[เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับคุณณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผม วัฒนะ คล้ายแก้ว อาจารย์ล่ามภาษามือประจำรายการของเรา อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ ช่วงของข่าวต่างประเทศอีกสักครู่ 1 นะครับ คุณกัญจน์ทัตติยกุล มารออยู่แล้วนะครับ เช้าวันนี้พบกันในวันอังคารที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2567 และวันนี้ผมจะขอเชิญชวนคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังคนไทย ช่วงเย็น ๆ ประมาณ 15.00 น. บ่าย 3 โมงนะครับคุณผู้ชม วันนี้จะมีพิธีที่สำคัญ เป็นการซ้อมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ถือว่าวันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายแล้วนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เป็นการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้าย และเป็นการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 นะครับ ครั้งแรกก็มีการซ้อมไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานะครับ ครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหะยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 จะมีการจัดขึ้นนะครับ คุณผู้ชมครับในวันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคมนี้นะครับ คุณผู้ชมก็สามารถที่จะมาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกันได้นะครับ ถือว่าเป็นพระราชพิธีที่สำคัญนะครับคุณผู้ชม 1 เดียวในโลก ยังคงมีอยู่ที่ประเทศไทยนะครับ แล้วก็เป็นช่วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทย จะได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ ความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติด้วย (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ (คุณวัฒนะ) เราจะเห็นขบวนเรือพายุหายาตราทางชลมารคนี่นะ คุณผู้ชมครับ ประกอบไปด้วยเรือมากมาย วันนี้นะครับคุณผู้ชมครับ ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงเย็นเย็นตั้งแต่บ่าย 3 เป็นต้นไป ฝั่งพระนคร ฝั่งธนบุรี เขาจัดสถานที่ไว้เยอะมาก รัฐบาลเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยไปติดตามการซ้อมใหญ่ในครั้งนี้ด้วย (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ไม่ว่าจะเป็นที่บริเวณสะพานพระราม 8 นะครับ สวนสันติชัยปราการนะครับ รวมถึงบริเวณท่ารถไฟโรงพยาบาลศิริราช ท่าเตียน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงที่บริเวณวัดอรุณฯ นะครับ คุณผู้ชมครับ ก็จะเป็นสถานที่ที่จะมีการถวายผ้าพระกฐินนั่นเองนะครับ คุณผู้ชมก็สามารถที่จะไปร่วมติดตามชมนะครับ การซ้อมใหญ่ พระราชพิธีในครั้งนี้ได้นั่นเองนะครับ ซึ่งวันนี้แน่นอนว่า ช่วงของเวลาที่ซ้อมใหญ่ ตั้งแต่ช่วงของเวลาเที่ยงนี่แหละ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะมีการปิดการเดินเรือนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรือโดยสาร เรือด่วนเจ้าพระย ารวมถึงเรือข้ามฟากนะครับคุณผู้ชมครับ ก็วางแผนการเดินทางดี ๆ นะครับ ก็อาจจะส่งผลกระทบนิดหนึ่งในช่วงของเลิกงานช่วงเย็นนิดหน่อยนะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ คุณผู้ชมครับมาติดตามอีก 1 ประเด็นหากพูดถึงเรื่องของทางรัฐบาลรัฐนาวาก็บอกว่าทุกทุกครั้งของการมีรัฐบาลใหม่ มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็จะมีการพูดคุยกันประสานสัมพันธ์กันการเชื่อมความสัมพันธ์กันมากขึ้น (คุณณัฐภัทรพล) เมื่อคืนเขาไปกินข้าวกันไหม (คุณวัฒนะ) เมื่อวานสิครับ ช่วงเย็น ๆ ครับ 18.00 น. ต้องบอกว่าบรรยากาศของคุณแพทองธาร ชินวัตร กับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลนี่ อย่างน้อย 8 พรรคนะครับ ได้มีการพูดคุยกัน ตกลงกันหรือเปล่าหรือไม่ บรรยากาศนี่ราบรื่นหรือเปล่า เนื่องจากว่าผู้สื่อข่าวรายงานว่าการพูดคุยบางประเด็นนี่ สามารถพูดคุยกันเข้าใจได้ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ (คุณวัฒนะ) แต่บางประเด็นนะครับ ฝ่ายบริหารบอกว่า ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายสภาต้องไปหารือพูดคุยกันนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ ก็ไปพูดคุยกันในสภานะครับ เพราะว่าก่อนที่จะเข้าไปดินเนอร์กันนี่ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นะครับ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนะครับ คุณผู้ชมครับ ก็… ก็บอกคำนี้แหละครับ ว่าเรื่องนี้ ต่าง ๆนี่ เป็นเรื่องของกระบวนการในสภา นะครับ และหลังจากที่มีการดินเนอร์กันเรียบร้อยนะครับ คุณแพทองธาร ก็มีการออกมาแถลงว่า ก็เรื่องนี้ก็ต้องไปคุยในสภาเหมือนกัน (คุณวัฒนะ) แหม เรื่องที่คุยในสภาตอนนี้อย่างน้อย 2-3 เรื่องนะครับ ยกตัวอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คุณณัฐภัทรพล) นิรโทษกรรม (คุณวัฒนะ) นิรโทษกรรมก็ต้องมา การออกเสียงประชามติก็ต้องมา เพราะว่ากระบวนการขั้นตอนนี้นี่ ยังอยู่ในขั้นตอนของการตั้งกรรมาธิการร่วมนะครับ และบรรยากาศของการประชุมวุฒิสภาเมื่อวานนี้ การตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันนี่นะครับคุณผู้ชม เมื่อวานนี้มีการกำหนดออกมาแล้ว ต้องเลือกกันในที่ประชุมด้วย เนื่องจากว่ามีการเสนอมาเกิน 14 ชื่อที่จะต้องไปทำหน้าที่นะครับ คุณผู้ชม มีการเสนอมา 16 ชื่อ ไปดูบรรยากาศภาพรวมเมื่อวานนี้นะครับ ของการประชุมวุฒิสภา กับการพิจารณาตั้งกรรมาธิการร่วมกันไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติฉบับที่ พ.ศ. นะครับ ซึ่งฝ่าย สว.นี่ จะมีอยู่จำนวน 14 คน หลังจากที่มีการงดใช้ข้อบังคับข้อที่ 83 วรรค 3 นะครับ ที่ประชุมของ สว. เมื่อวานนี้ได้มีการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ไปพิจารณากฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่ พ.ศ. โดยที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรราษฎรครั้งที่ 30 ย้อนไปเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมานะครับ ได้มีการพิจารณา ไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่ พ.ศ. นะครับ ได้มีการกำหนดจำนวนบุคคล ที่จะประกอบไปด้วยเป็นกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจำนวนสภาละ 14 คน และจะมีการลงมติตั้งกรรมาธิการร่วมกันกับฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ในการนี้ทางวุฒิสภา จึงต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วมกัน โดยฝ่าย สว. มีจำนวน 14 คนนะครับ ประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อจะไปพิจารณากฎหมายฉบับดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 137 วรรค 3 จากนั้นนะครับ ได้มี สว. สุทนต์ กล้าการขาย ได้เสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันของฝ่าย สว. จำนวน 14 คนเสร็จสิ้น ได้มี สว. นรเศรษฐ์ ปรัชญากร เสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันของฝ่าย สว. เพิ่มขึ้นมาอีก 2 คน รวมเป็น 16 คนล่ะครับ ซึ่งเกินกว่าจำนวนการกำหนดสัดส่วนของกรรมาธิการของฝ่ายวุฒิสภา ที่จะต้องมีอยู่ที่จำนวน 14 คน ทำให้ประธานในที่ประชุมในขณะนั้น ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดทำบัตรออกเสียงลงคะแนน ก่อนจะสั่งพักการประชุม ใช้เวลาราว 30 นาทีนะครับ หลังจากนั้นประธานในที่ประชุมของ สว. ได้มีการชี้แจงวิธีการออกเสียงต่าง ๆ แก่ สว. ทั้งหมดในที่ประชุม ซึ่งจะใช้วิธีการออกเสียงแบบเปิดเผย โดยผู้ได้รับคะแนนสูงสุดมากเป็น 14 คนตามลำดับ จะมาเป็นกรรมาธิการร่วมกันของฝ่ายวุฒิสภาละครับ ด้าน สว. เทวฤทธิ์ มณีฉาย ได้ลุกขึ้นอภิปราย บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการลงคะแนนวิธีดังกล่าว จึงได้มีการเสนอญัตติงดเว้นข้อบังคับการประชุมตามข้อบังคับที่ 186 ขอให้มีการงดเว้นข้อบังคับการประชุมที่ 83 วรรค 3 เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี ในเรื่องของการให้สมาชิกออกเสียงลงคะแนน โดยการเลือกบุคคลได้รับการเสนอชื่อเท่ากับจำนวนกรรมาธิการ ที่จะเลือกให้… เลือกได้เพียงแค่ 1 คนต่อ 1 ผู้แทน เพื่อเป็นการสะท้อนเสียงของวุฒิสภาโดยแท้จริงนะครับ ซึ่งประเด็นดังกล่าวทำให้ สว. ลุกขึ้นอภิปรายกันอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยกับการขอให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 83 วรรค 3 และฝ่ายที่ขอให้ยึดตามการออกเสียงเดิมตามลงคะแนน ก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติ ไม่เห็นด้วยกับการใช้ญัตติงดการใช้ข้อบังคับข้อที่ 83 วรรค 3 เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี จำนวน 138 เสียง เห็นด้วย 26 เสียง และงดออกเสียงไป 5 เสียงนี่คือเป็นการหยั่งเชิงรอบแรกนะ คุณณัฐภัทรพล หลังจากนั้นนะครับ คุณผู้ชมไปดูการลงมติการลงคะแนนของ สว. ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติลงคะแนน เลือกกรรมาธิการร่วมกัน ไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่ พ.ศ. ของฝ่าย สว. จำนวน 14 คน มีรายชื่อประกอบไปด้วยดังต่อไปนี้นะครับ ผมเชื่อว่าคุณผู้ชมน่าจะพอรู้จักกันพอสมควรแล้ว 1. พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย 2. นายธวัช สุระบาล 3. พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ 4. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร 5. นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล 6. นายอภิชาติ งามกมล 7. นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล 8. พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร 9. นายกมล รอดคล้าย 10. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม 11. นายเอนก วีระพจนานันท์ 12. นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ 13. นายพิชาญ พรศิริประทาน และปิดท้ายลำดับ 14. นายสิทธิกร ธงยศ ก็จะทำหน้าที่กรรมาธิการร่วมกัน 14 คนของฝ่ายวุฒิสภา และจะมีการประชุมร่วมกันกับฝ่ายของ สส. ในโอกาสต่อไปด้วยแหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) ครับ ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะครับ คุณผู้ชมครับ กรรมาธิการก็มีการตั้งขึ้นมาเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปดูอีกเรื่องหนึ่งครับ คุณผู้ชมครับ เมื่อวานนี้มีการถามกระทู้ในที่ประชุมวุฒิสภานะครับ ก็มีการถามเกี่ยวกับเรื่องของการขายตรง ธุรกิจแชร์ลูกโซ่นี่ ว่าเป็นอย่างไรนะครับ ถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนี่แหละครับ คุณผู้ชมครับ โดยมีทางด้านของคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาตอบกระทู้นี้ครับ ไปติดตามกันนะครับ บรรยากาศการตอบกระทู้เมื่อวานที่ผ่านมาครับ โดยมีนาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ครับ สมาชิกวุฒิสภาได้มีการตั้งกระทู้ถาม เรื่องของการแก้ไขปัญหาขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่ ที่กระทบกับเศรษฐกิจครับ พร้อมกับมี เสนอให้ออก พรก. ฉุกเฉิน จัดการปัญหาครับ โดยคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังก็มีการชี้แจงนะครับว่า คณะรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากครับ โดยมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม ดำเนินการเกี่ยวกับคดีความ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งกระทรวงการคลังครับ ให้มีการศึกษาการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น ซึ่งคดีหลอกลวงประชาชนที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ได้ดำเนินการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 18 คน พร้อมกับอายัดทรัพย์สินทั้งที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงทรัพย์สินออนไลน์ไว้แล้วนะครับ เพราะว่าคดีดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับครับ อาทิ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 พระราชกำหนดการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 รวมทั้งประมวลกฎหมายอาญา อย่างไรก็ตามครับ ก็ยอมรับว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่ ถึงวาระจะต้องมีการทบทวนใหม่นะครับ ให้มีการสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะ พรก. กู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นผู้ยกร่าง แต่ไม่มีผู้รับผิดชอบชัดเจนนะครับ และท้ายที่สุดก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดูแล แต่ด้วยเป็นหน่วยงานกำกับเชิงนโยบาย ทำให้ที่ผ่านมาต้องรอให้มีผู้เสียหายมาร้องเรียนถึงจะสามารถดำเนินการรวบรวมคดี ไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นั่นเอง ทั้งนี้จากการหารือเป็นเบื้องต้นนะครับ จะมีการแก้ไขพระราชกำหนดดังกล่าวให้สามารถเอาผิดไปยังแม่ข่ายได้นะครับ เพราะว่าฉบับปัจจุบันยังมีช่องโหว่ที่ไม่สามารถเอาผิดแม่ข่ายระดับกลางและระดับล่างได้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มโทษให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นครับ รวมถึงมีการปรับแก้อายุความให้หยุดเอาไว้ก่อน หากผู้ต้องหาหลบหนี เพื่อไม่ให้คดีหมดอายุความ และได้รับปรับเปลี่ยนผู้ที่รักษาการตามกฎหมาย เป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษกระทรวงยุติธรรม ส่วนเรื่องภาษี ยืนยันว่าตรวจสอบทั้ง 18 คนก็คือบอสทั้ง 18 คน ย้อนหลังเรียบร้อยแล้วนะครับ โดยมีบางรายนี่ ไม่ได้ยื่นภาษีระหว่าง 3-5 ปี ซึ่งยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดนะครับ จะต้องตรวจสอบว่าหลบเลี่ยงอย่างไร ขอไม่ต้องกังวลนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ช่วงเวลาที่ผ่านมาประมาณสัก 3-4 วันนะครับ มีการประชุมใหญ่ สมัชชารัฐสภาอาเซียน จัดอยู่ที่ สปป. ลาวนะครับคุณผู้ชม แน่นอนการเดินทางไปครั้งนี้ของประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาจารย์วันนอร์ กับคณะของ สว. ไทยและก็ สส. ไทยด้วย มีภารกิจมากมายเลยทีเดียวในการพบปะพูดคุยนะครับ การเจรจาต่าง ๆ ข้อตกลงต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับฝ่ายนิติบัญญัติ ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐสภาไทย จะนำข้อมติกลับมาแล้วก็เดินหน้าในการขับเคลื่อนกันต่อไปนะครับ บรรยากาศการประชุมที่ สปป. ลาว สมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 45 ปิดฉากลงแล้ว บรรยากาศภาพรวมทั้งหมดเป็นอย่างไรนะครับ คุณพรทิพย์ เทียนศรี เกาะติดภารกิจของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาจารย์วันนอร์ กับ สส. และ สว. ของไทยในการประชุมครั้งนี้ ภาพรวมทั้งหมดเป็นอย่างไร ไปติดตามได้นะครับ เช้านี้สด ๆ กับคุณพรทิพย์ เทียนศรี จาก สปป. ลาว สะบายดีครับคุณพรทิพย์ครับ (คุณพรทิพย์) สะบายดี สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณผู้ชมคะ เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับบรรยากาศการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 45 ค่ะ ซึ่งทางคณะผู้แทนรัฐสภาไทยนะคะ ก็ได้ยืนยันว่าจะนำข้อมติต่าง ๆ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ในการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 45 ได้นำคณะรัฐสภาไทย เข้าร่วมพิธีปิดการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 45 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยก่อนพิธีปิดการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 45 ได้มีการนำเสนอและรับรองรายงานการประชุมในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมาธิการด้านการเมือง การประชุมคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ การประชุมคณะกรรมาธิการด้านสังคม การประชุมสมาชิกรัฐสภาสตรีของสมัชชารัฐสภาอาเซียน การประชุมยุวสมาชิกรัฐสภา สมัชชารัฐสภาอาเซียน การประชุมคณะกรรมาธิการด้านกิจการสมัชชารัฐสภาอาเซียน การหารือระหว่างคณะผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียน กับผู้แทนประเทศผู้สังเกตการณ์ การหารือระหว่างสมัชชารัฐสภาอาเซียนกับอาเซียนครั้งที่ 3 การประชุมคณะกรรมการร่างแถลงร่วม หลังจากนั้นจึงเป็นการลงนามในการแถลงร่วม โดยรัฐสภาไทยอยู่ลำดับที่ 6 นอกจากนี้ยังได้มีพิธีมอบรางวัลผู้ทำคุณงามความดีของสมัชชารัฐสภาอาเซียน ซึ่งศาสตราจารย์พิเศษ กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาของไทย เป็นผู้ได้รับรางวัลในครั้งนี้ รวมถึงการมอบรางวัลประเทศผู้สังเกตการณ์ของสมัชชารัฐสภาอาเซียน ตลอดจนส่งมอบตำแหน่งประธานสมัชชารัฐสภาอาเซียน และกล่าวมอบตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซีย ในฐานะประธานการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 46 ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุม ได้มีงานเลี้ยงอาหารค่ำ โดยนายไซสมพร พรหมวิหาร ประธานสภาแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประธานการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 45 เป็นเจ้าภาพ และมีการแสดงทางวัฒนธรรมที่มีความตระการตาอีกด้วย ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ค่ะ คุณผู้ชมคะ และนี่คือบรรยากาศการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 45 ค่ะ ซึ่งดิฉันพรทิพย์ เทียนศรี ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภา รายงานสดจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวค่ะ (คุณณัฐภัทรพล) ขอบคุณครับคุณพรทิพย์นะครับ มีการติดตามบรรยากาศสด ๆ มาให้เราได้ติดตามกันทุกวันจนกระทั่งปิดฉากการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 45 ไปแล้ว ครั้งต่อไปติดตามกันได้นะครับที่ประเทศมาเลเซีย จะเป็นเจ้าภาพในครั้งที่ 46 ครับคุณวัฒนะ (คุณวัฒนะ) ก็ต้องบอกว่าเป็นเวทีที่สมัชชารัฐสภาอาเซียนนี่ ฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศต่าง ๆ ได้มีการมาพูดคุยกัน ได้มีการพบปะกันนะครับคุณผู้ชมครั้งหน้า ในส่วนของผู้สื่อข่าวของเรา นักข่าวของเรานี่ ก็จะตามไปติดตามบรรยากาศแบบนี้ แล้วก็รายงานสดให้กับคุณผู้ชมได้ติดตามแบบนี้แหละครับ มากันที่บรรยากาศที่อยู่ สปป. ลาวอยู่ โดยเฉพาะการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งนี้นี่ ก็มีกรอบข้อตกลงต่าง ๆ มีการพูดคุยกันระหว่างตัวแทนของ สส. ทั้งของไทยเอง สว. ของไทยเอง กับสมาชิกรัฐสภาจากหลายชาติหลายประเทศเลยทีเดียวละครับ ไปติดตามกันนะครับ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัชซึ่งเป็น สส. จากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะของหัวหน้าคณะพร้อมด้วย นายพิชาญ พรศิริประทาน สมาชิกวุฒิสภา ได้มีการพูดคุย มีการหารือเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งนี้นะครับ ก็ได้มีการให้สัมภาษณ์มีการเปิดเผย หลังจากเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการด้านกิจการสมัชชารัฐสภาอาเซียน ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวล่ะครับ โดย สส. นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือกันเรื่องของงบประมาณในแต่ละส่วนของภูมิภาคอาเซียน มีการพูดถึงส่วนใดบ้าง นำไปสู่การสรุปผลเพื่อประโยชน์สูงสุดของอาเซียนให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกัน มีอีก 1 เรื่องที่เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่สุดนั่นก็คือ มีทางประเทศไทย ได้รับรางวัลผู้ทำคุณงามความดีของสมัชชารัฐสภาอาเซียน นั่นก็คือศาสตราจารย์พิเศษกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาอีกด้วย ไปฟังเสียงนะครับ ของ สส. ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ในขณะที่ไปประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครับ (คุณปิยะรัฐชย์) ค่ะ ในส่วนของห้องกิจการนะคะ ของ AIPA เองนี่ ส่วนใหญ่ก็จะมีการพูดคุยในเรื่องของระบบหลังบ้านว่า Budget ในแต่ละส่วนของพวกเรานี่ ที่แต่ละประเทศนี่ ได้มีการเข้าร่วมเป็นสมาชิกนี่ค่ะ มีการใช้ในประเภทไหนบ้างนะคะ แล้วก็เราก็จะพยายามทำให้ Scope ของการใช้งบประมาณนี่ ให้ได้ประโยชน์กับประเทศอาเซียนได้มากที่สุด ในส่วนของอีกประเด็นหนึ่งค่ะ ก็จะเป็นเรื่องของประเทศผู้สังเกตการณ์ ซึ่งปีนี้นี่ ค่อนข้างเข้ามา Join กับพวกเราได้เยอะมากเลย คือ 25 ประเทศ และแนวโน้มในปีต่อ ๆ ไปนี่ ก็จะมีการเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นนี่ เราเองนี่ ก็จะมีการพูดคุยค่ะว่า ใน 25 ประเทศนี้ จะสามารถทำงานต่อยอดกับทางอาเซียนได้อย่างไร แล้วก็เราจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ในประเทศอื่น ๆ ในทวีปอื่น ๆ ได้อย่างไรบ้าง (คุณวัฒนะ) ในขณะที่คุณพิชาญ พรศิริประทาน สว. นะครับ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าในส่วนของรัฐสภาไทย จะนำข้อหารือดังกล่าวไปสู่การต่อยอดผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐสภาไทย ภูมิภาคอาเซียน จะสามารถทำงานกันได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นต่อไป โดยการประชุมจะมีการหารือเรื่องของสมุดดิจิทัล การนำกฎหมายต่าง ๆ มาหารือร่วมกัน เข้าสู่การแก้ไขในประเทศอาเซียนที่มีมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันนะครับ ที่ประชุมยังได้มีการหารือเรื่องของการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหายาเสพติด ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกประเทศสมาชิก เล็งเห็นถึงความสำคัญ และจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการยกระดับกฎหมายที่มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) พาคุณผู้ชมไปดูภารกิจของรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ครับ คุณผู้ชมครับ มีการเข้าพบปะหารือนะครับ กับทางด้านของประธานสภาประชาชนเขตปกครองตนเองซินเจียงนั่นเองนะครับ ก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของการค้าการลงทุนเกี่ยวกับเรื่องของภาคการเกษตรด้วยนั่นเองนะครับ ไปติดตามกันกับคุณภราดร ปริศนานันทกุล ครับ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นะครับ ให้การรับรองนางจู่มู่เย่อถี อู๋ปู้ลี่ ประธานสภาประชาชน ปกครองตนเองซินเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีนครับ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยและรัฐสภาประชาชน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2567 โดยมีนางนันทนา สงฆ์ประชา ครับ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-จีน ร่วมให้การต้อนรับครับ โดยคุณภราดรกล่าวต้อนรับการเดินทางเยือนของประธานสภาประชาชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมายังประเทศไทยครับ พร้อมกับระบุนะครับ ว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามหลายแห่ง หากมีโอกาสอยากให้ประธานสภาประชาชน พำนักอยู่ในประเทศไทยนานกว่านี้ จะได้ท่องเที่ยวชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามในจังหวัดต่าง ๆ จากนั้นก็เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระหว่างกัน โดยประธานสภาประชาชนได้มีการเล่าถึงข้อมูลพื้นฐานของเขตปกครองตนเองซินเจียงว่า ซินเจียงมีพืชผลทางการเกษตรจำนวนมากครับ ทั้งผักและผลไม้ ซึ่งในปีที่ผ่านมาจีนถือว่าได้เป็นคู่ค้าที่สำคัญของประเทศไทย มีมูลค่าการนำเข้าส่งออกมากกว่า 4.6 พันล้านดอลลาร์ และหวังว่าเศรษฐกิจในอนาคตของจีนและไทยจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีการเผชิญกับโอกาสใหม่ ๆ ในการร่วมมือกันพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคตครับ ขณะเดียวกันยังได้กล่าวถึงการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ มีผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาเที่ยวจีนมากขึ้น เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจีนก็เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ประธานสภาประชาชนยังได้กล่าวถึงบทบาทของสภาในเขตปกครองตนเองซินเจียงนะครับ ว่าทำหน้าที่ออกกฎหมายสำคัญหลายฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นสิ่งแวดล้อมและเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน ซินเจียงยังถือว่าเป็น Hub ที่สำคัญของการขนส่งทางราง โดยรถไฟข้ามไปมาระหว่างจีน-ยุโรปและจีน-เอเชียกลาง มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากร แหล่งผลิตสินค้าเกษตร พลังงานแร่ธาตุ โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ให้ความสำคัญกับชาวซินเจียง ด้วยการให้มณฑลอื่นร่วมมือกันแก้ปัญหาความยากจนนะครับ ด้านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ก็เชิญให้ประธานสภาประชาชนมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งในปีหน้านะครับ เนื่องจากจะมีการครบรอบวันสถาปนาความสัมพันธ์ 50 ปีไทย-จีนครับ พร้อมกับเป็นกำลังใจให้กับประเทศจีนในการรับมือกับข่าวปลอม หรือการถูกใส่ร้ายจากประเทศคู่แข่ง ซึ่งประเทศไทยทราบดีอยู่แล้วนะครับว่าแต่ละประเทศมีวัฒนธรรมหรือการปกครองประเทศที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ หากมีโอกาสตนจะเดินทางไปเยือนที่ซินเจียง และเชื่อมั่นนะครับว่าในอนาคตซินเจียงและไทย น่าจะมีการส่งเสริมความร่วมมือด้านสินค้าทางการเกษตรกันได้ เพราะว่าไทยก็เป็นศูนย์กลางสินค้าทางการเกษตรเช่นเดียวกันครับ ไปกันที่หัวหน้าพรรคประชาชนนะครับ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการยื่นยุบพรรคเพื่อไทย รวมไปถึง 6 พรรคร่วมในขณะนี้ ถึงแม้นว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้ามกันก็ตามละครับ การเปิดเผยล่าสุดของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือว่า กกต. ในฐานะทะเบียนพรรคการเมือง ได้มีการพิจารณา 6 คำร้อง ของผู้ร้องให้กับ กกต. พิจารณาสั่งยุบพรรคเพื่อไทยและ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม จากเหตุที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคนะครับ ในการกระทำครอบงำพรรค ชี้นำ และ 6 พรรคการเมือง ยินยอมให้นายทักษิณ ครอบงำ ชี้นำ โดยเห็นว่าคำร้องนั้นมีมูล และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาแล้ว ถัดมาคุณณัฐพงษ์ยังได้กล่าวว่าตนและพรรคประชาชน ไม่อยากให้สถานการณ์ไปถึงจุดนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นขั้วตรงข้ามทางการเมืองกันก็ตาม อยู่คนละฝ่าย แต่ยืนยันหลักการว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีการฟ้องร้องเรื่องของคดียุบพรรค ซึ่งอาจจะคาดคะเนได้ว่าเป็นการสร้างอำนาจต่อรองทางการเมืองบางอย่างมาเป็นชนักติดหลังทางการเมืองหรือไม่ เพื่อให้กลุ่มบางกลุ่มทางการเมือง มีอำนาจในการต่อรองกับทางพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนนั้นไม่เห็นด้วย และไม่อยากให้เห็นสิ่งนี้ นำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยในอนาคต รวมไปถึงอีก 6 พรรคร่วมด้วยเช่นกันนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ร้อนแรงกันเลยทีเดียวนะครับ คุณผู้ชมครับ กับในส่วนของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งวันนี้เดี๋ยวคุณกันต์พจน์ จะมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องของการเลือกประธานาธิบดีที่สหรัฐอเมริกามาฝากกัน ล่าสุดโดนัลด์ ทรัมป์ นี่ เขาบอกว่าถ้าเกิดเขาได้เป็นประธานาธิบดีครับคุณผู้ชมครับ จะมีการสร้างกำแพงภาษีกับจีนอีกแล้วนะครับ เป็นอย่างไรครับคุณกันต์พจน์ (คุณกันต์พจน์) ครับ สถานการณ์การเลือกตั้งนะครับ เหลืออีก 2 สัปดาห์เท่านั้นเองนะครับ ถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายจริง ๆ นะครับ ในเรื่องของการเลือกตั้ง โดยกฎหมายของสหรัฐฯ ออกมาบอกชัดเจน ว่าจะต้องมีการเลือกตั้งในวันอังคารหลังวันจันทร์แรกของเดือนพฤศจิกายน ดูในปีนี้คือวันที่ 5 พฤศจิกายนครับ โดยนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ นะครับ ก็มีทั้งเรื่องของต่างประเทศนะครับ เรื่องของภายในประเทศที่ว่าให้ความสำคัญกับ American First นะครับ แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาครับ เห็นว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ไปที่ร้าน McDonald's แล้วก็ไปทำการทอดเฟรนช์ฟรายส์นะครับ ซึ่งตรงจุดนี้ครับ ทางฟากฝั่งของแฮร์ริสออกมาบอกเลย ว่าการกระทำนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่จนตรอกของโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะเขาบอกว่าถึงแม้ว่าจะทำงานในร้าน McDonald's แต่เขากลับมีนโยบายที่จะคัดค้านเรื่องของการขึ้นเงินเดือนนะครับ ให้กับพนักงานร้าน McDonald's หรืองานบริการอื่น ๆ ครับ ตรงนี้ครับ ถือว่าเป็นประเด็นที่ถือว่าโจมตีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เหมือนกันครับ (คุณวัฒนะ) ครับ นะครับ ไปพักกันก่อนสักครู่ครับ คุณผู้ชมช่วงหน้าขยายความกันต่อ ห้องข่าวรัฐสภาภาคเช้า ช่วงของข่าวต่างประเทศครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณกันต์พจน์) ติดตามข่าวสารจากต่างประเทศนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ครับ ลงพื้นที่หาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย โดยเขาได้มีการไปทำหน้าที่นะครับ เป็นคนทอดเฟรนช์ฟรายส์ในร้าน McDonald's ในรัฐเพนซิลเวเนียด้วย เพื่อต้องการที่จะใกล้ชิดกับประชาชนให้มากขึ้นครับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และตัวแทนจากพรรครีพับลิกันนะครับ ในการเลือกตั้งวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ได้มีการลงพื้นที่ที่เมืองแลงคัสเตอร์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็น 1 ในรัฐที่เป็น Swing State หรือไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่งนะครับ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในครั้งนี้ โดยนอกเหนือ การปราศรัยหาเสียงแล้วนะครับ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีการเดินทางไปยังร้าน McDonald's แห่งหนึ่ง ในรัฐเพนซิลเวเนีย และก็มีการร่วมทอดเฟรนช์ฟรายส์และเสิร์ฟอาหารให้กับประชาชนที่ขับรถมาซื้อแบบ Drive Thru ด้วย ซึ่งอดีตผู้นำสหรัฐกล่าวนะครับว่าจะไม่ลืมประสบการณ์นี้เลย อย่างไรก็ดีนะครับ มีการวิเคราะห์เช่นกันว่าการทำกิจกรรมที่ร้าน McDonald's ของโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น น่าจะเป็นการเจตนาเสียดสีนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีและแคนดิเดตของพรรคเดโมแครตซึ่งกล่าวหลายครั้งในช่วงหาเสียง ว่าเธอนั้นเคยทำงานพิเศษ ที่เป็นพนักงานในร้าน McDonald's นะครับ สมัยที่เป็นนักเรียนมัธยมศึกษา แต่โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อีกฝ่ายนั้นโกหก เมื่อผู้สื่อข่าวกล่าวว่า วันที่ 20 ตุลาคมนะครับ เป็นวันเกิดของแฮร์ริส และปีนี้เธออายุครบ 60 ปีแล้ว อยากพูดอะไรกับอีกฝ่ายหรือไม่ โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในเรื่องนี้ครับว่า สุขสันต์วันเกิดและอาจมีการส่งดอกไม้หรือเฟรนช์ฟรายส์ไปให้ด้วยครับ นางกมลา แฮร์ริส นะครับ ฉลองวันเกิดครบรอบ 60 ปี ชูความได้เปรียบเหนือโดนัลด์ ทรัมป์ ครับ ในเรื่องของอายุที่เด็กกว่าครับ นางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตนะครับ ฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 60 ปีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ขณะที่วันชี้ชะตากำลังใกล้เข้ามาทุกขณะครับ รายงานข่าวระบุด้วยว่า นางแฮร์ริสนั้นเข้าร่วมพิธีทางศาสนาในวันอาทิตย์ที่โบสถ์แห่งหนึ่ง ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็น 1 ในรัฐสมรภูมิทางตอนใต้ของสหรัฐฯ และเป็นผู้ที่ไปโบสถ์ร้องเพลง Happy Birthday อวยพรแฮร์ริส เมื่อเธอปรากฏตัวบนเวที ทั้งนี้ในการหาเสียงที่ผ่านมาครับ นอกจากแข่งขันกันเรื่องนโยบายแล้ว เรื่องหนึ่งที่แฮร์ริสนำมาเป็นจุดขายเลย เพื่อดึงดูดผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ก็คือความได้เปรียบเรื่องของอายุของเธอ เมื่อเทียบกับคู่แข่งวัย 78 ปีจากพรรครีพับลิกัน อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อต้นเดือนนี้ครับ นางแฮร์ริสได้ออกแถลงการณ์จากแพทย์ประจำตัวของเธอ ซึ่งระบุว่านางแฮร์ริสนั้นมีร่างกายและจิตใจที่พร้อม สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีให้สำเร็จลุล่วง ขณะเดียวกันเธอยังวิพากษ์วิจารณ์โดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยว่า ไม่เปิดเผยรายละเอียดประวัติทางการแพทย์ และโจมตีว่าทีมหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น ขาดความโปร่งใสครับ นายอีลอน มัสก์ ครับ ได้มีการพูดถึงการสุ่มแจกเงินคนถึง 100… ถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐนะครับ ให้กับผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเขามองว่าไม่ใช่การหาเสียงครับ ผู้โชคดีจะได้รับเลือกแบบสุ่มนะครับ จากรายชื่อคนที่ลงนามในคำร้องสนับสนุนรัฐธรรมนูญของกองทุน America PAC ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเขาจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐและตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน กลับเข้าสู่ธรรมเนียบขาว การแจกเช็คเงินในรูปแบบลอตเตอรี่เช่นนี้ครับ จะช่วยกระตุ้น ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนั้น มีส่วนร่วมในแคมเปญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงที่ตึงเครียด ก่อนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตามข้อเสนอของอีลอน มัสก์ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายครับ โดยนายริชาร์ด ฮาเซน ผู้สันทัดกรณีด้านกฎหมายการเลือกตั้งที่มีชื่อเสียงระบุบนบล็อก Election Law ของตัวเองนะครับว่า เขาเชื่อว่าการสุ่มแจกเงินของมัสก์ ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ฮาเซนระบุเพิ่มเติมด้วยว่ากฎหมายของรัฐบาลกลางระบุไว้นะครับว่า ผู้ใดก็ตามที่ให้เงินหรือเสนอที่จะให้ หรือรับเงิน เพื่อลงทะเบียนใช้สิทธิหรือลงคะแนนเสียง อาจถูกปรับเป็นเงินถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 332,000 บาทนะครับ หรือมีโทษจำคุกถึง 5 ปีด้วย ขณะที่นายจอช ชาปิโร ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย จากพรรคเดโมแครตนะครับ กล่าวในเรื่องนี้ว่ากลยุทธ์ของอีลอน มัสก์ เป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง พร้อมกับเสริมว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนะครับ ควรพิจารณาข้อเสนอสุ่มแจกเงินวันละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ข้างต้นนี้ว่าเป็นเรื่องหาเสียงหรือไม่ครับ ครับ จะถึงการเลือกตั้งนะครับ อีก 17 วันแล้วครับ คุณวัฒนะ แน่นอนว่าอีลอน มัสก์ จะต้องมีการ สุ่มแจกเงินนะครับ ถึง 17 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูงมาก โดยอีลอน มัสก์เขามองชัดเจนครับว่า เป็นการสนับสนุนให้คนไปเลือกตั้ง เพราะว่ามีการสุ่มแจก ไม่ใช่พรรคใดพรรคหนึ่ง เขามองว่าเขาไม่ได้มีการหาเสียงครับ ที่ว่าจะมีการซื้อเสียง (คุณวัฒนะ) แหม เป็นสีสัน เป็นบรรยากาศที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกานะครับคุณผู้ชมนี่คือมหาเศรษฐีที่ทำธุรกิจ แล้วก็เลือกข้างอย่างชัดเจน ในการเลือกประธานาธิบดีนะครับ (คุณกันต์พจน์) ครับ ก็มองว่าคนที่ไม่ไปใช้สิทธิ์เมื่อครั้งที่ผ่านมาครับ ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนที่ชอบ ทรัมป์ (คุณวัฒนะ คุณณัฐภัทรพล) อ๋อ (คุณกันต์พจน์) ครั้งนี้ก็เลยมีการใช้วิธีนี้ครับ เพื่อให้คนที่ไม่ใช้สิทธิ์ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ครับ (คุณวัฒนะ) ครับ ก็เป็นบรรยากาศความเข้มข้นนะคุณณัฐภัทรพล การเลือกตั้งที่อเมริกานี่ เอาไว้วันที่มีการลงคะแนนแล้ว มีรายงานสดแน่นอนนะครับ การนับคะแนนต่าง ๆ นะครับ คุณผู้ชมเนื่องจากว่า เราจะเห็นแล้วว่าที่อเมริกาเขาแบ่งขั้วกันชัดเจน เดโมแครตกับรีพลับลิกันนี่ เขาเคี่ยวเข็ญกันเขาสู้กันสนุกมากนะครับ (คุณวัฒนะ) ใช่ครับ แล้วตอนนี้ หลายรัฐเองนะครับ ก็เลือกตั้งล่วงหน้ากันไปแล้วนะ คุณกันต์พจน์ครับ (คุณกันต์พจน์) ใช่ครับ จาก 50 รัฐ เห็นว่ามีกว่า 20 รัฐนี้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วด้วยครับ (คุณวัฒนะ) โอ้โห แล้วจับตารัฐที่เป็น Swing State นะครับที่เป็นรัฐที่ The Battle นี่ล่ะ ต้องต่อสู้กันดุเดือดเลยทีเดียว น่าจะได้องค์คณะไปในการเลือกในส่วนของประธานาธิบดีในอนาคตนะครับ และนี่คือทั้งหมดในห้องข่าวรัฐสภาแชนแนลภาคเช้านะครับ จบรายการของเราติดตามรายการเกาะติดสภากับคุณวริศรา วรรณเขจร วันนี้การประชุม สว. มาเร็วนะครับ หมดเวลาแล้วครับ เราทั้ง 3 คน พร้อมด้วยอาจารย์ล่ามภาษามือ และทีมข่าวทุกคนลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณกันต์พจน์) สวัสดีครับ