(คุณครูจักรพงศ์) ครับ สวัสดีครับ สวัสดีพี่ล่ามนะครับ สวัสดีนักเรียนชั้น ม.5/2 นะครับ อันดับแรกนะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ เดี๋ยวพี่ล่ามจะอธิบายภาษามือให้นักเรียนฟังนะ โอเคนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คาบที่ผ่านมานะครับ เราก็ได้เรียน ในเรื่องของการเขียนประโยค การเขียนประโยคแบบง่าย ๆ แล้วนะครับ ทีนี้เรา... เราจะมาทบทวนกันดูนะครับ ว่าประโยคที่คุณครูสอนไปนะครับ มันหมายถึงอะไร แล้วก็มันจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง นะครับ ประโยคนะครับ ก็คือคำ 2 คำขึ้นไป ที่นำมาเรียงต่อกันนะครับ แสดงให้รู้นะครับ ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร นักเรียน... นักเรียนเคย... เคยเห็นคุณครูอธิบายตรงนี้ไปแล้ว นักเรียนเข้าใจไหมครับ ว่าโครงสร้างของประโยคนี่ มันจะประกอบไปด้วย... จากที่คุณครูเคย... เคยบอกนักเรียนใช่ไหมครับ ว่าประโยคนี่ จะประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง จำได้ไหมครับ จำได้ไหม ภาคประธานและภาคแสดง แล้วทีนี้ภาคประธาน จะหมายถึง คน สัตว์ สิ่งของ ก็คือเป็นคำนาม ส่วนภาคแสดง ประกอบไปด้วยคำกริยาและเป็นกรรม ส่วนภาคแสดง จะมีแค่คำกริยาอย่างเดียวได้ไหม ได้ จะมีแค่กรรมอย่างเดียวไม่มีกริยาได้ไหม ไม่ได้ เรามาทบทวนกันก่อน ที่หมายถึงว่าประโยค หมายถึง คำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปที่นำมาเรียงต่อกัน แล้วจะกลายเป็นประโยค แค่มีคำว่า "ใคร" "ทำอะไร" แค่นี้ก็คือประโยคแล้ว อย่างเช่นคุณครูจะยกตัวอย่างคำว่า "ฉันกินข้าว" ใน... ในภาษามือจะเป็นลักษณะที่ใช้... ฉัน ข้าว แล้วก็กินใช่ไหมครับ แต่จริง ๆ แล้วภาษาเขียนที่ถูกต้องน่ะ คือ ฉัน มาก่อนแล้วก็ตามมาด้วยคำว่า "กิน" แล้วก็ตามมาด้วยคำว่า "ข้าว" อันนี้คือวิธีเขียนที่ถูกต้อง จะประกอบไปด้วย ใคร ก็คือ ฉัน ทำอะไร กิน ทำอะไรล่ะ กินอะไรล่ะ กินข้าว ก็คือจะประกอบไปด้วยภาคประธาน ภาคประธาน ก็คือฉัน ภาคแสดง ก็คือกิน ข้าว ภาคแสดงตรงนี้จะมีอยู่ 2... 2 อย่าง ก็คือคำกริยา แล้วก็กรรม กินจะเป็นคำกริยา ส่วนข้าวก็จะเป็นกรรม เพราะว่าข้าวถูกฉันกินเข้าไป นี่เป็นโครงสร้างประโยคแบบง่าย ๆ ที่คุณครูเคยให้นักเรียนเขียนตามภาพ ที่นักเรียนเคย... เคยเรียนไปแล้ว ก็คือคุณครูจะให้รูปภาพรูปภาพหนึ่งใช่ไหมครับ และนักเรียนเขียนประโยคแบบง่าย ๆ นะ นักเรียนจำได้ไหม ทีนี้มี... มีใครสงสัยไหมครับ ว่าที่คุณครูให้คำว่า "ใคร" "ทำอะไร" "ที่ไหน" "อย่างไร" มานี่ มีคนไหนสงสัยไหมครับ ว่ามันคืออะไร ถ้านักเรียนสงสัยนักเรียนถามคุณครูเลย เพราะว่าต่อไป คุณครูจะไม่ให้นักเรียนนั่งดูนั่งฟังอยู่ตรงนี้นะ คุณครูจะให้นักเรียนออกมาเขียนข้างหน้านะครับ คุณครูจะให้นักเรียนออกมาเขียนข้างหน้า ถ้านักเรียนไม่เข้าใจให้นักเรียนถาม นักเรียนอย่าตอบเข้าใจค่ะ เข้าใจครับ โดยที่นักเรียนไม่รู้เรื่องเลย เข้าใจไหม เข้าใจ ถ้านักเรียนตอบเข้าใจ แล้วถ้าคุณครูบอกให้นักเรียน มาอธิบายให้เพื่อนฟังหน้าห้อง นักเรียนจะพูดได้ไหม จะเล่าได้ไหม ได้ไหมครับ นักเรียนเริ่มกดดัน นักเรียนเริ่มกดดันแล้ว เราจะเรียนแบบสบาย ๆ คือเราตกลงกันก่อน เราจะเรียนแบบสบาย ๆ เราจะไม่เครียด ถ้านักเรียนไม่เข้าใจให้นักเรียนถามคุณครู คุณครูใจดีมากเลยนะ คุณครูไม่เคยด่านักเรียนเลยนะ คุณครูใจดีมาก ๆ เลย ถ้าไม่เข้าใจให้ถาม พี่ล่าม พี่ล่ามสามารถ... พูดเป็นเสียงออกมาได้ไหมครับ อ๋อ เอาใหม่ครับ เอาใหม่อีกทีหนึ่ง ความหมายของประโยคนะครับ น้องอายแชร์ได้ไหม น้องอายแชร์ได้ไหม ทีนี้... ทีนี้คุณครูจะให้คุยกันแล้วนะ คุณครูจะให้คุยกัน คุณครูจะให้คุณครู... คุณครูจะให้นักเรียนคุยกันเอง ปรึกษากันเอง ว่านักเรียนจะเข้าใจอย่างไร ลองให้อุ๊บอิ๊บนะครับ อุ๊บอิ๊บถามอาย ว่าในสิ่งที่อุ๊บอิ๊บสงสัยน่ะ ใช่ไหม ทีนี้น้องอายบอกคุณครูว่าอุ๊บอิ๊บหมายถึงอะไร อุ๊บอิ๊บกำลังจะพูดอะไร จะสื่อสารอะไร ประโยค คือ คำ ใช่ ใช่ครับ ใช่ ก็จะประกอบไปด้วย... ประกอบไปด้วย ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แค่นี้แค่เรามีคำว่า... เราให้รู้ว่าประโยคนี่ จะประกอบไปด้วยใคร ใครก็คือประธาน ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร นี่คือภาคแสดงทั้งหมดเลย อย่างเช่น อุ๊บอิ๊บมาโรงเรียนอย่างนี้ อุ๊บอิ๊บเป็นใคร ก็คืออุ๊บอิ๊บ ทำอะไร ก็คือมาโรงเรียน ให้รู้ว่าประโยคมันจะประกอบไปด้วยภาคประธาน แล้วก็ภาคแสดงแค่นั้น ส่วนประโยคจะเป็นลักษณะอย่างไรน่ะ เอาไว้ก่อน เดี๋ยวคุณครูจะสอน แต่ตอนนี้เราทบทวนกันก่อน ว่าประโยคจะประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง ส่วนภาคแสดงน่ะ จะประกอบด้วยกริยาแล้วก็กรรม ส่วนจะมีแค่กริยาอย่างเดียวก็ได้ จะมีแค่กรรมอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องมีกริยาแล้วก็กรรม ถ้าจะต้องมีกรรมต้องมีกริยาด้วย แต่ถ้ามีกริยาอย่างเดียวก็ได้ ทีนี้นักเรียนดูนะครับ คุณครูให้ประโยคมาบอกว่านักเรียนกระโดด นักเรียนกระโดด ทีนี้ครูถามว่าใครล่ะ ใคร ก็คือนักเรียน นักเรียนเป็นประธาน นักเรียนเป็นประธาน ส่วนภาคแสดง กระโดด เป็นคำอะไร เป็นคำกริยา ก็คือมีแค่ประธานกับกริยาแค่นั้น ก็เป็นประโยคได้แล้วนะ ทีนี้เรามาแต่งประโยคเพิ่มเติมเข้าไปอีก ว่ากระโดดอะไรล่ะ กระโดดเชือก ประโยคมันก็คือนักเรียนกระโดดเชือก ประธาน ก็คือนักเรียน กริยา ก็คือกระโดด กรรม ก็คือเชือก ทีนี้ประโยคต่อมา คุณแม่เย็บผ้า ครูถามว่าใคร ใครทำอะไร คุณแม่ คุณแม่ เพราะฉะนั้น คุณแม่ ก็คือประธาน ทำอะไรล่ะ เย็บ เย็บเป็นคำกริยา เย็บอะไร เย็บผ้าเป็นกรรม นี่คือภาคแสดงทั้งหมด ประกอบเป็นประโยค รวมมาเป็นประโยค ยกตัวอย่างอีก 1 ประโยค พี่ใส่กางเกง ใครน่ะ พี่ พี่ เพราะฉะนั้น พี่เป็นประธาน ส่วนภาคแสดง ก็คือใส่กางเกง ทีนี้เรามาดูว่ากริยาคือคำไหน กริยา ก็คือคำที่แสดงอาการ แสดงอาการอย่างไร เช่น หัวเราะ วิ่ง เดิน ร้อง คือ แสดงอาการว่าทำอะไรอยู่น่ะ ก็คือให้ดูว่านั่นคือเป็นคำกริยา อย่างเช่น ตรงนี้พี่ทำอะไรอยู่ พี่ใส่... ใส่อะไร ใส่กางเกง กางเกงเป็นกรรม เพราะกางเกงโดนพี่ใส่ มันอาจจะเข้าใจยากนะครับ การเขียนประโยคน่ะ มันอาจจะเข้าใจยาก แต่มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลย ของคนหูหนวกทุกคน ที่ต้องไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ถ้าเขียนผิดสื่อสารผิด ความหมายทุกอย่างก็ผิด คุณครูถึงให้หลักการในการแต่งประโยค ให้ถูกต้องกับนักเรียน เพราะนักเรียน... รู้ไหมครับ ว่าถ้าวันหนึ่งนักเรียนจะต้องเรียนจบไปแหละ เรียนจบจากที่นี่ แล้วนักเรียนต้องไปทำงาน ทำงานแน่นอนนะครับ นักเรียนจะต้องไปอยู่ในสังคมของคนหูดีใช่ไหม แล้วถ้านักเรียนจะสื่อสารกับคนหูดีน่ะ นักเรียนคิดว่า นักเรียนจะสื่อสารกับเขารู้เรื่องไหมครับ ถ้านักเรียนไม่เขียน นักเรียนจะพูดภาษามือกับคนหูดีจะเข้าใจไหม ไม่เข้าใจเลย เพราะคนหูดีเขาไม่รู้เรื่องภาษามือ แล้วตัวนักเรียนเองก็ไม่ได้ได้ยินที่คนหูดีเขาพูด ต่างคนต่างสื่อสารไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้น จะสื่อสารกันให้เข้าใจได้ นักเรียนจะต้องเขียนคำให้มันถูกต้อง เขียนสื่อสารคำให้มันถูกต้อง เพราะถ้าเขียนผิด ความหมายทุกอย่างก็ผิด อย่างเช่น คุณครูจะยกตัวอย่างประโยคหนึ่ง ประโยคที่ว่า... ฉันกินข้าว คุณครูยกประโยคที่ว่า ฉันกินข้าว กับ กินข้าวฉัน นักเรียนคิดว่า... นักเรียนคิดว่าอันไหนถูกต้อง ประโยคไหนถูกต้อง หมายถึง ตัวฉันนี่ กินข้าวนี่ อันบนใช่ไหมครับ แต่ถ้านักเรียนบางคนน่ะ นักเรียนเขียนคำว่า... นักเรียนคนหูหนวกน่ะ ส่วนมากจะใช้... จะใช้คำที่มันสลับกันใช่ไหมครับ จะใช้คำที่มันสลับกัน จะเขียนว่ากินข้าวฉันนี่ ถ้าวันหนึ่งนักเรียนไปทำงานน่ะ ถ้าวันหนึ่งนักเรียนไปทำงาน แล้วนักเรียนเขียนสื่อสารผิด เป็นประโยคที่ 2 ว่ากินข้าวฉันน่ะ แล้วให้คนหูดีเขา... เขาอ่านน่ะ เขาจะเข้าใจผิดว่านักเรียนน่ะ เอาข้าวมาให้... มาให้หูดีน่ะ เป็นคนหูดีกินนะ ไม่ใช่ว่านักเรียนจะไปกินข้าวนะ เห็นไหมครับ แค่คำมันสลับกันความหมายมันก็เปลี่ยนแล้ว นี่คือความสำคัญว่าทำไมเราถึงต้องมาเรียน เรื่องการแต่งประโยคแบบนี้ เพราะมันเป็นเรื่องที่สำคัญกับนักเรียนทุกคน เป็นอย่างมากเลย ว่านักเรียนจะต้องเขียน เขียนอย่างไรให้มันถูกต้องตามโครงสร้าง ของการแต่งประโยคที่ถูกต้อง นักเรียนเข้าใจความสำคัญนี้แล้วใช่ไหมครับ นักเรียนครับนักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูจะพูดอันนี้ให้ฟัง แค่นักเรียนน่ะ คุณครูอธิบายอยู่แบบนี้ คุณครูไม่ได้ใช้ภาษามืออธิบายกับนักเรียน พี่ล่ามจะเป็นคนที่อธิบายภาษามือกับนักเรียน ถ้านักเรียนไม่มองพี่ล่ามอธิบายภาษามือ นักเรียนเผลอไปแค่ 1 วินาที 2 วินาที นักเรียนก็จะไม่เข้าใจ ในสิ่งที่คุณครูสอนเลยนะครับ เพราะนักเรียนไม่ได้ยิน แค่เมื่อกี้น่ะ คุณครูยกตัวอย่างน้องอุ๊บอิ๊บน่ะ ก้มหยิบสมุดใต้โต๊ะ อุ๊บอิ๊บเงยหน้าขึ้นมา อุ๊บอิ๊บไม่รู้เรื่องนะครับ คุณครูรู้เลยว่าอุ๊บอิ๊บฟังไม่รู้เรื่อง อุ๊บอิ๊บไม่รู้เรื่องเลยว่าคุณครูพูดอะไรใช่ไหม ใช่ เพราะฉะนั้น ในเมื่อคุณครูกำลังพูดอยู่ตรงนี้ ให้นักเรียนดูพี่ล่ามเลย คุณครูพยายามที่จะอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ ในสิ่งที่คุณครูสอน พี่ล่ามก็พยายามที่จะอธิบายภาษามือ ให้กับนักเรียนให้เข้าใจ ให้นักเรียนจ้องดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย เพราะพี่ล่ามจะเป็นคนที่ใช้ภาษามือพูดกับนักเรียน ถ้านักเรียนไม่เข้าใจนักเรียนยกมือขึ้นทันที คุณครูจะหยุดพูด แล้วให้นักเรียนออกมาถาม ทำไมถึงคุณครูถึงให้นักเรียนสนใจขนาดนี้ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่นักเรียนจะต้องไปใช้ ในชีวิตประจำวันของนักเรียน ในอนาคตจนวันตายเลย ถ้านักเรียนเขียนผิด ทุกอย่างก็จะผิดเพี้ยนไปหมด เอาล่ะครับ ทีนี้คุณครูจะมาพูดถึงประธาน ประธานคืออะไร ประธานเป็นคำนามครับ ประธานจะต้องเป็นคำนาม คำนาม ก็คือจะเป็นคนที่กล่าวถึงคน สัตว์ สิ่งของ คนก็หมายถึง พ่อ แม่ พี่ น้อง ต่าง ๆ ลุง ป้า น้า อา ต่าง ๆ ส่วนสัตว์ก็หมายถึง สัตว์ทุกชนิดเลย ที่มีชื่อของมันไม่ว่าจะเป็นเสือ สิงห์ กระทิง ทุกอย่างสุนัข แมวอย่างนี้ คือการกล่าวถึงสัตว์ เราสามารถนำมาเป็นประธานได้ ส่วนสิ่งของก็จะเป็นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ยางลบ ปากกา ต่าง ๆ นานา ที่เป็นสิ่งของได้ อาจจะเป็นหน้าต่างอย่างนี้ โต๊ะ เก้าอี้อย่างนี้ได้หมดครับ ทีนี้มาดูคำกริยา มาดูคำกริยา คำกริยา ก็คือคำที่แสดงอาการ คำที่แสดงอาการของคำนาม หรือประธานที่... ที่อยู่ข้างหน้า ใช่ คำกริยา ก็คือการกระทำ สิ่งที่กระทำออกมา เช่น ฟัง วิ่ง อ่าน เขียน หรือทำอะไร เดินอย่างนี้ หาวอย่างนี้ อ้าปากอย่างนี้ คือกำลังทำอะไรอยู่น่ะ นั่นคือเป็นคำกริยา ส่วนกรรม กรรม ก็คือสิ่งที่ประธาน ที่เป็นคำนามน่ะ ข้างหน้าน่ะ เป็นคนกระทำกรรมคำพวกนี้ อย่างเช่นครูยกตัวอย่างคำว่า "ฉันกินข้าว" ฉัน คือ ประธาน กิน คือ กริยา ข้าว คือ กรรม เพราะว่าข้าวน่ะ ถูกฉันกินเข้าไปเลยเป็นกรรม เขาเรียกว่า "กรรม" เข้าใจไหม เข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหม ครูยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง น้องเตะฟุตบอล น้องเป็นประธานใช่ไหมครับ ใช่ไหม น้องเป็นประธานใช่ไหม เตะ เตะ นี่คือเป็นการแสดงอาการใช่ไหมครับ เป็นคำกริยาใช่ไหม ฟุตบอลเป็นอะไร เป็นกรรม ฟุตบอลเป็นกรรม ฟุตบอลเป็นกรรมเห็นไหมครับ ฉัน... น้องเตะฟุตบอล ก็คือน้องเป็นประธาน เตะ ก็คือเป็นกริยา ฟุตบอล ก็คือเป็นกรรม ทีนี้คุณครูจะ... คุณครูเคยบอกนักเรียนไปแล้ว ว่าส่วนประกอบของประโยคน่ะ มันจะมีประธานกับกริยา แค่นี้ถือว่าเป็นประโยคได้ไหม เป็นได้ เป็นได้นะครับ อย่างเช่น ฉันกิน คำว่า "ฉันกิน" นี่ ก็คือเข้าใจแล้วว่ากิน โอเค ถ้าอย่างนั้นนักเรียนพัก... พักเข้าห้องน้ำก่อนนะ โอเคครับ โอเคพร้อมนะครับ ทีนี้เรา... เราช้ามากเลยนะนักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ห้องนี้เราช้ากว่าห้องที่แล้วนะ ห้องที่แล้วเขาเรียนไปจนจบแล้วนะ แต่ห้องนี้ยังเพิ่งอยู่ในส่วนประกอบของประโยค ทบทวนไม่เสร็จเลยจะหมดเวลาแล้วนี่ ส่วนประกอบของประโยคนะครับ ก็จะประกอบไปด้วยประธานแล้วก็กริยา ภาคประธานแล้วก็ภาคแสดง ภาคแสดงประกอบไปด้วยกริยาแล้วก็กรรม จะมีกริยาอย่างเดียวก็ได้ ก็ถือว่าเป็นประโยคได้เหมือนกัน เห็นไหมครับ นี่จะเป็นประธาน กริยา แล้วก็กรรมก็ได้ กรรมเหรอครับ ความหมาย... ความหมายของกรรมนะครับ ก็คือเป็นคำนามเหมือนกันนี่แหละ เหมือนกันกับของประธานเลย อาจจะกล่าวไปถึงคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ต่าง ๆ ด้วยกรรมตรงนี้ อย่างเช่น ครูเจ... ครูเจยกตัวอย่างไป คำว่า "ฉันกินข้าว" ฉันกินข้าว ฉัน คือ ประธาน กิน คือ กริยา ข้าว คือ กรรม เข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ เมื่อกี้นักเรียนถามคุณครู ว่ากรรมความหมายคืออะไร คุณครูอธิบายให้ฟังอีกรอบหนึ่งแล้ว ทีนี้มาฝึกแต่งประโยคกัน คุณครูยกตัวอย่างคำว่า "มานีหัวเราะ" นักเรียนเห็นไหมครับ มานีนี่คือชื่อคนนะ ชื่อคน มานีเป็นอะไร มานีเป็นประธาน ส่วนหัวเราะ หัวเราะ ก็คือคำที่แสดงอาการใช่ไหมครับ แสดงอาการ ก็คือเป็นคำกริยา ฉัน... มานีหัวเราะ นี่คือเป็นประโยคหนึ่งแล้วนะครับ สามารถเป็นประโยคได้เลยว่ามานีหัวเราะ สุนัขเห่า สุนัขเป็นประธาน เห่า คือ กริยา ทีนี้มาดูประธาน กริยา กรรม บวกกัน 3... 3 หัวข้อนะครับ มีคำว่า "ข้าวหอม" "กิน" "สับปะรด" ทีนี้ข้าวหอมนี่ คือ ชื่อคน เป็นคนนะครับ เป็นประธาน กิน คือ คำที่แสดงบอกอาการใช่ไหมครับ ก็คือเป็นคำกริยา สับปะรด ก็คือเป็นผลไม้เป็นกรรม ถ้าสมมติว่าฉันกินข้าวเหมือนกัน ฉัน ก็คือประธาน กิน ก็คือกริยา ข้าว ก็คือกรรม พอจะเข้าใจไหม พอจะเข้าใจตรงนี้ไหมครับ ต่อมาชาลีอ่านหนังสือ ชาลีเป็นคนครับ ชาลีเป็นคนเป็นประธาน อ่านเป็นกริยา หนังสือเป็นสิ่งของ เป็นคำนามเหมือนกัน เป็นกรรม ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนฝึกแต่งประโยค นักเรียนเห็นภาพไหมครับ เห็นภาพไหม นักเรียนดูภาพนะ ว่าเด็กคนนี้ เด็กคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ กำลังเตะฟุตบอลใช่ไหมครับ กำลังเล่นฟุตบอลนะ ทีนี้แต่งประโยคจากภาพได้ ก็คือคุณครูจะตั้งชื่อนะครับ ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ชื่อว่า "ภานุ" ภานุเตะฟุตบอล ภานุ ก็คือเด็กคนนี้ ทำอะไรล่ะ เตะ เตะอะไร เตะฟุตบอล นี่ไง ภานุเป็นประธาน เตะเป็นกริยา ฟุตบอลเป็นกรรม ภาพต่อมา เด็กคนนี้ทำอะไรอยู่ครับ แปรงฟัน เด็กคนนี้แปรงฟัน ดูทีนี้ คุณครูแต่งประโยคให้ว่าอะไร บอกว่าน้อง... น้อง หมายถึงว่า น้อง... น้องทำอะไรล่ะ น้องทำอะไร น้องแปรงฟัน นี่เป็นประธาน แปรง แปรงคืออะไร แปรง คือ คำแสดงอาการอยู่ใช่ไหมว่าแปรงอยู่ แปรง คือ คำกริยา ส่วนฟัน ส่วนฟัน ฟันเป็นอะไร ฟันเป็นกรรม ถูกต้อง ฟันเป็นกรรม น้องอายเก่งมาก ฟันเป็นกรรม เพราะว่าฟันถูกฉันแปรง ถูกน้องแปรงใช่ไหม โอเค ทีนี้มาเด็ก 2 คนทำอะไรครับ เด็ก 2 คนทำอะไร อ่านหนังสือใช่ไหม ทีนี้เด็ก 2 คนชื่ออะไรล่ะ เดี๋ยวคุณครูจะตั้งชื่อให้ว่ามานีและมานะ อันนี้เป็นชื่อคนนะครับ มานีและมานะ นี่เป็นชื่อคนเป็นประธานนะ เป็นประธานนะ มานีและมานะ ทำอะไร ทำอะไรเป็นคำกริยา อ่าน อ่าน.. อ่านอะไร กรรม กรรมคืออะไร กรรมคืออะไร กรรมคืออะไร หนังสือ อ่านหนังสือ เห็นไหมครับ มันง่ายนิดเดียวเองการแต่งประโยค ถ้านักเรียนเข้าใจมันก็จะได้เอง ทีนี้เหลือเวลาอีก 30 นาทีนี่ เดี๋ยวคุณครูจะบอก... คุณครูจะแบ่งกลุ่มให้นักเรียน ช่วยกันออกมาแบ่งกลุ่ม กลุ่ม 1 กับกลุ่ม 2 มีอยู่ 2 กลุ่มนะครับ มีอยู่ 2 กลุ่ม นักเรียนมีทั้งหมดมีอยู่ 8 คน กลุ่มละ 4 คน ใช่ กลุ่มละ 4 คน โดยคุณครูจะให้นักเรียนนับ 1... 1 กับ 2 1 กับ 2 นะ เดี๋ยวคุณครูจะนับ 1 นะ 1 2 1 2 1 2 1 2 คนที่นับ 1 คนที่คุณครูนับ 1 นะครับ ย้ายมาอยู่ฝั่งนี้ นับ 1 มาฝั่งนี้ นับ 1 มาฝั่งนี้นะครับ ส่วนนับ 2 มาฝั่งนี้นะ นับ 1 มาฝั่งนี้นะครับ โอเค ในเมื่อนักเรียนนั่ง... นั่งเป็นกลุ่มกันแล้วนะ ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนดูภาพนะครับ ดูภาพที่คุณครูเอามาให้นี่ ดูนักเรียนดูพี่ล่ามอธิบาย คุณครูจะให้นักเรียนนั่งเป็นกลุ่ม แล้วให้นักเรียนคุยกันปรึกษากัน ช่วยกันแต่งประโยคนะครับ สั้น ๆ โดยมีประธาน กริยา หรือประธาน กริยา กรรม 3 องค์ประกอบตรงนี้ไป โดยที่ให้นักเรียนดูภาพ และช่วยกันแต่งประโยคออกมา คน... กลุ่มละ 1 ประโยค แล้วให้ตัวแทน... ถ้าเขียนเสร็จแล้ว ให้ตัวแทนออกมาเขียนหน้ากระดาน ให้คุณครูนะครับ แต่ละกลุ่มเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม ถ้าเข้าใจแล้ว นักเรียนปรึกษากันได้เลยครับ ทีนี้นะ นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่ามพูดนะ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายภาษามือ คุณครูจะบอกว่ากลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1 บอกคุณครูว่าฉันไปทำงานเกี่ยวข้าว ประธานคืออะไร ประธานคือใคร ประธาน คือ ฉันใช่ไหม ประธาน ไปทำงาน ไปทำงานนี่ เป็นกริยาใช่ไหมครับ ไปทำงานเกี่ยวข้าว ไปทำงาน... ไปทำงานนี่ คือ... ไป นี่คือ กริยา ทำงานนี่ ก็คือเป็นกรรมแล้ว เป็น ๆ ขยาย... เป็นไปขยายคำกริยาแล้ว และอีกส่วนเกี่ยวนี่ ก็คือเป็นกริยาอีก ส่วนข้าวนี่ เป็นกรรม อันนี้... อันนี้เป็นการสร้างประโยค ที่... ที่เกินคำสั่งของคุณครู เพราะคุณครูต้องการให้นักเรียน แต่งประโยคแบบง่าย ๆ โดยที่มีประธาน กริยา กรรม หรือประธาน กริยาแค่นั้น แต่นักเรียนเล่นแต่งประโยคมายาวแบบนี้ แสดงว่ากลุ่มนี้ไม่ได้ฟังคำสั่งของคุณครู โอเค แต่ถือว่าเป็นประโยคที่ถูกต้องไหม ถือว่าถูกต้องครับ ถือว่ากลุ่มที่ 1 ทำประโยคได้ถูกต้อง ส่วนกลุ่มที่ 2 โอเค ลุงเกี่ยวข้าว ลุงเป็นประธาน เกี่ยวเป็นกริยา ข้าวเป็นกรรม ถูกต้องครับ ถูกต้อง โอเค ถือว่าถูกต้องทั้ง 2 กลุ่ม ทีนี้นะครับ ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนแต่งอีก คุยกันได้เลย เห็นภาพไหมครับ นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะทีนี้ ดูพี่ล่ามนะ ดูดี ๆ นะ คุณครูจะพูด แล้วให้พี่ล่ามพูด ให้นักเรียนเข้าใจนะครับ กลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1 บอกว่าฉันไปทำงานเอาต้นข้าวโพด นี่เริ่มมาแล้วครับ เริ่มมาแล้ว ทีนี้ครูไม่รู้หรอกว่านักเรียนจะสื่อสารว่าอะไร แต่เมื่อกี้คุณครูเห็นนักเรียนพูดกันเป็นภาษามือ นักเรียนบอกกันว่าไปเก็บข้าวโพด ฉันไปเก็บข้าวโพด แต่นักเรียนจะสื่อสารเขียนเป็นออกมา ว่าฉันไปทำงานเอา... เอาต้นข้าวโพด นักเรียนรู้ไหมว่ามันผิด นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญ ว่าทำไมคุณครูถึงให้เขียนประโยคที่ถูกต้อง คำที่ถูกต้อง ก็คือฉันไปเก็บเกี่ยวข้าวโพดนะ นี่เห็นไหม คือมันต้องมัน... มันต้องเป็นคำ ที่มันบ่งบอกความหมายที่ชัดเจนครับ ถ้านักเรียนจะต้องใช้คำน่ะ นักเรียนจะต้องใช้คำที่มันถูกต้อง และเจาะจงไปเลยว่านักเรียนทำอะไร ถือว่ากลุ่ม 1 นี่ เป็นการใช้ประโยคที่ผิดนะครับ ส่วนกลุ่มที่ 2 บอกว่าฉันไปซื้อข้าวโพด ฉันเป็นประธาน ไปซื้อเป็นกริยา ข้าวโพดเป็นกรรม ถูกต้องครับ ทีนี้ให้นักเรียน... ทีนี้ให้นักเรียนระวังคำนะครับ ระวังคำที่นักเรียนจะใช้คำที่มันสลับกันนี่แหละ นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญว่าการเขียน ถ้าสื่อสาร เขียนสื่อสารผิด และมันจะความหมายมันจะผิด เพิ่งนี่... ทีนี้นะครับ เป็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่จักรยาน ให้นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคเลยครับ โอเคนะครับ ทีนี้นะ นักเรียนดูนักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่าม ดูพี่ล่ามอธิบาย ทีนี้จะเป็น... คุณครูจะหยุด จะหยุดไว้ตรงนี้ก่อน เพราะว่าหมดเวลาแล้ว เพราะว่า... ทีนี้เรามาดูประโยคนะครับ ที่... ที่ภาพตามภาพนี้นะครับ ก็คือกลุ่มที่ 1 นะครับ บอกว่าฉันไปซื้อจักรยานในตลาดนะครับ โอเคครับ เป็นประโยคที่ถูกต้องนะครับ ก็คือฉันเป็นประธาน ไปซื้อ ไปซื้อ ไปซื้อ ก็คือเป็นคำกริยา ส่วนจักรยานตรงนี้ ก็คือเป็นกรรมนะครับ ในตลาด ก็คือขยายนะครับ ว่าไปซื้อที่ไหน ไปซื้อไปขยายคำกริยาอีกทีหนึ่ง โอเค ส่วนกลุ่มที่ 2 บอกว่าฉันปั่นจักรยานเล่น โอเค นี่ก็ถือว่าเป็นประโยคได้เหมือนกัน ฉันเป็นประธาน ปั่นเป็น... ปั่นเป็นกริยา ส่วนจักรยานเป็นกรรม โอเคครับ โอเค เหนื่อยไหมครับ เหนื่อยไหม การแต่งประโยคเหนื่อยไหม อยาก... อยากเรียนอีกเหรอ อยากเรียนอีกใช่ไหม ตอนนี้เวลาหมดแล้ว เวลาหมดแล้ว เวลาหมดแล้วนะครับ โอเค เดี๋ยวครั้งต่อไปคุณครูจะมาให้นักเรียน ฝึกแต่งประโยคแบบนี้อีกแหละ โอเคนะครับ เดี๋ยวชั่วโมงต่อไปเจอกันอีกนะ ในวันจันทร์หน้า สำหรับวันนี้คุณครูก็จบเพียงเท่านี้แล้ว ไปกินข้าวได้แล้วครับ ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ ขอบคุณนักเรียนเช่นกันครับ ครับ สวัสดีครับ