[เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับคุณณัฏภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผม วัฒนะ คล้ายแก้ว อาจารย์ล่ามภาษามือประจำรายการของเรา อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ นะครับ ช่วงของข่าวต่างประเทศวันนี้ เดี๋ยวอีกสักครู่หนึ่งพบกับคุณกิตติ เสรีประยูร เช้าวันนี้เราพบกันในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2567 ครับ (คุณณัฐภัทรพล) เปิดเช้ามา ฝุ่น PM 2.5 เยอะมากเลยนะครับคุณผู้ชมครับ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเช้ารู้สึกว่าผมจะเห็นตัวเลขอยู่ที่ 150 คุณวัฒนะ (คุณวัฒนะ) โอ้โห หนักมากนะครับ ค่าตัวเลข 150 นี่คุณผู้ชมครับ ก็จะใกล้แตะสีแดงแล้วนะ เอาแบบนี้ครับคุณผู้ชม ผมเล่าให้ฟัง เมื่อเช้านี้ผมขับรถมาจากบริเวณอโศก เพชรบุรี ปรากฏว่ามีกลุ่มควันขึ้นมา เป็นกลุ่มควันสีขาว ก็ขับรถมาจะเข้ามาสู่ที่รัฐสภานี่แหละครับคุณผู้ชม จะมาอ่านข่าวให้กับคุณผู้ชมฟังนี่แหละ ปรากฏว่าเจอคนเผาขยะอยู่ เผาเศษใบไม้ ทำให้เมื่อเช้านี้ต้องแจ้งไปยังกรุงเทพมหานคร หมายเลข 1555 เป็นสายด่วนนะครับ ก็ให้เข้าไประงับเหตุนะครับ ล่าสุดมีการตอบกลับมาแล้วจากระบบส่งข้อความ ว่าเข้าไปดำเนินการเรื่องของการเผาควันเมื่อเช้าเรียบร้อยแล้วเช่นกันครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใครเข้ามาเผาอะไรในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ไม่รู้นะ เพราะว่าตอนนี้ฝุ่นก็เยอะคุณผู้ชมครับ อย่างไรก็ใส่หน้ากากอนามัยนะคุณผู้ชมครับ เพราะว่าฝุ่นเยอะจริง ๆ เมื่อเช้าผมเดินออกไป ว่าจะสูดอากาศแบบหนาว ๆ เย็น ๆ สบาย ๆ ในช่วงนี้ในช่วงฤดูหนาวไง มีแต่ฝุ่นคุณผู้ชมครับ อันตรายต่อสุขภาพของเรานะ (คุณวัฒนะ) คือ สิ่งที่มันเกิดขึ้นที่มาพร้อมกับฤดูหนาวนะครับคุณผู้ชม ดูแลสุขภาพร่างกายกันนะครับ ก็มีปรากฏเป็นข่าวเหมือนกัน ตอนนี้หลายโรงเรียนก็มีการแจ้งเตือน มีการหยุดเรียนด้วย ยกตัวอย่าง ที่โรงเรียนสาธิตปทุมวัน มีไข้กรนครับ เป็นไข้แล้วก็เป็นอาการกรนด้วย นี่แหละครับ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องดูแลน้อง ๆ ที่เปิดเทอมในขณะนี้ เจอกับเพื่อน ๆ มากมาย เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ มากับฤดูหนาว ก็คือเรื่องของทางเดินหายใจ ก็จะมีปรากฏขึ้นพอสมควรนะครับคุณผู้ชมครับ ส่วนเช้านี้ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า เรามีบรรยากาศเมื่อสัปดาห์ก่อนนะครับ ได้มีการพูดถึงสภาวาที รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 คุณภราดร ปริศนานันทกุล เดินทางมาที่ช่อง 10 ของเรา มาท้าทาย มาเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมศึกษา แล้วก็ระดับ ปวช. ทั่วประเทศไทย ใครที่มีความรู้ มีความสามารถ มีวาทศิลป์ในการที่จะไปโต้ตอบ พูดจา เจรจากัน สภาวาทีเปิดกว้างแล้วนะครับ เปิดรับให้กับคุณผู้ชมและคุณผู้ฟัง น้อง ๆ หนู ๆ ท่านใด ผู้ปกครองท่านใด คุณครูท่านใดบอกแม่ เรามีลูกศิษย์ที่มีความสามารถ สมัครมากันได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้นะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ น้อง ๆ ม.ปลาย นะครับ แล้วก็น้อง ๆ ประกาศนียบัตรวิชาชีพนะครับ หรือว่า ปวช. สมัครเข้ามาได้นะครับ การแข่งขันครั้งนี้ครับ เป็นการแข่งขันโต้วาที เขาใช้เวทีชื่อว่า “สภาวาที” นี่แหละครับ จัดโดยสถานีวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาของเรานี่แหละครับคุณผู้ชมครับ ชิงโล่และเกียรติบัตรของประธานสภาผู้แทนราษฎร นี่ รู้สึกท่านนี้จะมาในงานด้วยนะ คุณภราดร ปริศนานันทกุล (คุณวัฒนะ) รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ที่มีวัย เขาบอกว่าเป็นวัยใกล้เคียงกับน้อง ๆ หนู ๆ น่ะ เข้าถึงแน่นอนกับเวทีนี้นะครับคุณผู้ชม การโต้วาที แน่นอน มีฝ่ายเสนอและก็ต้องมีฝ่ายค้าน หักล้างกันกับข้อมูลสำคัญ เราจะมีหัวข้อให้คุณผู้ชมนะครับ แล้วก็ในส่วนของคุณครูนี่ ที่ดูแลน้อง ๆ อยู่ ถ่ายเป็นคลิปมา เป็นคลิปวิดีโอสั้น ความยาวไม่เกิน 7 นาที เพื่อที่จะเข้าสู่รอบออดิชันหรือว่ารอบคัดเลือก ซึ่งจะมีคณะกรรมการคัดเลือกนะครับ คัดกันนี่ ให้เหลือ 16 ทีม เพื่อที่ 16 ทีมนี้จะมาโต้วาทีกันที่ช่อง 10 ของเรา ที่วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ในพื้นที่ของบริเวณรัฐสภานี่นะครับ คุณผู้ชมเข้าไปดูคลิปย้อนหลังกันนะครับ เพจของวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา Facebook นะครับ คุณภราดร ปริศนานันทกุล รอต้อนรับน้อง ๆ ทั่วประเทศอยู่นะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ก่อนที่จะมีการแข่งขันกันนะครับ แน่นอนว่าเดี๋ยวเราจะมีโหมโรงกันก่อนนะ สัปดาห์หน้าคุณวัฒนะครับ 20 พฤศจิกายนนะครับ จะมีรายการพิเศษ ถ่ายทอดสดทางเพจ Facebook วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา มีนักโต้วาที ต้องเรียกว่า “ตำนาน” (คุณวัฒนะ) อาจารย์กรรณิกา ธรรมเกษร ผมฟังตั้งแต่เด็ก ๆ ผมดูตั้งแต่เด็ก ๆ เป็นคนที่จัดสภาวาทีมาตั้งแต่ในอดีตนะครับ เป็นการโต้คารมมัธยมศึกษา ประมาณนี้ จะมาไลฟ์สดด้วย มาบอกเทคนิคต่าง ๆ ให้กับน้อง ๆ แล้วก็คุณครูทั่วประเทศได้รับทราบกันด้วยเช่นกัน (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ติดตามกันนะครับ ทางเพจวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภาในสัปดาห์หน้านะครับ ในวันพุธ เวลาประมาณ 10.00 น. ยาวไปจนถึงเวลาประมาณ 12.00 น. นั่นเองนะครับ ก็ฝากไว้ด้วย กับเวทีโต้วาทีครั้งแรกของสภา สภาวาที (คุณวัฒนะ) ผมเลยตื่นเต้นตามไปด้วย เนื่องจากว่าจะเห็นความสามารถของน้อง ๆ ทั่วประเทศนะครับ ที่ผ่านเข้ารอบ 16 คนนี่ และแน่นอน เมื่อสักครู่นี้เห็นที่เพจแล้ว เงินรางวัลรวมประมาณสัก 100,000 บาท ทีมที่ชนะเลิศอันดับ 1 นี่นะครับคุณผู้ชม นอกเหนือจากจะได้รับในส่วนของโล่เกียรติคุณแล้ว จากประธานสภาผู้แทนราษฎรนี่ เงินรางวัล 50,000 บาทนะครับ อันดับ 2 นี่ เงินรางวัล 30,000 บาท (คุณณัฐภัทรพล) อันดับ 3 ร่วม มี 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท รวมกันแล้วนี่ ก็มากกว่า 100,000 บาท อย่างที่เราได้บอกคุณผู้ชมไปเองนั่นเองนะครับ ไปดูเกี่ยวกับเรื่องของกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐกันบ้างดีกว่าครับคุณผู้ชมครับ สัปดาห์ที่แล้ว เขามีการประชุมกันนะครับ มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ มาให้ข้อมูลกันด้วย (คุณวัฒนะ) สัปดาห์ก่อนนี่ ผมฟังแล้วก็ตื่นเต้นตามไปด้วย เนื่องจากว่าในส่วนของคณะกรรมาธิการนี่ มีการประชุม แล้วก็มีการไลฟ์สดด้วยนะ ทำให้ประชาชนได้ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดนะครับคุณผู้ชม ปรากฏว่ามีการเชิญพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (คุณณัฐภัทรพล) ไม่มา (คุณวัฒนะ) พลตำรวจเอก บิ๊กโจ๊ก น่ะครับ (คุณณัฐภัทรพล) เหมือนจะไม่มา (คุณวัฒนะ) สุรเชษฐ์ หักพาล ก็ไม่มา แต่ปรากฏว่าบรรยากาศเมื่อสัปดาห์ก่อนก็เข้มข้นไม่เบา สัปดาห์นี้ยังมีการนัดประชุมต่อเนื่องนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ โดยในสัปดาห์นี้ก็จะมีการเชิญทางด้านของอดีตนายกรัฐมนตรีครับ คุณทักษิณ ชินวัตร นะครับ มาให้ข้อมูลนะครับ ที่อาคารรัฐสภา กับคณะกรรมาธิการ ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ เดี๋ยวติดตามกันครับคุณผู้ชม ไปติดตามกับทางด้านของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรครับ ที่มีทางด้านของคุณรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการครับ ก็ได้มีการออกหนังสือนัดประชุมคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาเรื่องการตรวจสอบ กรณีที่กรมราชทัณฑ์ให้คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ ให้กับการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 นะครับ โดยจะมีการนัดกัน ในวันศุกร์หน้าครับ 22 พฤศจิกายน นะครับ เวลา 09.30 น. ครับคุณผู้ชมครับ โดยในการประชุมครั้งนี้นะครับ คณะกรรมาธิการความมั่นคง จะมีการเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการนะครับ ก็ได้แก่ คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พลตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พลตำรวจโท โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ คุณวัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ครับ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ คุณรวมทิพย์ สุภานัน นายแพทย์ชำนาญพิเศษ โรงพยาบาลราชทัณฑ์นะครับ คุณวิชัย วงศ์ชนะภัย ครับ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา และผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มาให้ข้อมูลกันด้วยนะครับ สำหรับกรณีดังกล่าวนี้นะครับคุณผู้ชมครับ ถือว่าเป็นการตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 แล้วนะครับ หลังจากที่การตรวจสอบในครั้งแรกก็พบนะครับ คณะกรรมาธิการยังมีการติดใจเกี่ยวกับเรื่องของข้อมูลอยู่ ก็คือเรื่องของมาตรฐานการรักษาในเรือนจำนี่แหละครับ รวมถึงการส่งตัวผู้ต้องขังที่ป่วย แล้วก็วินิจฉัยโดยพยาบาล ว่าป่วยหนักถึงขั้นที่จะต้องส่งตัวไปรักษาต่อ ในที่นี้ ก็คือส่งจากราชทัณฑ์นี่ มาโรงพยาบาลตำรวจนะ อีกทั้งก็ยังไม่พบรายละเอียดของการรักษาด้วยนะครับ แล้วก็การบันทึกภาพในโรงพยาบาลตำรวจ ที่เป็นไปตามมาตรฐานการดูแลนักโทษนอกเรือนจำนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ ย้ำคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในส่วนของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐนั้น จะมีการประชุมครั้งถัดไปนะครับ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 09.30 น. สัปดาห์หน้าเข้มข้นกันอย่างต่อเนื่องนะครับ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนะครับ กลับมากันที่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับในช่วงของการปิดสมัยประชุมกันสักหน่อย หากพูดถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ทั้งสามัญและวิสามัญนี่นะครับ ต้องเรียนท่านผู้ชมแบบนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษีสรรพสามิต เรื่องของสุราก้าวหน้า ณ เวลานี้ การทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญนี่ มีการพูดคุยกัน และมองว่าจะมีข้อสรุปที่สำคัญออกมา และเป็นประเด็นที่จะน่าเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน คนไทยทุกคนด้วยแหละครับ ล่าสุดการเปิดเผยของ สส. ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ พ.ศ. ของสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภานะครับ ได้กล่าวถึงการผลักดันร่างภาษีสรรพสามิต บอกว่าขณะนี้ที่ประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประชุมไปได้ 4-5 ครั้งแล้ว มีการหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไข เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อย มีการเข้าถึงใบอนุญาตมากขึ้นนะครับ ในขณะเดียวกัน ในส่วนของคณะกรรมาธิการยังมีการลงพื้นที่ ไปที่จังหวัดชัยภูมิ ไปที่จังหวัดนครราชสีมา และพูดคุยกับผู้ประกอบการสุราชุมชน ที่ยังมีอุปสรรคในการดำเนินการต่าง ๆ ได้มีการนำข้อเสนอแนะ ข้อหารือ พร้อมกับปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เข้าพบกับคุณเผ่าภูมิ โรจนสกุล เมื่อสักครู่นี้นะครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในการดูแลกำกับภาษีสรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ในวันที่ 11 ที่ผ่านมา จากการหารือดังกล่าวนะครับ เห็นร่วมกันว่า ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ จะช่วยกันดำเนินการเป็นคู่ขนาน โดยให้ทางกรรมาธิการ ในฐานะของฝ่ายนิติบัญญัติเดินหน้าแก้ไขกฎหมาย ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ได้เข้าถึงใบอนุญาตได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ระหว่างที่กฎหมายยังไม่แล้วเสร็จนี่นะครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็รับปากว่าจะทยอยผ่อนคลายเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพของผู้ประกอบการในปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้นต่อไป เนื่องจากว่าในสภาพปัจจุบัน ระบบสรรพสามิตของไทยเป็นภาษีฐานเดียว ซึ่งภาษีจากตัวสินค้า ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่นะครับ ผู้ประกอบการที่เป็นสุราชุมชนหรือผู้ประกอบการเจ้าใหญ่ จะโดนฐานภาษีเดียวกันล่ะครับ จึงทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีโอกาสเติบโตได้น้อย อีกทั้งการเข้าถึงใบอนุญาตตามกฎหมายก็ยากอยู่แล้ว และเมื่อใดใบอนุญาตมา ไม่มีแต้มต่อ ก็จะทำให้รายย่อยสามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ คณะกรรมาธิการก็ได้สะท้อนไป ฝากไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในการช่วยพิจารณา นอกเหนือจากกฎหมายที่พิจารณาอยู่ในขณะนี้เป็นปกติครับ นอกจากนี้ สส. ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยังได้กล่าวว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีการพูดถึงเรื่องของการนำเข้า เรื่องของแหล่งเงินทุน เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการสุราชุมชนเป็นรายย่อย ไม่มีแหล่งทุนนะครับ เมื่อจะไปกู้กับธนาคารก็จะติดข้อจำกัดที่ว่า ธุรกิจของสุราเป็นธุรกิจที่ธนาคารไม่ปล่อยกู้ให้ เป็นธุรกิจสีเทา จึงต้องมีการปรับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายต่อไป และมองว่าธุรกิจสุรา โดยเฉพาะสุราชุมชน ก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ที่สามารถต่อยอดเรื่องอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกันครับ อย่างไรก็ตาม คุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ได้พูดถึงตัวร่างของภาษีสรรพสามิตนี้ มีการตกผลึกไปในทิศทางเดียวกันแล้ว เชื่อว่าจะสามารถจบในชั้นของกรรมาธิการได้ ช่วงของการปิดสมัยประชุมนี้ ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม เป็นต้นไป สามารถบรรจุวาระการประชุมเข้าไปได้ แต่คาดว่าไม่น่าจะเกินเดือนมกราคม 2568 จะผ่านในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถัดมานะครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้รับปากว่ากฎกระทรวงต่าง ๆ จะแก้ไขเลย และอาจจะใช้เวลา 2-3 เดือน ที่จะมีกฎหมาย มีกฎกระทรวงฉบับใหม่ มีการผ่อนคลายบางประเด็น ส่วนเรื่องของร่างกฎหมาย พรบ. ภาษีสรรพสามิตนั้น จะผ่านสภาประกาศใช้ อาจจะใช้เวลาไปถึงกลาง 2568 นั่นก็คือปีหน้า และเน้นย้ำนะครับ ว่าวัฒนธรรม สุราอยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน หากนำตัวอย่างจากประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น นำวัฒนธรรมสุรามาผลักดันเป็นสินค้าประจำพื้นที่ เห็นว่าจะสามารถต่อยอดหลาย ๆ เรื่องได้ด้วยเช่นกัน ทั้งมิติเรื่องของการท่องเที่ยว การพัฒนารายได้ของกลุ่มเกษตรกร จึงคาดหวังว่าประเทศไทยจะสามารถส่งสุราชุมชนออกเป็น Soft Power เป็นวัฒนธรรมสุราไปยังนานาชาติ และเกิดการกระจายรายได้เข้าสู่พื้นที่ เป็นกลไกหนึ่งแหละครับ ที่จะทำให้ฐานรากเศรษฐกิจต่าง ๆ ของชุมชน สามารถเติบโตไปได้ของรัฐบาลนี้ ไปฟังเสียงของชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่างกฎหมายภาษีสรรพสามิตกันสักหน่อยครับ (คุณชนินทร์) แต่ก็คิดว่าไม่น่าเกินเดือนมกราคม น่าจะสามารถผ่านวาระ 2 วาระ 3 ของที่ประชุมสภาได้ ของ… ของฝั่ง สส. นะครับ แล้วก็ส่งไป สว. ต่อ ส่วนของฝั่งบริหารเองนี่ ท่านรัฐมนตรีก็รับปากว่ากฎกระทรวงหลาย ๆ อย่าง แกจะ… แกจะปรับแก้เลยนะครับ แต่ด้วยความที่มันต้องมีกระบวนการในการเสนอขึ้นมา เราก็ต้องส่งเข้า ครม. อะไรต่าง ๆ นี่ แกก็รับปากว่าประมาณ 2-3 เดือนหลังจากนี้ น่าจะมีกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่… ที่มีการผ่อนคลายในบางประเด็นนะครับ ก่อนที่จะเป็นการแก้อีกทีหนึ่ง หลังจากที่กฎหมายตัวนี้ผ่าน กฎหมาย พรบ. นะครับ ผ่านใน… ใน สว. แล้วก็ประกาศในราชกิจจาฯ ซึ่งอาจจะใช้เวลาไปถึงกลางปีหน้า (คุณณัฐภัทรพล) จากสุรา ไปดูเรื่องของการศึกษากันบ้างดีกว่าครับคุณผู้ชมครับ เรื่องของกฎหมายการศึกษา หรือว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตินี่นะครับ ก็ยังมีการเดินหน้ากันอย่างต่อเนื่องนะครับ ล่าสุด ทางด้านของพรรคกล้าธรรมนะครับ ก็ยังออกมาบอกนะครับ ว่าร่างพระราชบัญญัติเพื่อการศึกษาแห่งชาตินี้นะครับ จะสำเร็จในสภาชุดนี้ แต่ก็มีการไปพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของความไม่แน่นอน แล้วก็ความไม่ต่อเนื่อง เกี่ยวกับเรื่องของนโยบาย อาจจะมีการเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายอาจจะมีการเปลี่ยนไป อันนี้เดี๋ยวก็ต้องมาพูดคุย แล้วก็วางแผนกันนั่นเองนะครับ ไปดูเรื่องนี้กัน กับทางด้านของคุณปรีดา บุญเพลิง ครับ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรมครับ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตินะครับ ว่ากฎหมายฉบับนี้จะมาปฏิรูปการศึกษาไทย โดยเชื่อว่าจะสำเร็จได้ในการพิจารณาของสภาชุดนี้ ซึ่งร่างใหม่ที่ยกขึ้นมา มีความเห็นจากหลากหลายพรรคการเมือง มั่นใจว่าทุกคนจะคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของเด็กไทย พร้อมที่จะสนับสนุน ส่งเสริมการศึกษาให้เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และทันต่อเทคโนโลยี ส่วนตนเองนั้นนะครับ เป็นครูมาตลอดชีวิตครับ มองเห็นอุปสรรคของการศึกษาไทยมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง ที่เข้ามาเป็นรัฐบาล การรวบอำนาจ รวมไปถึงการแสวงหาอำนาจ ด้วยการทุจริตในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการทุจริตกระบวนการสอบบรรจุ การขึ้นตำแหน่ง รวมถึงการทุจริตงบประมาณที่ได้รับจากภาครัฐด้วยนั่นเอง สส. ปรีดาบอกอีกนะครับ ว่าการแก้ปัญหาในทุก ๆ ด้านของประเทศไทยครับ จะไม่ประสบผลสำเร็จ หากรากฐานของการศึกษานี่ไม่ดีพอครับ จึงอยากจะขอให้ทุกคนนะครับ ตระหนักและก็ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษา ขณะเดียวกัน ยังมองว่าร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ จะเป็นตัวที่กำหนดกรอบ แล้วก็แนวทางในการดำเนินการ ให้เป็นไปทางในทิศทางเดียวกันนะครับ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลแบบไหน แบบใหม่ก็ตามนะครับ ก็จะไม่ขาดความต่อเนื่องเหมือนที่ผ่านมานี่แหละครับ อย่างไรก็ตามครับคุณผู้ชมครับ 19 พฤศจิกายนนี้นะครับ คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร จะมีการสัมมนาด้วยนะครับ แล้วก็เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ในประเด็นของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เขาจะจัดที่กรุงเทพมหานครนี่แหละครับคุณผู้ชมครับ ที่หอประชุมคุรุสภา โดยมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ก็อย่างเช่น ผู้อำนวยการ เขตการศึกษา 254 เขต ผู้นำองค์กรครู มาแสดงความเห็น ในฐานะผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริง มาประกอบกับการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ เมื่อเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรนั่นเองครับ (คุณวัฒนะ) กลับมาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษีสรรพสามิต หรือว่าสุราชุมชนนะครับคุณผู้ชม หากเอ่ยชื่อนี้ คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นะครับ ได้มีการออกมาพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ บอกว่าเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้กับสุราชุมชน เรื่องของใบอนุญาตล่ะครับ เพื่อให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ นี่ เป็นธุรกิจรายย่อย ได้สามารถดำเนินการเรื่องของสุราชุมชนได้ในอนาคตนะครับ ไปฟังเสียงของคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยนะครับ ในฐานะที่ตนเองเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ พ.ศ. ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมของกรรมาธิการ บอกว่าเห็นพ้องกับกระทรวงการคลัง ในการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อย สามารถนำผลผลิตต่าง ๆ ในท้องถิ่นมาแปรรูปนะครับ เป็นสุรา เพื่อการสร้างโอกาสให้กับชุมชนได้ เรื่องของการผลิตสุรา และก็มองว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่ทางรัฐบาลเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อยสามารถผลิตสุราได้ในอนาคต การออกใบอนุญาตต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ควรเป็นไปในลักษณะของการเปิดกว้างนะครับ ส่วนเรื่องของภาษี ควรจะมีเรื่องของสิทธิพิเศษให้กับผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่านี้ ก็จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนใหญ่ โดยผู้ประกอบการรายย่อยควรได้รับมาตรการภาษีที่ถูกกว่า การจัดเก็บภาษีที่ถูกกว่า ไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ อีกทั้งประเด็นนี้นะครับ สามารถดำเนินการโดยฝ่ายบริหารได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการออกใบอนุญาต การขยายใบอนุญาต ให้ครอบคลุมกับผู้ประกอบการรายย่อย มองว่าเรื่องของการควบคุมการผลิต กระบวนการการผลิต ไม่ได้แตกต่างกัน กับกรรมการผลิตของผู้ประกอบการรายใหญ่ ดังนั้น ตนตั้งข้อสังเกตนะครับ เหตุใดจึงไม่ใช้ใบอนุญาตฉบับเดียวกัน โดยเมื่อมีการออกใบอนุญาต แบ่งแยกระหว่างรายใหญ่กับรายย่อย อาจจะมองว่าเป็นการกีดกันทางการค้าหรือไม่ ซึ่งข้ออ้างของเรื่องของสุขภาพ ความปลอดภัย ตนเองมองว่าไม่เกี่ยวกัน เรื่องความปลอดภัยของสุราทุกประเภทนี่ จะมีการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่เรื่องที่มีปัญหาเกิดขึ้นจริง ๆ ก็คือปรากฏเป็นข่าวนะครับคุณผู้ชมครับ เรื่องของการนำสุรา แล้วนำเมทานอล 99.5 เปอร์เซ็นต์ มาผสมนี่นะครับ ซึ่งเมทานอลลงในปัจจุบันนี้น่ะครับ ก็มีการลงขายอย่างแพร่หลาย หาซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ดังนั้น เรื่องนี้ต้องฝากไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เอาจริงเอาจัง เนื่องจากเป็นต้นเหตุของสุราเถื่อน และยาดองมรณะที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นตอของการนำเมทานอลมาใช้ในการเจือปนในอาหาร เกิดจากความบกพร่องนะครับ ของการมีกฎหมายใบอนุญาต ให้สามารถใช้ได้นะครับ นอกจากนี้ สส. เท่าพิภพยังได้กล่าวถึงข้อกังวล เมื่อมีการปลดล็อกต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย สามารถผลิตสุราได้แล้ว จะกระทบต่อประชาชน ทำให้ติดสุรามากขึ้นด้วย ว่าการมีผู้ประกอบการรายย่อยผลิตสุรามากขึ้น มีแต่ข้อดีนะครับ แต่เรื่องที่ทำให้คนติดสุรามากขึ้นนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากหากผู้บริโภคต้องการจะดื่มสุรา ย่อมไปหาซื้อจากสุรารายใหญ่ได้อยู่ดี และจากตัวเลขของการบริโภคเรื่องของสุรา การจัดเก็บภาษีสุรานั้น มีจำนวนเท่าเดิมทุกปี ไม่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ปิดท้าย ตนขอฝากไปยังทางรัฐบาล ให้มีมาตรการง่ายที่สุด ในการประกอบธุรกิจ ทั้งเรื่องของใบอนุญาต การนำไปลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะยุคที่เศรษฐกิจมีความย่ำแย่ ขอให้หันมามองผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย ลดการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน โดยทำให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต ไปฟังเสียงช่วงของการแถลงของคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส. กรุงเทพมหานคร จากทางพรรคประชาชนครับ (คุณเท่าพิภพ) แน่นอนครับ เพราะจริง ๆ ผมว่ามันก็ต้องทำให้ง่ายที่สุดในการประกอบธุรกิจนะ คือ เศรษฐกิจมันแย่อยู่แล้วครับ รัฐบาลอย่าทำให้มันแย่กว่านี้เลย อันนี้ผมพูดกันตรง ๆ นะ แล้วก็ในเชิงของว่า ทำไมเราช่วยทุนใหญ่ได้ล่ะครับ มีทั้งลดหย่อนภาษีนู่นนี่นั่นได้ตลอดเวลาครับ แต่ทำไมมัน อย่าง… อย่างพวก BOI นะ การส่งเสริมการลงทุนต่างๆ นี่ คือ นอกจากรัฐไม่ส่งเสริมรายย่อย แล้วบางครั้งเป็นอุปสรรคนี่ ผมก็แปลก ๆ ครับ คือ เราก็ควรตั้งคำถามกับประเทศเราน่ะครับ ทำไมให้สิทธิของทุนใหญ่เยอะเหลือเกิน ทำไมมันไม่มี BOI ลดหย่อนภาษีให้ธุรกิจคนจนบ้างล่ะครับ ใช่ไหมครับ มัน… มันก็แปลก ๆ เหมือนกัน ผมไม่อยากตั้งคำถามตรงนี้ ก็อยากให้รัฐบาลดูด้วยนะ เรื่องนี้จะได้… คือ จริง ๆ ก็เชื่อว่ารัฐบาลเพื่อไทยนี่ ก็หัวใจ คือ ประชาชน ตามคอนเซปต์เขาน่ะครับ ก็ทำให้เห็นเป็นภาพจริง ๆ หน่อย ใช่ไหมครับ ว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะ ก็อันนี้ก็ฝากความหวังจริง ๆ นะครับ ผมก็ให้กำลังใจรัฐบาลนะ เพราะก็ช่วยไม่ได้ เขาเป็นรัฐบาลอยู่น่ะครับ ก็อยากให้ทำให้สำเร็จครับ (คุณณัฐภัทรพล) ไปดูเรื่องของปัญหาที่ดินกันบ้างดีกว่าครับ คุณผู้ชมครับ ซึ่งล่าสุดทางด้านของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ก็มีการออกมาคัดค้าน เกี่ยวกับเรื่องของการออกพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์นะครับ ออกมาบอกนะครับ ว่าเนื้อหาแล้วก็กระบวนการนี่ อาจจะมีการไปจำกัดสิทธิของประชาชนนั่นเองนะครับ คุณพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ครับ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชนครับ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีความเป็นไปได้ ว่าอาจจะมีการนำร่างพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และการดูทรัพยากรธรรมชาติ ภายในอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พ.ศ. และร่างพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พ.ศ. เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศใช้นั่นเองนะครับ ทั้งนี้กรรมาธิการที่ดิน ได้มีการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการออกพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ว่ามีปัญหาทั้งในแง่กระบวนการและแง่เนื้อหา อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิในที่ดินของประชาชนจำนวนมากครับ และได้มีการพิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าวในชั้นกรรมาธิการไปแล้วครั้งหนึ่ง พร้อมกับมีการกล่าวนะครับ ว่าที่มาของการออกพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ต้องย้อนไปยุครัฐบาลของ คสช. ที่มีการออกพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 รัฐบาลในเวลานั้นครับ มีการอ้างกับประชาชนว่าจะเป็นกฎหมายที่มีความก้าวหน้า จากในอดีต ที่หากประชาชนอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมดนะครับ กฎหมายฉบับใหม่ จะอนุญาตให้อยู่อาศัยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย โดยมาตรา 64 ในพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 บัญญัติให้มีการกำหนดรายละเอียดเรื่องนี้เป็นโครงการในกฎหมายลูก จึงนำมาสู่การร่างพระราชกฤษฎีกา โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อย่างไรก็ตามครับ ที่ผ่านมาร่างพระราชกฤษฎีกานี้ถูกคัดค้านจากภาคประชาชนมาโดยตลอดครับ แต่ทางกรมอุทยานยังมีการเร่งรัดจะออกกฎหมาย ก่อนหน้านี้ตนได้มีการแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวน แต่ยังไม่มีการตอบรับใด ๆ นะครับ และทราบมาว่า เมื่อวานที่ผ่านมาครับคุณผู้ชมครับ มีการนำร่างพระราชกฤษฎีกาเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จึงจำเป็นที่จะต้องมีการย้ำข้อกังวลอีกครั้งหนึ่ง โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ คือ ข้อกังวลในแง่ของกระบวนการ และก็ข้อกังวลในแง่ของเนื้อหา ซึ่งในแง่กระบวนการก็มี 3 ปัญหาหลักนะครับ ปัญหาแรกครับคุณผู้ชมครับ คือ ปัญหาของการขาดความชอบธรรมทางการเมือง 2. ปัญหาการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และ 3. ครับ ปัญหาการขัดต่อกฎหมาย ส่วนในแง่เนื้อหามีปัญหาหลายประการครับ โดยรวมกล่าวได้ว่าเป็นการออกกฎหมายที่มุ่งจำกัดสิทธิของประชาชน โดยไม่ใช่คุ้มครองสิทธิของประชาชน เป็นการอนุญาต ไม่ใช่การใช้สิทธิ อาทิ 1. วัตถุประสงค์ตามร่างพระราชกฤษฎีกา กำหนดว่าเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้อยู่อาศัยหรือทำกินเป็นการชั่วคราว ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะว่าประชาชนในหลายพื้นที่ อาศัยมาก่อนการประกาศเป็นป่าอนุรักษ์ และมีการตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถาวร 2. ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาในการอนุญาตอยู่อาศัย 20 ปี โดยไม่ได้บัญญัติว่าจะมีการอนุญาตต่อได้หรือไม่ ด้วยเงื่อนไขอะไร หากยึดถือตามนี้ หมายความว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ประชาชน 4,042 ชุมชน และพื้นที่ 4.2 ล้านไร่ จะต้องส่งคืนกรมอุทยานทั้งหมดนะครับ เพราะว่าพรรคประชาชนเสนอว่าควรยกเลิกการจำกัดระยะเวลาในการอนุญาต หรือรับรองสิทธิ ซึ่งจากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนี้นะครับ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการออกกฎหมายฉบับนี้ไปก่อน และร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงพรรคประชาชน เสนอการแก้ไขมาตรา 64 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ 2562 เพื่อยกระดับสิทธิชุมชน นำไปสู่การแก้ปัญหาป่าทับคน คนทับป่า ได้อย่างแท้จริง นี่คือโอกาสที่รัฐบาล ซึ่งนำโดยพรรคเพื่อไทย จะได้พิสูจน์ว่ารัฐบาลแห่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นนะครับ หรือว่าจะเป็นรัฐบาลที่สืบทอดมรดกรัฐประหาร ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนได้นั่นเองครับ (คุณวัฒนะ) พูดของทั้งเรื่องของที่ดิน เรื่องของป่านะครับคุณผู้ชม ทำให้หลาย ๆ คนนึกถึงที่ดินตอนนี้ ที่เขากระโดง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก็กลายเป็นประเด็นใหญ่นะครับคุณผู้ชม ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ล่าสุดนะครับ คณะกรรมาธิการการที่ดิน โดยโฆษกคณะกรรมาธิการการที่ดิน เปิดเผยออกมาว่าวันนี้แหละครับ จะมีการประชุมที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของเขากระโดง จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ ล่าสุดนะครับ ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล โฆษกคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันนี้ทางคณะกรรมาธิการจะมีการประชุมกรณีที่ดินของเขากระโดง มาพิจารณาเป็นกรณีเร่งด่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ การสร้างความกระจ่างให้กับประชาชนได้เข้าใจ มองว่าเรื่องดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในการดำเนินการต่อไป ส่วนที่มีการมองว่าเป็นเกมทางการเมืองของทางพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยหรือเปล่า เรื่องนี้ สส. ฐิติกันต์ สส. พรรคประชาชน ระบุว่าตนได้ติดตามการสัมภาษณ์ของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุแบบนี้นะครับ บอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เป็นการทางการเมืองแต่อย่างใด ต้องยอมรับว่าต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งคุณอนุทินกำกับในส่วนของกรมที่ดินอยู่แล้ว จะอ้างไม่ได้เสียทีเดียวว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น ทางคณะกรรมาธิการนะครับ จะเร่งพิจารณา ว่าเมื่อมีคำพิพากษาไปแล้ว ทำไมไม่ดำเนินการตามคำพิพากษา ทั้งที่ความเป็นจริง ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันด้วยล่ะครับ (คุณวัฒนะ) พักแป๊บหนึ่งครับคุณผู้ชม เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า กันต่อครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) พาคุณผู้ชมไปที่จังหวัดชลบุรีครับคุณผู้ชมครับ ก่อนหน้านี้เราจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่สัตหีบใช่ไหมครับ ที่ก่อนหน้านี้กองทัพเรือเป็นผู้ดูแลอยู่ ในการผลิตไฟฟ้า แล้วก็ใช้ไฟฟ้าให้กับประชาชน ให้กับชุมชนบริเวณนั้น ล่าสุด เหมือนจะเป็นข่าวดีครับคุณผู้ชมครับ สส. จังหวัดชลบุรี ก็มีการออกมาขอบคุณทางด้านของกองทัพเรือนะครับ ที่มีการเตรียมการในการถ่ายโอนสัมปทานไฟฟ้าไปให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้วนะครับ คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ สส. จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ โพสต์ข้อความผ่านทาง Facebook ส่วนตัว กว่า 8 ปี หรือว่าทั้งชีวิตของประชาชนในพื้นที่สัตหีบชลบุรี ที่ตนและประชาชนในพื้นที่ได้มุ่งมั่นต่อสู้ร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาไฟฟ้าในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จนวันนี้ครับ การดำเนินการดังกล่าวประสบความสำเร็จแล้วนะครับ เมื่อกองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ได้มีหนังสือถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะพิจารณาความเป็นไปได้ในการถ่ายโอนกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ตั้งกระทู้ถามในรัฐสภา ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย พร้อมรับการถ่ายโอนหรือไม่ โดยครั้งนั้นรัฐมนตรีได้ตอบกระทู้นะครับ ว่าพร้อมรับถ่ายโอนกิจการไฟฟ้าจากกองทัพเรือ และมีงบประมาณในการถ่ายโอนกิจการไฟฟ้า โดยมีการตั้งคณะกรรมการทั้งสองกระทรวง และได้สรุปภายในเดือนธันวาคมปีนี้แหละครับ อย่างเร็วที่สุดนะครับ ทั้งนี้ การถ่ายโอนบุคลากรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมรับบุคลากรจากกิจการไฟฟ้ากองทัพเรือเช่นกันครับ โดยหลักการเป็นอย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือขั้นตอนด้านกฎหมาย แล้วก็ด้านวิศวกรรม ที่จะต้องใช้ความรอบคอบอย่างมากในการถ่ายโอนครับ ตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่นี่แหละครับ ก็คือคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ จึงขอนำเรียนประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบที่เคารพ เพื่อโปรดทราบ และขอขอบคุณกองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย และขอบคุณเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนนะครับ ที่ให้การสนับสนุนครับ (คุณวัฒนะ) ไปกันที่เรื่องของการออกเสียงประชามตินะครับคุณผู้ชม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนกระบวนการของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งมี สส. 14 คน สว. 14 คนนี่ ทำหน้าที่พิจารณาอยู่นะครับ ล่าสุด มีท่าทีของ สว. 1 ท่าน ก็คือคุณพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ออกมาเปิดเผยว่าตนเองนี่ยอมรับได้นะ ประชามติ 1 ชั้นครึ่ง ที่มีการโยนออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นความคิดเห็นของคุณนิกร จำนง ในการดำเนินการอยู่ในขณะนี้แหละครับ ไปฟังท่าทีของ สว. พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ในฐานะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอแนวทางสายกลาง เพื่อแก้ไขความเห็นต่างระหว่าง สว. และ สส. นะครับ มีการพูดถึงเกณฑ์ผ่านประชามติเรื่องของรัฐธรรมนูญ ระหว่างการใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น Double Majority จำได้ใช่ไหมครับ และเสียงข้างมากชั้นเดียว Simple Majority ให้ใช้เกณฑ์ 1 ชั้นครึ่งนะครับ บอกว่าข้อเสนอการใช้เกณฑ์ผ่าน 1 ชั้นครึ่งนี่ มีการแสดงความเห็นออกมา นั่นก็คือมีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิก่อน และจากนั้นได้เสียงเห็นชอบเป็นเสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิ ซึ่งไม่มีประเด็นที่คะแนนต้องชนะเสียง Vote No เรื่องนี้นะครับ ตนรับได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับทาง สว. ที่เป็นกรรมาธิการร่วมกัน เป็นกรรมาธิการอีก 13 คน ยังมีประเด็นที่ต้องรอรับฟังข้อมูลประกอบ นั่นก็คือการชี้แจงของทางไปรษณีย์ไทย ที่มีความพร้อมหรือไม่ กับการออกเสียงประชามติ นอกจากนี้ระบบยืนยันตัวตนเป็นอย่างไร ยืนยันต่อการใช้สิทธิประชามตินั้นเป็นไปตามเจตจำนงของผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง และป้องกันการสวมสิทธิโดยบุคคลอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ตนเห็นด้วยกับการทำประชามติผ่านทางไปรษณีย์นะครับ เพราะว่าเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนได้ดี เข้าถึงได้ง่าย รวมไปถึงเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีข้อกังวลเรื่องของการยืนยันตัวตน คนที่จะมีสิทธิลงคะแนนจริงนั้น หากทางไปรษณีย์ยืนยันว่าทำได้ ไม่มีปัญหา ก็พร้อมใช้ และจะมีการปรับบทบัญญัติต่าง ๆ ให้เสียงข้างมาก 1 ชั้นครึ่ง ตนก็พร้อมที่จะสนับสนุนแล้วครับ ถัดมา สว. พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติม สำหรับการประชุมกรรมาธิการในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ จะมีตัวแทนของทางไปรษณีย์ไทยตอบรับเข้าร่วมประชุมแล้ว เชื่อว่าจะมีข้อซักถามรายละเอียดต่าง ๆ ความพร้อมของระบบ การยืนยันตัวตน การทำงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของทาง กกต. เอง ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วมประชุมชี้แจงหรือไม่ เข้าใจว่า กกต. อยู่ระหว่างการเตรียมตัวไปดูงานที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะมีการจัดทำประชามติในวันที่ 24-27 พฤศจิกายนนี้ ดังนั้นแหละครับ ความเห็นของตนควรจะมีการประชุมอีก 1 นัด หลังจากนั้น เพื่อให้ กกต. ได้เข้าร่วมชี้แจงกับคณะกรรมาธิการร่วมกันของทางรัฐสภา ส่วนกรณีของตัวแทนของไปรษณีย์ไทยได้ชี้แจงความไม่พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ทิศทางการพิจารณาความเห็นต่างของกรรมาธิการจะเป็นอย่างไร สว. พิสิษฐ์กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมาธิการที่ผ่านมา สส. และ สว. ล้วนยืนยันในหลักการ แต่ละฝ่ายสนับสนุนแบบเสียงแข็งเลยทีเดียว หากไม่เปลี่ยนแปลง ต้องการใช้โหวตของแต่ละสภา และฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับนี่นะครับ ต้องพักร่างกฎหมายไว้ 180 วัน นั่นก็คือ 6 เดือน จากนั้นต้องให้สภายืนยัน และเชื่อว่ายืนยันหลักการเสียงข้างมากชั้นเดียว แต่หากตกลงกันได้ว่าปรับเป็นเสียงข้างมาก ที่บอกว่าเป็นสูตร 1 ชั้นครึ่งนี่ จะนำไปสู่การทำประชามตินะ หากไปรษณีย์ก็พร้อมเช่นกันนี่ ตนมองว่าสามารถทำประชามติได้ทันที ทำเมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องรอพร้อมกับการเลือกตั้งท้องถิ่นแหละครับ ทั้งนี้ตนมองว่าการทำประชามติผ่านไปรษณีย์ เป็นความชอบธรรม ประชาชนเข้าถึงได้ และได้ใช้สิทธิอย่างเต็มที่ ในขณะที่อีกหนึ่งปัญหาหนึ่ง ก็คือความขัดแย้งเรื่องของกฎหมายประชามติ จะมีผลกระทบต่อภาพใหญ่ของการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร สว. พิสิษฐ์กล่าวแบบนี้นะครับ เรื่องดังกล่าวต้องรอให้เปิดสมัยประชุมก่อน และเรื่องเสนอต่อสภาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามตนมองว่า หลักการการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ทำประชามติเรื่องของรัฐธรรมนูญ 3 ครั้ง ครั้งแรก ถามประชาชนว่าต้องการให้แก้ไขหรือไม่ ถัดมา ครั้งที่ 2 เมื่อมีการแก้ไขให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือว่า สสร. ไปทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ และครั้งที่ 3 ครั้งสุดท้าย เมื่อมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว หากพิจารณารายละเอียดแล้ว ไม่รู้จะจบภายในกี่ปี ไม่รู้ว่า สว. จะหมดวาระไปก่อนหรือไม่ อย่างไร นี่คือความเห็นล่าสุดนะครับ ของ สว. พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ในการทำหน้าที่กับมติการณ์ร่วมกันครับ (คุณณัฐภัทรพล) คลายปมพื้นที่ ขยี้ปมข่าว วันนี้ครับคุณผู้ชมครับ เราจะพาไปดูเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ แล้วก็เรื่องของน้ำท่วมที่ผ่านมาครับ แน่นอนว่าน้ำท่วมที่ผ่านมานี่ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว มูลค่าทางเศรษฐกิจก็เสียหาย ต้องมีการได้รับการฟื้นฟูขึ้นมา ซึ่งล่าสุดครับคุณผู้ชมครับ ทางด้านของ สว. จากกลุ่มอุตสาหกรรม ก็มองว่าจำเป็นที่จะต้องมีการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาวะหลังน้ำท่วมแบบนี้ ไปติดตามกันได้ ในคลายปมพื้นที่ ขยี้ปมข่าว วันนี้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณอรวรรณ) น้ำท่วมเหนือ ปี 2567 เป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี คนไทยในภาคเหนือได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่น ที่จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และสุโขทัย หลังจากเกิดน้ำท่วม บ้านหลายหลังได้รับความเสียหายจากน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของตัวบ้าน เฟอร์นิเจอร์ หรือระบบไฟฟ้าภายในบ้าน การฟื้นฟูบ้านพักอาศัยที่ว่าสำคัญแล้ว การฟื้นฟูเศรษฐกิจพื้นที่ ปัญหาปากท้อง ประชาชนนั้นสำคัญกว่า หลาย ๆ พื้นที่ก่อนหน้านี้เศรษฐกิจซบเซา จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่มากพอสมควร กลับต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำขึ้นอีก ประชาชนและผู้ประกอบการเกิดความท้อใจ นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา จากกลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม ที่มองว่ากว่าผู้ประกอบการจะกลับมาเปิดกิจการได้ จำเป็นต้องใช้เงินทุน ความชัดเจนจากรัฐ ส่วนนี้ยังไม่ชัดเจน เงินทุนเยียวยาระบบเศรษฐกิจในรูปแบบเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ ในส่วนนี้ควรมี เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุด เพื่อนำมาหมุนเวียนต่อยอด ให้กิจกรรมกลับมาเหมือนเดิม (คุณพละวัต) เราไม่สามารถดำเนินการได้ เขาก็ต้องการเรียกว่า “เงินทุนหมุนเวียน” เพื่อที่จะต้องจ้างงานในโรงงาน เพื่อที่จะต้องดำเนินการต่าง ๆ ไว้ ซึ่งเหล่านี่เราก็มีการขอเป็นข้อเสนอไปที่รัฐบาลเหมือนกันว่า ควรจะมีเงินทุนหมุนเวียนฉุกเฉิน เพื่อในช่วงนี้ อย่างน้อย ๆ จนกว่าเขาจะสามารถหาวัตถุดิบเข้าโรงงานได้ เพื่อให้เศรษฐกิจตัวนี้มันเดินได้ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นนี่ กลุ่มนี้ถ้าไม่มีเงินระยะสั้นมาช่วยนี่ เขาจะไม่สามารถพยุงกิจการได้ และมันจะลามไปเป็นไม่สามารถจ้างงานได้ พอไม่สามารถจ้างงานได้ คนที่บ้านน้ำท่วมอยู่แล้ว ต้องรอเงินช่วยเหลือทางภาครัฐ ไม่สามารถมีงานทำ มันก็จะยิ่งกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของพื้นที่ที่อุทกภัยไปอีก (คุณอรวรรณ) แม้มาตรการที่กระทรวงการคลังกำลังออกเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือเยียวยาเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม 3 มาตรการ ทั้งมาตรการสินเชื่อเงินกู้ เงื่อนไขผ่อนปรน Soft Loan มาตรการลดหย่อนภาษี และมาตรการขยายระยะเวลาการยื่นแบบชำระภาษีนั้น สว. พละวัต มองว่ายังมีเรื่องเครดิตบูโรที่สำคัญ ที่ภาครัฐยังมองไม่เห็นในส่วนนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อยากให้รัฐมองข้าม ในช่วงที่ประชาชนและผู้ประกอบการผ่อนส่งไม่ไหว มาเป็นเงื่อนไขหนี้เสียติดตัว ไปทำธุรกรรมอื่น ๆ ไม่ได้ (คุณพละวัต) มูลค่าความเสียหายของเชียงรายนี่ ผมว่าระดับเดียวกับสึนามิ มาตรการการรับมือนี่ มันควรจะถูกยกระดับ เป็นในระดับการรับมือในระดับเดียวกับสึนามิ ในมาตรการทั้งหมด ควรมีมาตรการในระดับเดียวกัน ต้องเป็นระดับชาติลงมาช่วย (คุณอรวรรณ) แน่นอนว่าวุฒิสภาเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานด้านนิติบัญญัติ ที่นอกจากจะทำหน้าที่ในการตรากฎหมายแล้ว การตรวจสอบถ่วงดุลการบริหารราชการแผ่นดิน ยังเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ สว. พละวัต กล่าวว่า ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยทุกคน ควรได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง หากส่วนนี้รัฐบาลยังดำเนินการไม่ทั่วถึง พร้อมที่จะใช้เวทีวุฒิสภาในการตั้งคำถามไปยังรัฐบาล (คุณพละวัต) ผมก็จะใช้เวทีของตัววุฒิสภา ในการเอาประเด็นความเป็นจริงในการได้รับข้อร้อง… ได้รับการเยียวยาต่าง ๆ นี่ ว่าได้หรือไม่ได้นี่ มานำเสนอนะครับ ก็อาจจะเป็น ข้อหารือ หรืออาจจะเป็นกระทู้ถามในลำดับถัดไปนะครับ (คุณอรวรรณ) แม้ว่าน้ำจะลด บ้านเรือนเศรษฐกิจได้รับการดูแลแล้ว สภาพจิตใจของประชาชนและผู้ประกอบกิจการ หลังจากเผชิญกับน้ำท่วม เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ เพื่อให้ทุกคนกลับมามีความสุข มั่นใจในการใช้ชีวิตกลับมาปกติอีกครั้ง วิทยา ศรีสันทัด ทวีศักดิ์ เกตุอรุณ ถ่ายภาพ อรวรรณ วงศ์จันทรมณี ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภา รายงาน [เสียงดนตรี] (คุณวัฒนะ) เราได้เห็นภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นนะครับคุณผู้ชม อุทกภัย น้ำป่า ดินโคลนถล่มนี่ สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ของบ้านเรานะครับ หลาย ๆ คนก็บอกว่า โอ้โห ต้องฟื้นฟู แล้วก็เยียวยากันมากพอสมควรแหละครับ คุณผู้ชมครับ ช่วงนี้ไปติดตามความเคลื่อนไหวต่างประเทศ ไปกันที่สหรัฐอเมริกา หลังการเลือกตั้งแล้วจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกับคุณกิตติอย่างต่อเนื่องครับ (คุณกิตติ) ยังจับตากันอยู่ที่คณะรัฐมนตรีทรัมป์ 2.0 2.0 คือ ทรัมป์สมัยที่ 2 2.0 คือ ยังไม่ปรับ ยังเป็นนับหนึ่งใหม่นะครับ มีการเนมชื่อหลายคนเหมือนกัน ว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา อย่างที่บอก ไมค์ ปอมเปโอ ทรัมป์บอกเรียบร้อยแล้ว ไม่อยู่ในคณะรัฐมนตรี แล้วก็อาจจะไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่มีการเนมชื่อคนหนึ่งครับ ชื่อมาร์โก รูบิโอ คนนี้สายเหยี่ยว จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ของสหรัฐอเมริกาหรือเปล่า รวมถึงคณะรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย ทรัมป์ 2.0 จะเป็นใคร เดี๋ยวไปติดตามกันในช่วงท้ายข่าวต่างประเทศครับ (คุณวัฒนะ) แหมว่ากันว่าเป็นคนที่อยู่ในเมืองเดียวที่ทรัมป์อาศัยอยู่ด้วยนะคุณกิตติ ก็คือฟลอริดาใช่ไหมครับ (คุณกิตติ) ใช่ อยู่ฟลอริดา (คุณวัฒนะ) เดี๋ยวขยายความกันต่อช่วงหน้า ช่วงของข่าวต่างประเทศ กับคุณกิตติ เสรีประยูร นะครับ ช่วงนี้ไปพักกันก่อนสักครู่ครับ [เสียงดนตรี]