[เสียงดนตรี] (คุณธีรพงศ์) สวัสดีครับ (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ ได้เวลาของห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า แล้วนะครับ วันนี้อยู่กับคุณธีรพงศ์ ทะนัน และผมณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ พร้อมกับอาจารย์ล่ามประสานมืออาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ และเดี๋ยวช่วงต่างประเทศนะครับ พบกับคุณกิตติ เสรีประยูร นั่นเองนะครับ วันนี้เรามาพบกัน วันพุธ 25 กันยายน 2567 นะครับ แหม หลายคนบอกว่าตอนนี้เงินในบัญชี 10,000 บาทเข้าแล้วนะครับคุณธีรพงษ์ (คุณธีรพงศ์) ทยอยเข้ากันแล้วนะครับ ก็สำหรับกลุ่มเปราะบาง แล้วก็ผู้พิการนะครับ กลุ่มเปราะบางก็จะ… เลขประชาชนนี่นะครับ 13 หลักเลขสุดท้ายเป็นหลัก 0 เข้าก่อนเรียบร้อยแล้วด้วย (คุณณัฐภัทรพล) กลุ่มแรก ส่วนผู้พิการนะครับ ก็ได้ทุกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเองนะครับ ใครที่ตอนนี้เพิ่งตื่นขึ้นมา ลองเช็กในบัญชีที่ไปผูกกับพร้อมเพย์นะครับ เข้าหรือยัง ใครยังไม่เข้า ไม่ต้องตกใจ ดูเลขบัตรประชาชนของท่านก่อน ว่าเลขสุดท้ายนี่ หลัก 0 หรือเปล่า เลข 0 หรือเปล่า ถ้าเกิดเลข… เลข 1 เลข 2 เลข 3 นี่ รู้สึกจะเป็นวันพรุ่งนี้นะ (คุณธีรพงศ์) ครับ เรียงลำดับไป 5 วันนะครับ แล้วก็รอดูว่าจะเข้าตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ไหม กับหลักตัวเลขของบัตรประชาชน ที่เขาเรียงกันไปแต่ละวัน 5 วันนี้เท่านั้นนะครับ สำหรับในกลุ่มแรก ๆ นี้นะครับ ใครเข้าไม่เข้าอย่างไร สามารถที่จะคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ ในเพจเฟซบุ๊กของวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ตอนนี้ก็ไลฟ์สดให้กับคุณผู้ชมได้ติดตามกันอยู่นะครับ ในห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า ก็อย่าลืมกดไลก์ กดแชร์กันด้วย (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ หลายคนบอกว่าเงิน 10,000 บาทที่ได้ในครั้งนี้นี่ เขาบอกว่าเขาจะเอาไปซื้อของเข้าบ้าน เพราะว่าหลายคนประสบกับปัญหาอุทกภัย ที่เกิดขึ้นทางภาคเหนือคุณธีรพงศ์ (คุณธีรพงศ์) พี่น้อง อย่างเชียงรายอย่างนี้นะครับ อย่างเชียงใหม่ตอนนี้ก็ระดับน้ำเพิ่มสูงพอสมควร แล้วก็เกินจุดวิกฤตด้วยนะครับ 4.20 เมตร ก็เป็น… เขาเรียกว่าระดับล่าสุดที่เทศบาลเขาตั้งไว้ ก่อนหน้านี้ 3.70 นะครับ แต่ว่าตอนนี้มันเกินระดับนั้นไปแล้วนะครับ แล้วก็ต้องเฝ้าระวังในหลายพื้นที่ในเชียงใหม่ ซึ่งตอนนี้ก็ยังคงมีน้ำนี่ท่วม หลายพื้นที่นะ ก่อนหน้านี้มีที่แม่ริมก็มีนะครับ แล้วก็ที่สะเมิงก็มีอย่างนี้ (คุณณัฐภัทรพล) ตอนนี้เข้ามาที่เทศบาลเมืองแล้วนะครับ นครเชียงใหม่นะครับ ถนนช้างคลานตอนนี้ก็เริ่มมีน้ำเอ่อท่วมแล้วนะครับคุณผู้ชมครับ อาจจะไม่ได้ล้นมาจากพนังกั้นน้ำ บางส่วนนี่ ทะลักขึ้นมาตามท่อระบายน้ำคุณธีระพงศ์ครับ วันนี้ต้องจับตามองอีกทีหนึ่งเพราะว่าแม่น้ำปิงยังคงมีระดับน้ำที่ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนะครับ (คุณธีรพงศ์) สูงเรื่อย ๆ นะครับ แล้วก็ต้องบอกว่าตอนนี้พี่น้องภาคเหนือหลายจังหวัดเหลือเกินนะครับ ที่ประสบปัญหาอุทกภัย ก็ล่าสุดจะเป็นที่ลำปางด้วย พะเยาก็มาอีกรอบหนึ่ง (คุณณัฐภัทรพล) สุโขทัยก็มาแล้วนะ อีกระลอกหนึ่งนะครับ (คุณธีรพงศ์) หลายพื้นที่เหลือเกิน (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ก็ต้องให้การช่วยเหลือกันไปนะครับ ตอนนี้ใครที่ยังไม่ท่วม แต่คิดว่าจะท่วมนี่ หากระสอบทราย หาแนวทางในการป้องกัน รวมถึงขนของขึ้นที่สูงเอาไว้นะครับ ถ้าเกิดมันมาแรงมาเร็วจริง ๆ อพยพนะ เพราะว่าถ้าอยู่ในบ้านก็อาจจะไม่ได้รับของกินที่พอเพียงน่ะนะ (คุณธีรพงศ์) โชคดีหน่อย พี่น้องชาวเชียงใหม่นะครับ ก็มีโอกาสที่ได้รับการแจ้งเตือน ก็พอสมควรนะ ตอนนี้ก็คือว่าน้ำมันยังไม่ได้แบบว่าสร้างความเสียหายขนาดนั้น ถ้าเทียบกับอย่างเชียงรายอย่างนี้ น้ำป่ามาอย่างนี้ มันเก็บของไม่ทันจริง ๆ แต่อย่างเชียงใหม่ถ้าทราบแบบนี้แล้ว พี่น้องที่เคยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก อยู่บริเวณริมแม่น้ำปิงนี่นะครับ ก็สามารถที่จะขนของแล้วก็อพยพกันได้นะ ของมีค่าต่าง ๆ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ส่วนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้มีนะครับคุณผู้ชมครับ หลังจากที่เมื่อวานนี้ไม่มีการประชุมวุฒิสภา ติดตามกันได้ 2 วันนี้ครับ พุธ พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ก็ทางช่อง 10 โทรทัศน์รัฐสภา รวมถึงวิทยุกระจายเสียงของรัฐสภา แล้วก็ช่องทางอื่น ๆ กันด้วยนั่นเองนะครับ (คุณธีรพงศ์) มาที่ความเคลื่อนไหวของในรัฐสภากันบ้างนะครับ เรื่องของประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นจริยธรรมนี่นะครับ ต้องบอกว่าเป็นที่พูดถึงกันหลายพรรคเหลือเกิน มีทั้งคนเห็นด้วยแล้วก็เห็นต่าง ว่าควรจะแก้ดีหรือเปล่า ถ้าแก้ไปแล้วมันจะเป็นการเอื้อประโยชน์ ให้กับนักการเมืองบางกลุ่มก้อนหรือไม่อย่างไรนะครับ มีมุมมองมานะครับ จากคุณภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอ่างทองนี่ ท่านเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรราษฎร คนที่ 2 ก็บอกว่าเรื่องที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นจริยธรรมนะครับ ที่พรรคเพื่อไทย แล้วก็พรรคประชาชนคุยกันนี่ คุณภราดรมองนะ ว่า เอ๊ะ มันอาจจะเป็นการซ้ำรอยเหตุการณ์ปี 2556 หรือไม่อย่างไรนะครับ แล้วก็มองด้วยนะ ว่าหากมีการแก้ไปแล้ว อาจจะเป็นการนิรโทษกรรมสุดซอยหรือไม่อย่างไร แล้วก็เป็นการเอื้อให้กับนักการเมืองหรือไม่ กับประโยชน์ในการแก้ไขครั้งนี้น่ะนะครับ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ประเด็นจริยธรรม ก็บอกว่าก่อนที่ตนรับตำแหน่งให้… ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งนะครับ ให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เคยมีการประชุมนอกรอบระหว่างตัวแทนวิปรัฐบาล และคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าว ซึ่งได้เห็นตรงกัน ว่าจะดำเนินการอะไรกับรัฐธรรมนูญประเด็นจริยธรรม คุณภราดรบอกนะว่าตนได้ให้ข้อสังเกตกับที่ประชุมครั้งนั้นนะครับ ว่าประเด็นดังกล่าวควร… มันเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก ๆ นะครับกับสังคม ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวของนักการเมือง หนีไม่พ้นนะครับ กับการเอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง เพราะได้รับประโยชน์จากการแก้ไข ทั้งนี้นักการเมืองถือเป็นผู้เล่น แล้วก็มีส่วนได้ส่วนเสียเต็ม ๆ ดังนั้น นักการเมืองควรเป็นผู้แก้ไขเองหรือไม่ หากแก้ไขเองสังคมมองได้นะครับว่า เอ๊ะ อาจจะเป็นการแก้เพื่อประโยชน์ของนักการเมืองด้วยกันเองหรือไม่ ซึ่งในที่ประชุมก็รับฟังนะครับ แต่ก็ยังมีความพยายาม แล้วก็เชื่อว่าจะอธิบายกับสังคมได้ คุณภราดรยกตัวอย่างด้วยนะครับ ว่าตอนทำกฎหมายนิรโทษกรรมเมื่อปี 2566 ที่เริ่มต้นเป็นลำไม้ไผ่ แล้วค่อย ๆ เหลาลงไปว่าเป็นเรื่องอะไรนั้น ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ก็คล้ายกัน เมื่อมี 2 ร่างก็ต้องมาพิจารณา ว่าจะแก้นิดแก้หน่อยหรือแก้สุดซอยไปเลย พร้อมขอให้ลองย้อนไปนะครับ ในเหตุการณ์เมื่อปี 2556 ก็บอกว่าควรจะสอนนักการเมืองเรียนรู้ในอดีตให้มาก ซึ่งตนเองก็เคยเสนอแนะนะ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่ามาแก้มาตราเดียว แต่ควรตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือว่า สสร. เหมือนนโยบายของรัฐบาลคุณเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 จากนั้นเมื่อทำประชามติผ่าน จึงให้ สสร. ดำเนินการแทนนักการเมือง ซึ่งพอจะตอบสังคมได้ เพราะในขั้นตอนของ สสร. ต้องไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ หากให้คนที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียแก้ไข เรื่องนี่จะได้จบ อย่างไรก็ตามคุณภราดรมองนะครับ ว่าก็มีคนบางกลุ่มที่จ้องจะทำอะไรให้สังคมอยู่ ดังนั้น ผู้มีอำนาจจะทำอะไรสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นมาได้อีกครับ (คุณณัฐภัทรพล) โดยอีกท่านหนึ่งครับ มีการพูดถึงเรื่องของจริยธรรมนั่นแหละครับคุณผู้ชมครับ ทางด้านของ สส. พรรคประชาธิปัตย์นะครับ อย่างคุณชัยชนะ เดชเดโช นะครับ ก็ออกมาบอกว่ามีการคัดค้าน เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขจริยธรรมนี่แหละครับ ย้ำว่าผู้บริหารประเทศทุกคนนะครับ ต้องพร้อมที่จะตรวจสอบด้วยนะครับ แล้วก็ให้เวลาท่านนายกฯ สักหน่อยหนึ่ง ทำงานไปก่อน 3 เดือนครับคุณผู้ชมครับ ค่อยมีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของท่านนายกฯ แพทองธารกันนะครับ เรื่องนี้มีการเปิดเผยนะครับ จากคุณชัยชนะ เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ โดยส่วนตัวก็มองว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 นั้น ควรจะมีการแก้ไขให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ทั้งที่มาของวุฒิสภาต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน การห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปแทรกแซงในหน่วยงานราชการนั้น ตนไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีหน้าที่ในการลงไปรับฟังปัญหาของประชาชน และประสานกับหน่วยงานราชการให้นำไปแก้ไข และสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ประการหนึ่ง ก็คือตนไม่สนับสนุนให้มีการแก้ไขจริยธรรมครับ เพราะว่าคนที่เข้าสู่ตำแหน่งทุกคน ต้องยินดีที่จะให้มีการตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรม และจริยธรรมที่มีอยู่ ตนมองว่าคณะกรรมการคงไม่ตีความเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จะตีความในเรื่องที่เป็นหลักการพอสมควร เพราะฉะนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นด้วยให้มีการแก้ไข แต่ไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขในเรื่องของจริยธรรมนั่นเองนะครับ คุณชัยชนะก็บอกอีกนะครับ ว่าผู้บริหารประเทศทุกคนต้องพร้อม ในการได้รับการตรวจสอบอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าการติดกระดุมเม็ดแรกไม่ผ่าน ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ วันนี้กฎหมายประเทศ นอกจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติกฎหมายลูก หลาย ๆ องค์กรก็มีปัญหาอยู่ ก็จะต้องมีการผลักดันแก้ไขให้ได้ นอกจากนี้คุณชัยชนะยังได้มีการกล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายนะครับ มองว่ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ คุณชัยชนะบอกว่าชื่นชมการทำงานของคุณแพทองธาร ชินวัตร นะครับ ท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีการสั่งการให้ทุกกระทรวงเร่งดำเนินการให้การช่วยเหลือประชาชน แต่ก็ต้องยอมรับนะครับ ว่าน้ำท่วมครั้งนี้ใหญ่มาก การเตรียมรับมือน้ำท่วมทุกภาค ได้มีการเตรียมรับมือกันไว้แล้วนะครับ ทั้งทางด้านของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือว่ากระทรวง พม. ก็มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด ทั้งกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงกรมชลประทานเองด้วย ทั้งนี้ก็รู้สึกเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีครับ ที่เป็นนายกฯ เพียงแค่ 1 เดือน แต่ก็ต้องรับกับสถานการณ์อันหนักหน่วงพอสมควรเลยทีเดียว และยังต้องเจอกับนักร้องมากมายเลยนะครับ ที่มีการทำการมาร้อง จึงอยากขอร้องทุกฝ่ายนะครับ ให้นายกรัฐมนตรีได้มีการทำงานไปสัก 3 เดือนก่อนนะครับ แล้วค่อยมาวิพากษ์วิจารณ์กัน คนไทยต่างความเห็นกันได้ แต่ก็ต้องให้โอกาสท่านได้ทำงานกันก่อน หาก 3 เดือน นายกฯ ทำงานไม่ได้ ก็ค่อยมาวิพากษ์วิจารณ์กันครับ หากมีอะไรก็นำเสนอ ก็สามารถที่จะนำเสนอมาได้ ไม่ควรที่จะนำทุกอย่างมาเป็นประเด็นทางการเมือง วันนี้ก็ต้องจับมือกันทุกฝ่ายนะครับ เพื่อให้ประเทศนั้นเดินหน้าต่อไป ก้าวข้ามความขัดแย้ง หากเราอยู่กับความบอบช้ำ ลูกหลานคนไทยจะอยู่อย่างไรล่ะครับ อย่างไรก็ตามครับ ใน 3 เดือนนี้ครับ ปัญหาที่ท่านนายกรัฐมนตรีควรเร่งแก้ไขนี่ คุณชัยชนะเขาบอกมา ว่าก็คือปัญหาเรื่องของปากท้องของพี่น้องประชาชนนี่แหละครับ รวมถึงเรื่องของเงิน 10,000 บาทนี่นะครับ ที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ วันนี้เข้าแล้วนะในกลุ่มแรก ก็ต้องรอดูกันนะครับ ว่าจะสามารถที่จะหมุนเวียนเศรษฐกิจมากแค่ไหน แล้วก็งบประมาณปี 2567 งบประมาณปี 2568 เมื่อผ่านสภาแล้วจะมีการดำเนินการใช้งบประมาณอย่างไร สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไรบ้าง ซึ่งก็ควรจะให้เวลาแล้วก็ให้โอกาสทางรัฐบาลสักนิดหนึ่งแหละครับคุณผู้ชมครับ (คุณธีรพงศ์) ยังอยู่กันที่ประเด็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นจริยธรรมนะครับ ต้องบอกว่ามีหลายพรรคที่เห็นต่างเหมือนกันนะครับ แต่ว่ามีเพื่อไทยกับประชาชนนี่ ที่เขามีการเสนอร่างให้แก้ไขเรื่องนี้นะครับ ผู้สื่อข่าวไปถามคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ บอกว่ามุมมองที่มีต่อเรื่องของการแก้ไขนี่ เอ๊ะ มันจะไปเอื้อประโยชน์ให้กับบางกลุ่มหรือไม่ ตอนนี้มี 44 สส. ในพรรคประชาชนนะครับ ที่กำลังจะถูกดำเนินคดีอยู่นะครับ จะเป็นการเอื้อให้กับกลุ่มนี้หรือไม่อย่างไร คุณณัฐวุฒิบอกนะ ว่าเรื่องนี้นี่ ไม่เกี่ยวข้องกันเลยนะครับ 44 สส. นี่ ที่โดนคดีอยู่นี่ ไม่ได้มีการร่วมลงชื่อนะครับ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นจริยธรรมทางการเมือง ก็ย้ำเหลือเกินนะบอกว่าการแก้ไขครั้งนี้นี่ ก็หวังสถาบันการเมืองมั่นคง แล้วก็ประชาชนจะได้ประโยชน์นี่นะครับ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นมาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองนะครับ ที่ทั้งพรรคประชาชนแล้วก็พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นร่างดังกล่าว เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา โดยย้ำนะครับ ว่าขณะนี้ปัญหาจริยธรรม ที่ถูกตีความขยายไปเกินกว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือสิ่งที่ประชาชนนี่ คาดหวังให้เป็น เช่น เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ทุกพรรคมองเห็นตรงกันว่ายอมรับไม่ได้ แต่เมื่อมีประเด็นรายละเอียดต่าง ๆ กลับเป็นการเปิดช่องให้องค์กรอิสระ พิจารณาตีความขยายเกินกว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการพัฒนาระบอบสถาบันการเมือง และการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ไม่แก้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกฎหมายป้องกันปราบปรามการทุจริตก็จะไม่สมบูรณ์แบบ คุณณัฐวุฒิยังบอกอีกด้วยนะครับ ว่าภายในสัปดาห์นี้ประธานรัฐสภาจะนัดหมายวิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดกรอบเวลา ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคประชาชนเสนอไว้ทั้งหมดนี่นะครับ 4 ร่าง เนื้อหาสาระเชิงหลักการแตกต่างกันไป แต่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน น่าจะพิจารณารวมกันได้ แต่แยกลงมติรายฉบับ ทั้งนี้พรรคประชาชนอยากได้เวลาเต็มที่ในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะเป็นเรื่องสำคัญ หากใช้เวลาเพียง 1 วัน ต้องรอดูว่าจะให้แล้วเสร็จเมื่อใด แต่หากตึงไปก็อาจจะเป็น 2 วันน่ะนะครับ ซึ่งหากใช้เวลาเต็มที่พิจารณาสาระรายละเอียดได้มากพอสมควร ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่า ส่วนที่มีข้อกล่าวหาว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและพวกพ้องหรือไม่ ประเด็นนี้นะครับ คุณณัฐวุฒิบอกนะ ว่าร่างของพรรคประชาชนเสนอนั้น สมาชิกที่เข้าชื่อไม่ใช่คนที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับคดีจริยธรรม 44 สส. นะครับ อดีตพรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เพราะมีเจตจำนงที่จะนำไปสู่การทบทวนรัฐธรรมนูญในหมวดนี้อย่างแท้จริง ไม่ได้ต้องการเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุณณัฐวุฒิยังบอกอีกด้วยนะ ว่าการแก้ไขในหมวดจริยธรรมแล้วก็หมวดที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เพื่อประโยชน์ของใคร แต่เพื่อประโยชน์ของความมั่นคงของสถาบันทางการเมือง เพราะระบบการตรวจสอบที่สำคัญที่สุด ก็คือการตรวจสอบจากประชาชนนะครับ ที่เป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง แม้แต่กรณีที่บุคคลจะหลงผิดไป แต่ละพรรคการเมืองก็มีการตรวจสอบที่เข้มข้น เช่น ที่อดีตพรรคก้าวไกลได้ดำเนินการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อความมั่นคง แล้วก็ความเหมาะสมทางสถาบันทางการเมือง และประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตามจะอาศัยเวทีรัฐสภา รวบรวมสิ่งที่ประชาชนสงสัยมาอธิบายชี้แจงข้อสงสัยนะครับ ว่าความต้องการแก้ไขหลักใหญ่ใจความ เพื่อต้องการทบทวนรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เวลาของการแก้ไขทั้งฉบับ มันเคลื่อนจากเวลาเดิมที่ตั้งใจไว้ เช่น กฎหมายประชามติ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาก็ล่าช้าในกระบวนการนะครับ แล้วก็การทำประชามติครั้งแรก ก็ยังไม่มั่นใจนะ ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกับการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือไม่นะครับ รวมถึงสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าหรือไม่นะครับ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยื่นแก้ไขรายมาตรา ซึ่งจริยธรรมก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ยังมีเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็โครงสร้างของสิ่งที่ตกค้างจากคำสั่ง คสช. ที่ต้องการทบทวนนะครับ แล้วก็มีอีกหลายประเด็นเลย ที่อยากจะให้ประชาชนนี่ ติดตามนะครับ ว่าสิ่งไหนที่ทำทั้งหมดเป็นไปเพื่อคงสถาบันการเมืองที่เหมาะสม ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อใครคนใดคนหนึ่งอย่างแน่นอน คุณณัฐวุฒิยังบอกด้วยนะ ว่าได้มีการหารือกับสมาชิกวุฒิสภาอย่างไม่เป็นทางการด้วยนะครับ เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องใช้เสียงสนับสนุน สว. ชุดนี้ก็มีความหลากหลายมาก ต่างจาก สว. ชุดก่อน จึงอาจไม่สามารถคุยกันกับทุกกลุ่มหรือทุกคนได้ สิ่งที่สำคัญ ก็คือตอนนี้นี่ อยากจะความเข้าใจต่อสาธารณชนนะครับ ที่เป็นการยืนยัน ว่าการแก้ไขไม่ใช่เพื่อเอื้อประโยชน์ของใครหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เพื่อคงระบอบพรรคการเมือง ที่เป็นหนึ่งในสถาบันหลักทางการเมือง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทางวุฒิสภาที่มาจากประชาชน ต้องมีความเข้าใจเรื่องของการเมือง แล้วก็การตัดสินใจนะครับ จะเป็นอิสระ ไม่ใช่การกดปุ่มแบบใดแบบหนึ่งนะครับ จึงมั่นใจว่าถ้าเห็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ได้พิจารณาฟังเหตุฟังผลนะครับ ที่สมาชิกแต่ละคนนำเสนอ จะได้เสียงสนับสนุน 1 ใน 3 จาก สว. อย่างแน่นอนครับ (คุณณัฐภัทรพล) ยังอยู่กับคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม กันต่อเลยนะครับคุณผู้ชมครับ ก็มีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้แล้วก็ในวันพรุ่งนี้นะครับ ก็คุณณัฐวุฒินี่ บอกว่าอยากจะขอให้สภานะครับ เห็นชอบกฎหมายไม่ตีเด็กของฝ่ายค้านนะครับ ก็ออกมาบอกด้วยนะครับ ว่าหวั่นว่าร่างกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของสุราก้าวหน้านี่ อาจจะมีการเลื่อนลงมตินั่นเองนะครับ ไปติดตามกันกับคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม กันต่อเลยครับคุณผู้ชมครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อพรรคประชาชน กล่าวถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ และในวันพรุ่งนี้นะครับ ว่าในวันนี้นี่ จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับครับ เช่น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่ พ.ศ. หรือกฎหมายไม่ตีเด็ก โดยเป็นการพิจารณาต่อจากที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งในขั้นรับหลักการมีสมาชิกให้ความเห็นชอบถึง 401 เสียง ถือว่าเป็นมติเอกฉันท์นะครับ โดยกรรมาธิการมีการแก้ไขเพียงเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนจากการลงโทษอย่างเดียว เป็นการปรับปรุงพฤติกรรม เรื่องของการใช้ความรุนแรง เรื่องของการด้อยค่าและการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งในเรื่องนี้มีกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิ นั่งพิจารณาอยู่ด้วยนะครับ เช่น รองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย ภริยาของรองนายกรัฐมนตรี จึงคาดหวังว่าสภาจะมีมติเห็นชอบต่อร่างกฎหมายดังกล่าว และส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณานั่นเองนะครับ อีก 1 ร่างกฎหมายที่สำคัญ ก็คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. ครับ ในเรื่องนี้ก็มีการแก้ไขรายละเอียดค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะการเพิ่มคำว่า “ชนเผ่าพื้นเมือง” เข้าไปในร่างกฎหมาย เรื่องการบริหารพื้นที่พิเศษ รวมถึงคณะกรรมการและโครงสร้างต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องค่อนข้างจะต้องใช้ความละเอียดแล้วก็รอบคอบในการพิจารณา จึงคาดว่าจะไม่แล้วเสร็จนะครับ ภายในสัปดาห์นี้ คงจะต้องมีการพิจารณาต่อเนื่องในสัปดาห์หน้าถัด ๆ ไปนั่นเองนะครับ อาจจะมีการส่งผลต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต หรือว่า พรบ. สุราก้าวหน้านี่นะครับ ที่ยังมีการค้างการพิจารณามาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องนี้ก็จะต้องมีการคุยกันว่าจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร เพื่อให้การลงมติเร็วขึ้น ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ครับ พฤหัสบดีที่ 26 กันยายนนะครับ จะเป็นการพิจารณาทั้งกระทู้ถามสดแล้วก็กระทู้ถามทั่วไป ซึ่งขณะนี้โครงสร้างของวิปฝ่ายค้านยังไม่ลงตัวนะครับ เพราะว่ายังไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน ดังนั้น โควตาในการถามกระทู้สดจึงอยู่ที่พรรคประชาชนเป็นหลักครับ โดยพรรคประชาชนจะตั้งคำถามในเรื่องของภัยพิบัติแล้วก็เรื่องของค่าแรงนี่แหละครับ หรือความคืบหน้าทางการเมืองต่าง ๆ ด้วย โดยได้มีการรับการประสานงานจากวิปรัฐบาลแล้วว่าในส่วนของการตั้งกระทู้ถามทั่วไป คณะรัฐมนตรีจะพยายามเดินทางมาตอบกระทู้ให้ครบทุกคน ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนั่นเองนะครับ (คุณธีรพงศ์) ช่วงนี้พักกันครู่เดียว ช่วงหน้ามาดูกันหน่อย 20 ปีคดีตากใบจะครบ 25 ตุลาคมนี้นะครับ ก็มีข้อคิดเห็นมาจากคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ บอกเหมือนกันว่า 20 ปีที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง ควรจะมีการแถลงให้ประชาชนได้ทราบด้วยนะครับ เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาตามกันครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] (คุณธีรพงศ์) มาดู 20 ปีคดีตากใบกันหน่อยนะครับ จะครบ 20 ปี 25 ตุลาคมนี้แล้วนะครับ ซึ่งก็มีหลายคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แล้วก็มีหลายคนที่ได้เสนอแนะให้ข้อสังเกตแล้วก็ข้อคิดเห็นต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นะครับ สส. พรรคประชาชาติ จังหวัดนราธิวาส ก็บอกนะว่าใกล้แล้วนะครับ 25 ตุลาคมนี้ ก็อยากจะให้เรื่องของคนที่เกี่ยวข้องนี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นจำเลย ผู้ต้องหาในคดีนี่นะครับ ก็อยากจะให้ตำรวจนี่นะครับ ต้องพิสูจน์ฝีมือกันหน่อย แล้วก็นำตัวจำเลยแล้วก็ผู้ต้องหาในคดีมาส่งฟ้องที่ศาล ที่สำคัญก็อยากจะให้แถลงเรื่องราวต่าง ๆ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับคดีตากใบนี่ ให้ประชาชนได้ทราบด้วยนี่นะครับ โดยคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์นะครับ ผ่านรายการมองรัฐสภา ในประเด็น 20 ปี คดีตากใบ เฮือกสุดท้ายทวงความยุติธรรมว่าจากความเป็นมาของคดีตากใบ ที่เริ่มต้นเมื่อ 25 ตุลาคม 2547 และกำลังจะสิ้นสุดลงวันที่ 25 ตุลาคม 2567 โดยจุดเริ่มต้นเหตุการณ์ครั้งนั้น มีประชาชนชุมนุมเป็นจำนวนมาก จนนำมาสู่การเสียชีวิตรวมกว่า 85 คนนะครับ จำนวนนี้กว่า 78 คน ได้มีการไต่สวนการตาย จนพบว่าเกิดจากการขาดอากาศหายใจ ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมขึ้นรถทหาร ไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ในลักษณะให้นอนซ้อนกัน แต่ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ จนกระทั่งปี 2555 รัฐได้มีการให้เงินเยียวยากับญาติของผู้เสียชีวิตแล้วก็ผู้บาดเจ็บ ทำให้ข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่ติดใจดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญา ซึ่งหลังจากนั้นเรื่องนี่ก็เงียบหายไปนะครับ จวบจนปี 2566 ญาติและก็ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ไปร้องที่ศูนย์ทนายความมุสลิม และศูนย์ทนายความก็ร้องมายังคณะกรรมาธิการทางกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อปลายปี 2566 ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้บรรจุระเบียบวาระ แล้วก็ประชุมเมื่อ 13 ธันวาคม ปีที่แล้วนะครับ ก็มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดีนี้ โดยย้ำว่าคดีอาญาที่เป็นอาญาแผ่นดิน แม้จะมีการตกลงกันว่าจะไม่ดำเนินคดีอาญา ก็จะไม่ทำให้คดีอาญาระงับสิ้นไป เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ซึ่งเมื่อคณะกรรมาธิการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง และเห็นตรงกันว่าสำนวนคดีจะต้องเดินหน้าต่อ จึงได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ จนเป็นที่มาว่าสำนวนคดีตากใบหาย ตรงนี้เองนะครับ คณะกรรมาธิการจึงให้เวลา 30 วัน โดยเมื่อถึงเวลาดังกล่าว ก็คือในวันที่ 13 มกราคม 2567 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่ก็ได้มีการขอขยายเวลา แล้วก็ท้ายที่สุดก็ได้มีการส่งหนังสือเอกสารชี้แจงมา ซึ่งเป็นหนังสือของสำนักงานอัยการว่างดการสอบสวน เนื่องจากไม่ปรากฏการกระทำความผิดอาญาจนนำมาสู่กรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บรวมตัวกันเนี่นะครับ ร่วมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ 9 คน ที่ศาลจังหวัดนราธิวาส ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น กักขังหน่วงเหนี่ยว แต่ศาลนี่ก็ได้ไต่สวนมูลฟ้อง แล้วก็ประทับคำร้อง 7 คน หนึ่งในนั้นเป็น สส. ที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้นะครับ นอกจากนั้นน่ะนะครับ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายก็ยังกล่าวด้วยนะว่าในวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนราธิวาส มีหมายเรียกให้จำเลยทั้ง 7 คนมาที่ศาล แต่ไม่มีใครมา ทั้งที่มีการตั้งทนายความไปคัดค้านโจทก์ และก็ไม่มีการแจ้งเหตุการณ์เลื่อนคดี จึงนำมาสู่การออกหมายจับจำเลย 6 คนนะครับ ส่วนอีก 1 คนที่เป็น สส. ก็มีหนังสือถึงประธานสภาตามเอกสิทธิ์ก่อนออกหมายจับ และล่าสุดนี่อีก 1 สำนวนในวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา อัยการสูงสุดก็สั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 คนในคดีตากใบ พร้อมระบุด้วยนะว่าก่อนที่คดีตากใบจะหมดอายุความในวันที่ 25 ตุลาคม ความหวังจึงขึ้นอยู่ที่ขั้นตอนแล้วก็ฝีมือของตำรวจไทยที่จำเป็นต้องแถลงให้ประชาชนทราบว่าได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้างตลอด 20 ปีที่ผ่านมานี่นะครับ เนื่องจากความคาดหวังของประชาชนในพื้นที่ขณะนี้ ได้แต่นับวันรอก่อนที่จะหมดอายุความ จะได้ตัวผู้ต้องหาแล้วก็จำเลย เนื่องจากตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 ระบุว่าต้องได้ตัวนับแต่วันกระทำผิด ส่วนคดีที่อัยการมีความเห็นแย้งกับตำรวจเพื่อส่งฟ้อง ก็จำเป็นต้องได้ตัวจำเลยมาเช่นเดียวกันนะครับ เพื่อส่งฟ้องต่อศาลภายในอายุความเช่นเดียวกัน ดังนั้น หลังจากนี้นี่จึงคาดหวังในฝีมือของตำรวจไทย และอยากเห็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแถลงว่าได้ดำเนินอะไรไปแล้วบ้างตลอด 20 ปีที่ผ่านมาครับ (คุณณัฐภัทรพล) คลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าววันนี้ครับคุณผู้ชมครับ จะพาคุณผู้ชมไปดูเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพนี่นะครับ เราจะได้ยินคำว่า “30 บาทรักษาทุกโรค” ครับ มายาวนานแล้วนะครับ เราก็เคยใช้บริการกันนะ (คุณธีรพงศ์) ใช่แล้วครับ (คุณณัฐภัทรพล) แต่ว่าตอนนี้เขากำลังจะมีการยกระดับครับ เป็น 30 บาท รักษาทุกที่ครับ เดี๋ยวไปติดตามเรื่องนี้กันนะครับ กับคุณสสพินทุ์ ฉิมบรรเลง ครับ ในคลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าวครับ [เสียงดนตรี] (คุณสสพินทุ์) นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หรือปัจจุบันเรียกว่า “นโยบายการให้บริการสุขภาพถ้วนหน้า” นับเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ต้องยอมรับว่าตอบโจทย์และได้รับการยอมรับจากประชาชน ที่ผ่านมาเมื่อประชาชนมีปัญหาด้านสุขภาพ การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย ถือเป็นเรื่องยากพอสมควร ประชาชนที่ไม่มีรายได้หรือรายได้ต่ำก็มักจะเข้าไม่ถึงการบริการด้านสุขภาพ ปัจจุบันนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคผ่านมาหลากหลายรัฐบาล และเกือบทุกรัฐบาลพยายามผลักดันและจัดสรรงบประมาณในการยกระดับ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงการให้บริการทางการแพทย์ ที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ คือ ความฝันของคนไทยที่จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของสิทธิการรักษาพยาบาล ยกระดับประกันสุขภาพแห่งชาติ และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเข้ารับบริการ นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา ในฐานะโฆษกกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายการเมือง กล่าวว่าโครงการ 30 บาทพลัสรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ได้เริ่มต้นตั้งแต่ต้นปี 2567 แบ่งออกเป็นระยะ จนถึงขณะนี้สามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้แล้วใน 46 จังหวัด รวมทั้ง กทม. และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงอีก 30 จังหวัด และทางกระทรวงได้เตรียมประกาศเฟส 4 ในเร็ว ๆ นี้ ก็สามารถที่จะครอบคลุมได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ภายในสิ้นปี 2568 นี้ โดยจะทำการเชื่อมต่อกับระบบข้อมูลทั้งกับโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ร้านขายยา ข้อมูลยา ใบรับรองแพทย์ ใบสั่งยา และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบสาธารณสุข อีกทั้งยังมีการพัฒนายานอกระบบให้เข้ามาอยู่ในบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และสามารถเข้าถึงระบบการรักษาได้ทุกพื้นที่โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล เจ้าของสิทธิไม่ต้องรอคิว ทั้งยังช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล เพราะผู้ป่วยสามารถเข้ารับยาได้ที่ร้านยา คลินิกเอกชนที่เข้าร่วมกับ สปสช. โดยใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวเข้ารับบริการได้ทุกที่ ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว (คุณตรีชฎา) จะทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลโดยใช้บัตรประชาชนใบเดียวค่ะ ไปรับยาฟรีแล้วก็เข้าสู่การรักษาพยาบาลในระบบของ สปสช. ที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขได้ฟรีค่ะ ในเงื่อนไขที่กระทรวงกำหนด แล้วก็ตอนนี้นะคะ มีการพัฒนายานอกระบบให้มาอยู่ในบัญชีแล้วนะคะ หลายตัวเลยค่ะ แล้วก็จะมีการพัฒนาอีกมากยิ่งขึ้น ก็อยากจะให้ประชาชนให้กำลังใจกระทรวงสาธารณสุขด้วยนะคะ เร็ว ๆ นี้ 76 จังหวัดได้ใช้ทั่วประเทศ แล้วก็จะทำให้เราลดเงื่อนไขในการ… ยุ่งยากในการส่งตัวอีกแน่นอนค่ะ (คุณสสพินทุ์) สำหรับสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ประชาชนสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์โลโก้ 30 บาทรักษาทุกที่ หรือร้านยาคุณภาพของฉัน หรือยังคงเข้ารักษาพยาบาลได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิ ในส่วนของหน่วยบริการปฐมภูมินั้นสามารถเข้าบริการได้ทุกที่ เช่น ที่ต่างจังหวัดก็จะมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือ รพ.สต. หรือสถานีอนามัย หรือศูนย์สุขภาพชุมชน รองรับตลอดจนโรงพยาบาลภาครัฐประจำอำเภอ โรงพยาบาลจังหวัดในสังกัดสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ส่วนพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุขสาขา 77 แห่ง คลินิกชุมชนอบอุ่น 280 แห่ง ร้านยา คลินิกเอกชนที่เข้าร่วมกับ สปสช. ได้แก่ คลินิกหมอฟัน คลินิกกายภาพบำบัด คลินิกแพทย์แผนไทย คลินิกเทคนิคการแพทย์ ตรวจแล็บ เจาะเลือด คลินิกพยาบาล และร้านยาคุณภาพ ทั้งนี้กรณีเจ็บป่วยอาการที่เกินกว่าสถานบริการสุขภาพเหล่านี้จะสามารถดูแลได้ ผู้ป่วยสามารถกลับไปที่หน่วยบริการปฐมภูมิประจำของตนเอง และจะมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลประจำสิทธิในเครือต่อไป สำหรับโรงพยาบาลรัฐสังกัดอื่นที่นอกเหนือจากนี้ เช่น กรมการแพทย์กรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มหาวิทยาลัย เป็นโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ ตติยภูมิ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับใบส่งตัว นอกจากนี้ทางสาธารณสุขยังสนับสนุนให้มีการฉีดวัคซีนต่าง ๆ ฟรี และอยากให้ประชาชนเข้ารับบริการฉีดวัคซีนให้ครบตามที่กระทรวงได้มีการให้บริการ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับตนเอง และปราศจากโรคต่าง ๆ ได้ อีกทั้งอยากให้ประชาชนติดตามข่าวสารของกระทรวงสาธารณสุข ถึงการระมัดระวังโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น พร้อมปฏิบัติตามที่กระทรวงได้ออกประกาศไว้ในเพจเฟซบุ๊กสำนักงานประกันหลักสุขภาพแห่งชาติ สายด่วน สปสช. 1330 หรือแอปพลิเคชันหมอพร้อม และแอปพลิเคชัน สปสช. เพื่อที่ประชาชนจะได้มีสุขภาพที่ดี นอกจากนั้นเวทีอภิปรายงบประมาณปี 2568 ได้มีการหยิบยกเรื่องของโครงการ 30 บาทพลัส ขึ้นโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างสนับสนุนและมองว่าเป็นจุดแข็งทั้งด้านสาธารณสุข ที่รัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี สร้างเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ หรือ Medical Hub ยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลาง หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ให้มีสุขภาพดี อายุยืน ซึ่งเป็นนโยบายหารายได้จากการสร้างสุขภาพให้ดี สร้างความมั่งคั่งให้ประเทศ และในขณะเดียวกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้มีข้อห่วงใยถึงการจัดสรรงบประมาณให้กับโรงพยาบาลที่ไม่เพียงพอต่อการบริการประชาชน รอคิวนาน พยาบาลน้อย ด้อยเครื่องมือ จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เร็วที่สุด ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันยกระดับบัตรทองสู่ระบบหลักประกันสุขภาพยุคใหม่ ต่อยอดครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศ ประชาชนเข้ารับการรักษาอย่างมีคุณภาพ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากด้วยประชาชนเพียงใบเดียว ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ถือเป็นการสร้างหลักประกันสุขภาพที่มั่นคงให้คนไทยอย่างแท้จริง สสพินทุ์ ฉิมบรรเลง ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภา รายงาน (คุณณัฐภัทรพล) กลับมาในช่วงนี้ครับคุณผู้ชมครับ ไปดูสถานการณ์ในต่างประเทศกับคุณกิตติ เสรีประยูร นะครับ แน่นอนว่า 5 พฤศจิกายนนี้ สหรัฐอเมริการู้แน่นอนว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดี ล่าสุดโดนัลด์ ทรัมป์ ทำไมเขาไปยกย่องประธานาธิบดีของยูเครนใช่ไหมครับ ว่าเป็นสุดยอดเซลส์แมน (คุณกิตติ) คือ ไม่เชิงยกย่องหรอก แซะ บอกว่าเซเลนสกีน่าจะเป็นเซลส์แมนที่สุดยอด ทุกครั้งเดินทางมาสหรัฐอเมริกา กระเป๋าตุงกลับบ้าน ได้รับเงินสนับสนุน ล่าสุดนี่ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนะ (คุณธีรพงศ์) โอ้โห ไม่น้อยนะครับ (คุณกิตติ) ได้รับเงินสนับสนุนไม่มากไม่น้อยประมาณ 1.97 ล้านล้านบาท 2 รอบ ล้านล้าน 2 รอบนะครับ ทุกครั้งที่มาได้เงินกลับไปทุกครั้ง แล้วในสมัยของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ด้วย เพราะฉะนั้น มันมีความคิดความเห็นอยู่พอสมควรว่าทรัมป์นั้นถือหางข้างไหน เพราะทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์เหมือนกัน บอกว่าเรื่องของรัสเซียยูเครนนี่ ถ้าตัวเองมาเป็นประธานาธิบดี วันเดียวจบ เพราะว่าเป็นเพื่อนกับปูติน ประมาณนั้น ทรัมป์นี่เป็นเพื่อนหลายคนนะ ปูตินก็เป็นเพื่อน ในสมัยทรัมป์เป็นประธานาธิบดี เคยไปเจอกับคิม จองอึน ด้วย สิงคโปร์ใกล้ ๆ บ้านเรานี่เองนะครับ เจอกัน 2 รอบ เจอกันตรงพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้รอบหนึ่ง เพราะฉะนั้น ทรัมป์บอกว่าเรื่องความขัดแย้งเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ รัสเซีย ยูเครน มาแป๊บเดียวจบ ง่าย ๆ รับจบคนเดียว แต่เซเลนสกีกระเป๋าตุงกลับบ้าน มันมีการคิดเหมือนกันว่าถ้าทรัมป์มาเซเลนสกีลำบาก ยูเครนอาจจะลำบาก ได้รับเงินสนับสนุนอาจจะน้อยลงหรือเปล่า อะไรต่าง ๆ เหล่านี้เดี๋ยวไปติดตามกันในช่วงท้ายข่าวต่างประเทศครับ (คุณณัฐภัทรพล) เดี๋ยวไปติดตามกันนะครับ ในช่วงหน้ากับข่าวต่างประเทศกับคุณกิตติ เสรีประยูร นะครับ ช่วงนี้พักกันก่อนสักครู่หนึ่งครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา]