[เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและคุณผู้ฟัง ติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับคุณณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผม วัฒนะ คล้ายแก้ว อาจารย์ล่ามภาษามือประจำรายการของเราเป็นประจำทุกวัน อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ อีกสักครู่หนึ่ง ข่าวต่างประเทศวันนี้ รอพบกับคุณกิตติเสรีประยูร นะครับ เช้าวันนี้พบกันในวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2567 เป็นวันที่ผมตื่นมารู้สึกว่าสบาย ๆ มีลมเอื่อย ๆ เข้ามา แล้วก็อากาศดูเหมือนจะว่าไม่มีเรื่องของ PM 2.5 นะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ เมื่อช่วงเช้าผมไปเดินที่บริเวณโดยรอบสระมรกตมา โอ้โห ตรงนั้นลมพัดเข้ามา เย็นสบายนะคุณวัฒนะครับ ตรงนั้นจะเป็นโซน Open Air ของอาคารรัฐสภา ไม่มีเกี่ยวกับเรื่องของเครื่องปรับอากาศนะ เขามีการออกแบบเพื่อที่จะให้มีลมนี่ถ่ายเทเข้ามาจากทั้งฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงจากฝั่งของถนนสามเสนนะครับคุณผู้ชมครับ สระมรกตนี่ก็ถือว่าลมเย็นสบาย เมื่อเช้า (คุณวัฒนะ) หลายคนเดินทางมาที่รัฐสภา ก็ต้องมาถ่ายภาพ มาเช็กอินที่นี่แหละครับ และพูดถึงอาคารรัฐสภา เห็นด้านหลังของเราใช่ไหมครับ ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา วันที่ 9 และวันที่ 10 นี้นะครับ วันรัฐธรรมนูญ จะมีการจัดงานที่สำคัญ แล้วก็เชิญชวนประชาชนคนไทยทั่วประเทศมาสัมผัสกับบรรยากาศต่าง ๆ ที่รัฐสภา วันรัฐธรรมนูญรออยู่เช่นกันนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ มานั่งกินลม ชมสภากันนะครับคุณผู้ชมครับ นอกจากกินลม ชมสภาแล้ว กินอาหารก็ได้นะ มีร้านอาหารมาออกบูธเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว ให้คุณผู้ชมได้จับจ่ายใช้สอยกันนะครับ รวมถึงเครื่องยอดที่คุณวัฒนะได้บอกไปเมื่อสักครู่นี้ สีทอง ๆ แบบนี้ ขึ้นไปเยี่ยมชมได้ และเรามีทีม เรียกว่า “ชมรมถ่ายภาพ” เขาจะถ่ายภาพให้ด้วยนะครับ (คุณวัฒนะ) โอ้โห ผมเคยเห็นฝีมือนะคุณผู้ชม ชมรมถ่ายภาพของสภานี่ ถ่ายภาพออกมาสวยมาก มุมกล้องต่าง ๆ แสงที่ออกมานี่นะครับคุณผู้ชม ผมอยากให้มาจริง ๆ มาถ่ายภาพสวย ๆ กับอาคารรัฐสภา โดยเฉพาะเมื่อวานนี้นะครับ คุณณัฐภัทรพลนี่ไปซ้อมมาแล้ว ขึ้นไปเครื่องยอดของอาคารรัฐสภา (คุณณัฐภัทรพล) โอ้โห เดินขึ้นบันไดยักษ์ โอ้โห คุณผู้ชมครับ ถือว่าใหญ่โต แล้วก็ได้เหงื่อเหมือนกันนะคุณวัฒนะครับ (คุณวัฒนะ) นี่นะครับเป็นบรรยากาศที่ทางรัฐสภาเตรียมไว้นะครับ โดยรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 คุณภราดร ปริศนานันทกุล ก็มาดูทุกวัน ในพื้นที่ของอาคารรัฐสภา เตรียมความพร้อมต่าง ๆ นะครับคุณผู้ชม แน่นอน บรรยากาศวันรัฐธรรมนูญ เราจะมีความรู้มากมายมาบอกกันด้วย เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบ้านการเมือง กระบวนการนิติบัญญัตินี่ล่ะ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้กิจกรรมต่าง ๆ รอพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาที่รัฐสภา เตรียมไว้เยอะเลยทีเดียวนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ก็มากันได้นะครับ ในวันที่ 9 แล้วก็วันที่ 10 ธันวาคมนะครับ ในวันรัฐธรรมนูญ ที่จัดขึ้นที่อาคารรัฐสภาครับ (คุณวัฒนะ) ครับคุณผู้ชม หากพูดถึงที่รัฐสภา แน่นอนเป็นสถานที่ นอกเหนือจากคนไทยเดินทางมาแล้ว มายื่นปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ มาขอให้ สส. ให้สมาชิกรัฐสภา รวมไปถึง สว. นี่ ใช้เป็นเวทีทั้งในการอภิปราย มาศึกษาดูงานแล้วนะครับคุณผู้ชม นอกจากคนไทยแล้ว ก็มีคณะจากต่างประเทศเดินทางมาที่ประเทศไทยเราเหมือนกัน (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ (คุณวัฒนะ) แล้วก็มาที่รัฐสภานี่นะครับ บรรยากาศเช้านี้ เรื่องแรก ข่าวแรกนะครับคุณผู้ชม ไปติดตามรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับคุณผู้ชม เมื่อวานนี้ ได้ให้การต้อนรับ ให้การรับรองคณะที่ชื่อว่า “ผู้แทนนานาชาติ ฝ่ายความมั่นคงของคณะยุวทูตเพื่อสันติภาพ” มาพร้อมกับการศึกษาดูงาน แล้วก็มีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันด้วยนะครับ เป็นช่วงเวลาที่คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้ให้การต้อนรับ ดร.สุลตาน อาซิม เทมูริ ผู้บัญชาการตำรวจเกษียณอายุราชการ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของสถาบันธรรมาภิบาลและความยั่งยืนระหว่างประเทศ หรือว่า GISI นะครับ ซึ่งนำคณะผู้แทนนานาชาติฝ่ายความมั่นคงของสมัชชาใหญ่ แห่งสหประชาชาติของเลขาธิการ UNESCO ของจาไมกา ตลอดจนคณะยุวทูตเพื่อสันติภาพ เพื่อศึกษาการทำงานของกระบวนการทางนิติบัญญัติ รวมไปถึงเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจที่ดีระหว่างองค์กรของรัฐสภาในประเทศไทยด้วยนะครับ ในขณะที่ ดร.สุลตาน อาซิม เทมูริ กล่าวแบบนี้นะครับ สถาบันธรรมาภิบาลระหว่างประเทศเพื่อความยั่งยืน ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรักษาสันติภาพของโลก เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และในทุกปีนั้น จะมีการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำโลกที่ชื่อว่า “Global Leadership Summit” โดยในปีนี้ได้มีการจัดการประชุมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่กองทัพอากาศ กรุงเทพมหานคร โดยมีบุคคลต่าง ๆ จากทั่วโลกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสันติภาพ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารที่เกษียณอายุราชการ นักเขียน Influencer ผู้มีอิทธิพลทางความคิด รวมไปถึงการประชุมหารือต่าง ๆ เพื่อสร้างสันติภาพให้กับโลกของเรา ในหัวข้อการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีได้อย่างไรด้วยล่ะครับ ตลอดจนนอกจากการหารือต่าง ๆ การสร้างวิสัยทัศน์ระยะยาว ของภาคส่วนต่าง ๆ ให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริงแล้ว ได้ขอบคุณไปยังรัฐบาลไทย ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนสถาบันธรรมาภิบาลระหว่างประเทศ และความยั่งยืนมาโดยตลอดนะครับ นอกจากนี้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ก็ได้กล่าวชื่นชมภารกิจต่าง ๆ ของสถาบันธรรมาภิบาลระหว่างประเทศ เพื่อความยั่งยืน โดยสถาบันนิติบัญญัติของไทย พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการสนับสนุนต่าง ๆ ทุกกิจกรรม เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ และก่อให้เกิดสันติภาพในสังคมโลก อย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไปด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) ในช่วงต้นสัปดาห์หน้าครับคุณผู้ชมครับ อย่างที่คุณผู้ชมได้เห็นเลยนะครับ ว่ารัฐสภาของไทยเรานะครับ จะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ว่าด้วยสุขภาพของโลก ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรม Royal Orchid Sheraton กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 2 และ วันที่ 3 ที่จะถึงนี้ครับคุณผู้ชมครับ แน่นอนว่าการเตรียมความพร้อมของงานตอนนี้ ค่อนข้างพร้อมเลยทีเดียวนะครับ โดยเมื่อวานที่ผ่านมาครับ คุณภราดร ปริศนานันทกุล ก็มีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานในครั้งนี้ ไปดูรายละเอียดกันครับว่าเป็นอย่างไรกัน ไปติดตามกันครับคุณผู้ชม กับคุณภราดร ปริศนานันทกุล ครับ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ครับ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดการประชุมภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ว่าด้วยความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลก ครั้งที่ 4/2567 ซึ่งมีคณะอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการอำนวยการจัดการประชุมภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทั้ง 5 คณะครับ เข้ารายงานความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ พร้อมกันนี้ยังมีทางด้านของนายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ครับ ประธานคณะอนุกรรมการด้านเนื้อหาสารัตถะ และกิจการคณะผู้แทนรัฐสภาไทย นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Zoom ด้วย โดยในการประชุมดังกล่าวครับ คณะอนุกรรมการด้านการเตรียมการประชุม และธุรการการประชุม ได้กล่าวถึงความพร้อม ความคืบหน้าในการเตรียมงาน อย่างเช่น ในเรื่องของการจัดแสดงนิทรรศการที่จะมีการจัดขึ้นภายในธีม “ก้าวข้ามผ่านโรคระบาด จากอดีตสู่อนาคต” ที่จะมีการแบ่งออกเป็น 4 โซนครับ จัดแสดงของแต่ละหน่วยงานด้วย ก็จะประกอบไปด้วยโซนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โซนของ สปสช. โซนรัฐสภา ซึ่งทั้ง 3 โซนจะมีประเด็นเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดการกับวิกฤตสุขภาพ ในช่วงภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข อย่างเช่น ในเรื่องของโควิด-19 ที่ผ่านมานี่แหละครับ เรื่องของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แล้วก็การเล่าเรื่องราวความสำเร็จของไทย เป็นต้น ส่วนโซนที่ 4 ครับคุณผู้ชมครับ เป็นอีกหนึ่งโซนนะ ที่จะเป็นโซนของกรรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกครับ ซึ่งก็จะเป็นโซนสาธิตการนวดคอ นวดบ่า นวดไหล่ พร้อมกับมีการเปิดเผยด้วยนะครับ ว่าจากตัวเลขล่าสุด มีประเทศผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมน้อยกว่าที่ประเมินไว้ จึงเห็นควรให้เชิญแขกจากฝ่ายไทย ทั้งบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีโครงการหลักสูตรเกี่ยวกับการเทรนด้านการแพทย์ พยาบาล และภาคประชาสังคม เข้าร่วมพิธีเปิด และอยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ด้วย ขณะที่คณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์และสารสนเทศได้กล่าวนะครับ ถึงความคืบหน้าการดำเนินงาน ว่ามีการแบ่งออกการทำงานออกเป็น 3 ช่วงครับ คือ ช่วงก่อน ช่วงระหว่าง และช่วงหลังการประชุม โดยมีแนวทางการประชาสัมพันธ์เพื่อแสดงบทบริบทของรัฐสภาไทยในเวทีโลก และสื่อสารต่อสมาชิกรัฐสภาโลก กลุ่มเอเชีย-แปซิฟิกระดับ IPU ผ่านการมุ่งเน้นการสื่อสาร โดยใช้สื่อออนไลน์และสื่อโซเชียล ซึ่งได้มีการดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมาแล้วนะครับ ผ่านการปล่อยคลิปวิดีโอจำนวน 9 คลิป โดยมีการเชิญสมาชิกรัฐสภาไทยจากทุกฝ่าย เข้ามามีส่วนร่วมในการเชิญชวน และสื่อสารเกี่ยวกับการประชุม IPU ด้านสุขภาพระดับโลกนี้ด้วยนะครับ เช่นเดียวกับคณะอนุกรรมการด้านเนื้อหาสารัตถะ และกิจการคณะผู้แทนรัฐสภาไทย คณะอนุกรรมการด้านการรับรองการอำนวยความสะดวก และกิจกรรมทวิภาคี ที่ได้มีการรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการประชุม IPU ด้านสุขภาพโลกนี่นะครับ ตามอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบนะครับ โดยเฉพาะคณะกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการแพทย์ ที่ได้มีการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ ไว้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านพื้นที่ สถานที่ บุคคล และ ทางน้ำ บริเวณที่มีการจัดประชุม IPU ด้านสุขภาพโลก มีการอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบเส้นทางการจราจรให้กับผู้เข้าร่วมประชุม โดยไม่ให้กระทบกับการใช้เส้นทางของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านแพทย์ ตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ เพื่อให้การประชุมรัฐสภาภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ว่าด้วยความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลก ที่จะจัดขึ้นในช่วงของวันจันทร์ที่ 2 และวันอังคารที่ 3 ธันวาคมที่จะถึงนี้ จัดขึ้นที่โรงแรม Royal Orchid Sheraton กรุงเทพมหานครนี่แหละครับ ให้เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดครับ (คุณวัฒนะ) ไปติดตามอีกภารกิจหนึ่งของรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เมื่อวานนี้ในรัฐสภา กับการเตรียมความพร้อมห้องประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนะครับคุณผู้ชม จำได้ไหมครับว่าทุกครั้งของการอภิปรายนี่ เสียงมีความสำคัญมาก ไมโครโฟน ผู้อภิปรายนี่ต้องได้ยินเสียงทั่วกัน กับระบบการถ่ายทอดต่าง ๆ เมื่อวานนี้ ไปติดตามบรรยากาศนะครับ ท่านรองภราดร ปริศนานันทกุล นำคณะผู้บริหารรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ในรัฐสภาทดสอบระบบเสียงในห้องประชุมของสภาผู้แทนราษฎรครับ และนี่ก็คือช่วงเวลาที่คุณภราดร ปริศนานันทกุล นะครับ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นำคณะผู้บริหาร รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันทดสอบระบบการถ่ายทอดสดการประชุม ระบบ IPTV ระบบ IP และมีการทดสอบระบบโครงการการจัดซื้อระบบกระจายเสียงนะครับ พร้อมกับติดตั้งเพิ่มเติมด้วย ภายในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเป็นการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ ก่อนเปิดสมัยประชุม ในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไปแหละครับ สำหรับการทดสอบระบบเสียงภายในห้องประชุมในครั้งนี้ ได้มีการจำลองรูปแบบนะครับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเป็นการรับฟังการกระจายเสียงมุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร การชี้แจงของคณะรัฐมนตรี และกรรมาธิการบนบัลลังก์ นอกจากนี้มีการหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้านล่างห้องประชุม ทั้งด้านซ้าย ด้านขวา ซึ่งภายในห้องประชุมของสภาผู้แทนราษฎรได้มีการติดตั้งเครื่องขยายเสียงเพิ่มเติม 24 ตัวนะครับ ก็จะเป็นการรองรับการประชุมในสมัยประชุมหน้าที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้มีการทดสอบเสียงรบกวนต่าง ๆ ระหว่างการประชุมเสมือนจริงด้วย โดยขอให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบพูดคุยเสียงดัง ในช่วงที่มีการอภิปรายการหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นการรับฟังว่าระบบเสียงดังชัดเจนเพียงพอกับสมาชิกหรือไม่ ในห้องประชุมหรือไม่เช่นกัน ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบแล้ว รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เสียสละช่วงเวลาของการทำงาน มาช่วยกันในวันนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ ในระบบเสียงห้องประชุมให้สมบูรณ์ที่สุดนะครับ คุณผู้ชมจะเห็นใช่ไหมครับ ว่ารองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 คุณภราดรนี่ ไปอยู่ทุกจุดจริง ๆ บนบัลลังก์ก็ไปทดสอบดู มานั่งข้างล่าง ในส่วนของสมาชิกที่จะใช้งานในการอภิปรายด้วย นี่คือความพร้อมต่าง ๆ ความละเอียดนะครับ ที่มีการเตรียมความพร้อมไว้ สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เดี๋ยวมาเจอกันนะครับ วันที่ 12 ธันวาคมนะครับ ก็เป็นวันแรกของการเปิดสมัยการประชุมในสมัยนี้ แล้วก็ติดตามกันไปยาว ๆ เลย ประมาณ 4 เดือนกว่า ๆ ไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน ก็จะปิดสมัยไปนะครับ (คุณวัฒนะ) หลายคนถามนะครับ ว่ารองฯ ภราดร นี่ แหม ทำไมขยันขันแข็งจัง ช่วงเย็น ๆ ทราบไหมครับ มีการวิ่ง Jogging ออกกำลังกายด้วย รอบบริเวณอาคารรัฐสภา ตอนนี้มีโครงการที่บอกว่า โครงการสภาไร้พุงนะครับ ก็เชิญชวนบุคลากรในรัฐสภานี่มาร่วมกันมาก ๆ นะครับ เพื่อที่ทำให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรง ปราศจากโรคภัยด้วยเช่นกันนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ครับผม เดี๋ยวผมก็ไปร่วมโครงการนี้ด้วยนะเดี๋ยวจะเห็นผมไร้พุงนะคุณวัฒนะ แหม ไปกับท่านภราดรมาแล้ว นะครับ (คุณวัฒนะ) ร่วมโครงการดี ๆ แบบนี้ในรัฐสภานะครับ ครับผม (คุณณัฐภัทรพล) ไปดูอีกเรื่องหนึ่งครับคุณผู้ชมครับ เกี่ยวกับเรื่องของนายแพทย์บุญ วนาสิน ที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ว่าเกิดการฉ้อโกงประชาชน มีผู้เสียหายที่เข้ามาร้องเรียนหลายรายเลยทีเดียวนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการหลอกให้ลงทุน เรื่องนี้เองครับคุณผู้ชมครับ ก็มีความเคลื่อนไหวออกมากับทางด้านของสมาชิกวุฒิสภา อย่าง นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียรยุระ นี่แหละครับ ก็มีการยื่นญัตติ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่แหละครับ มาถกเกี่ยวกับเรื่องของปมนายแพทย์บุญ วนาสิน ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชนนั่นแหละครับ ไปติดตามกันครับคุณผู้ชมกับ นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร และการโทรคมนาคม ก็กล่าวนะครับ ถึงการเสนอญัตติ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำและหาทางยุติการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หลอกลวง ฉ้อโกงประชาชน กรณีนายแพทย์บุญ วนาสิน ว่าตามที่ได้มีการดำเนินคดีต่อนายแพทย์บุญ วนาสิน กับพวก ฐานฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน โดยมีความเสียหายไม่น้อยกว่า 7,500 ล้านบาทนะครับ มีผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 247 ราย และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจไทย ที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ให้ฉุดลงไปอีกนะครับ โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้การก่ออาชญากรรมในครั้งนี้เกิดขึ้น เนื่องจากทางด้านของนายแพทย์บุญกับพวกนี่นะครับ ได้มีการหลอกลวงเหยื่อผู้เสียหาย ด้วยการซื้อโฆษณาสื่อออนไลน์ สื่อสำนักพิมพ์หลายแห่ง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อในวงกว้าง ทั้งนี้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำความผิดโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง บิดเบือน หรือปลอมข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีครับ หรือว่าปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือว่าทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ จากความเสียหายที่เกิดขึ้นในขณะนี้ครับ จึงขอให้ประธานคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคมวุฒิสภา นำประเด็นสำคัญดังกล่าวบรรจุ เข้าเป็นวาระการพิจารณาเพื่อสืบสวนสอบสวน เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ถ้อยคำ เพื่อนำไปสู่การป้องกันและยุติวงจรการก่ออาชญากรรม ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้รายงานว่าได้บังคับใช้ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และมาตรา 15 หรือไม่ พร้อมเสนอให้มีการเชิญกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เข้ามารายงานว่าแต่ละหน่วยงาน ได้บังคับใช้ตามกฎหมายหรือไม่เพียงใด โดยตนนี่นะครับ นายแพทย์เปรมศักดิ์ นี่นะครับคุณผู้ชมครับ จะมีการยื่นญัตติดังกล่าว ในวันที่ 2 ธันวาคม ก็คือในวันจันทร์ที่จะถึงนี้แล้วนะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ นอกเหนือจากการติดตามของนายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ นะครับ เดี๋ยวช่วงหน้าตามกันต่อ มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีของนายแพทย์บุญ วนาสิน นี่นะครับ การหลอกลวงไปลงทุน มายื่นต่อประธานชมรมสันติประชาธรรม เป็นอดีต สส. จากประชาธิปัตย์ คุณแทนคุณ จิตต์อิสระ มาพร้อมกับประชาชนเมื่อวานนี้ มาที่รัฐสภา ช่วงหน้าตามกันต่อครับ ในห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า ช่วงนี้พักกันก่อนสักครู่ครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณวัฒนะ) เข้าสู่ช่วงที่ 2 ของห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า ประจำวันนี้ครับคุณผู้ชม ไปกันที่ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะตอนนี้ การฉ้อโกง หลอกลงทุน (คุณณัฐภัทรพล) โอ้โห เยอะมาก ๆ (คุณวัฒนะ) เอาเรื่องผลประโยชน์มาอ้างนี่ เกิดขึ้นเยอะนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ (คุณวัฒนะ) ทำให้มีคณะที่มาร้องเรียนในสภาผู้แทนราษฎรนี่ ก็เดินทางมาทุกวัน ล่าสุดนะครับ คุณแทนคุณ จิตต์อิสระ ในฐานะประธานชมรมสันติประชาธรรม ก็นำประชาชนมาที่รัฐสภา มาร้องเรียนเรื่องอะไร ทราบไหมครับ เรื่องของหนี้สิน เรื่องของระบบหนี้สินนี่ล่ะครับคุณผู้ชม มันเป็นปัญหาใหญ่ และอีกเรื่องหนึ่งได้มีการสอบถามเหมือนกัน เรื่องของนายแพทย์บุญ วนาสิน ว่าการฉ้อโกงครั้งนี้จะเกิดขึ้นและจะบริหารจัดการอย่างไรล่ะครับ การเปิดเผยล่าสุดของคุณเจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์นะครับ ของสำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเมื่อวานนี้ได้รับมอบหมายจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับยื่นหนังสือจากการร้องเรียนของคุณแทนคุณ จิตต์อิสระ ในฐานะประธานชมรมสันติประชาธรรม ก็มาพร้อมด้วยกับตัวแทนประชาชนที่เป็นหนี้สินในระบบและถูกบังคับคดี รวมไปถึงขอให้มีมาตรการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้รายย่อยภาคประชาชนอย่างเป็นระบบด้วย โดยเฉพาะการชะลอการขายทอดตลาด การเร่งรัดออกกฎหมายฟื้นฟูหนี้สินบุคคลธรรมดา และจากพนักงาน ที่อาจจะต้องตกงานเป็นจำนวนมากเลยทีเดียวนะครับ ถัดมาคุณแทนคุณยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าตนเองนี่รับเรื่องร้องเรียนกรณีของหนี้สินรายย่อยภาคประชาชนที่เป็นหนี้สินในระบบ โดยมีประชาชนที่อยู่ในขั้นตอนการบังคับคดีกว่า 4,000,000 คดีเลยทีเดียวนะครับ นับรวมทุนทรัพย์กว่า 25 ล้านบาท โดยที่ประชาชนถูกบังคับคดีจะถูกยึดที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินของตนเองและครอบครัว ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในขณะนี้ หลายคนสิ้นเดือนประดาตัว ส่วนหนี้สินในระบบต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหนี้สินนอกระบบเป็นจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งปัญหาหนี้สินเหล่านี้ก็มีลักษณะที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐใดมาดูแล นอกจากนี้นะครับ การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบแบบองค์รวม อย่างครบวงจรนั้นก็ยังไม่มีนะครับ จึงขอให้ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรได้หามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินรายย่อยภาคประชาชน โดยเฉพาะการชะลอการขายทอดตลาดให้กับลูกหนี้ที่มีการปรับโครงสร้างกับเจ้าหนี้ นอกจากนี้ได้มีการพูดถึงการชำระหนี้ได้ตามความสามารถ รวมทั้งการเร่งรัดต่าง ๆ การออกกฎหมายฟื้นฟูหนี้สินของบุคคลธรรมดาและกิจการ รวมทั้งหามาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อรองรับกรณีนี้ การตกงานอย่างเป็นระบบต่อไป และจะเป็นการบรรเทาความทุกข์ให้กับความประชาชนที่เดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ด้วยนะครับ ถัดมาก็มีคุณเจษ อนุกูลโภคารัตน์ นะครับคุณผู้ชม หลังจากที่รับยื่นหนังสือแล้วบอกว่าในส่วนของประธานสภาได้ให้ความห่วงใยเรื่องของปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ขอขอบคุณทางชมรมสันติประชาธรรม นำเรื่องดังกล่าวมายื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรราษฎร โดยตนจะรับเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการตามกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมกับเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาดำเนินการบรรเทาความทุกข์ร้อนของประชาชนให้ต่อไปนะครับ หลังจากนั้นคุณแทนคุณ จิตต์อิสระ นะครับ หลังจากที่ยื่นหนังสือเสร็จเรียบร้อยแล้ว รวมถึงพี่น้องประชาชนนี่ได้มีการพูดถึงความคืบหน้า หลังจากที่พาผู้เสียหาย 2 ราย เข้าพบกับพนักงานสอบสวน ไปดำเนินคดีแจ้งความกับนายแพทย์บุญ วนาสิน หรือว่าหมอบุญที่รู้จักกัน ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลชื่อดังหลายโรงพยาบาลนะครับ บอกว่าขณะนี้ผู้ ติดต่อมาเรื่อย ๆ ทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียง เป็นผู้สูงอายุมีหน้ามีตาในสังคม เคสมูลค่าความเสียหายนี่ ตอนนี้นับ 1,000 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายป่วย เพราะว่ารับสภาพไม่ไหว และหลังจากวันที่ 22 ธันวาคมนี้ ก็จะมีมาอีกเยอะพอสมควรนะครับ เพราะว่าได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ การใช้หุ้นเดิมนี่จะหมดอายุความ วาระที่จะต้องชำระ ก็คือวันที่ 12 ธันวาคม ซึ่งตนก็คาดการณ์ว่าน่าจะไม่มีการชำระเงินดังกล่าว ดังนั้น อยากจะให้ผู้เสียได้เตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ การโอนเงิน หลักฐานการทำสัญญาทุกอย่าง เพื่อที่จะเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ และกล่าวโทษต่อกองปราบได้ต่อไป ซึ่งคาดว่าจะมีอยู่ที่ประมาณ 500-600 รายเลยทีเดียวนะครับ ถัดมาคุณแทนคุณยังได้กล่าวเพิ่มเติมกรณีของหมอบุญ จะต่างกับกรณีของ The iCon เพราะว่ามีผู้เสียหายน้อยกว่า แต่มูลค่าของความเสียหายนี่นะครับ มากกว่าด้วยของ The iCon โดยผู้เสียหายได้เล่าให้ฟังว่ากรณีของหมอบุญมีมูลค่าความเสียหายแตะ 2.5 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียวนะครับ ซึ่งจะค่อยๆ รวบรวมหลักฐานกันต่อไป ถัดมาคุณแทนคุณยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าตนได้รับข้อมูลต่าง ๆ มากมาย ขณะนี้หมอบุญนี่ นอกจากจะอยู่ที่ประเทศจีนแล้ว เตรียมเดินทางจะหนีไปทางโซนของประเทศยุโรป ที่ตนเองมี Connection อยู่ หวังว่าเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ของจีนและตำรวจไทย จะมีการประสานงานกับตำรวจสากล เพื่อจับกุมดำเนินคดีได้ในเร็ววันนี้ด้วยเช่นกัน และเมื่อถามต่อว่ากรณีของเพื่อนร่วมรุ่นของหมอบุญนะครับ ก็ถูกโกงเช่นกัน แต่นายแพทย์บุญกลับบอกว่าไม่ได้ตั้งใจนั้น คุณแทนคุณกล่าวว่าความตั้งใจของคนควรจะวัดจากการกระทำดีมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องไปพิสูจน์กันต่อไป ไม่อยากก้าวล่วงถึงเจตนาของนายแพทย์บุญในขณะนี้ แต่สิ่งที่นายแพทย์บุญทำว่า… ถือว่าสาหัสมาก กรณีการออกเช็คเด้ง สะท้อนถึงปัญหา สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของนายแพทย์บุญ รวมถึงการออกเอกสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโฉนดที่ดิน แต่ไม่สามารถนำไปโอนได้ และจากข้อมูลที่ได้รับมาไม่ใช่เรื่องของการปลอมแปลงลายเซ็นดังกล่าว แต่อาจจะเป็นเรื่องของมีการ… มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่ เป็นการตั้งคำถามนะครับ เพราะว่าตอนนี้มีคนพยายามพลิกตัวเองไปเป็นผู้ประสบภัยด้วย ซึ่งอาจจะไม่ใช่อย่างนั้น และจะต้องติดตามกันต่อไป เนื่องจากวันนี้เป็นเหตุการณ์ระยะยาวที่จะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไปด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) พาคุณผู้ชมไปดูเกี่ยวกับเรื่องของการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการลดอุบัติเหตุทางท้องถนน แน่นอนว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกวัน และยิ่งในช่วงของเทศกาลอย่างเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ เขาก็มีการเฝ้าระวังเกี่ยวกับเรื่องของ 7 วัน ระวังอันตรายกัน ทำให้ตัวเลข ลดอุบัติเหตุลงได้ในทุก ๆ ปีนะครับ เรื่องนี้เองครับ ทางด้านของประธานคณะอนุกรรมการด้านประสานงานบริหารจัดการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องของการลดอุบัติเหตุทางท้องถนนนี่แหละครับ ก็มีการประชุมนัดแรกของคณะนะครับ พร้อมที่จะมีการชูความสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยทางถนนครับ คุณนิกร จำนง ประธานคณะอนุกรรมการด้านประสานงานบริหารจัดการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการครั้งที่ 1 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมนะครับ โดยคุณนิกรบอกว่าที่ประชุมก็มีทางด้านของคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านประสานงาน บริหารจัดการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนขึ้นมา เพื่อที่จะมีการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกครับ ของคณะอนุกรรมการ โดยคณะอนุกรรมการด้านประสานงานบริหารจัดการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน จะทำหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้ครับ 1. บริหารจัดการประสานงานติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนและมติสหประชาชาติ 2. รณรงค์ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมสนับสนุนสร้างความมีส่วนร่วมของสมาชิกรัฐสภาและประชาชนในการสร้างความปลอดภัยทางถนน 3. พิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางถนน 4. รายงานผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน ให้ได้ทราบเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐสภาในการป้องกันและลดอุบัติเหตุเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน 5. ประสานการเชื่อมโยงระบบรัฐสภาไทยกับเครือข่ายรัฐสภาระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเครือข่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชีย 6. ปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนมอบหมาย 7. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย 8. ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายครับ นอกจากนี้คุณนิกรยังได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงกรอบการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการด้านประสานงานบริหารจัดการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน ทั้งในด้านประสานงานและบริหารจัดการด้านรณรงค์และการประชาสัมพันธ์ อีกพร้อมมีการชูความสำคัญในการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน และเอาจริงเอาจัง มีมาตรการต่าง ๆ มาบังคับใช้ เพื่อให้สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน มีตัวเลขลดน้อยลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย และการสูญเสียชีวิต แล้วก็ทรัพย์สินต่อไปนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ไปกันที่อีก 1 คณะอนุกรรมการนะครับคุณผู้ชม ที่มีการประชุมเรื่องของความปลอดภัยการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนนี่แหละ เตรียมความพร้อม 7 วันอันตราย ช่วงของปีใหม่ที่จะถึงนี้นะครับ ซึ่งมีคุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการชุดนี้อยู่นะครับ ไปติดตามภารกิจกันเมื่อวานนี้มีการประชุมกันอย่างเข้มข้นเลยทีเดียวละครับ คุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน และด้านยานพาหนะเกี่ยวกับการป้องกัน และลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัย อยู่ในคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยทางถนน เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญหลายเรื่องเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน การเตรียมความพร้อมเทศกาลปีใหม่ปี 2568 ที่จะถึงนี้ ช่วงที่เรียกว่า “7 วันอันตราย” นะครับ โดยมีการเชิญผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กองบังคับการตำรวจทางหลวง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือว่า สสส. มีนักวิชาการด้านวิศวกรรมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการด้วยนะครับ ทั้งนี้ประธานคณะอนุกรรมการกล่าวถึงเป้าหมายการลดอุบัติเหตุทางถนนว่าภายในปี 2570 นะครับ ต้องลดจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงให้ได้ครึ่งหนึ่ง หรือลดลงเหลือประมาณ 8,500 คนต่อปี ซึ่งในปี 2567 นั้น มีจำนวนผู้เสียชีวิตในปัจจุบันที่อยู่ที่ 14,000 คน ยังเหลือระยะเวลาอีก 1 เดือน จะครบ 1 ปีนะครับ โดยคาดว่าภายในปีนี้ สถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน น่าจะลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 2,000 คน ในขณะที่ยังมีประเทศไทย ยังมีการพูดถึงเวลาอีก 2 ปี ในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ได้ในอนาคตต่อไป และอีกหนึ่งคนที่มีการประชุมเมื่อวานนี้ก็คือคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เป็นอนุกรรมการ มองว่าการรณรงค์ 7 วันอันตรายเป็นช่วงเวลาที่เทศกาลหยุดยาวต่าง ๆ ต้องคิดใหม่ เพราะว่าไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ไกล ๆ นะครับ อย่างภาคอีสาน ต้องเสียเวลาในการจอดรถตามด่านต่าง ๆ ทุกระยะเลยทีเดียว จึงอยากจะเสนอให้การกำหนดระยะเวลาการตั้งด่าน ไม่ให้ใกล้กันมากจนเกินไป เนื่องจากว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชนได้นะครับ นอกจากนี้ก็มีคุณวิรัช พิมพะนิตย์ เป็น สส. จังหวัดกาฬสินธุ์ จากทางพรรคเพื่อไทย ในฐานะของอนุกรรมการมองว่าคนและกฎหมายนี่เป็นสิ่งสำคัญนะ จะมีการยับยั้งการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมกับมีการยกตัวอย่างเหตุการณ์รถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ บอกว่ามีการดัดแปลงการใช้รถจนไม่ได้มาตรฐาน ขาดความปลอดภัย โดยเชื่อมั่นว่าหากมีมาตรการการลงโทษต่าง ๆ ทางกฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง ก็จะสร้างความเกรงกลัวในการกระทำผิดกฎหมาย และป้องกันการสูญเสียได้ต่อไปล่ะครับ ถัดมาอีก 1 คน ก็คือคุณเทอดชาติ ชัยพงษ์ รองประธานคณะอนุกรรมการก็ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจ เรื่องของการจัดทำข้อเสนอระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น มองเห็นสภาพของปัญหาบริบทต่าง ๆ ของสังคม ก็จะได้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการไปสร้างกลไกความปลอดภัย การบริหารความปลอดภัยที่ดีได้ต่อไปนะครับ จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาเตรียมความพร้อมเรื่องของเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ปี 2568 จากกองบังคับการตำรวจทางหลวงช่วง 7 วันอันตราย จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ไปจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2568 ดังนั้นนะครับคุณผู้ชม หากพูดถึงประเด็นการกำหนดจุดเสี่ยงต่าง ๆ ของอุบัติเหตุ ระบบกล้อง CCTV การควบคุมการสั่งการจราจร การเปิดช่องทางพิเศษ การห้ามรถบรรทุกสิบล้อวิ่งบนบางเส้นทาง รวมไปถึงมีการประสานงานกับกรมทางหลวงในกรณีของการคืนผิวจราจร ในช่วงของการซ่อมสร้างถนนด้วยเช่นกัน สำหรับกำหนดการประชุมของคณะอนุกรรมการนะครับ จะนัดประชุมกันทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ที่ 1 และสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน จะมีวางกรอบการพิจารณาติดตามมาตรการต่าง ๆ ความปลอดภัยทางถนน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านยานพาหนะ และจะไปสอดคล้องกับแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน และมติของสหประชาชาติด้วย รวมไปถึงการออกแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินที่สัมพันธ์กับระบบคมนาคมขนส่งและการจราจร การเปลี่ยนแปลงรูปแบบต่าง ๆ ของการเดินทางที่สอดคล้อง เพื่อเป็นประโยชน์ต่าง ๆ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และเป็นมาตรฐานของการออกแบบที่สมบูรณ์ต่อไป ครอบคลุมในส่วนของการเดินทางทั้ง 4 ระบบ ประกอบด้วยทางเดินเท้า ทางจักรยาน ระบบขนส่งมวลชน และการเดินทางด้วยรถยนต์ด้วยแหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) คลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าววันนี้ครับคุณผู้ชมครับ คุณสุดารัตน์ สร้างถิ่น เดี๋ยวลงพื้นที่กันไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครนี่แหละครับ ตามไปกับคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาไปดูเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาคนไร้บ้าน ไปติดตามได้ในรายงานคลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าวครับ [เสียงดนตรี] (คุณสุดารัตน์) ภาพคนอยู่อาศัยตามพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้างถนน ป้ายรถเมล์ หรือใต้ทางด่วน เรามักจะเห็นกันจนชินตาในทุกพื้นที่นะคะ คนไร้บ้านกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสังคมค่ะ ที่ภาครัฐพยายามจะแก้ไข เพื่อที่จะลดจำนวนลง แล้วก็จัดสวัสดิภาพให้กับคนกลุ่มนี้ เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น วันนี้คลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าว ลงพื้นที่กับสมาชิกวุฒิสภา เพื่อสะท้อนมุมมองของคนไร้บ้าน ในอีกมุมให้คุณผู้ชมได้เห็นกันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณสุดารัตน์) ภารกิจของคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคมวุฒิสภาในครั้งนี้ คือ การลงพื้นที่เพื่อไปดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มคนไร้บ้าน ที่บริเวณถนนราชดำเนินการ ตลอดแนวฝั่งถนนจะเห็นกลุ่มคนไร้บ้าน บ้างก็นั่ง บ้างก็นอนเรียงรายอยู่เป็นระยะ ๆ โดยการสำรวจล่าสุดจากสำนักเทศกิจและสำนักพัฒนาสังคมกรุงเทพมหานคร เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริเวณนี้พบคนไร้บ้านกว่า 370 คนส่วนใหญ่เป็นเพศชายกว่า 300 คน ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือ พม. พยายามจัดระเบียบคนกลุ่มนี้เพื่อให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการด้านต่าง ๆ รวมถึงส่งเสริมการฝึกอาชีพเพื่อให้สามารถเลี้ยงตนเองได้ กลับเข้าสู่ครอบครัวและไม่เป็นคนไร้บ้าน ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม เล่าให้ทีมข่าวว่าปัญหาคนไร้บ้านมีมานานแล้วในสังคมไทย แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามให้ความช่วยเหลือด้วยการสำรวจจำนวนเพื่อนำคนไร้บ้านให้เข้าสู่ระบบ จัดสถานที่หรือฝึกอาชีพให้ก็ตาม แต่จำนวนของคนไร้บ้านก็ไม่ได้ลดจำนวนลง เพราะส่วนหนึ่งคือความต้องการที่จะอยู่ข้างนอกใช้ชีวิตแบบอิสระมากกว่า จึงทำให้กฎหมายนำมาบังคับใช้เพื่อจัดระเบียบกับคนกลุ่มนี้ไม่ได้คนไร้ จึงกลายเป็นกลุ่มคนที่ยังคงหมุนเวียนอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ จนอาจส่งผลกระทบกับทัศนียภาพที่สวยงามในพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่งได้ (ดร.วราภัสร์) เรื่องคนไร้ที่พึ่งนี่ ทาง… จริง ๆ แล้วทางด้านกฎหมายทาง พม. เองก็ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน ถ้าคนไร้ที่พึ่งนี่ไม่ยอมกลับเข้าไปในที่เราจัดสรรไว้ให้ เพราะว่ากฎหมายไม่ได้บังคับไว้ ถ้าเขาไม่สมัครใจที่จะไปเราก็ยังทำอะไรไม่ได้ ก็เป็นปัญหาของ พม. ที่จะต้อง… ต้องนี่ค่ะ ตอนนี้เราใช้กฎหมายทางด้านของความสะอาด มาใช้ในเรื่องของความสะอาด ถ้าหากว่าคนไร้ที่พึ่งนี่ทำสกปรกเลอะเทอะอย่างนี้เราก็ยังใช้กฎหมายตัวนี้ควบคุมในการลงโทษได้ แต่กฎหมายอื่นนี่ยังไม่สามารถที่จะควบคุมเขาได้อย่างเต็มที่นะคะ ก็เป็นความร่วมมือของคนไร้ที่พึ่งเอง (คุณสุดารัตน์) ถนนราชดำเนินกลางสายนี้มีคนไร้บ้าน ไร้ที่พึ่ง นั่งอยู่ตามพื้นที่สาธารณะ บางคนก็เป็นหน้าเดิมเดิมที่อยู่เป็นประจำ บางคนก็เป็นหน้าใหม่ แต่เท่าที่ได้พูดคุยสอบถาม พบว่าสาเหตุของการมาอาศัยอยู่นอกบ้าน เพราะมีปัญหา และไม่รู้จะไปเริ่มต้นจากจุดใด ทำให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ วางเป้าหมายที่จะสำรวจคนกลุ่มนี้ เพื่อค้นหาสาเหตุของการมาอยู่เป็นคนไร้บ้าน และจะได้นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด (คุณกันตพงศ์) และอีกอย่างหนึ่งที่เราอยากจะดูแล ก็คือว่าอยากดูถึงครอบครัว อยากค้นหาความจริงว่า พี่น้องคนที่มาใช้ชีวิตในที่สาธารณะแบบนี้นี่ สภาพครอบครัวมีปัญหาอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงปลอดภัย หรือเรื่องอาชีพ เรื่องรายได้ หรือเรื่องความสัมพันธภาพในครอบครัว แล้วจะนำไปสู่การ ลองดูว่าจะแก้ปัญหาแบบที่สารตั้งต้นจริง ๆ คือ ครอบครัวนี่จะพอมีทางที่จะให้เกิดดุลยภาพในการดูแลคนที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ (คุณสุดารัตน์) ในบางวันจะมีผู้ใจบุญนำอาหารมาแจกให้กับคนไร้บ้านที่บริเวณนี้ และเป็นที่รู้กันว่าหากจะรับของแจกทุกคนต้องเข้าแถวให้เป็นระเบียบและไม่แย่งกัน โดยอาหารที่นำมาก็แล้วแต่จำนวนที่สะดวก แต่อยู่ระหว่าง 200-300 ชุดถือเป็นความสุขของผู้ให้ที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้อิ่มไปหนึ่งมื้อ มาแจกบ่อยไหมคะ (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง) ก็บ่อยค่ะ อาทิตย์หนึ่งประมาณครั้งหนึ่งนะคะ พอดีก็… ใช่ค่ะ เพราะว่าคนเยอะมากน่ะค่ะ แล้วก็คนไร้บ้านเยอะก็สงสารเขา ค่ะ ๆ (คุณสุดารัตน์) ทำมาครั้งหนึ่งประมาณกี่ชุดได้คะ (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง) 200 บ้าง 300 บ้าง ร้อยกว่าบ้างน่ะค่ะ แล้วแต่ค่ะ ก็ได้ช่วยเขาน่ะค่ะ เขาก็ได้มีอยู่รอดไป 1 มื้อนะ ค่ะ ก็เพื่อนมนุษย์ด้วยกันนะคะ (คุณสุดารัตน์) คนไร้บ้านที่เข้าไม่ถึงสิทธิหรือสวัสดิการจากภาครัฐเนื่องจากไม่มีบัตรประชาชนเพื่อใช้ยืนยันตัวตนจนกลายเป็นความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ซึ่งหน่วยงานก็พยายามให้ความช่วยเหลือด้วยการตั้งศูนย์บริการเพื่อทำบัตรประชาชนเพราะหวังให้พวกเขาได้เข้าถึงสิทธิทางการรักษา สิทธิทางการศึกษา หรือแม้แต่สวัสดิการสังคมที่ควรจะได้รับ (ผู้ให้สัมภาษณ์ชาย 1) อ๋อ น่าจะไร้บ้านนี่ ผมคืนแฟลตไปแล้ว ผมเช่าแฟลตอยู่ไง แฟลตคลองเตยนะ อยู่คลองเตย ผมอยู่คลองเตยใกล้ ๆ นี้เอง (คุณสุดารัตน์) วันนี้ก็คือมาอาศัยพื้นที่ตรงนี้อยู่ใช่ไหมคะ (ผู้ให้สัมภาษณ์ชาย 1) ผมมาอาศัยกินนอนอยู่ตรงนี้แหละ ไม่มีญาติพี่น้องแล้ว ตายหมดแล้ว (คุณสุดารัตน์) อ๋อ ตอนนี้เหลือตัวคนเดียวเหรอคะ (ผู้ให้สัมภาษณ์ชาย 1) ตัวคนเดียว (คุณสุดารัตน์) ไม่มีครอบครัวเลย (ผู้ให้สัมภาษณ์ชาย 1) ไม่มีครอบครัวครับ (คุณสุดารัตน์) ถามนิดหนึ่งค่ะ วันนี้ทำไมพี่มาเป็นคนไร้บ้านอยู่ตรงนี้คะ (ผู้ให้สัมภาษณ์ชาย 2) เพราะว่าผมแบบว่าตกงานมาและโดนหลอกลวงมาครับ ตอนแรกผมมาที่สนามหลวงนี่ โดนเขาขโมยโทรศัพท์ของไอ้พวกไอ้กระเป๋าสตางค์หมดเลย ว่าจะมาหางานทำ มาจากกาฬสินธุ์ครับ ก็เลยต้องมาอยู่แบบนี้ครับผม (ผู้ให้สัมภาษณ์ชาย 3) ก็ไม่ได้เป็นคนไร้บ้านครับ ก็คือตกงานครับ (คุณสุดารัตน์) ตกงานก็เลยมาอาศัยพื้นที่ตรงนี้ (ผู้ให้สัมภาษณ์ชาย 3) ก็คือตกงานแล้ว ก็คือเราไม่มีเงินที่จะไปหางานต่อ ก็คือเราต้องมาอยู่ตรงนี้ก่อน คือตั้งหลัก ก็คือว่ามีงานอะไรต้องทำไปก่อน เพื่อจะเก็บสตางค์เพื่อไปหางาน เพื่อไปเช่าห้องอยู่ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตต่อไป (คุณสุดารัตน์) สวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว ที่จำเป็นต้องเดินผ่านไปมากับกลุ่มคนไร้บ้าน ก็เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องคำนึงถึง เพราะหากต้องเผชิญกับคนไร้บ้านที่ติดสุราหรือยาเสพติด อาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกายหรือการจี้ชิงทรัพย์ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้ แสงไฟจากถนนที่ทอดยาวยามวิกาลยังคงส่องสะท้อนให้เห็นว่ามีคนไร้บ้านอีกจำนวนไม่น้อยกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ใช่เพราะพวกเขาเข้าไม่ถึงสิทธิหรือสวัสดิการใด ๆ แต่พวกเขามีปัญหาที่ต่างกัน บางคนตกงาน บางคนรักอิสระ และเลือกที่จะกลายเป็นคนไร้บ้านในสังคมต่อไป นวพล กองสุดใจ ถ่ายภาพ สุดารัตน์ สร้างถิ่น ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภารายงาน [เสียงดนตรี] (คุณวัฒนะ) ไปติดตามความเคลื่อนไหวข่าวต่างประเทศครับคุณผู้ชม ไปกันที่ 1 ประเทศที่ต้องบอกว่ามีคนไร้บ้านเยอะ แล้วก็นโยบายใหม่นี่ของว่าที่ประธานาธิบดีคุณกิตติ เขาจะบริหารจัดการอย่างไร เรื่องของกำแพงภาษีก็มีเหมือนกันนะครับ (คุณกิตติ) คืออย่างนี้ เตรียมจะขึ้นกำแพงภาษี 3 ประเทศเลยนะ คือ แคนาดาเม็กซิโก แล้วก็จีน แน่นอนนะครับ มีสงครามการค้ากันอยู่นะครับ ทรัมป์เขาอ้างอย่างนี้ บอกว่าเรื่องคนไร้บ้านเหมือนกันนะ เข้ามาอยู่ในสหรัฐอเมริกาเยอะ แล้วก็มีเรื่องของสวัสดิการ สวัสดิภาพของคนที่อยู่ข้างในนะครับ บ้านเราก็มีคนไร้บ้านนะ ครับ นี่ที่ไปมา ทุกชีวิตมีเรื่องราวนะ แต่เรื่องราวจะถูกบอกเล่าออกมาในแง่ไหนเท่านั้นเองนะครับ สวัสดิการคนไร้บ้านมีหลากหลาย หลายคนมาด้วยความจำเป็น หลายคนมาด้วยทุกอย่างบีบบังคับ แต่ทุกชีวิตมีเรื่องเล่านะครับ ขึ้นอยู่กับจะเล่า ออกมาแบบไหน เดี๋ยวไปติดตามกันในช่วงท้ายข่าวต่างประเทศ ทรัมป์เตรียมขึ้นกำแพงภาษี 3 ประเทศแรกครับ (คุณวัฒนะ) ครับ ช่วงนี้ไปพักกันก่อนสักครู่ครับ ช่วงหน้าตามกันต่อ ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า กับข่าวต่างประเทศครับ [เสียงดนตรี]