[เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ พบกับรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับคุณณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผม วัฒนะ คล้ายแก้ว อาจารย์ล่ามภาษามือ ประจำรายการของเรา อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ อีกสักครู่หนึ่ง ช่วงของข่าวต่างประเทศ คุณกิตติจะมาอัปเดตสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ฟังนะครับ เช้าวันนี้ เราพบกันในวันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2567 ตรงกับวันออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 ครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ วันนี้ก็ถือว่าเป็นวันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกหนึ่งวัน หลังจากที่พระสงฆ์ได้มีการจำพรรษา ที่วัดมาเป็นเวลา 3 เดือนนะ คุณวัฒนะครับ 3 เดือนที่ผ่านมา ก็ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติศาสนกิจที่อยู่ที่วัดนี่แหละ แล้วเดี๋ยวหลังจากนี้ไป ประมาณ 1 เดือน ช่วงของเทศกาลออกพรรษาไปนี่ ก็จะเป็นช่วงของการทอดกฐินกัน (คุณวัฒนะ) ครับ ก็ต้องเรียนคุณผู้ชม พุทธศาสนิกชนคนไทยนะครับ ต้องบอกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา พระสงฆ์จำพรรษา รวมไปถึงประชาชนคนไทย ที่เป็นพุทธศาสนิกชน ก็ได้ประพฤติดี ปฏิบัติดีนะครับคุณผู้ชม โดยเฉพาะการที่จะไปทำบุญทำทานกัน วันนี้ตื่นเช้ามานี่ ผมขับรถมาจากที่พักอาศัย เห็นพสกนิกรคนไทยนะครับ ตักบาตรทำบุญกันเยอะมาก หลายจุดเลยทีเดียว ยิ้มแย้มแจ่มใสนะครับ คุณผู้ชมต้อนรับเทศกาลออกพรรษา 3 เดือน ที่ปฏิบัติดีกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียวนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ แล้วเดี๋ยวผมเชื่อว่าพรุ่งนี้เช้า จะคึกคักกว่านี้นะครับ เพราะว่าช่วงเทศกาลออกพรรษา แน่นอนว่าจะมีพิธีตักบาตรเทโว แน่นอนหลาย ๆ วัดนะครับ ก็จะมีการตักบาตรเทโว อย่างเช่นชื่อดัง ๆ ก็อย่างเช่น ที่จังหวัดอุทัยธานีนะ คุณวัฒนานะ ก็จะเป็นการตักบาตรเทโวที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของประเทศไทย ถือว่าเป็น Unseen ในจังหวัดอุทัยธานีเลยก็ว่าได้นะครับ (คุณวัฒนะ) หลายจังหวัดเลยทีเดียวนะครับ ก็จะมีพิธีที่สำคัญ ที่เกี่ยวเนื่องกับการตักบาตรเทโว แต่ว่าวันนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คน คนไทยนี่ จะเดินทางไปที่หนึ่งจังหวัด นั่นก็คือจังหวัดหนองคายนะครับคุณผู้ชม เย็นนี้ค่ำนี้ กับปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค จะมีการจัดงานใหญ่เป็นประจำทุกปีที่จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬด้วย หลายคนบอกว่าไปถึงนครพนม บั้งไฟพญานาคจะเกิดขึ้นวันนี้หรือไม่อย่างไร วันนี้นายกรัฐมนตรี คุณแพทองธาร ชินวัตร จะเดินทางไปที่จังหวัดหนองคาย ไปดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบกับอุทกภัยน้ำท่วม และจะไปเป็นประธานเปิดบั้งไฟพญานาคโลก ที่จังหวัดหนองคายแหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) เมื่อกี้พูดถึงนครพนมเขามีไหลเรือไฟด้วยนะ เป็นประเพณีสำคัญนะ คุณผู้ชมครับ ที่มีการเชื่อม 2 สัมพันธ์ของฝั่งแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นทางนครพนมเอง ประเทศไทย รวมถึงทาง สปป. ลาวเองนะครับ คุณผู้ชมครับ ก็มีประเพณีที่สวยงามแบบนี้ คุณผู้ชมที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แน่นอนว่าไปดูอย่างแน่นอน ตอนนี้หลายคนก็บอกว่ากำลังเดินทาง เพื่อที่จะไปชม 2 ปรากฏการณ์นี้ ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่จะเกิดขึ้น รวมถึงไหลเรือไฟที่นครพนมด้วย หลายคนบอกว่าถูกลอตเตอรี่ด้วยนะ (คุณวัฒนะ) สวยงามนะครับ คุณผู้ชมพูดถึงลอตเตอรี่เมื่อวานนี้ต้องบอกว่าออกมาได้อย่างไร อย่างนี้เลยนะ โดยเฉพาะเลข 2 ตัวใช่ไหมครับ 00 นะ ทำให้ผมนี่ นึกถึงตัวเองทราบไหมครับ (คุณณัฐภัทรพล) อย่างไรครับ (คุณวัฒนะ) ผมนี่ ขับรถ ใช้ทะเบียนก็คือ 4900 แต่ปรากฏว่าเป็นคนที่ไม่มีโชคครับ ไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่ไว้ แล้วก็ไม่คิดว่า 0 จะออกด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) คุณวัฒนะครับ ท่าทางจะเป็นโชคยากนะครับ เพราะว่า 00 นี่ครับ คุณผู้ชมครับ ถ้าเกิดเราย้อนไปดู ในส่วนของสถิติที่กองฉลาก หรือว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนี่ มีการออกเลขท้าย 2 ตัวมานี่ ย้อนกลับไป 12 ปีเลยนะครับคุณวัฒนะ 30 ธันวาคม 2555 นี่แหละครับ คืองวดที่ออก 00 12 ปีพอดีเป๊ะเลย (คุณวัฒนะ) แต่บางคนก็บอกว่า เอ๊ะ เป็นความบังเอิญรึเปล่า ไปเทียบเคียงกับที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว น้องหมูเด้งกับคุณแม่ของน้องหมูเด้งนะครับ ตัวกลม ๆ 2 ตัว อยู่คู่กัน เขาบอกว่าเกิดขึ้นได้นะครับ (คุณณัฐภัทรพล) นี่ถ้าเกิดมาค่ำคืนนี้ ไม่แน่น่ะ อาจจะไปเปรียบเทียบกับบั้งไฟที่โผล่ขึ้นมา ที่บริเวณริมแม่น้ำโขงแบบนี้ 00 ก็สามารถที่จะวิเคราะห์กันไปได้เรื่อย ๆ นะครับ สำหรับตัวเลข เลขกลม ๆ นี่แหละครับ (คุณวัฒนะ) นะครับ พูดถึงที่จังหวัดหนองคาย คุณผู้ชมก็ย้ำกันสักหน่อย หลายจุดนะครับ ดูแลเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับบั้งไฟพญานาค ที่อำเภอสังคม อำเภอรัตนวาปี อำเภอโพนพิสัย 3 อำเภอนี้ จังหวัดหนองคายจัดยิ่งใหญ่ แล้วก็มีประชาชนนี่ ริมสองฝั่งแม่น้ำโขงนะครับ ทั้งไทยและลาว เฝ้าชมกันเยอะมาก นอกจากนี้ที่จังหวัดบึงกาฬนะครับ ที่อำเภอบึงโขงหลง ที่อำเภอปากคาด ที่อำเภอเมืองบึงกาฬนี่ ก็จะมีคนไปเที่ยวชมกันเยอะเลยทีเดียวนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ถือว่าเป็นการสร้างเม็ดเงินให้กับพื้นที่ด้วยนะครับ นักท่องเที่ยวไปเที่ยวจำนวนมาก เศรษฐกิจในพื้นที่สะพัดแน่นอนเมื่อวานนี้ กบง. ก็มีการลดดอกเบี้ยลงมานะครับ 0.25เปอร์เซ็นต์ครับ ก็ถือว่าเป็นข่าวดีเหมือนกันนะครับ (คุณวัฒนะ) เมื่อวานกระดานหุ้นนี่ เป็นสีเขียวครับ เพิ่มขึ้น27… 20 กว่าจุดนะครับ ก็ต้องบอกว่าเป็นนโยบายที่ ณ เวลานี้ ก็มาพูดถึงเรื่องของการเงินการคลัง ของประเทศไทยนะครับ กลับมาที่รัฐสภาครับคุณผู้ชมแน่นอนวันนี้ติดตามชมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 09.00 น. โดยประมาณ ก็กระทู้ถามส่วนด้วยวาจาก็รออยู่นะครับ กระทู้ถามทั่วไป กระทู้ถามแยกเฉพาะ แล้วก็ติดตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรกันนะครับ เข้มข้นแน่นอน แต่ว่าเมื่อวานนี้ ไปติดตามการทำหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับขนส่งทางราง มีเข้า 3 ร่าง เมื่อวานนี้ ต้องบอกว่าไม่สามารถ ที่จะบอกได้ว่าร่างใดจะเป็นร่างหลัก ในการพิจารณาครับ ทำให้เมื่อวานนี้ ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนี่นะครับ ประชุมไปประมาณสักประมาณบ่าย 3 กว่า ๆ คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นั้นเป็นประธานอยู่ บอกว่าขอปิดการประชุม และเดี๋ยวสัปดาห์หน้ามาประชุม แล้วก็พูดคุยกันใหม่นะครับ ไปติดตามภาพรวมเมื่อวานนี้ ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางรางพุทธศักราช ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะครับ โดยมีการพิจารณาร่วมกันกับร่างพระราชบัญญัติ ที่มีทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับ โดยประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดโอกาสให้กับผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง 3 ฉบับนะครับ ได้มีการชี้แจงหลักการและเหตุผล เพื่อใช้ในการเป็นข้อมูลในการอภิปราย และก็มีคุณสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลุกขึ้นชี้แจง บอกว่าเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็ว ความประหยัด และความปลอดภัยในการเดินทาง จึงสมควรที่จะมีกฎหมายมากำกับดูแล กิจการการขนส่งทางราง ให้สามารถยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการขนส่งทางรางได้ รวมไปถึงการบริหารจัดการการขนส่งทางราง อย่างเป็นระบบด้วย เป็นความสอดคล้องกับการพัฒนาการขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ให้เป็นโครงข่ายเดียวกันอย่างสมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมานะครับ ถัดมาอีกหนึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นั่นก็คือ คุณมนพร เจริญศรี ได้ชี้แจงถึงความจำเป็นของการตรากฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากว่ามีกรมขนส่งทางรางแล้ว แต่ยังไม่มีบทกฎหมายที่จะพัฒนาการขนส่งทางรางได้นะครับ จึงต้องมีกฎหมายที่จะไปกำกับดูแลการขนส่งทางราง ให้สามารถยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการขนส่งทางราง การบริหารการจัดการขนส่งทางรางอย่างเป็นระบบต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนารูปแบบอื่น ๆ ให้เป็นโครงข่ายเดียวกันอย่างสมบูรณ์ต่อไป โดยจะมีการตัดอำนาจหน้าที่ของขนส่งทางราง ในฐานะของหน่วยงานผู้มีอำนาจในการกำกับนะครับ การประกอบกิจการขนส่งทางรางกับบทบัญญัติ ในเรื่องของอำนาจบางประการ ที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแล นอกจากนี้นะครับ ยังมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของทางรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม และมีทั้งหมด 11 หมวด และรวมไปถึงบทเฉพาะกาล มีทั้งหมด 145 มาตรา ถัดมาอีกหนึ่งร่างที่เสนอโดย คุณสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ก็ลุกชี้แจงเช่นกัน บอกว่าร่างพระราชบัญญัติที่ตนเสนอนั้น มีจุดยืนอย่างตรงไปตรงมา ยังคงไว้ที่ 164 มาตรา ไม่ได้มีการตัดมาตราใดออกไปนะครับ จึงขอเสนอให้ใช้ร่างพระบัญญัติ ของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก เพราะว่าไม่ต้องเสียเวลาเปล่าประโยชน์ หากต้องกลับไปนับหนึ่งจากร่างเดิมของคณะรัฐมนตรี ภายหลังผู้เสนอร่าง ได้มีการชี้แจงเรียบร้อยแล้วนะครับ รวมไปถึงรายละเอียดเนื้อหาต่าง ๆ เสร็จสิ้นแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีการเปิดโอกาสให้กับ สส. ได้ลุกขึ้นอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ยกตัวอย่าง คุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. บัญชีรายชื่อ จากทางพรรคเพื่อไทย ได้ระบุแบบนี้นะครับ ร่างกฎหมายของทางพรรคเพื่อไทย มีความรัดกุมสอดคล้องกับบริบทต่าง ๆ ในปัจจุบัน ไม่พูดถึงการให้อำนาจหน้าที่แก่หน่วยงาน ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่มากจนเกินไป ซึ่งอุบัติเหตุความขัดข้องของการขนส่งทางราง ในประเทศไทย ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อย โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ในระบบรางเท่านั้น แต่อาจจะก่อผลเสียกับอันตรายต่าง ๆ รวมถึงผู้ใช้รถในบนท้องถนน และประชาชนในพื้นที่โดยรอบต่อไปนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) นอกจากนี้นะครับ ยังเกิดความปัญหา ความล่าช้าของขบวนรถนะครับ ปัญหาขัด ของระบบไฟฟ้า ปัญหาเรื่องของรถเสีย รถไม่เพียงพอในการให้บริการ หรือว่าปัญหาผู้ขับรถอยู่ในสภาพไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงปัญหาค่าโดยสารที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และไม่เปิดโอกาสให้การขนส่งทางระบบรางนี่ เป็นทางเลือกของทุกคนอย่างแท้จริงนะครับ ซึ่งต้นตอที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ เกิดขึ้นไว้เรื่อย ๆ เพราะว่าขาดโครงสร้างหลัก ในการวางนโยบายที่เกี่ยวกับเรื่องของการขนส่งทางราง และออกกฎเกณฑ์มาตรการต่าง ๆ ในการกำกับดูแล ซึ่ง พรบ. ฉบับนี้ เป็นกลไกสำคัญในการวางระบบ เกี่ยวกับเรื่องของการขนส่งทางรางต่อไปนะครับ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้คณะกรรมการกลาง ที่มีความรอบด้านเข้ามารับผิดชอบ ซึ่ง พรบ. ฉบับนี้ให้ชื่อว่าเป็นคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง โดยมีการกำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจน ในมาตรา 11 ของ พรบ. ฉบับพรรคเพื่อไทยครับ ซึ่งจะเป็นบันไดขั้นแรก ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นได้ อย่างไรก็ตามครับคุณผู้ชมครับ ก็ขอย้ำว่าตนนี่ มีการสนับสนุนร่าง พรบ. ขนส่งทางรางทุกฉบับ ทั้งของรัฐบาลและของฝ่ายค้าน ให้ได้มีการพิจารณารับหลักการ และนำเข้าไปพิจารณาร่วมกันในชั้นกรรมาธิการ และมั่นใจว่า พรบ. ฉบับนี้ จะเป็นบันไดก้าวสำคัญ ในการยกระดับมาตรฐานการขนส่งทางราง ของประเทศไทย และให้ระบบรางเป็นบริการสาธารณะ ที่ปลอดภัยและมีราคาที่เหมาะสมอย่างแท้จริงนะครับ อีกท่านหนึ่งครับผู้ชมครับ ด้านของคุณปิยชาติ รุจิพรวศิน ครับ สส. จังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชนนะครับ ก็มีการกล่าวสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องของร่าง พรบ. ที่เสนอโดยคุณสุรเชษฐ์ เพราะว่ามีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรม และการพัฒนา ในเรื่องของการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อเกิดกิจการการขนส่งทางรางขึ้นในระดับประเทศ และในระดับภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัยในการเดินทาง โดย พรบ. ฉบับนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเปราะบาง สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็กอย่างเท่าเทียม ซึ่งในอนาคตหาก พรบ. ขนส่งทางรางฉบับนี้ผ่าน และหากเกิดอุบัติเหตุ และอุบัติการณ์ทางรางเกิดขึ้น ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่หรือว่าคณะกรรมการ จะสามารถใช้อำนาจในการสอบสวนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงยังมีผู้ตรวจการ จะมีอำนาจในการตรวจสอบเอกชน ได้ตามมาตรา 87 และมาตรา 94 ซึ่งต่างจากร่างกฎหมายฉบับพรรคเพื่อไทยนั่นเอง ดังนั้น จึงควรที่จะมีกฎหมายที่กำกับดูแลกิจการขนส่งทางราง เพื่อให้สามารถยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการขนส่ง ทางราง การบริหารจัดการการขนส่งทางรางอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับการพัฒนาการขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ให้เป็นเครือข่ายเดียวกันอย่างสมบูรณ์นะครับ ขณะเดียวกันครับ คุณผู้ชมครับ ทางด้านของ คุณทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชนนะครับ ก็มองนะครับคุณผู้ชมครับ ว่าร่างกฎหมายของพรรคประชาชน คงเป็นร่างเพื่อพิจารณาในวาระถัดไป ซึ่งไม่เพียงเพราะว่าร่างของ ครม. นั้น เป็นร่างเดิมที่เคยมีการแก้ไขไปแล้ว แต่ไม่ทันกรอบเวลาในการพิจารณา จึงเป็นอันตกไป หรือว่าไม่เพียงเพราะว่าร่างของพรรคเพื่อไทย อาจเป็นเพียงร่างส่งของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนะครับ แต่เพราะว่าร่างของพรรคประชาชนนั้น เป็นนายร่างที่ประนีประนอมเพื่อหาจุดร่วม และสงวนจุดต่างจากทุกฝ่าย ให้สามารถเกิดเป็นกฎหมาย เพื่อกำกับดูแลและควบคุมการขนส่งทางกลาง เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านการเดินทางและการขนส่งแก่ประชาชนส่วนรวมด้วย อย่างไรก็ตามนะครับ ตนก็จะรับหลักการในทุกร่าง เพื่อเดินหน้าไปสู่การทำให้ระบบขนส่งทางราง เป็นระบบที่อำนวยความสะดวก และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้คนทุกคนเปลี่ยนแปลงจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว หันมาใช้รถไฟ รถราง และขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้นแหละครับ พร้อมทั้งจะมีการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมระบบราง ที่สามารถจะไปสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนไทย เพื่อคนไทยที่เท่าเทียมกัน และเพื่อให้ประเทศไทยได้เท่าทันโลก ถัดมาอีกหนึ่ง สส. ที่ลุกขึ้นอภิปราย นั่นก็คือ สส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง จากจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยนะครับ เห็นด้วยกับร่างกฎหมายทุกฉบับ ส่วนเนื้อหาสาระ ต้องพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ ตนมีข้อกังวลในความหลายมาตราเลยทีเดียว ยกตัวอย่างหมวดที่ 1 ร่างกฎหมายของทางคณะรัฐมนตรี ที่มีการคำจำกัดความในมาตราที่ 3 ระบุว่าเจ้าของโครงการ หมายถึงหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการขนส่งทางราง แต่ในร่างกฎหมายของทางพรรคเพื่อไทย จำกัดความให้รวมถึงหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ที่ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการขนส่งทางราง หากนำไปประกอบกับมาตราที่ 32 ความแตกต่างของรัฐ ของการลงทุนของเอกชน จะเห็นได้ว่าในมาตราที่ 32 รัฐต้องเป็นเจ้าของนะครับ แต่ในร่างกฎหมายของทางพรรคเพื่อไทย หากมีกรณีข้อยกเว้น ก็หมายถึงให้เอกชนเข้าไปถือหุ้นด้วยได้ ดังนั้น ต้องมีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการทำกฎหมาย เพื่อให้นายทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต้องมีการทบทวนให้ดี เขียนกฎหมายอย่างระมัดระวัง และตนก็มองว่า เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง หากต้องการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน โดยทางพรรคภูมิใจไทย รู้สึกไม่สบายใจในหลักการดังกล่าวนะครับ เบื้องต้นเห็นด้วยกับความจำเป็น ที่จะต้องมีการร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางรางของประเทศไทย ดังนั้น ขอฝากไปยังคณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาเนื้อหาที่มีความแตกต่างกัน ระหว่างร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ โดยสามารถแก้ไขร่างกฎหมายให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุน รวมไปถึงความเห็นเดือดร้อนของประชาชน ในกรณีมีการเวนคืนหรือกระทบสิทธิต่าง ๆ ล่วงเกินสิทธิของประชาชน จึงขอให้คณะกรรมาธิการได้ไปพิจารณาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้นะครับ กาประชุมครั้งนี้ ไม่สามารถที่จะหาข้อสรุปได้ ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับใด เป็นร่างหลัก จึงให้วิปทุกฝ่ายไปหารือพูดคุยกัน และสัปดาห์หน้า จึงมาประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาข้อสรุปต่อไปครับ เดี๋ยวติดตามกันครับ คุณผู้ชมครับ เพราะว่ากรมการขนส่งทางราง ก็ถือว่าเป็นกรมน้องใหม่แล้วกันนะ เพราะว่ามีการแต่งตั้งขึ้นมาเมื่อประมาณปี 2562 นี่แหละครับคุณผู้ชมครับ ก็จะมีเกี่ยวกับเรื่องของการกำกับดูแลเกี่ยวกับเรื่องของทางราง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถไฟฟ้าต่าง ๆ ที่อยู่ภายในเมืองนี่แหละครับ เขาบอกว่าถ้าเกิดมี เกี่ยวกับเรื่องของร่างกฎหมายนี้ออกมาได้ ค่าโดยสารมันก็จะคุมกันได้ง่ายนะครับคุณผู้ชม (คุณวัฒนะ) นั่นแหละครับ แน่นอนครับ เรื่องของค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนนี่ หากเรานี่ สามารถที่จะ Save ลงได้นะ ประชาชนก็จะมีรอยยิ้ม เงินในกระเป๋าก็จะมากขึ้น ความรู้สึกว่า เอ๊ะ เราได้ใช้ขนส่งทาง รางปลอดภัย แล้วก็ประหยัดนี่ ก็จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ไปสอดคล้องกับนโยบายของพรรคเพื่อไทยด้วยนะ รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสายวัฒนะครับ รอติดตามกันครับคุณผู้ชมครับ ไปดูอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของการพิจารณาร่างรายงานนิรโทษกรรมครับ แน่นอนว่าตอนนี้ ผ่านการทางด้านของกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว ก็มีการพิจารณากันไปเสร็จสิ้นแล้วนะ ตอนนี้ก็กำลังรอเข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรครับ แต่ตอนนี้ ก็ยังไม่มีการระบุลงไป กำหนดลงไปว่าวาระนี้จะเข้าไปสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อไหร่ มีการพูดถึงเกี่ยวกับอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของคดีตากใบครับคุณผู้ชมครับ แน่นอนว่าจะสิ้นอายุความคดี ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้แล้วด้วย ไปดูกันดีกว่าครับคุณผู้ชมครับ กับคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ครับ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ มีการกล่าวถึงร่างรายงาน พิจารณาศึกษาการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ซึ่งกรรมาธิการมีการพิจารณาเสร็จแล้วนะครับ ขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนนะครับ ว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อใด ว่ารายงานดังกล่าวนั้น ได้ผ่านชั้นกรรมาธิการแล้ว ซึ่งก็มีตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอยู่ในกรรมาธิการ ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยนะครับ ที่จะต้องมาพูดคุยกันในเรื่องเนื้อหาอีก เพราะว่าผ่านการพิจารณาร่วมกันมาแล้ว ส่วนสำคัญ ก็คือเรื่องของร่างแรงงานดังกล่าวครับ เป็นเพียงผลการศึกษา ที่ทำให้สังคมและสภาเห็นทางเลือก และทางออกของความขัดแย้ง หรือการเยียวยาประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมืองที่ผ่านมา ดังนั้น เห็นว่าควรรีบเร่งพิจารณาร่างรายงาน ให้ผ่านสภาไปโดยเร็วครับ คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ที่สภาจะไม่รับหรือไม่ผ่านร่างรายงานฉบับนี้ ส่วนท่าทีของพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาธิปัตย์ ที่อาจจะไม่รับร่างรายงานฉบับนี้นะครับ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็บอกนะครับ ว่าเล่มรายงานนี้ เป็นเพียงแค่ผลการศึกษาครับ ที่เปิดให้สังคมได้เห็นทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด ดังนั้น จึงไม่เห็นเหตุผลใด ที่พรรคการเมืองจะไม่ผ่านร่างรายงานฉบับนี้ หากจะมีการโหวตคว่ำร่างรายงาน มองว่าเป็นการแกล้งกลัว… เกรงกลัวบางเรื่องมากเกินไปนะครับ ส่วนกรณีที่จะไม่รับร่าง เพราะว่าเกี่ยวข้องกับมาตรา 112 นั้นนะครับ ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงนะครับ ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่มีการถูกดำเนินคดีในทุกคดี ล้วนเป็นประวัติศาสตร์ ที่ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมืองทั้งสิ้น ทั้งนี้พรรคประชาชน จะเดินหน้าผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างไรนั้นนะครับ คุณณัฐพงษ์ก็บอกนะครับ ว่าพรรคประชาชนจะดำเนินการในสิ่งที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอดครับ ทั้งการผลักดันกฎหมายในฐานะของฝ่ายค้าน แล้วก็จะทำทุกอย่างในกระบวนการนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ ส่วนกฎหมายจะผ่านหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับฝั่งรัฐบาลด้วยเช่นเดียวกันครับ อย่างไรก็ตามครับ พรรคประชาชนเอง ก็จะเดินหน้าผลักดันเกี่ยวกับเรื่องนี้ส่วนอีกเรื่องหนึ่งครับ คุณผู้ชมครับ คดีตากใบครับ ที่ตอนนี้จะหมดอายุความในช่วงของสัปดาห์หน้าแล้วนะครับ 25 ตุลาคม ซึ่งทางด้านของ พลเอก พิศาล วัฒนวงษ์คีรี ครับ หนึ่งในจำเลยคดีตากใบ ตอนนี้ก็ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อ 14 ตุลาคมที่ผ่านมานี่เอง ในส่วนของพลเอก พิศาล สถานะความเป็นหรือไม่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานะความเป็นจำเลย ที่กำลังถูกดำเนินคดีดังกล่าวนะครับ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องติดตามตัวจำเลยที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ไม่ว่าจำเลยคนนั้น จะอยู่ในสถานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ก็ตาม รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบ ในการติดตามจำเลยมาดำเนินคดีได้ ทั้งนี้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องถือว่าคดีตากใบ ได้สร้างบาดแผลให้กับประชาชน พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างมากเลยทีเดียวนะครับ ดังนั้น ความเป็นสมาชิก หรือไม่เป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต้องถูกดำเนินคดี และก็หากพลเอก พิศาล จะมาให้ปากคำภายหลังจากที่อาการป่วยทุเลาลง ซึ่งก็มีการตั้งคำถามว่า อาจจะเข้ามาให้ปากคำ หลังจากที่คดีความนี่ หมดอายุความไปแล้วนั้น เชื่อว่าสังคมจะมีการตั้งคำถาม แน่นอนนะครับ ในลักษณะที่มีความพยายามหลบหนีหรือไม่ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริง รัฐบาลจะยิ่งสูญเสียความน่าเชื่อมั่นต่อพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งพรรคฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ตีแผ่ความจริงเรื่องนี้ อย่างเข้มข้นต่อไปครับ อย่างไรก็ตาม ก็มองว่าขณะนี้ รัฐบาลยังมีเวลาทำหน้าที่ติดตาม จำเลยมาดำเนินคดีอย่างเต็มที่นั่นเองนะครับ มีเสียงช่วงนี้ครับคุณผู้ชมครับ ลองไปฟังกันดูครับ (คุณณัฐพงษ์) ส่วนของคุณพิศาลเอง ต้องอย่าลืมว่าสถานะความเป็นสมาชิก ของพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับสถานะความเป็นจำเลยนะครับ ที่เขากำลังถูกดำเนินคดีในคดีตากใบ ดังนั้น ยังคงเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะติดตามตัวจำเลยที่หลบหนี อยู่ในต่างประเทศ ไม่ว่าจำเลยคนคนนั้น จะอยู่ในสถานะเป็นสมาชิก หรือไม่เป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทยก็ตาม ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบของรัฐบาลได้ ในการติดตามตัวจำเลย กลับเข้ามาดำเนินคดี ซึ่งเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาล ที่มีต่อประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศ รวมถึงประชาชน ที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้นะครับ เพราะว่าเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เพื่อเยียวยาบาดแผลนะครับ แล้วที่เป็นคดีที่สร้างบาดแผลลึกให้กับพ่อแม่พี่น้อง ในจังหวัดชายแดนใต้ครับ (คุณวัฒนะ) ไปกันที่อีกหนึ่งมุมมองของพรรคการเมืองนะครับ อย่างพรรคประชาชาติ ได้ออกมาพูดถึงการสลายที่ตากใบ เป็นคดีความนี่นะครับ แล้วก็จะหมดอายุความ 25 ตุลาคมนี้ ก็มีความเคลื่อนไหวของโฆษกจากพรรคประชาชาติ มาพร้อมกับ สส. พรรคประชาชาติแหละครับ อยากจะให้อธิบายข้อมูลต่าง ๆ ให้กับสังคม ได้รับทราบที่เกี่ยวข้องกับคดีเรื่องของตากใบนี่แหละครับ ล่าสุดนะครับ คุณต่วนอิสกันดาร์ ดาโต๊ะมูลียอ โฆษกจากพรรคประชาชาติ ก็มาพร้อมกับ สส. ของพรรคในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการสลายการชุมนุมที่ตากใบ จังหวัดนราธิวาส ระบุถึงความห่วงใย การแสดงจุดยืนในฐานะของพรรคการเมือง ที่มี สส. จำนวนมากที่สุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ โดยคุณต่วนอิสกันดาร์ ได้กล่าวเพิ่มเติมแบบนี้นะครับ พรรคประชาชาติมีหัวใจที่หนักแน่น เรียกร้องความยุติธรรมให้กับประชาชน ผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตทั้ง 85 ราย และทุพพลภาพ 51 ราย ตลอดจนผู้ถูกควบคุมตัวทั้งสิ้น 1,280 ราย จากเหตุการณ์การสลายการชุมนุม หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส ย้อนไปเมื่อ 25 ตุลาคม ปี 2547 นะครับ ทั้งนี้พรรคประชาชาติ ขอเน้นย้ำว่าจะเป็นกำลังขับเคลื่อนทั้งในเวทีของรัฐสภา การใช้อำนาจบริหารเรียกร้องถึงกระบวนการยุติธรรม ด้วยศักยภาพและความสามารถจนถึงที่สุด พร้อมขอให้จำเลยและผู้ต้องหาทุกคน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสังคมต่อไป ถัดมาคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นะครับ สส. จังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวว่าขณะนี้ เหลือเวลาอีกประมาณ 9 วัน คดีจะสิ้นสุดอายุความ ที่ผ่านมาพรรคประชาชาติไม่ได้ละเลย ทอดทิ้งประเด็นดังกล่าว มีการติดตามผ่านกระบวนการยุติธรรม และพิจารณาคดีมาโดยตลอด ทั้งนี้ทราบว่าเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมนะครับ ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้มีนัดสอบคำให้การจำเลย แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดเดินทางไปศาลแม้แต่คนเดียว ซึ่งทางศาลนราธิวาสเอง ยังไม่ได้ดำเนินการจำหน่ายคดีออกจากศาลระบบ และยังมีการนัดสอบปากคำจำเลยต่าง ๆ อีกครั้ง ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้แหละครับ โดยรายงานของกระบวนการพิจารณาคดีของศาล ได้ให้มีหนังสือสอบถาม ความคืบหน้าต่าง ๆ ของการปฏิบัติตาม การพูดถึงการหมายจับที่หน่วยงานต่าง ๆ มีคำสั่งให้ปฏิบัติตามหมายจับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าศาลต้องการให้กระบวนการยุติธรรม เดินหน้าต่อไป แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ โดยอายุความของคดีดังกล่าว ยังสิ้นสุดวันที่ 25 ตุลาคมนี้แหละครับ ทั้งนี้ทางพรรคประชาชาติจึงขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไปแถลงความคืบหน้าต่าง ๆ ว่าหลังจากที่คณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกมาสอบถามตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ มีความคืบหน้าในการจับกุมจำเลย ผู้ต้องหาไปถึงขั้นตอนใดแล้ว มีความคืบหน้าอย่างไร เพื่อให้ทางสังคมได้รับทราบ รับรู้ข้อมูลต่าง ๆ อีกทั้งขอเรียกร้อง อย่านำประเด็นที่คดีใกล้จะหมดอายุความ ไปโยนความผิดให้กับประชาชนที่เรียกร้องความยุติธรรมในขณะนี้ด้วยเช่นกัน ปิดท้าย สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ยังได้กล่าวเพิ่มเติม สำหรับพรรคประชาชาติมีความห่วงใย ในฐานะที่อยู่ในพื้นที่ ต้องการให้กระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งนำตัวจำเลย ผู้ต้องหา ยังมีโอกาสในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง แม้ว่าศาลจะประทับรับฟ้องไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะตกเป็นผู้กระทำความผิดในทันทีแต่อย่างใด และตนเองไม่ต้องการให้คดีนี้เป็นเงื่อนไขไปก่อความไม่สงบในพื้นที่ ขอย้ำว่าพรรคประชาชาติเป็นห่วงสถานการณ์ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคตต่อไปด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) คุณผู้ชมครับ ไปดูอีกเรื่องหนึ่ง แน่นอนว่าหลาย ๆ คนติดตามกัน บรรดาบอส ๆ ทั้งหลายนี่นะครับ เมื่อวานที่ผ่านมาก็เดินทางเข้าไปมอบตัวตามหมายจับ ครบทั้ง 18 แล้วนะ เรื่องนี้เองครับคุณผู้ชมครับ ในส่วนของรัฐสภา ก็มีคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินครับ เขาเตรียมแล้วนะครับ ที่จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั่นแหละครับ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของ The iCon นี้สักหน่อยหนึ่ง สัปดาห์หน้านี้แล้วนะครับ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่าครับคุณผู้ชมครับ ว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไรกันนะครับ เรื่องนี้เองมีการเปิดเผยกับคุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ สส. จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ปปง. ครับ พร้อมกับคณะ มีการแถลงข่าว ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ ที่มีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของกรณีธุรกิจ The iCon ที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากมีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก คณะกรรมาธิการนะครับ มีการติดตามอย่างต่อเนื่องครับ โดยเริ่มตั้งแต่ในสัปดาห์หน้าครับ จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือว่า ปปง. ตำรวจสอบสวนกลาง ผู้ที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนดารานักแสดงต่าง ๆ รวมถึงผู้บริหารของบริษัท The iCon ด้วยนั่นเองนะครับ หากมีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการนี่ ยังไม่เสร็จสิ้นในครั้งที่ 1-3 ก็จะมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาติดตามเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ อยากจะให้ประชาชนได้สบายใจว่าคณะกรรมาธิการจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วก็ติดตามคดีให้ถึงที่สุด คือ การส่งฟ้องไปที่ศาล หรือว่าประชาชนที่ได้รับความเสียหายจะได้รับความเป็นธรรม ได้รับการเยียวยา แล้วก็คาดหวังว่าคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ จะมีการตั้งขึ้นมา จะสามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ภายหลังที่เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจในท้องที่ แล้วก็ได้เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้มีการติดตามคดี มีการแลกเปลี่ยนให้ข้อมูลกันด้วยนะครับ คุณเลิศศักดิ์ยังมีการบอกอีกนะครับ ว่าคณะนี้กรรมาธิการได้มีการออกหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็บุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วนะครับ โดยคณะกรรมาธิการเองจะมีการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติขายตรงและการตลาดแบบตรง ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติกำหนดการกู้เงิน กู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งการกระทำของธุรกิจ The iCon นี่แหละครับ… The iCon นี่แหละครับคุณผู้ชมครับ เข้าข่ายกระทำความผิดอย่างแน่นอนนั่นเองนะครับ ส่วนของการทำงานของ ปปง. ในการตรวจอายัดทรัพย์นั้นนะครับ ก็จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของความไม่ต้องกังวล ว่า ปปง. จะยึดอายัดทรัพย์ได้ไม่ครบถ้วน เพราะว่าขณะนี้รู้เส้นทางการเงินชัด แล้วเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นนะครับ ใครจะเอาเงินไปไว้ตรงไหน อย่างไรก็ตาม ปปง. นี่ รู้หมด ไม่ต้องกังวล เพียงแต่ว่ารอให้ ปปง. ดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนหน้าที่ของกรรมาธิการ คือ มีหน้าที่ติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีคลิปเสียงที่มีบุคคลภายนอกจะเข้ามามีอำนาจในการ Lobby กรรมาธิการนั้นนะครับ คุณเลิศศักดิ์ก็ยืนยันนะครับว่าไม่มีอย่างแน่นอนนะครับ เพราะว่าคณะกรรมาธิการแต่ละคนนี่ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แล้วผ่านการคัดเลือกมาอย่างรอบคอบ ยืนยันว่าไม่มีการเจรจาทั้งสิ้นนะครับ ประกอบกับคลิปดังกล่าวตามข่าวที่ปรากฏนั้นเป็นคลิปในอดีต ไม่ใช่คลิปในปัจจุบันนะครับ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการชุดใด จึงขอให้ความเป็นธรรมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันด้วยนั่นเองนะครับ มีเสียงของคุณเลิศศักดิ์ครับคุณผู้ชม ไปฟังกันดูครับ (คุณเลิศศักดิ์) คือ อย่างนี้นะครับ พอหลังจากที่แนวทางเรา ก็คือตั้งคณะอนุฯ อันนี้คือแนวทางของกรรมาธิการนะครับ ว่าจะพิจารณาในเบื้องต้น หลังจากนั้นนี่ไม่จบแน่นะครับ ไม่จบแน่ ก็ตั้งคณะอนุฯ ขึ้นมา และอนุฯ นี่ ข้อดี ก็คือเราสามารถเชิญบุคคลภายนอกที่มีความรู้ แล้วก็มีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องที่เราจะพิจารณากันนี่ เข้ามาเป็นคณะอนุกรรมาธิการ รวมถึงแต่งตั้งที่ปรึกษาได้อีกนะครับ อันนี่ก็จะดำเนินการไป ไอ้การเชิญบุคคลต่าง ๆ ต้องเชิญจนกระทั่งได้ข้อมูลข้อเท็จจริงครบทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้น ได้เชิญแน่นอนครับ คนที่เป็น Influencer ดารานะครับ แล้วที่สำคัญนี่ อันสุดท้ายที่สำคัญ เมื่อสักครู่ที่ถามนี่ ว่า แล้ว ปปง. เขาอายัดน่ะ มันน้อยเกินไป ไม่ต้องกังวลหรอกครับ เพราะตอนนี้เส้นทางการเงินมันชัดแล้ว มันเปลี่ยนไม่ได้แล้ว นะครับ เพราะฉะนั้น เอาเงินไปไว้ตรงไหน อะไรอย่างไรนี่ ปปง. เขารู้หมดนะครับ ไม่ต้องกังวลตรงนั้น (คุณวัฒนะ) ไปกันที่ 1 คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร นั่นก็คือกรรมาธิการ ปปช. นะครับคุณผู้ชม ได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบแล้วก็ติดตามประเด็นปัญหาเรื่องของรถบัสไฟไหม้ มีนักเรียนเสียชีวิต มีคุณครูเสียชีวิตรวม 23 รายนะครับ เมื่อวานนี้ได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเรื่องของการตรวจสภาพรถ และมีการพูดถึงการป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นซ้ำซ้อนในอนาคตด้วยแหละครับ ไปดูการทำหน้าที่ของกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร มีคุณฉลาด ขามช่วง เป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้แหละครับ ได้พิจารณาเรื่องขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล หรือการปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา ของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี และมีการเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคุณเสกสม อัครพันธ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม มีพันตำรวจเอก กานตภณ วรรณา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคูคต จังหวัดปทุมธานี ถัดมา พันตำรวจตรี กันตศักดิ์ คงประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ. คูคต จังหวัดปทุมธานีเช่นกัน และก็มีคุณอานันท์ เสาวมาลย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขาพญาสังฆาราม ได้เข้าร่วมชี้แจงข้อมูลกับทางคณะกรรมาธิการด้วย โดยกรรมาธิการนะครับ ได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางการเลือกรถบัสต่าง ๆ ในการเดินทางไปทัศนศึกษาของโรงเรียน ว่ามีการพิจารณาองค์ประกอบใดบ้าง มีการตรวจสอบสภาพรถคันที่เกิดเหตุว่ามีการปล่อยปละละเลยเรื่องความปลอดภัยหรือไม่อย่างไร มีการดัดแปลง การเปลี่ยนสภาพรถ จากการใช้น้ำมันมาเป็นก๊าซ NGV มีการอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ผ่านการรับรองจากวิศวกรของกรมการขนส่งทางบกหรือไม่ ซึ่งประเด็นการเลือกรถบัสนั้น คุณอานันท์กล่าวแบบนี้นะครับ สาเหตุที่ทางโรงเรียนได้เลือกมาใช้บริษัทรถบัสคันที่เกิดเหตุ เนื่องจากบริษัทได้รับความนิยมแพร่หลายในจังหวัดอุทัยธานี มีทั้งองค์กรด้านการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้ในการเดินทางทัศนศึกษา ทัศนาจรอย่างสม่ำเสมอ โรงเรียนได้มีการติดตามลักษณะทางกายภาพของรถ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ แต่ไม่ได้ศึกษารายละเอียดเรื่องข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวข้องกับตัวรถ ว่ามีการดัดแปลงหรือไม่อย่างไร ส่วนประเด็นเรื่องของการตรวจสภาพรถนะครับ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกยังได้กล่าวย้ำ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสดังกล่าว กรมการขนส่งทางบกได้ย้ายเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสภาพรถบัสคันที่เกิดเหตุ ให้มาปฏิบัติราชการ ณ กรมการขนส่งทางบก จากนั้นมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เกิดเหตุการณ์ของกรมการขนส่งทางบกนี่นะครับ ได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยพักใช้ใบอนุญาตขับรถ ใบประกอบการของบริษัททัวร์ รวมทั้งมีการตรวจสอบบริษัทที่ดำเนินการติดตั้งก๊าซเพิ่มเติมให้กับบริษัททัวร์ด้วย นอกจากนี้นะครับ ยืนยันว่าในการตรวจสภาพรถโดยสารไม่ประจำทาง กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตรวจสอบ 2 ครั้งต่อปี โดยครั้งแรก คือ การตรวจสอบก่อนการต่อภาษีประจำปี และครั้งที่ 2 ถัดมา ตรวจสอบหลังจากต่อภาษีไปแล้ว 6 เดือน อีกทั้งมีการตรวจสอบความปลอดภัยของรถต่าง ๆ ยกตัวอย่าง ประตูฉุกเฉิน ค้อนทุบกระจก และถังดับเพลิงด้วย ถัดมา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกยังได้กล่าวเพิ่มเติม ว่ากระทรวงคมนาคมได้ออมาตรการหลังจากเกิดอุบัติเหตุ โดยเรียกรถกลับมานะครับ รถที่ใช้ก๊าซทั้งหมด 13,000 คันทั่วประเทศ ประกอบไปด้วย รถบัส รถตู้ รถมินิบัส เข้ามาตรวจสอบความปลอดภัย หากไม่ผ่านมาตรฐานจะพ่นสี “ห้ามใช้” ที่ตัวถังรถ พร้อมกับมีการตรวจสอบร่องรอยต่าง ๆ ของการติดตั้งถังก๊าซ การบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานด้วยเช่นกัน นอกจากนี้จะมีการตั้งทีมติดตามการเฝ้าระวังความสุ่มเสี่ยง ให้เร่งปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนดไว้ หากไม่ดำเนินการจะพักใช้รถนะครับ ถัดมา จะเพิกถอนใบอนุญาตรถต่อไป ส่วนแนวทางระยะยาวจะออกกฎหมาย ให้ผู้ที่มีรถประจำทางต้องได้รับการฝึกอบรม มีการทดสอบการเผชิญเหตุ การช่วยเหลือผู้โดยสารเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามนะครับ หลังจากที่มีการรับฟังคำชี้แจงแล้ว ทางคณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอไปยังกรมการขนส่งทางบก โดยมีการขอเอกสารประกอบการตรวจสภาพรถบัสคันที่เกิดเหตุเพิ่มเติม ส่งมายังคณะกรรมาธิการ พร้อมกับเน้นย้ำไปยังกรมการขนส่งทางบก ให้ไปกำชับบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ให้เข้มงวด ไม่ละเลยเรื่องความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคตครับ (คุณณัฐภัทรพล) ไปดูอีกเรื่องหนึ่งครับคุณผู้ชมครับ เรื่องของเงิน เรื่องของทองนี่ โอ้โห คุณผู้ชมครับ แน่นอนว่าการโกงกันนี่ เราก็เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ครั้งนี้เขาไปโกงกันถึงที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกันเลยทีเดียวนะคุณวัฒนะครับ เรื่องนี้ คดีนี้ เขาบอกว่าเกิดขึ้นมาต่อเนื่องเลยนะครับคุณผู้ชมครับ ตั้งแต่ปี 2549 ยาวมากระทั่งปี 2566 นี่นะครับ โดยตอนนี้คนที่เขาทำการฉ้อโกงนี่ ถูกไล่ออกไปแล้วครับ เรื่องนี้เอง คดีนี่มันไม่มีความคืบหน้าครับคุณผู้ชมครับ ก็เลยมายื่นหนังสือร้องเรียน โดยทางด้านของตัวแทนของกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ที่จังหวัดกาฬสินธุ์นี่แหละครับ ต่อทางด้านของคณะกรรมาธิการในรัฐสภานี่แหละครับ ไปดูกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ กับคุณธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ รองประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับคณะนะครับ รับยื่นหนังสือจากนายจุฬา ศรีบุตตะ ผู้แทนสหกรณ์ครู จังหวัดกาฬสินธุ์ครับ เพื่อที่จะขอให้มีการตรวจสอบหน่อย เกี่ยวกับเรื่องของคดีโกงสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จังหวัดกาฬสินธุ์ครับ เหตุการณ์นี้เขาบอกเกิดมาตั้งแต่ปี 2549 ครับ ซึ่งเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์และก็เจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์ครู จังหวัดกาฬสินธุ์ ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องในการจัดซื้อจัดจ้าง นอกจากนั้น ในช่วงระหว่างปี 2561-2566 ครับ คุณผู้ชมครับ เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่คนเดิมทั้ง 2 คนนี่แหละครับ เขาใช้ความเชี่ยวชาญ ชำนาญเกี่ยวกับเรื่องของคอมพิวเตอร์ ในการสวมสิทธิสมาชิกสหกรณ์เพื่อกู้เงินฉุกเฉิน กู้ไปรายละ 300,000 บาท และอนุมัติเงินกู้ให้แก่ตนเองด้วยนะครับ พร้อมทั้งมีการทำงบการเงินอันเป็นเท็จ เพื่อปกปิดความผิดมาเป็นระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมานี้ ก็เป็นการก่อเหตุจำนวนนี่ 6 ปี เขาก่อเหตุไป 260 ครั้งเลยนะคุณวัฒนะ เยอะไหมครับ 6 ปี 260 ครั้ง (คุณวัฒนะ) ไม่สามารถตรวจสอบเจอ มาเจอผ่านไปแล้ว 6 ปีนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ครับ โดยจากการตรวจสอบนี่คุณผู้ชมครับ ตรวจสอบทั้งเอกสาร ทั้งหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องของบัญชี ก็พบว่าผู้กระทำผิด กระทำผิดจริง รวมทั้งสิ้น ตรวจสอบได้จำนวน โอ้โห 6 ปี คุณวัฒนะครับ 260 ครั้ง จำนวนเงิน 74 ล้านบาท (คุณวัฒนะ) โอ้โห แทบตกเก้าอี้เลยนะครับ ผมเป็นผู้บริหารของสหกรณ์นี่ จะทำตัวอย่างไรครับนี่ (คุณณัฐภัทรพล) เอามือก่ายหัวเลยอย่างนั้นนะครับ ทั้งนี้ครับ ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จังหวัดกาฬสินธุ์ จำกัด มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อ 25 สิงหาคม ปีที่ผ่านมาครับ ก็คือ 2566 ให้ลงโทษทางวินัย ไล่ออกเจ้าหน้าที่ผู้กระทำความผิด พร้อมทั้งให้มีการดำเนินคดี แล้วก็มอบอำนาจผู้แทนสหกรณ์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ครับ เพื่อดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับผู้กระทำความผิดอย่างถึงที่สุด ในฐานะความผิด เป็นเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ดูแลระบบจ่ายเงินกู้สามัญ เงินกู้ฉุกเฉินในระบบคอมพิวเตอร์ แล้วกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ เป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย แต่คดียังไม่มีความคืบหน้าเลยครับ ดังนั้น จึงอยากจะให้ทางด้านของคณะกรรมาธิการมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบคดีดังกล่าวหน่อย โดยมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ แน่นอนว่าต้องเป็นทางด้านของอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และสหกรณ์จังหวัด เข้าร่วมประชุมชี้แจงกรณีดังกล่าวด้วยนะครับ เพื่อที่จะให้เกิดสภาพคล่องของสหกรณ์ ในการให้ความช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ให้ได้มากขึ้น ด้านของคุณธีรัจชัยครับคุณผู้ชมครับ ก็มีการบอกว่าคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรสมัยที่แล้ว ก็คือในชุดที่ 25 นี่แหละครับ ได้รับคำร้องในทำนองเดียวกัน ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการส่งผลการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งก็ได้มีการดำเนินการคดีนี่ไปบ้างแล้วนะครับ จึงจะมีการรับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมาธิการ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไปอีกนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ไปกันที่เรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดพัทลุงนะครับ ล่าสุด สส. สุพัชรี ธรรมเพชร จากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงนี่ ได้มีการพูดถึง 2 หน่วยงาน ก็คือในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ไปช่วยเหลือนะครับ เรื่องของสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ หลังจากที่ดำเนินการแล้วก็ทำให้เกิดวิกฤตในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ไปติดตามประเด็นปัญหาดังกล่าวนี้ด้วยกันนะครับ ล่าสุด สส. สุพัชรี ธรรมเพชร สส. พัทลุง จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการขอเพิ่มราคาผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนนะครับ ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ บอกว่าจากการที่ตนเองได้รับการเรียกร้องนะครับ จากประชาชน ตนเองจึงเรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้ดูแลราคาน้ำมันนมดิบนะครับ ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงนม และรัฐบาลได้เพิ่มราคาน้ำนมดิบ จากราคากิโลกรัมละ 20 บาท เป็นกิโลกรัมละ 22.75 บาท ปัจจุบันยังมีเกษตรกรโคนมทั่วประเทศ ทั้ง 24 แห่ง ได้มาร้องเรียนที่ตนเอง เพื่อขอเพิ่มราคาผลิตภัณฑ์นมโรงเรียน ปัจจุบันรัฐบาลได้ตั้งราคาผลิตภัณฑ์นมถุงไว้ที่ 6.89 บาท นมกล่อง UHT 8.13 บาท ถัดมา สส. สุพัชรีนะครับ ยังได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางสหกรณ์มีการดำเนินการขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาหลายปี โดยเฉพาะสหกรณ์โคนม จังหวัดพัทลุง ดูแลการผลิตนมโรงเรียนในภาคใต้ หลายจังหวัดเลยทีเดียว ที่ผ่านมาขาดทุนเป็นเงินกว่า 28 ล้านบาทนะครับ ซึ่งทางสหกรณ์เองมีการเรียกประชุมสหกรณ์ทั่วประเทศ มีมติขอให้รัฐบาลเพิ่มราคาผลิตภัณฑ์นมโรงเรียน หน่วยละ 46 สตางค์ ซึ่งจากข้อเรียกร้องดังกล่าว ตนอยากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงกระทรวงพาณิชย์ และทางรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโคนมทั่วประเทศโดยด่วน เพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตนมโรงเรียนให้กับลูกหลานคนไทยได้อย่างต่อเนื่องต่อไปด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) คุณผู้ชมครับ ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งใหญ่ที่สหรัฐอเมริกาจะยังมาไม่ถึงนะครับ รอไปก่อน 5 พฤศจิกายน แต่เขามีการเลือกตั้งล่วงหน้ากันแล้วครับผู้ชม ในรัฐจอร์เจีย แน่นอนว่าเขามีเกี่ยวกับเรื่องของตัวเลขออกมาคุณวัฒนะ ว่ามีผู้ออกมาใช้สิทธิสูงเป็นประวัติการณ์เลย เดี๋ยวไปติดตามกับคุณกิตติครับ เป็นอย่างไรครับ (คุณกิตติ) รัฐนี้เป็น Swing State ครับ เพราะฉะนั้น มันขึ้นอยู่กับใครจะชนะด้วย และที่สำคัญ คือ เวลาไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนี่ เขาไปเลือกตัวแทนที่จะไปเลือกอีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้น ตรงนี้แหละ เขต… รัฐจอร์เจียนี่ มีคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมด 16 เสียงนะ เพราะฉะนั้น สำคัญ มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมาก แล้วงวดนี้แปลก ๆ เพราะว่ามีคนไปใช้สิทธิล่วงหน้า สงสัยจะทำงานต่างรัฐเยอะ ไปใช้สิทธิล่วงหน้ากันเยอะ 250,000 เลยนะครับ เพราะฉะนั้น เขาเริ่มลงคะแนนเสียงล่วงหน้ามาตั้งแต่วันที่ 15 แล้ว 2 วันแล้ว เดี๋ยวไปติดตามกันในช่วงท้าย ข่าวต่างประเทศครับ (คุณวัฒนะ) ครับ ช่วงนี้ไปพักกันก่อนสักครู่นะครับ ช่วงหน้า คุณกิตติ เสรีประยูร กับข่าวต่างประเทศครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณกิตติ) ติดตามความเคลื่อนไหวต่างประเทศนะครับ ยิ่งใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีครับ ตอนนี้เกินครึ่งทาง โค้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้วครับ ไม่เกิน 2 สัปดาห์จากนี้ ต้องบอกว่าหายใจลดต้นคอ ตามโพลต่าง ๆ นะครับ บางที่กมลา ชนะ บางที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะ ต้องดูกันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐ Swing State อย่างจอร์เจียครับ เขาเปิดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากเป็นประวัติการณ์ครับ โดย นายเกเบรียล สเตอร์ลิง ครับ รองผู้อำนวยการการเลือกตั้งของรัฐจอร์เจียครับ เขาออกมาเปิดเผยครับ ว่าข้อมูลเบื้องต้นจากคณะกรรมการการเลือกตั้งของรัฐจอร์เจียนี่แหละครับ ซึ่งเปิดให้มีการใช้สิทธิล่วงหน้าสำหรับการลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดี ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ระหว่างกมลา แฮร์ริส ครับ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จากพรรคเดโมแครต กับโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรคริพับลิกัน มีผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้าแล้ว อย่างน้อย 252,000 คนแล้วนะครับ เมื่อนับจนถึงเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณตี 3 ของวันพุธตามเวลาของไทยครับ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จากจำนวน 136,000 คน ในวันแรกของการเลือกตั้งประธานาธิบดีล่วงหน้า เมื่อปี 2563 ซึ่งจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าพุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ ปัจจุบัน การใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นที่นิยมมากขึ้นในสหรัฐฯ ครับ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยฟลอริดาเปิดเผยครับ ว่า เกือบ 1 ใน 7 ของผู้ลงคะแนนเลือกตั้งชาวอเมริกัน เมื่อปี 2563 เลือกที่จะใช้สิทธิล่วงหน้าครับ 7 คน ไปเลือกตั้งล่วงหน้า 1 คนครับ ไม่ว่าจะเป็นการลงคะแนนผ่านทางไปรษณีย์ หรือการเข้าคูหาด้วยตัวเอง ขณะที่สถิติการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าของชาวอเมริกันในปีนี้ สะสมอยู่ที่ราว 55 ล้านคนแล้วครับ ทั้งนี้ จอร์เจีย ซึ่งเปิดให้มีการใช้สิทธิล่วงหน้าระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายนนี้ มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมด 16 เสียง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Swing State ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีแทบทุกสมัยครับ โดย โจ ไบเดน ประธานาธิบดี จากเดโมแครต คนปัจจุบันนี้แหละครับ ชนะเลือกตั้งในรัฐนี้ เมื่อปี 2563 แล้วก็โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ก็คว้าชัยชนะรัฐนี้เหมือนกัน แต่ย้อนกลับไปอีก 4 ปีครับ ในปี 2559 ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการการเลือกตั้ง ระบุครับ ว่าในปีนี้ชาวอเมริกันใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว ประมาณ 55 ล้านคนทั่วประเทศ ขณะที่ในปี 2563 มีผู้ลงคะ แนนเลือกตั้งล่วงหน้า ประมาณ 27 ล้านคน ในช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลือกตั้งที่แออัดครับ อันนี้ไม่แปลกครับ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงระบาดของโควิด-19 จอร์เจียกับอีกบางรัฐครับ เช่น นอร์ทแคโรไลนา เพิ่มความเข้มงวดในการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้วครับ โดยกำหนดให้ผู้ที่ต้องการลงคะแนนล่วงหน้า ต้องแสดงหลักฐานยืนยันตัวตน แล้วก็จำกัดจำนวนสถานที่ที่สามารถลง ส่งบัตรคะแนนได้ครับ เนื่องจากว่ารัฐนี้เขามีปัญหาในเรื่องของความโปร่งใสในเรื่องของการส่งบัตรไปรษณีย์ลงคะแนนล่วงหน้า แล้วก็การเปิดหีบบัตรไปรษณีย์นั่นเองนะครับ ก็ต้องเข้มงวดมากขึ้นครับ ไปที่การเมืองของญี่ปุ่นกันบ้างครับ การเลือกตั้ง สส. หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นในคราวนี้ครับ มีผู้สมัครที่เป็นสตรีมากขึ้นครับ เป็นเรื่องน่ายินดีนะครับ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นครับ ว่าสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของญี่ปุ่นออกมารายงานครับ เกี่ยวกับจำนวนผู้สมัคร 1,344 คนครับ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ เป็นผู้สมัครหญิง ถึงจำนวน 314 คน คิดเป็นสัดส่วนถึง 23.36 เปอร์เซ็นต์ มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ครับ แม้หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการมีผู้สมัครหญิงร่วมชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ มากสุดเป็นประวัติการณ์ ก็มาจากการรณรงค์ของนายกรัฐมนตรี ชิเงรุ อิชิบะ อย่างไรก็ตามครับ คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นชุดปัจจุบัน 20 ตำแหน่ง รวมอิชิบะไปแล้วนะครับ มีรัฐมนตรีหญิงอยู่เพียง 2 คนเท่านั้นครับ ทั้งนี้ อิชิบะก็กำหนดเป้าหมายนะครับ ให้สัดส่วนผู้รับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้หญิง 35 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 18 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี 2560 ตอนนี้ 23.36 นะครับ ยังไม่ถึงเป้าที่วางไว้ แต่เรียกว่าเป็นแนวโน้มที่ดีครับ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกครับ อยากจะมีผู้นำหญิง อยากจะมีสิทธิ มีเสียง มีสตรีในการเป็นกระบอกเสียงของประชาชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเพศไหน ไม่ว่าจะเป็นอะไร ทุกคนล้วนทำงานเพื่อประชาชนได้ บ้านเรามีนายกหญิง 2 ท่านแล้วนะครับ คุณยิ่งลักษณ์ หนึ่งในนั้น คนที่ 2 คือ นายกปัจจุบัน คุณแพทองธาร ชินวัตร นะครับ ต้องบอกว่าบ้านเราล้ำหน้าญี่ปุ่นไปนิดหนึ่งนะ ญี่ปุ่นยังไม่มีนะ บ้านเรามีแล้วนะครับ (คุณวัฒนะ) แต่สำหรับ ครม. เรามีถึง 7 ท่านนะคุณกิตติ ที่เป็น ครม. ผู้หญิง ใน ครม. ชุดปัจจุบันนะ คุณผู้ชมก็ติดตามการทำงานของฝ่ายบริหาร แล้วก็ติดตามฝ่ายนิติบัญญัติเราด้วย เนื่องจากว่า 30 ตุลาคมนี้จะปิดสมัยประชุมนะ การประชุมร่วมของรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรราษฎร การประชุมของวุฒิสภาก็จะพักไป จะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง สมัยประชุมหน้า นั่นก็คือ 12 ธันวาคม 2567 และจะยาวไปถึงวันที่ 10 เมษายน ปี 2568 นะ (คุณณัฐภัทรพล) ครับ แต่วันนี้ติดตามกันได้ก่อน กับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรราษฎรหลังรายการของเรา กับรายการเกาะติดสภา ในช่วงของเวลา 09.00 น. นั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ หมดเวลาของห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้านะครับ เราทั้ง 3 คน พร้อมด้วยอาจารย์ล่ามภาษามือ อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ และทีมงานทุกคน วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณกิตติ) สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) ดูโทรทัศน์รัฐสภา กดช่อง 10 ONLINE ใกล้ชิด โหลด TPCHANNEL