[เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและคุณผู้ฟัง ติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับคุณณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผมวัฒนะ คล้ายแก้ว อาจารย์ล่ามภาษามือประจำรายการของเราวันนี้ อาจารย์สมชาย วิจิตรไพศาล ครับ เช้าวันนี้เราพบกัน ในวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2567 ครับ (คุณณัฐภัทรพล) วันนี้ยังอยู่ในช่วงของการพักประชุม หรือว่าปิดสมัยการประชุมนะครับ คุณผู้ชมครับ ไม่มีการถ่ายทอดสดการประชุม ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่มีการประชุม วุฒิสภาก็ไม่มีการประชุม แต่ล่าสุดมีพระบรมราชโองการ เรียกประชุมรัฐสภาแล้วใช่ไหมครับ (คุณวัฒนะ) เป็นพระราชกฤษฎีกา ที่มีการเผยแพร่ออกมา ผ่านทางราชกิจจานุเบกษานะครับคุณผู้ชม สมัยประชุมที่จะถึงสมัยหน้านี้ จะกลับมาก็คือวันที่ 12 ธันวาคม เป็นต้นไป ไปจนถึงช่วงก่อนสงกรานต์ครับ ก็คือ 10 เมษายน 2568 นะครับ ติดตามการทำงานของสมาชิกรัฐสภา ในบทบาทของ สส. และ สว. จะกลับมาอภิปรายกันอย่างเข้มข้นอีกครั้งหนึ่ง หลังวันที่ 12 ธันวาคม เป็นต้นไปนะครับ (คุณณัฐภทัรพล) อีกแป๊บเดียวนะครับ ท่านผู้ชมครับ ในช่วงนี้ก็ติดตามรายการปกติ ของทางสถานีของเรากันก่อนนะครับ โดยเฉพาะช่วงเช้าแบบนี้ มาอัปเดตข่าวสารกัน ในห้องข่าวรัฐสภาแชนแนลภาคเช้ากัน (คุณวัฒนะ) ครับ ส่วนเช้านี้ ไปกันที่ภารกิจที่สำคัญที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพ ในแวดวงนิติบัญญัติ ก็คือรัฐสภา ล่าสุดนะครับคุณผู้ชมครับ ท่านอาจารย์วันนอร์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมากับสมาชิกรัฐสภามาแถลงข่าว มีงานใหญ่ที่ทางรัฐสภาไทย จะเป็นเจ้าภาพครับ นั่นก็คือการเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมรัฐสภาภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่าด้วยเรื่องความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทย นั่นก็คือวันที่ 2-3 ธันวาคม 2567 นี้ครับ ไปติดตามภาพรวมการแถลงข่าวนะครับ ที่ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา พร้อมด้วยสมาชิกรัฐสภา ได้ร่วมกันแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ ของการเป็นเจ้าภาพ การจัดประชุมรัฐสภาภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่าด้วยความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลก ซึ่งรัฐสภาของไทย เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมร่วมกัน ในส่วนของสหภาพรัฐสภา หรือว่า IPC และองค์การอนามัยโลกหรือ WHO จะจัดขึ้นที่ประเทศไทยของเรานะครับ นั่นก็คือวันที่ 2-3 ธันวาคม 2567 นี้ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน กรุงเทพมหานคร โดยทางประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงความสำคัญนะครับ ว่ารัฐสภาไทยได้รับเกียรติจากสหภาพรัฐสภา หรือว่า IPU มอบหมายให้เป็นเจ้าภาพ ในการจัดประชุมรัฐสภาภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่าด้วยความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลกช่วงปลายปีนี้ ด้วยเล็งเห็นว่าประเทศไทยของเรา มีผลงานที่โดดเด่น ด้านความมั่นคง ด้านสุขภาพ ความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข ที่ติดอันดับหนึ่งใน 5 ของโลกเลยทีเดียว ตลอดจนความสำเร็จ ของการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วย ได้รับการยอมรับความชื่นชมจากนานาประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของทางรัฐบาล ที่มีความพร้อมในการผลักดัน การยกระดับด้านสาธารณสุข นอกเหนือจากด้านของการท่องเที่ยว ด้านวัฒนธรรม อีกทั้งระบบสาธารณสุขของไทย ก็มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ ยกตัวอย่าง ระบบ 30 บาท รักษาทุกโรค ผ่านอาสาสมัครหมู่บ้าน หรือว่า อสม. เป็นต้นล่ะครับ จึงเชื่อมั่นว่าการประชุมครั้งนี้ จะเป็นเวทีและโอกาสที่สำคัญ ในการที่จะไปส่งเสริมความร่วมมือด้านสุขภาพ ระหว่างประเทศสมาชิกรัฐสภา ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผ่านการเสวนา การแลกเปลี่ยนความเห็น ประสบการณ์ต่าง ๆ ร่วมกัน แนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับโอกาส และความท้าทายด้านสาธารณสุขในภูมิภาคนี้ด้วย ก็จะเป็นการบรรลุความตกลงระหว่างประเทศ ว่าด้วยโรคระบาดขององค์การอนามัยโลก ให้สำเร็จต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นการร่วมกันกำหนดทิศทาง เพื่อสร้างกลไกต่าง ๆ ความร่วมมือด้านสุขภาพระดับโลกในอนาคต พร้อมกับเป็นการสร้างกลไกที่เข้มแข็ง การเตรียมความพร้อม รับมือภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตอีกต่อไปด้วย นอกจากนี้นะครับ ยังเป็นการเปิดโอกาสที่ดี เป็นโอกาสที่ดีของทางรัฐสภาไทย จะใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพการประชุมที่สำคัญครั้งนี้ เป็นการเสนอบทบาทของทางรัฐสภาไทย ในการสนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ ในการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณการตรากฎหมาย การกำกับตรวจสอบ การบริหารราชการแผ่นดิน ของทางรัฐบาลด้วย นอกจากนี้นะครับ ในส่วนของประธานรัฐสภา ท่านอาจารย์วันนอร์ยังระบุเพิ่มเติม การจัดประชุมครั้งนี้ ทางรัฐสภาไทยมีการเตรียมการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ 4-5 เดือนมาแล้วนะครับ มีการประชุมของคณะกรรมการชุดใหญ่ อนุกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมในการประชุมในวันที่ 2-3 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ด้วย นอกจากนี้มีการประชุม จะมีการจัดนิทรรศการ มีการเดินทางเยี่ยมชมบูธต่าง ๆ การแสดงของศูนย์การแพทย์ฟื้นฟูบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี ศูนย์บริการแพทย์ฉุกเฉิน หรือว่า BDMS พร้อมกับมีบรรดา ผอ. โรงพยาบาลทางรัฐและทางเอกชน มาร่วมในพิธีเปิดดังกล่าว รวมไปถึงพิธีปิดด้วย หลังจากนั้น ทางรัฐสภาไทย จะนำแขกที่เดินทางเข้าร่วมประชุมล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญเลยทีเดียวนะครับ เชื่อว่าจะได้ทั้งเรื่องของการท่องเที่ยว ความเชื่อมั่น รวมไปถึง Soft Power อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยนะครับ ไปฟังเสียงช่วงของการแถลงข่าว แล้วก็พูดคุยกับสื่อมวลชน ของประธานรัฐสภา ท่านอาจารย์วันนอร์กันครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) สิ่งที่เราจะได้ นั่นคือความเชื่อมั่น ด้านสุขภาพ ของพี่น้องประชาชนนั้น ประเทศไทย เป็นประเทศหนึ่ง และรัฐสภาของเรา ก็จะช่วยในการสนับสนุน การออกกฎหมาย ที่เกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน รัฐบาล รัฐสภา พร้อมที่จะให้การสนับสนุน ในด้านงบประมาณนะครับ ให้รัฐบาลไปดูแลทางด้านสุขภาพ ดั่งที่ผมได้กล่าวไว้ (คุณวัฒนะ) ในขณะที่คุณศาสตรา ศรีปาน นะครับ คุณผู้ชมที่ยืนข้าง ๆ ท่านอาจารย์วันนอร์ แถลงอยู่ในขณะนี้นะครับ ในฐานะรองประธานอนุกรรมการ ด้านการรักษาความปลอดภัยและการแพทย์ ได้กล่าวเพิ่มเติม บอกว่าทางคณะอนุกรรมการมีความพร้อม ในการต้อนรับแขกที่จะมาร่วมประชุมในครั้งนี้ ทั้งเรื่องของการอำนวยความสะดวก การรักษาความปลอดภัย มีการหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าจะต้องเป็นไปในระดับสากล สร้างความประทับใจ ให้กับผู้เดินทางมาที่ประเทศไทย ในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วยนะครับ ส่วนด้านของการแพทย์ ก็จะ บุคลากรทางการแพทย์ คอยอำนวยความสะดวก ทั้งกรณีเหตุปกติและเหตุฉุกเฉิน รวมถึงเรื่องของการจราจร ก็ต้องให้สมเกียรติกับแขกที่เดินทางมาเยือน ในประเทศไทยครั้งนี้ แต่ไม่ต้องกระทบกับการจราจรของประชาชน ขณะนี้ที่เรื่องของงบประมาณนั้น จะต้องมีการใช้จ่ายให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า และบรรลุวัตถุประสงค์มากที่สุดด้วยเช่นกัน ถัดมาอีกหนึ่งท่านนะครับ ก็คือนายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะอนุกรรมการด้านเนื้อหาสารัตถะ และกิจการของคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้กล่าวถึงกรอบเนื้อหาของการประชุมในครั้งนี้ บอกว่าจะมีการมุ่งเน้นไปที่ประเด็นโลกของการระบาดใหญ่ ภายใต้บริบทใหญ่ของความมั่นคงด้านสุขภาพ โดยการประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากทางรัฐสภาไทยจำนวน 5 คน จะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันอภิปรายต่อที่ประชุมด้วย ทั้งในการประชุมแบบเต็มคณะ การประชุมแบบกลุ่มย่อย และในฐานะที่ตนเอง เป็นผู้แทนของรัฐสภาไทย จะมีการนำเสนอถึงเรื่องของความร่วมมือ การจัดทำข้อตกลงว่าด้วยการระบาดระหว่างไทย ถัดมานะครับ นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ก็จะรับผิดชอบในเรื่องของการอภิปราย เรื่องบทบาทการนำของทางภาครัฐสภา ในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน และความเป็นปึกแผ่นในสังคมไทย ในห้วงของภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขด้วย พร้อมกับมีการย้ำนะครับ ว่าการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ การจัดการประชุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญของไทย จะได้แสดงถึงศักยภาพด้านสาธารณสุข เพื่อเป็นการยืนยันให้ประชาคมระหว่างประเทศ ไปถึงความพร้อมด้านความมั่นคง ด้านสุขภาพของคนไทย โดยบทบาทระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยนั้น เป็นการมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง ด้านสุขภาพของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกอย่างแท้จริง จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ ร่วมติดตามการประชุมดังกล่าว ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2567 นี้ด้วยครับ (คุณณัฐภทัรพล) หลังจากจบการประชุมนี้ไปนะ คุณผู้ชมครับ ที่อาคารรัฐสภาของเรา ก็มีการจัดกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่องครับ แน่นอนว่าวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปีนี่ คุณวัฒนะครับ ตรงกับวันรัฐธรรมนูญ ปีที่แล้วเราก็มีการจัดงานกันไป ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งแรก ปีนี้เป็นครั้งที่ 2 ครับ จัดอย่างยิ่งใหญ่เลยครับคุณผู้ชมครับ 9-10 ธันวาคม กับงานวันรัฐธรรมนูญที่จะมีการจัดขึ้น เขาบอกว่ามีการจัดที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยานะครับ และที่ไฮไลท์ก็คือจะมีการเปิดเครื่องยอด นี่อย่างที่คุณผู้ชมเห็นตรงกลางนี่ สีทอง ๆ ครับ ให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน ได้เข้าเยี่ยมชมด้วยคุณวัฒนะ (คุณวัฒนะ) โอ้โห ถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญนะครับ ที่ประชาชนเดินทางมาที่รัฐสภา มาร่วมงานเป็นรัฐธรรมนูญแล้ว มาที่อาคารรัฐสภา ได้เจอของดี ๆ แล้วก็สิ่งสำคัญ ๆ ในรัฐสภาด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ นี่ล่ะครับ อย่างที่คุณผู้ชมเห็นในภาพเลยครับ คุณภราดร ปริศนานันทกุล นะครับ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ครับ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานวันรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2567 บันทึกเทปประชาสัมพันธ์ การจัดงานวันรัฐธรรมนูญ 2567 ครับ ณ อาคารรัฐสภา โดยมีการระบุนะครับ ว่าในปีนี้รัฐสภาจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้น โดยในวันที่ 9-10 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ครับคุณผู้ชมครับ เชิญชวนประชาชนมาเที่ยวงาน วันรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาครับ ภายใต้หัวข้อ “กินลมชมสภา” ซึ่งภายในงานมีทั้งกิจกรรมทางด้านวิชาการ ก็คือมีการเสวนานะครับ นอกจากนั้นแล้ว ครับคุณผู้ชมครับ มีการออกร้านซึ่งเป็นสินค้า เกี่ยวกับของดีในแต่ละจังหวัด ในพื้นที่ภาคกลาง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมในช่วง ๆ นะครับคุณผู้ชม กิจกรรมโต้วาทีของนักศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมถึงยังมีการเปิดพื้นที่ Unseen ของสภา ให้ประชาชนได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศ ทั้งในบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นธีมงานหลักของปีนี้ นั่นก็คือกินลมชมสภา พร้อมทั้งผู้ชมครับ ไฮไลท์จะอยู่ตรงนี้แหละครับ เข้าชมบริเวณเครื่องยอด ของอาคารรัฐสภาด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ครับคุณผู้ชมครับ คลิปดังกล่าวนี้ จะมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์รัฐสภานะครับ เพื่อที่จะมีการเชิญชวน คุณผู้ชมที่สนใจ เข้าร่วมงานวันรัฐธรรมนูญกัน ณ อาคารรัฐสภานั่นเองนะครับ เดี๋ยวคุณผู้ชมก็ติดตามกันได้นะ กับคลิปที่ทางด้านของคุณภราดร ปริศนานันทกุล มีการเชิญชวน ให้คุณผู้ชมมาร่วมงานวันรัฐธรรมนูญกัน (คุณวัฒนะ) เมื่อสักครู่นี้ ผมชอบเสื้อของคุณภราดรจัง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นะครับ เป็นผ้าไทยนะ แต่ว่าเอามาตัดแบบร่วมสมัย ใส่ได้ในทุกโอกาสจริง ๆ และถือว่าเป็น Soft Power ของประเทศไทย ในขณะนี้นะครับ มากันที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ คุณผู้ชมไปพบกับประชาชน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ไปพูดถึงเรื่องอะไร ไปพูดหลายเรื่องเลยครับ คุณผู้ชมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใกล้ตัว โดยเฉพาะการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่อยากจะให้เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรานะครับ ไปติดตามภาพรวมบรรยากาศ ในส่วนของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นะครับ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร พบประชาชน ภายใต้หัวข้อที่ชื่อว่า “พัฒนาระบบเกษตรก้าวหน้าอย่างยั่งยืน” จัดขึ้น ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ โฮเทล นะครับ แอนด์ คอนเวนชัน เซนเตอร์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ในส่วนของการพบกับประชาชนในครั้งนี้ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้กล่าวถึงปัญหา โดยเฉพาะภาคการเกษตร เรื่องของต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาน้ำ ปัญหาโลกรวน ตลาดภาคการเกษตรที่เกิดความผันผวน พร้อมกับนำเสนอเรื่องของการแก้ไขปัญหา สำหรับการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกร หลังจากนั้น ก็เป็นการเปิดเวทีการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ โดยคุณชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน จากพรรคไทยสร้างไทย ถัดมามี ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และก็มีคุณมนตรี พรหมลักษณ์ ผู้จัดการผู้ประสานงาน โครงการระบบการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน แบบองค์รวม เข้าร่วมการเสวนาด้วยนะครับ หลังจากนั้น คณะของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็เดินทางลงพื้นที่ ไปที่พื้นที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ก็ไปรับฟังข้อมูลต่างๆ การศึกษาโครงการระบบการผลิตข้าว อย่างยั่งยืนแบบองค์รวมด้วยนะครับ และก็หวังว่าจะนำข้อมูลต่าง ๆ ไปปรับไปผลักดันสู่การแก้ไขตามกระบวนการ ของฝ่ายนิติบัญญัติ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และตรงตามความต้องการของประชาชน ในพื้นที่อย่างแท้จริงต่อไปในอนาคตด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) ดูอีกเรื่องหนึ่งครับ คุณผู้ชมครับ เรื่องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งก็มีหลายจังหวัด ที่มีการประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้นั่นเองนะครับ ล่าสุด สส. จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยนะครับ ก็มีการขอไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ ให้มีการเร่งอนุมัติในการเข้าใช้พื้นที่ป่า ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ล่ะครับ เพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์กับประชาชนนั่นเองนะครับ คุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ สมาชิกสภาพุทธราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยนะครับ ว่าก่อนหน้านี้ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตนเคยมีการหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่า ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็เป็นปัญหาเรื้อรังครับ ที่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างการซ่อมแซมถนน หรือว่าการพัฒนาแหล่งน้ำ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 เพราะว่าในมาตรา 4 วงเล็บ 1 ครับ มีการบัญญัติว่าป่า หมายความว่าที่ดินที่ยังไม่ได้มีบุคคลใด ได้มาตามกฎหมายที่ดิน ทำให้ทางสาธารณะคลองสาธารณะ ถูกตีความเป็นป่าตามกฎหมายฉบับนี้ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใ นจังหวัดชัยภูมิครับ ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในปี 2567 จำนว 152 โครงการ ที่จะต้องขออนุญาตเ ข้าทำประโยชน์จากกรมป่าไม้ ขณะที่ อปท. ยื่นคำขอแล้วเกือบหนึ่งปี แต่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาครับ คุณผู้ชมครับ พบว่าโครงการที่ได้รับการอนุญาตมี 73 โครงการ แต่ 79 โครงการยังไม่ได้อนุญาตนะครับ แล้วก็มีหลายโครงการไม่มีวี่แววเลยนะครับ ที่จะได้รับการอนุญาต ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้มีการทำเรื่องการเงิน ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะสามารถเบิกจ่ายได้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2568 มิฉะนั้น โครงการทั้งหมดจะไม่สามารถเบิกเงินได้นั่นเอง โดยคุณสัมฤทธิ์บอกอีกนะครับ ว่าถ้า 79 โครงการนี้ ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ในช่วงกลางปี 2568 จะเกิดปัญหาใหญ่ครับ เพราะว่าหากท้องถิ่นที่ได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ 79 โครงการนี้ ยังไม่แจ้งให้กับผู้รับจ้างเข้าทำงาน ผู้รับจ้างจะฟ้องร้องท้องถิ่นแน่นอนครับ เพราะว่ามีการเซ็นสัญญา แล้วก็มีการวางเงินค้ำประกันสัญญาแล้วด้วยนะครับ แล้วก็ยังมีการกำหนดระยะเวลาการทำงาน ที่ชัดเจนไว้แล้วครับคุณผู้ชม ซึ่งปัญหานี้แหละครับ ไม่ได้เกิดเฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิเท่านั้นนะครับ แต่ทางด้านของคุณสัมฤทธิ์นี่ ก็เชื่อว่าเกิดทั้งประเทศครับ ที่มีอีกหลายพันโครงการเลยนะครับ จึงอยากร้องเรียนให้รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปช่วยดูเรื่องนี้กันสักหน่อยนะครับ แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ด่วนที่สุดนั่นแหละครับ (คุณวัฒนะ) เมื่อสักครู่นี้คุณผู้ชมเห็นภาพอ่างเก็บน้ำ ที่จังหวัดชัยภูมิใช่ไหมครับ ผมจะพาไปดูเรื่องของอ่างเก็บน้ำ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์บ้าง ผ่านทาง สส. ประเสริฐ บุญเรือง สส. จากจังหวัดกาฬสินธุ์ จากทางพรรคเพื่อไทย สส. ท่านนี้ เป็นประธานกรรมาธิการกิจการสภาของเราด้วย และก็ลงพื้นที่ไปพบกับพี่น้องประชาชน บอกว่างบประมาณที่จะถึงนี้ อ่างเก็บน้ำที่ชื่อว่า “อ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อย” ที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็จะเริ่มมีการก่อสร้างแล้วล่ะครับคุณผู้ชมครับ ไปติดตามการเปิดเผยล่าสุดของ สส. ประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกาฬสินธุ์ จากทางพรรคเพื่อไทย ได้เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อย ตำบลนาขาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ ก็จัดการรับฟังความคิดเห็น เกิดขึ้น ณ ศาลาประชาคม บ้านสุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 2 ตำบลนาขาม โดยมีนายวีระดนย์ ศิริ นายอำเภอกุฉินารายณ์ ถัดมามีนายพงษ์กร คำแหง ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทาน ขนาดกลางที่ 6 และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมในการแสดงความคิดเห็น ประชาคมในครั้งนี้ด้วยเช่นกันนะครับ โดย สส. ประเสริฐ บุญเรือง กล่าวแบบนี้นะครับ การอ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ย้อนไปตั้งแต่ปี 2528 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำรินะครับ เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ในพื้นที่ลุ่มน้ำยาง และจัดหาน้ำช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชน ปลูกในการพัฒนาอาชีพ และการส่งเสริมศิลปาชีพของราษฎร ประกอบกับพื้นที่ที่ตำบลนาขาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์นี้ เป็นที่ราบสูงนะครับ ประชาชนประสบกับปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ในช่วงหน้าแล้งเป็นประจำทุกปีแหละครับ เนื่องจากว่าอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีแหล่งแหล่งกักเก็บน้ำ เป็นของตนเองไว้ใช้ในฤดูแล้ง ทำให้ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนและประชาชนในกรณีพื้นที่ ในขณะนั้น ส่งเรื่องเข้ามายังตน ในฐานะ สส. จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อที่จะให้ติดตามเรื่องโครงการดังกล่าว จนกระทั่งได้นำเรื่องตั้งกระทู้ถาม ความคืบหน้าในที่ประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร นี่แหละครับ คือประสิทธิภาพของการตั้งกระทู้ถาม ของ สส. ในสภาฝ่ายนิติบัญญัติ ถามไปยังรัฐบาลแหละครับ ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 ณ ขณะนั้น คุณเศรษฐา ทวีสิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่มาตรวจราชการ เร่งรัดโครงการการพัฒนาแหล่งน้ำ ในพื้นที่ลุ่มน้ำยางนี่แหละครับ ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ก่อนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่ชื่อว่า “ห้วยส้มป่อย” เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำต่าง ๆ สำหรับใช้ในการอุปโภคและบริโภค บรรเทาปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นการสิ้นสุดการรอคอย ของประชาชนมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว ในขณะที่คุณณรงค์ วัฒนพันธ์ นายช่างชลประทานอาวุโสกล่าวแบบนี้นะครับ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อย มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ ในตำบลนาขาม และพื้นที่ตำบลใกล้เคียง หมู่บ้านใกล้เคียง เป็นปริมาณน้ำต้นทุน ที่มีความมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง จะลดความเสี่ยงของการขาดแคลนน้ำ ในช่วงของฤดูแล้ง โดยสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 625 เมตร ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ถึง 5,000 ไร่เลยทีเดียวนะครับ และในส่วนของฤดูแล้ง ประมาณ 1,710 ไร่ โดยใช้งบประมาณในโครงการก่อสร้าง 450 ล้านบาท จะเริ่มดำเนินโครงการได้ ในช่วงของประมาณปี 2569 ถือว่าเป็นข่าวดีของพี่น้องอำเภอกุฉินารายณ์ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ รอคอยมานานเหลือเกินกับแหล่งเก็บน้ำที่ชื่อว่าอ่างห้วยส้มป่อยนี้ก็จะไปช่วยเหลือประชาชนได้เป็นอย่างดี (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ ติดตามกันนะครับคุณผู้ชมครับ แน่นอนว่าหน้าแล้งที่จะถึงนี้นะครับ ทางด้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือว่าภาคอีสาน เราก็จะเห็นข่าวกันบ่อยว่าประสบ หาหน้าแล้งเกษตรกรไม่มีน้ำใช้ ไม่มีน้ำที่จะทำการเกษตร นี่ก็คือหนึ่งในโครงการที่สามารถที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาหน้าแล้งแบบนี้ได้นั่นเองนะครับ พักกันสักครู่หนึ่งก่อนครับคุณผู้ชมครับ เดี๋ยวช่วงหน้าไปดูเกี่ยวกับเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ 2568 กันบ้างดีกว่าครับ มี สส. ท่านหนึ่งออกมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เดี๋ยวมาติดตามกันในช่วงหน้าครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) พาคุณผู้ชมไปดูเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ 2568 กันบ้างครับคุณผู้ชมครับ ล่าสุด สส. จากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา สส. สรรเพชญ บุญญามณี นะครับ ก็มีการทวงถามไปยังรัฐบาลนะครับ ว่าให้รัฐบาลนี่มีการเร่งเบิกงบประมาณ 2568 นี่แหละครับ ลองไปดูกันครับคุณผู้ชมครับ ว่าทางด้านของคุณสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์นี่นะครับ ในฐานะกรรมาธิการการศึกษาการจัดการและติดตามการบริหารงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร คุณสรรเพชญมีการกล่าวถึงภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ครับคุณผู้ชมครับ ที่มีการเกินเป้าหมาย รวมอยู่ที่ 94.08 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีปัญหาความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลครับ ส่งผลให้หน่วยรับงบประมาณเหลือเวลาทำงานน้อยแหละครับ แล้วก็ต้องเร่งเบิกจ่ายในช่วงท้ายปี โดยเฉพาะงบลงทุน คุณสรรเพชญระบุว่าผลการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2567 รายจ่ายประจำสามารถเบิกจ่ายได้เกินเป้าหมายอยู่ที่ 101.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็เป็นการจ่ายประจำหนี้นี้แหละครับ ก็เป็นรายจ่ายที่รัฐบาลจะต้องมีการจ่ายตามปกติ เพราะว่าส่วนใหญ่เป็นงบรายจ่ายด้านบุคลากร ส่วนงบลงทุนที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้เพียงแค่ 65.15 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าเป้าหมายนะครับ โดยงบส่วนที่เหลือถูกตั้งไว้เป็นงบเบิกเหลื่อมปีครับ ซึ่งคาดว่าจะเบิกจ่ายได้ในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ส่วนที่น่าต้องติดตามครับคุณผู้ชม แล้วก็ให้ความสำคัญ ก็คืองบประมาณรายจ่ายของปี 2568 นี่นะครับ ที่กำลังบังคับใช้อยู่แล้ว หลายโครงการครับ ได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วนะครับ แต่รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องเร่งกระบวนการเปิดประมูล จัดซื้อจัดจ้างแล้วก็อนุมัติโครงการ เพื่อให้ทันกรอบเวลาที่มีการกำหนดการเร่งรัดนี้ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มการจัดจ้างงาน แล้วก็ส่งเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งนี้อย่างไรก็ตามครับคุณผู้ชมครับ เรื่องนี้เองคุณสรรเพชญก็แสดงความกังวลอยู่นะครับ ว่าหากรัฐบาลนี่ยังไม่ปรับปรุงกระบวนการ เช่น ในเรื่องของการลดขั้นตอนที่มันซับซ้อน แล้วก็บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ความล่าช้าเดิมที่อาจจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แล้วก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน ซึ่งอาจจะมีการกระทบต่อเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว ทั้งนี้การบริหารจัดการงบลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพไม่เพียงที่จะช่วยให้การเบิกจ่ายงบประมาณบรรลุเป้าหมายนะครับ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะในระดับฐานราก ซึ่งช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ ส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องของการจ้างงานในท้องถิ่นด้วย แล้วก็ยังมีเรื่องของการกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริงนี่แหละครับ (คุณวัฒนะ) ไปดูกันที่ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยที่เรียกกันว่า “การเคหะแห่งชาติ” ครั้งนี้คณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคมของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปที่จังหวัดสมุทรปราการ ลงไปการเคหะแห่งชาตินี่ ไป 2 ที่นะ ไปดูความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สวัสดิการเขาอยู่กันอย่างไร ล่าสุดกับการลงพื้นที่ของคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นะครับ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม ได้ลงพื้นที่ไปติดตามปัญหากับพี่น้องประชาชนนะครับ โดยเฉพาะไปศึกษาดูงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการด้านสังคม ด้านที่อยู่อาศัย สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยของการเคหะแห่งชาติ 2 พื้นที่นะครับ โครงการที่ 1 ที่ไปก็คือโครงการบ้านเอื้ออาทรเมืองใหม่บางพลี อำเภอบางเสาธง และอีก 1 โครงการก็คือโครงการบ้านเอื้ออาทรเทพารักษ์ ในส่วนของเทพารักษ์ 3 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าราชการในส่วนของผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ มีการมอบหมายให้นายธนัญชัย โชติศรีลือชา รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้การต้อนรับกับคณะกรรมาธิการ มีการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ต่อคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคมของสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ ได้มีการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเรื่องของการดำเนินโครงการ พูดถึงความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน การให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวข้องกับการปรับทัศนียภาพบริเวณโดยรอบของโครงการที่พักอาศัย นอกจากนี้มีการพูดถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ทางการเคหะแห่งชาติได้นำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งอย่างสูงสุดด้วยล่ะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ไปเยอรมนีกันดีกว่าครับคุณผู้ชมครับ กับทางด้านของคณะกรรมาธิการเด็กครับ เขามีการไปศึกษาดูงานกันเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิ์ของผู้มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเอย จะเป็นสตรีเอ่ย เรื่องนี้นะครับคุณผู้ชมครับ การศึกษาดูงานครั้งนี้เขาบอกว่าที่เยอรมนีนี่ครับคุณผู้ชมครับ เขาให้ความสำคัญกับเกี่ยวกับเรื่องของสถาบันครอบครัวเป็นลำดับต้น ๆ เลยนะครับ อย่างที่คุณผู้ชมเห็นในภาพเลยครับคุณผู้ชมครับ คุณธัญนะครับ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชนครับ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎรครับ มีการเปิดเผยถึงเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางไปศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ว่าคณะกรรมาธิการได้มีการพบปะกับนักการเมือง อูริเก บาร์ ครับ และประธานคณะกรรมาธิการแรงงานและสังคมของรัฐสภาเยอรมนี โดยได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของประเด็นสำคัญหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคมครับ โดยเฉพาะสิทธิแล้วก็การคุ้มครองของผู้หญิงแล้วก็ครอบครัวด้วย ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการเด็กของไทยได้มีการรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในหลายด้านครับ อย่างเช่น ในเรื่องของสิทธิ์การลาคลอด และการกลับเข้าทำงานในเยอรมนี โดยผู้แทนจากรัฐสภาเยอรมนีได้ให้ข้อมูลนะครับคุณผู้ชม เขาบอกว่ามีการกำหนดให้ผู้หญิงสามารถลาคลอดได้ พร้อมกับรับเงินช่วยเหลือ แล้วก็สามารถลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้สูงถึง 3 ปีเลยคุณผู้ชมครับ โดยมีสิทธิ์กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมที่ทำอยู่ก่อนหน้านี้ด้วยนะครับ ซึ่งก็เป็นมาตรการที่เอกชนต้องปฏิบัติตามครับ เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิของพนักงาน แล้วก็ยังมีการสนับสนุนความสมดุลระหว่างชีวิตครอบครัวแล้วก็การทำงานด้วย ขณะเดียวกันก็ยังมีเงินสนับสนุนที่รัฐบาลเยอรมนีจัดให้ครอบครัวที่มีบุตร คุณผู้ชมครับ ไปดูกัน เขาบอกว่ามีเงินอุดหนุนบุตร ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 250 ยูโรต่อบุตร 1 คนต่อเดือนด้วยนะครับ รวมถึงเงินช่วยเหลือระหว่างการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร ที่อาจจะมีการสูงถึง 1,800 ยูโรต่อเดือนเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับรายได้ก่อนหน้านี้ของผู้ปกครองนั่นเอง นโยบายเหล่านี้แหละครับคุณผู้ชมครับ ก็ช่วยให้ครอบครัวมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นในช่วงที่เลี้ยงดูบุตรนั่นเองนะครับ คุณธัญยังบอกอีกนะครับคุณผู้ชมครับ ว่าในประเทศเยอรมนีการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรและสิทธิ์การลาคลอดนี่ เขาได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางเลยทีเดียวนะครับ ทั้งจากในส่วนของภาครัฐเอย หรือว่าจะเป็นภาคเอกชนเอง นายจ้างส่วนใหญ่ก็ตระหนักถึงความสำคัญของการสนับสนุนพนักงานในการดูแลครอบครัวแบบนี้แหละครับ แต่อย่างไรก็ตามมันก็มีบางกรณีครับคุณผู้ชมครับ ที่นายจ้างอาจจะมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการดำเนินการธุรกิจ อย่างเช่น การขาดแคลนแรงงานชั่วคราวหรือว่ามีความจำเป็นในการหาพนักงานทดแทนนี่แหละครับ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อสังคมในประเด็นนี้ องค์กรต่าง ๆ ก็ได้มีการเน้นย้ำถึงประโยชน์ของนโยบายที่เป็นมิตรต่อครอบครัว ก็อย่างเช่น การเพิ่มความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงาน ลดอัตราการลาออก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร นอกจากนี้การสนับสนุนของพนักงานในการเลี้ยงดูบุตรยังส่งผลดีต่อ พัฒนาการของเด็กและสังคมโดยรวมด้วยนั่นเองนะครับ ขณะที่อีกนโยบายหนึ่งครับคุณผู้ชมครับ นโยบายทางด้านของการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วก็การสนับสนุนทางการศึกษา โรงเรียนของรัฐไม่มีการเรียกเก็บค่าเล่าเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนไปถึงมัธยมศึกษาตอนปลายเลยทีเดียวนะครับ ตลอดจนคุณผู้ชมครับ โรงเรียนเอกชนแล้วก็โรงเรียนนานาชาติ อาจจะมีการใช้… มีค่าใช้จ่ายนี่ที่แตกต่างกันไป โดยมีเงินสนับสนุนบุตรจะยังคงจ่ายจนกว่าบุตรจะมีอายุครบ 18 ปี หรือว่า 25 ปีหากยังคงศึกษาอยู่นะ โดยทั้งหมดนี้ครับคุณผู้ชมครับ มาจากโครงสร้างภาษี แล้วก็การสนับสนุนสวัสดิการสังคม โดยโครงสร้างภาษีของเยอรมนีจะประกอบด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้านะ มาแล้วก็ภาษีมูลค่าเพิ่มที่อัตรา 19 เปอร์เซ็นต์ อีก 7 เปอร์เซ็นต์สำหรับสินค้าบางประเภทครับ ถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนสวัสดิการสังคม โดยรายได้จากภาษีเหล่านี้แหละครับคุณผู้ชมครับ ถูกนำไปใช้ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องของด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา รวมถึงด้านสวัสดิการสำหรับครอบครัว นโยบายภาษีที่ครอบคลุมนี้ก็ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี แล้วก็สามารถเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงด้วยนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ไปดูเรื่องถึงความสูญเสียกันบ้างนะครับคุณผู้ชม ล่าสุดมูลนิธิเมาไม่ขับร่วมกับทาง สสส. ภาคีเครือข่ายนี่ ได้มีการร่วมกันจับมือกัน จัดงานที่เรียกว่า “วันรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” นะครับคุณผู้ชม ไปชมบรรยากาศกันว่าการจัดงานครั้งนี้มีภาพรวมเป็นอย่างไรล่ะครับ การจัดงานครั้งล่าสุดนะครับคุณผู้ชม ซึ่งคุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนรัฐสภา และในส่วนของคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานร่วมในพิธีวันรำลึกถึงผู้สูญเสียอุบัติเหตุทางถนน ด้วยการจุดเทียน การวางดอกกุหลาบ ยืนไว้อาลัย เพื่อเป็นการเตือนใจให้กับพี่น้องประชาชนได้ตระหนักถึงพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนนด้วยนะครับ ก็จะเป็นการร่วมกัน รำลึกถึงเหยื่ออุบัติเหตุทางถนนที่จากไป โดยมีเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ผู้แทน UN ESCAP ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ประธานกรรมการมูลนิธิประชาปลอดภัย ผู้แทนจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เข้าร่วมพิธีดังกล่าว จัดขึ้น ณ หน้าอาคารสำนักงานองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอกกรุงเทพมหานครนะครับ คุณผู้ชมเห็นอยู่ในหน้าจอขณะนี้ คุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นะครับ กล่าวว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าอุบัติเหตุการจราจรเป็นปัญหาสำคัญของโลก และได้ก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตทรัพย์สินของประชากรของโลกอย่างมหาศาล การที่องค์การสหประชาชาติได้มีการกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายน เป็นวันรำลึกถึงผู้สูญเสียทางอุบัติเหตุทางถนน นับเป็นสิ่งที่ดีที่พวกเราจะได้ร่วมกันรำลึกถึงผู้ที่จากไป อีกทั้งยังเป็นการเตือนสติด้วยนะครับ กับผู้ที่อยู่ข้างหลัง ให้ใช้ชีวิตบนความไม่ประมาทด้วย อย่างไรก็ตามปัญหาความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนครั้งนี้ที่เกิดมาย้อนไปนะครับ ส่งผลให้ประชากรของโลกต้องเสียชีวิตปีหนึ่งหนึ่ง ไม่ต่ำกว่า 1,500,000 คนเลยทีเดียวนะครับ นอกจากนี้มีอาการบาดเจ็บและพิการ ไปมากกว่า 10 ล้านคน ดังนั้น อุบัติเหตุบนท้องถนน ถ้าทุกคนช่วยกันลดปัจจัยเสี่ยงได้ด้วยการขับขี่รถด้วยมีความมีสติ ไม่ประมาท ก็จะสามารถลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จากอุบัติเหตุบนท้องถนนไปได้ ถัดมาคุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ยังได้กล่าวเพิ่มเติมนะครับว่า ตนเองมีความตั้งใจคาดหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะไม่ต้องจัดงานวันรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน แต่จะเป็นวันที่เราประสบความสำเร็จในการที่จะก้าวไปในการที่จะสร้างถนน ไม่เพียงแต่ในการที่ประเทศไทยจะเป็นถนนแห่งความปลอดภัยในการเดินทางเพียงเท่านั้น แต่มนุษยชาติทั้งโลกเราจะต้องมีสิทธิ์ในการเดินทางบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามนะครับ ตนหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นพลังร่วมกัน ในการแปรเปลี่ยนเข้าสู่การขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญของมนุษยชาติ ไปสู่วันที่พวกเราตั้งความหวังไว้ นั่นก็คือวันแห่งความปลอดภัยของการเดินทางบนท้องถนนครับ ไปฟังเสียงบางช่วงบางตอนของคุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการที่มีการจัดงานครั้งนี้ด้วยนะครับ (คุณสุรชัย) ผมได้แต่ตั้งความหวังว่าจะมีวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ที่พวกเราไม่ต้องจัดงานวันโลกรำลึกแห่งความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่จะเป็นวันที่เราประสบความสำเร็จในการที่ก้าวไปสู่การที่จะสร้างถนน ไม่แต่เพียงในประเทศไทยให้เป็นถนนแห่งความปลอดภัยในการเดินทาง แต่มนุษยชาติทั้งโลกจะต้องมีสิทธิ์ในการเดินทาง บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย การจัดงานทุกปีที่พวกเราได้จัดขึ้นในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนนั้นนี่ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นพลังร่วมกันอันสำคัญของพวกเราภาคีเครือข่ายทั้งหลาย ในการจะแปรเปลี่ยนพลังนี้ไปสู่การร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของมนุษยชาติ ไปสู่วันที่พวกเราตั้งความหวังไว้ คือ วันแห่งความปลอดภัยในการเดินทางบนท้องถนน (คุณวัฒนะ) ในขณะที่อีก 1 ท่านนะครับ ก็คือคุณนิกร จำนง ประธานมูลนิธิประชาปลอดภัย ก็ได้เปิดเผยถึงความสำคัญของกิจกรรมวันรำลึกถึงเหยื่อผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนนะครับ บอกว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทั่วโลกจัดขึ้นนะครับ เป็นการรำลึกถึงผู้สูญเสียอุบัติเหตุทางถนน ก็เป็นการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการไตร่ตรองถึงความสูญเสียที่สามารถที่จะป้องกันได้ และมุ่งมั่นนะครับ ที่จะหาทางแก้ไขต่อไป ในขณะที่ประเทศไทยของเรายังคงมีอัตราการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนที่สูงมากในปีนี้ พร้อมกับมีการยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่น่าเศร้าที่เกิดขึ้น นั่นก็คือการสูญเสียชีวิตของเด็กนักเรียนจากเหตุการณ์รถบัสไฟไหม้ ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น ก็เป็นการสะท้อนถึงปัญหาเชิงระบบด้านความปลอดภัยทางถนน ที่จะต้องเร่งแก้ไขต่อไปนะครับ นอกจากนี้คุณนิกรยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าและความหวังจากการดำเนินการของทางรัฐสภาที่เกี่ยวข้องกันกับความก้าวหน้าในการทำงานของคณะกรรมการศึกษาพิจารณาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนของทางรัฐสภา ซึ่งเป็นงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ได้มีการผลักดันให้เกิดเรื่องใหม่ ๆ เกิดขึ้น โดยคณะกรรมการชุดนี้จะเร่งรัดการดำเนินการของฝ่ายบริหาร นั่นก็คือทางรัฐบาล และจะไปต่อยอดร่วมเร่งของฝ่ายตุลาการ ผลักดันร่วมกัน โดยเฉพาะกลไกของศาลที่เกี่ยวข้องกับคดีของจราจรด้วย ถัดมานะครับ คุณนิกร จำนง ยังได้กล่าวเชิญชวนภาคีทุกส่วนมีความร่วมมือกัน ลดจำนวนการสูญเสียอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละปี โดยระบุว่าทุกฝ่ายต้องวาดภาพแห่งอนาคตที่ลดความสูญเสียจะถูกแทนที่ด้วยเรื่องราวของความสำเร็จ ในการป้องกันการช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด ทุกคนต้องก้าวต่อไปอย่างไม่ท้อถอย จนกว่าจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนจะลดลง และได้มีการพูดถึงตามที่พึงประสงค์ไว้นะครับคุณผู้ชม หากพูดถึงการใช้รถใช้ถนนนี่ ในช่วงเวลาจากนี้ไปต้องจับตาไปที่ช่วงของปลายปี การฉลองปีใหม่นะครับ อยากจะให้คุณผู้ชมนี่ได้มีการตรวจสอบสภาพรถไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วก็เตรียมความพร้อมต่าง ๆ ดูแลความปลอดภัยร่วมกัน ลดการสูญเสียเรื่องความสูญเสียทางถนนด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) เมื่อสักครู่นี้ผมเห็นตัวเลขนะครับ ผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนนะคุณผู้ชมครับ ปี 2564 นี่ ถ้าเราจำได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตัวเลขนี่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคุณวัฒนะ อยู่ที่ประมาณ 16,000 กว่ารายเมื่อสักครู่นี้ จากปีก่อน ๆ นี่ 18,000-19,000 ถือว่าช่วงนั้นเป็นการเดินทางที่น้อยนะคุณวัฒนะ บางคนนี่เขาอยู่บ้านเพื่อที่จะมีการป้องกันจากโควิด-19 เลยนะ (คุณวัฒนะ) นี่นะครับคุณผู้ชม ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ร่วมกันในการที่จะทำให้ความสูญเสียความโศกเศร้าต่าง ๆ นี่ได้ลดลงในประเทศไทยของเราด้วยนะครับคุณผู้ชมครับ ช่วงนี้ไปติดตามความเคลื่อนไหวข่าวต่างประเทศกับคุณกันต์พจน์กันครับ ล่าสุดมีการพบกันระหว่างสี จิ้นผิง กับในส่วนของโจ ไบเดน เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนกันช่วงสุดท้ายครับคุณกันต์พจน์ครับ หลังจากนี้ไปจะมีการเปลี่ยนอำนาจเป็นโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยนะครับ (คุณกันต์พจน์) ใช่แล้วครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีการประชุม APEC ที่ประเทศเปรูนะครับ มีเวลา 2 ชั่วโมงที่ผู้นำจากสหรัฐฯ และจีนได้มีการพบหารือกัน ซึ่งโจเบนนี่ครับ ก็เหมือนกับเป็นการอำลาสี จิ้นผิง เหมือนกันนะครับ เพราะว่าตลอด 7 เดือนนั้นไม่ได้มีการพบปะหารือกัน โดยมีการพูดคุยกันครับ ว่าพูดถึงเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ว่าถึงแม้ว่า 2 ประเทศจะมีความขัดแย้งกันนะครับ มีการแข่งขันกันนะครับ แต่ว่าความขัดแย้งก็ไม่มากมายนักครับ ส่วนสี จิ้นผิง ก็ออกมาพูดนะครับ ว่าอยากให้สหรัฐฯ นั้นไม่ควรไปยุ่งกับเรื่องของไต้หวันและทะเลจีนใต้ครับ (คุณวัฒนะ) ก็เป็นการเปิดประเด็นไว้ก่อนหลังจากนี้ไปนะครับ ความเคลื่อนไหวของจีนและสหรัฐอเมริกายังคงมีอย่างต่อเนื่องนะครับ ภายใต้การอำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ เดี๋ยวช่วงหน้าตามกันต่อในห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า ช่วงของข่าวต่างประเทศนะครับ ช่วงนี้ไปพักกันก่อนสักครู่ครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา]