[เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภา ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับเราทั้ง 2 คนนะครับ คุณณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผม วัฒนะ คล้ายแก้ว นะครับ เช้าวันนี้พบกันในวันพุธที่ 30 ตุลาคม พุทธศักราช 2567 เป็นวันที่ตื่นมานี่เขาบอกว่าวันนี้หลายโรงเรียนเริ่มเปิดเทอม ทำให้การจราจรถนนสามเสน บริเวณโดยรอบรัฐสภา ช่วงเช้านี้รถติดหลายจุดเลยทีเดียวนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ไม่รู้ว่าสืบเนื่องจากเมื่อคืนหรือเปล่านะ เมื่อคืนหลายท่านบอกว่าฝนตกลงมาอย่างหนักเลยนะครับ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนะครับ ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ นี่คุณผู้ชมครับ มีกลุ่มฝนตกลงมา ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอก ชั้นใน เจอกันหมดเลยนะคุณวัฒนะ น้ำนี่ท่วมขังรอการระบายนะครับ (คุณวัฒนะ) เมื่อคืนนี้ผมเข้านอนประมาณสักเกือบ 4 ทุ่ม หลังจากนอนไปได้สักครู่หนึ่ง ปรากฏว่าฟ้าร้องเสียงดังมาก ต้องตกใจตื่นขึ้นมาครับ ก็มาติดตามข่าวนะครับคุณผู้ชม จับโทรศัพท์ขึ้นมา โซเชียลมีเดียเขาบอกว่าหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ยกตัวอย่าง นนทบุรี สมุทรปราการนี่มีฝนตกหนักมาก แล้วทำให้หลายจุดนะคุณผู้ชม น้ำท่วมขังก็รอการระบายอยู่เช่นกันนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) อย่างที่จังหวัดสมุทรปราการก็มีงานพระสมุทรฯ กันอยู่ ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการนะคุณผู้ชมครับ เขาบอกว่าน้ำท่วมเลยทีเดียวนะครับ ผู้ที่ไปร่วมงานเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเดินลุยน้ำกันเลย ตรงนั้นติดแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยไง (คุณวัฒนะ) เห็นใจ เห็นใจพ่อค้าแม่ขายที่ไปเปิดงานนะครับคุณผู้ชม แล้วก็ไปขายสินค้า ฝนที่ตกลงมาแบบนี้ แน่นอนมันก็ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน และโดยเฉพาะมีการเปิดเทอมแบบนี้นะครับคุณผู้ชม เช้านี้บรรยากาศคุณผู้ชมเป็นอย่างไร ส่งข้อความมาบอกเราหน่อยก็ได้นะครับ Facebook Live วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภาออกอากาศสดอยู่ในขณะนี้ จังหวัดอื่น ๆ เป็นอย่างไร อากาศเย็น ๆ มาหรือยัง ที่บอกว่าเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วนี่ หลายคนบอก แหม ยังไม่เห็นมาก็มีนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) เมื่อวานนี้ต้อนรับนะ หนาววันแรก น้ำท่วมครับคุณผู้ชมครับ ฝนตกครับคุณผู้ชมครับ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่เราไม่รู้ว่าต่างจังหวัดเป็นอย่างไรนะ แต่ก็มีรายงานว่ายอดภู ยอดดอย หรือว่าภาคเหนือ ภาคอีสานนี่ เริ่มหนาวกันแล้ว สัมผัสความเย็นกันได้แล้ว แล้วอุณหภูมินี่จะลดลงอย่างต่อเนื่องครับคุณวัฒนะ (คุณวัฒนะ) แฟนข่าวของเราที่อยู่ภูมิภาคต่าง ๆ นะครับคุณผู้ชม ที่ช่อง 10 เคยไปสัญจร ไปพบกัน พบผู้ชมผู้ฟังนี่ส่งข้อความส่งความเห็นกันมาหน่อยนะครับ ว่า ณ เวลานี้บ้านของท่านเป็นอย่างไรนะครับ ส่วนบรรยากาศในรัฐสภาเช้านี้คุณผู้ชมต้องตามกัน การประชุมสภาผู้แทนราษฎรราษฎรวันนี้เป็นนัดสุดท้ายของสมัยประชุมนี้นะครับ จะกลับมาอีกครั้งหนึ่งสมัยประชุมหน้านี่ ก็คือ 12 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป เดี๋ยวตามกัน วันนี้เขาบอกว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการขนส่งทางราง 20 บาทตลอดสายจะเป็นอย่างไร การสร้างระบบรางจะเป็นอย่างไรของประเทศไทยในอนาคตด้วยแหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เพราะว่าเรามีกรมการขนส่งทางรางแล้วนะครับคุณผู้ชมครับ ก็เหลือแต่ในส่วนของกฎหมายที่จะไปควบคุมดูแลนะครับ ในส่วนนี้เองเดี๋ยววันนี้มีการพูดคุยกันนะครับ รู้สึกว่าจะมี 3 ร่างนะ เกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายการขนส่งทางรางนี่แหละครับคุณผู้ชมครับ ติดตามกันได้ วันนี้เป็นการประชุมนัดสุดท้ายอย่างที่คุณวัฒนะได้บอกไปนะครับ กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง นับไป 40 กว่าวันเดี๋ยวเรามาเจอกันกับการประชุมในสมัยหน้านั่นเอง (คุณวัฒนะ) ครับ แต่ว่าคุณผู้ชมผมเชื่อว่าคงไม่เหงาน่ะ เนื่องจากว่า สส. นอกเหนือจากทำหน้าที่ในสภาแล้ว ช่วงเวลาปิดสมัยประชุมนี่นะครับคุณผู้ชม ก็จะเห็นไปปรากฏตัวกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นนะ ปกติ สส. นี่เขาก็ลงพื้นที่อยู่แล้ว แต่ว่าช่วงนี้ปิดสมัยประชุมก็คงจะมีช่วงเวลาที่จะใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น รวบรวมปัญหาต่าง ๆ แล้วเปิดสมัยประชุม กลับมาเข้าสู่สภากันอีกครั้งหนึ่งในสมัยประชุมหน้านะครับ และหากพูดถึงภาพรวมการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรคุณผู้ชม แน่นอน การทำงานของ สส. ในสภานี่ เขาบอกว่าประชาชนจับตามองอยู่ ทุก ๆ คนฝากความหวังไว้ โดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายต่าง ๆ ที่จะออกไปบังคับใช้กับพี่น้องประชาชนกับคนไทยทั้งประเทศ เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์นะครับ ล่าสุดเมื่อวานนี้มีการประชุมของวิปรัฐบาล แล้วก็มีการสรุปผลงานออกมานะครับ แน่นอนคนนี้ปรากฏที่หน้าจอ คุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือว่าวิปรัฐบาล ได้ออกมาเปิดเผยว่าช่วงเวลาที่ผ่านมานี่มีกฎหมายผ่านสภาหลายฉบับ มีกฎหมายที่ยังไม่ได้รับการรับรองหลายฉบับ ซึ่งต้องรอนายกรัฐมนตรีรับรอง เนื่องจากว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ไปฟังบทสรุปทั้งหมดนะครับ ของสมัยประชุมที่ผ่านมา โดยเฉพาะเทอมแรกนะครับ ของการทำงาน 2 ปีของสภาชุดนี้ ได้มีการพิจารณากฎหมาย หนังสือสัญญาต่าง ๆ รวมแล้ว 59 ฉบับ จากกฎหมายที่ประชาชนและ สส. เสนอมา จากทั้งหมด 148 ฉบับนะครับ โดยมีกฎหมายที่นายกฯ ยังไม่รับรองรวม 17 ฉบับ และในส่วนของคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นั่งเป็นหัวโต๊ะแบบนี้นะครับ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้มีการพูดถึงการประชุมในช่วงเวลาที่ผ่านมา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่งเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 30 ตุลาคม นั่นก็คือวันนี้แหละครับ มีการประชุมวิปรัฐบาลไปทั้งหมด 19 ครั้ง พิจารณาร่างกฎหมาย รวมไปถึงหนังสือสัญญา รวมทั้งหมด 59 ฉบับ ถัดมาคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ยังระบุอีกว่าในช่วงรัฐบาลรักษาการของคุณภูมิธรรม เวชยชัย ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2567 มีการพิจารณากฎหมายไปทั้งหมด 6 ฉบับนะครับ ส่วนช่วงรัฐบาลของนางสาวแพรทองธาร ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน มาจนถึงวันนี้ก็คือ 30 ตุลาคม 2567 มีการพิจารณาร่างกฎหมายไปทั้งหมด 26 ฉบับครับ โดยร่างกฎหมายที่มีความสำคัญมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วนี่ ประกอบไปด้วย 4 ฉบับ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช 2567 พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มเติม 2567 นะครับ ถัดมาก็คือพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีพุทธศักราช 2568 ซึ่งประกาศใช้ไปแล้วทั้ง 4 ฉบับนะครับ นอกจากนี้อยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายจำนวน 2 ฉบับ นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 14/2559 ถัดมาเรื่องที่คณะกรรมการที่ปรึกษาบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง นอกจากนี้นะครับคุณผู้ชม การสรุปผลงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีร่างกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ 6 ร่าง เป็นร่างที่ประชาชนให้ความสนใจ นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง ปี 2558 และร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางรางนะครับ อย่างไรก็ตามหากพูดถึงกระบวนการพิจารณากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรราษฎร พบว่ามีร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. และภาคประชาชน รวมในช่วงเวลาที่ผ่านมา 148 ฉบับ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวถูกวินิจฉัยว่าเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน รวม 71 ฉบับ และต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรองนะครับ โดยล่าสุดการประสานงานของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งว่ามีร่างพระราชบัญญัติที่นายกไม่รับรองอยู่ 17 ฉบับ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี 39 ฉบับ รวมทั้งหมด 56 ฉบับ ส่วนอีก 15 ฉบับนั้น ที่เหลือไม่ปรากฏว่าแจ้งอยู่ในสถานะใดนะครับ ถัดมาอีก 1 เสียงนะครับคุณผู้ชม เมื่อวานนี้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือว่าวิปฝ่ายค้านก็โดนถามเหมือนกัน ที่ผ่านมาคุณปกรณ์วุฒิบอกว่า การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสมัยประชุมที่ผ่านมาค่อนข้างพอใจ โดยยอมรับว่าสมัยประชุมนี้มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ แต่ก็พอจะบริหารจัดการไปได้ราบรื่นบ้าง ไม่ราบรื่นบ้าง ส่วนมาตรการต่าง ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการมาตอบกระทู้ของคณะรัฐมนตรีก็คล้ายกัน พรรคประชาชนกับพรรครัฐบาลเอง ได้รับผลกระทบนะครับ ทั้งนี้คาดหวังว่าในสมัยประชุมหน้าที่จะกลับมาตั้งแต่ 12 ธันวาคมเป็นต้นไปนี่ ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ นายกรัฐมนตรีรวมไปถึง ครม. จะมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของฝ่ายค้าน ซึ่งทั้งฝ่ายค้านและประชาชน ก็คาดหวังเช่นกันว่าจะได้เห็นภาพดังกล่าวในสภาช่วงเวลาที่เปิดสมัยประชุมหน้าเช่นกันครับ (คุณณัฐภัทรพล) ยังอยู่กับที่คุณปกรณ์วุฒิครับคุณผู้ชมครับ ก็มีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของ กฎหมายนิรโทษกรรมนี่นะครับ คุณปกรณ์วุฒิเขาก็มีการตั้งคำถามไปถึงพรรคเพื่อไทย ว่าพรรคเพื่อไทยเองจะมีการส่งเกี่ยวกับเรื่องของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมนี่ ประกบเข้ามากับส่วนของพรรคประชาชนหรือว่าพรรคอื่นหรือไม่ และคุณปกรณ์วุฒิก็ยังมีการหวังนะครับคุณผู้ชมครับ ว่าเพื่อไทยนี่จะแสดงจุดยืนในการแก้ไขปัญหาปมขัดแย้งทางการเมืองนี่แหละครับ ลองไปดูกับคุณปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ครับ ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านนะครับ หรือว่าวิปฝ่ายค้าน มีการให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องของนิรโทษกรรมว่าจะมีการทำความเข้าใจกับรัฐบาลอย่างไร ถึงการรวมมาตรา 112 ในสมัยประชุมหน้า โดยมีการระบุนะครับ ว่าในมุมมองส่วนตัวมองว่าหลาย ๆ เรื่องที่พรรคเพื่อไทยเคยพูดมาทั้งจากสมัยประชุมที่แล้ว ก่อนการเลือกตั้ง กระทั่งผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว พรรคเพื่อไทยเข้าใจดีเกี่ยวกับมาตรา 112 แต่ตนก็ไม่แน่ใจว่าด้วยข้อจำกัดอะไรที่ทำให้ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป คุณปกรณ์วุฒิ บอกอีกนะครับ ว่าหากดูจากรายงานนิรโทษกรรมที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติและลดโทษกรรม ได้มีการศึกษาและสภา ได้มีการโหวตคว่ำข้อสังเกตไป เมื่อสัปดาห์ก่อนนะครับคุณผู้ชม จะเห็นว่าในจำนวน 8 คนของกรรมาธิการเป็นสัดส่วนพรรคเพื่อ มี 4 คน ที่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม รวมมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข มี 2 คนไม่เห็นด้วย และอีก 2 คนไม่ให้ความเห็นนั่นเองนะครับ เนื่องจากเป็นประธานคณะกรรมาธิการและเป็นเจ้าของญัตติ จึงใช้สิทธิ์ในการงดออกเสียง ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าวครับคุณผู้ชมครับ คุณปกรณ์วุฒิก็ตั้งคำถามกลับไปนะครับว่า ตกลงแล้วนี่พรรคเพื่อไทยนี่จะมีการส่งร่างนิรโทษกรรมเข้ามาประกบกับร่างของพรรคประชาชนแล้วก็พรรคอื่น ๆ หรือ ในสมัยการประชุมหน้า จึงอยากทราบจุดยืนของพรรคเพื่อไทยต่อเรื่องนี้นะครับ ในการแก้ไขปมความขัดแย้งทางการเมืองที่ต่อเนื่องยาวนานมาหลายปีเลยทีเดียวนะครับ ส่วนกรณีที่มีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคเตรียมคว่ำร่างนิรโทษกรรมของพรรคประชาชนนั้นนะครับ ประธานวิปฝ่ายค้านก็บอกนะครับคุณผู้ชมครับ ว่าจะต้องมีการพูดคุยแล้วก็สื่อสารทั้งในส่วนของพรรคการเมืองและก็สังคม ว่าเจตนาที่แท้จริงของพรรคประชาชนคืออะไร ซึ่งในสภาตนก็เข้าใจว่าสุดท้ายนี่ต้องเคารพเสียงข้างมากนะครับ แต่ก็ยังต้องฝากว่าหากพรรคเพื่อไทยจะนำเสนอเนื้อหาที่อาจจะเปลี่ยนแปลงจากที่พรรคประชาชนเสนอ ก็อยากจะให้มีการเปิดโอกาสให้หลาย ๆ คนที่กระทำความผิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฐานความผิดใด หรือว่าด้วยแรงจูงใจทางการเมืองใด มีโอกาสได้รับการนิรโทษกรรมครับ เพื่อที่จะนำไปสู่ความปรองดองของสังคม พรรคประชาชนก็ยินดีที่จะเห็นชอบกับร่างที่มีหลักการ และอยากให้พรรคเพื่อไทยระลึกว่าทุกพรรคการเมืองต่างก็มีความคิด มีหลักการ มีอุดมการณ์ที่เป็นของตัวเอง และย้ำนะครับ ว่าแม้ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องกันในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือว่าพรรคร่วมรัฐบาล แต่ในด้านการทำงาน หากมีหลักการพรรคประชาชนก็ยินดีจะเห็นชอบกับร่างกฎหมายนะครับ แล้วก็ญัตติใด ๆ ก็ตามที่สอดคล้องกับหลักการของพรรคประชาชน ไม่ว่าพรรคไหนจะเป็นผู้เสนอก็ตามนะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ ก็เป็นการตั้งข้อสังเกตของคุณปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิบฝ่ายค้านนะครับ เนื่องจากว่าสัปดาห์ก่อนนี่มันมีรายงานฉบับหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม ปรากฏว่าสภานี่รับทราบรายงานนะ แต่ไม่รับทราบเรื่องข้อสังเกต นี่ก็เป็นประเด็นทำให้เรื่องของการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมสมัยประชุมหน้า พรรคฝ่ายค้าน ก็คือพรรคประชาชนนี่เขาก็ตั้งข้อสังเกตมาว่าท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่มีอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล นั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเรื่องของรายงานนิรโทษกรรมนี่สมัยหน้าจะเอาอย่างไร ถามไปที่เพื่อไทยชัด ๆ แบบนี้ก่อนนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) เพื่อไทยเองก็ต้องไปคุยกันในพรรคก่อนนะครับว่าจะทำอย่างไร ต่อไปแต่ก็มีแง้ม ๆ ออกมาว่าก็อาจจะส่งมาประกบร่างกัน คู่กับทางด้านของพรรคประชาชนด้วย (คุณวัฒนะ) ครับท่านผู้ชมครับ หากพูดถึงการพิจารณาเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ นี่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนก็จับตามอง คดีใหญ่ 20 ปีผ่านไป (คุณณัฐภัทรพล) หมดอายุความไปแล้วนะ (คุณวัฒนะ) เพิ่งหมดอายุความไปเมื่อ 25 ตุลาคม ที่ตากใบนะคุณผู้ชม ทำให้หลาย ๆ คนก็จับตามองว่า เอ๊ะ หลังจากนี้ไปจะมีการขับเคลื่อนอย่างไร ดำเนินการอย่างไรต่อไปนะครับคุณผู้ชม ปรากฏว่าเป็นข่าวใหญ่ 2-3 วันที่ผ่านมา มีปลัดอำเภอท่าอุเทนครับ จังหวัดนครพนม ช่วงเวลาหนึ่งนี่เขาบอกว่าลาพักผ่อน แล้วก็คดีหมดอายุความ กลับมาทำหน้าที่ครับ เป็นข่าวใหญ่ทำให้เป็นที่จับตามองว่า เอ๊ะ กระบวนการยุติธรรมของไทย ณ เวลานี้นี่มันเกิดอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ทำให้ล่าสุด สส. พรรคประชาชนชี้ว่าปลัดอำเภอท่าอุเทนท่านนี้นี่ กลับมาทำหน้านี่จะมีกระบวนการอย่างไรต่อไป นี่ก็คือการเปิดเผยของ สส. รอมฎอน ปันจอร์ สส. จากพรรคประชาชนก็ตั้งข้อสังเกตกับเรื่องนี้แหละครับ ไปฟังกันนะครับ ล่าสุดคุณรอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน ได้แสดงความเห็นต่อกรณีของปลัดอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีตากใบ หลบหนีคดีไป จนคดีขาดอายุความไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 แล้วล่าสุดนะครับ กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้ว โดย สส. รอมฎอน ระบุว่ากรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล การหนีหมายจับคดีร้ายแรงของข้าราชการกลายเป็นเรื่องปกติไปหรือไม่ โดยไม่มีการต้องแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ในอีกทางหนึ่งก็ต้องให้ความเห็นว่า การกลับมาทำหน้าที่ของข้าราชการรายนี้เป็นการตบหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่อย่างไร เพราะว่าที่ผ่านมาแทบจะเป็นไม่ได้เลยนะครับ ที่จะมีการติดตามตัวตามหมายจับ และไม่สามารถกลับมาทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น การกลับมาเช่นนี้เป็นการยืนยันข้อสงสัยว่าการหนีคดีจะมีการรู้เห็นเป็นใจของข้าราชการหรือไม่ ดังนั้น ตนจึงอยากเรียกร้องให้กับหน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการที่หลบหนีคดีไป ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ให้ตรวจสอบวินัยเพื่อพิจารณาว่าเจ้าหน้าที่คนใดรู้เห็นเป็นใจในการช่วยหนีคดีหรือไม่ด้วยแหละครับ แหม มีคำถามเยอะเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังขอให้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถัดไปก็คือคุณภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งตรวจสอบเพื่อคลายข้อข้องใจของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และญาติพี่น้องของผู้ที่สูญเสียในเหตุการณ์แตกใบ บอกว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้มีการละเลยเพิกเฉย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถัดมา สส. รอมฎอน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมกรณีนี้ ยังทำให้เห็นปัญหาของระบบยุติธรรมของไทย เรื่องของอายุความในคดีอาญาที่เอื้อให้กับการลอยนวลพ้นผิดนะครับ ก็ต้องบอกว่าเป็นข้อบ่งชี้ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยเรื่องของอายุความในมาตรา 95 ซึ่งตนในฐานะที่เป็น สส. จะเร่งนำไปหารือในอนุกรรมาธิการการยุติธรรมในกรณีของตากใบ ที่เป็นผลผลิตมาจากเรื่องของมติสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา มอบหมายให้คณะกรรมาธิการการกฎหมายจัดตั้งขึ้นมา และตนเตรียมที่จะทำการแก้ไขร่างกฎหมายว่าด้วยอายุความ ซึ่งปัจจุบันนั้นก็มีข้อถกเถียงว่าควรจะเป็นการแก้ไขเฉพาะกรณีของอายุความที่เกี่ยวข้องกับฐานความผิดร้ายแรงให้ไม่มีอายุความเลย หรือจะเป็นการแก้ไขการนับอายุความในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ก็ได้มีการยกตัวอย่างออกมานะครับ พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสร็จแล้ว ส่งอัยการก็เริ่มนับใหม่ เมื่ออัยการทำสำนวนถึงศาลก็นับใหม่เช่นกัน คือ นับใหม่ทุกครั้งที่มีความคืบหน้าของคดี ซึ่งทั้งหมดนี้ ต้องมีการอภิปรายมีการถกเถียงกันเพื่อทำเป็นข้อเสนอ มีการกลั่นกรองกฎหมาย รับฟังความคิดเห็น และมีการพัฒนาร่างกฎหมายต่อไปด้วยเช่นกันครับ (คุณณัฐภัทรพล) เกี่ยวกับเรื่องนี้แหละครับคุณผู้ชมครับ เรื่องของปลัดท่าอุเทนนี่ใช่ไหมครับ คุณรังสิมันต์ โรม ก็มีการออกมาบอกว่าการที่จะดำเนินคดีนี่มันเร็วจนเกินไปนะครับ เดี๋ยวแน่นอนว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องนี่ไปดำเนินการต่อนะครับ ส่วนในเรื่องของคดีตากใบนี่ คุณรังสิมันต์ โรม ก็ออกมาบอกว่าเสียดายเหลือเกินนะครับคุณผู้ชมครับ ที่ประชาชนนี่ไม่ได้รับความยุติธรรมนั่นเองนะครับ ลองไปดูเสียงของคุณรังสิมันต์ โรม กันครับคุณผู้ชมครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ มีการให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสลายการชุมนุมตากใบ ภายหลังคดีหมดอายุความ เมื่อ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าตนเองนี่รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างจริงจังในการนำตัวจำเลยและผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก่อนที่คดีจะสิ้นอายุความ จึงได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีตากใบจบแบบนี้อาจเป็นความพึงพอใจของรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งคำว่า “จบ” ของรัฐบาลไม่ได้จบแบบที่ประชาชนได้รับความยุติธรรมครับ แต่จบแบบที่สุดท้ายแล้วไม่มีใครกล่าวหาหรือว่าดำเนินการตามกฎหมายกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้นะครับ หรือแม้แต่พรรคเพื่อไทยที่มีรากฐานมาจากพรรคการเมืองในขณะนั้นเอง นอกจากนี้คุณรังสิมันต์ โรม ยังมีการกล่าวถึงพฤติการณ์ของคุณภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คุณแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ทำให้ประชาชนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่สามารถเชื่อมั่นรัฐบาลได้ว่า ตั้งใจจะคลี่คลายปมดังกล่าวอย่างเต็มที่แล้วนะครับ ส่วนกรณีเมื่อสักครู่นี้เลยนะครับ คุณผู้ชมครับ ปลัดอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมนี่แหละครับ ซึ่งก็เป็น 1 ในจำเลยคดีตากใบครับ กลับมาปฏิบัติหน้าที่หลังจากที่คดีนี่สิ้นอายุความไป ประเด็นนี้นะครับคุณผู้ชมครับ จะมีการเอาผิดอย่างไรนั้น คุณรังสิมันต์ โรม ก็บอกนะครับ ว่า อาจจะเร็วเกินไปนะ ที่จะมีการดำเนินการทางกฎหมายนะครับ แต่ก็เชื่อว่าจะมีผู้ติดตามเรื่องนี้อย่างแน่นอนนะครับ โดยเฉพาะผู้ที่ยื่นฟ้องต่อศาลในคดีนี้ แล้วก็พรรคประชาชนนี่ ก็จะมีการติดตามเรื่องนี้ต่อไปนั่นเองนะครับ มีเสียงช่วงนี้ของคุณรังสิมันต์ โรม ลองไปฟังกันดูครับ (คุณรังสิมันต์) ผมต้องย้ำนะครับ กรณีตากใบไม่ใช่แค่การลงโทษ แต่มันคือการที่เราจะบอกว่าใครบ้างที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบนะครับ โดยที่เราใช้ กระบวนการยุติธรรมของเรา ในการที่จะคลี่คลายปมความขัดแย้งนี้ ดังนั้นนี่ มันไม่ใช่แค่การลงโทษเท่านั้น มันไม่ใช่แค่การเยียวยาเท่านั้น แต่มันคือการสร้างความรับผิดชอบ การรับผิดรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองในวันนั้น ที่ทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตของคนจำนวนมากนะครับ (คุณวัฒนะ) เมื่อวานคุณผู้ชมที่ติดตามผ่านทางช่อง 10 ของเรานะครับ ถ่ายทอดสดการประชุมวุฒิสภาเป็นนัดสุดท้ายของสมัยประชุมนี้นะ (คุณณัฐภัทรพล) จบไปเกือบ ๆ เที่ยง (คุณวัฒนะ) ต้องบอกว่ามีผลงานหลายฉบับเลยทีเดียวนะครับ ที่เป็นการพิจารณากฎหมายการพิจารณาญัตติเรื่องของการปรึกษาหารือ รวมไปถึงเรื่องของกระทู้ถามด้วย ในส่วนของวุฒิสภานะครับ คุณผู้ชมได้มีการสรุปผลงานในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่า แหม ทำหน้าที่ไม่นานแต่ผลงานเยอะพอสมควรนะครับ ไปฟังผลสรุปเมื่อวานนี้นะครับคุณผู้ชม ล่าสุดนะครับ ในช่วงสุดท้ายของการประชุมวุฒิสภาเมื่อวานนี้ เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ซึ่งก็มีคุณบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 นั่งบนบัลลังก์นะครับ คุณผู้ชมเห็นหน้าจอเมื่อสักครู่ ได้สรุปผลการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติของทางวุฒิสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา บอกว่ามีการประชุมวุฒิสภาทั้งหมด 21 ครั้ง เวลาในการประชุมประมาณ 124 ชั่วโมง 30 นาที มีสมาชิกวุฒิสภาปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม 123 เรื่องครับ ส่วนผลการดำเนินงานด้านกฎหมายมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 11 ฉบับ โดยวุฒิสภาให้ความเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร 5 ฉบับ วุฒิสภาเห็นชอบด้วยกับกรรมาธิการร่วมกัน 1 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกัน 1 ฉบับ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาอีก 4 ฉบับนะครับ สำหรับผลการดำเนินงานด้านการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภาได้ตั้งกระทู้ถามรวม 52 กระทู้ เป็นกระทู้ถามด้วยวาจา 21 กระทู้ รัฐบาลตอบแล้ว 7 กระทู้ ตกไป 14 กระทู้ ถัดมาวุฒิสภาตั้งกระทู้ถามเป็นหนังสือ รวม 31 กระทู้ กระทู้ถามที่ตอบไม่ได้ในที่ประชุมนะครับ จำนวน 25 กระทู้ ตอบแล้ว 15 กระทู้ ตกไป 7 กระทู้ และยังค้างตอบกระทู้อีก 3 กระทู้นะครับ ส่วนกระทู้ถามที่ขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษามีทั้งหมด 6 กระทู้ ซึ่งรอตอบทั้งหมดอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีการพิจารณารายงานประจำปีของหน่วยงาน หรือว่าองค์กรต่าง ๆ 25 เรื่อง เป็นการพิจารณาญัตติทั้งหมด 9 เรื่อง พิจารณาเลือกหรือให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นจำนวน 3 ครั้ง อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ 1 ตำแหน่งนะครับ จากนั้นสมาชิกวุฒิสภาได้รับทราบรายงานพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชบัญญัติพระราชกฤษฎีกานะครับ ให้ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม พุทธศักราช 2567 ด้วยแหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) พักสักครู่หนึ่งครับคุณผู้ชมครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) พาคุณผู้ชมไปติดตามภารกิจ ของรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นะครับ ให้การรับรองเลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือว่า OECD ครับ คุณภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ให้การรับรองนาย Mathias Cormann เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ครับ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย และบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติ ในการปรับปรุงและบัญญัติกฎหมาย ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD โดยมีคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย คุณศุภโชค ศรีสุขจร สส. จังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา คุณณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคุณอาพล นันทขวาง ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร่วมให้การต้อนรับนะครับ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ได้กล่าวต้อนรับเลขาธิการ OECD และคณะ พร้อมขอบคุณมิตรไมตรีจิต ในการเดินทางเยี่ยมประเทศไทยในครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ในการผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD อย่างแข็งขัน โดยปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระหว่างขั้นตอนการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD โอกาสนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยทาง OECD ได้ขอให้รัฐสภาไทยสนับสนุนการปรับปรุงนโยบาย และแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD พร้อมเสนอให้มีการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพระหว่างกัน เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะต้องใช้เวลาประมาณ 5-7 ปีครับ ด้านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวยืนยันนะครับ ว่ารัฐสภาไทยยินดีและพร้อมใจ ที่จะสนับสนุนในเรื่องของการปรับปรุง และบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนให้การเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยสำเร็จลุล่วง พร้อมย้ำแม้ว่ารัฐสภาไทยจะประกอบด้วยหลายพรรคการเมือง แต่เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองมีจุดหมายเดียวกัน คือ การนำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศให้ดีขึ้น โดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้ประเทศไทยเดินไปสู่เป้าหมายในอนาคตที่เข้มแข็ง พร้อมหวังว่ารัฐสภาไทยและเลขาธิการ OECD จะร่วมมือกัน เพื่อผลักดันให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การ เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาสำเร็จตรงตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้ครับ (คุณวัฒนะ) ไปดูคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ของทางวุฒิสภานะครับคุณผู้ชมได้หยิบยกประเด็นปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของทหารเกณฑ์เสียชีวิตจากการฝึกนะครับ ในค่ายทหาร ก็ปรากฏว่ามีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันชี้แจง แล้วก็หาสาเหตุต่าง ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่อไปนะครับ คุณผู้ชมเห็นบรรยากาศอยู่ในขณะนี้ นางอังคนา นีระไพจิต ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา เป็นประธานการประชุมนะครับ เป็นการพิจารณาจากกรณีของทหาร ทหารนะ ที่เรียกว่า “พลทหาร” นี่เสียชีวิตในค่าย อันเนื่องมาจากการฝึกซ้อม หรือการลงโทษในระบบทหาร พร้อมทั้งเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กองทัพเรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ โดยคุณอังคนา นีระไพจิต กล่าวว่าจากเหตุการณ์พลทหารนายศิริวัฒน์ ใจดี เสียชีวิตในค่ายทหาร อันเนื่องมาจากการฝึก หรือการลงโทษในระบบทหารนะครับ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการเสียชีวิต เรื่องของร่างกายและจิตใจของผู้ถูกกระทำ ตลอดจนครอบครัวของผู้ถูกกระทำในขณะนั้น ดังนั้น คณะกรรมาธิการเล็งเห็น ว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน การกระทำให้บุคคลสูญหาย พุทธศักราช 2565 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรง ที่ทางคณะกรรมาธิการจำเป็นต้องเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงกันต่อไป ด้านนาวาอากาศเอกสิทธิศักดิ์ สิทธิกุล เสนาธิการกรมสารวัตรทหารเรือ ได้กล่าวชี้แจงว่า ที่ผ่านมาหลักสูตรการฝึกต่าง ๆ รวมไปถึงการไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ สาเหตุของการเสียชีวิตของพลทหารศิริวัฒน์ ใจดี ทุกกระบวนการเป็นไปตามข้อวินิจฉัย ที่มีการตรวจร่างกายของผู้เสียชีวิต พร้อมกับย้ำถึงความรู้สึกความเข้าใจของผู้เสียหาย ซึ่งทางกองทัพเรือยินดีให้การช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่อยู่แล้วนะครับ ในขณะที่พลตรี ชัยณรงค์ เดือนแรม ผู้แทนจากกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวชี้แจงเพิ่มเติม ว่าทางกระทรวงกลาโหม ยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการลงโทษอย่างที่ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างแต่อย่างใด เนื่องจากขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงทางกระทรวงกลาโหมเอง ได้มีการตระหนักถึงความสำคัญ ที่ผู้ได้รับการสูญเสีย จึงได้มีคำสั่งให้มีการศึกษาแนวทางต่าง ๆ ป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวซ้ำซ้อนต่อขึ้นมาอีก รวมถึงการกำหนดมาตรการการควบคุม การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การกระทำลงโทษ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนมีการคัดสรรครู ผู้ปกครองที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรมจริยธรรม ในการฝึกทหารใหม่ ที่เอาใจใส่ผู้ถูกฝึกอย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) คลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าว วันนี้ครับคุณผู้ชมครับ คุณปริษฐา นะครับ จะพาไปดูเกี่ยวกับเรื่องของคุณผู้หญิงครับ เกี่ยวกับเรื่องของผ้าอนามัยนี่แหละครับ ในตอนที่มีชื่อว่า “ผ้าอนามัยไม่มีภาษี สร้างสังคมเสมอภาค” ไปติดตามได้ในคลายบนพื้นที่ขยี้ปมข่าว กับคุณปริษฐา อารีย์ ครับ [เสียงดนตรี] (คุณปริษฐา) คลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าวในวันนี้ พบกับดิฉันปริษฐา อารีย์ ค่ะ ท่านผู้ชมคะ ผ้าอนามัยไม่มีภาษี กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในสังคมอย่างกว้างขวาง ซึ่งก็มีหลายคนมอง ว่าสินค้าผ้าอนามัยควรเป็นสินค้าที่ปลอดภาษี ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม ในวันนี้เรามาดูความคิดเห็นที่หลากหลาย เกี่ยวกับแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ผ้าอนามัยนั้นปลอดภาษี ติดตามได้ในคลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าวค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณปริษฐา) เรื่องผู้หญิงว่าด้วยผ้าอนามัย กับการเข้าถึงในมิติด้านราคา และค่าใช้จ่ายที่ผู้หญิงทุกคนแบกรับ เริ่มพูดถึงอย่างต่อเนื่องในเมืองไทยในช่วงปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกยกเลิกภาษีผ้าอนามัย หรือแจกฟรีให้กับประชาชนกันแล้ว ซึ่งในแต่ละประเทศกำหนดให้ผ้าอนามัย เป็นสินค้าในหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้มีการเก็บภาษีที่แตกต่างกันด้วย มีทั้งประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัย เป็นสินค้าในหมวดหมู่สิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยจะได้รับการยกเว้นภาษี ประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ซึ่งมีการคิดภาษีตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐานในประเทศนั้น ๆ หรือถูกจัดให้เป็นสินค้าในหมวดหมู่อื่น ๆ เช่น เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ สินค้าประเภทสุขอนามัย ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งในแต่ละหมวดหมู่และในแต่ละประเภท ก็จะมีการกำหนดอัตราภาษีที่แตกต่างกันไป ผ้าอนามัยถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง ในขณะเดียวกันก็กลายมาเป็นภาระรายจ่ายประจำเดือน ที่ผู้หญิงต้องแบกรับ โดย Huffington Post รายงานว่าทั้งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง มีรอบประจำเดือนประมาณ 358 รอบ ใช้ผ้าอนามัยทั้งหมด 9,120 ชิ้น คิดเป็นเงิน 1,173 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 58,271 บาท ด้วยเหตุนี้จึงมีการรณรงค์เรียกร้องให้รัฐยกเลิก หรือลดภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผุ้หญิง โดยทางคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร หนึ่งในหน่วยงานที่รณรงค์การลดภาษีผ้าอนามัย ได้จัดสัมมนาเรื่อง Pink Tax ภาษีและมูลค่าสินค้าที่ผู้หญิงต้องจ่าย เพื่อให้นักเรียน บุคลากรทางการศึกษา และบุคคลทั่วไป มีความรู้ความเข้าใจ และให้ความสำคัญกับความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ผ่านสินค้าอุปโภคระหว่างเพศ รวมถึงเพื่อนำความคิดเห็นข้อเสนอแนะไปแนวทางในการเพิ่มศักยภาพ และหาแนวทางการแก้ไขเรื่องดังกล่าว โดยด้านนายจุลพงษ์ อยู่เกตุ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 3 เปิดเผยถึงสถิติการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยของแต่ละประเทศ ว่ามีประเทศไหนที่ยกเลิกภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัยไปแล้ว และผู้หญิงในแต่ละประเทศต้องทำงานเท่าไร ถึงจะซื้อผ้าอนามัยได้ 1 ชิ้น โดยพบว่าประเทศไทยจัดเก็บภาษีผ้าอนามัย 7 เปอร์เซ็นต์ โดยคนไทยได้รับค่าแรงขั้นต่ำ 41.38 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งค่าแรงใน 1 ชั่วโมง สามารถซื้อผ้าอนามัยได้ 19.70 ชิ้น แม้ว่าผ้าอนามัยจะเป็นภาระทางค่าใช้จ่าย แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง ในทางด้านนิติบัญญัติ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถยื่นกฎหมายได้ แต่จะไม่มีทางประสบผลสำเร็จ ถ้าปราศจากการสนับสนุนจากประชาชน ในประเด็นนี้นางสาวภัสริน รามวงศ์ สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่าในประเทศไทยจำเป็นต้องยกเลิกภาษีผ้าอนามัย อย่ามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนบางคน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลาย ๆ คนด้วย ซึ่งการยกเลิกภาษีผ้าอนามัย จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้สังคมเกิดความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยตนขอย้ำจุดยืน ว่า ต้องการให้ทุกคนเข้าถึงผ้าอนามัยฟรี (คุณภัสริน) เราต้อง… กานต์นะคะ กานต์ต้องการที่จะให้เป็น… มีการเข้าถึงทุกคนนี่ เข้าถึงผ้าอนามัยฟรีนะคะ 1. ในสถานศึกษายังมีเด็กที่ยังไม่ได้มีรายได้นะคะ เช่น 10 ชวบ ถึง 25 ขวบนะคะ ยังเป็นวัยที่ยังศึกษาอยู่ หรือแม้แต่กระทั่งในต่างจังหวัดนี่ ถ้าจะมีผ้าอนามัย ก็อาจจะไปอยู่ที่ รพ.สต. ใช่ไหมคะ วางไว้คุณจะไปหยิบหรือว่าจะไปขอเบิกจ่ายใช้ ก็ทำให้การเข้าถึงผ้าอนามัยนี่ เป็นเรื่องสำหรับทุกคนได้ (คุณปริษฐา) ขณะที่ศาสตราจารย์ ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ถ่ายทอดมุมมองต่อเรื่องเหล่านี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยอาจารย์ชลิดาภรณ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่าภาษีผ้าอนามัยเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งเป็นภาระของคนเพศสภาพหญิงที่มีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย แต่เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ทันที ในกระบวนนโยบายสาธารณะของไทย แม้ว่าอาจมีหลายคนมองว่าเป็นของใช้สำหรับผู้หญิงเท่านั้น แต่จากการสำรวจแผ่นรองซับของเสียนั้น ไม่ได้ใช้เฉพาะกับผู้หญิงในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถูกใช้โดยคนหลายกลุ่ม ซึ่งใช้วัสดุแบบเดียวกัน ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้สูงอายุ จึงอาจจะต้องมองภาพให้กว้างมากขึ้น เพราะหากเรียกว่าผ้าอนามัยอาจจะดูจำกัด แต่สิ่งของเหล่านั้นถูกใช้โดยคนหลายกลุ่ม หลายช่วงชีวิต จึงอาจจะไม่ใช่เรื่องเป็นธรรมในทางกลับ แต่เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับคนทุกคนในสังคมนี้ นอกจากนี้ยังมองว่าเรื่องเหล่านี้สามารถแก้ปัญหาได้ทันที และกระทบต่อรายได้รวมของรัฐฯ ในรูปแบบของภาษีอากรไม่มากด้วย อีกหนึ่งกระบอกเสียงของผู้ประกอบการที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ในเชิงพาณิชย์ โดยนางสาววรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งบริษัท ไอร่า คอนเซปท์ จำกัด มองว่าผ้าอนามัยที่มีการตั้งราคาสูง เนื่องจากถูกมองว่าเป็นสินค้าของเพศสภาพหญิง แต่ในทางกลับกัน หากมองว่าเป็นแผ่นรองรับของเสีย ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพไหนก็ใช้ได้ ก็จะทำให้ราคาลดลงมาได้ ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีผ้าอนามัย โดยนักศึกษากลุ่มนี้ต่างบอก ว่าผ้าอนามัยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง และนำมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน และมองว่าราคาผ้าอนามัยในขณะนี้มีราคาแพง บางคนต้องใช้ในปริมาณมาก จึงจำเป็นต้องลดภาษี (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง 1) ก็หนูมองว่าในส่วนของผู้หญิงนะคะ ก็คือมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของการอุปโภคบริโภคนะคะ ก็คือเยอะกว่าผู้ชายอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนนี้หนูคิดว่าจำเป็นอย่างมาก ที่จะควรที่จะลดภาษีในเรื่องของผ้าอนามัยลดลงค่ะ (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง 2) ใช่ค่ะ หนูก็คิดว่าการลดภาษีนี่ ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผ้าอนามัย เพราะว่าผู้หญิงนี่ ต้องใช้ในทุก ๆ เดือนค่ะ (ผู้สื่อข่าว) เรามองว่าตอนนี้ผ้าอนามัยแพงไหม (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง 3) ก็แพงอยู่ค่ะ (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง 1) แพงค่ะ (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง 2) แพงค่ะ เพราะว่าในแต่ละเดือนอาจจะใช้ถึง 3 ห่อต่อเดือนค่ะ (คุณปริษฐา) ประเด็นเกี่ยวกับสวัสดิการผ้าอนามัย กลายเป็นประเด็นที่มีการเรียกร้องหลาย ๆ ประเทศ การเพิ่มการเข้าถึงสินค้าประเภทผ้าอนามัย ในกลุ่มผู้หญิงที่มีรายได้น้อย จึงเป็นสิ่งที่รัฐฯ ควรส่งเสริมและผลักดันในประเด็นนี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพหรือมีรายได้เป็นอย่างไร ก็ควรที่จะเข้าถึงสวัสดิการอย่างเท่าเทียมกัน แม้กระบวนการของแต่ละประเทศมีความหลากหลายและแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว สิ่งที่จะทำให้การยกเลิกภาษีเป็นจริงได้ คือ การผลักดันให้เป็นกฎหมาย โดยการร่วมมือกันของภาคประชาชน นิพัฒน์ พลเหมือน รัฐพล เงินบุตรโคตร ถ่ายภาพ ปริษฐา อารีย์ ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภารายงาน (คุณวัฒนะ) ช่วงนี้ไปติดตามความเข้มข้นข่าวต่างประเทศนะครับ คุณกิตติมารออยู่แล้วนะครับ คุณผู้ชมเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา โอ้โห ตอนนี้เขาบอกว่ามีโพลออกมา มีการพนันถูกกฎหมายก็ออกมาเช่นกันครับคุณกิตติครับ (คุณกิตติ) จริง ๆ บ้านเราการพนันผิดกฎหมายนะ ไม่ส่งเสริมนะครับ ล่าสุดนี่ โพลบอกคู่คี่สูสี แต่ในเว็บพนันดีกว่า เว็บพนันนี่ เขาให้ทรัมป์นะ หลังจากที่ทรัมป์ออกไปประกาศ ว่าทรัมป์ 2.0 จะเกิดขึ้น หลายคนต้องบอกว่าประวัติพรั่นพรึงพอสมควร เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ที่มีกับจีนก็ตาม หรือในตะวันออกกลางก็ตาม เพราะฉะนั้น ตรงนี้นี่นะครับ พนันออนไลน์หรือพนันที่เขาพนันขันต่อกัน เกี่ยวกับเรื่องผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แน่นอนมีผลทางจิตวิทยา มีการบอกเหมือนกัน ว่าถ้าอย่างนี้แล้วให้แรงต่อรองไปทางทรัมป์มากกว่า มันอาจจะส่งผลในทางจิตวิทยา ให้คนที่อาจจะเลือกหรือไม่เลือก กลับมาเลือกทางทรัมป์ก็ได้ มี ได้ส่วนเสียเหมือนกันนะครับ เดี๋ยวไปติดตามกันในช่วงท้ายข่าวต่างประเทศครับ (คุณวัฒนะ) ครับ พักสักครู่ครับคุณผู้ชม ช่วงหน้าตามกันต่อกับคุณกิตติ เสรีประยูร ครับ [เสียงดนตรี] (คุณกิตติ) ติดตามเกาะติดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครับ จะเกิดขึ้นวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ บ้านเรานี่ วันที่ 6 บ่าย ๆ ค่ำ ๆ น่าจะพอเรียกง่าย ๆ ว่าเห็นหัวเห็นหางกันแล้วนะครับ ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอเมริกา แต่ล่าสุดครับ เว็บพนันของสหรัฐฯ แบบถูกกฎหมายนะครับ ราคาพนันขันต่อเขาเทไปทางทรัมป์ครับว่าอาจจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไปก็ได้ครับ โดยแม้ผลสำรวจของหลากหลายสำนักนะครับ บ่งชี้ว่าคะแนนนิยมระหว่างกมลา แฮร์ริส กับโดนัลด์ ทรัมป์ นี่นะครับ สูสีคู่คี่กันอย่างมาก ระหว่าง 2 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนปัจจุบันนี่นะครับ จากริพับลิกัน แล้วก็เดโมแครต ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ปีนี้ครับ แต่สำหรับในแวดวงการพนัน เดิมพันกันครับ ว่าทรัมป์จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ครับ โดยแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ที่ถูกกฎหมายนะครับ อย่าง BETONLINE ครับ คาดการณ์ว่าทรัมป์มีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้งครับ โดยให้ราคาต่อรองนะครับ อยู่ที่ -200 ขณะที่แฮร์ริสมีราคาต่อรองอยู่ที่บวกถึง 170 ห่างกันเยอะมากนะครับ ส่วน BET365 ครับ ให้ราคาต่อรองสำหรับทรัมป์ -188 ขณะที่แฮร์ริส ครับ อยู่ที่ +150 ไปกันที่ BOVADA ครับ ให้ราคาต่อรองทรัมป์ -185 ขณะที่แฮร์ริสอยู่ที่ +160 นอกจากนี้แพลตฟอร์มออนไลน์ยังคาดการณ์ครับ ว่าพรรคริพับลิกันจะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยสามารถกวาดคะแนนเสียง ครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภา แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ครับ โดย The Conservation ครับ ซึ่งเป็นองค์กรข่าวที่ไม่แสวงหาผลกำไรครับ เปิดเผยครับ ว่าที่ผ่านมาตลาดพนันผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เก็งผลผู้ชนะเลือกตั้งผิดพลาดเพียง 2 ครั้งเท่านั้นนะครับ นับตั้งแต่ปี 2409 ซึ่งหนึ่งในนั้นเกิดขึ้นในปี 2559 โดยตลาดให้ราคาต่อรองว่า -323 ว่าฮิลลารี คลินตัน นั้นจะชนะการเลือกตั้งในปีดังกล่าว แต่ผลครับ ปรากฏว่าทรัมป์ชนะครับ เป็นการหักปากกาเซียนนะครับ จนได้ครองทำเนียบขาวเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามนะครับ เราประเทศไทยไม่สนับสนุนเรื่องของการพนันออนไลน์นะครับ เรายังผิดกฎหมายอยู่นะครับ อันนี้เป็นข่าวสารความเคลื่อนไหวนะครับ ว่าในต่างประเทศเขาเก็งเรื่องของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปทุกแวดวงจริง ๆ นะครับ บ้านเราไม่เกี่ยวกันนะครับ ไปดูผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบันครับ โจ ไบเดน ครับ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วนะครับ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ไม่ต้องสืบครับ ว่าไบเดนจะเลือกใครนะครับ โดยโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ครับ เดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งในเมืองนิวคาสเซิลครับ ในเมืองวิลมิงตัน ในเดลาแวร์ครับ เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีล่วงหน้า ก่อนวันลงคะแนนจริง ในวันที่ 5 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ครับ โดยใช้เวลาต่อแถวนานประมาณครึ่งชั่วโมงนะครับ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ สนทนากับประชาชนที่อยู่ในแถวอย่างเป็นกันเองครับ แล้วก็ช่วยเหลือประชาชนที่จะต้องใช้รถเข็นด้วย ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามไบเดนครับ หลังลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ว่าช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสุขแล้วก็เศร้าสำหรับเขาหรือไม่ เพราะจริง ๆ แล้วชื่อของเขาควรจะอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ไบเดนตอบครับ ว่าเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสุขและเศร้า ก็จริง ๆ นะครับ พร้อมย้ำว่าแล้วก็เชื่อมั่นนะครับ ว่ารองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส จะชนะการเลือกตั้ง โดยข้อมูลเบื้องต้นจากท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐฯ เป็นไปในแนวทางเดียวกันครับ ว่าชาวอเมริกันใช้สิทธิิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วนะครับ อย่างน้อย 41 ล้านคน ซึ่งรัฐส่วนใหญ่เปิดให้ใช้สิทธิหย่อนบัตรล่วงหน้า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนนี้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายนครับ เดิมทีครับ ตามธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองของสหรัฐฯ ไบเดนต้องเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เพื่อชิงชัยกับโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี ซึ่งเป็นตัวแทนจากริพับลิกันครับ อย่างไรก็ตาม ไบเดน วัย 81 ปี ถอนตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วก็ส่งผลให้ตำแหน่งดังกล่าวส่งต่อไปที่กมลา แฮร์ริส ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดี จริง ๆ ไม่มีธรรมเนียมนะครับ ว่าถ้าประธานาธิบดีคนปัจจุบันไม่ลงสมัยที่ 2 ต้องเป็นรองประธานาธิบดีแทน เพราะต้องผ่านการโหวตภายในพรรคก่อน แต่คราวนี้ครับ ผู้ที่โดดเด่นและถูกรับรองจากพรรคเดโมแครต ก็คือกมลา แฮร์ริส นั่นเองครับ ต้องบอกอย่างนี้ครับ ว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ ปัจจุบันนี้ ทั่วโลกจับตามองเพราะผู้ที่จะเป็นผู้นำคนต่อไป และเป็นประเทศที่เรียกว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ย่อมมีผลแน่นอนนะครับ ต่อเรื่องของการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้ง และรวมถึงเรื่องของ NATO 2.0 นี่ ถ้าทรัมป์มา NATO หนาวพอสมควร เพราะทรัมป์เคยบอก ว่าอาจจะไม่สนับสนุนแนวทางของ NATO โดยเฉพาะงบประมาณทางการทหาร (คุณวัฒนะ) ครับ อีกไม่กี่วันนะคุณกิตติ นับได้ประมาณสัก 6 วัน การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานะครับ คุณผู้ชมและนี่คือทั้งหมดครับ ในห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมรับฟังนะครับ เช้าวันนี้เราทั้ง 3 คนพร้อมทีมงานทุกคนลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณกิตติ) สวัสดีครับ