า นี่เป็นการทำโทษนะ เพราะหนูคุยกันระหว่างที่คุณครูสอน พี่ล่ามอยู่หน้าจอ หนูไม่ได้มองพี่ล่ามเลย แล้วหนูก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณครูพูดอะไร หนูไม่ได้ยิน แต่สิ่งที่หนูจะต้องดู ก็คือหนูต้องดูว่าพี่ล่ามใช้ภาษามือสื่อสารกับหนูน่ะ แปลงจากคำพูดของคุณครูน่ะ มันคืออะไร ทีนี้หนูก็เลยบอกว่าหนูไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เห็นไหม สุดท้าย นี่คือบทลงโทษของคนที่ไม่ได้ดูเลย ไม่ได้เรียนกับคุณครูว่ามันคืออะไร แล้วทีนี้ต่อไปนี่ การเขียนหนังสือของหนูมันจะ... มันจะทำให้หนูเขียนได้ไหม ถ้าหนูไม่ตั้งใจเรียน โอเค ถือว่าถ้าสมมติว่ามีครั้งหน้านะครับ เป็นข้อตกลงกันเลย ว่าถ้าสมมติว่าครูสอนอยู่แล้วนักเรียนคุยกัน คุณครูจะให้ออกมาสอนแทนคุณครูหน้าชั้นเรียนเลย ทีนี้นักเรียนจะได้ตั้งใจฟังตั้งใจดูพี่ล่ามด้วย เพราะคุณครูก็เหนื่อย พี่ล่ามเหนื่อย ก็เหนื่อยที่ต้องใช้ภาษามือให้เข้าใจ ให้นักเรียนเข้าใจให้ได้ โอเคครับ ไป ไปนั่ง โอเคครับ หมดเวลาสำหรับวันนี้แล้ว ก็ขอให้นักเรียนทบทวนด้วยนะครับ อย่าลืมทบทวน ถ้าไม่เข้าใจอย่างไรก็ให้ถามคุณครูนะ โอเคไปเรียนคาบต่อไปได้ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ ขอบคุณครับ ครับ ขอบคุณครับ