(อาจารย์เกวลี) โอเคค่ะ เดี๋ยวเริ่มเลยนะคะ วันนี้จะเป็นบทที่ 9 จะเกี่ยวข้องกับการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ การประมูลในที่นี้ คือ บางทีมันจะไม่ใช่แค่การประมูลสิ่งของ บางทีมันจะเป็นการประมูลเพื่อบริการบางอย่างนะคะ หรือเพื่อไม่ได้ซื้อ... แค่ซื้อสินค้าชิ้นเดียว อาจจะเป็นการประมูลที่เกิดขึ้นจากทางหน่วยงานราชการก็ได้นะคะ ซึ่งการประมูลนี่ มันหมายถึงเราเสนอซื้อ หรือเสนอขายสินค้า หรือบริการ ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขายนี่ อาจจะมีมากกว่า 1 คน หรือหลายคนเข้ามาแข่งกัน ในช่วงเวลาที่เรากำหนดนะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มันจะเป็นการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ หรือการประมูลออนไลน์นี่ล่ะ อาจจะประมูลผ่านคอมพิวเตอร์หรือผ่านโทรศัพท์ก็ได้นะคะ ซึ่งเราจะใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือว่าระบบอินเทอร์เน็ตที่เราซื้อแพ็กเกจกันนี่ล่ะนะคะ แต่การประมูลนี่มันจะมีช่วงเวลานะคะ อย่างเช่น ให้เสนอราคามาก่อนเที่ยง ใครเสนอราคามาถึงเที่ยงปึ๊บปิดระบบ แล้วก็มาดูกันว่าใครเสนอราคาซื้อหรือเสนอราคาขายที่ดีที่สุด คนนั้นก็ชนะการประมูลนะคะ โดยรูปแบบของการประมูลนี่ มันแบ่งตามวิวัฒนาการของกระบวนการประมูลนะคะ การประมูลนี่มี 2 แบบ แบบดั้งเดิมกับแบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ แบบดั้งเดิมพูดง่าย ๆ คือ แบบ Offline ทำกันแบบเหมือนเปิดห้อง 1 ห้องมา เช่าโรงแรม ห้องประชุมโรงแรม หรือว่าเปิดหอประชุมจังหวัด หรือหอประชุมมหาวิทยาลัยนะคะ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐเอกชนเมื่อก่อนนี่เขาจะใช้... ใช้การประมูลแบบนี้นะคะ ซึ่งจากเดิมนี่ถ้าเป็นทางการประมูลนี่ เขาจะเรียกว่าเหมือนห้องคอมพิวเตอร์ห้องเราอย่างนี้ เขาจะเรียกว่าเป็น "พัสดุ" มีคอมพิวเตอร์นะคะ มีจอ มีเมาส์ คีย์บอร์ด มีโต๊ะ มีเก้าอี้นะคะ อันนี้คือพัสดุทั้งหมดจะมีเลขกำกับ ซึ่งการจะซื้อสิ่งเหล่านี้นี่ จะเป็นหนึ่งในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างนะคะ ไม่ใช่ว่าอาจารย์อยากซื้อก็ไปซื้อมาเลย อยากซื้อผ่าน Shopee Lazada ไม่ได้นะคะ ถ้าเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นพัสดุทางภาครัฐหรือเอกชนนะคะ เขาจะทำในลักษณะที่... ถ้าอาจารย์อยากได้คอมพิวเตอร์ 30 เครื่อง ก็ประกาศอาจ... เมื่อก่อนอาจจะประกาศในฝาผนัง หรือเป็นป้ายประกาศของมหาวิทยาลัยว่า เราอยากซื้อคอมพิวเตอร์ 30 เครื่องนะ ใครสนใจจะเสนอราคามา ใครให้ราคาดีที่สุดมหาวิทยาลัยจะซื้อกับคนนั้น อันนี้คือเรียกว่า "การประมูล" ซึ่งเมื่อก่อนนี่ ที่ผู้ขายนี่เสนอราคาได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก็คือใส่ซองมานะคะ โดยผู้ซื้อกับผู้ขายนี่ทุกคนจะต้องมาอยู่ในห้องเดียวกัน พอถึงวันที่ครบกำหนดนะคะ อยู่ห้องเดียวกันทั้งหมด แล้วก็เปิดซองพร้อมกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าใครให้ราคาดีที่สุด อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ 30 เครื่องในห้องนี้นี่ ราคาที่มหาวิทยาลัยรับได้อาจจะบอกว่า 100,000 บาท อะไรก็ว่าไป มีคนเสนอ 120,000 น่ะเกินแล้ว มีอีกคนหนึ่งเสนอ 99,000 ต่ำกว่า 100,000 แล้วนะคะ คนนี้ก็อาจจะเป็นคนชนะก็ได้ จนกระทั่งมีราคาที่ดีที่สุด คุณภาพสินค้าเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เป็นต้นนะคะ แต่ข้อจำกัดของการประมูลแบบเดิมนี่ คือ ทุกคนจะต้องเดินทางมาอยู่ที่เดียวกัน บางคนอาจจะอยู่ต่างจังหวัด อยู่ไกล ๆ ไม่สะดวกที่จะเดินทางมา เลยทำให้ตัวเลือกที่จะทำให้เราเลือกซื้อสินค้านี่มันมีน้อย อย่างจังหวัดที่... บางจังหวัดเขาบอกว่าเขาซื้อของราคาที่ดีกว่า แต่เขาอยู่ไกลน่ะเขาเดินทางมาเขาก็ไม่คุ้มนะคะ กับบางทีเวลาที่ให้คนมายื่นซอง หรือคนที่มาเสนอราคานี่มันน้อยเกินไปนะคะ บางทีมันมีเวลาตัดสินใจน้อย เช่น เขากำลังตัดสินใจว่าเขาจะคุ้มค่าไหม กับการที่จะมาเสนอราคาที่สกลนครอะไรแบบนี้นะคะ หรือบางทีมันอาจจะมีการแอบจ่ายใต้โต๊ะนะคะ ล็อกราคา หรือว่าบางทีจะต้องมีการจ่ายค่านายหน้า ก็คือถ้าคุณต้องการจะเข้าประมูลคุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน ถึงจะเข้าประมูลได้ หรือว่าต้องเสียค่าเช่า ให้เช่าที่ห้องประชุมของโรงแรมนะคะ หรือตามที่ที่จัดการประมูล เสียค่าโฆษณา เสียค่าจ้างพนักงาน เสียค่าอาหาร เสียค่าดูแลต่าง ๆ เยอะแยะมากมายนะคะ มันเลยมีวัฒนาการที่เพิ่มขึ้นมา ก็คือเป็นการประมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือการประมูลแบบออนไลน์ ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ อยู่ที่ไหนก็ประมูลได้นะคะ อยู่ยะลา อยู่สุรินทร์ อยู่เชียงใหม่ ก็สามารถประมูลงานที่สกลนครได้นะคะ แต่การประมูลนี่มันจะมีสิ่งที่เรียกว่า "ตลาดกลาง" เหมือนเป็นตัวกลาง เว็บไซต์ที่ให้บริการเป็นคนที่ทำหน้าที่จัดการประมูลให้ เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้เสนอราคา ผู้กำหนดราคาอะไรก็ว่าไปนะคะ ซึ่งอันนี้เป็นภาคเอกชน แต่ถ้าเป็นทางภาครัฐเขาก็จะมีศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างของทางภาครัฐ สมมติว่านักศึกษาจบไปที่บ้านมีกิจการ ไปสานต่อกิจการขายอุปกรณ์ไอทีของที่บ้าน อยากลองทำดูสิว่าเป็นอย่างไร ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลของจัดซื้อจัดจ้างของทางภาครัฐได้ มันก็จะไม่มีแค่ข้อมูลในจังหวัดเรา มันจะมีข้อมูลทั้งประเทศให้คุณเข้าไปดูว่าคุณอยากไปสู้ราคากับที่ไหน ลองดูสินะคะ ลองเริ่มธุรกิจของตัวเองดูนะคะ อาจจะเป็นเกี่ยวกับห้องคอมพิวเตอร์ หรือห้อง Server หรือคอมพิวเตอร์ขององค์กรใด ๆ ก็ตามคุณก็สามารถเข้าไปดูได้ ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจทางด้านนี้ หรือทางด้านอื่นก็ว่าไป มันไม่ได้มีแค่พัสดุที่เป็นคอมพิวเตอร์ อาคารเรียนก็ได้ถ้าบ้านเป็นผู้รับเหมาอะไรอย่างนี้นะคะ ข้อดี คือ คุณไม่ต้องเดินทาง คุณอยู่ที่บ้านขอแค่มีอินเทอร์เน็ต แล้วก็การประมูลออนไลน์นี่มันสามารถเสนอราคาได้หลายครั้ง เหมือนบางทีมันต้องสู้กัน ตัดราคาแข่งกัน หรือเสนอราคาเพิ่มแข่งกัน มีความโปร่งใส เพราะว่าเราสามารถทราบข้อมูลแบบออนไลน์ Real Time ก็คือข้อมูล ณ ปัจจุบันนี่ราคามันอยู่ที่เท่าไรนะคะ มีความยืดหยุ่นกว่า เพราะว่ามันมีการประมูลหลายรูปแบบนะคะ ลดต้นทุนในการจัดทำเอกสารเพราะว่าทุกอย่างออนไลน์ เราก็ส่งเป็นเอกสารออนไลน์ไปนะคะ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่ ไม่ต้องเสียค่าอาหารว่าง อาหารกลางวันนะคะ เปิดโอกาสให้ผู้เสนอราคารายใหม่ ๆ นี่เข้าร่วมได้ อาจจะเป็นคนต่างถิ่น หรือคนที่เพิ่งเริ่มธุรกิจอยากลองดูนะคะ เมื่อก่อนนะคะ เทียบเป็นภาพ ก็คนที่ต้องการสินค้าเขาก็จะกำหนดราคา ไม่ว่าเขาจะซื้อหรือว่าเขาจะขาย แล้วเขาก็จะร่างข้อกำหนดขึ้นมา ก็จะร่างข้อกำหนดต่าง ๆ ออกมานะคะ โดยที่พอเขาร่างเสร็จปึ๊บก็จะให้คนเสนอราคามา แล้วก็คัดเลือกคนที่จะมาซื้อ หรือจะมาขาย ที่มีศักยภาพ หรือราคาที่เหมาะสมกับเรานะคะ อาจจะมีการเจรจาต่อรองเกิดขึ้น เช่น คุณจะทำราคาถูกกว่านี้ได้ไหม หรือคุณจะมีของแถมให้เราได้อีกหรือเปล่า ถ้าตกลงกันได้ก็ตัดสินผู้ชนะ ก็จัดส่งสินค้า ชำระเงิน อันนี้เป็นแบบเดิมนะคะ แต่ถ้าในยุคปัจจุบันถ้าเป็นการประมูลแบบออนไลน์ เรากำหนดราคาเสร็จปึ๊บ ร่างเอกสารข้อกำหนดต่าง ๆ แล้วก็เปิดประมูลออนไลน์ทุกคนเห็นราคาพร้อมกัน ทุกคนสามารถเสนอราคาสู้กันได้ในระยะเวลาที่กำหนด พอทุกอย่างตกลงกันได้เห็นได้ว่าจะไม่มีการเจรจาต่อรองเกิดขึ้น เพราะทุกคนจะรู้ข้อมูลพร้อมกัน ถ้าคุณยอมหรือคุณสามารถเปลี่ยนแปลงราคาได้คุณก็เป็นผู้ชนะไปนะคะ ก็จะมีการจัดส่งสินค้า ชำระเงินเหมือนกัน ซึ่งชนิดของการประมูลแบบแรกเป็นประมูลขายนะคะ มันจะเป็นการประมูลที่เริ่มขึ้นจากความต้องการที่เขาจะขายสินค้า โดยจะกำหนดความต้องการให้คนซื้อนี่ เข้ามาเสนอราคาแข่งกันนะคะ เช่น บริษัทนี้อยากขายคฤหาสน์หลังหนึ่ง ก็เปิดประมูลนะคะ ใครให้ราคาสูงที่สุดคนนั้นชนะ ลักษณะเดียวกันกับที่... ตอนนี้ที่เห็นง่าย ๆ ก็คือตรงเหมือนสี่แยกบ้านธาตุ เขาก็จะมีป้ายประกาศว่าประมูลทะเบียนรถยนต์ ใครชอบเลขไหนเข้าไปประมูล ใครให้ราคาสูงที่สุดของเลขทะเบียนนั้นได้รับสินค้า ได้รับป้ายประมูลนั้นไป อันนี้เป็นการประมูลขายนะคะ ก็จะเป็นลักษณะที่เราจะเพิ่มราคาสู้กันไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่กำหนด ใครให้ราคาสูงที่สุดชนะนะคะ ส่วนการประมูลซื้อจะเจอในลักษณะของหน่วยงานราชการ หรือเอกชนที่ต้องการซื้อสินค้าจำนวนเยอะ ๆ หรือสินค้าบางอย่างที่เราอยากได้ เราก็กำหนดไว้ ใครให้ราคาต่ำที่สุดเราจะซื้อ เช่น อยากได้รถยนต์ รถกระบะคันหนึ่งนะคะ เอามาใช้ในโรงเรียนหรือใช้ในมหาวิทยาลัย ราคากลางตั้งไว้ที่ 950,000 บาท สมมติว่านะคะ ถ้าใครมาบอกว่าผมขาย 945,000 ถ้าอีกคนบอก 930,000 คนที่ให้ราคาต่ำที่สุดในสิ่งที่เราต้องการ แล้วก็คุณภาพรวมถึงรายละเอียดสินค้าตรงตามที่เรากำหนด คนนั้นชนะนะคะ เหมือนในห้องนี้เหมือนที่อาจารย์บอกว่า อาจารย์อยากได้คอมพิวเตอร์ 30 เครื่อง อาจารย์ตั้งราคากลางไว้ว่าอาจารย์จะซื้อไม่เกิน 100,000 บาท ใครให้ราคาต่ำกว่า 100,000 บาท คนนั้นชนะนะคะ จะเป็นแบบนี้ กราฟจะตรงข้ามกับการประมูลขาย ใครให้ราคาที่ต่ำที่สุดในสิ่งที่เราต้องการ รวมถึงคุณภาพยังเป็นคุณภาพตามที่เรากำหนดคนนั้นชนะ ก็คือบางทีคนที่เขามานี่เขายอมเอากำไรน้อย อะไรประมาณนี้นะคะ ชนิดของการประมูลอีกชนิดหนึ่ง คือ One Knock Auction ก็คือการเคาะ เหมือนเราเห็นในหนัง บางทีอาจจะเคยเห็นในหนังบ้างนะคะ ก็คือมีเวลากำหนดใครยกราคาแข่งกันนะคะ ให้ราคา... ให้นับ 1-3 ใครให้ราคาดีที่สุดคนนั้นชนะ อาจจะเคยเห็นในหนังบ้าง เช่น ประมูลขายภาพงานศิลปะ ก็จะมีแต่ละคนก็จะมารวมอยู่ในห้องเดียวกัน หรือว่าในช่องทางออนไลน์พร้อมกัน กดประมูลแข่งกันเขาเรียกว่า "ยกป้าย" นะคะ โดยการประมูลในนี้บางครั้งคนขายนี่ เขาไม่สามารถกำหนดราคาเริ่มต้นได้ ให้คนเสนอซื้อเข้ามาก่อนนะคะ เช่น ประมูลขายภาพศิลปะชิ้นนี้ ให้คนเสนอราคาเข้ามาปิดราคาตอนเที่ยง ใครเสนอมาเท่าไร ราคาสุดท้ายคนนั้นชนะ ให้เพิ่มทีละ 500 หรือ 5,000 หรือ 50,000 บาท อะไรก็ว่าไปนะคะ อีกแบบหนึ่งจะเป็นแบบ English Auction เขาเรียกว่าเป็นการที่เราตั้งราคาเริ่มต้น หลังจากนั้นจะให้ทุกคนบิด B-i-d นี่นะคะ โดยที่ให้ทุกคนเสนอราคาเพิ่มขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีใครมาเสนอแล้ว จนกระทั่งเวลาหมดลง ใครที่เสนอราคาดีที่สุดคนสุดท้ายก็ถือว่าชนะการประมูล เพราะว่าอันนี้คือทุกคนจะรู้ราคา ส่วนมากจะเห็นในเฟซบุ๊กบ้างนะคะ เช่น มาประมูลขาย Art Toy เริ่มต้นที่ 200 สมมติเป็นรูปลาบูบู้ 200 Bid ละ 50 บาท ก็หมายความว่าคุณจะต้องเพิ่มราคาขั้นต่ำ คือ อย่างน้อย 50 บาท เริ่มต้น 200 ก็จะเป็น 250, 300, 350 ไปเรื่อย ๆ จนกว่าใครเสนอราคานี้ สมมติว่าถึง 2,050 บาท ไม่มีใครเสนอต่อแล้ว แสดงว่าลาบูบู้ตัวนี้จะขายที่ราคา 2,050 บาท เป็นต้นนะคะ ต่อมาเป็นแบบ Yankee นะคะ ก็จะเอาสินค้าแต่ละชนิดมาขายหลายชิ้นนะคะ ก็มาเสนอขายนะคะ ก็ส่วนมากจะไม่ได้ขายทีละชิ้นค่ะ ขายเยอะ ๆ ก็จะเพิ่มราคาสูงแข่งกันจนกว่าที่จะไม่มีใครสู้ราคาได้ก็ชนะประมูลไป ก็จะประมูลไปเรื่อย ๆ จนกว่าสินค้าจะหมดนะคะ ก็จะเป็นการจัดไม่ได้มีแค่สินค้าชิ้นเดียว ก็จะเป็นการแบบเอาสินค้ามาวางเรียงไว้ว่าวันนี้จะมีอะไรขายมาบ้าง เอาอะไรมาให้ประมูลบ้างนะคะ ก็เริ่มประมูลไปเรื่อย ๆ จนกว่าของจะหมด แบบ Dutch ก็จะเป็นการที่เสนอราคาที่สูงมาก ๆ นะคะ สมมติว่าอาจารย์จะขายรถ อาจารย์ตั้งราคาไว้ล้านหนึ่งเงียบไม่มีใครซื้อ ขายสัก 980,000 ยังเงียบอยู่ไม่มีใครซื้อ พอถึง 800,000 คนเริ่มขยับตัวนะคะ บางทีอาจจะเป็นของที่คนต้องการมาก ๆ เขาจะไม่รอให้สินค้าลดราคาลงมากเกินไป เพราะว่ากลัวจะตกไปเป็นของคนอื่น บางครั้งสมมติว่าอาจารย์ตั้งราคาแล้วลาบูบู้อาจารย์ขาย 3,000 เงียบ ราคาที่บางคนยอมรับได้ที่ 2,000 อาจารย์เริ่มลดมาที่ 2,100 บางคนอาจจะซื้อเลย เพราะว่าถ้ากลัวต่ำกว่านี้นี่คนจะมาสู้ราคาเยอะนะคะ สินค้าบางชนิดมันเลยอาจจะสูงกว่าราคาที่เราคาดการณ์ไว้ว่าเขาจะซื้อ อย่างอาจารย์อาจจะคิดว่าเขาน่าจะซื้อตอน 1,900 บาท แต่เขาซื้อตอน 2,100 บาท อาจารย์ได้กำไรแล้ว 200 แต่จะต้องเป็นสินค้าที่คุณมั่นใจว่าคนต้องการจะซื้อจริง ๆ มันถึงจะเหมาะกับการเลือกชนิดของการประมูลแบบนี้นะคะ ต่อมาเป็นแบบ Free-Fall นะคะ คล้าย ๆ กับ Yankee แต่ต่างกันตรงที่ว่ามันจะมีสินค้าแค่ชนิดเดียวนะคะ แล้วก็มันจะค่อย ๆ ลดราคาลงมาตามช่วงเวลาที่กำหนดนะคะ ไม่ใช่ว่ามีคน... เราเสนอเองนะ แต่แค่เรากำหนดเวลาไว้ว่าเราจะลดราคาตอนไหนบ้าง ถ้าใครหยุดราคาประมูลเป็นคนแรก คนแรกเท่านั้นนะคะ ก็ชนะการประมูลไปเลย ต่อมาเป็น Sealed-Bid ก็คือการ Sealed ก็คือปิดซองนะคะ ยื่นซองพร้อมกัน โดยไม่ทราบข้อมูลของคนอื่นเลยว่าเขาจะเสนอราคาเท่าไรบ้าง มีอยู่ 2 ชนิดเป็น First กับ Second นะคะ แบบ First นี่คือ คนที่ยื่นซองเสนอราคาดีที่สุดนะคะ จะต้องจ่ายตามราคาที่ยื่นหรือราคาที่กำหนด ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้ในการประมูลของทางภาครัฐ แบบที่ 2 คนที่ชนะ ก็คือคนที่ยื่นเสนอราคาดีที่สุด แต่จ่ายจริงในราคาที่รองลงมา ซึ่งเป็นทฤษฎีของนักเศรษฐศาสตร์นะคะ แต่ทั้ง 2 วิธีนี้นี่ จะไม่ได้รับความนิยมที่เอามาใช้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่วนมากจะเป็นนิยมในการประมูลแบบออฟไลน์นะคะ ซึ่งหน่วยงานราชการบางที่ก็ยังใช้แบบนี้อยู่นะคะ กับอีกแบบหนึ่งเป็นแบบ Doubled Auction เป็นการประมูลทั้ง 2 ฝ่าย คือ คนซื้อกับคนขายเสนอราคามา ในจำนวนสินค้าที่คุณต้องการ แล้วก็มาจับคู่สินค้าที่เหมาะสมนะคะ ก็เริ่มต้นจากสิ่งที่ต่ำที่สุดแล้วก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จับคู่กัน โดยการประมูลแบบนี้นี่มันเป็นได้ทั้งแบบเปิดและก็แบบปิดนะคะ ส่วนมากจะเป็นนิยมในการซื้อหุ้น มันจะมี... ถ้าใครเริ่มเทรดแล้วตั้งแต่อายุยังน้อยนี่ จะเริ่มเห็นแล้วว่าคุณตั้งราคาไว้ว่าคุณจะซื้อหุ้นราคานี้ มีคนตั้งราคาขายราคานี้ มันจะเขาเรียกว่าอะไรไหม Match กัน หรือว่าตรงกันที่ไหนค่อยซื้อค่อยขายได้ จะเป็นลักษณะของการซื้อหุ้นนั่นล่ะนะคะ เหมือนสมมติคุณอยากได้หุ้นอะไรดีล่ะ หุ้นของ KFC สมมติ คุณบอกว่าหุ้นละ 3 บาท คุณถึงจะซื้อ แต่ตอนนี้เขาเสนอขายที่ 3.50 คุณก็ยังซื้อไม่ได้ จนกว่าที่คนมาขายในราคา 3 บาท เท่าที่คุณต้องการจะซื้อคุณถึงจะซื้อได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ การเตรียมตัวก่อนที่จะร่วมประมูลนะคะ ก็ต้องเตรียมพร้อม หาข้อมูล หาเกี่ยวกับการประมูลให้ได้มากที่สุดนะคะ เงื่อนไขในการประมูลเป็นอย่างไร กฎเกณฑ์ กฎหมาย วิธีการเข้าร่วม เอกสารต่าง ๆ ชนิดการประมูลที่เขาใช้ ระยะเวลาที่เขาให้ประมูล ราคากลาง ราคาในตลาด ราคาที่คุณสามารถหามาขาย หรือหามาซื้อได้อะไรก็ว่าไปนะคะ จะต้องหาข้อมูลไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ กำเงินไว้แล้วอยาก... ฉันอยากประมูลจังเลย แต่ไม่มีความรู้นี่ไม่ได้นะคะ ในระหว่างการประมูลนี่คุณจะต้องรู้ว่าคุณจะประมูลผ่านอะไร ตลาดกลางของบริษัทอะไร สินค้าที่คุณต้องการคืออะไรนะคะ การจัดเตรียมข้อมูลการชำระเงิน ข้อมูลการจัดส่ง โปรไฟล์ทุกอย่างเรียบร้อยไหมนะคะ อย่างเช่น มันจะมีบริษัทที่เขาให้ประมูลรถยนต์ที่ยึดมาจากธนาคาร คุณอยากประมูลรถคันนี้ เขาจะมีรายละเอียดบอกว่ารถคันนี้เป็นอย่างไร นู่น นี่ นั่น โน่น และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการประมูล 10,000 บาท บวกภาษี 7 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็น 10,700 คุณต้องจ่ายก่อนที่คุณจะเข้าประมูล ไม่ว่ารถจะราคาเท่าไรคุณต้องจ่ายราคาเท่านี้ก่อน เป็นหลักประกันว่าคุณไม่ได้มาประมูลเล่น ๆ นะคะ ก็จะเป็นการลงทะเบียนนะคะ ดูข้อกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ นะคะ มีการส่งอีเมลแจ้งนะคะ มีตลาดกลางตอบกลับมาว่ารายละเอียดการประมูลวันไหนอะไรอย่างไรนะคะ ก็สมัครสมาชิกว่าข้อมูลเราเป็นใคร ยืนยันตัวตนนะคะ ขั้นตอนการชำระเงินเป็นอย่างไรบ้างก็เข้าไปอ่านนะคะ แล้วก็มีการตัดสินผู้ชนะ มีการทำสัญญาซื้อขาย ส่งสินค้า อันนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐานที่เกิดขึ้นถ้าคุณเข้าร่วมการประมูลนะคะ หลังจากที่คุณประมูลเสร็จแล้วมันก็จะมีทั้งการจัดส่งสินค้า จ่ายเงินอย่างไรนะคะ มีการส่ง... บางเว็บก็ส่งการ์ดมายินดีด้วยนะคะ เป็นบริการหลังการขาย หลังการใช้บริการของเขานะคะ ก็มีให้โหวตคะแนนการให้บริการว่าการประมูลครั้งนี้เป็นอย่างไรนะคะ มีการส่งเอกสารทั้งใบส่งสินค้า ใบกำกับภาษี ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน เอกสารต่าง ๆ นะคะ ก็จะเป็นเอกสาร หรือสิ่งที่ต้องทำหลังจากการประมูลเกิดขึ้น ซึ่งการประมูลนี่ มันก็สามารถเข้าไปประมูลในเว็บไซต์ที่เป็นที่รู้จักได้เยอะแยะมากมายนะคะ ก็จะมีทั้ง ebay นะคะ สินค้ามันก็จะมีการจัดหมวดหมู่ว่าคุณต้องการอะไรนะคะ ข่าวการประมูลของเว็บไซต์ถ้าเป็นเอกชนก็มี ทางราชการก็มี ก็สามารถเข้าไปติดตามได้นะคะ มีตัวอย่างสาธิต Demo การประมูลให้ดูนะคะ ใครสนใจก็ไปหาข้อมูลดูได้ ในเว็บไซต์ตลาดกลางใหญ่ ๆ นี่ เขาจะมีวิธีการประมูลทำเป็นคลิปให้ดูอยู่นะคะ มีการสนับสนุนการเขียนใบเสนอราคาควรจะเขียนอย่างไรนะคะ การปิดประกาศประมูลสินค้าต้องประกาศมีข้อมูลอะไรบ้างนะคะ มีเครื่องมือที่ช่วยรายงาน หรือ Monitor ให้ผู้ร่วมประมูลทราบตลอดเวลาของการประมูล ว่าราคาตอนนี้เป็นอย่างไร เหลือเวลาเท่าไร มีอีเมลแจ้งว่ามีการประมูลที่ไหนบ้างนะคะ ข้อดีของการประมูลออนไลน์ ก็คือมันเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้นะคะ สามารถกำหนดราคาได้ แล้วก็ตัดพ่อค้าคนกลางออกไป ตัดการต่อรองออกไปนะคะ แล้วก็ลดเวลาในการทำโฆษณานะคะ แล้วก็สามารถขายได้ง่ายขึ้นเขาว่าอย่างนั้นนะคะ ถ้าใครขายสินค้าที่ในลักษณะประมูล มันจะไม่ใช่สินค้าแบบทั่ว ๆ ไปน่ะ มันจะ... อาจจะเป็นสินค้าบางอย่างที่เหมาะกับการประมูล เช่น งานศิลปะ ของเก่าอะไรก็ว่าไปนะคะ คนซื้อก็... ข้อดี คือ มันได้เจอสินค้าที่หายากนะคะ สินค้าบางอย่างเขาไม่ขายทั่วไปจะเห็นได้ตามงานประมูล เหมือนที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ก็คือของเก่า ของโบราณนะคะ หรือของแรร์ไอเทมของหายากทั้งหลายนะคะ ประมูลการ์ดยูกิ ประมูล Art Toy ตัว Secret อะไรก็ว่าไปนะคะ แล้วก็มันมีความตื่นเต้นให้เราลุ้นนะคะ การประมูลบางชนิดนี่เราสามารถปิดบังตัวตนได้ ให้คนที่เป็นเว็บไซต์ หรือตลาดกลาง เป็นคนรับสินค้าแทนเราก็ได้นะคะ ประมูลที่ไหนก็ได้ ซื้อของที่ไหนก็ได้บนโลกนะคะ นั่งเรียนอยู่ก็ถ้าจะประมูลจริง ๆ ก็ประมูลได้แบบนี้นะคะ ส่วนคนที่เป็นผู้ดำเนินการประมูลพวกตลาดกลางนี่ มันก็มีพันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น ได้รับค่าธรรมเนียม คือ เขาดูแลการประมูลให้ เขาจะได้ค่าธรรมเนียมว่าใครสนใจเข้ามาก็ต้องจ่ายสตางค์นะคะ นอกจากได้รายได้แล้ว ยังได้รายได้จากการโฆษณาอีกนะคะ ถ้าเป็นตลาดกลางให้ทางภาครัฐนี่ ก็จะยิ่งมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น แต่ข้อเสีย คือ บางครั้งเราถูกหลอก บางครั้งถ้าประมูลออนไลน์เราไม่เห็นของจริงนะคะ บางครั้งข้อมูลของเราถูกโจรกรรมบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็มีนะคะ ซอฟต์แวร์ที่สนับสนุน ถ้าเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่ใช่ Web Browser นี่ การประมูลมันมีน้อยนะคะ ปริมาณในการซื้อขายบางทีมันไม่คุ้มกับสิ่งที่เราลงทุนก็มีนะคะ บางครั้งสิ่งที่เราซื้อมา หรือขายไป ราคามันไม่เท่ากับสิ่งที่มันควรจะเป็นก็อาจเกิดขึ้นได้ การโกงก็เยอะ เอารูปปลอมมาใส่ การจูงใจด้วยข้อความบอกสินค้าสูง... ราคาคุณภาพสูงมาก แต่สิ่งที่ได้จริงมามันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น ของปลอมก็มี ถ้าสมมติการประมูลที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญ หรือการประมูลที่แบบเรารับประกัน นู่น นี่ นั่น โน่น แต่ไม่มีคนมายืนยัน หรือว่าหาหน่วยงานมายืนยันไม่ได้ก็ยาก สินค้าบางอย่างเราประมูลมาได้ราคาต่ำก็จริง แต่ค่าส่งมันแพง บางครั้งคนขายเขาไม่ได้คาดหวังกับราคาสินค้า เขาไปบวกเอาตรงที่ราคาขนส่งนะคะ เหมือนของบางอย่างคุณได้ราคามาคุณซื้อได้ 9 บาท ค่าส่ง 300 อย่างนี้ สรุปขับมอเตอร์ไซค์ไปซื้อดีกว่าไหมนะคะ บางคนเขาไม่ส่งสินค้าให้ก็โดนโกง บางคนต้องการของฟรี ก็มาโกหกว่ายังไม่รับสินค้าร้องเรียนมา ของบอกว่าชำรุดแกะกล่องแล้ว... จริง ๆ คือ เราอาจจะแบบเปลี่ยนใจไม่เอาแล้วนะคะ หรือบอกว่าของชำรุด แต่จริง ๆ แล้วเหมือนที่เราเจอกันน่ะค่ะ ว่าทำไมต้องถ่ายวิดีโอตอนเปิดกล่อง แต่ก็มีคนมาแย้งว่าแล้วทำไมคนขายไม่ถ่ายวิดีโอตอนที่แพ็ก เป็นต้น มันก็จะโกงกันไปโกงกันมาแบบนี้นะคะ บางคนอยากได้สินค้าดีกว่าเดิมก็ไปร้องเรียน จนเขายอมเปลี่ยนสินค้าให้ เขาก็ถูกโกงนั่นล่ะนะคะ การป้องกัน ก็คือบางทีเราก็ต้องมีการพิสูจน์ตัวตนนะคะ การตรวจสอบสินค้าเป็นของจริงบางอย่างค่อนข้างยาก อาศัยความเชี่ยวชาญนะคะ แล้วก็บางทีเวลาเราซื้อของนะ เราก็อาจจะไปอ่านเว็บบอร์ด อ่านคอมเมนต์ที่เขาคอมเมนต์ เราก็จะสามารถดูได้ว่าคนที่เขาเคยซื้อหรือเขาเคยประมูลมานี่ มันมีข้อคิดเห็นอะไรเกิดขึ้นบ้างนะคะ การประมูลผ่านโทรศัพท์ ส่วนมากจะเป็นเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น เราทำผ่านโทรศัพท์นะ เพราะว่าตอนนี้บางคนก็เปิดหน้าจอเทรด 6 จอ บางคนก็เทรดผ่านโทรศัพท์ ก็สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ดูพอร์ตที่เรามีไว้นะคะ ก็บางครั้งเราใช้โทรศัพท์นี่ข้อจำกัดอยู่ เหมือนบางคนบอกว่าเทรดหุ้นนี่มันต้องมีหลายจอ นู่น นี่ นั่น โน่น โทรศัพท์มันมีแค่จอเดียวนะ บางทีเราก็เปรียบเทียบหุ้นหรือว่าดูกราฟอะไรไม่ถนัด ระยะเวลาในการใช้งานก็ค่อนข้างจำกัด มันต้องใช้แบตเตอรี่นะ แล้วก็การเปิดประมูลมันมีเวลา มีช่วงเวลาที่ประมูลได้ เสนอราคาได้ ขายได้ พักเที่ยง ปิดตลาด อันนี้เป็นการทำงานของตลาดหุ้นอยู่แล้วนะคะ ก็วันนี้ก็จะลอง... อันนี้ทำเองนะ อย่าใช้แชตนะ อยากรู้จริง ๆ ใช้ทำไมน่ะ อยากรู้ว่าเคยใช้ไหม ถ้าไม่เคยน่ะ ทำไมไม่เคย แล้วเคยรู้อะไรเกี่ยวกับการประมูลไหม แค่อยากถามว่าคุณคิดว่าประมูลนี่มันเป็นประโยชน์กับใคร ระหว่างคนซื้อกับคนขาย หรือคนที่ดำเนินการประมูล ลองใช้วิจารณญาณ ใช้... ก็... คนรวยประมูลทุกอย่างไหม บางคนเขาก็ไม่ประมูลนะ เขาก็ซื้อเลย ก็ลอง... ลองหาข้อมูลดูสิว่าคนซื้อ คนขาย คนดำเนินการ คนไหนเขาได้ประโยชน์มากที่สุดในการประมูล ลองดู อธิบายด้วยอย่าเพิ่งใช้แต่แชต ลองหาข้อมูลดูนิดหน่อย แชตมันก็ไม่รู้ทุกอย่างหรอก ทำแล้วส่งใน Classroom ค่ะ ทำเสร็จแล้วส่งใน Classroom เลยนะคะ ขออนุญาตค่ะพี่ล่าม เดี๋ยวขออนุญาตให้พี่ล่ามได้พักค่ะ น้อง ๆ จะได้ทำ Assignment กันค่ะ ขอบคุณค่ะ