(เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ ล่ามได้ยินไหมครับ สวัสดีครับ (ดร.ฐิติกาญจน์) ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีพี่ล่ามนะคะ โอเค เสียงมาแล้วก็เราเมื่อกี้คุยกันนะคะ ว่าเดี๋ยวเรา... วันนี้เราจะเรียนบทที่ 8 นะ แล้วก็... ตกลงนักศึกษาใช่ไหม ตอนแรกนึกว่าเจ้าหน้าที่ นั่งข้างหลังเห็นใช่ไหมครับ เห็นนะ โอเค ก็วันนี้เราจะเรียนบทที่ 8 นะคะ เรื่องของการคิดนะ แล้วก็เราเหลืออีกบทที่ 10 กับ 11 นะคะ แล้วก็ครูก็จะปิดคอร์สให้เลยนะคะ เพื่อที่ว่าเราจะได้เอาเวลาที่เหลือนี่ ไปทำงานชิ้นใหญ่ที่สุดอีกชิ้นหนึ่งนะคะ อันนี้คือ เพราะฉะนั้น เราก็จะเป็นออน... ออนไลน์ครั้งหน้าแล้วก็จบด้วยออนไซต์นะ 2 ครั้งนะคะ โอเค วันนี้เราจะเรียนบทที่ 8 ที่ครูสลับมาที่ถามนะคะ เพราะว่าเนื้อหามันจำเป็นที่จะต้องมาเรียนกันในห้องนะ ทีนี้ครูจะขอพวกเราเตรียมกระดาษไว้สัก 1 แผ่นมีหรือเปล่า มีกระดาษไหมลูก มาเรียนหนังสือไม่มีกระดาษ มีกระดาษและปากกาไหมคะ เพื่อนมีไหม ใคร... ใครมีกระดาษบ้าง ขายเลยค่ะ แผ่นละ 5 บาท หารายได้เข้า... ตอนเที่ยง ขอเพื่อนเอาลูก มีกระดาษ... กระดาษอะไรก็ได้ กระดาษแผ่น ไม่ต้องค่ะ แผ่น... แผ่นไหนก็ได้ แค่นั้นก็ได้ กระดาษโน้ตอะไรก็ได้ค่ะ ขอไม่เป็นกระดาษทิชชูก็พออะไรอย่างนี้นะ ใครไม่มีก็ให้เพื่อนส่งให้นะคะ ส่วนของหนู หนูไม่ต้องเขียนก็ได้นะคะ ของน้อง... ของน้องเด็กตา น้องก็ไม่ต้องเขียนก็ได้ เดี๋ยวเรา... เดี๋ยวเราตอบกันเองนะคะ เตรียมกระดาษแล้วใช่ไหมลูก เขียนชื่อของตัวเองไว้นะคะ แสดงความเป็นเจ้าของเขียนชื่อ แล้วก็เขียนรหัสนักศึกษาเอาไว้ให้ด้วยนะคะ โจทย์เราค่อยบอกกันอีกทีหนึ่งนะ ให้เตรียมกระดาษกับปากกาเอาไว้ก่อนนะคะ เพราะวันนี้เราจะมีกิจกรรมให้ทำ แล้วเราก็ใช้กระดาษตรงนี้ด้วย เป็นการเช็กชื่อไปในตัวเลยนะคะ หมดแล้วล่ะเล่มนั้นน่ะ ฉีกไปหมดแล้ว เหลือแค่ปก สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ เสียงครูเวลาออกไมค์มันแปลก ๆ นะ ครูรู้สึกไม่ชอบเสียงตัวเองเลยเวลาออกไมค์ ไมค์มี Echo ด้วยมีเสียงสะท้อน โอเค เตรียมแล้วใช่ไหมคะ เอาไว้ก่อนนะคะลูก ให้เตรียมไว้ วันนี้เราจะเรียนบทที่ 8 นะ เป็นเรื่องของการคิดที่ซับซ้อนใช่ไหมคะ ทีนี้เรื่องของการคิดน่ะ มันคือทักษะอย่างหนึ่ง ที่ปกติมันก็จะมีทักษะที่เป็นทักษะพื้นฐาน การคิดแบบพื้นฐานนะคะ ส่วนวันนี้เราจะเรียนเรื่องของการคิดที่มันขั้นสูงขึ้น ที่มันซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งทีนี้ที่มันซับซ้อนมากขึ้นนี่ มันขึ้นอยู่กับว่าการที่เรามีวุฒิภาวะแล้ว เราโตแล้ว เรามีพัฒนาการที่โตเต็มวัยแล้วอย่างนี้ค่ะ ก็สามารถที่จะคิดกระบวนการคิดที่มันซับซ้อนแบบนี้ได้ แต่ถ้าเป็นเด็กประถม เด็กอนุบาลที่เขายังเด็ก ๆ อยู่นี่ การคิดซับซ้อนเขาก็ยังทำไม่ได้นะคะ เราก็เลยต้องมารู้จักว่าการคิดซับซ้อนนี่มันคืออะไร เพื่อที่ว่าอีกหน่อยเราไปเป็นครูอย่างนี้ค่ะ เราจะได้ออกแบบการเรียนการสอน เพื่อที่จะกระตุ้นทักษะการคิดเหล่านี้ให้กับเด็ก ๆ นะคะ เพราะว่าทักษะการคิดที่ซับซ้อนเหล่านี้ มันก็เป็นทักษะศตวรรษที่ 21 ใช่ไหม เราเคยได้ยินคำนี้ใช่ไหมคะ มันก็เลยเป็นที่มา ว่าให้เรามารู้จักกันสักหน่อยหนึ่งนะคะ ทีนี้การคิดที่ซับซ้อนนะ มันคืออะไรนะคะ ไปไหมนี่ ไม่ไป ขออภัยที่ตัวหนังสือมันเลื่อนนะคะ โอเค การคิดอันแรกนะ มันคือการคิดแบบมีวิจารณญาณ การคิดแบบมีวิจารณญาณ ก็คือการที่เราสามารถไตร่ตรองได้ หาเหตุผลได้ คิดที่ไม่ตัดสินใจเอาอารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง นี่ผ่านการคิดที่เราไตร่ตรองก่อน ผ่าน... ผ่านสิ่งที่เราพิจารณา ว่ามันเหมาะสมไหม หรือไม่เหมาะสมอย่างนี้ค่ะ มันถูกต้องไหม หรือไม่ถูกต้อง มันจะส่งผลกระทบกับใครไหมอะไรอย่างนี้ อันนี้คือการที่เราเรียกว่า "การคิดแบบมีวิจารณญาณ" เพราะฉะนั้น การคิดแบบมีวิจารณญาณนี่ มันก็คือเป็นอภิปัญญาอย่างหนึ่งนะคะ หนูไม่ต้องถ่ายก็ได้ลูก ครูโพสต์ไว้ใน Classroom แล้วนะคะ การคิดแบบอภิปัญญาที่พูดถึงนี่นะ มันก็คือการคิดที่สูงขึ้นกว่าการคิดปกติ อภิ มันแปลว่าใหญ่ใช่ไหมคะ แสดงว่าเป็นปัญญาที่สูงกว่าปกติ ใหญ่กว่าปกตินะคะ การคิดแบบอภิปัญญานี่ ก็คือการคิดแบบมีวิจารณญาณนี่ล่ะนะคะ ที่สามารถควบคุม ควบคุมในที่นี้ ก็คือควบคุมการคิดของตัวเองให้มันถูกที่ถูกทาง ถูกต้องเหมาะสม แล้วสามารถที่จะควบคุมตัวเอง ให้ทำตามที่ตัวเองคิดได้ วางแผนต่าง ๆ อย่างนี้ค่ะ ก็สามารถควบคุมตัวเองให้ทำตามสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ได้ อันนี้เขาเรียกว่า "อภิปัญญา" คือ การคิดที่มันสูงกว่าปกตินะคะ ก็อย่างที่บอกว่าถ้าการคิดที่ขาดวิจารณญาณนี่ ก็คือการที่เราตัดสินใจทำอะไรด้วยการที่เราไม่นึกถึงเหตุผลที่มันเกี่ยวข้อง เราไม่นึกถึงผลกระทบที่มันจะเกิดขึ้น เราไม่นึกถึงสิ่งที่มันเหมาะสมเป็นเหตุเป็นผลอะไรอย่างนี้ค่ะ เราตัดสินใจเพราะ... เพราะว่าคนอื่นเขาทำเรา อยากทำตาม ตัดสินใจ เพราะว่ามีคนบอกให้ทำ เราก็เลยทำอย่างนี้ค่ะ อันนี้ไม่ได้เรียกว่า "ใช้วิจารณญาณ" นะ ดังนั้น การคิดวิจารณญาณ ก็คือการที่เราคิดพิจารณาไตร่ตรอง หาเหตุผลของมันว่าควรจะทำไหม เหมาะสมไหมอย่างนี้ค่ะ อันนี้เรียกว่า "การคิดแบบมีวิจารณญาณ" นะคะ ทีนี้อันนี้ค่ะ ที่ครูจะเป็นโจทย์ข้อแรกให้กับเรานะ ครูจะให้เราลองฝึก... คะ ของตัวเองค่ะ กระดาษของตัวเองค่ะ ใครไม่มีก็รีบ... รีบขายเพื่อนเลยนะคะ อันนี้นะ จะให้เราฝึกคิดว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น 6 ข้อนี่ค่ะ มันเป็นข้อเท็จจริง หรือเป็นอนุมาน มันจะมีข้อความให้ใช่ไหมคะ ว่าไก่กับแดงนี่ เป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้ง 2 ชอบไปชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ เสมอ วันหยุดที่ผ่านมาไก่กับแดงนัดกันไปชอปปิงที่สยามเซนเตอร์ เพื่อหาซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อดัง ๆ ที่กำลังลดราคา ทั้งคู่นัดกัน นัดพบกันที่บันไดเลื่อนชั้น 1 ตามที่นัดหมายไว้ ไก่คอยอยู่บริเวณนั้นเป็นชั่วโมง โดยไม่กล้าเดินไปที่อื่น เพราะเกรงว่าถ้าแดงมาแล้วจะคลาดกันได้ แต่แดงยังไม่มา ไก่เลยโทรศัพท์ไปหาแดง ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้เลย ไก่รู้สึกไม่พอใจที่แดงมักผิดนัดอยู่... มักผิดนัดกับตนอยู่บ่อย ๆ ไก่เลยตัดสินใจเดินดูของตามที่ตั้งใจ แล้วกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่ไม่สู้ดีนัก 6 ข้อ คนที่มีกระดาษให้ติ๊กลงไปว่าข้อ 1 ถึงข้อ 6 นี่ เราคิดว่ามันเป็นข้อเท็จจริง หรือเป็นข้ออนุมาน ใช่ เขียน... เขียนแค่เลขค่ะ 1-6 ข้อเท็จจริงหรืออนุมาน ไม่ต้องเขียนโจทย์นะคะ ข้อที่ 1 ไก่กับแดงเป็นวัยรุ่นที่ชอบชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน เราก็เขียนลงไปนะคะ อนุมานคืออะไร อนุมาน คือ สิ่งที่เราคิดเอาเอง สิ่งที่เราคิดว่ามันใช่ อันนั้นเรียกว่า "อนุมาน" นะคะ นี่อนุมาน หมายถึงการคาดคะเน แสดงว่าอนุมานไม่ใช่ข้อเท็จจริง ข้อที่ 2 ทั้ง 2 สาวนัดพบกันในวันหยุดที่ผ่านมาที่สยามเซนเตอร์ เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน ก็เขียนลงไปนะคะ ข้อที่ 3 ไก่ไปคอยแดงเป็นเวลานาน แต่แดงไม่ไปตามนัด ข้อที่ 4 ไก่โทรศัพท์ไปที่บ้านแดงแต่ติดต่อไม่ได้ ข้อที่ 5 แดงมักผิดนัดอยู่เสมอ ไอ้ที่ครูอ่านนี่ ครูอ่านให้พี่ล่าม ข้อที่ 6 ไก่ซื้อของตามที่ตั้งใจ แล้วก็กลับบ้านด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก คะ ส่งแล้ว อ้าวเหรอ แล้วครูก็เถียงนะ ว่าส่งแล้ว อ๋อ ครูไม่ได้ส่งเข้าใน Classroom ครูส่งให้พี่ม่อน เดี๋ยวโพสต์ให้เลย ระหว่างนี้ทำ 6 ข้อนี้ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวตามโพสต์ให้เด้อ ให้เตรียมกระดาษแล้วใช่ไหมคะ ให้ทำโจทย์ ครูบังหรือเปล่า มองไม่เห็น นั่งข้างหน้าก็ได้ ไปนั่งเสียไกลเชียว สายตายาวเหรอ เดี๋ยวครูตามโพสต์ให้นะ เรามาลองทำด้วยกันข้อแรกก่อนนะคะ ไก่กับแดงเป็นวัยรุ่นที่ชอบไปชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน ใครว่าอนุมานยกมือ ใครว่าข้อเท็จจริงยกมือ คนที่บอกว่าเป็นอนุมานดูจากอะไรคะ ที่เป็นอนุมาน คะ ไก่กับแดงเป็นวัยรุ่นที่ชอบชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ คำถาม คำถามของพวกเรานะ ถามว่าเรารู้ได้อย่างไร ว่าไก่กับแดงเป็นวัยรุ่น ในข้อความเขาบอกตรงไหนคะ ว่าเป็นวัยรุ่น ไก่กับแดงเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองชอบไปชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ อยู่เสมอ เราอนุมานเองหรือเปล่า ว่าคนที่ไปชอปปิงตามศูนย์การค้าจะต้องเป็นวัยรุ่น เขาเป็นวัยกลางคนได้ไหม เป็นคนแก่ได้ไหม เกษียณแล้วไม่มีอะไรทำ ก็เลยไปซื้อของได้หรือเปล่า สรุปแล้วเป็นข้อเท็จจริง หรืออนุมานคะ อนุมาน เห็นหรือเปล่า เราคาดการณ์เอาเองนะ คาดคะเนเอาเอง เขาไม่ได้บอกเลยว่าไก่กับแดงเป็นวัยรุ่น เขาบอกแค่ว่าไก่กับแดงเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองชอบไปชอปปิง เราอนุมานเอาเอง ว่าไก่กับแดงน่าจะเป็นวัยรุ่นแหละถูกไหม ข้อ 2 ข้อ 2 ทั้งสองสาวนัดพบกันในวันหยุดที่ผ่านมาที่สยามเซนเตอร์ ข้อเท็จจริงหรืออนุมาน ข้อเท็จจริง ตรงไหนที่บอกว่าทั้งสองสาวนัดกัน ไก่กับแดงเป็นผู้หญิงหรือเปล่า รู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นผู้หญิง เขาไม่ได้บอกถูกไหม เขาบอกแค่ว่าไก่กับแดงเป็นเพื่อนสนิทกัน ไม่ได้บอกสักคำเลย ว่าไก่กับแดงเป็นผู้หญิง เราอนุมานไปเองไหม ว่าทั้ง 2 คนนี่ เป็น 2 สาว เขาอาจจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ชายอีกคนหนึ่งก็ได้ หรืออาจจะเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็ได้ไม่รู้ว่าทำอะไร ไปซื้อของ จะต้องไปปาร์ตีอย่างนี้ก็ได้ อนุมานหรือเปล่า อนุมาน ข้อที่ 3 เราทำไปพร้อมกันเลยนะคะ พวกเราเขียนด้วยนะ ข้อที่ 3 ไก่กับแดง ไก่ไปคอยแดงเป็นเวลานาน แต่แดงไม่ไปตามนัด ข้อเท็จจริงหรืออนุมาน ข้อเท็จจริงรู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ไป แต่แดงยังไม่มา ไก่ไม่กล้าไปไหน ไก่ก็เลยโทรศัพท์ไปหาแดง ปรากฏติดต่อไม่ได้ เขาบอกสักคำไหมว่าแดงไม่มา เขาไม่ได้พูดเลยนะ ในข้อความไม่ได้บอกเลย ว่าแดงไม่มา เราอนุมานไปเองไหม ว่าแดงไม่มา เขาอาจจะแค่มาช้าไป 2 ชั่วโมงก็ได้ ก็มาไง มา แต่มาช้า อนุมาน อนุมานไหมล่ะ เพราะเขาไม่ได้บอกสักคำเลย ว่าแดงไม่มา แต่แดงยังไม่มาเฉย ๆ โดนหลอกหรือเปล่านี่ พวกเราโดน... โดนความคิดตัวเองหลอกหรือเปล่า โดนการอนุมานหลอกนะ เราเคยชินกับการอนุมานบ่อยนะนี่ คิดเองเออเองน่ะ ข้อที่ 4 ไก่โทรศัพท์ไปที่บ้านแดงแต่ติดต่อไม่ได้ อนุมาน เขาบอกว่าโทรไปหาแดง เขาไม่ได้บอกว่าโทรไปที่บ้านใช่ไหม อาจจะโทรมือถือก็ได้ถูกหรือเปล่า อนุมาน ข้อที่ 5 ข้อ 4 อนุมานค่ะ อนุมาน อนุมาน ข้อ 5 แดงมักผิดนัดอยู่เสมอ ข้อเท็จจริง ให้ Defend หน่อยป้องกันตัวเองหน่อย ข้อเท็จจริงอยู่ตรงไหนจ๊ะ เดี๋ยวก่อนข้อ 5 ลูก แดงมักผิดนัดอยู่เสมอ ไก่รู้สึกไม่พอใจที่แดงมักผิดนัดกับตนอยู่บ่อย ๆ ไก่เลยตัดสินใจไปเดินดูของ บ่อย ๆ กับเสมอเท่ากันไหม นัด 10 ครั้งไม่มาหาเลยทั้ง 10 ครั้ง อันนี้เรียกว่าบ่อยหรือเสมอ เสมอ คือ ทุกครั้ง บ่อย คือ ส่วนใหญ่ นัด 10 ครั้งไม่มา 8 มา 2 อันนี้เรียกบ่อย แต่ถ้า 10 ครั้งไม่มาเลย อันนี้เสมอ แยกออกหรือเปล่า นักศึกษาเข้าห้องเรียนสายเสมอ แปลว่าสายเสมอหรือไม่เข้าเลย หมายถึงเราใช่ไหม สายเสมอ แสดงว่ามาสายทุกครั้งเลยถูกไหมคะ มาสายบ่อย เรียนไป 10 ครั้งมาสายสัก 5 ครั้งอย่างนี้เรียกบ่อย เห็นหรือเปล่า สรุปแล้วผิดนัดอยู่เสมอ เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน อนุมาน เขาบอกว่าบ่อย ๆ ไม่รู้ด้วยว่ากี่ครั้ง แต่เราตัดสินไปแล้ว ว่าเขามาสายเสมอเลย ข้อสุดท้ายไก่ซื้อของตามที่ตั้งใจ แล้วก็กลับบ้านด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก จริงตรงไหน อนุมานตรงไหน แสดงว่าอารมณ์ไม่ดีนี่ แสดงว่าจริงใช่ไหม แต่ไก่ไปเดินดูของ สรุปว่าไก่ได้ซื้อของไหม ไปเดินดูเฉย ๆ ยังไม่ได้ซื้อเลย สรุปแล้วเป็นอนุมาน ใครถูกทุกข้อบ้าง ไม่มี ใครผิดทุกข้อบ้าง ตอบด้วยความภูมิใจ ผิดสลับถูกบ้าง ไอ้ที่ผิดสลับถูกนี่ สังเกตดูนะ เราเดาหรือเปล่า เดาถูกไหม แสดงว่าเราเคยชินกับการเดาเสมอเลย นี่มัน... มันชี้ให้เห็นเลย ว่าเราน่ะ เคยชินกับการที่เราคิดไปเอง แล้วก็... รีบสรุปไปเอง อันนี้คือการฝึกที่จะใช้การคิดแบบมีวิจารณญาณ อันแรกนะ ว่านี่ เรามาดูก่อนว่าเขาพูดจริงหรือเปล่านะ หรือเราคิดไปเอง เราอนุมานไปเองหรือเปล่า เราสันนิษฐานไปเองหรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วน่ะค่ะ อันนี้เฉลยนะ เมื่อกี้ว่าไปแล้วนะคะ อนุมานที่พูดถึงนี่ค่ะ มันขึ้นอยู่กับความเชื่อของเราเอง ขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานของเราที่เรามี บางทีเราอาจจะคิดว่าอันนี้ถูกแล้ว อันนี้มันใช่แล้ว แต่ในความเป็นจริงมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะว่าเรามีความเชื่อของเรา มีความ... มีทัศนคติของเราว่าแบบนี้ใช่ แบบนี้ไม่ใช่ ซึ่งบางทีมันอาจจะกลายเป็นอคติก็ได้นึกออกไหม ถ้าเกิดว่าไอ้สิ่งที่เราคิดว่ามันใช่ แล้วมัน... มันไม่ใช่ขึ้นมานี่ค่ะ อาจจะต้องกลับมาย้อนดู ว่าที่เรามั่นใจว่ามันใช่นี่ มันเป็นเพราะว่าเราตัดสินใจเร่งด่วนไปหรือเปล่า เราใช้อคติส่วนตัวของเราตัดสินหรือเปล่านะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วอนุมานมันไม่ผิด แต่ว่าสิ่งที่พึงระวัง ก็คือการที่เรารีบสรุปว่ามันจริง ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้ข้อมูลครบถ้วนเลย ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้เห็นข้อเท็จจริงเลย แต่เรารีบเชื่อว่ามันใช่ รีบเชื่อว่ามันจริง ตัดสินไปแล้ว เหมือนเมื่อกี้ที่เราตัดสินไปแล้ว ว่าเขาซื้อของแล้วกลับบ้าน ยังไม่ทันได้ดูดี ๆ เลย ว่าตกลงเขาแค่ไปเดินดูเฉย ๆ แต่เขายังไม่ทันได้ซื้อเลยอย่างนี้ ฉะนั้น การที่เรารีบตัดสินข้อเท็จจริงว่ามันใช่ ไม่ใช่ อันนี้คือการพิพากษาตัดสิน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราก็ต้องพึงระวัง ก่อนที่เราจะสรุปอะไร เราก็ดูข้อมูลให้มันครบถ้วนก่อน เราดูข้อเท็จจริงให้มันครบถ้วนก่อนนะคะ อันนี้คือสิ่งที่เราจะใช้วิจารณญาณ ในการที่เราจะพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ฝึกนะนะคะ ในชีวิตประจำวันของเราเราก็ต้องฝึก เพราะว่ายิ่งสมัยนี้ข้อมูลข่าวสารมันเยอะมากใช่ไหม ในทีวีก็มี ใน Facebook ก็มี IG ก็มี ใน TikTok ก็มีเต็มไปหมดเลย มันเชื่อถือได้จริงมากน้อยแค่ไหน อันนี้เราต้อง... ต้อง Question mark ไว้ก่อน ตั้งคำถามไว้ก่อน แล้วเราค่อยไปตรวจสอบก่อนที่เราจะรีบเชื่อรีบตัดสิน อย่างที่เขา... เขามีแคมเพนอย่างไร เช็กก่อนแชร์ใช่ไหมคะ อันนี้แหละ คือ การใช้วิจารณญาณก่อนที่เราจะเชื่อว่ามันใช่ แล้วเราก็ส่งต่อไป ซึ่งมันอาจจะเกิดผลกระทบก็ได้อย่างนี้นะคะ ทีนี้โจทย์ข้อ 2 อันนี้ไม่ต้องเขียน ถามพวกเราแหละ ว่าถ้าเกิดว่าเราจะต้องเลือกระหว่าง 2 สิ่งเราจะเลือกเลี้ยงอะไร ระหว่างไก่ เอ้ย เป็ด 1 ตัวที่มีขนาดใหญ่เท่าม้า แสดงว่ามันใหญ่มากถูกหรือเปล่า เป็ด 1 ตัวที่ใหญ่เท่าม้า สูงมากใหญ่มากใช่ไหมคะ กับม้า 10 ตัวที่มีขนาดเท่าเป็ด แปลว่าม้ามันตัวเล็กถูกไหม มันไซซ์เท่าเป็ดน่ะ ใช่ไหมคะ แต่มี 10 ตัว เป็นเราเราจะเลี้ยงอะไร ใครเลี้ยงม้ายกมือ ใครเลี้ยงม้าใช่ไหมคะ ที่เหลือคือเลี้ยงเป็ดใช่ไหม ข้อถามม้าก่อน หนูทำไมถึงตัดสินใจเลี้ยงม้าคะ เหตุผลของเราไม่ผิดหรอก มันตัวเล็กเท่าเป็ดใช่ไหมคะ แล้วอย่างไรจ๊ะ ถึงตัดสินใจว่าเอาม้าดีกว่าตัวเล็กดี ต้องมีเหตุผลประกอบนะใช่ไหม มีใครเลี้ยง... เลี้ยงม้าอีก เลี้ยงม้าใช่ไหมคะ เพราะอะไรลูก มันหลายตัวดีแล้วอย่างไรจ๊ะ ขายได้ราคาแพงกว่าเป็ด แต่เป็ดมันใหญ่นะ เป็ดมันตัวเดียว ม้า... ม้ามันขยายพันธุ์ได้ น่าสนใจ ม้ามันมี 10 ตัวไง มันขยายพันธุ์ได้ แต่เป็ดมีตัวเดียวมันจะไปผสมกับอะไรใช่หรือเปล่า อันนี้เหตุผลเขานะ ก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ ใครเลือกเป็ด เลือกเป็ดเพราะอะไรลูก มันเหมาะกับเราใช่หรือเปล่า เพราะเราไม่อยากดูแลหลายตัว เอาตัวเดียวพอจบใช่ไหมคะ ใครเลือก... เลือกเป็ดอีกบ้าง เป็ดเพราะอะไรคะลูก มีไข่ใช่ไหม ไม่ต้องผสมพันธุ์ มีไข่ออกไข่มา เอา... เอาไข่มากิน หรือว่าเอาไข่ไปเพาะพันธุ์ต่อหรืออย่างไร อ๋อ ขายไข่ใช่ไหม ไข่ แสดงว่าไข่มันฟองใหญ่ด้วยนะ มันต้องออกมาฟองใหญ่แน่เลย ก็ขายได้ มีใครเลือกเป็ดอีกบ้าง ข้างหลังหนุ่ม ๆ เลือกอะไรครับ เลือกเป็ดเพราะอะไรครับ ไข่เอาไว้กินใช่หรือเปล่า ของเราคืออะไรคะ ชอบเป็ดตัวใหญ่ เอาไว้ลาบเป็ด แสดงว่ามันได้หลายจานมากถูกหรือเปล่า เป็นโจทย์ขำ ๆ แต่มันก็สะท้อนถึงว่าเราสามารถใช้วิจารณญาณของเรา ว่าเราจะเลือกสิ่งไหนน่ะ เพราะอะไร มันจะส่งผลอย่างไร มันจะเกิดผลดีอย่างไร เลือก... เลือกม้า 10 ตัวผสมพันธุ์ได้ มันสามารถออกลูกออกหลานได้ เลือกเป็ดเพราะว่าเป็ดมันมีไข่ นี่เอาไข่ไปขายได้ ได้เงิน เอาไข่ไว้กินได้ เลือกเป็ด เพราะว่ามันสามารถเอาไปลาบเป็ด แล้วก็ได้เลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านได้เลยอะไรอย่างนี้ มันใหญ่มากนี่ใช่ไหมคะ เลือกเพราะว่าไม่อยากจะดูแลเยอะ ดูแลตัวเดียวจบอะไรอย่างนี้ แต่ละคนก็จะมีเหตุผลถูกไหมคะ อันนี้คือการที่เราฝึกการคิดแบบมีวิจารณญาณ คือ เอาเหตุผลมาประกอบ ว่าเราเลือกสิ่งนี้ตัดสินใจเพราะอะไร มันส่งผลอย่างไร มันเกิดประโยชน์อย่างไร มันจะดีอย่างไรอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือวิจารณญาณที่เราจะต้องฝึกกันนะคะ ต่อไป คือ ความคิดสร้างสรรค์ การคิดซับซ้อนอย่างที่ 2 คือ การคิดสร้างสรรค์นะคะ การคิดสร้างสรรค์คืออะไร การสร้างสรรค์ ก็คือการคิดที่มันนอกกรอบ ออกจากกรอบเดิมเพื่อให้ได้สิ่งใหม่ ซึ่งยังไม่ต้องห่วงว่าสิ่งนั้นมันจะดีหรือไม่ดี แต่การที่เราคิดออกนอกกรอบ การที่เราไม่ต้องยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ มันทำให้เรามีทางเลือกที่หลากหลาย ทำให้เรามีวิธีการที่เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น ไฟดับ บ้านไฟดับอย่างนี้ค่ะ เราจะทำอย่างไรไฟดับ การคิดสร้างสรรค์ต้องมาแล้ว จะนั่งรอการไฟฟ้าซ่อมไฟอีก 3 ชั่วโมงไหม จะอยู่ได้ไหม ถ้าอยู่ไม่ได้เราจะเอาอะไรมาแทนดี ใช้เทียน เอ้ย เทียนหมดน่ะ เอาเทียนวันเกิดแทนได้ไหมแท่งเล็กหน่อย บ้านนี้เทียน... โอเค ไฟไม่ดูดครูก็บุญแล้วนะเมื่อกี้ อย่างนี้ค่ะ ไม่มีเทียนเราใช้อะไรได้อีกนะ ใช้อะไรได้อีก ได้ดี ใช้อะไรถ้าไม่มีเทียน คะ ตะเกียง ตะเกียงบ้านมีตะเกียง ไฟฉายใช่ไหมคะ ถ้าไม่มีไฟฉายจะทำอย่างไรล่ะ โทรศัพท์ใช่ไหมคะ อันนี้คือการที่เราเริ่มคิดได้เยอะขึ้นแล้ว ไม่ยึดติดกับวิธีการเดียว เรามีทางเลือกที่หลากหลายถูกไหมคะ อันนี้คือการคิดสร้างสรรค์ที่มันออกจากนอกกรอบ ที่เราไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิม ซึ่งการคิดสร้างสรรค์ ก็เอาง่าย ๆ หลอดดูดนี้ค่ะ หลอดดูด เดี๋ยวนี้มันจะมีหลอดดูดที่งอได้ถูกไหม มันก็มาจากการคิดสร้างสรรค์น่ะ ว่าไอ้หลอดดูดทำไมมันมีแต่หลอดตรง ๆ ลำบากเก็บก็ยาก เราดีไซน์เป็นอย่างนี้ไหม ให้มันพับได้ เอ๊ะ แล้วมันพับได้มันจะพับแบบไหน อ๋อ ทำเป็นย่น ๆ ไง อย่างนี้ค่ะ ใช้หลอดกระดาษแทนอะไรอย่างนี้ หรือแม้แต่ Post-it ก็เป็นความคิดสร้างสรรค์ เป็นผลงานของการคิดสร้างสรรค์ ที่เห็นว่าการจดโน้ตแล้วจะเอาไปแปะนี่ ทำไมมันไม่มีกาวแปะในตัวนะ ทำไมจะต้องไปเอาสกอตเทปมาฉีกแล้วก็แปะ ยุ่งยากหลายอย่าง ก็ดีไซน์ออกมาเป็นกระดาษ Post-it อย่างนี้ค่ะ เพราะฉะนั้น การคิดสร้างสรรค์มันทำให้เราได้สิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งใหม่ ๆ เหล่านั้นน่ะ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ใกล้ ๆ ตัวเราก็ได้ แต่มันอุบัติขึ้นมาใหม่ แล้วมันเป็นประโยชน์กับเราอย่างนี้ นี่คือตัวอย่างของการที่เราคิดออกนอกกรอบ ให้เราได้วิธีการที่หลากหลายนะคะ แล้วมันจะได้... อาจจะได้เป็นนวัตกรรมของเราเองก็ได้ ใครจะไปรู้นั่งในนี้อาจจะมีการผลิตนวัตกรรม แล้วก็กลายเป็นเศรษฐีในอนาคตขึ้นมาก็ได้ถูกไหมนะคะ ทีนี้เรามาฝึกง่าย ๆ ใกล้ ๆ ตัวเรานะ การคิดสร้างสรรค์ คือ Creative น่ะ การใช้จินตนาการนะคะ ถ้าเกิดว่ารูป... อย่างรูปนี้เราเห็นเป็นรูปอะไรได้บ้าง ลองใช้ความคิดสร้างสรรค์ คะ อะไรนะ ปืนฉีดน้ำ ลิง อ๋อ ลิงใช่ไหมคะ ลิงก็ได้ เห็นเป็นอะไรลูก คะ เรืออย่างไรคะ อันนี้ครูไม่เคยมองมุมนี้มาก่อนมันเป็นเรือ อ๋อ เป็นเรือที่อยู่ผิวน้ำอย่างนี้ใช่ไหม เป็นจระเข้อย่างนี้ใช่ไหมคะ ตุ๊กแก อีกัวนา อีกัวนา ตุ๊กแกก็ได้ใช่หรือเปล่า เราสังเกตนะ การที่เราฝึกการคิดสร้างสรรค์นี้ค่ะ ยังไม่ต้องห่วงว่ามันใช่หรือไม่ใช่ ดีหรือไม่ดี ถูกหรือไม่ถูก เอาไอเดียออกมาก่อน การคิดสร้างสรรค์อย่างหนึ่ง ก็คืดเป็นเรื่องของการระดมไอเดีย Brainstorming น่ะ ในแง่ความคิดสร้างสรรค์ คือ การที่เราเอาไอเดียโชว์ออกมา ว่าทำอะไรได้บ้างอย่างนี้ สมมตินี่ อีก 2... 2 คาบครูจะปิดคอร์สให้กับห้องนี้อย่างนี้ค่ะ เราจะไปฉลองกันที่ไหนดี ปิดคอร์สเร็วกว่าชาวบ้านเขา ไปไหนคะ ไป... ห้องน้ำ ฉลองห้องน้ำ อ๋อ ไม่ใช่เชิญค่ะ ไปไหนนะลูก ไปกินหมูกระทะ ไปฉลองไหนดีปิดคอร์สแล้ว ไปนอน ชวนครูเหรอ หนูขอนอนก่อนไม่เอาอย่างอื่นแล้ว ไปไหนอีกไปไหนอีก ไปดูหมูเด้ง ไปเที่ยว ไปไหนดี เด็กหูไปไหนคะ เด็กตาไปไหนคะ ของเราข้างหลังไปไหนดี ปิดคอร์สฉลอง ไปทะเล ไปร้านเหล้า ไปกรวดน้ำ อ๋อ นึกว่าชวนไปทำบุญเข้าวัดอย่างนี้ อันนี้คือการ Brainstorming แล้วค่อยมาคัดเลือกทีหลัง ว่าไอ้ความคิดเหล่านี้ อันไหนเวิร์กไม่เวิร์ก อันไหนเหมาะไม่เหมาะ ครูลืมบอก เมื่อกี้ที่บอกปิดคอร์ส ครูให้งบประมาณคนละ 50 บาท 50 บาทไปหมูเด้งได้หรือเปล่า พอไหม ไม่พอ 50 บาทไปกินหมูกระทะได้หรือเปล่า ไม่ได้ 50 บาทไปวัดได้หรือเปล่า อันนี้เวิร์ก ไปไหนนะ เมื่อกี้อะไร... ไม่ใช่กรวดน้ำ ไปสวนน้ำ 50 บาทได้ไหม ไม่ได้อย่างนี้ แล้วถึงจะค่อยเห็นว่า อ๋อ อันไหนล่ะ ที่มันใช้ได้ อันไหนล่ะ ที่มันเวิร์กอย่างนี้ อันนี้คือความคิดสร้างสรรค์นึกออกไหมคะ อย่างเมื่อกี้จะเห็นเป็นจระเข้ก็ได้ เห็นเป็นอีกัวนาก็ได้ เห็นเป็นตุ๊กแกก็ได้ เห็นเป็นเรือยังได้เลยนะคะ คะ ตอบถูกได้อะไรคะ แหม หวังรางวัลเชียวนะ ครูให้คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องข้างหน้า ไปขอเขาเองนะ อันนี้ก็เหมือนกันอย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็คือตัวอย่างนะ ต่อไป คือ อันที่ 3 การคิดที่ซับซ้อน อันที่ 3 คือ การคิดแก้ปัญหา การคิดแก้ปัญหาก็ตรงตัวเลยค่ะ ว่าเมื่อมันมีปัญหาเกิดขึ้นนี่ เราจะทำอย่างไร ผ่านมันไปได้ ทำอย่างไรให้ปัญหานั้นหายไป นี่คือการคิดแก้ปัญหา ฉะนั้น การคิดแก้ปัญหานี่ค่ะ มันเลยเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการคิดสร้างสรรค์ด้วย เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการคิดวิจารณญาณด้วย เพราะการที่เราจะแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นี่ค่ะ มันก็ต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย เหมือนการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้เราได้วิธีการที่หลากหลาย ว่าจะทำแบบไหนดีเวิร์ก มีวิธี A วิธี B วิธี C ทำแบบ A แล้วไม่ได้ผลน่ะ B ได้ไหม B ยังไม่ได้ผลน่ะ C ได้ไหม C มันก็ถ้าทำตรง ๆ มันก็ไม่ได้ เราทำอะไรได้อีก พลิกแพลงอย่างไรได้บ้าง อย่างเมื่อกี้ที่ยกตัวอย่าง ว่าถ้าบ้านไฟดับใช้อะไรแทนนะคะ นั่นก็คือการแก้ปัญหาถูกไหมคะ มันก็เลยต้องใช้การคิดสร้างสรรค์ด้วยเหมือนกัน ซึ่งการคิดแก้ปัญหามันก็เป็นทั้งปัญหาใหญ่ ปัญหาเล็ก หรือแม้แต่ปัญหาเฉพาะหน้า เห็นได้ชัดเลย ถ้าเรื่องของปัญหาเฉพาะ หน้ามันก็ต้องใช้การคิดสร้างสรรค์ถูกไหม ว่าไม่มีรองเท้า ไม่มี... เขาเรียกว่าอะไรไม่ใช่รองเท้า ไม่มีชุดนักศึกษาใส่มามหาวิทยาลัย ใส่อะไรมาได้แทนบ้างนะอย่างนี้ ใส่กางเกงยีนส์เสื้อยืดได้ไหม อาจจะโดนด่าอย่างนี้นะ ใส่ชุด Freshy ได้ไหม อาจจะพอได้อย่างนี้ ถ้าไม่มี... ไม่มีเลยยืมเพื่อนได้หรือเปล่า ไซซ์เดียวกัน เธอมีชุดให้ฉันยืมไหม ฉันขอใส่ไปสอบหน่อยอย่างนี้ นี่คือการคิดแก้ปัญหาใช่ไหมคะ ว่าจะทำวิธีการไหนดีที่มันได้ผล อันนี้ไม่ได้เอาอีกทางหนึ่งอย่างนี้ค่ะ เราก็ต้องใช้วิจารณญาณด้วยเหมือนกัน ในการพิจารณา ในการไตร่ตรอง ว่าทำแล้วมันดีไหม ทำแล้วมันส่งผลกระทบอะไรหรือเปล่า ทำแล้วมันจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนไหม มันเหมาะสมกับเราไหมอย่างนี้ค่ะ จะไปทางซ้ายหรือทางขวาดี ก็ต้องใช้วิจารณญาณ ดังนั้น การคิดซับซ้อนทั้ง 3 แบบน่ะ มันไม่ได้แยกออกจากกันโดยเด็ดขาด มันใช้ร่วมกันได้นะคะ อันนี้คือตัวอย่างเราไม่ต้องเล่นก็ได้นะ ตัวอย่าง ก็คือในการสอนของเรานี่ค่ะ เราสามารถออกแบบกิจกรรมได้ ว่าเราจะใช้กิจกรรมไหน สอนรูปแบบไหน เพื่อที่จะให้เด็กนักเรียนนี่ เขาได้ฝึกทักษะเรื่องของการคิดขั้นสูงเหล่านี้นะคะ เพื่อที่ว่าเหมือนเป็นการฝึกให้เขาเคยชินน่ะ ว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ เจอปัญหาที่มันใหญ่กว่านี้ เราจะต้องใช้วิธีการแบบไหน ให้เขาไม่ตระหนกตกใจเวลาที่เจอเรื่องจริงอย่างนี้ค่ะ สวัสดีค่ะ อันนี้มาสายเป็นประจำ หรือว่ามาสายบ่อย ๆ ตัวอย่างนะ มันมีเยอะแยะเลยค่ะ ในอินเทอร์เน็ตก็มีนะ นี่ครูมายกตัวอย่างให้ดู อันนี้ฝึกเรื่องของการใช้การแก้ปัญหาใช่ไหม ว่านี่ ถ้ามี... มี... สมมติมีกระดาษหนังสือพิมพ์ให้กลุ่มละ 3 แผ่นอย่างนี้ค่ะ เราจะมาทำเป็นหอคอยให้สูงที่สุดได้อย่างไรอย่างนี้ แล้วหอคอยนี้ต้องมั่นคงด้วยนะ สามารถวางขนมไว้ข้างบนได้ โดยที่มันไม่ล้มลงมา หอคอยไม่เอียงไปเอียงมาอย่างนี้ มันก็ต้องใช้การคิดแก้ปัญหาใช่ไหม เราต้องใช้การคิดสร้างสรรค์ด้วย ว่าจะทำแบบไหนดีอย่างนี้ค่ะ มันก็ไม่มี... ไม่มีรูปแบบตายตัวนะ ว่าจะต้องเป็นหอคอยที่ทรงสูงอย่างเดียว อาจจะเป็นหอคอยทรงสี่เหลี่ยมก็ได้ แต่สูง ๆ หน่อยอย่างนี้ก็ได้นี่ค่ะ นี่คือการฝึกด้วยกิจกรรมนะ นี่คือตัวอย่างนะคะ นี่ก็เหมือนกันนะ ให้สวมบทบาทเป็นตัวละครอย่างนี้ค่ะ แล้วจะทำภารกิจจะทำอย่างไรอย่างนี้ แต่ละคนก็จะต้องออกแบบวิธีการทำภารกิจของตัวเองอย่างนี้ค่ะ อันนี้เรียงความสูงใช่หรือเปล่า เอาเด็กนักเรียนทุกคนปิดตาอย่างนี้ค่ะ ยืนคละกัน ทุกคนปิดตา สุดท้ายให้เรียงความสูงจะทำอย่างไรล่ะ ฉันปิดตาอยู่ ฉันมองไม่เห็นน่ะ แล้วจะให้เรียงความสูง จากสูง... จากตัวเล็กไปสู่ตัวใหญ่จะทำอย่างไรอย่างนี้ค่ะ ถ้าเป็นเราเราจะทำอย่างไรคะ ถามผม จับไหล่ใช่ไหมคะ จับไหล่ ใช่... จับไหล่มันจะบอกอะไรเรา มันจะบอกความสูงของเขาได้ใช่ไหมคะ ใช้วิธีการจับไหล่คลำ ๆ เอาจับไหล่นะ อย่างนี้นะ ระวังคลำผิดนะ ถ้าเป็นเราทำอย่างไรคะ ถ้าเป็นหนูหนูทำอย่างไร ถูกปิดตาแล้วก็ให้เรียงความสูง คะ รู้สึกกลัว ถามว่าจะทำอย่างไร ถามความสูงใช่ไหม ครูก็... ครูก็บอกคนสูง 162 อันนี้สูงบอกสูง 150 แสดงว่า 150 อยู่ก่อนครูแล้วอย่างนี้ใช่หรือเปล่า ถามก็ได้ คะ ถ้าเกิดถ้าไม่พูดคุย ไม่ถาม จับไหล่ได้ไหม จับได้ แล้วเป็นหนูหนูทำอย่างไร ถ้าไม่พูดคุย เขาห้ามพูดคุยนะ จับหัว ถ้าเราจับไม่ถึงแปลว่ามันสูงกว่าเราแน่ ๆ อย่างนี้ใช่หรือเปล่า ก็ได้อย่างนี้ ก็... ฉะนั้น มันก็เป็นวิธีการว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไรใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนี้ล่ะ พีระมิดกลับหัว อันนี้ครูชอบนะ แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 10 คนต่อกลุ่มอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ให้ 10 คนนี้ยืนเรียงกันเป็นพีระมิดใช่หรือเปล่า แล้ว 3 กลุ่มนี้หันไปทางเดียวกันหมดเลย แล้วจับเวลา ดูสิว่า 3 กลุ่มนี้ให้เคลื่อนไหวได้แค่ 3 คน เปลี่ยนตำแหน่งได้แค่ 3 คนเท่านั้น ดูสิว่าแต่ละกลุ่มนี่ จะเปลี่ยนตำแหน่งตรงไหน เพื่อให้ได้เป็นพีระมิดกลับหัวให้ได้เร็วที่สุด อันนี้ต้องคิดแล้วถูกไหม คิดแก้ปัญหาแล้ว มันถูกกำหนดไว้แค่ Move ได้ขยับได้แค่ 3 คนเท่านั้น จะทำอย่างไรน่ะ จากพีระมิดไปทางนู้นจะให้กลายเป็นพีระมิดไปทางนี้อย่างนี้ เราต้องแข่งกันด้วยว่าใครจะใช้เวลาน้อยที่สุด กลุ่มไหนทำได้เร็วก็ได้อันดับ 1 อย่างนี้ ต้องคิดถูกไหม ทำอย่างไรนะ นี่จะต้องคิดใช่ไหมคะ ฉะนั้น อันนี้เป็นตัวอย่างที่เอามาให้ดู ว่าในการเรียนการสอนของเราน่ะ เราสามารถที่จะประยุกต์เอากิจกรรมอะไรก็ได้ เพื่อที่จะกระตุ้นให้กับนักเรียนเกิดทักษะการคิดแบบนั้น อย่างเมื่อกี้ที่ครูถามพวกเราอย่างนี้ค่ะ ระหว่างเป็ด 1 ตัวที่ตัวใหญ่เท่าม้า กับม้า 10 ตัวที่ขนาดเท่าเป็ดจะเอาอะไรอย่างนี้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เอามาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน ให้เขาได้ลองลงมือทำจริง ๆ อย่างนี้ค่ะ ซึ่งมันไม่จำกัดว่าจะต้องทำรูปแบบนี้เท่านั้น เราสามารถเอาไปดีไซน์ได้ ว่าถ้าเราสอนคณิตศาสตร์เราจะใช้อะไรดี เราจะใช้กิจกรรมไหนถึงจะเหมาะสมกับวิชาเรา เราสอนภาษาอังกฤษใช้อะไรดี เราสอนเด็กพิเศษใช้อะไรดีอย่างนี้ค่ะ เราสอนชีวะใช้อะไรดี เราสอนคอมพิวเตอร์ใช้อะไรดีอะไรอย่างนี้ มันก็สามารถประยุกต์ได้นะคะ ทีนี้อุปสรรคในการแก้ปัญหาที่จะทำให้เราแก้ปัญหาได้ยาก อันแรก คือ เรื่องของการยึดติดอยู่กับหน้าที่ หมายถึงว่าเรามักจะยึดอยู่ว่าแก้วต้องใส่น้ำเท่านั้น มือถือต้องโทรศัพท์เท่านั้น คอมพิวเตอร์ต้องใช้พิมพ์เท่านั้นอย่างนี้ คือ การยึดติดอยู่กับหน้าที่ เก้าอี้เอาไว้นั่งเท่านั้นอย่างนี้ค่ะ ถ้าเกิดว่าจะต้องตัดกระดาษต้องใช้กรรไกรเท่านั้นหรือเปล่านะอย่างนี้ ใช้อะไรแทนได้บ้าง ใช้คัตเตอร์ ใช้มีด ใช้มือได้ไหมอย่างนี้ ใช้เพื่อนได้ไหมอย่างนี้ คือ การที่เราคิดหลาย ๆ วิธีใช่ไหมคะ ในการแก้ปัญหาก็ใช้การคิดสร้างสรรค์ด้วยนะคะ ฉะนั้น การที่เรายึดติดอยู่กับหน้าที่มันทำให้เราแคบ มันทำให้เราคิดแค่ว่าสิ่งนี้ทำได้อย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่มันมีประโยชน์อย่างอื่นอีกมากมายอย่างนี้ค่ะ มันทำให้เราแก้ปัญหาได้ดีมากขึ้นนะคะ อันที่ 2 คือ... เล่าให้ครูฟังก็ได้นะ อันที่ 2 นะคะ ก็คือชุดการตอบสนอง ที่เรามีแนวโน้มว่าเราจะแก้ปัญหาด้วยวิธีการเดิม ๆ อยู่เสมอ ซึ่ง... ซึ่งในบางปัญหามันอาจจะไม่เหมาะกับวิธีการเดิม ๆ อย่างเดียวเสมอไป เห็นไหมคะ การที่เราคิดว่าเราจะต้องใช้วิธีนี้มันเวิร์ก เราก็ใช้วิธีเดิมมาตลอด เหมือนกับเอาง่าย ๆ 3 คนตรงนั้นมีอะไรคะ มีอะไรหรือเปล่า เดินมาหาเรานั่นแหละ มีอะไรหรือเปล่า เห็นคุยกันตลอดเลย ครูขอแยกได้ไหม ขอหนุ่มใส่แว่นมานั่งฝั่งนี้ครับ จริง อันนี้พูดจริง ขยับครับ ใช่ ๆ เราน่ะ ย้ายง่ายสุด อยู่ตรงนี้ หนู หนูคนที่ก้มเขียนน่ะค่ะ เรานั่งนี่ใช่ไหม หนูมานี่ลูก หนูน่ะค่ะ มาค่ะ ไม่ค่ะ หนูน่ะค่ะ มาค่ะ ด่าครูเหรอคะ หรือด่าเพื่อน มาค่ะ ย้ายค่ะ อันนี้คือวิธีการแก้ปัญหาของครู มาค่ะ ครูย้ายที่แล้วนะ แล้วถ้ายังมีเสียงกวนเพื่อนคนอื่นอีก ครูจะ... ใครมีสกอตเทปครูจะยืมสกอตเทปก่อน โอเคนะคะ คือคุยกันน่ะ ครูไม่ว่า แต่เราคุยเสียงดังแล้วมันกวนคนอื่นเขานะลูกนะ ถึงไหนแล้ว ครูสอนถึงไหนแล้ว ชุด... ตอบสนองใช่ไหมคะ เรามีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีการเดิม ๆ เหมือนเมื่อกี้ครูแก้ปัญหา นั่งย้ายนักเรียนยังคุยกันอยู่นะ จ้ะ วิธีการแก้ปัญหาของครูเมื่อกี้มันก็เป็นการ... เป็นชุดการตอบสนองเดิม ๆ เหมือนกันนะ ว่าครูมักจะมีแนวโน้มในการที่จับแยกนึกออกไหมคะ เวลาคุมสอบนักศึกษาเหลือบมองข้อสอบกัน ครูก็จับแยกอย่างนี้ นี่คือชุดตอบสนองที่มีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีการเดิม ๆ ซึ่งมันอาจจะเวิร์กก็ได้ หรือไม่เวิร์กก็ได้เห็นไหม ตอนที่ครูจับแยกลอกข้อสอบ เวิร์กอย่างนี้ค่ะ จับแยกในห้องเรียนอาจจะไม่เวิร์กก็ได้อย่างนี้นึกออกไหม อันนี้คือการที่เราไม่... ไม่คำนึงถึงว่าฉันต้องทำวิธีการเดียวเท่านั้น ถึงจะเหมาะสมอย่างนี้ค่ะ มันทำให้เรามีวิธีการที่หลากหลายมากขึ้นในการแก้ปัญหา สามารถแก้ได้ดีมากขึ้นนะคะ ทีนี้วิธีการแก้ปัญหา ก็คือว่าสิ่งหนึ่ง ก็คือการวิเคราะห์ปัญหานั้น ว่าปัญหานั้นคืออะไร ระบุไปก่อน อะไรล่ะที่เธอต้องแก้ แล้วก็ค่อยมองแยกส่วนว่าปัญหานั้นน่ะ มันมีอะไรประกอบกันบ้าง แล้วค่อยแก้ทีละส่วน ถ้าเปรียบเทียบ เหมือนกับว่าปัญหาเหมือนก้อนหินอย่างนี้ค่ะ ถ้าเกิดว่ามันเป็นก้อนใหญ่มาก แล้วเราต้องข้ามผ่านมันให้ได้นี่ บางทีเราท้อนะ บางทีเราทำอย่างไรดีนะ จะผ่านได้ไหมอย่างนี้ มันต้องตายแน่เลยอะไรอย่างนี้ แต่ถ้าเกิดเรามองให้มันละเอียด ว่ามันมีอะไรประกอบบ้าง มันมีอะไรที่สำคัญ ๆ อยู่ในนั้นบ้าง แล้วค่อย ๆ แก้ไปทีละนิด มันจะทำให้เราแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น แก้ปัญหาได้ดีขึ้น อย่างน้อยที่สุด คือ มันเกิดกำลังใจ ว่าเรายังพอทำได้นะ เรายังพอแก้นะ อย่างนี้ค่ะ มีวิธีการในการแก้ปัญหานะ อันแรก คือ วิเคราะห์ก่อน ระบุก่อน ระบุปัญหาก็คืออะไร แล้วก็วิเคราะห์ วิเคราะห์ว่าปัญหานั่นน่ะ สิ่งนั่นน่ะ มันมีอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง แล้วค่อยแก้ไปทีละส่วนอย่างนี้ค่ะ อันที่ 2 คือ การทำงานย้อนกลับ การทำงานย้อนกลับ มันก็คือวิธีการที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำลำดับแบบเดิม แล้วต้องแก้ 1... 1 บวก 1 เป็น 2 หรือเปล่านะ แล้ว 2 ไปบวกกับอะไรได้ 4 อย่างนี้ ไม่ต้องแก้เป็นลำดับก็ได้ แต่เราทำย้อนกลับก็ได้อย่างนี้ค่ะ เหมือนถ้าอย่างคณิตศาสตร์ใช่ไหม การที่เรามี... มีคำตอบอยู่ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ 40 อย่างนี้ เราก็ไม่ต้องมานั่งคิดทีละข้อ 1 + 1 = 2 2 + 2 = 4 4 + 4 = 8 มันช้านึกออกหรือเปล่า เราก็ค่อยคิดย้อนกลับเลยก็ได้ ว่าอะไรนะ ได้ 40 ทำอย่างไรได้ 40 บ้าง ทำอย่างไรให้เงินครบ 40 บ้าง แทนที่จะขอเงินทีละบาทจากทุกคน 40 คน มันช้าอย่างนี้ เราขอทีละ 20 จาก 2 คนได้ไหมอย่างนี้ มันทำให้เราเร็วขึ้นอย่างนี้ค่ะ คือ การคิดย้อนกลับนะคะ อันที่ 3 คือ การคิดอุปมา การคิดอุปมา ก็คือการเปรียบเทียบ ว่ามัน... อะไรที่มันคล้ายคลึงกันบ้าง อย่างเมื่อกี้เลยที่ถามไง ถ้าเกิดไฟดับใช้อะไรแทนใช่ไหมคะ ใช้ตะเกียง ใช้มือถือ ใช้เทียนพรรษา ใช้เทียนวันเกิดอย่างนี้ มันมีฟังก์ชันใกล้เคียงกันใช้แทนกันได้ อันนี้คือการอุปมา ว่าถ้าไม่มีอันนี้ฉันทำอะไรได้บ้าง ไม่มีกรรไกรตัดกระดาษฉันทำอะไรได้บ้าง ใช้คัตเตอร์แทนได้ไหม คัตเตอร์ก็ไม่คมขึ้นสนิมน่ะ ใช้ไม้บรรทัดแทนแล้วกันอย่างนี้ นี่คือวิธีการที่เราอุปมา ว่าอะไรที่มันคล้ายคลึงกันเอามาใช้แทนกันก่อนอย่างนี้ค่ะ นี่คือการแก้ปัญหาแบบที่ 3 นะคะ ทีนี้ในกระดาษนะคะ โจทย์ให้เราตอบ ก็คือว่าไอ้การคิด 3 แบบที่เราคุยไปเมื่อกี้ มันมีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร การคิดแบบมีวิจารณญาณมีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร การคิดซับซ้อน เอ้ย การคิดอะไรนะ สร้างสรรค์มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร และการคิดแก้ปัญหามีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร ให้เราเขียนคำตอบลงไปของตัวเราเองในกระดาษนะคะ ทวนคำถามนะคะ ว่าการคิดซับซ้อนทั้ง 3 แบบที่เราเรียนไปนี่ค่ะ การคิดแบบมีวิจารณญาณ การคิดสร้างสรรค์ และการคิดแก้ปัญหาทั้ง 3 แบบนี้มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร อันที่ 1 คือ วิจารณญาณ อันที่ 2 คือ การคิดสร้างสรรค์ และอันที่ 3 คือ การคิดแก้ปัญหา ทั้ง 3 แบบนี้มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร โอเค ให้เวลาอีกแป๊บหนึ่งนะคะ อย่าลืมเขียนชื่อแล้วก็รหัสนักศึกษาให้ด้วยนะคะ ทันไหม อันนี้พูดเร็วไปหรือเปล่า สัญญาณไม่ดี เสร็จแล้วครูต่อนะคะ มีอีกหน่อยหนึ่งนะ อันนั้นเราเก็บไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวส่งตอนท้ายคาบนะคะ ต่อไปนะ ก็คือเรื่องของการที่เราจะใช้วิธีการสอน เพื่อกระตุ้นให้กับนักเรียนนี่ เกิดความคิดซับซ้อนได้ ทีนี้เราต้องมารู้จักกันก่อน ว่ามันมีวิธีการสอนแบบไหนบ้างนะคะ อันนี้ครูก็แยกมาให้เห็นนะ ว่ามันจะมีอยู่ 4... 4 กลุ่มใหญ่ ๆ นะคะ โดยที่เราแยกว่าสำหรับที่เป็นผู้เรียนกำกับมากกว่า แปลว่าผู้เรียนนี่ เป็นคนลงมือทำเอง เป็น Active Learning อย่างนี้ค่ะ ส่วนครูกำกับมากกว่านี่ ก็คือครูเป็น Center ถูกหรือเปล่านะคะ แล้วก็แบ่งเป็นเน้นกลุ่มมากกว่า ทำงานเป็นกลุ่ม หรือเน้นรายบุคคลมากกว่า เอาเป็นตัวต่อตัวเลยเป็น... เป็นทีละคนเลยอย่างนี้นะคะ มันมีอยู่ 4 กลุ่ม กลุ่มแรกผู้เรียนกำกับมากกว่า คือ นักเรียนมี... มีส่วนร่วมในการเรียนมาก ๆ นะ แล้วเน้นกลุ่มด้วย นี่ค่ะ คือ การเรียนรู้แบบร่วมมือ การเรียนรู้แบบสืบสวน การเรียนรู้แบบค้นพบ เรามาคุยรายละเอียดกัน ว่าแต่ละอันคืออะไรนะคะ ถ้าการเรียนรู้แบบร่วมมือ ก็คือการทำงานด้วยกันน่ะ การแบ่งกลุ่มใช่ไหมคะ ให้แต่ละคน ทุกคนในกลุ่มนี่ มี... มีหน้าที่ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นทำหน้าที่อะไรก็แล้วแต่ แต่ละกลุ่มแบ่งกันเองอย่างนี้ค่ะ คือ การเรียนรู้แบบร่วมมือนะคะ ส่วนสืบสวนกับค้นพบ เดี๋ยวครูจะคุยรายละเอียดกันนะคะ ทีนี้อันกลุ่มที่ 2 คือ นักเรียน เอ้ย ผู้เรียนกำกับมากกว่า แล้วก็เน้นรายบุคคลนะ แสดงว่าไม่ต้องทำงานเป็นกลุ่มก็ได้ ทำของใครของมันนะคะ การไตร่ตรองด้วยตัวเอง การศึกษาอิสระ ผังมโนทัศน์อย่างนี้ ผังมโนทัศน์ก็ Concep Maps การเขียน Mind Mapping ของเรานี่ล่ะค่ะ แต่ละคนก็เขียนของตัวเองใช่ไหมคะ การศึกษาอิสระก็สืบค้นเอาแหละ จะไปเซิร์ชจากไหน เซิร์ชจาก Google หรือเซิร์ชหนังสือจากอะไรก็แล้วแต่ อิสระเลยนะคะ การไตร่ตรองด้วยตัวเอง นี่ก็ใช้วิจารณญาณใช่ไหมคะ กลุ่มที่ 3 คือ ครูกำกับมากกว่า ครูมีบทบาท เน้นกลุ่มด้วยนะคะ บรรยายไง เราบรรยายทีเดียวนักเรียนอยู่ทั้งห้องใช่ไหมคะ อันนี้ครูกำกับนะคะ สอนโดยตรง สอนโดยตรงเป็นอย่างไรนะ การสอนที่มีประสิทธิผลเป็นอย่างไรอย่างนี้ค่ะ เดี๋ยวเราจะได้คุยรายละเอียดกันนะ กลุ่มที่ 4 กลุ่มสุดท้าย ครูกำกับแล้วก็เน้นรายบุคคล คือ ไม่ต้องทำงานเป็นกลุ่มก็ได้นะคะ เรียนแบบรอบรู้ การอ่านตำราเรียน การจัดมโนทัศน์ล่วงหน้า คืออะไรอย่างนี้ค่ะ เรามาดูทีละอันนะคะ การเรียนรู้แบบสืบสวนคืออะไร การเรียนรู้แบบสืบสวน ก็คือเหมือนนักสืบน่ะ ที่มีโจทย์ให้แล้วให้เราไปหาคำตอบเอาเอง ด้วยวิธีการอะไรก็แล้วแต่ แล้วครูค่อยมาอธิบายทีหลังอย่างนี้ค่ะ เขาเรียกว่า "การเรียนรู้แบบสืบสวน" ให้โจทย์ไป หรือให้... ให้สิ่งที่ต้องการไปอย่างนี้ค่ะ จะทำอย่างไรได้บ้าง นี่ให้เขาไปได้สืบค้นหาวิธีการด้วยตัวเอง หาคำตอบด้วยตัวเอง ถูกไม่ถูกอย่างไรเดี๋ยวเราค่อยมาดูกันอย่างนี้ค่ะ อันนี้เขาเรียกว่า "การเรียนรู้แบบสืบสวน" นะคะ อธิบายก่อน ใช้คำถามกระตุ้นให้คิดใช่ไหม แล้วก็ใช้วิธีการแต่ละคนคิดอย่างไรอย่างนี้ค่ะ แล้ว... มา Discuss กันมาอธิบายร่วมกัน มาหาแนวทางร่วมกัน ถูกไม่ถูกอย่างไรค่อยว่าทีหลังอย่างนี้ค่ะ อันต่อไป คือ การเรียนรู้แบบค้นพบ ก็คือการสำรวจแหละ การเรียนรู้แบบค้นพบ คือ เป็นการสอนที่มุ่งให้ผู้เรียนนี่ มีบทบาทในการแสวงหาความรู้ และพบคำตอบด้วยตัวเอง จะวิธีการไหนก็แล้วแต่ ซึ่ง... ขอโทษ ซึ่งครูทำอะไร ครูก็เป็นคนที่คอยดู คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ คอยดูว่าถ้า... ถ้าเกิดว่าเขาไปแสวงหาความรู้ หรือวิธีการที่เขาทำนี่ มันอาจจะผิดทาง ไม่ใช่แล้ว นี่ครูก็ค่อยไกด์ ไปไกด์ว่าทำแบบนี้ดีไหม อันนี้คงไม่ใช่แล้วอะไรอย่างนี้ ถ้าหนูไปหา... หาข้อมูลจากใน Google ไอ้ Google เขาไม่มีบอกหรอก ตรงนี้ไปตรงนี้ดีกว่า อ่านบทความนี้ก่อนอะไรอย่างนี้ นี่คือเป็นการไกด์ ไกด์ไลน์นะคะ แต่ว่าไม่ได้บอกวิธีการว่าต้องอ่านตรงไหนใช่หรือเปล่า แค่บอกว่าตรงนี้ไม่ใช่แล้ว ไปเซิร์ช เซิร์ชเองหาไม่เจอหรอก ไปอ่านตรงนี้ดีกว่าอย่างนี้ค่ะ คือ ให้เขาหาวิธีการ หาคำตอบด้วยตัวเองนะคะ เขาเรียกว่า "การเรียนรู้แบบค้นพบ" นะคะ อันที่ 3 ก็คือผังมโนทัศน์ อันนี้เราคุ้นเคย การทำ Concep Maps ที่ถามว่ามันต่างกับ Mind Mapping อย่างไร ต่างกันนิดหนึ่ง Mind Mapping คือ การที่เขียนหัวข้อสำคัญ ๆ ถูกไหมคะ อะไรเกี่ยวข้องบ้าง แต่ Concep Maps นี่คือการที่มีเส้นเหล่านี้มันมีความหมาย มันคือการแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลว่าสิ่งสำคัญคืออะไร แล้วสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้คืออะไรอย่างนี้ค่ะ ดังนั้น มันไม่ใช่การเขียนแค่หัวข้ออย่างเดียว แล้วแปะ ๆ ๆ ๆ ๆ ต่อ ๆ กัน แต่คือการลากเส้นให้เชื่อมโยง ให้เห็นถึงว่าข้อมูลที่เราว่ามานี่ มันเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง สมมติ... สมมติเราเรียนไปในครึ่งเทอมแรกใช่ไหม ทฤษฎีการเรียนรู้มีกี่แบบอย่างนี้ค่ะ อาจจะมีทฤษฎีการเรียนรู้แบบกลุ่มพฤติกรรมนิยม ทฤษฎีการเรียนรู้แบบกลุ่มการรู้คิดอย่างนี้ กลุ่มพฤติกรรมนิยมมีอะไรบ้าง มีทฤษฎี A ทฤษฎี B ทฤษฎี C ทฤษฎี D อย่างนี้ ทฤษฎี A เขามีอะไรที่มันสำคัญ ทฤษฎี B มีอะไร แนวคิดอะไรที่มันสำคัญอย่างนี้นะคะ แล้วเราก็ถึงจะเห็นว่า อ๋อ อะไรคือหัวข้อใหญ่ อะไรคือหัวข้อรอง แล้วมันเกี่ยวข้องกันอย่างไรอย่างนี้ ซึ่งการทำ Concep Maps ก็ใช้ความ Creative ด้วยได้ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้วยได้ ซึ่งมันเป็นวิธีการของแต่ละคน ซึ่งมันไม่ต้องเขียนแค่ตัวหนังสือแล้วก็แบ่งเป็นสี อาจจะมีรูปภาพประกอบ เพื่อความเข้าใจของเราก็ได้อย่างนี้ค่ะ นี่คือวิธีการทำ Concep Maps ซึ่งมันเป็นรายบุคคลที่แต่ละคนทำของตัวเอง Concep Maps ของหนูอาจจะไม่เหมือนของเพื่อนก็ได้ ทีนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาตรงไหนมาใส่ หรืออาจจะมีรูปภาพประกอบ ของหนูไม่มีก็ได้อย่างนี้ค่ะ มันเป็นรายบุคคลว่าแต่ละคนจะใช้วิธีการอะไร ทำแบบไหนถึงจะเข้าใจของเขาอย่างนี้ค่ะ ต่อไป คือ การสอนโดยตรง การสอนโดยตรงแสดงว่าครูมีบทบาทมากกว่านักเรียนใช่ไหมคะ แต่การสอนโดยตรง ก็คือแบบนี้ สอนโดยตรงใช่หรือเปล่า ครูกำกับ ครูเป็นคนคอยบอก สิ่งที่พึงระวัง ก็คือวิธีการสอนการยกตัวอย่าง หรือคำพูดที่ใช้อย่างนี้ค่ะ อย่างเมื่อกี้ เมื่อกี้ที่ครูจับแยกใช่ไหม ครูก็รู้สึกไม่ดีอย่างนี้ ครูก็ไปขอโทษเพื่อนรายบุคคล ขอโทษนะ เมื่อกี้ที่จับแยก จำเป็นต้องแยกนะ เพราะอย่างนี้ ๆ อย่างนี้ค่ะ วิธีที่ใช้ คำพูดที่ใช้ เพื่อลดความกระทบกระทั่งกันให้มากที่สุด ลดความขัดแย้งระหว่างครูกับนักเรียน ลดความขัดแย้งระหว่างนักเรียนกับนักเรียนอย่างนี้ มันก็เป็นศิลปะที่ครูจะนำมาใช้ ว่าฉันจะทำอย่างไรนอกจากสอนความรู้อย่างเดียวแล้วอย่างนี้ค่ะ ต่อไป คือ การสอนที่มีประสิทธิภาพคืออะไร มันเป็นของคุณแมดเดอร์ลีน ฮันเตอร์ เขาเรียกว่า "การสอนที่มีประสิทธิภาพของแมดเดอร์ลีน ฮันเตอร์" ก็คือชื่อเขานั่นแหละ คนที่คิดค้นวิธีการสอนแบบนี้นะคะ วิธีการสอนแบบนี้ คือ การบอกเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วก็อธิบาย โดยที่มีตัวแบบมีการสาธิตให้เห็น มีการทดลองให้ดูอย่างนี้และให้เขาเรียนรู้จากที่เราสาธิตให้ จากการที่เรามีตัวอย่างให้ จะเป็นตัวอย่างที่เป็นคลิปวิดีโอก็ได้ จะเป็นตัวอย่างที่ครูทำให้เห็นก็ได้อย่างนี้ ถ้าสมมติการทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างนี้ค่ะ เปิดคลิปให้นักเรียนดูและให้นักเรียนศึกษาจากคลิป เริ่มเห็นตรงไหนอะไรอย่างนี้ หรือจะเป็นครูเองที่มาทำให้ดูก็ได้ อย่างเมื่อเช้าครูเพิ่งเห็นอันหนึ่งที่น่าสนใจนะ สอนเรื่องของ... เขาเรียกว่าอะไรอีก ฟิสิกส์น่ะ แรง... แรงสักแรงหนึ่งของฟิสิกส์น่ะ ที่เอาน้ำใส่ในกระป๋องอย่างนี้ค่ะ ถ้าเกิดไม่มี... ไม่มีแรงตัวนี้น้ำก็เทออกได้ ลงพื้นสกปรกอย่างนี้ค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าเราจับเหวี่ยง เหวี่ยงแรง ๆ เหมือนชาชักน่ะ นึกออกหรือเปล่า เหวี่ยงแรง ๆ อย่างนี้ค่ะ น้ำที่อยู่ในกระป๋องมันก็ไม่หกออกมาสักหยดเลยอย่างนี้ แรงนี้มันคืออันนี้แหละ แล้วเดี๋ยวเรามา... ถ้าอยากจะรู้ว่ามันคืออะไร เดี๋ยวเรามาคุยกันอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือการที่บอกเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วก็สาธิตให้เห็นถึงสิ่งที่ทำสิ่งที่ใช้นะคะ ร่วมกับการใช้คำถามกระตุ้นให้เขาคิด เหมือนเมื่อกี้ที่บอกว่าเหวี่ยงน้ำแรง ๆ อย่างนี้ค่ะ เพราะอะไรนะ น้ำมันถึงไม่หก เมื่อกี้มันยังหกอยู่เลยอย่างนี้ค่ะ พอเราเหวี่ยงแรง ๆ ปุ๊บ เพราะอะไรเธออยากรู้ไหมอย่างนี้ค่ะ เรามาหาคำตอบด้วยกันนะ หรือเธอไปสืบค้นมาสิ ใช้วิธีการอื่นร่วมด้วยก็ได้อย่างนี้ค่ะ ซึ่งวิธีการสอนต่าง ๆ ที่พูดไปนี่ มันก็เพิ่มความน่าสนใจในการเรียน แล้วก็กระตุ้นให้เกิดความคิดแบบต่าง ๆ ของนักเรียนได้ นอกจากการบรรยายอย่างเดียวอย่างนี้ค่ะ ต่อไป คือ การเรียนแบบรอบรู้ การเรียนแบบรอบรู้ ก็คือว่าเป็นการที่เชื่อว่าผู้เรียนทุกคนนี่ มีวิธีการเรียนเป็นของตัวเอง คนแต่ละคนอาจจะมีถนัดไม่เหมือนกันใช่ไหมที่เราเรียนไป บางคนถนัดด้วยการเรียนผ่านทางการฟังอย่างเดียว บางคนเรียนผ่านการที่ได้เห็นตัวอย่างด้วยถึงจะเข้าใจอย่างนี้ค่ะ อันนี้เขามีความเชื่อว่าแต่ละคนน่ะ มีวิธีการเรียนหาความรู้แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งที่ถูกวิพากษ์ ก็อาจจะถูกวิพากษ์ว่าแล้วถ้าเกิดว่าเด็กแต่ละคนนี่ มีวิธีการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกันนี่ แน่นอนเป็นคอนเซปต์ที่ดี แต่ถ้ามันทำให้ความเข้าใจเกิดช้า-เร็วแตกต่างกันล่ะ บางคนสอนอธิบายเข้าใจเลย บางคนต้องลงมือให้ทำ บางคนอาจจะให้เขาทำเองอย่างนี้ค่ะ วิธี... ระยะเวลาในการเกิดความเข้าใจแต่ละคนมันก็ไม่เท่ากัน นี่มันก็เลยเป็นข้อวิพากษ์ว่าการสอนแบบนี้มันดีนะ มันทำได้ มันดี มันเหมาะกับนักเรียนที่เป็น Class เล็ก ๆ มีแค่คน 2 คนอย่างนี้ แต่ถ้าเป็นนักเรียน Class ใหญ่ มี 30 คน เราจะไปทีละคนมันคงใช้เวลามากเหลือเกินนะ อย่างนี้ก็เป็นข้อวิพากษ์นะคะ แล้วประเด็นเรื่องการปฏิบัติ หมายถึงว่าครูต้องทำเอง คือ ครูต้องไปคอยดูทีละคนด้วยตัวเอง เสียเวลา 1. เสียเวลา 2. อาจจะดูไม่ทั่วถึงอย่างนี้ค่ะ ก็เป็นข้อวิพากษ์ ที่เขาวิพากษ์ว่าการสอนแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ต้องควรระวังนะ เพราะมันเกิดแบบนี้ขึ้นได้อย่างนี้ค่ะ อันต่อไป คือ การจัดมโนทัศน์ล่วงหน้า อันนี้ครูมีบทบาทมากกว่า แล้วก็เน้นผู้เรียนไปทีละคนก็ได้นะคะ การจัดมโนทัศน์ล่วงหน้า คือ การสร้างภาพรวมให้เห็นน่ะ ว่าคุณจะเรียนเรื่องนี้อะไรบ้าง เหมือนเป็นการ Preview ก่อน ให้รู้ว่าฉันจะต้องไปเจออะไรในวิชานี้ หัวข้ออะไรบ้าง อะไรบ้างที่ฉันเน้น วิชานี้เน้นอย่างนี้ค่ะ เรียนวิชาจิตวิทยาสำหรับครูเราจะต้องมาเจอทฤษฎีนะ เราจะต้องมาเจอข้อสอบที่เข้าใจยากนะอย่างนี้ค่ะ คือ การบอกให้เขารู้ตัวล่วงหน้า ว่าเขาจะต้องเจออะไรกับสิ่งที่เขาเรียน นี่คือเรียกว่า "การจัดมโนทัศน์ล่วงหน้า" นะคะ จะใช้เป็น Concep Maps ร่วมด้วยก็ได้ อย่างเช่น อันนี้สอนภาษาไทยอย่างนี้ค่ะ วันนี้เรามาเรียนเรื่องมาตราตัวสะกดกันนะคะ มาตราตัวสะกดมันจะมี 2 อันนะ มีสะกดตรงแม่กับไม่ตรงแม่นะ ไม่ตรงแม่กับไม่ตรงแม่อะไรที่เรียกว่า "ไม่ตรง" อย่างนี้ค่ะ มันจะแบ่งเป็นอย่างนี้แม่กก แม่กน แม่กง แม่กน... อะไรก็ว่าไปอย่างนี้ นี่คือการจัดมโนทัศน์ล่วงหน้าให้เขารู้ตัวก่อน เหมือนเราจะดูหนังเรื่องยาวน่ะ เราก็ต้องดู Trailer หนังก่อนอย่างนี้ค่ะ การจัดมโนทัศน์ล่วงหน้า ก็คือการมี Trailer หนังให้เขาดู ให้เขารู้ว่าเขาต้องเจออะไรกับเรื่องนี้อย่างนี้นะคะ ทีนี้กระดาษยังมีเหลืออยู่ไหม มีพื้นที่เหลือไหม โจทย์ข้อสุดท้ายก่อนที่เราจะกลับบ้านกันนะคะ ไม่ใช่กลับบ้าน ก่อนที่เราจะเลิกคาบ โจทย์ข้อสุดท้าย ก็คือในวิธีการสอนต่าง ๆ ที่พูดไปเมื่อกี้ค่ะ สำหรับเราน่ะ ที่เราจะเป็นครูในอนาคต จะเป็นครูอะไรก็แล้วแต่นะ ครูจำไม่ได้หรอกว่าสาขาอะไรบ้าง เราจะใช้วิธีการสอนแบบไหน เพราะอะไร เอาเหตุผลของตัวเราเองนะคะ เป็นโจทย์ข้อสุดท้าย ในการที่เราจะเป็นครูในอนาคตนี่ เราจะ... เลือกวิธีการสอนแบบไหน เพราะอะไร เป็นเหตุผลของตัวเราเอง จ้ะ อันนี้ให้เขียนนะคะ แล้วก็ถ้าเสร็จแล้ว ใครเขียนเสร็จแล้วก็เอามาส่งครูหน้าห้อง แล้วเราก็เลิกคาบได้นะ นัดหมายคาบหน้าเราเจอกันออนไลน์นะคะ ออนไลน์ ออนไลน์ แต่ตัวครูครูจะมาสอนในห้องนี้เหมือนเดิมนะคะ มันมีแบบไหนบ้างคะ มีวิธีไหนบ้าง เดี๋ยวย้อนกลับไปตรงตารางเมื่อกี้ก็ได้ อันนี้ วิธีเหล่านี้เราจะใช้วิธีการไหนในการสอน จะใช้วิธีการเดียวก็ได้ หรือจะใช้ร่วมกันหลายวิธีก็ได้ แล้วแต่แต่ละคนเลยนะคะ