﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.008 --> 00:00:08.008
(เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ

3
00:00:08.010 --> 00:00:12.010
ล่ามได้ยินไหมครับ สวัสดีครับ โอเค

4
00:00:12.012 --> 00:00:16.012

5
00:00:16.014 --> 00:00:20.014
(อาจารย์ฐิติกาญจน์) ขอบคุณค่ะ สวัสดีพี่ล่ามนะคะ

6
00:00:20.015 --> 00:00:24.015
โอเค เสียงมาแล้ว ก็เราเมื่อกี้

7
00:00:24.020 --> 00:00:28.020
คุยกันนะคะ ว่าวันนี้เราจะเรียนบทที่ 8

8
00:00:28.021 --> 00:00:32.021
แล้วก็ ตกลงนักศึกษาใช่ไหม ตอนแรกนึกว่า

9
00:00:32.023 --> 00:00:36.023
เจ้าหน้าที่ นั่งข้างหลังเห็นใช่ไหมครับ โอเค

10
00:00:36.024 --> 00:00:40.024
ก็วันนี้เราจะเรียนบทที่ 8 นะ เรื่องของการคิดนะ แล้ว

11
00:00:40.025 --> 00:00:44.025
เราเหลืออีกบทที่ 10 กับ 11 แล้วก็ครูจะปิด

12
00:00:44.026 --> 00:00:48.026
คอร์สให้เลยนะคะ เพื่อที่ว่าเราจะได้เอาเวลาที่เหลือนี่

13
00:00:48.028 --> 00:00:52.028
ไปทำงานชิ้นใหญ่ที่สุดอีกชิ้นหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้น

14
00:00:52.030 --> 00:00:56.030
อันนี้คือ เพราะฉะนั้น เราก็จะเป็นออนไลน์ครั้งหน้า

15
00:00:56.031 --> 00:01:00.031
แล้วก็จบด้วย onsite นะ 2 ครัง

16
00:01:00.032 --> 00:01:04.032
นะคะ โอเค วันนี้

17
00:01:04.033 --> 00:01:08.033
เราจะเรียนบทที่ 8 ที่ครูสลับมา ที่ถามนะคะ

18
00:01:08.034 --> 00:01:12.034
เนื้อหามันจะเป็นที่จะต้องมาเรียนกันในห้อง ทีนี้ครูจะ

19
00:01:12.035 --> 00:01:16.035
ขอพวกเรา เตรียมกระดาษไว้สัก 1 แผ่น

20
00:01:16.037 --> 00:01:20.037
มีหรือเปล่า มีกระดาษไหมลูก

21
00:01:20.037 --> 00:01:24.037
มาเรียนหนังสือไม่มีกระดาษ มีกระดาษและปากกาไหมคะ

22
00:01:24.039 --> 00:01:28.039
เพื่อนมีไหม ใครมีกระดาษบ้าง ขายเลยค่ะ แผ่นละ 5 บาท

23
00:01:28.040 --> 00:01:32.040
หารายได้เข้ากระเป๋า ตอนเที่ยง

24
00:01:32.042 --> 00:01:36.042
ขอเพื่อนเอาลูก มีกระดาษ... กระดาษอะไรก็ได้ลูก

25
00:01:36.044 --> 00:01:40.044
ไม่ต้องค่ะ แผ่น... แผ่นไหนก็ได้

26
00:01:40.046 --> 00:01:44.046
กระดาษโน้ตอะไรก็ได้ค่ะ ขอไม่เป็นกระดาษทิชชู

27
00:01:44.048 --> 00:01:48.048
ก็พอนะ ใครไม่มีก็

28
00:01:48.050 --> 00:01:52.050
ให้เพื่อนส่งให้นะคะ

29
00:01:52.051 --> 00:01:56.051
ส่วนของหนู หนู...

30
00:01:56.053 --> 00:02:00.053
ไม่ต้องเขียนก็ได้นะคะ

31
00:02:00.055 --> 00:02:04.055
ของน้องเด็กตานะ น้องก็ไม่ต้องเขียนก็ได้

32
00:02:04.057 --> 00:02:08.057
เดี๋ยวตอบกันเองนะคะ เตรียมกระดาษกันแล้ว

33
00:02:08.059 --> 00:02:12.059
ใช่ไหมลูก เขียนชื่อของตัวเองไว้

34
00:02:12.061 --> 00:02:16.061
นะคะ แสดงความเป็นเจ้าของ เขียนชื่อ แล้วก็

35
00:02:16.063 --> 00:02:20.063
เขียนรหัสนักศึกษาไว้ให้ด้วยนะคะ โจทย์เดี๋ยวบอก

36
00:02:20.064 --> 00:02:24.064
กันอีกทีหนึ่งนะคะ ให้เตรียมกระดาษกับปากกาไว้ก่อน เพราะวันนี้เรามีกิจกรรมให้

37
00:02:24.066 --> 00:02:28.066
ที่ทำ แล้วเราจะใช้กระดาษตรงนี้ด้วย เป็นการเช็กชื่อ

38
00:02:28.067 --> 00:02:32.067
ไปในตัวเลยนะคะ

39
00:02:32.069 --> 00:02:36.069
หมดแล้วน่ะ เล่มนั้นน่ะ ฉีกไปหมดแล้ว เหบือแค่ปก

40
00:02:36.070 --> 00:02:40.070

41
00:02:40.072 --> 00:02:44.072
สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ

42
00:02:44.074 --> 00:02:48.074

43
00:02:48.075 --> 00:02:52.075
เสียงครู

44
00:02:52.077 --> 00:02:56.077
เวลาออกไมค์มันแปลก ๆ นะ

45
00:02:56.080 --> 00:03:00.080
ครูรู้สึกไม่ชอบเสียงตัวเองเลย เวลาออกไมค์

46
00:03:00.081 --> 00:03:04.081
ไมค์มันเอคโคด้วย เสียงมันสะท้อน

47
00:03:04.084 --> 00:03:08.084
เตรียมแล้วใช่ไหมคะ เอาไว้ก่อนนะลูกเตรียมไว้

48
00:03:08.086 --> 00:03:12.086
เราจะเรียนบทที่ 8 เป็นการคิดที่ซับซ้อนใช่ไหมคะ

49
00:03:12.088 --> 00:03:16.088
ทีนี้ เรื่องของการคิดนี่ มันคือทักษะอย่างหนึ่ง ที่

50
00:03:16.089 --> 00:03:20.089
ปกติมันก็จะมีทักษะที่เป็นทักษะพื้นฐาน

51
00:03:20.091 --> 00:03:24.091
การคิดแบบพื้นฐานนะคะ ส่วนวันนี้เราจะเรียนเรื่องของ

52
00:03:24.093 --> 00:03:28.093
การคิดที่มันขั้นสูงขึ้น

53
00:03:28.094 --> 00:03:32.094
ที่มันซับซ้อนมากขึ้น มันคือการที่เรา

54
00:03:32.096 --> 00:03:36.096
มีวุฒิภาวะแล้ว เราโตแล้ว เรามีพัฒนาการที่

55
00:03:36.097 --> 00:03:40.097
โตเต็มวัยแล้วอย่างนี้ค่ะ ก็สามารถที่จะคิดกระบวนการคิด

56
00:03:40.098 --> 00:03:44.098
แบบนี้ได้ แต่ถ้าเป็นเด็กประถม ถ้าเป็นเด็กอนุบาลที่เขายังเด็ก ๆ อยู่นี่

57
00:03:44.099 --> 00:03:48.099
การคิดซับซ้อนเขาก็ยังทำไม่ได้นะคะ เราก็ต้องมา

58
00:03:48.100 --> 00:03:52.100
รู้จักว่าการไอ้การคิดซับซ้อนมันคืออะไร เพื่อที่ว่า

59
00:03:52.101 --> 00:03:56.101
อีกหน่อยเราไปเป็นครูอย่างนี้ค่ะ เราจะได้ออกแบบ

60
00:03:56.102 --> 00:04:00.102
การเรียนการสอน เพื่อที่จะกระตุ้นการคิด

61
00:04:00.103 --> 00:04:04.103
เหล่านี้ให้กับเด็ก ๆ นะคะ เพราะว่าทักษะการคิด

62
00:04:04.104 --> 00:04:08.104
ที่ซับซ้อนเหล่านี้มันก็เป็นทักษะที่ศรรตว

63
00:04:08.105 --> 00:04:12.105
นะคะ เราเคยได้ยินคำนี้ใช่ไหมคะ ก็เลย

64
00:04:12.106 --> 00:04:16.106
ให้เรามารู้กันสักหน่อยหนึ่งนะคะ การคิดซับซ้อน

65
00:04:16.109 --> 00:04:20.109
มันคืออะไรนะคะ ไปไหมนี่

66
00:04:20.110 --> 00:04:24.110
ไม่ไป

67
00:04:24.111 --> 00:04:28.111

68
00:04:28.112 --> 00:04:32.112

69
00:04:32.114 --> 00:04:36.114
ขออภัยที่ตัวหนังสือ

70
00:04:36.115 --> 00:04:40.115
มันเลื่อนนะคะ โอเค การคิดอันแรกนะ

71
00:04:40.117 --> 00:04:44.117
มันคือการคิดแบบมีวิจารณญาณ การคิดแบบ

72
00:04:44.119 --> 00:04:48.119
มีวิจารณญาณ การที่เราสามารถไตร่ตรองได้

73
00:04:48.120 --> 00:04:52.120
หาเหตุผลได้ คิดที่ไม่ตัดสินใจ

74
00:04:52.120 --> 00:04:56.120
เอาอารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ผ่านการคิดที่

75
00:04:56.122 --> 00:05:00.122
ผ่านสิ่งที่เราพิจารณาว่ามันเหมาะสม

76
00:05:00.123 --> 00:05:04.123
ไหม หรือไม่เหมาะสม มันถูกต้องไหม หรือไม่ถูกต้อง

77
00:05:04.125 --> 00:05:08.125
หรือไม่ถูกต้อง มันจะส่งผลกระทบกับใครไหม อันนี้

78
00:05:08.128 --> 00:05:12.128
การที่เราเรียกว่า "การคิดแบบมีวิจารณญาณ" การคิด

79
00:05:12.129 --> 00:05:16.129
แบบมีวิจารณญาณนี่ มันก็เป็นอภิปัญญาแบบหนึ่ง

80
00:05:16.132 --> 00:05:20.132
นะคะ หนูไม่ต้องถ่ายก็ได้ลูก ครูโพสต์ไว้ใน Classroom

81
00:05:20.135 --> 00:05:24.135
แล้วนะคะ การคิดแบบอภิปัญญา แบบ

82
00:05:24.136 --> 00:05:28.136
ที่พูดถึงนี่นะ มันก็คือการคิดที่สูงขึ้นกว่าการคิดปกติ

83
00:05:28.138 --> 00:05:32.138
อภิ มันแปลว่า ใหญ่ แสดงว่าเป็นปัญญา

84
00:05:32.139 --> 00:05:36.139
ที่สูงกว่าปกติ ใหญ่กว่าปกตินะคะ

85
00:05:36.140 --> 00:05:40.140
การคิดแบบอภิปัญญานี่ ก็คือการคิดแบบมีวิจารณญาณนี่แหละ

86
00:05:40.141 --> 00:05:44.141
นะคะ ที่สามารถควบคุม

87
00:05:44.142 --> 00:05:48.142
ควบคุมในที่นี่คือ ควบคุมความคิดของตัวเอง

88
00:05:48.143 --> 00:05:52.143
ถูกต้องเหมาะสมแล้วสามารถควบคุมตัวเองให้

89
00:05:52.145 --> 00:05:56.145
ทำตามที่ตัวเองคิดได้ วางแผนต่าง ๆ อย่างนี้ค่ะ

90
00:05:56.147 --> 00:06:00.147
ก็สามารถควบคุมตัวเองให้ทำตามสิ่งที่ตัวเองตั้งใจได้ อันนี้

91
00:06:00.148 --> 00:06:04.148
เรียกว่าอภิปัญญา คือการคิดที่มันสูงกว่าปกติ

92
00:06:04.150 --> 00:06:08.150
เพราะอย่างที่บอกว่าการคิดที่ขาด

93
00:06:08.152 --> 00:06:12.152
วิจารณญาณนี่ ก็คือการที่เราตัดสินใจทำอะไรโดย

94
00:06:12.153 --> 00:06:16.153
เราไม่ได้นึกถึงเหตุผลที่มันเกี่ยวข้อง เราไม่ได้นึกถึงผลกระทบ

95
00:06:16.154 --> 00:06:20.154
ที่มันจะเกิดขึ้น เราไมนึกถึงสิ่งที่มันเหมาะสม

96
00:06:20.156 --> 00:06:24.156
เป็นเหตุเป็น เราตัดสินใจเพราะเห็นคนอื่น

97
00:06:24.157 --> 00:06:28.157
เขาทำ เราอยากทำตาม ตัดสินใจเพราะว่า

98
00:06:28.158 --> 00:06:32.158
มีคนบอกให้ทำเราก็เลยทำอย่างนี้ค่ะ อันนี้ไม่ได้เรียกว่า

99
00:06:32.159 --> 00:06:36.159
ใช้วิจารณญาณ เพราะฉะนั้น การใช้วิจารณา

100
00:06:36.160 --> 00:06:40.160
เราคิดพิจารณาไตร่ตรองหาเหตุผล

101
00:06:40.160 --> 00:06:44.160
ของมัน ว่าควรจะทำไหม เหมาะสมไหม อันนี้เขาเรียกว่าการคิดแบบ

102
00:06:44.162 --> 00:06:48.162
มีวิจารณญาณนะคะ ทีนี้

103
00:06:48.163 --> 00:06:52.163
อันนี้ค่ะ ที่ครูจะเป็นโจทย์ข้อแรกให้กับเรา

104
00:06:52.165 --> 00:06:56.165
ครูจะให้เราลองฝึก

105
00:06:56.167 --> 00:07:00.167
ตัวเองค่ะ กระดาษของตัวเองค่ะ

106
00:07:00.168 --> 00:07:04.168
ใครไม่มีก็รีบขายเพื่อนเลย

107
00:07:04.170 --> 00:07:08.170
นะคะ อันนี้นะ จะให้เราฝึกคิดว่า

108
00:07:08.171 --> 00:07:12.171
สิ่งที่มันเกิดขึ้น 6 ข้อนี้ค่ะ มันเป็นข้อเท็จจริง

109
00:07:12.172 --> 00:07:16.172
หรือเป็นอนุมาน

110
00:07:16.174 --> 00:07:20.174
มันจะมีข้อความให้ใช่ไหมคะ ว่าไก่กับแดง

111
00:07:20.175 --> 00:07:24.175
นี่ เป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้ง 2 ชอบไป

112
00:07:24.177 --> 00:07:28.177
ชอปปิงตามศูนย์การค้าเสมอ วันหยุด

113
00:07:28.178 --> 00:07:32.178
ที่ผ่านมา ไก่กับแดงนัดกันไปชอปปิงที่

114
00:07:32.178 --> 00:07:36.178
สยามเซนเตอร์ เพื่อหาซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อดัง ๆ

115
00:07:36.179 --> 00:07:40.179
ที่กำลังลดราคา ทั้งคู่

116
00:07:40.180 --> 00:07:44.180
นัดกัน นัดพบกันที่บันไดเลื่อนชั้น 1

117
00:07:44.181 --> 00:07:48.181
ตามที่นัดหมายไว้ ไก่คออยู่บริเวณนั้น

118
00:07:48.182 --> 00:07:52.182
เป็นชั่วโมงโดยไม่กล้าเดินไปที่อื่น

119
00:07:52.187 --> 00:07:56.187
เพราะเกรงว่าถ้าแดงมาแล้ว จะคลาดกันำ

120
00:07:56.188 --> 00:08:00.188
แต่แดงยังไม่มา ไก่เลยโทรศัพท์

121
00:08:00.190 --> 00:08:04.190
ไปหาแดง ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้เลย

122
00:08:04.190 --> 00:08:08.190
ไก่รู้สึกไม่พอใจที่แดงมักผิดนัด

123
00:08:08.191 --> 00:08:12.191
อยู่... มักผิดนัดกับตนอยู่บ่อย ๆ ไก่จ

124
00:08:12.193 --> 00:08:16.193
ตัดสินใจเดินดูของตามที่ตั้งใจ และกลับบ้าน

125
00:08:16.195 --> 00:08:20.195
ด้วยอารมณ์ที่ไม่สู้ดีนัก

126
00:08:20.197 --> 00:08:24.197
6 ข้อ คนที่มีกระดาษ

127
00:08:24.198 --> 00:08:28.198
ให้ติ๊กลงไป ว่าข้อ 1 ถึง ข้อ 6 นี่

128
00:08:28.199 --> 00:08:32.199
เราคิดว่ามันเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นข้อ

129
00:08:32.201 --> 00:08:36.201
อนุมาน

130
00:08:36.202 --> 00:08:40.202

131
00:08:40.204 --> 00:08:44.204
ใช่ เขียนแค่เลขค่ะ 1-6 ข้อเท็จจริง

132
00:08:44.206 --> 00:08:48.206
หรืออนุมานไม่ต้องเขียนโจทย์นะคะ

133
00:08:48.208 --> 00:08:52.208
ข้อที่ 1 ไก่กับแดงเป็นวัยรุ่น

134
00:08:52.210 --> 00:08:56.210
ที่ชอบชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ

135
00:08:56.211 --> 00:09:00.211
เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน เราก็เขียนลงไปนะคะ

136
00:09:00.212 --> 00:09:04.212

137
00:09:04.213 --> 00:09:08.213
อนุมานคืออะไร อนุมาน

138
00:09:08.214 --> 00:09:12.214
คือ สิ่งที่เราคิดเอาเอง สิ่ง

139
00:09:12.216 --> 00:09:16.216
ที่เราคิดว่ามันใช่ อันนี้เรียกว่าอนุมานนะคะ

140
00:09:16.220 --> 00:09:20.220
นี่อนุมานความถึงการคาดคะเน

141
00:09:20.221 --> 00:09:24.221
แสดงว่าอนุมานไม่ใช่ข้อเท็จจริง

142
00:09:24.223 --> 00:09:28.223
ข้อที่ 2 ทั้ง 2 สาว

143
00:09:28.225 --> 00:09:32.225
นักพบกันในวันหยุดที่ผ่านมา ที่สยามเซ็นเตอร์

144
00:09:32.225 --> 00:09:36.225
เซนเตอร์เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน ก็เขียนลงไป

145
00:09:36.227 --> 00:09:40.227
นะคะ

146
00:09:40.229 --> 00:09:44.229

147
00:09:44.230 --> 00:09:48.230
ข้อที่ 3 ไก่

148
00:09:48.232 --> 00:09:52.232
ไปคอยแดงเป็นเวลานานแต่แดงไม่ไป

149
00:09:52.234 --> 00:09:56.234
ตามนัด

150
00:09:56.236 --> 00:10:00.236

151
00:10:00.239 --> 00:10:04.239

152
00:10:04.244 --> 00:10:08.244
ข้อที่ 4 ไก่โทรศัพท์

153
00:10:08.250 --> 00:10:12.250
ไปที่บ้านแดง แต่ติดต่อไม่ได้

154
00:10:12.251 --> 00:10:16.251

155
00:10:16.252 --> 00:10:20.252

156
00:10:20.254 --> 00:10:24.254
ข้อที่ 5

157
00:10:24.259 --> 00:10:28.259
แดงมักผิดนัดอยู่เสมอ

158
00:10:28.260 --> 00:10:32.260
ไอ้ที่ครูอ่านนี่

159
00:10:32.262 --> 00:10:36.262
ครูอ่านให้พี่ล่าม

160
00:10:36.263 --> 00:10:40.263

161
00:10:40.265 --> 00:10:44.265
ข้อที่ 6

162
00:10:44.267 --> 00:10:48.267
ไก่ซื้อของตามที่ตั้งใจ แล้วก็กลับบ้าน

163
00:10:48.268 --> 00:10:52.268
ด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก

164
00:10:52.269 --> 00:10:56.269

165
00:10:56.271 --> 00:11:00.271

166
00:11:00.272 --> 00:11:04.272
คะ

167
00:11:04.273 --> 00:11:08.273
ถึงแล้ว อ้าวเหรอ

168
00:11:08.276 --> 00:11:12.276
แล้วครูก็เถียงนะ ว่าส่งแล้ว

169
00:11:12.277 --> 00:11:16.277
อ๋อ ครู

170
00:11:16.279 --> 00:11:20.279
ไม่ได้ส่งเข้าใน Classroom ครูส่งให้พี่ม่อน

171
00:11:20.282 --> 00:11:24.282
เดี๋ยวโพสต์ให้เลย

172
00:11:24.283 --> 00:11:28.283
ระหว่างนี้ทำ 6 ข้อนี้ไว้ก่อนนะคะ

173
00:11:28.284 --> 00:11:32.284

174
00:11:32.287 --> 00:11:36.287

175
00:11:36.290 --> 00:11:40.290

176
00:11:40.295 --> 00:11:44.295

177
00:11:44.301 --> 00:11:48.301

178
00:11:48.303 --> 00:11:52.303

179
00:11:52.304 --> 00:11:56.304

180
00:11:56.307 --> 00:12:00.307

181
00:12:00.309 --> 00:12:04.309

182
00:12:04.312 --> 00:12:08.312
เดี๋ยวตามโพสต์ให้เด้อ

183
00:12:08.314 --> 00:12:12.314

184
00:12:12.316 --> 00:12:16.316

185
00:12:16.318 --> 00:12:20.318

186
00:12:20.320 --> 00:12:24.320

187
00:12:24.321 --> 00:12:28.321
ให้เตรียมกระดาษแล้วใช่ไหมคะ

188
00:12:28.326 --> 00:12:32.326
ใช่ไหมคะ

189
00:12:32.327 --> 00:12:36.327
ให้ทำโจทย์

190
00:12:36.329 --> 00:12:40.329

191
00:12:40.331 --> 00:12:44.331

192
00:12:44.333 --> 00:12:48.333
ครูบังหรือเปล่า

193
00:12:48.337 --> 00:12:52.337
มองไม่เห็น นั่งข้างหน้าก็ได้

194
00:12:52.338 --> 00:12:56.338
ไปนั่งเสียไกลเชียว สายตายาว

195
00:12:56.339 --> 00:13:00.339
เดี๋ยวครูตามโพสต์ให้นะ

196
00:13:00.340 --> 00:13:04.340

197
00:13:04.341 --> 00:13:08.341

198
00:13:08.342 --> 00:13:12.342
เรามาลองทำด้วยกันข้อแรกก่อน

199
00:13:12.345 --> 00:13:16.345
นะคะ ไก่กับแดง

200
00:13:16.346 --> 00:13:20.346
เป็นวัยรุ่นที่ชอบไปชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ

201
00:13:20.348 --> 00:13:24.348
เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน

202
00:13:24.351 --> 00:13:28.351
ใครว่าอนุมานยกมือ

203
00:13:28.352 --> 00:13:32.352
ใครว่าข้อเท็จจริงยกมือ

204
00:13:32.355 --> 00:13:36.355
คนที่บอกว่าเป็นอนุมานดูจากอะไรคะที่เป็น

205
00:13:36.356 --> 00:13:40.356
อนุมาน

206
00:13:40.357 --> 00:13:44.357
คะ ไก่กับแดงเป็น

207
00:13:44.359 --> 00:13:48.359
วัยรุ่นที่ชอบชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ

208
00:13:48.360 --> 00:13:52.360

209
00:13:52.361 --> 00:13:56.361
คำถาม คำถามของพวกเรานะ เรารู้ได้อย่างไร

210
00:13:56.363 --> 00:14:00.363
ว่าไก่กับแดงเป็นวัยรุ่น

211
00:14:00.364 --> 00:14:04.364
นี่ ข้อความ

212
00:14:04.365 --> 00:14:08.365
เขาบอกตรงไหนคะ ว่าเป็นวัยรุ่น

213
00:14:08.366 --> 00:14:12.366
ไก่กับแดงเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองชอบไปชอปปิง

214
00:14:12.368 --> 00:14:16.368
ตามศูนย์การค้าหรู ๆ อยู่เสมอ

215
00:14:16.369 --> 00:14:20.369
เราอนุมานเองหรือเปล่าว่าคนที่ต้องไปชอปปิงตามศูนย์

216
00:14:20.370 --> 00:14:24.370
จะต้องเป็นวัยรุ่นเขาเป็นวัยกลางคน

217
00:14:24.373 --> 00:14:28.373
ได้ไหม เป็นคนแก่ได้ไหม เกษียณแล้วไม่มีอะไรทำ

218
00:14:28.375 --> 00:14:32.375
ก็เลยไปซื้อของได้หรือเปล่า สรุปแล้วเป็นข้อเท็จจริงหรือ

219
00:14:32.376 --> 00:14:36.376
อนุมานคะ อนุมาน เห็นหรือเปล่า

220
00:14:36.378 --> 00:14:40.378
เราคาดการณ์เอาเองนะคะ คาดคะเนเอาเอง เขาไม่ได้บอกเลยว่า

221
00:14:40.380 --> 00:14:44.380
เป็นวัยรุ่น เขาบอกแค่ว่า

222
00:14:44.381 --> 00:14:48.381
ไก่กับแดงเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้ง 2 ชอบไปชอปปิง

223
00:14:48.382 --> 00:14:52.382
เราอนุมานเอาเองว่าไก่กับแดงน่าจะเป็นวัยรุ่นแหละ

224
00:14:52.382 --> 00:14:56.382
ถูกไหม

225
00:14:56.383 --> 00:15:00.383
ข้อ 2 ข้อ 2 ทั้งสองสาว

226
00:15:00.385 --> 00:15:04.385
นัดพบกันในวันหยุดที่ผ่านมาที่สยามเซนเตอร์

227
00:15:04.386 --> 00:15:08.386
ข้อเท็จจริงหรืออนุมาน

228
00:15:08.388 --> 00:15:12.388
ข้อเท็จจริง ตรงไหนที่บอกว่า 2 สาว

229
00:15:12.390 --> 00:15:16.390
นัดกัน ไก่กับแดงเป็นผู้หญิงหรือเปล่า

230
00:15:16.391 --> 00:15:20.391
รู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นผู้หญิง

231
00:15:20.392 --> 00:15:24.392
เขาไม่ได้บอก ถูกไหม เขาบอกแค่ว่า

232
00:15:24.394 --> 00:15:28.394
ไก่กับแดงเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ได้บอกสักคำว่าไก่กับแดง

233
00:15:28.396 --> 00:15:32.396
เป็นผู้หญิง เราอนุมานไปเองไหม ทั้ง 2 คน

234
00:15:32.396 --> 00:15:36.396
เป็น 2 สาว เขาอาจจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง

235
00:15:36.398 --> 00:15:40.398
ก็ได้ หรืออาจจะเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็ได้ ไม่รู้ไปทำอะไร ไปซื้อของ

236
00:15:40.398 --> 00:15:44.398
จะต้องไปปาร์ตีอย่างนี้ก็ได้ อนุมานหรือเปล่า

237
00:15:44.401 --> 00:15:48.401
อนุมาน

238
00:15:48.402 --> 00:15:52.402
ข้อที่ 3

239
00:15:52.403 --> 00:15:56.403
ทำพร้อมกันเลยนะคะ ข้อที่ 3

240
00:15:56.404 --> 00:16:00.404
ไก่ไปคอยแดงเป็นเวลานาน แต่แดงไม่ไปตามนัด

241
00:16:00.406 --> 00:16:04.406
ข้อเท็จจริงหรืออนุมาน

242
00:16:04.409 --> 00:16:08.409
ข้อเท็จจริง

243
00:16:08.410 --> 00:16:12.410
รู้ได้อย่างไร ว่า

244
00:16:12.412 --> 00:16:16.412
เขาไม่ไป

245
00:16:16.413 --> 00:16:20.413
แต่แดงยังไม่มา

246
00:16:20.415 --> 00:16:24.415
ไก่ไม่กล้าไปไหน ไก่ก็เลยโทรศัพท์ไป

247
00:16:24.417 --> 00:16:28.417
หาแดง ปรากฏติดต่อไม่ได้ เขาบอกสักคำไหม ว่า

248
00:16:28.420 --> 00:16:32.420
แดงไม่มา เขาไม่ได้พูดเลยนะ

249
00:16:32.421 --> 00:16:36.421
ในข้อความไม่ได้บอกเลย

250
00:16:36.422 --> 00:16:40.422
ว่าแดงไม่มา เขาอาจจะแค่มาช้าไป 2 ชั่วโมงก็ได้

251
00:16:40.425 --> 00:16:44.425

252
00:16:44.426 --> 00:16:48.426
ก็มาไง มาแต่มาช้า

253
00:16:48.427 --> 00:16:52.427
อนุมาน อนุมานไหมล่ะ

254
00:16:52.431 --> 00:16:56.431
เพราะเขาไม่ได้บอกสักคำเลยว่าแดงไม่มา แต่แดง

255
00:16:56.436 --> 00:17:00.436
ยังไม่มาเฉย ๆ

256
00:17:00.437 --> 00:17:04.437
โดนล้อแล้วนี่ พวกเธอโดนความคิดตัวเองหลอกหรือเปล่า

257
00:17:04.439 --> 00:17:08.439
โดนการอนุมานหลอกนะ เราเคยชินกับ

258
00:17:08.440 --> 00:17:12.440
การอนุมานบ่อยนะนี่ คิดเองเออเองน่ะ

259
00:17:12.441 --> 00:17:16.441
ข้อที่  4 ไก่โทรศัพท์ไปที่

260
00:17:16.443 --> 00:17:20.443
บ้านแดง แต่ติดต่อไม่ได้

261
00:17:20.444 --> 00:17:24.444
อนุมาน

262
00:17:24.446 --> 00:17:28.446

263
00:17:28.447 --> 00:17:32.447
เขาบอกว่า โทรไปหาแดง เขา

264
00:17:32.449 --> 00:17:36.449
ไม่ได้บอกว่าโทรไปที่บ้านก็ได้ อาจจะโทรไปมือถือ

265
00:17:36.451 --> 00:17:40.451
ถูกเปล่า อนุมาน

266
00:17:40.453 --> 00:17:44.453
ข้อที่ 5

267
00:17:44.454 --> 00:17:48.454
ข้อ 4 อนุมานค่ะ หนุมาน หนุมาน

268
00:17:48.455 --> 00:17:52.455
ข้อ 5 แดงมักผิดนัด

269
00:17:52.458 --> 00:17:56.458
อยู่เสมอ

270
00:17:56.460 --> 00:18:00.460
ข้อเท็จจริง ให้ Defend หน่อย

271
00:18:00.462 --> 00:18:04.462
ป้องกันตัวเองหน่อย ข้อเท็จจริงตรงไหนคะ

272
00:18:04.463 --> 00:18:08.463

273
00:18:08.465 --> 00:18:12.465
เดี๋ยวก่อน ข้อ 5 ลูก แดง

274
00:18:12.466 --> 00:18:16.466
มักผิดนัดอยู่เสมอ ไก่รู้สึก

275
00:18:16.467 --> 00:18:20.467
ไม่พอใจ ที่แดงมักผิดนัดกับตนอยู่บ่อย ๆ

276
00:18:20.470 --> 00:18:24.470
ไก่เลยตัดสินใจไปโดนดูของ

277
00:18:24.471 --> 00:18:28.471
บ่อย ๆ กับเสมอ เท่ากันไหม

278
00:18:28.473 --> 00:18:32.473
นัด

279
00:18:32.474 --> 00:18:36.474
10 ครั้ง ไม่มาหาเลย

280
00:18:36.475 --> 00:18:40.475
ทั้ง 10 ครั้ง อันนี้เรียกบ่อยหรือเสมอ

281
00:18:40.479 --> 00:18:44.479
เสมอ คือ ทุกครั้ง

282
00:18:44.480 --> 00:18:48.480
บ่อย คือ ส่วนใหญ่

283
00:18:48.481 --> 00:18:52.481
นัด 10 ครั้ง ไม่มา 8 มา 2

284
00:18:52.483 --> 00:18:56.483
อันนี้เรียก "บ่อย" แต่ถ้า 10 ครั้งไม่มาเลย

285
00:18:56.484 --> 00:19:00.484
อันนี้เสมอ

286
00:19:00.485 --> 00:19:04.485
แยกออกหรือเปล่า

287
00:19:04.486 --> 00:19:08.486
นักศึกษา เข้าห้องเรียนสายเสมอ

288
00:19:08.488 --> 00:19:12.488
แปลว่า

289
00:19:12.490 --> 00:19:16.490
สายเสมอ หรือไม่เข้าเลย หมายถึงเราใช่ไหม

290
00:19:16.492 --> 00:19:20.492
สายเสมอ แสดงว่ามาสายทุกครั้งเลย

291
00:19:20.492 --> 00:19:24.492
ถูกไหมคะ มาสายบ่อย เรียนไป 10 ครั้ง

292
00:19:24.494 --> 00:19:28.494
มาสายเสีย 5 ครั้ง อย่างนี้เรียก "บ่อย"

293
00:19:28.495 --> 00:19:32.495
เห็นหรือเปล่า สรุปแล้ว ผิดนัด

294
00:19:32.497 --> 00:19:36.497
อยู่เสมอเป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน อนุมาน

295
00:19:36.498 --> 00:19:40.498
เขาบอกว่าบ่อย ๆ ไม่รู้ด้วยว่ากี่ครั้ง

296
00:19:40.499 --> 00:19:44.499
แต่เราตัดสินไปแล้วว่าเขามาสายเสมอเลย

297
00:19:44.502 --> 00:19:48.502
ข้อสุดท้าย

298
00:19:48.504 --> 00:19:52.504
ไก่ซื้อของตามที่ตั้งใจ

299
00:19:52.506 --> 00:19:56.506
แล้วก็กลับบ้านด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก

300
00:19:56.507 --> 00:20:00.507
จริงตรงไหน

301
00:20:00.508 --> 00:20:04.508
อนุมานตรงไหน

302
00:20:04.509 --> 00:20:08.509

303
00:20:08.510 --> 00:20:12.510
แสดงว่าอารมณ์ไม่ดีนี่ จริงใช่ไหม

304
00:20:12.512 --> 00:20:16.512
แต่ไก่ไปเดินดูของ สรุปไก่

305
00:20:16.516 --> 00:20:20.516
ได้ซื้อของไหม ไปเดินดูเฉย ๆ

306
00:20:20.517 --> 00:20:24.517
ยังไม่ได้ซื้อเลย สรุปแล้วเป็น

307
00:20:24.521 --> 00:20:28.521
อนุมาน

308
00:20:28.522 --> 00:20:32.522
ใครถูกทุกข้อบ้าง

309
00:20:32.524 --> 00:20:36.524
ไม่มี ใครผิดทุกข้อบ้าง

310
00:20:36.525 --> 00:20:40.525
ตอบได้อย่างภูมิใจ ผิดสลับถูกบ้าง

311
00:20:40.527 --> 00:20:44.527
ผิดสลับถูกนี่ สังเกตดูนะ เรา

312
00:20:44.529 --> 00:20:48.529
เดาถูกไหม แสดงว่า

313
00:20:48.530 --> 00:20:52.530
เราเคยชินกับการเดาเสมอเลย

314
00:20:52.532 --> 00:20:56.532

315
00:20:56.533 --> 00:21:00.533
นี่ มันชี้ให้เห็นเลยว่า

316
00:21:00.534 --> 00:21:04.534
เราเคยชินกับการที่เราคิดไปเอง

317
00:21:04.535 --> 00:21:08.535
แล้วก็รีบสรุปไปเอง เออ

318
00:21:08.537 --> 00:21:12.537
อันนี้คือการฝึกที่จะใช้การคิดแบบมี

319
00:21:12.541 --> 00:21:16.541
วิจารณญาณ อันแรกนะ เรามาดู

320
00:21:16.542 --> 00:21:20.542
ก่อนว่า เขาพูดจริงหรือเปล่านะ หรือเราคริดไปเอง

321
00:21:20.544 --> 00:21:24.544
ไปเองหรือเปล่า เราสันนิษฐานไปเองหรือเปล่า อันนี้

322
00:21:24.546 --> 00:21:28.546
น่ะค่ะ อันนี้เฉลยนะ เมื่อกี้เล่าไปแล้วนะ

323
00:21:28.548 --> 00:21:32.548
อนุมานที่พูดถึงนี่ค่ะ

324
00:21:32.549 --> 00:21:36.549
มันขึ้นอยู่กับความเชื่อของเราเอง

325
00:21:36.550 --> 00:21:40.550
ขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานของเราที่เรามี บางทีเราคิดว่า

326
00:21:40.551 --> 00:21:44.551
อันนี้ถูกแล้ว อันนี้มันใช่แล้ว แต่ความเป็นจริงมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้

327
00:21:44.553 --> 00:21:48.553
เพราะว่าเรามีความเชื่อของเรา มีทัศนคติ

328
00:21:48.553 --> 00:21:52.553
ของเราว่าแบบนี้ใช่ ว่าแบบนี้ไม่ใช้ แบบทีมันอาจจะเป็น

329
00:21:52.557 --> 00:21:56.557
ออคติก็ได้ นึกออกไหม ถ้าเกิดว่าเราคิดว่า

330
00:21:56.558 --> 00:22:00.558
ไอ้สิ่งที่เราคิดว่ามันใช่แล้วมันไม่ใช่ขึ้นมาน่ะค่ะ

331
00:22:00.559 --> 00:22:04.559
อาจจะต้องกลับมาย้อนดูว่า ที่เราตัดสินใจว่ามันใช่ เรา

332
00:22:04.562 --> 00:22:08.562
ตัดสินใจเร่งด่วนไปหรือไป เราใช้อคติ

333
00:22:08.565 --> 00:22:12.565
ส่วนตัวของเราตัดสินหรือเปล่านะคะ

334
00:22:12.568 --> 00:22:16.568
ซึ่งจริง ๆ แล้วอนุมานมันไม่ผิด แต่สิ่งที่พึงระวัง

335
00:22:16.570 --> 00:22:20.570
ก็คือการที่เรารีบสรุปว่ามันจริง

336
00:22:20.571 --> 00:22:24.571
ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้ข้อมูลครบถ้วนเลย

337
00:22:24.572 --> 00:22:28.572
ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้เห็นข้อเท็จจริงเลย แต่เรารีบเ

338
00:22:28.574 --> 00:22:32.574
เชื่อว่ามันใช่ รีบเชื่อว่ามันจริง

339
00:22:32.585 --> 00:22:36.585
ตัดสินไปแล้ว เหมือนเมื่อกี้ที่เราตัดสินไปแล้ว ว่าเขาซื้อของ

340
00:22:36.585 --> 00:22:40.585
แล้วกลับบ้าน ยังไม่ได้ทันได้ดูดี ๆ เลย ว่า

341
00:22:40.587 --> 00:22:44.587
ตกลงเขาแค่ไปเดินดูเฉย ๆ แต่เรายังไม่ได้ไปซื่อเลย

342
00:22:44.589 --> 00:22:48.589
ฉะนั้น การที่เรารีบตัดสินข้อเท็จจริงว่า

343
00:22:48.591 --> 00:22:52.591
มันใช่ ไม่ใช่ อันนี้คือการพิพากษาตัดสิน เราต้อง

344
00:22:52.591 --> 00:22:56.591
พึงระวังก่อนที่เราจะสรุปอะไร

345
00:22:56.593 --> 00:23:00.593
เราก็ดูข้อมูลให้มันครบถ้วนก่อน เราก็ดูข้อเท็จจริง

346
00:23:00.594 --> 00:23:04.594
ครบท้วนก่อนนะคะ อันนี้ใช้วิจารณญาณ

347
00:23:04.596 --> 00:23:08.596
ในการที่เราจะพิจารณาสิ่งต่าง ๆ

348
00:23:08.601 --> 00:23:12.601
ฝึกนะนะคะ ในชีวิตประจำวันของเราเราก็ต้องฝึก

349
00:23:12.602 --> 00:23:16.602
เพราะว่า

350
00:23:16.604 --> 00:23:20.604
ยิ่งสมัยนี้ข้อมูลข่าวสารมันเยอะมากใช่ไหม ใน IG ก็มี

351
00:23:20.604 --> 00:23:24.604
ใน Facebook ก็มี ใน IG ก็มี ใน TikTok

352
00:23:24.606 --> 00:23:28.606
เชื่อถือได้จริงมากน้อยแค่ไหน อันนี้เรา

353
00:23:28.610 --> 00:23:32.610
ต้อง Question Mask ไว้ก่อน

354
00:23:32.611 --> 00:23:36.611
ตรวจสอบก่อนที่เราจะเชื่อ ก่อนที่เราจะตัดสิน

355
00:23:36.620 --> 00:23:40.620
ที่เขา... เขามีแคมเปนต์ไง คิด

356
00:23:40.621 --> 00:23:44.621
ก่อนแชร์ใช่ไหมคะ อันนี้แหละคือการใช้วิจารณญาณ

357
00:23:44.622 --> 00:23:48.622
ก่อนที่เราจะเชื่อว่ามันใช่ แล้วเราก็ส่งต่อไป ซึ่ง

358
00:23:48.623 --> 00:23:52.623
มันอาจจะเกิดผลกระทบก็ได้อย่างนี้นะคะ

359
00:23:52.623 --> 00:23:56.623
ทีนี้ โจทย์ข้อที่ 2 อันนี้

360
00:23:56.625 --> 00:24:00.625
ไม่ต้องเขียน ถามพวกเราแหละ ว่าถ้าเกิดว่า

361
00:24:00.626 --> 00:24:04.626
เราจะต้องเลือกระหว่าง 2 สิ่ง

362
00:24:04.627 --> 00:24:08.627
เราจะเลือกเลี้ยงอะไร ระหว่างไก่...

363
00:24:08.628 --> 00:24:12.628
เป็ด 1 ตัว ที่มีขนาดใหญ่เท่าม้า แสดงว่าส

364
00:24:12.629 --> 00:24:16.629
ใหญ่มากหรือเปล่า เป็ด 1 ตัวที่ใหญ่เท่าม้า มันต้องสูงมาก

365
00:24:16.631 --> 00:24:20.631
ม้า 10 ตัว ที่มีขนาดเท่าเป็ดดำ

366
00:24:20.632 --> 00:24:24.632
แปลว่าม้ามันตัวเล็กถูกไหม ไซซ์มันเท่าเป็ดน่ะ

367
00:24:24.633 --> 00:24:28.633
ใช่ไหมคะ แต่มี 10 ตัว เป็นเรา เราจะเลี้ยงอะไร

368
00:24:28.634 --> 00:24:32.634
ใครเลี้ยงม้า

369
00:24:32.635 --> 00:24:36.635
ยกมือ

370
00:24:36.635 --> 00:24:40.635
ใครเลี้ยงม้าใช่ไหมคะ ที่เหลือคือเลี้ยงเป็ดใช่ไหมคะ

371
00:24:40.638 --> 00:24:44.638
ก่อ นหนูทำไมถึงตัดสินใจเลี้ยงม้าคะ ไม่ผิดหรอก

372
00:24:44.639 --> 00:24:48.639

373
00:24:48.641 --> 00:24:52.641
มันตัวเล็กเท่าเป็ดใช่ไหมคะ แล้วอย่างไรคะ

374
00:24:52.642 --> 00:24:56.642
ถึงตัดสินใจว่าเอาม้าดีกว่า ตัวเล็กดี

375
00:24:56.645 --> 00:25:00.645
ต้องมีเหตุผลประกอบนะ ใช่ไหม

376
00:25:00.652 --> 00:25:04.652
เลี้ยงม้าใช่ไหมคะ เพราะอะไรลูก

377
00:25:04.654 --> 00:25:08.654
มันหลายตัวดี แล้วอย่างไรจ๊ะ

378
00:25:08.655 --> 00:25:12.655
ขายราคาแพงกว่าเป็ด แต่เป็ดมันใหญ่นะ

379
00:25:12.655 --> 00:25:16.655
เป็ดมีตัวเดียว

380
00:25:16.656 --> 00:25:20.656
ม้ามันขยายพันธุ์ได้น่าสนใจ แต่

381
00:25:20.657 --> 00:25:24.657
10 ตัว มันขยายพันธุ์ได้ แต่เป็นมันมี 10 ตัว

382
00:25:24.658 --> 00:25:28.658
ผสมกับอะไรใช่หรือเปล่า อันนี้เหตุผลเขา ก็ไม่ผิด

383
00:25:28.659 --> 00:25:32.659
ใช่ไหมคะ ใครเลือกเป็ด

384
00:25:32.660 --> 00:25:36.660
เลือกเป็ดเพราะอะไรลูก

385
00:25:36.662 --> 00:25:40.662
เออ มันเหมาะกับเราใช่หรือเปล่า เราดูแลหลายตัว

386
00:25:40.662 --> 00:25:44.662
เอาตัวเดียวพอจบใช่ไหมคะ ใครเลือกเป็ดบ้าง เพราะอะไรคะลูก

387
00:25:44.664 --> 00:25:48.664

388
00:25:48.665 --> 00:25:52.665

389
00:25:52.666 --> 00:25:56.666
มีไข่ใช่ไหมคะ ไม่ต้องผสมพันธุ์

390
00:25:56.667 --> 00:26:00.667
เอาไข่มากิน หรือว่าเอาไข่

391
00:26:00.669 --> 00:26:04.669
ไปเพาะพันธุ์ต่อหรืออย่างไ ร ขสย

392
00:26:04.673 --> 00:26:08.673
ไข่ แสดงว่าไข่มันเยอะด้วยนะ

393
00:26:08.674 --> 00:26:12.674
ก็ขายได้ มีใครเลือกเป็ดอีกบ้าง หนุ่ม ๆ

394
00:26:12.676 --> 00:26:16.676
ข้างหลังหนุ่มเลือกอะไรครับ เลือกเป็ด

395
00:26:16.678 --> 00:26:20.678
เพราะ... ไข่เอาไว้กิน

396
00:26:20.679 --> 00:26:24.679
ของเรา คืออะไรคะ ชอบเป็ดตัวใหญ่

397
00:26:24.681 --> 00:26:28.681

398
00:26:28.682 --> 00:26:32.682
เอาไว้ลาบเป็ด ได้หลายจานมาก

399
00:26:32.684 --> 00:26:36.684
เป็นโจทย์ขำ ๆ

400
00:26:36.686 --> 00:26:40.686
แต่มันก็สะท้อนถึงว่าเราสามารถใช้

401
00:26:40.690 --> 00:26:44.690
วิจารณญาณของเรา ว่าเราจะเลือกสิ่งไหน

402
00:26:44.691 --> 00:26:48.691
เพราะอะไร มันจะส่งผลอย่างไร มันจะเกิดผลดีอย่างไร

403
00:26:48.691 --> 00:26:52.691
เลือกม้า 10 ตัว มันผสมพันธุ์ได้

404
00:26:52.693 --> 00:26:56.693
ออกลูกออกหลานได้ เลือกเป็ดเพราะเป็ดมันมีไข่

405
00:26:56.694 --> 00:27:00.694
เอาไข่ไปขายได้ ได้เงิน

406
00:27:00.697 --> 00:27:04.697
มันสามารถเอาไปลาบเป็ดแล้วเอาไปเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านได้เลย

407
00:27:04.698 --> 00:27:08.698
มันใหญ่มากใช่ไหมคะ เลือกเพราะว่าไม่อยากจะดูแลเยอะ

408
00:27:08.699 --> 00:27:12.699
ดูแลตัวเดียวจบอย่างนี้ แต่ละคนก็จะมีเหตุผล

409
00:27:12.700 --> 00:27:16.700
อันนี้คือการที่เรียกว่าฝึกความคิดแบบมีวิจารณญาณ

410
00:27:16.701 --> 00:27:20.701
มาประกอบว่าเราเลือกสิ่งนี้ตัดสินใจ

411
00:27:20.702 --> 00:27:24.702
เพราะอะไร มันส่งผลอย่างไ รก่อประโยชน์ อย่างไร มันจะดีอย่างไร

412
00:27:24.703 --> 00:27:28.703
อย่างนี้ค่ะ อันนี้คือวิจารณญาณที่เราจะต้องฝึกกันนะคะ

413
00:27:28.704 --> 00:27:32.704
ต่อไป คือ

414
00:27:32.705 --> 00:27:36.705
ความคิดสร้างสรรค์ การคิดซับซ้อน

415
00:27:36.706 --> 00:27:40.706
ที่ 2 คือ การคิดสร้างสรรค์นะคะ การคิดสร้างสรรค์

416
00:27:40.707 --> 00:27:44.707
คืออะไร การคิดสร้างสรรค์ ก็คือการคิดที่มันนอกกรอบ

417
00:27:44.709 --> 00:27:48.709
ออกจากกรอบเดิมเพื่อให้ได้สิ่งใหม่

418
00:27:48.711 --> 00:27:52.711
ซึ่งยังไม่ต้องห่วงว่าสิ่งนั้นมันจะดีหรือไม่ดี

419
00:27:52.712 --> 00:27:56.712
แต่การที่เราคิดออกนอกกรอบ การที่เราไม่ต้องยึดติด

420
00:27:56.714 --> 00:28:00.714
กับสิ่งเดิม ๆ มันทำให้เรามีทางเลือกหลากหลาย

421
00:28:00.715 --> 00:28:04.715
ทำให้เรามีวิธีการที่เพิ่มมากขึ้น

422
00:28:04.716 --> 00:28:08.716
อย่างเช่น

423
00:28:08.718 --> 00:28:12.718
ไฟดับ บ้านไฟดับอย่างนี้ค่ะ เราจะทำ

424
00:28:12.720 --> 00:28:16.720
อย่างไร ไฟดับ การคิดสร้างสรรค์ต้องมาแล้ว

425
00:28:16.721 --> 00:28:20.721
จะนั่งรอการไฟฟ้าซ่อมไฟอีก 3 ชั่วโมงไหม

426
00:28:20.722 --> 00:28:24.722
จะอยู่ได้ไหม ถ้าอยู่ไม่ได้เราจะเอาอะไรมาแทนดี ใช้

427
00:28:24.724 --> 00:28:28.724
เทียน เทียนหมด เอาเทียนวันเกิดแทนได้ไหม

428
00:28:28.725 --> 00:28:32.725
บ้านมีเทียนพรรษา...

429
00:28:32.726 --> 00:28:36.726
โอเค ไฟไม่ดูดครู

430
00:28:36.727 --> 00:28:40.727
ก็บุญแล้วนะเมื่อกี้ นี่ค่ะ ไม่มีเทียน

431
00:28:40.727 --> 00:28:44.727
ใช้อะไรได้อีกนะ ใช้อะไรอีกได้ดี

432
00:28:44.729 --> 00:28:48.729
ใช้อะไรได้อีกถ้าไม่มีเทียน คะ

433
00:28:48.730 --> 00:28:52.730
ตะเกียง เออ ตะเกียง บ้านมีตะเกียงเว้ย

434
00:28:52.732 --> 00:28:56.732
ไฟฉายใช่ไหมคะ

435
00:28:56.733 --> 00:29:00.733
ถ้าไม่มีไฟฉาย ทำอย่างไรล่ะ โทรศัพท์

436
00:29:00.733 --> 00:29:04.733
อันนี้คือการที่เราเริ่มคิดได้เยอะขึ้นแล้ว

437
00:29:04.735 --> 00:29:08.735
ไม่ยึดติดกับวิธีการเดียว เรามีทางเลือกที่หลากหลาย

438
00:29:08.736 --> 00:29:12.736
อันนี้คือการคิดสร้างสรรค์ที่มันออกนอกกรอบ

439
00:29:12.739 --> 00:29:16.739
ที่เราไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ก็คือ

440
00:29:16.740 --> 00:29:20.740
เอาง่าย ๆ หลอดดูดนี่ค่ะ หลอดดูดเดี๋ยวนี้มันมี

441
00:29:20.741 --> 00:29:24.741
ที่งอได้ ถูกไหม มันก็มาจาก

442
00:29:24.742 --> 00:29:28.742
การคิดสร้างสรรค์ว่าไอ้หลอดดูด

443
00:29:28.742 --> 00:29:32.742
มันมีหลอดตรง ๆ ลำบาก เก็บก็ยาก เราดีไซน์

444
00:29:32.744 --> 00:29:36.744
เป็นแบบอย่างนี้ดีไหมที่มันพับได้ พับได้แล้วมันจะเป็นแบบไห น

445
00:29:36.745 --> 00:29:40.745
ทำเป็นย่น ๆ ไง อย่างนี้ค่ะ ใช้หลอดกระดาษแทน

446
00:29:40.747 --> 00:29:44.747
หรือแม้แต่โพสต์อิทก็

447
00:29:44.750 --> 00:29:48.750
เป็นผลงานของการคิดสร้างสรรค์ ที่เห็นว่าที่เขียนโน้ต

448
00:29:48.752 --> 00:29:52.752
แล้วจะไปแปะนี่ ทำมันไม่มีกาวแปะ

449
00:29:52.754 --> 00:29:56.754
ในตัววะ ทำไมจะต้องเอาสกอตเทปไปติด ยุ่งยาก อะไรหลายอย่าง

450
00:29:56.756 --> 00:30:00.756
ก็ดีไซน์ออกมาเป็นกระดาษโพสอิทอย่างนี้ค่ะ

451
00:30:00.758 --> 00:30:04.758
เพราะฉะนั้น การคิดสร้างสรรค์ให้เราได้

452
00:30:04.759 --> 00:30:08.759
ซึ่งสิ่งใหม่ ๆ เหล่านั้นน่ะ มันอาจจะเป็นสิ่งที่

453
00:30:08.761 --> 00:30:12.761
ใกล้ ๆ ตัวเราก็ได้ แต่มันอุบัติขึ้นมาใหม่ ได้

454
00:30:12.763 --> 00:30:16.763
ประโยชน์กับเราอย่างนี้ นี่คือตัวอย่างของการคิดนอกกรอบ

455
00:30:16.764 --> 00:30:20.764
ให้เราได้วิธีการที่หลากหลายนะคะ แล้วเราจะ

456
00:30:20.765 --> 00:30:24.765
ได้... อาจจะได้เป็นนวัตกรรมของตัวเองก็ได้นะ ใครจะไปรู้

457
00:30:24.767 --> 00:30:28.767
นั่งอยู่ในนี้ อาจจะมีการผลิตนวัตกรรมแล้วก็กลายเป็นเศรษฐี

458
00:30:28.769 --> 00:30:32.769
ขึ้นมาก็ได้ เห็นไหมนะคะ

459
00:30:32.770 --> 00:30:36.770
ทีนี้ เรามาฝึกง่าย ๆ

460
00:30:36.772 --> 00:30:40.772
ใกล้ ๆ ตัวเรานะ การคิดสร้างสรรค์ คือ Creative น่ะ

461
00:30:40.773 --> 00:30:44.773
การใช้จินตนาการนะคะ ถ้าเกิดว่ารูป...

462
00:30:44.774 --> 00:30:48.774
รูปอย่างรูปนี้ เราเห็น

463
00:30:48.775 --> 00:30:52.775
เป็นรูปอะไรได้บ้าง ลองใช้ความคิดสร้างสรรค์

464
00:30:52.777 --> 00:30:56.777
อะไรนะ ปืนฉีดน้ำ

465
00:30:56.777 --> 00:31:00.777
ลิง อ๋อ ลิงใช่ไหมคะ เออ ลิง

466
00:31:00.779 --> 00:31:04.779
ก็ได้ เห็นเป็นอะไรลูก

467
00:31:04.780 --> 00:31:08.780
เรือ

468
00:31:08.781 --> 00:31:12.781
อย่างไรคะ อันนี้ครูไม่เคยมองมุมนี้มาก่อน เป็นเรือ

469
00:31:12.783 --> 00:31:16.783

470
00:31:16.785 --> 00:31:20.785
อ๋อ เป็นเรือที่อยู่บนผิวน้ำ

471
00:31:20.787 --> 00:31:24.787
อย่างนี้ใช่ไหม เปฌนจระเข้อย่างนี้ใช่ไหมคะ

472
00:31:24.788 --> 00:31:28.788
ตุ๊กแก

473
00:31:28.788 --> 00:31:32.788
อีกัวนาร์ อีกัวนาร์ ตุ๊กแก

474
00:31:32.790 --> 00:31:36.790
ก็ได้ใช่หรือเปล่า การที่เรา

475
00:31:36.792 --> 00:31:40.792
ฝึกการคิดสร้างสรรค์ ยังไม่ต้องห่วงว่ามันใช่หรือไม่ใช่

476
00:31:40.793 --> 00:31:44.793
ดีหรือไม่ดี ถูกหรือไม่ถูก เอาไอเดีย

477
00:31:44.797 --> 00:31:48.797
ออกมาก่อน การคิดสร้างสรรค์อย่างหนึ่ง

478
00:31:48.798 --> 00:31:52.798
ก็คือเป็นเรื่องของการระดมไอเดีย Brain Stroming

479
00:31:52.801 --> 00:31:56.801
ในแง่ความคิดสร้างสรรค์ คือเราเอาไอเดียโชว์ออกมา

480
00:31:56.802 --> 00:32:00.802
ว่าทำอะไรได้บ้างอย่างนี้ สมมติ

481
00:32:00.803 --> 00:32:04.803
อีก 2 คาบ ครูจะปิดคอร์สให้กับห้องนี้

482
00:32:04.803 --> 00:32:08.803
เราจะไปฉลองกันที่ไหนดี ปิดคอร์สเร็วกว่าชาวบ้านเขา

483
00:32:08.805 --> 00:32:12.805
ไปไหนคะ... ไปห้องน้ำ

484
00:32:12.807 --> 00:32:16.807
จะล็อกห้องน้ำ อ๋อ ไม่ใช่ ไปไหนลูก

485
00:32:16.808 --> 00:32:20.808
ไปกินหมูกระทะ ไปฉลองไหนดี

486
00:32:20.810 --> 00:32:24.810
ปิดคอร์สแล้ว

487
00:32:24.812 --> 00:32:28.812

488
00:32:28.813 --> 00:32:32.813
ไปนอน ชวนครูเหรอ

489
00:32:32.815 --> 00:32:36.815
หนูขอนอนก่อน ไม่เอาอย่างอื่นแล้ว ไปไหนอีก ไปไหนอีก

490
00:32:36.816 --> 00:32:40.816
ไปดูหมูเด้ง ไปเที่ยว

491
00:32:40.817 --> 00:32:44.817
ไปไหนดี

492
00:32:44.821 --> 00:32:48.821
เด็กหูไปไหนคะ เด็กตาไปไหนคะ ของเรา

493
00:32:48.822 --> 00:32:52.822
ไปไหนดี ปิดคอร์ส ฉลอง ไปทะเล

494
00:32:52.824 --> 00:32:56.824
ไปร้านเหล้า

495
00:32:56.825 --> 00:33:00.825
ไปกรวดน้ำ

496
00:33:00.827 --> 00:33:04.827
นึกว่าชวนไปทำบุญ

497
00:33:04.829 --> 00:33:08.829
เข้าวัด อย่างนี้ อันนี้คือการ Brain Stromming

498
00:33:08.831 --> 00:33:12.831

499
00:33:12.833 --> 00:33:16.833
ความคิดเหล่านี้ อันไหนเวิร์กไม่เวิร์ก อันไหนเหมาะไม่เหมาะ

500
00:33:16.835 --> 00:33:20.835
ครูลืมบอกเมื่อกี้ที่บอกปิดคอร์สครูให้

501
00:33:20.836 --> 00:33:24.836
งบประมาณคนละ 50 บาท 50 บาท

502
00:33:24.837 --> 00:33:28.837
ไปหมูเด้งได้หรือเปล่า พอไหม ไม่พอ

503
00:33:28.850 --> 00:33:32.850
50 บาทไปกินหมูกระทะได้หรือเปล่า ไม่ได้

504
00:33:32.852 --> 00:33:36.852
50 บาทไปวัดได้หรือเปล่า

505
00:33:36.855 --> 00:33:40.855
อันนี้เวิร์กเว้ย ไปไหนนะ ไป...

506
00:33:40.859 --> 00:33:44.859
ไม่ใช่กวดน้ำ ไปสวนน้ำ 50 ได้ไหม

507
00:33:44.860 --> 00:33:48.860
ไม่ได้อย่าวนี้ เราถึงจะค่อยเห็นว่า

508
00:33:48.861 --> 00:33:52.861
อันไหนล่ะ ที่มันใช้ได้ อันไหนล่ะที่มันเวิร์ก

509
00:33:52.862 --> 00:33:56.862
อย่างนี้ อันนี้คือความคิดสร้างสรรค์ นึกออกไหมคะ

510
00:33:56.864 --> 00:34:00.864
อย่างเมื่อกี้จะเห็น

511
00:34:00.865 --> 00:34:04.865
เป็นจระขเ้ก็ได้เห็นเป็นอีกัวน่าก็ได้ เห็นเป็นตุ๊กแกก็ได้

512
00:34:04.867 --> 00:34:08.867
นะคะ คะ ตอบถูกได้อะไรคะ

513
00:34:08.868 --> 00:34:12.868
ตอบถูกได้อะไรคะ แหม หวังรางวัลเลยนะ

514
00:34:12.869 --> 00:34:16.869
ครูให้คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องข้างหน้า ไป

515
00:34:16.870 --> 00:34:20.870
ขอเขาเองนะ

516
00:34:20.872 --> 00:34:24.872
อันนี้ก็เหมือนกันอย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างนะ

517
00:34:24.873 --> 00:34:28.873

518
00:34:28.873 --> 00:34:32.873
ต่อไป คือ อันที่ 3 การคิดที่ซับซ้อน

519
00:34:32.875 --> 00:34:36.875
อันที่ 3 คือการคิดแก้ปัญหา การคิด

520
00:34:36.877 --> 00:34:40.877
แก้ปัญหาก็ตรงตัวเลยค่ะ เมื่อมันมีปัญหา

521
00:34:40.878 --> 00:34:44.878
เกิดขึ้นนี่ เราจะทำอย่างไรผ่านมันไปได้

522
00:34:44.879 --> 00:34:48.879
ทำอย่างไรให้ปัญหานั้นหายไป นี่คือการคิดแก้ปัญหา

523
00:34:48.879 --> 00:34:52.879
ฉะนั้น การคิดแก้ปัญหานี่ค่ะ

524
00:34:52.881 --> 00:34:56.881
มันเลยเกี่ยวเนื่องกับ

525
00:34:56.883 --> 00:35:00.883
เรื่องของการคิดสร้างสรรค์ด้วย เกี่ยวเนื่องกับเรื่องความคิด

526
00:35:00.884 --> 00:35:04.884
วิจารณญาณด้วย เพราะการที่เราจะแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ค่ะ

527
00:35:04.887 --> 00:35:08.887
มันก็ต้องใช้วิะีการที่หลากหลาย

528
00:35:08.888 --> 00:35:12.888
มัมนใช้การคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้เราได้วิธีการหลากหลาย

529
00:35:12.889 --> 00:35:16.889
ว่าจะทำแบบไหนดี เวิร์ก มีวิธี A วิธี B

530
00:35:16.889 --> 00:35:20.889
วิธี C ทำแบบ A แล้วไม่ได้ผลน่ะ B

531
00:35:20.891 --> 00:35:24.891
ได้ไหม  B ยังไม่ได้ผล C ได้ไหม ยังไมไ่ด้

532
00:35:24.892 --> 00:35:28.892
มันก็ถ้าทำตรง ๆ มันก็ไม่ได้ เราทำอะไรได้อีก พลิกแพลง

533
00:35:28.896 --> 00:35:32.896
อย่างเมื่อกี้ยกตัวอย่างว่าถ้าบ้านไฟกับใช้อะไรแก้ปัหา

534
00:35:32.897 --> 00:35:36.897
นั่นก็คือการแก้ปัญหาถูกไหมคะ มันก็จะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เหมือนกัน

535
00:35:36.898 --> 00:35:40.898
ซึ่งการคิดแก้ปัญหา มันก็เป็นทั้งปัญหาใหญ่ ปัญหา

536
00:35:40.900 --> 00:35:44.900
เล็กแม้แต่ปัญหาเฉพาะหน้า เห็นได้ชัดเลย

537
00:35:44.901 --> 00:35:48.901
ถ้าเรื่องของปัญหาเฉพาะหน้า เราก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ถูกไหม

538
00:35:48.903 --> 00:35:52.903
ว่าพอไม่มีรองเท้า ไม่มีเขาเรียกว่าอะไร ไม่ใช่รองเท้า

539
00:35:52.905 --> 00:35:56.905
ไม่มีชุดนักศึกษา มามหาวิทยาลัย ใส่อะไร

540
00:35:56.906 --> 00:36:00.906
แทนได้บ้างนะ ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืดได้ไหม

541
00:36:00.907 --> 00:36:04.907
อาจจะโดนด่าอย่างนี้ ใส่ชุด Freshy ไ้

542
00:36:04.909 --> 00:36:08.909
เฟรชชีได้ไหม อาจจะพอได้ ถ้าไม่มี ไม่มีเลย

543
00:36:08.909 --> 00:36:12.909
ยืมเพื่อนได้หรือเปล่า ไซซ์เดียวกัน เธอมีชุดให้ยืมไหม

544
00:36:12.912 --> 00:36:16.912
ฉันขอใช้ไปสอบหน่อย อันนี้คืออการคิดแก้ปัญหา

545
00:36:16.913 --> 00:36:20.913
ว่าจะทำวิธีการไหนดีที่มันได้ผล อันนี้ไม่ได้

546
00:36:20.915 --> 00:36:24.915
อย่างนี้ค่ะ เราก็ต้องใช้วิจารณญาณด้วยเหมือนกัน

547
00:36:24.916 --> 00:36:28.916
ในการพิจารณา แต่ว่าทำแล้วมันดีไหม

548
00:36:28.917 --> 00:36:32.917
ทำแล้วมันส่งผลกระทบอะไรหรือเปล่า ทำแล้ว

549
00:36:32.918 --> 00:36:36.918
มันจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนไหม อย่างนี้ค่ะ จะไปทางซ้าย

550
00:36:36.920 --> 00:36:40.920
หรือทางขวาดีก็ต้องใช้วิจารณญาณ ดังนั้น การคิดซับซ้อน

551
00:36:40.921 --> 00:36:44.921
ทั้ง 3 แบบ มันไม่ได้แยกออกจากกันโดยเด็ดขาด มัน

552
00:36:44.921 --> 00:36:48.921
ใช้ร่วมกันได้นะคะ

553
00:36:48.925 --> 00:36:52.925
อันนี้คือตัวอย่าง เราไม่ต้องเล่น

554
00:36:52.926 --> 00:36:56.926
ก็ได้นะ ตัวอย่าง ก็คือในการสอน

555
00:36:56.928 --> 00:37:00.928
ของเรานี่ค่ะ เราสามารถออกแบบกิจกรรมได้ว่า

556
00:37:00.928 --> 00:37:04.928
เราจะใช้กิจกรรมไหน สอนรูปแบบไหน

557
00:37:04.930 --> 00:37:08.930
เพื่อที่จะให้เด็กนักเรียนนี่ ได้ฝึกทักษะของความ

558
00:37:08.932 --> 00:37:12.932
คิดขั้นสูงเหล่านี้นะคะ เพื่อ

559
00:37:12.932 --> 00:37:16.932
ที่ว่าเหมือนเป็นการฝึกให้

560
00:37:16.934 --> 00:37:20.934
เขาเคยชินน่ะ ว่าเจอสถานการณ์แบบไหน

561
00:37:20.935 --> 00:37:24.935
เจอปัญหาที่มันใหญ่กว่านี้ ว่าจะแก้ปี

562
00:37:24.937 --> 00:37:28.937
แบบไหนให้เขาไม่ตระหนกตกใจเวลาเจอเรื่องจริงนี่ค่ะ

563
00:37:28.939 --> 00:37:32.939
สวัสดีค่ะ อันนี้มาสาย

564
00:37:32.940 --> 00:37:36.940
เป็นประจำหรือว่ามาสายบ่อย ๆ

565
00:37:36.940 --> 00:37:40.940
ตัวอย่างนะ มันมีเยอะแยะเลยค่ะ

566
00:37:40.944 --> 00:37:44.944
ในอินเทอร์เน็ตก็มีนะ ครูมายกตัวอย่างให้ดู อันนี้ฝึก

567
00:37:44.945 --> 00:37:48.945
เรื่องของการใช้การแก้ปัญหา

568
00:37:48.946 --> 00:37:52.946
ใช่ไหม ว่านี่ถ้ามี...

569
00:37:52.947 --> 00:37:56.947
มี สมมติมีกระดาษหนังสือเดินทางให้

570
00:37:56.949 --> 00:38:00.949
กลุ่มละ 3 แผ่นอย่างนี้ค่ะ เราจะมาทำเป็นหอคอยให้สูงที่สุด

571
00:38:00.949 --> 00:38:04.949
ได้อย่างไร อย่างนี้ แล้วหอคอยนี้ต้องแข็งแรงด้วยนะ ต้องวาง

572
00:38:04.951 --> 00:38:08.951
ขนมวางไว้โดยมันไม่ล้มลงมา หอคอย

573
00:38:08.952 --> 00:38:12.952
อย่างนี้ มันต้องใช้การคิดแก้ปัญหาใช่ไหม เราต้องใช้ความคิด

574
00:38:12.954 --> 00:38:16.954
สร้างสรรค์ด้วยว่าจะทำแบบไหนดีอย่างนี้ค่ะ มันก็ไม่มี

575
00:38:16.955 --> 00:38:20.955
รูปแบบตายตัว ว่าต้องเป็นหอคอยทรงสูงอย่างเดียว

576
00:38:20.956 --> 00:38:24.956
อาจจะเป็นหอคอยทรงสี่เหลี่ยมก็ได้แต่ทรงสูง ๆ หน่อย

577
00:38:24.957 --> 00:38:28.957
ก็ได้นะคะ นี่คือการฝึกด้วยกิจกรรม

578
00:38:28.958 --> 00:38:32.958
นี่คือตัวอย่างนะคะ  อันนี้ก็เหมือนกันนะ

579
00:38:32.958 --> 00:38:36.958
ให้สวมบทบาทเป็นตัวละครอย่างนี้ค่ะ แล้วให้ทำภารกิจ

580
00:38:36.960 --> 00:38:40.960
จะทำอย่างไรอย่างนี้ แต่ละคนก็ต้องออกแบบทำภารกิจ

581
00:38:40.961 --> 00:38:44.961
ของตัวเอง อย่างนี้ค่ะ

582
00:38:44.963 --> 00:38:48.963
อันนี้เรียงความสูงใช่หรือเปล่า เด็กนักเรียน

583
00:38:48.965 --> 00:38:52.965
ทุกคนปิดตาอย่างนี้ค่ะ ยืนคละกัน ทุกคนปิดตา

584
00:38:52.967 --> 00:38:56.967
สุดท้ายให้เรียบความสูงต้องทำอย่างไรล่ะ ฉันปิดตา

585
00:38:56.969 --> 00:39:00.969
ฉันมองไม่เห็นน่ะ แล้วจะเรียงความสูงจาก

586
00:39:00.970 --> 00:39:04.970
ตัวเล็กไปสู่ตัวใหญ่จะทำอย่างไร ถ้าเป็นเราเราจะทำอย่างไร ถามผม

587
00:39:04.971 --> 00:39:08.971
จับไหล่

588
00:39:08.973 --> 00:39:12.973
ใช่ไหมคะ จับไหล่มัน

589
00:39:12.974 --> 00:39:16.974
จะบอกอะไรเรา

590
00:39:16.975 --> 00:39:20.975
มันจะบอกความสูงของเขาได้ใช่ไหมคะ ใช้วิธีจับไหล่

591
00:39:20.976 --> 00:39:24.976
จับไหล่นะ อย่างนี้นะ ระวังคลำผิดนะ

592
00:39:24.977 --> 00:39:28.977
ถ้าเป็นเราเราทำอย่างไรคะ

593
00:39:28.980 --> 00:39:32.980
ถ้าเป็นโหน อย่างไร ถูกปิดตา แล้วให้ทำความสูง

594
00:39:32.981 --> 00:39:36.981
คะ

595
00:39:36.983 --> 00:39:40.983
รู้สึกกลัว

596
00:39:40.984 --> 00:39:44.984
บอก... ถามว่าจะทำอย่างไร

597
00:39:44.986 --> 00:39:48.986
เออ

598
00:39:48.988 --> 00:39:52.988

599
00:39:52.990 --> 00:39:56.990
ถาม

600
00:39:56.995 --> 00:40:00.995
ความสูงใช่ไหม ครูบอกครูสูง 162

601
00:40:01.000 --> 00:40:05.000
อันนี้บอก สูง 150 แสดงว่าอันนี้อยู่ก่อนครูแล้ว

602
00:40:05.000 --> 00:40:09.000
ถามก็ได้ คะ

603
00:40:09.002 --> 00:40:13.002
ถ้าเกิดไม่พูดคุย ไม่ถาม

604
00:40:13.003 --> 00:40:17.003
จับไหล่ได้ไหม จับได้ ถ้าเป็นหนูหนูทำอย่างไรถ้าไม่พูดคุย

605
00:40:17.006 --> 00:40:21.006
เขาห้ามพูดคุยนะ

606
00:40:21.007 --> 00:40:25.007
จับหัว ถ้าเราจับไม่ถึงแปลว่ามันสูงกว่าเราแน่ ๆ

607
00:40:25.008 --> 00:40:29.008
อย่างนี้ใช่หรือเปล่า อย่างนี้ก็ได้

608
00:40:29.009 --> 00:40:33.009
ฉะนั้น มันก็เป็นวิธีการว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร

609
00:40:33.010 --> 00:40:37.010
ถ้าอย่างนี้ล่ะ พีระมิดกลับหัว

610
00:40:37.015 --> 00:40:41.015
อันนี้ครูชอบนะ แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 10 คน

611
00:40:41.018 --> 00:40:45.018
ต่อกลุ่ม อย่างนี้ค่ะ แล้วก็ให้ 10 คนนี้  ยืนเรียงกัน

612
00:40:45.020 --> 00:40:49.020
เป็นพีระมิด อย่าง 3 กลุ่มนี้

613
00:40:49.024 --> 00:40:53.024
หันไปทางเดียวกันหมดเลย แล้วจับเวลา ดูสิว่า 3 กลุ่มนี้

614
00:40:53.025 --> 00:40:57.025
ให้เคลื่อนไหวได้แค่

615
00:40:57.029 --> 00:41:01.029
3 คน เปลี่ยนตำแหน่งได้แค่ 3 คน เท่านั้น ดูสิว่า

616
00:41:01.031 --> 00:41:05.031
แต่ละกลุ่มนี่จะเปลี่ยนตำแหน่งตรงไหน ให้พีระมิด

617
00:41:05.032 --> 00:41:09.032
กลับหัวให้ได้เร็วที่สุด

618
00:41:09.032 --> 00:41:13.032
อันนี้ต้องคิดแล้วถูกไหม คิดแล้วแก้ปัญหา

619
00:41:13.036 --> 00:41:17.036
มันถูกกำหนดได้แค่ มูฟได้ ขยับได้แค่

620
00:41:17.040 --> 00:41:21.040
3 คนเท่านั้นจะทำอย่างไรจากพีระมิดอย่างโน้น

621
00:41:21.041 --> 00:41:25.041
จะให้กลายเป็นพีระมิดไปทางนี้ เราต้องแข่งกัน

622
00:41:25.042 --> 00:41:29.042
ว่าใครใช้เวลาน้อยที่สุด กลุ่มไหนทำได้เร็วก็ได้

623
00:41:29.043 --> 00:41:33.043
อันดับ 1 อย่างนี้ ต้องคิดถูกไหม

624
00:41:33.044 --> 00:41:37.044
ทำอย่างไรนะ

625
00:41:37.045 --> 00:41:41.045

626
00:41:41.045 --> 00:41:45.045
อย่างนี้ต้องคิดใช่ไหมคะ ฉะนั้น อันนี้เป็นตัวอย่างที่ให้ดู

627
00:41:45.045 --> 00:41:49.045
ว่า ใยการเรียนการสอนของเราน่ะ เราสามารถ

628
00:41:49.047 --> 00:41:53.047
ที่จะประยุกต์เอากิจกรรมอะไรก็ได้

629
00:41:53.048 --> 00:41:57.048
เพื่อที่จะกระตุ้นให้กับนักเรียนเกิดทักษะความคิด

630
00:41:57.051 --> 00:42:01.051
แบบนั้น อย่างเมื่อกี้ครูถามพวกเราน่ะค่ะ

631
00:42:01.051 --> 00:42:05.051
ระหว่สงเป็ด 1 คตัวที่ตัวใหญ่เท่าม้า กับม้า 10 ตัว

632
00:42:05.052 --> 00:42:09.052
จะเอาอะไรอย่างนี้ ก็เป็นสิ่งที่ประยุกต์ใช้

633
00:42:09.053 --> 00:42:13.053
กับการเรียนการสอน ให้เขาได้ลองลงมือทำจริง ๆ อย่างนี้ค่ะ

634
00:42:13.054 --> 00:42:17.054
ซึ่งมันไม่จำกัดว่าจะต้องทำรูปแบบนี้เท่านั้น

635
00:42:17.055 --> 00:42:21.055
เราสามารถเอาไปดีไซน์ได้ว่า ถ้าเราสอน

636
00:42:21.055 --> 00:42:25.055
คณิตศาสตร์เราจะใช้อะไรดี เราจะใช้กิจกรรมไหน

637
00:42:25.057 --> 00:42:29.057
ถึงจะเหมาะสมกับวิชาเรา เราสอนภาษาอังกฤษเราใช้อะไรดี เราสอน

638
00:42:29.058 --> 00:42:33.058
เด็กพิเศษใช้อะไรดีอย่างนี้ค่ะ เราสอนชีวะใช้อะไรดี เราสอนคอมพิวเตอร์

639
00:42:33.061 --> 00:42:37.061
ใช้อะไรดี อะไรอย่างนี้ มันก็สามารถประยุกต์ได้

640
00:42:37.062 --> 00:42:41.062
ทีนี้อุปสรรค

641
00:42:41.065 --> 00:42:45.065
ในการแก้ปัญหา ที่จะทำให้เราแก้ปัญหา

642
00:42:45.067 --> 00:42:49.067
ได้ยาก อันแรกคือเรื่องของ

643
00:42:49.068 --> 00:42:53.068
การยึดติดอยุ่กับหน้าที่ หมายถึงว่า

644
00:42:53.069 --> 00:42:57.069
เรามักจะยึดอยู่ว่า

645
00:42:57.070 --> 00:43:01.070
แก้วต้องใส่น้ำเท่านั้น มือถือต้องโทรศัพท์

646
00:43:01.071 --> 00:43:05.071
เท่านั้น คอมพิวเตอร์ต้องใช้พิมพ์เท่านั้น

647
00:43:05.072 --> 00:43:09.072
อย่างนี้ คือการยึดติดอยู่กับที่ เกา้อี้

648
00:43:09.073 --> 00:43:13.073
เอาไว้นั่งเท่านั้นอย่างนี้ค่ะ

649
00:43:13.073 --> 00:43:17.073
ถ้าเกิดว่าจะต้องตัดกระดาษ

650
00:43:17.075 --> 00:43:21.075
ต้องใช้กรรไกรเท่านั้น

651
00:43:21.076 --> 00:43:25.076
ใช้อะไรแทนได้บ้าง ใช้คัตเตอร์

652
00:43:25.077 --> 00:43:29.077
ใช้มีด

653
00:43:29.079 --> 00:43:33.079
ใช้มือได้ไหม อย่างนี้ ใช่เพื่อได้ไหม อย่างนี้

654
00:43:33.079 --> 00:43:37.079
คือ การที่เราคิดหลาย ๆ วิธีใช่ไหมคะ

655
00:43:37.081 --> 00:43:41.081
ในการแก้ปัญหา ก็ใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้วยนะคะ

656
00:43:41.083 --> 00:43:45.083
ฉะนั้น การที่เรายึดติดอยู่กับหน้าที่

657
00:43:45.084 --> 00:43:49.084
มันทำให้เราแคบ มันทำให้เราคิดแค่ว่า

658
00:43:49.086 --> 00:43:53.086
สิ่งนี้ทำได้อย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่มันมีประโยชน์

659
00:43:53.087 --> 00:43:57.087
อย่างอื่นอีกมากมายอย่างนนี้ค่ะ มันทำให้เราแก้ปัญหา่

660
00:43:57.089 --> 00:44:01.089
ได้ดีมากขึ้นนะคะ อันที่ 2

661
00:44:01.090 --> 00:44:05.090
คือ

662
00:44:05.091 --> 00:44:09.091

663
00:44:09.093 --> 00:44:13.093
เล่าให้ครูฟังก็ได้นะ

664
00:44:13.094 --> 00:44:17.094
อันที่ 2 นะคะ

665
00:44:17.096 --> 00:44:21.096
ก็คือชุดการตอบสนองที่

666
00:44:21.096 --> 00:44:25.096
เรามีแนวโน้มว่าเราจะแก้ปัญหา

667
00:44:25.098 --> 00:44:29.098
ด้วยวิธีการเดิม ๆ อยู่เสมอ ซึ่ง...

668
00:44:29.100 --> 00:44:33.100

669
00:44:33.101 --> 00:44:37.101

670
00:44:37.101 --> 00:44:41.101
ซึ่งในบางปัญหามันอาจ

671
00:44:41.104 --> 00:44:45.104
จะไม่เหมาะกับวิธีการเดิม ๆ อย่างเดียวเสมอไป

672
00:44:45.105 --> 00:44:49.105
ใช่ไหมคะ การที่เราคิดว่า

673
00:44:49.107 --> 00:44:53.107
เราจะต้องใช้วิธีนี้มันเวิร์ก เราจะต้องใช้วิธี

674
00:44:53.107 --> 00:44:57.107
เหมือนกับเอาง่าย ๆ

675
00:44:57.108 --> 00:45:01.108
3 คนตรงนั้นมีอะไรคะ มีอะไรหรือเปล่า

676
00:45:01.109 --> 00:45:05.109

677
00:45:05.110 --> 00:45:09.110
เดินมาหาเรานั่นแหละ มีอะไรหรือเปล่า เห็นคุยกันตลอดลเย

678
00:45:09.112 --> 00:45:13.112
ครูขอแยกได้ไหม ขอหนุ่มใส่แว่นมานั่งฝั่งนี้ครับ

679
00:45:13.113 --> 00:45:17.113
จริง อันนี้พูดจริง

680
00:45:17.114 --> 00:45:21.114
ขยับครับ

681
00:45:21.114 --> 00:45:25.114
ใช่ ใช่ เราน่ะย้ายง่ายสุด อยู่ตรงนี้

682
00:45:25.116 --> 00:45:29.116

683
00:45:29.118 --> 00:45:33.118

684
00:45:33.120 --> 00:45:37.120
หนู... หนูคนที่ก้มเขียนน่ะค่ะ

685
00:45:37.122 --> 00:45:41.122
เรานั่งนี่ใช่ไหม หนูมานั่งนี่ลูก

686
00:45:41.123 --> 00:45:45.123
หนูน่ะค่ะ มาค่ะ

687
00:45:45.123 --> 00:45:49.123
มาค่ะ หนูน่ะค่ะ มาค่ะ

688
00:45:49.125 --> 00:45:53.125
ด่าครูเหรอคะ หรือด่าเพื่อน

689
00:45:53.126 --> 00:45:57.126
มาค่ะ ย้ายค่ะ

690
00:45:57.128 --> 00:46:01.128
อันนี้คือวิธีการ

691
00:46:01.129 --> 00:46:05.129
แก้ปัญหาของครู

692
00:46:05.132 --> 00:46:09.132
มาค่ะ

693
00:46:09.136 --> 00:46:13.136

694
00:46:13.140 --> 00:46:17.140

695
00:46:17.148 --> 00:46:21.148

696
00:46:21.152 --> 00:46:25.152
ครูย้ายที่แล้วนะ ถ้ายังมีเสียงกวนเพื่อนคนอื่นอีก

697
00:46:25.154 --> 00:46:29.154
ครูจะ... ใครมีสกอตเทป

698
00:46:29.158 --> 00:46:33.158
ครูจะยืมสกอตเทปก่อน โอเค

699
00:46:33.159 --> 00:46:37.159
คุยกันน่ะครูไม่ว่า แต่คุยเสียงดัง แล้วมันกวน

700
00:46:37.161 --> 00:46:41.161
คนอื่นเขานะลูกนะ

701
00:46:41.162 --> 00:46:45.162
ถึงไหนแล้ว ครูสอน

702
00:46:45.164 --> 00:46:49.164
ถึงไหนแล้ว

703
00:46:49.165 --> 00:46:53.165
ชุดตอบสนองใช่ไหมคะ เรามีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหา

704
00:46:53.165 --> 00:46:57.165
การเดิม ๆ เหมือนเมื่อกี้ครูแก้ปัญหา ก็ยังคุยกันเหมือนเดิมนะ

705
00:46:57.167 --> 00:47:01.167

706
00:47:01.169 --> 00:47:05.169
จ้ะ

707
00:47:05.170 --> 00:47:09.170
วิธีการแก้ปัญหาของครุเมื่อกี้ มันก็เป็น

708
00:47:09.171 --> 00:47:13.171
การเป็นชุดการตอบสนองเดิม ๆ เหมือนกันนะ

709
00:47:13.172 --> 00:47:17.172
ว่าครูมักจะมีแนวโน้มในการที่จะจับแนก

710
00:47:17.175 --> 00:47:21.175
เวลาคุมสอบ นักศึกษา

711
00:47:21.178 --> 00:47:25.178
เหลืทอบมองข้อสอบกัน ครูก็จับแยก การ

712
00:47:25.182 --> 00:47:29.182
ตอบสนองที่มีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิม ๆ

713
00:47:29.183 --> 00:47:33.183
ซึ่งมันอาจจะเวิร์กก็ได้ หรือไม่เวิร์กก็ได้

714
00:47:33.184 --> 00:47:37.184
ตอนที่ครูจับแยก ลอกข้อสอบเวิร์ก

715
00:47:37.186 --> 00:47:41.186
นี่ค่ะ จับแยกในห้องเรียนอาจจะไม่เวิร์กแบบนี้ก้ได้

716
00:47:41.188 --> 00:47:45.188
อันนี้คือการที่เราไม่... ไม่คำนึงถึว่า

717
00:47:45.190 --> 00:47:49.190
ฉันต้องการทำวิธีการเดียวเท่านั้น ถึงจะเหมาะสม

718
00:47:49.191 --> 00:47:53.191
อย่างนี้ค่ะ มันทำให้เรามีวิธีการที่หลากหลายมากขึ้นในการแก้ปัญหา

719
00:47:53.192 --> 00:47:57.192
สามารถแก้ได้ดีมากขึ้นนะคะ

720
00:47:57.196 --> 00:48:01.196
ทีนี้วิธีการแก้ปัญหา ก็คือว่า

721
00:48:01.196 --> 00:48:05.196
สิ่งหนึ่ง ก็คือการวิเคราะห์ปัญหานั้น

722
00:48:05.198 --> 00:48:09.198
ว่าปัญหานั้นคืออะไร ระบุไปก่อน

723
00:48:09.199 --> 00:48:13.199
อะไรล่ะ ที่เราต้องแก้ แล้วก็ค่อย

724
00:48:13.200 --> 00:48:17.200
มองแยกส่วนว่าไอ้ปัญหานั่นน่ะ มันมีอะไรประกอบกันบ้าง

725
00:48:17.204 --> 00:48:21.204
แล้วค่อยแก้ทีละส่วน ถ้า

726
00:48:21.206 --> 00:48:25.206
เปรียบเทียบเหมือนกับว่าปัญหาเหมือนก้อนหินอย่างนี้ค่ะ

727
00:48:25.207 --> 00:48:29.207
ถ้าเกิดว่าเป็นก้อนใหญ่มาก แล้วเราต้องก้าว

728
00:48:29.208 --> 00:48:33.208
ผ่านมันให้ได้นี่ บางทีเราท้อน่ะ บางทีเรา

729
00:48:33.208 --> 00:48:37.208
ทำอย่างไรดีวะ จะทำได้ไหม ตายแน่เลย

730
00:48:37.210 --> 00:48:41.210
แต่ถ้าเกิดเรามองให้มันละเอียดว่ามีอะไรที่มัน

731
00:48:41.210 --> 00:48:45.210
ประกอบบ้าง มันมีอะไรที่สำคัญ สสำคัญอยู่ในนั้น

732
00:48:45.212 --> 00:48:49.212
แล้วค่อย ๆ แก้ไปทีละนิด มันจะทำให้เรา

733
00:48:49.214 --> 00:48:53.214
แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น แก้ปัญหาได้ดีขึ้น

734
00:48:53.216 --> 00:48:57.216
อย่างน้อยที่สุด คือ มันเกิดกำลังใจว่า

735
00:48:57.216 --> 00:49:01.216
เรายังพอทำได้ เรายังพอแก้ได้

736
00:49:01.217 --> 00:49:05.217
อย่างนี้ค่ะ นี่คือวิธีการแก้ปัญหา อันแรกก่อน

737
00:49:05.218 --> 00:49:09.218
วิเคราะห์ก่อน ระบุก่อน ระบุปัญหาคืออะไร

738
00:49:09.220 --> 00:49:13.220
เราก็ค่อยวิเคราะห์ วิเคราะห์ว่าปัญหานั้นมันมีอะไรเป็นองค์ประกอบ

739
00:49:13.222 --> 00:49:17.222
บ้างแล้วค่อยแก้ไปทีละส่วนอย่างนี้ค่ะ

740
00:49:17.223 --> 00:49:21.223
อันที่ 2 คือ การทำงาน

741
00:49:21.224 --> 00:49:25.224
ย้อนกลับ การทำงานย้อนกลับ ก็คือวิธีการที่...

742
00:49:25.226 --> 00:49:29.226
เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำลำดับ

743
00:49:29.230 --> 00:49:33.230
แบบเดิม ต้องแก้ 1 + 1

744
00:49:33.234 --> 00:49:37.234
เป็น 2 หรือเปล่านะ แล้ว 2+2 เป็น 4

745
00:49:37.236 --> 00:49:41.236
ไม่ต้องแก้เป็นลำดับก็ได้ อย่างนี้ค่ะ

746
00:49:41.237 --> 00:49:45.237
เหมือนถ้าอย่างคณิตศาสตร์ใช่ไหม การที่เรา

747
00:49:45.238 --> 00:49:49.238
มี... มีคำตอบ

748
00:49:49.239 --> 00:49:53.239
อยู่ ว่าจะทำอย่างไร

749
00:49:53.241 --> 00:49:57.241
เพื่อให้ได้ 40 อย่างนี้ เราไม่ต้องมานั่งคิดทีละข้อ

750
00:49:57.242 --> 00:50:01.242
1 + 1 = 2 2 + 2 = 4 4 + 4 =

751
00:50:01.247 --> 00:50:05.247
= 8 มันช้า นึกออกหรือเปล่า เราทำ

752
00:50:05.250 --> 00:50:09.250
ย้อนกลับเลยก็ได้ ว่าเอออะไรวะได้ 40

753
00:50:09.253 --> 00:50:13.253
ทำอย่างไรได้ 40 บ้าง ทำอย่างไรให้เงินครบ 40 บ้าง

754
00:50:13.257 --> 00:50:17.257

755
00:50:17.258 --> 00:50:21.258
แทนที่จะขอเงินทีละบาท 40 คน

756
00:50:21.259 --> 00:50:25.259
อย่างนี้ เราขอทีละ 20 จาก 2 คนได้ไหม

757
00:50:25.259 --> 00:50:29.259
มันทำให้เราเร็วขึ้นอย่างนี้ค่ะ คือ การคิดย้อนกลับนะคะ

758
00:50:29.260 --> 00:50:33.260
อันที่ 3 คือ การคิด

759
00:50:33.261 --> 00:50:37.261
อุปมา การคิดอุปมาก็คือการ

760
00:50:37.265 --> 00:50:41.265
เปรียบเทียบว่าอะไรที่มันคล้ายคลึงกันบ้าง

761
00:50:41.265 --> 00:50:45.265
อย่างเมื่อกี้เลย ที่ถามไง ถ้าเกิด

762
00:50:45.266 --> 00:50:49.266
ไฟดับใช้อะไรแทนใช่ไหมคะ ใช้ตะเกียง ใช้

763
00:50:49.268 --> 00:50:53.268
มือถือ ใช้เทียนพรรษา ใช้เทียนวันเกิด

764
00:50:53.273 --> 00:50:57.273
มีฟังก์ชันใกล้เคียงกันใช้แทนกันได้

765
00:50:57.274 --> 00:51:01.274
อันนี้คือการอุปมา ว่าไม่มีอันนี้ทำอะไรได้บ้าง

766
00:51:01.276 --> 00:51:05.276
ไม่มีกรรไกรตัดกระดาษฉันทำอะไรแทนได้บ้าง ใช้คัตเตอร์แทนได้ไหม

767
00:51:05.278 --> 00:51:09.278
เอาคัตเตอร์ก็ไม่คมขึ้นสนิม ใช้ไม้บรรทัดแทน

768
00:51:09.281 --> 00:51:13.281
อย่างนี้ นี่คือวิธีการที่เราอุปมาว่า

769
00:51:13.282 --> 00:51:17.282
อะไรที่มันคล้ายคลึงกันเอามาใช้แทนกันก่อน

770
00:51:17.283 --> 00:51:21.283
นี่คือการแก้ปัญหาแบบที่ 3 นะคะ

771
00:51:21.284 --> 00:51:25.284
ทีนี้ ในกระดาษ

772
00:51:25.285 --> 00:51:29.285
นะคะ โจทย์ให้เราตอบ ก็คือว่า

773
00:51:29.286 --> 00:51:33.286
ไอ้การคิด 3 แบบที่เราคุยกันไปเมื่อกี้ มันมีประโยชน์

774
00:51:33.288 --> 00:51:37.288
กับตัวเราอย่างไร

775
00:51:37.289 --> 00:51:41.289
การคิดแบบมีวิจารณญาณ

776
00:51:41.291 --> 00:51:45.291
มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร การคิดซับซ้อน เอ้ย

777
00:51:45.293 --> 00:51:49.293
การคิดอะไรนะ สร้างสรรค์มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร

778
00:51:49.295 --> 00:51:53.295
และการคิดแก้ปัญหามีประโยชน์

779
00:51:53.296 --> 00:51:57.296
กับตัวเราอย่างไร ให้เราเขียนคำตอบของ

780
00:51:57.297 --> 00:52:01.297
ตัวเราเองในกระดาษนะคะ

781
00:52:01.297 --> 00:52:05.297

782
00:52:05.299 --> 00:52:09.299

783
00:52:09.300 --> 00:52:13.300

784
00:52:13.304 --> 00:52:17.304

785
00:52:17.309 --> 00:52:21.309

786
00:52:21.310 --> 00:52:25.310

787
00:52:25.312 --> 00:52:29.312

788
00:52:29.314 --> 00:52:33.314

789
00:52:33.316 --> 00:52:37.316

790
00:52:37.321 --> 00:52:41.321

791
00:52:41.322 --> 00:52:45.322
ทวนคำถามนะคะ

792
00:52:45.325 --> 00:52:49.325
ว่าการคิดที่ซับซ้อนทั้ง 3 แบบที่เราเรียนไป

793
00:52:49.326 --> 00:52:53.326
นี่ค่ะ การคิด

794
00:52:53.328 --> 00:52:57.328
มีวิจารณญาณ การคิดสร้างสรรค์

795
00:52:57.329 --> 00:53:01.329
และการคิดแก้ปัญหา

796
00:53:01.332 --> 00:53:05.332
ทั้ง 3 แบบนี้

797
00:53:05.334 --> 00:53:09.334
มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร

798
00:53:09.335 --> 00:53:13.335

799
00:53:13.335 --> 00:53:17.335

800
00:53:17.337 --> 00:53:21.337
อันที่ 1 คือ วิจารณญาณ อันที่ 2 คือ

801
00:53:21.339 --> 00:53:25.339
การคิดสร้างสรรค์ และอันที่ 3 คือ

802
00:53:25.341 --> 00:53:29.341
การคิดแก้ปัญหา

803
00:53:29.341 --> 00:53:33.341
ทั้ง 3 แบบนี้ มีประโยชน์

804
00:53:33.343 --> 00:53:37.343
กับตัวเราอย่างไร

805
00:53:37.344 --> 00:53:41.344

806
00:53:41.345 --> 00:53:45.345

807
00:53:45.348 --> 00:53:49.348

808
00:53:49.351 --> 00:53:53.351

809
00:53:53.353 --> 00:53:57.353

810
00:53:57.356 --> 00:54:01.356

811
00:54:01.357 --> 00:54:05.357

812
00:54:05.362 --> 00:54:09.362

813
00:54:09.364 --> 00:54:13.364

814
00:54:13.366 --> 00:54:17.366

815
00:54:17.368 --> 00:54:21.368

816
00:54:21.369 --> 00:54:25.369

817
00:54:25.370 --> 00:54:29.370

818
00:54:29.376 --> 00:54:33.376

819
00:54:33.380 --> 00:54:37.380

820
00:54:37.382 --> 00:54:41.382

821
00:54:41.383 --> 00:54:45.383

822
00:54:45.385 --> 00:54:49.385

823
00:54:49.391 --> 00:54:53.391

824
00:54:53.393 --> 00:54:57.393

825
00:54:57.397 --> 00:55:01.397

826
00:55:01.403 --> 00:55:05.403

827
00:55:05.405 --> 00:55:09.405

828
00:55:09.408 --> 00:55:13.408

829
00:55:13.410 --> 00:55:17.410

830
00:55:17.412 --> 00:55:21.412

831
00:55:21.415 --> 00:55:25.415

832
00:55:25.419 --> 00:55:29.419

833
00:55:29.422 --> 00:55:33.422

834
00:55:33.425 --> 00:55:37.425

835
00:55:37.427 --> 00:55:41.427

836
00:55:41.429 --> 00:55:45.429

837
00:55:45.431 --> 00:55:49.431

838
00:55:49.433 --> 00:55:53.433

839
00:55:53.435 --> 00:55:57.435

840
00:55:57.437 --> 00:56:01.437

841
00:56:01.438 --> 00:56:05.438

842
00:56:05.440 --> 00:56:09.440

843
00:56:09.442 --> 00:56:13.442

844
00:56:13.445 --> 00:56:17.445

845
00:56:17.447 --> 00:56:21.447

846
00:56:21.449 --> 00:56:25.449

847
00:56:25.450 --> 00:56:29.450

848
00:56:29.454 --> 00:56:33.454

849
00:56:33.458 --> 00:56:37.458

850
00:56:37.461 --> 00:56:41.461

851
00:56:41.466 --> 00:56:45.466

852
00:56:45.469 --> 00:56:49.469

853
00:56:49.472 --> 00:56:53.472

854
00:56:53.474 --> 00:56:57.474

855
00:56:57.476 --> 00:57:01.476

856
00:57:01.479 --> 00:57:05.479

857
00:57:05.481 --> 00:57:09.481

858
00:57:09.484 --> 00:57:13.484

859
00:57:13.486 --> 00:57:17.486

860
00:57:17.489 --> 00:57:21.489

861
00:57:21.490 --> 00:57:25.490

862
00:57:25.493 --> 00:57:29.493

863
00:57:29.497 --> 00:57:33.497

864
00:57:33.500 --> 00:57:37.500

865
00:57:37.502 --> 00:57:41.502

866
00:57:41.504 --> 00:57:45.504

867
00:57:45.505 --> 00:57:49.505

868
00:57:49.508 --> 00:57:53.508

869
00:57:53.510 --> 00:57:57.510

870
00:57:57.513 --> 00:58:01.513

871
00:58:01.515 --> 00:58:05.515

872
00:58:05.517 --> 00:58:09.517

873
00:58:09.520 --> 00:58:13.520

874
00:58:13.523 --> 00:58:17.523

875
00:58:17.525 --> 00:58:21.525
โอเค

876
00:58:21.527 --> 00:58:25.527
.sให้เวลานักเรียน

877
00:58:25.529 --> 00:58:29.529
อีกแป๊บหนึ่งนะคะ

878
00:58:29.532 --> 00:58:33.532
อย่าลืม

879
00:58:33.534 --> 00:58:37.534
เขียนชื่อแล้วก็รหัสนักศึกษาไว้ให้ด้วยนะคะ

880
00:58:37.535 --> 00:58:41.535

881
00:58:41.536 --> 00:58:45.536

882
00:58:45.538 --> 00:58:49.538

883
00:58:49.542 --> 00:58:53.542

884
00:58:53.544 --> 00:58:57.544

885
00:58:57.547 --> 00:59:01.547

886
00:59:01.548 --> 00:59:05.548

887
00:59:05.551 --> 00:59:09.551

888
00:59:09.554 --> 00:59:13.554

889
00:59:13.555 --> 00:59:17.555

890
00:59:17.557 --> 00:59:21.557

891
00:59:21.560 --> 00:59:25.560

892
00:59:25.561 --> 00:59:29.561

893
00:59:29.563 --> 00:59:33.563

894
00:59:33.566 --> 00:59:37.566

895
00:59:37.569 --> 00:59:41.569
อ๋อ

896
00:59:41.571 --> 00:59:45.571
สัญญาณ...

897
00:59:45.572 --> 00:59:49.572

898
00:59:49.574 --> 00:59:53.574

899
00:59:53.582 --> 00:59:57.582

900
00:59:57.584 --> 01:00:01.584

901
01:00:01.586 --> 01:00:05.586

902
01:00:05.591 --> 01:00:09.591
เสร็จแล้ว ครูต่อนะ

903
01:00:09.593 --> 01:00:13.593
นะ อันนั้นเราเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวสรุปตอนท้ายคาบนะ

904
01:00:13.594 --> 01:00:17.594
ต่อไปนะ คือ เรื่องของการที่

905
01:00:17.595 --> 01:00:21.595
เราจะใช้วิธีการสอน เพื่อ

906
01:00:21.596 --> 01:00:25.596
กระตุ้นให้กับนักเรียนนี่ เกิดความคิดที่

907
01:00:25.597 --> 01:00:29.597
ซับซ้อนได้ ทีนี้เราจะต้องมารู้จักกันก่อนว่า

908
01:00:29.598 --> 01:00:33.598
มันมีวิะีการสอนแบบไหนบ้างนะคะ อันนี้ครูก็

909
01:00:33.600 --> 01:00:37.600
แยกมาให้เห็นนะ ว่ามันจะมีอยู่

910
01:00:37.601 --> 01:00:41.601
4 กลุ่มใหญ่ ๆ นะคะ โดยที่เราแยกว่า

911
01:00:41.602 --> 01:00:45.602
สำหรับที่เป็นผู้เรียนกำกับมากกว่า แปลว่าผู

912
01:00:45.605 --> 01:00:49.605
เป็นคนลงมือทำเอง

913
01:00:49.606 --> 01:00:53.606
เป็น Active Learning อย่างนี้ค่ะ

914
01:00:53.608 --> 01:00:57.608
ครูกำกับมากกว่านั่นก็คือครูเป

915
01:00:57.609 --> 01:01:01.609
นะคะ แล้วก็แบ่งเป็นเน้นกลุ่มมากกว่า ทำงานเป็นกลุ่ม

916
01:01:01.610 --> 01:01:05.610
หรือเน้นรายบุคคลมากกว่า เอา

917
01:01:05.612 --> 01:01:09.612
เป็ยตัวต่อตัวเลย

918
01:01:09.613 --> 01:01:13.613
มันมีอยู่ 4 กลุ่ม กลุ่มแรกผู้เรียน

919
01:01:13.616 --> 01:01:17.616
กำกับมากกว่า คือ นักเรียนมีส่วนร่วม

920
01:01:17.618 --> 01:01:21.618
ในการเรียนมาก ๆ นะ แล้วเน้นกลุ่มด้วย

921
01:01:21.621 --> 01:01:25.621
เรียนรู้แบบร่วมมือ การเรียนรู้แบบสืบสวน

922
01:01:25.622 --> 01:01:29.622
การเรียนรู้แบบค้นพบ เรามาคุยรายละเอียด

923
01:01:29.624 --> 01:01:33.624
กัน ว่าแต่ละอันคืออะไรนะคะ ถ้าการเรียนรู

924
01:01:33.626 --> 01:01:37.626
ร่วมมือ ก็คือการทำงานด้วยกันน่ะ การแบ่งกลุ่ม

925
01:01:37.627 --> 01:01:41.627
ให้แต่ละคน ทุกคนในกลุ่มนี่

926
01:01:41.628 --> 01:01:45.628
มีหน้าที่ในการทำงาน ไม่ว่าหน้าทีอะไรก็แล้วแต่

927
01:01:45.629 --> 01:01:49.629
แบ่งกันเองอย่างนี้ค่ะ คือ การเรียนรู้แบบร่วมมือ

928
01:01:49.631 --> 01:01:53.631
ส่วนสืบสวนค้นพบเดี๋ยวครูจะคุยรายละเอียดกันนะคะ

929
01:01:53.632 --> 01:01:57.632
ทีนี้ อันกลุ่มที่ 2 นักเรียน เอ้ย ผู้เีัย

930
01:01:57.633 --> 01:02:01.633
มากกว่า แล้วก็เน้นรายบุคคล แสดงว่าไม่ต้องทำเป็นกลุ่ม

931
01:02:01.635 --> 01:02:05.635
ก็ได้ ทำของใครของมันนะคะ การไตร่ตรองด้วย

932
01:02:05.636 --> 01:02:09.636
ตัวเอง การศึกษาอสระ ผังมโนทัศน์

933
01:02:09.637 --> 01:02:13.637
อย่างนี้ ผนังมโนทัศน์ ก็ Concept Map

934
01:02:13.638 --> 01:02:17.638
การเขียน Mind Maping

935
01:02:17.639 --> 01:02:21.639
การศึกษาอิสระ ก็สืบค้นเอาแหละ การ

936
01:02:21.639 --> 01:02:25.639
หรือ Search จากหนังสืออะไรก็แล้วแต่ อิสระเลย

937
01:02:25.641 --> 01:02:29.641
การไตร่ตรองด้วยตัวเอง อันนี้ต้องใช้วิจารณญาณใช่ไหมคะ

938
01:02:29.642 --> 01:02:33.642
กลุ่มที่ 3 คือ ครูกำกับมากกว่า

939
01:02:33.643 --> 01:02:37.643
เน้นกลุ่มด้วยนะคะ

940
01:02:37.644 --> 01:02:41.644
บรรยายไง เราบรรยายทีเดียวนักเรียนอยู่ทั้งห้อง อันนี้

941
01:02:41.646 --> 01:02:45.646
ครูกำกับนะคะ สอนโดบตรง สอนโดยตรง

942
01:02:45.647 --> 01:02:49.647
เป็นอย่างไรนะ การสอนที่มีประสิทธิผล

943
01:02:49.647 --> 01:02:53.647
เป็นอย่างไรอย่างนี้ค่ะ เดี๋ยวเรามาคุยรายละเอียดกันนะคะ

944
01:02:53.649 --> 01:02:57.649
กลุ่มที่ 4 กลุ่มสุดท้าย ครูกำกับ

945
01:02:57.656 --> 01:03:01.656
แล้วเน้นรายบุคคล คือ ไม่ต้องทำงานเป็นกลุ่มก็ได้นะ

946
01:03:01.657 --> 01:03:05.657
เรียนแบบรอบรู้ การอ่านตำราเรียน การจัดมโนทัศน์

947
01:03:05.659 --> 01:03:09.659
ล่วงหน้า คืออะไร เรามาดูทีละอันนะคะ

948
01:03:09.659 --> 01:03:13.659
การเรียนรู้แบบสืบสวน

949
01:03:13.663 --> 01:03:17.663
คืออะไร การเรียนรู้แบบสืบสวน คือ เหมือนนักสืบน่ะ

950
01:03:17.664 --> 01:03:21.664
ที่มีโจทย์ให้ แล้วให้เราไปหาคำตอบเอง

951
01:03:21.666 --> 01:03:25.666
เอาเองด้วยวิธีการอะไรก็แล้วแต่ แล้วครูค่อยมาอธิบายที่ห

952
01:03:25.667 --> 01:03:29.667
อย่างนี้ค่ะ เขาเรียกว่า "

953
01:03:29.670 --> 01:03:33.670
การเรียนรู้แบบสืบสสวน ให้โจทย์ไป

954
01:03:33.673 --> 01:03:37.673
ให้สิ่งที่ต้องการไป จะทำอย่างไรได้บ้าง ให้เขา

955
01:03:37.676 --> 01:03:41.676
ได้สืบค้นหาวิธีการด้วยตัวเอง หาคำตอบด้วยตัวเอง

956
01:03:41.677 --> 01:03:45.677
ถูกไม่ถูกอย่าวไร เราค่อยมาดูกัน นี่เขาเรียกว่า การเรียนร

957
01:03:45.678 --> 01:03:49.678
แบบสืบสวนนะคะ

958
01:03:49.680 --> 01:03:53.680
อธิบายก่อน ใช้คำถามกระตุ้นให้คิดใช่ไหมคะ

959
01:03:53.682 --> 01:03:57.682
แล้วก็ใช้วิธีการ แต่ละคนคิดอย่างไร แล้

960
01:03:57.683 --> 01:04:01.683
มาอธิบายร่วมกัน มาหาแนวทางร่วมกัน ถูกไม่ถูกอย่างไร

961
01:04:01.684 --> 01:04:05.684
ค่อยว่าทีหลังอย่างนี้ค่ะ อันต่อไป

962
01:04:05.685 --> 01:04:09.685
คือการเรีียนรู้แบบค้นพบ ก็คือการสำรวจแหละ กา

963
01:04:09.705 --> 01:04:13.705
แบบค้นพบ คือ เป็นการสอนทีมุ่งให้

964
01:04:13.707 --> 01:04:17.707
ผู้เรียนนี่แสวงหาความรู้และค้นพบ

965
01:04:17.707 --> 01:04:21.707
ด้วยตัวเอง จะวิะีการไหนก็แล้วแต่ ซึ่ง

966
01:04:21.708 --> 01:04:25.708
ขอโทษ ซึ่งครูทำอะไร ครูก็เป็น

967
01:04:25.710 --> 01:04:29.710
คนที่คอยดู คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ

968
01:04:29.711 --> 01:04:33.711
อย่างห่วง ๆ คอยดูว่ าถ้าเกิดว่าเขาไปอแสวงหา

969
01:04:33.711 --> 01:04:37.711
ความรู้วิธีการที่เขาทำนี่

970
01:04:37.714 --> 01:04:41.714
ไม่ใช่แล้ว ครูก็ค่อยไกท์ ไปไกท์แบบทำอย่างนี้ดี

971
01:04:41.715 --> 01:04:45.715
อันนี้คงไม่ใช่บะ ให้หนูไปหาข้อมูงจาก ๅฌน

972
01:04:45.716 --> 01:04:49.716
จาก Google Google เขาไม่มีบอกหรอก ไป

973
01:04:49.717 --> 01:04:53.717
อ่านบทความนี้ก่อนอะไรอย่างนี้ อันนี้คือการไกท์ไลน์

974
01:04:53.718 --> 01:04:57.718
นะคะ แต่ว่าไม่ได้บอกวิธีการว่า

975
01:04:57.719 --> 01:05:01.719
ตรงไหน ใช่หรือเปล่า บอกว่าตรงนี้ใช่

976
01:05:01.720 --> 01:05:05.720
หาไม่เจอหรอก ไปอ่านตรงนี้ดีกว่าอย่างนี้ค่ะ คือให้เขาหา

977
01:05:05.722 --> 01:05:09.722
วิธีการหคำตอบด้วยตัวเอง

978
01:05:09.723 --> 01:05:13.723
นะคะ เขาเรียกว่า "การเรียนรู้แบบค้นพบ" นะคะ

979
01:05:13.724 --> 01:05:17.724
อันที่ 3 ก็คือผังมโนทัศน์ อันนี้เรา

980
01:05:17.725 --> 01:05:21.725
คุ้นเคย การทำ Concept Maps ที่

981
01:05:21.727 --> 01:05:25.727
ถามว่ามันต่างกับ Mind Mapping อย่างไร มัน

982
01:05:25.728 --> 01:05:29.728
Mind Maping คือ การเขียนหัวข้อสำคัญ ๆ

983
01:05:29.733 --> 01:05:33.733
อะไรเกี่ยวข้องบ้าง แต่ Concept Maps คือการที่มีเส้น

984
01:05:33.734 --> 01:05:37.734
เหล่านี้มันมีความหมาย มันคือการแสดงความ

985
01:05:37.735 --> 01:05:41.735
สัมพันธ์ของข้อมูลว่าสิ่งสำคัญ

986
01:05:41.736 --> 01:05:45.736
คืออะไร แล้วสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนีั้คืออะไร

987
01:05:45.740 --> 01:05:49.740
ดังนั้น มันไม่ใช่

988
01:05:49.741 --> 01:05:53.741
การเขียนแค่หัวข้ออย่างเดียว แล้วแปะ ๆ ๆ ต่อ ๆ กัน

989
01:05:53.744 --> 01:05:57.744
แต่คือการากเส้นให้เชิ่มโยง ว่า

990
01:05:57.748 --> 01:06:01.748
ที่เราว่ามานี่ มันเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง

991
01:06:01.749 --> 01:06:05.749
สมมติ สมมติเราเรียนไปในครึ่งเทอมแรก

992
01:06:05.750 --> 01:06:09.750
ใช่ไหม ทฤษฎีการเรียนรู้มีกี่แบบ

993
01:06:09.751 --> 01:06:13.751
อย่างนี้ค่ะอาจจะมีทฤษฎีการเรียนรู้แบบ

994
01:06:13.752 --> 01:06:17.752
พฤติกรรมนิยม ทฤษฎีการเรียนรู้แบบกลุ่มรู้คิด

995
01:06:17.753 --> 01:06:21.753
อย่างนี้ กลุ่มพฤติกรรมนิยมมีอะไรบ้าง

996
01:06:21.754 --> 01:06:25.754
ทฤษฎี A ทฤษฎี B ทฤษฎี C ทฤษฎี D

997
01:06:25.755 --> 01:06:29.755
อย่างนี้ ทฤษฎี A เขามีอะไรที่มันสำคัญ

998
01:06:29.757 --> 01:06:33.757
ทฤษฎี B มีแนวคิดอะไร ที่สำค

999
01:06:33.759 --> 01:06:37.759
แล้วเราก็ถึงจะเห็นว่าอะไรคือหัวข้อใหญ่

1000
01:06:37.760 --> 01:06:41.760
อะไรคือหัวข้อรอง แล้วมันเกี่ยวข้องกันอย่างไรอย่างนี้

1001
01:06:41.761 --> 01:06:45.761
ซึ่งการทำ Concept Maps ก็ใช้ความ Cre

1002
01:06:45.762 --> 01:06:49.762
Creative ด้วยได้ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้วยได้

1003
01:06:49.763 --> 01:06:53.763
ซึ่งมันเป็นวิธีการของแต่ละคน ซึ่งมันไม่ต้องเขียน

1004
01:06:53.769 --> 01:06:57.769
แค่ตัวหนังสือ แบ่งเป็นสี อา่จจะมีรูปภาพประกอบ

1005
01:06:57.770 --> 01:07:01.770
เพื่อความเข้าใจของเราก็ได้ นี่คือวิธีการ

1006
01:07:01.770 --> 01:07:05.770
ทำ Concept Maps ซึ่งมันเป็นรายบุคคลที่แต่ละคน

1007
01:07:05.771 --> 01:07:09.771
ทำของตัวเอง Concept Maps ของหนู

1008
01:07:09.773 --> 01:07:13.773
อาจจะไม่เหมือนของเพื่อนก็ได้อย่างนี้ ขึ้นอยู่กับ

1009
01:07:13.775 --> 01:07:17.775
เราจะเอาตรงไหนมาใส่ หรืออาจจะมีรูปภาพมาประกอบ

1010
01:07:17.776 --> 01:07:21.776
ของหนูไม่มีก็ได้อย่างนี้ค่ะ มันเป็นรายบุคคล ว่าจะใช้

1011
01:07:21.777 --> 01:07:25.777
วิะีการอะไร ทำแบบไหน ถึงจะเข้าใจของเขาอย่างนี้ค่ะ

1012
01:07:25.778 --> 01:07:29.778
ต่อไป คือ การ

1013
01:07:29.779 --> 01:07:33.779
สอนโดยตรง การสอนโดยตรง แสดงว่าครูมีบทบาท

1014
01:07:33.781 --> 01:07:37.781
มากกว่านักเรียนใช่ไหมคะ แต่การสอนโดยตรง

1015
01:07:37.784 --> 01:07:41.784
แบบนี้ สอนโดยตรง

1016
01:07:41.787 --> 01:07:45.787
ครูกำกับ ครูเป็นคนคอยบอก

1017
01:07:45.789 --> 01:07:49.789
สิ่งที่พึงระวัง ก็คือวิธีการสอน

1018
01:07:49.789 --> 01:07:53.789
การยกตัวอย่าง หรือคำพูดที่ใช้อย่างนี้ค่ะ อย่าง

1019
01:07:53.793 --> 01:07:57.793
เมื่อกี้ที่ครูจับแยกใช่ไหม ครูก็รู้สึกไม่ดี ครูก็

1020
01:07:57.795 --> 01:08:01.795
ขอโทษเพื่อนรายบุคคลที่ไปจับแยก จำเป็นต้องทำ

1021
01:08:01.798 --> 01:08:05.798
อย่างนี้ค่ะ วิธีที่ใช้ คำพูดที่ใช้

1022
01:08:05.799 --> 01:08:09.799
เพื่อลดความกระทบกระทั่งกันให้มากที่สุด ลด

1023
01:08:09.802 --> 01:08:13.802
ความขัดแย้งระหว่างครูกับนักเรียน ความขัดแย้งระว่า

1024
01:08:13.803 --> 01:08:17.803
มันก็เป็นศิลปะที่ครูจะนำมาใช้

1025
01:08:17.804 --> 01:08:21.804
ว่าฉันจะทำอย่างไร นอกจากสอนความรู้อย่างเดียวแล้ว อย่างนี้ค่ะ

1026
01:08:21.806 --> 01:08:25.806
ต่อไปคือการสอน

1027
01:08:25.808 --> 01:08:29.808
ที่มีประสิทธิภาพคืออะไร

1028
01:08:29.808 --> 01:08:33.808
มันเป็นของคุณแมดเดอร์ลีน ฮันเตอร์ มันเป็นการสอน

1029
01:08:33.812 --> 01:08:37.812
ที่มีประสิทธิภาพของแมดเดอร์ลีน ฮันเตอร์

1030
01:08:37.813 --> 01:08:41.813
คนที่คิดค้นวิธีการสอนแบบนี้นะคะ วิธีการสอบ

1031
01:08:41.814 --> 01:08:45.814
แบบนี้คือการบอกเป้าหมายที่ชัดเจน

1032
01:08:45.816 --> 01:08:49.816
แล้วก็อธิบายโดยที่มีตัวแบบ

1033
01:08:49.817 --> 01:08:53.817
มีการสาธิตให้เห็น มีการทดลอง

1034
01:08:53.817 --> 01:08:57.817
และให้เขาเรียนรู้จากการที่เราสาธิตให้

1035
01:08:57.819 --> 01:09:01.819
จากการที่เรมีตัวอย่างให้ จะเป็นตัวอย่างที่เป็นคลิปวิดีโอ

1036
01:09:01.820 --> 01:09:05.820
จะเป็นตัวอย่างที่ครูทำให้เห็นก็ได้ อย่างสมมติ

1037
01:09:05.822 --> 01:09:09.822
การทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างนี้ค่ะ เปิดคลิปให้นักเรียนดู ให้

1038
01:09:09.824 --> 01:09:13.824
ศึกษาจากคลิปแล้วเห็นตรงไหนอย่างนี้ หรืออาจจะเป็นครูทำ

1039
01:09:13.824 --> 01:09:17.824
ให้ดูก็ได้ อย่างเมื่อเช้าคณุเพิ่งเห็นอันหนึ่ง น้า่สนใ

1040
01:09:17.826 --> 01:09:21.826
สอนเรื่องของ

1041
01:09:21.827 --> 01:09:25.827
เขาเรียกว่าอะไรดีนะ ฟิสิกส์น่ะ

1042
01:09:25.828 --> 01:09:29.828
แรง... แรง

1043
01:09:29.830 --> 01:09:33.830
สักแรงหนึ่งของฟิสิกส์ ที่เอาน้ำใส่กระป๋อง

1044
01:09:33.832 --> 01:09:37.832
ไม่มีแรงตัวนี้ นำก็เทออกได้ลงเพื่อน

1045
01:09:37.833 --> 01:09:41.833
สกปรกอย่างนี้ค่ะ ถ้าเกิดเราจับเหวี่ยง เหวี่ยงเหมือน

1046
01:09:41.834 --> 01:09:45.834
มันชาชักน่ะนึกออกไหม เหวี่ยงแรง ๆ น้ำในกระป๋องมันไม่

1047
01:09:45.835 --> 01:09:49.835
ออกมาสักหยดเลยอย่างนี้

1048
01:09:49.836 --> 01:09:53.836
แรงนี้มันคืออันนี้แหละ ถ้าอยากจะรู้

1049
01:09:53.839 --> 01:09:57.839
ว่ามันคืออะไร เดี๋ยวเรามาคุยกันอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือการบอกเป้าหมาย

1050
01:09:57.840 --> 01:10:01.840
ที่ชัดเจน แล้วก็สาธิตให้เห็นถึง

1051
01:10:01.841 --> 01:10:05.841
สิ่งที่ทำ สิ่งที่ใช้นะคะ

1052
01:10:05.842 --> 01:10:09.842

1053
01:10:09.843 --> 01:10:13.843
ร่วมกับการใช้

1054
01:10:13.844 --> 01:10:17.844
คำถามกระตุ้นให้เขาคิด เหมือนเมื่อกี้ที่บอกว่าเหวี่ยงน้ำ

1055
01:10:17.846 --> 01:10:21.846
แรง ๆ เพราะอะไรน้ำไม่หก

1056
01:10:21.846 --> 01:10:25.846
หกอยู่เลยอย่างนี้ค่ะ ถ้าเราเหวี่ยงแรง ๆ มันเป็นเพราะอะไร

1057
01:10:25.848 --> 01:10:29.848
เรามาหาคำตอบด้วยกันนะ เธอไปสืบค้นมาสิ ใช้วิธีการ

1058
01:10:29.849 --> 01:10:33.849
อื่นร่วมด้วยก็ได้อย่างนี้ค่ะ

1059
01:10:33.850 --> 01:10:37.850
ซึ่งวิะีการสอนต่าง ๆ ที่พูดไปนี่ มันก็

1060
01:10:37.852 --> 01:10:41.852
เพิ่มความน่าสนใจในการเรียน และกระตุ้น

1061
01:10:41.852 --> 01:10:45.852
ให้เกิดความคิดแบบต่าง ๆ ของนักเรียนได้ นอกจาก

1062
01:10:45.854 --> 01:10:49.854
บรรยายอย่างเดียวอย่างนี้ค่ะ

1063
01:10:49.856 --> 01:10:53.856
ต่อไปคือการเรียนแบบรอบรู้ การเรียน

1064
01:10:53.861 --> 01:10:57.861
แบบรอบรู้ ก็คือว่าเป็นการที่เชื่อว่า

1065
01:10:57.862 --> 01:11:01.862
ผู้เรียนทุกคนนี้มีวิธีการเรียนเป็นของตัวเอง คนบาง

1066
01:11:01.864 --> 01:11:05.864
คนแต่ละคนอาจจะมีถนัดไม่เหมือนกันใช่หรือเปล่า บางคน

1067
01:11:05.865 --> 01:11:09.865
เรียนผ่านทางการฟังอย่างเดียว บางคนเรียนผ่านการ

1068
01:11:09.867 --> 01:11:13.867
การได้เห็นตัวอย่างด้วยถึงจะเข้าใจอย่างนี้ค่ะ เขามีความเชื่อว่า

1069
01:11:13.868 --> 01:11:17.868
แต่ละคนนี่ มีวิธีการเรียนหาความรู้้แตกต่างกัน

1070
01:11:17.868 --> 01:11:21.868
ซึ่งสิ่งที่ถูกวิพากย์

1071
01:11:21.869 --> 01:11:25.869
ก็อาจจะถูกวิพากษ์ว่า การที่เด

1072
01:11:25.869 --> 01:11:29.869
มีวิธีการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกันนี่ แน่นอนมันเป็น Concept ที่ดี

1073
01:11:29.870 --> 01:11:33.870
แต่ถ้ามันให้ความเข้าใจเกิดช้า-

1074
01:11:33.871 --> 01:11:37.871
เร็วแตกต่างกันล่ะ บางคนสอนอธิบายเข้าใจเลย บางคน

1075
01:11:37.872 --> 01:11:41.872
ต้องลงมือให้ทำ บางคนอาจจะให้เขาทำเอง วิธีการเกิด

1076
01:11:41.873 --> 01:11:45.873
ระยะเวลาในการเกิดความเข้าใจแต่ละคน

1077
01:11:45.875 --> 01:11:49.875
มันก็ไม่เท่ากัน มันก็เป็นข้อวิพากษ์ เออ

1078
01:11:49.876 --> 01:11:53.876
มันทำได้ มันดี มันเหมาะกับนักเรียนที่เป็นคลาสเล็ก ๆ

1079
01:11:53.876 --> 01:11:57.876
มีแค่คน 2 คน แต่ถ้าเป็นนักเรียนคลาสใหญ่

1080
01:11:57.878 --> 01:12:01.878
มี 30 คน เราจะไปทีละคนมันคงใช้เวลา

1081
01:12:01.879 --> 01:12:05.879
มากเหลือเกินนะ อย่างนี้ ก็เป็นข้อวิพากษ์นะคะ

1082
01:12:05.880 --> 01:12:09.880
แล้วประเด็นเรื่องการปฏิบัติ หมายถึงว่า

1083
01:12:09.882 --> 01:12:13.882
ครุต้องทำเอง ครูต้องไปคอยดู

1084
01:12:13.883 --> 01:12:17.883
ทีละคนน่ะ ด้วยตัวเอง เสียเวลา 1. เสียเวลา 2.

1085
01:12:17.884 --> 01:12:21.884
อาจจะดูไม่ทั่วถึงอย่างนี้ค่ะ ก็เป็นข้อวิพากษ์ ว่า

1086
01:12:21.885 --> 01:12:25.885
การสอนแบบนี้มันเป็นสิ่งที่ควรระวังนะ เพราะมันเกิดแบบนี้

1087
01:12:25.886 --> 01:12:29.886
ขึ้นได้อย่างนี้ค่ะ

1088
01:12:29.886 --> 01:12:33.886
อันต่อไปคือการจัดมโนทัศน์ล่วงหน้า

1089
01:12:33.888 --> 01:12:37.888
อันนี้ครูมีบทบาทมากกว่า แล้วก็

1090
01:12:37.889 --> 01:12:41.889
เน้นผู้เรียนไปทีละคนก็ได้นะคะ การจัดมโนทัศน์

1091
01:12:41.892 --> 01:12:45.892
ล่วงหน้า คือการส้รางภาพรงมให้เห็นว่า คุณจะ

1092
01:12:45.893 --> 01:12:49.893
เรียนเรื่องนี้อะไรบ้าง

1093
01:12:49.894 --> 01:12:53.894
เหมือนเป็น

1094
01:12:53.896 --> 01:12:57.896
การ Preview ก่อน ให้รู้ว่าฉันจะต้อง

1095
01:12:57.897 --> 01:13:01.897
ไปเจออะไร ในวิชานี้ หัวข้อ

1096
01:13:01.898 --> 01:13:05.898
อะไรบ้างที่ฉันเน้น วิชานี้เน้นอย่างนี้ค่ะ

1097
01:13:05.900 --> 01:13:09.900
เรียนวิชาจิตวิทยาสำหรับครู เราจะต้องเจิ

1098
01:13:09.902 --> 01:13:13.902
ทฤษฎีนะ เราจะต้องมาเจอ

1099
01:13:13.903 --> 01:13:17.903
ข้อสอบที่เข้าใจยากนะ อย่างนี้ค่ะ คือการบอก

1100
01:13:17.906 --> 01:13:21.906
ให้เขารู้ตัวล่วงหน้าว่าเขาจะต้องเจออะไร

1101
01:13:21.907 --> 01:13:25.907
กับสิ่งที่เขาเรียน นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการจัดมโนทัศน์

1102
01:13:25.907 --> 01:13:29.907
ล่วงหน้านะคะ จะใช้เป็น Concept

1103
01:13:29.909 --> 01:13:33.909
Maps ร่วมด้วยก็ได้ อย่างเช่น อันนี้สอนภาษาไทย

1104
01:13:33.910 --> 01:13:37.910
อย่างนี้ค่ะ วันนี้เรามาเรียนเรื่องมาตราตัวสะกด

1105
01:13:37.911 --> 01:13:41.911
กันนะคะ มาตราตัวสะกดมันจะมี 2 อันนะ

1106
01:13:41.912 --> 01:13:45.912
สะกดตรงแม่กับไม่ตรงแม่นะ ไม่ตรงแม่กับไม่ตรงแม่

1107
01:13:45.913 --> 01:13:49.913
อะไรที่เรียกว่าไม่ตรง มันจะแบ่งเป็นแบบนี้ แม่กก

1108
01:13:49.913 --> 01:13:53.913
เป็นกน แม่กง แม่กน อันนี้คือการจัดมโนทัศน์ล่วงหน้า

1109
01:13:53.915 --> 01:13:57.915
ให้เขารู้ตัวก่อน เหมือนเราจะดูหนังเรื่องยาว

1110
01:13:57.916 --> 01:14:01.916
เราก็ต้องดู Trainler หนังก่อน

1111
01:14:01.917 --> 01:14:05.917
การมีเทเลอย์หนังให้เขาดู ให้เขารู้ว่าจะเจออ

1112
01:14:05.919 --> 01:14:09.919
อย่างนี้นะคะ

1113
01:14:09.920 --> 01:14:13.920
ทีนี้ กระดาษยังมีเหลืออยู่ไหม

1114
01:14:13.921 --> 01:14:17.921
มีพื้นที่เหลือไหม โจทย์ข้อสุดท้ายก่อนที่เราจะกลับบ้าน

1115
01:14:17.922 --> 01:14:21.922
กันนะคะ ไม่ใช่กลับบ้าน ก่อนที่จะเบิกคาบ

1116
01:14:21.924 --> 01:14:25.924
ในวิธีการสอนต่าง ๆ ที่พูดไปเมื่อกี้ค่ะ สำหรับ

1117
01:14:25.925 --> 01:14:29.925
ที่เราจะเป็นครูในอนาคต จะเป็นครู

1118
01:14:29.926 --> 01:14:33.926
อะไรก็แล้วแต่นะ ครูจำไม่ได้หรอกว่าสาขาอะไรบ้าง

1119
01:14:33.927 --> 01:14:37.927
เราจะใชก้วิธีการสอนแบบไหน

1120
01:14:37.927 --> 01:14:41.927
เพราะอะไร เอาเหตุผล

1121
01:14:41.929 --> 01:14:45.929
ของตัวเราเองนะคะ เป็นโจทย์

1122
01:14:45.931 --> 01:14:49.931
ข้อสุดท้าย ในการที่เราจะเป็นครู

1123
01:14:49.931 --> 01:14:53.931
ในอนาคตนี่ เราจะเลิกวิธีการสอน

1124
01:14:53.932 --> 01:14:57.932
แบบไหน เพราะอะไร เป็น

1125
01:14:57.934 --> 01:15:01.934
เหตุผลของตัวเราเองจ้ะ

1126
01:15:01.936 --> 01:15:05.936
อันนี้ให้เขียนนะคะ

1127
01:15:05.937 --> 01:15:09.937
แล้วก็ถ้าเสร็จแล้ว ใครเขียนเสร็จแล้ว ก็เอามาส่งครู

1128
01:15:09.938 --> 01:15:13.938
หน้าห้องแล้วเราก็เลิกคาบได้นะ

1129
01:15:13.939 --> 01:15:17.939
นัดหมาย คาบหน้าเราเจอกันออนไลน์นะคะ

1130
01:15:17.939 --> 01:15:21.939
ออนไลน์ ออนไลน์ แต่ตัวครูคงจะ

1131
01:15:21.941 --> 01:15:25.941
มาสอนในห้องนี้เหมือนเดิมนะคะ

1132
01:15:25.942 --> 01:15:29.942

1133
01:15:29.944 --> 01:15:33.944

1134
01:15:33.946 --> 01:15:37.946
มันมีแบบไหนบ้าง

1135
01:15:37.950 --> 01:15:41.950
คะ มีวิธี

1136
01:15:41.951 --> 01:15:45.951
ไหนบ้าง เดี๋ยวย้อนกลับไป

1137
01:15:45.954 --> 01:15:49.954
ตรงตารางเมื่อกี้ก็ได้ อันนี้

1138
01:15:49.956 --> 01:15:53.956
วิธีเหล่านี้เราจะ

1139
01:15:53.957 --> 01:15:57.957
ใช้วิธีการไหน ในการสอน จะใช้วิธีการเดียว

1140
01:15:57.957 --> 01:16:01.957
ก็ได้ หรือจะใช้ร่วมกันหลายวิธีก้ได้

1141
01:16:01.958 --> 01:16:05.958
แล้วแต่แต่ละคนเลยนะคะ

1142
01:16:05.959 --> 01:16:09.959

1143
01:16:09.960 --> 01:16:13.960

1144
01:16:13.962 --> 01:16:17.962

1145
01:16:17.966 --> 01:16:21.966

1146
01:16:21.969 --> 01:16:25.969

1147
01:16:25.970 --> 01:16:29.970

1148
01:16:29.975 --> 01:16:33.975

1149
01:16:33.979 --> 01:16:37.979

1150
01:16:37.981 --> 01:16:41.981

1151
01:16:41.984 --> 01:16:45.984

1152
01:16:45.986 --> 01:16:49.986

1153
01:16:49.988 --> 01:16:53.988

1154
01:16:53.990 --> 01:16:57.990

1155
01:16:57.992 --> 01:17:01.992

1156
01:17:01.994 --> 01:17:05.994

1157
01:17:05.996 --> 01:17:09.996

1158
01:17:09.998 --> 01:17:13.998

1159
01:17:14.003 --> 01:17:18.003

1160
01:17:18.006 --> 01:17:22.006

1161
01:17:22.008 --> 01:17:26.008

1162
01:17:26.009 --> 01:17:30.009

1163
01:17:30.011 --> 01:17:34.011

1164
01:17:34.013 --> 01:17:38.013

1165
01:17:38.015 --> 01:17:42.015

1166
01:17:42.016 --> 01:17:46.016

1167
01:17:46.018 --> 01:17:50.018

1168
01:17:50.019 --> 01:17:54.019

1169
01:17:54.021 --> 01:17:58.021

1170
01:17:58.024 --> 01:18:02.024

1171
01:18:02.026 --> 01:18:06.026

1172
01:18:06.028 --> 01:18:10.028

1173
01:18:10.029 --> 01:18:14.029

1174
01:18:14.032 --> 01:18:18.032

1175
01:18:18.034 --> 01:18:22.034

1176
01:18:22.035 --> 01:18:26.035

1177
01:18:26.038 --> 01:18:30.038

1178
01:18:30.040 --> 01:18:34.040

1179
01:18:34.042 --> 01:18:38.042

1180
01:18:38.043 --> 01:18:42.043

1181
01:18:42.047 --> 01:18:46.047

1182
01:18:46.049 --> 01:18:50.049

1183
01:18:50.051 --> 01:18:54.051

1184
01:18:54.054 --> 01:18:58.054

1185
01:18:58.055 --> 01:19:02.055

1186
01:19:02.057 --> 01:19:06.057

1187
01:19:06.059 --> 01:19:10.059

1188
01:19:10.060 --> 01:19:14.060

1189
01:19:14.061 --> 01:19:18.061

1190
01:19:18.063 --> 01:19:22.063

1191
01:19:22.064 --> 01:19:26.064

1192
01:19:26.065 --> 01:19:30.065

1193
01:19:30.067 --> 01:19:34.067

1194
01:19:34.068 --> 01:19:38.068

1195
01:19:38.071 --> 01:19:42.071

1196
01:19:42.073 --> 01:19:46.073

1197
01:19:46.075 --> 01:19:50.075

1198
01:19:50.077 --> 01:19:54.077

1199
01:19:54.080 --> 01:19:58.080

1200
01:19:58.082 --> 01:20:02.082

1201
01:20:02.084 --> 01:20:06.084

1202
01:20:06.086 --> 01:20:10.086

1203
01:20:10.088 --> 01:20:14.088

1204
01:20:14.091 --> 01:20:18.091

1205
01:20:18.092 --> 01:20:22.092

1206
01:20:22.094 --> 01:20:26.094

1207
01:20:26.097 --> 01:20:30.097

1208
01:20:30.098 --> 01:20:34.098

1209
01:20:34.101 --> 01:20:38.101

1210
01:20:38.103 --> 01:20:42.103

1211
01:20:42.106 --> 01:20:46.106

1212
01:20:46.108 --> 01:20:50.108

1213
01:20:50.109 --> 01:20:54.109

1214
01:20:54.112 --> 01:20:58.112

1215
01:20:58.114 --> 01:21:02.114

1216
01:21:02.115 --> 01:21:06.115

1217
01:21:06.120 --> 01:21:10.120

1218
01:21:10.122 --> 01:21:14.122

1219
01:21:14.124 --> 01:21:18.124

1220
01:21:18.126 --> 01:21:22.126

1221
01:21:22.128 --> 01:21:26.128

1222
01:21:26.129 --> 01:21:30.129

1223
01:21:30.130 --> 01:21:34.130

1224
01:21:34.131 --> 01:21:38.131

1225
01:21:38.134 --> 01:21:42.134

1226
01:21:42.136 --> 01:21:46.136

1227
01:21:46.138 --> 01:21:50.138

1228
01:21:50.140 --> 01:21:54.140

1229
01:21:54.142 --> 01:21:58.142

1230
01:21:58.144 --> 01:22:02.144

1231
01:22:02.145 --> 01:22:06.145

1232
01:22:06.147 --> 01:22:10.147

1233
01:22:10.148 --> 01:22:14.148

1234
01:22:14.149 --> 01:22:18.149

1235
01:22:18.152 --> 01:22:22.152

1236
01:22:22.153 --> 01:22:26.153

1237
01:22:26.155 --> 01:22:30.155

1238
01:22:30.156 --> 01:22:34.156

1239
01:22:34.159 --> 01:22:38.159

1240
01:22:38.161 --> 01:22:42.161

1241
01:22:42.162 --> 01:22:46.162

1242
01:22:46.163 --> 01:22:50.163

1243
01:22:50.165 --> 01:22:54.165

1244
01:22:54.167 --> 01:22:58.167

1245
01:22:58.169 --> 01:23:02.169

1246
01:23:02.172 --> 01:23:06.172

1247
01:23:06.173 --> 01:23:10.173

1248
01:23:10.175 --> 01:23:14.175

1249
01:23:14.177 --> 01:23:18.177

1250
01:23:18.178 --> 01:23:22.178

1251
01:23:22.180 --> 01:23:26.180

1252
01:23:26.182 --> 01:23:30.182

1253
01:23:30.186 --> 01:23:34.186

1254
01:23:34.187 --> 01:23:38.187

1255
01:23:38.189 --> 01:23:42.189

1256
01:23:42.190 --> 01:23:46.190

1257
01:23:46.193 --> 01:23:50.193

1258
01:23:50.194 --> 01:23:54.194

1259
01:23:54.195 --> 01:23:58.195

1260
01:23:58.198 --> 01:24:02.198

1261
01:24:02.199 --> 01:24:06.199

1262
01:24:06.204 --> 01:24:10.204

1263
01:24:10.205 --> 01:24:14.205

1264
01:24:14.207 --> 01:24:18.207

1265
01:24:18.209 --> 01:24:22.209

1266
01:24:22.210 --> 01:24:26.210

1267
01:24:26.211 --> 01:24:30.211

1268
01:24:30.213 --> 01:24:34.213

1269
01:24:34.216 --> 01:24:38.216

1270
01:24:38.218 --> 01:24:42.218

1271
01:24:42.220 --> 01:24:46.220

1272
01:24:46.221 --> 01:24:50.221

1273
01:24:50.223 --> 01:24:54.223

1274
01:24:54.225 --> 01:24:58.225

1275
01:24:58.227 --> 01:25:02.227

1276
01:25:02.229 --> 01:25:06.229

1277
01:25:06.231 --> 01:25:10.231

1278
01:25:10.233 --> 01:25:14.233

1279
01:25:14.235 --> 01:25:18.235

1280
01:25:18.239 --> 01:25:22.239

1281
01:25:22.241 --> 01:25:26.241

1282
01:25:26.243 --> 01:25:30.243

1283
01:25:30.244 --> 01:25:34.244

1284
01:25:34.245 --> 01:25:38.245

1285
01:25:38.248 --> 01:25:42.248

1286
01:25:42.249 --> 01:25:46.249

1287
01:25:46.251 --> 01:25:50.251

1288
01:25:50.252 --> 01:25:54.252

1289
01:25:54.256 --> 01:25:58.256

1290
01:25:58.259 --> 01:26:02.259

1291
01:26:02.260 --> 01:26:06.260

1292
01:26:06.262 --> 01:26:10.262

1293
01:26:10.265 --> 01:26:14.265

1294
01:26:14.267 --> 01:26:18.267

1295
01:26:18.269 --> 01:26:22.269

1296
01:26:22.271 --> 01:26:26.271

1297
01:26:26.273 --> 01:26:30.273

1298
01:26:30.276 --> 01:26:34.276

1299
01:26:34.279 --> 01:26:38.279

1300
01:26:38.284 --> 01:26:42.284

1301
01:26:42.287 --> 01:26:46.287

1302
01:26:46.290 --> 01:26:50.290

1303
01:26:50.292 --> 01:26:54.292

1304
01:26:54.293 --> 01:26:58.293

1305
01:26:58.296 --> 01:27:02.296

1306
01:27:02.297 --> 01:27:06.297

1307
01:27:06.301 --> 01:27:10.301

1308
01:27:10.302 --> 01:27:14.302

1309
01:27:14.305 --> 01:27:18.305

1310
01:27:18.306 --> 01:27:22.306

1311
01:27:22.309 --> 01:27:26.309

1312
01:27:26.311 --> 01:27:30.311

1313
01:27:30.312 --> 01:27:34.312

1314
01:27:34.313 --> 01:27:38.313

1315
01:27:38.314 --> 01:27:42.314

1316
01:27:42.316 --> 01:27:46.316

1317
01:27:46.318 --> 01:27:50.318

1318
01:27:50.320 --> 01:27:54.320

1319
01:27:54.323 --> 01:27:58.323

1320
01:27:58.324 --> 01:28:02.324

1321
01:28:02.327 --> 01:28:06.327

1322
01:28:06.328 --> 01:28:10.328

1323
01:28:10.331 --> 01:28:14.331

1324
01:28:14.333 --> 01:28:18.333

1325
01:28:18.335 --> 01:28:22.335
ฟ

1326
01:28:22.338 --> 01:28:26.338

1327
01:28:26.339 --> 01:28:30.339

1328
01:28:30.341 --> 01:28:34.341

1329
01:28:34.343 --> 01:28:38.343

1330
01:28:38.346 --> 01:28:42.346

1331
01:28:42.347 --> 01:28:46.347

1332
01:28:46.349 --> 01:28:50.349

1333
01:28:50.350 --> 01:28:54.350

1334
01:28:54.354 --> 01:28:58.354

1335
01:28:58.358 --> 01:29:02.358

1336
01:29:02.361 --> 01:29:06.361

1337
01:29:06.363 --> 01:29:10.363

1338
01:29:10.364 --> 01:29:14.364

1339
01:29:14.365 --> 01:29:18.365

1340
01:29:18.368 --> 01:29:22.368

1341
01:29:22.369 --> 01:29:26.369

1342
01:29:26.370 --> 01:29:30.370

1343
01:29:30.373 --> 01:29:34.373

1344
01:29:34.375 --> 01:29:38.375

1345
01:29:38.376 --> 01:29:42.376

1346
01:29:42.379 --> 01:29:46.379

1347
01:29:46.380 --> 01:29:50.380

1348
01:29:50.382 --> 01:29:54.382

1349
01:29:54.384 --> 01:29:58.384

1350
01:29:58.386 --> 01:30:02.386

1351
01:30:02.389 --> 01:30:06.389

1352
01:30:06.391 --> 01:30:10.391

1353
01:30:10.393 --> 01:30:14.393

1354
01:30:14.395 --> 01:30:18.395

1355
01:30:18.396 --> 01:30:22.396

1356
01:30:22.399 --> 01:30:26.399

1357
01:30:26.401 --> 01:30:30.401

1358
01:30:30.403 --> 01:30:34.403

1359
01:30:34.405 --> 01:30:38.405

1360
01:30:38.407 --> 01:30:42.407

1361
01:30:42.408 --> 01:30:46.408

1362
01:30:46.410 --> 01:30:50.410

1363
01:30:50.411 --> 01:30:54.411

1364
01:30:54.413 --> 01:30:58.413

1365
01:30:58.416 --> 01:31:02.416

1366
01:31:02.417 --> 01:31:06.417

1367
01:31:06.420 --> 01:31:10.420

1368
01:31:10.422 --> 01:31:14.422

1369
01:31:14.424 --> 01:31:18.424

1370
01:31:18.425 --> 01:31:22.425

1371
01:31:22.428 --> 01:31:26.428

1372
01:31:26.429 --> 01:31:30.429

1373
01:31:30.431 --> 01:31:34.431

1374
01:31:34.433 --> 01:31:38.433

1375
01:31:38.435 --> 01:31:42.435

1376
01:31:42.437 --> 01:31:46.437

1377
01:31:46.439 --> 01:31:50.439

1378
01:31:50.441 --> 01:31:54.441

1379
01:31:54.443 --> 01:31:58.443

1380
01:31:58.446 --> 01:32:02.446

1381
01:32:02.448 --> 01:32:06.448

1382
01:32:06.450 --> 01:32:10.450

1383
01:32:10.451 --> 01:32:14.451

1384
01:32:14.453 --> 01:32:18.453

1385
01:32:18.455 --> 01:32:22.455

1386
01:32:22.456 --> 01:32:26.456

1387
01:32:26.458 --> 01:32:30.458

1388
01:32:30.459 --> 01:32:34.459

1389
01:32:34.462 --> 01:32:38.462

1390
01:32:38.463 --> 01:32:42.463

1391
01:32:42.465 --> 01:32:46.465

1392
01:32:46.467 --> 01:32:50.467

1393
01:32:50.469 --> 01:32:54.469

1394
01:32:54.472 --> 01:32:58.472

1395
01:32:58.473 --> 01:33:02.473

1396
01:33:02.476 --> 01:33:06.476

1397
01:33:06.477 --> 01:33:10.477

1398
01:33:10.480 --> 01:33:14.480

1399
01:33:14.483 --> 01:33:18.483

1400
01:33:18.485 --> 01:33:22.485

1401
01:33:22.487 --> 01:33:26.487

1402
01:33:26.489 --> 01:33:30.489

1403
01:33:30.490 --> 01:33:34.490

1404
01:33:34.493 --> 01:33:38.493

1405
01:33:38.495 --> 01:33:42.495

1406
01:33:42.499 --> 01:33:46.499

1407
01:33:46.501 --> 01:33:50.501

1408
01:33:50.504 --> 01:33:54.504

1409
01:33:54.506 --> 01:33:58.506

1410
01:33:58.508 --> 01:34:02.508

1411
01:34:02.509 --> 01:34:06.509

1412
01:34:06.510 --> 01:34:10.510

1413
01:34:10.512 --> 01:34:14.512

1414
01:34:14.513 --> 01:34:18.513

1415
01:34:18.515 --> 01:34:22.515

1416
01:34:22.517 --> 01:34:26.517

1417
01:34:26.518 --> 01:34:30.518

1418
01:34:30.520 --> 01:34:34.520

1419
01:34:34.522 --> 01:34:38.522

1420
01:34:38.524 --> 01:34:42.524

1421
01:34:42.526 --> 01:34:46.526

1422
01:34:46.527 --> 01:34:50.527

1423
01:34:50.528 --> 01:34:54.528

1424
01:34:54.530 --> 01:34:58.530

1425
01:34:58.532 --> 01:35:02.532

1426
01:35:02.536 --> 01:35:06.536

1427
01:35:06.538 --> 01:35:10.538

1428
01:35:10.540 --> 01:35:14.540

1429
01:35:14.542 --> 01:35:18.542

1430
01:35:18.544 --> 01:35:22.544

1431
01:35:22.546 --> 01:35:26.546

1432
01:35:26.549 --> 01:35:30.549

1433
01:35:30.551 --> 01:35:34.551

1434
01:35:34.554 --> 01:35:38.554

1435
01:35:38.556 --> 01:35:42.556

1436
01:35:42.557 --> 01:35:46.557

1437
01:35:46.559 --> 01:35:50.559

1438
01:35:50.560 --> 01:35:54.560

1439
01:35:54.563 --> 01:35:58.563

1440
01:35:58.565 --> 01:36:02.565

1441
01:36:02.566 --> 01:36:06.566

1442
01:36:06.567 --> 01:36:10.567

1443
01:36:10.570 --> 01:36:14.570

1444
01:36:14.572 --> 01:36:18.572

1445
01:36:18.574 --> 01:36:22.574

1446
01:36:22.578 --> 01:36:26.578

1447
01:36:26.582 --> 01:36:30.582

1448
01:36:30.586 --> 01:36:34.586

1449
01:36:34.590 --> 01:36:38.590

1450
01:36:38.594 --> 01:36:42.594

1451
01:36:42.598 --> 01:36:46.598

1452
01:36:46.602 --> 01:36:50.602

1453
01:36:50.604 --> 01:36:54.604

1454
01:36:54.606 --> 01:36:58.606

1455
01:36:58.607 --> 01:37:02.607

1456
01:37:02.609 --> 01:37:06.609

1457
01:37:06.611 --> 01:37:10.611

1458
01:37:10.612 --> 01:37:14.612

1459
01:37:14.614 --> 01:37:18.614

1460
01:37:18.616 --> 01:37:22.616

1461
01:37:22.617 --> 01:37:26.617

1462
01:37:26.619 --> 01:37:30.619

1463
01:37:30.620 --> 01:37:34.620

1464
01:37:34.621 --> 01:37:38.621

1465
01:37:38.624 --> 01:37:42.624

1466
01:37:42.625 --> 01:37:46.625

1467
01:37:46.627 --> 01:37:50.627

1468
01:37:50.629 --> 01:37:54.629

1469
01:37:54.630 --> 01:37:58.630

1470
01:37:58.632 --> 01:38:02.632

1471
01:38:02.634 --> 01:38:06.634

1472
01:38:06.637 --> 01:38:10.637

1473
01:38:10.638 --> 01:38:14.638

1474
01:38:14.641 --> 01:38:18.641

1475
01:38:18.642 --> 01:38:22.642

1476
01:38:22.645 --> 01:38:26.645

1477
01:38:26.649 --> 01:38:30.649

1478
01:38:30.651 --> 01:38:34.651

1479
01:38:34.652 --> 01:38:38.652

1480
01:38:38.654 --> 01:38:42.654

1481
01:38:42.661 --> 01:38:46.661

1482
01:38:46.665 --> 01:38:50.665

1483
01:38:50.668 --> 01:38:54.668

1484
01:38:54.669 --> 01:38:58.669

1485
01:38:58.672 --> 01:39:02.672

1486
01:39:02.674 --> 01:39:06.674

1487
01:39:06.676 --> 01:39:10.676

1488
01:39:10.679 --> 01:39:14.679

1489
01:39:14.681 --> 01:39:18.681

1490
01:39:18.684 --> 01:39:22.684

1491
01:39:22.685 --> 01:39:26.685

1492
01:39:26.686 --> 01:39:30.686

1493
01:39:30.689 --> 01:39:34.689

1494
01:39:34.692 --> 01:39:38.692

1495
01:39:38.694 --> 01:39:42.694

1496
01:39:42.696 --> 01:39:46.696

1497
01:39:46.698 --> 01:39:50.698

1498
01:39:50.699 --> 01:39:54.699

1499
01:39:54.702 --> 01:39:58.702

1500
01:39:58.704 --> 01:40:02.704

1501
01:40:02.706 --> 01:40:06.706

1502
01:40:06.710 --> 01:40:10.710

1503
01:40:10.713 --> 01:40:14.713

1504
01:40:14.715 --> 01:40:18.715

1505
01:40:18.717 --> 01:40:22.717

1506
01:40:22.719 --> 01:40:26.719

1507
01:40:26.720 --> 01:40:30.720

1508
01:40:30.721 --> 01:40:34.721

1509
01:40:34.723 --> 01:40:38.723

1510
01:40:38.724 --> 01:40:42.724

1511
01:40:42.726 --> 01:40:46.726

1512
01:40:46.729 --> 01:40:50.729

1513
01:40:50.729 --> 01:40:54.729

1514
01:40:54.732 --> 01:40:58.732

1515
01:40:58.733 --> 01:41:02.733

1516
01:41:02.735 --> 01:41:06.735

1517
01:41:06.737 --> 01:41:10.737

1518
01:41:10.738 --> 01:41:14.738

1519
01:41:14.740 --> 01:41:18.740

1520
01:41:18.742 --> 01:41:22.742

1521
01:41:22.743 --> 01:41:26.743

1522
01:41:26.745 --> 01:41:30.745

1523
01:41:30.746 --> 01:41:34.746

1524
01:41:34.749 --> 01:41:38.749

1525
01:41:38.752 --> 01:41:42.752

1526
01:41:42.755 --> 01:41:46.755

1527
01:41:46.760 --> 01:41:50.760

1528
01:41:50.762 --> 01:41:54.762

1529
01:41:54.764 --> 01:41:58.764

1530
01:41:58.767 --> 01:42:02.767

1531
01:42:02.768 --> 01:42:06.768

1532
01:42:06.771 --> 01:42:10.771

1533
01:42:10.772 --> 01:42:14.772

1534
01:42:14.773 --> 01:42:18.773

1535
01:42:18.776 --> 01:42:22.776

1536
01:42:22.778 --> 01:42:26.778

1537
01:42:26.782 --> 01:42:30.782

1538
01:42:30.785 --> 01:42:34.785

1539
01:42:34.786 --> 01:42:38.786

1540
01:42:38.789 --> 01:42:42.789

1541
01:42:42.793 --> 01:42:46.793

1542
01:42:46.795 --> 01:42:50.795

1543
01:42:50.798 --> 01:42:54.798

1544
01:42:54.800 --> 01:42:58.800

1545
01:42:58.802 --> 01:43:02.802

1546
01:43:02.804 --> 01:43:06.804

1547
01:43:06.805 --> 01:43:10.805

1548
01:43:10.807 --> 01:43:14.807

1549
01:43:14.809 --> 01:43:18.809

1550
01:43:18.811 --> 01:43:22.811

1551
01:43:22.813 --> 01:43:26.813

1552
01:43:26.816 --> 01:43:30.816

1553
01:43:30.818 --> 01:43:34.818

1554
01:43:34.820 --> 01:43:38.820

1555
01:43:38.822 --> 01:43:42.822

1556
01:43:42.825 --> 01:43:46.825

1557
01:43:46.830 --> 01:43:50.830

1558
01:43:50.834 --> 01:43:54.834

1559
01:43:54.836 --> 01:43:58.836

1560
01:43:58.838 --> 01:44:02.838

1561
01:44:02.839 --> 01:44:06.839

1562
01:44:06.841 --> 01:44:10.841

1563
01:44:10.843 --> 01:44:14.843

1564
01:44:14.845 --> 01:44:18.845

1565
01:44:18.849 --> 01:44:22.849

1566
01:44:22.850 --> 01:44:26.850

1567
01:44:26.851 --> 01:44:30.851

1568
01:44:30.853 --> 01:44:34.853

1569
01:44:34.854 --> 01:44:38.854

1570
01:44:38.856 --> 01:44:42.856

1571
01:44:42.858 --> 01:44:46.858

1572
01:44:46.860 --> 01:44:50.860

1573
01:44:50.861 --> 01:44:54.861

1574
01:44:54.863 --> 01:44:58.863

1575
01:44:58.866 --> 01:45:02.866

1576
01:45:02.868 --> 01:45:06.868

1577
01:45:06.870 --> 01:45:10.870

1578
01:45:10.872 --> 01:45:14.872

1579
01:45:14.874 --> 01:45:18.874

1580
01:45:18.876 --> 01:45:22.876

1581
01:45:22.877 --> 01:45:26.877

1582
01:45:26.880 --> 01:45:30.880

1583
01:45:30.881 --> 01:45:34.881

1584
01:45:34.882 --> 01:45:38.882

1585
01:45:38.884 --> 01:45:42.884

1586
01:45:42.886 --> 01:45:46.886

1587
01:45:46.887 --> 01:45:50.887

1588
01:45:50.889 --> 01:45:54.889

1589
01:45:54.891 --> 01:45:58.891

1590
01:45:58.894 --> 01:46:02.894

1591
01:46:02.896 --> 01:46:06.896

1592
01:46:06.898 --> 01:46:10.898

1593
01:46:10.900 --> 01:46:14.900

1594
01:46:14.903 --> 01:46:18.903

1595
01:46:18.905 --> 01:46:22.905

1596
01:46:22.909 --> 01:46:26.909

1597
01:46:26.912 --> 01:46:30.912

1598
01:46:30.914 --> 01:46:34.914

1599
01:46:34.915 --> 01:46:38.915

1600
01:46:38.918 --> 01:46:42.918

1601
01:46:42.920 --> 01:46:46.920

1602
01:46:46.924 --> 01:46:50.924

1603
01:46:50.926 --> 01:46:54.926

1604
01:46:54.928 --> 01:46:58.928

1605
01:46:58.930 --> 01:47:02.930

1606
01:47:02.932 --> 01:47:06.932

1607
01:47:06.934 --> 01:47:10.934

1608
01:47:10.935 --> 01:47:14.935

1609
01:47:14.937 --> 01:47:18.937

1610
01:47:18.939 --> 01:47:22.939

1611
01:47:22.940 --> 01:47:26.940

1612
01:47:26.943 --> 01:47:30.943

1613
01:47:30.945 --> 01:47:34.945

1614
01:47:34.947 --> 01:47:38.947

1615
01:47:38.949 --> 01:47:42.949

1616
01:47:42.952 --> 01:47:46.952

1617
01:47:46.954 --> 01:47:50.954

1618
01:47:50.955 --> 01:47:54.955

1619
01:47:54.957 --> 01:47:58.957

1620
01:47:58.960 --> 01:48:02.960

1621
01:48:02.962 --> 01:48:06.962

1622
01:48:06.963 --> 01:48:10.963

1623
01:48:10.965 --> 01:48:14.965

1624
01:48:14.967 --> 01:48:18.967

1625
01:48:18.969 --> 01:48:22.969

1626
01:48:22.970 --> 01:48:26.970

1627
01:48:26.972 --> 01:48:30.972

1628
01:48:30.973 --> 01:48:34.973

1629
01:48:34.974 --> 01:48:38.974

1630
01:48:38.977 --> 01:48:42.977

1631
01:48:42.980 --> 01:48:46.980

1632
01:48:46.982 --> 01:48:50.982

1633
01:48:50.983 --> 01:48:54.983

1634
01:48:54.985 --> 01:48:58.985

1635
01:48:58.986 --> 01:49:02.986

1636
01:49:02.989 --> 01:49:06.989

1637
01:49:06.991 --> 01:49:10.991

1638
01:49:10.992 --> 01:49:14.992

1639
01:49:14.995 --> 01:49:18.995

1640
01:49:18.997 --> 01:49:22.997

1641
01:49:22.998 --> 01:49:26.998

1642
01:49:27.001 --> 01:49:31.001

1643
01:49:31.003 --> 01:49:35.003

1644
01:49:35.005 --> 01:49:39.005

1645
01:49:39.007 --> 01:49:43.007

1646
01:49:43.009 --> 01:49:47.009

1647
01:49:47.010 --> 01:49:51.010

1648
01:49:51.012 --> 01:49:55.012

1649
01:49:55.015 --> 01:49:59.015

1650
01:49:59.020 --> 01:50:03.020

1651
01:50:03.022 --> 01:50:07.022

1652
01:50:07.025 --> 01:50:11.025

1653
01:50:11.027 --> 01:50:15.027

1654
01:50:15.029 --> 01:50:19.029

1655
01:50:19.031 --> 01:50:23.031

1656
01:50:23.033 --> 01:50:27.033

1657
01:50:27.036 --> 01:50:31.036

1658
01:50:31.039 --> 01:50:35.039

1659
01:50:35.041 --> 01:50:39.041


