[เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับคุณณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผม วัฒนะ คล้ายแก้ว อาจารย์ล่ามภาษามือ ประจำรายการของเราเป็นประจำทุกเช้า อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ ช่วงของข่าวต่างประเทศ วันนี้ วันพุธ พบกับคุณกิตติ เสรีประยูร นะครับ เช้าวันนี้พบกันวันพุธที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2567 ครับ (คุณณัฐภัทรพล) ผ่านไปแล้วครับคุณผู้ชมครับ สำหรับการจัดกิจกรรมงานวันรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาของเรา 2 วันที่ผ่านมาต้องบอก ว่าได้รับเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากเลยนะครับ ผมก็ได้มีโอกาสไปเดินทั้ง 2 วันเลย โอ้โห หนาแน่นเลยทีเดียว (คุณวัฒนะ) ต้องขอบคุณคุณผู้ชมและคุณผู้ฟัง แล้วก็ประชาชนที่สนใจการบ้านการเมืองของเรา โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐธรรมนูญนะครับ ได้เดินทางมาที่รัฐสภา ต้องบอกว่าผมขอชื่นชมคนจัดงาน ชื่นชมท่านประธานรัฐสภา ท่านอาจารย์วันนอร์ ชื่นชมรองประธานสภาทั้ง 2 ท่าน ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ ท่านภราดร ปริศนานันทกุล แล้วก็ในส่วนของประธานวุฒิสภา ท่านมงคล สุระสัจจะ รวมไปถึง สส. สว. สมาชิกรัฐสภา มากันแน่นในสภา (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ (คุณวัฒนะ) ประชาชนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ โดยเฉพาะทีมงานสตาฟ ข้าราชการ บุคลากรของรัฐสภา ก็คอยต้อนรับพี่น้องประชาชนกันอย่างเนืองแน่นเลยนะครับ แล้วก็ช่อง 10 โทรทัศน์รัฐสภาของเรานี้แหละครับ คุณผู้ชมครับ ได้มีการไปเก็บภาพบรรยากาศมาฝากให้กับผู้ชมกันนะครับ ในช่วงของห้องข่าวของเรา ทีมข่าวของเรา ไปเก็บภาพทุกมุม ทุกจุดเลยนะ (คุณวัฒนะ) โอ้โห เป็นบรรยากาศต่าง ๆ ภาพรวม คุณผู้ชมครับ ต้องบอกว่างานวันรัฐธรรมนูญปี 2567 นี้ ประสบความสำเร็จ ประชาชนที่เดินทางมานี่นะครับ ผู้สื่อข่าวของเราไปสอบถาม รู้สึกเป็นอย่างไร บอกว่าประทับใจทุกมุมจริง ๆ ของรัฐสภาที่ได้มีการเตรียมไว้ คุณผู้ชมไปดูภาพรวมกันทั้งหมดนะครับ ว่าบรรยากาศเริ่มต้นเป็นอย่างไรนะครับ คุณผู้ชมจะเห็นว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของอาคารรัฐสภา พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมืองนะครับ ศาลพระภูมิชัยมงคล ตายายจุดนี้เป็นจุดที่สำคัญ หลายท่านเดินทางเข้ามานี่ ต้องยกมือกราบขอพรก่อนนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ในภาพเราก็จะเห็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ นะครับ ก็ได้ทำการสักการะ บวงสรวงบูชานะครับ พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระภูมิชัยมงคล รวมถึงศาลตายายนะครับ ในช่วงเช้าที่ผ่านมาของเมื่อวานนี้นะครับ ก่อนที่จะมีการเริ่มงานนะครับ ต้องบอกว่านี่คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอาคารรัฐสภานะครับ คุณผู้ชมครับ จริง ๆ นี่พระสยามเทวาธิราชนี่ เรามีมาตั้งแต่สมัยสภาเก่านะ ก็มีการอัญเชิญนะครับ มาไว้ที่สภาใหม่แห่งนี้ แล้วก็มีการจัดสร้างศาลใหม่ ให้มีความใหญ่โต เหมือนกับอาคารรัฐสภาที่มีขนาดใหญ่ขึ้นครับคุณวัฒนะ (คุณวัฒนะ) ครับ เป็นสถานที่สำคัญนะ คุณผู้ชมก็จะเห็นว่าช่วงของนักการเมืองนี่ หลังจากที่เลือกตั้งเสร็จ ก็จะมีไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ สส. สมาชิกรัฐสภานี่ มากราบไหว้ขอพรกันนะครับคุณผู้ชม ถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ประชาชนเดินทางมา แล้วก็มีโอกาสมาแวะเวียนแล้วก็สักการะนะครับคุณผู้ชม นอกจากนี้ บรรยากาศในรัฐสภาเมื่อวานนี้แหละครับ ต้องบอกว่าเป็นไฮไลท์จริง ๆ ท่านประธานรัฐสภา ท่านอาจารย์วันนอร์ รวมไปถึงอาจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าในอดีตนะครับ นอกจากนี้ ก็มีในส่วนของประธานวุฒิสภา คุณมงคล สุระสัจจะ มีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 คุณภราดร ปริศนานันทกุล มาร่วมอยู่ในบรรยากาศเมื่อวานนี้ด้วย นี่นะครับคุณผู้ชม คือ บรรยากาศที่มีการเสวนาปาฐกถาให้ความรู้กับประชาชน เรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ครับ ช่วงหนึ่งประธานรัฐสภา ท่านอาจารย์วันนอร์ได้พูดถึงเรื่องของการที่ประชาชนจะช่วยกันออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของการสกัดกั้นการรัฐประหาร ยกตัวอย่างที่ประเทศเกาหลี เพิ่งเกิดเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ คุณผู้ชมจะเห็นน้อง ๆ นักเรียนนะครับ เป็นยุวชนประชาธิปไตยน่ะ แล้วน้อง ๆ ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงของเมื่อวานที่ผ่านมานะครับ ก็มีการมาแสดงผลงานด้วยนะ มีการมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของประชาธิปไตยนี่ คุณวัฒนะได้ติดตามอยู่ใช่ไหมครับ (คุณวัฒนะ) โอ้โห เมื่อวานไลฟ์สดอยู่นะครับ ทั้ง YouTube แล้วก็ Facebook Live ของวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา น้องเมื่อสักครู่นี้นี่ คนจับไมค์อยู่นี่ พูดได้จับใจมากนะครับคุณผู้ชม โดยเฉพาะเรื่องของท้องถิ่นชุมชนที่จะมีส่วนร่วม ในการที่จะพัฒนาเรื่องของประชาธิปไตย มีการยกตัวอย่างต่าง ๆ นี่ ท่านอาจารย์วันนอร์ นั่งคู่กับท่านมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภานะครับคุณผู้ชม เมื่อวานนี้นี่ มอบรางวัลให้กับน้องเมื่อสักครู่นี้แหละนะครับ เป็นบรรยากาศที่หลาย ๆ คนบอก โอ้โห เยาวชนเก่งจัง มีความคิด ความอ่าน แล้วก็นำเสนอเรื่องของนวัตกรรมต่าง ๆ ให้กับรัฐสภาที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของรัฐธรรมนูญครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ นี่ก็ถือว่าเป็นต้นกล้าของรัฐสภา กับโครงการที่เรามีการจัดมาอย่างต่อเนื่อง ยุวชนประชาธิปไตย ก็ถือว่าเป็นต้นกล้าที่สำคัญเลยทีเดียวนะครับคุณผู้ชมครับ นอกจากในห้อง สัมมนาชั้น B1 แล้วนะครับคุณผู้ชมครับ พาคุณผู้ชมออกไป Outdoor หน่อย Outdoor นี่ โอ้โห ใครมาเดินบ่าย ๆ แดดอาจจะร้อนนิดหนึ่ง แต่ถ้าใครมาเดินตอนกลางคืนนี่ เย็นสบายเลยนะ นี่ก็คือลานริมแม่น้ำเจ้าพระยาครับคุณผู้ชมครับ ก็จะมีร้านค้ามาออกจำหน่ายสินค้านะครับ ส่วนมากด้านนอกนี่ จะเป็นของกินทั้งนั้นเลยนะครับ ประชาชนที่มาเดินนี่ อิ่มท้องแน่นอนคุณวัฒนะ (คุณวัฒนะ) โอ้โห เมื่อวานนี้อาหารการกิน ผมมาช่วงเย็น ๆ นะครับ หลังจากที่อ่านข่าวเช้าเสร็จ แล้วก็ไปพักสักครู่หนึ่ง ปรากฏว่าของกินนี่ คุณผู้ชม Food Truck หลาย ๆ คนบอกไปอุดหนุนมาแล้ว (คุณณัฐภัทรพล) เห็นก๋วยเตี๋ยวแบบนี้ เช้า ๆ แล้วหิวจังเลยคุณวัฒนะครับ (คุณวัฒนะ) กลิ่นหอมมาเลยครับ เมื่อวานนี้เดินผ่านนะคุณผู้ชม ต้องบอกว่าพ่อค้า แม่ค้า ก็ยิ้มกันถ้วนหน้า ขายของกันได้ดีนะคุณผู้ชม ถือว่าเป็นการส่งเสริมอาชีพของจังหวัดต่าง ๆ มารวมไว้ที่รัฐสภา เป็นของดีนะคุณผู้ชม เมื่อวานนี้เจอคุณณัฐภัทรพลตอนเย็นนี่ ทานมะม่วงปั่นใช่ไหมครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ (คุณวัฒนะ) สดชื่นไปเลยทีเดียวครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ชื่นคอ ชื่นใจนะครับคุณผู้ชมครับ นอกจากนั้นแล้วนะครับ กินอิ่มกันแล้วน่ะ ไปเดินเล่นกันหน่อยครับ แน่นอนว่าไฮไลท์ของเรา ก็คือการขึ้นชมเครื่องยอดครับ คุณผู้ชมครับ นี่ โอ้โห ประชาชน หนาตาเลยทีเดียวนะครับ เพราะว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกของรัฐสภาของเราครับ คุณผู้ชมครับ ที่มีการเปิดให้ชมเครื่องยอดของสัปปายะสภาสถาน ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากแบบนี้เลย (คุณวัฒนะ) โอ้โห เมื่อวานนี้ผมมาถึงช่วงเวลาประมาณสัก 17.00 น. นะครับ ผมเข้าชมช่วงเวลา 18.00 น. มีประชาชนเที่ยวนั้นที่ไปพร้อมกับผมประมาณ 160 คน ก่อนหน้านี้ครับ คุณผู้ชมครับ จะมีช่วงเวลาละครึ่งชั่วโมง นับได้ประมาณสัก 12 รอบ คูณคร่าว ๆ นะครับคุณผู้ชม มีคนมากกว่า 1,500 คน ที่มาที่รัฐสภา มาชมเครื่องยอด แต่ตัวเลขน่าจะมากกว่านั้น บรรยากาศเครื่องยอดข้างบนคุณผู้ชม นี่คือสระน้ำสีทันดร คนพิการก็เข้าถึง มีลิฟต์บริการนะครับ ประชาชนนี่ เขาบอกว่า โอ้โห รอยยิ้มเต็มใบหน้า เก็บภาพประทับใจข้างบนเครื่องยอดชั้น 11 นะครับคุณผู้ชม ไปที่โถงรัฐพิธีด้วย หลาย ๆ คนบอกว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตนะครับ เข้าไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ที่ชั้น 11 นี่แหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) เมื่อวานผมก็มีโอกาสพาคุณพ่อ คุณแม่ มาเยี่ยมชมที่เครื่องยอดด้วย ในบรรยากาศที่พาคุณพ่อ คุณแม่ เดินเยี่ยมชมคุณวัฒนะครับ ไปเจอแฟนคลับ รายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า โอ้โห ตื้นตันใจมากเลย แฟนคลับคุณพี่คนนั้น เขาจำผมได้ด้วยนะครับ เขาบอกว่าใช่ น้องหมิงที่อ่านคู่กับคุณวัฒนะรึเปล่า โอ้โห ได้ถ่ายรูปคู่กันด้วยนะครับ ยังไงก็ฝากสวัสดีคุณพี่แฟนคลับ พี่เอ๋นะ ถ้าผมจำชื่อไม่ผิดนะครับ ก็ต้องกราบสวัสดี ห้องข่าวตอนเช้าวันนี้ด้วยนะครับ (คุณวัฒนะ) พี่เอ๋ ขจรจันทร์นี่ ทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นอดีตข้าราชการแล้วก็เกษียณอายุแล้ว มาช่วยงานที่รัฐสภา ก็มีโอกาสดูข่าวของเราทั้ง 2 คนนี่ ข่าวเช้าเป็นประจำ แล้วก็ทักทายกันมาด้วยนะคุณผู้ชมครับ ขอบคุณแฟนข่าวที่สวัสดีแล้วก็ทักทายจำเราได้ด้วย เมื่อวานนี้ผมเจอแฟนข่าวในรัฐสภาหลายคนเหมือนกัน บอกว่าฟังเสียงทุกเช้า เห็นหน้าบนหน้าจอทุกวันนะครับ มีโอกาสก็ทักทายกันนะคุณผู้ชม นี่คือช่วงเวลาที่หลาย ๆ คนบอก โอ้โห เป็นไฮไลท์จริง ๆ รัฐสภาเปิดโอกาสให้บูชา ประชาชนเข้าถึง ห้องโถงรัฐพิธีบนเครื่องยอด สัมผัสกับครั้งหนึ่งในชีวิตนะครับคุณผู้ชม ถ่ายภาพแบบนี้ไว้เป็นที่ระลึก แล้วผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนจะเก็บไว้ที่บ้านเป็นอย่างดีนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ เราจะมีชมรมช่างภาพของรัฐสภาของเรานะครับ ถ่ายรูปในจุดต่าง ๆ นะครับคุณผู้ชมครับ คุณผู้ชมก็สามารถที่จะเข้าไปดาวน์โหลดได้ ใครที่มาแล้วก็ถ่ายรูปกับชมรมช่างภาพนี่ เมื่อวานเขามี QR Code ให้สแกน เพื่อที่จะเข้าไปโหลดในเพจ Facebook ของชมรมช่างภาพนี่ ผมเข้าไปโหลดภาพเก็บให้คุณพ่อ คุณแม่ โอ้โห เห็นภาพความประทับใจของพี่น้องประชาชนที่มาเยี่ยมชมที่อาคารรัฐสภา เห็นแล้วปลื้มปีติ ปลื้มใจครับ (คุณวัฒนะ) คุณผู้ชมเห็นภาพแบบนี้นี่ ผมไม่เหนื่อยเลย ในการที่จะเล่าบรรยากาศตั้งแต่ทั้ง 2 วันนะครับ เมื่อวานนี้ต้องขอบคุณในส่วนของเจ้าหน้าที่ข้าราชการของรัฐสภาด้วย เจ้าหน้าที่สำนักประชาสัมพันธ์ที่เดินพูดคุย บรรยาย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาคอยดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกนะคุณผู้ชม นี่คือนะครับ ความร่วมไม้ร่วมมือของบุคลากรในรัฐสภา แล้วก็เปิดกว้างจริง ๆ ต้อนรับประชาชนมากันเยอะมากนะครับ ข้างล่างว่าเยอะแล้ว ขึ้นมาเครื่องยอดนี่ คุณผู้ชมครับ หลาย ๆ คนบอกขึ้นมาแล้วไม่อยากจะลงน่ะ เนื่องจากว่าบรรยากาศมันสบายจริง ๆ ลมพัดเย็น ๆ แล้วก็มีคนอำนวยความสะดวกตั้งแต่ข้างล่างจนถึงข้างบน ข้างบนลงไปข้างล่าง บรรยากาศทั้งหมดทั้งมวลเยอะจริง ๆ แล้วก็เป็นความประทับใจของประชาชน บอกว่าปีหน้าจัดอีก หลาย ๆ คนบอกแบบนั้นนะครับคุณผู้ชม รัฐสภาของเราเปิดกว้างเป็นพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชนครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ พาคุณผู้ชมลงจากเครื่องยอดดีกว่าครับ ไปดูที่ลานปลาอานนท์ครับ คุณผู้ชมครับ เวทีกลาง เวทีใหญ่ของเราอยู่ที่นี่ ในช่วงของตอนเย็นทั้ง 2 วันที่ผ่านมาครับ คุณผู้ชมครับ ไม่ว่าจะเป็นการโต้วาที มหาวิทยาลัยรามคำแหง กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงการยอวาทีนี่ คุณภราดร ปริศนานันทกุล นะครับ ก็ไปร่วมให้กำลังใจน้อง ๆ นักศึกษาบนเวทียอวาทีและโต้วาทีนี่นะครับ นี่ อาจารย์บุญมา บุญมา ศรีหมาด นะครับ ผู้ประกาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ก็ได้มาเป็นผู้ดำเนินรายการนะครับ อันนี้การยอวาทีน่ะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนะครับ สนุกสนาน เมามันจริง ๆ คุณวัฒนะครับ (คุณวัฒนะ) โอ้โห ผมตามอยู่ทั้ง 2 วันน่ะนะครับ ต้องบอกว่าอาจารย์บุญมา ศรีหมาด เมื่อสักครู่นี้ ที่เป็นผู้ประกาศนะครับ โทรทัศน์รวมกันแห่งประเทศไทยนี้ คนมาขอลายเซ็นเยอะมาก แล้วก็มาขอให้อาจารย์บุญมา ศรีหมาดนี้ พูดช่วงที่จะเข้าสู่การเคารพธงชาติ ทั้งตอน 8 โมง 8 โมงเช้า และก็ต้องช่วงเย็นด้วยนะคุณผู้ชม นี่คือช่วง Meet & Greet นะครับ สส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ก็มาพูดคุยกับประชาชน มี สส. หลายท่านนะครับคุณผู้ชม ตลอดทั้ง 2 วันนี่ มาพบกับประชาชนอย่างใกล้ชิด แล้วก็สัมผัสกันใกล้ชิดจริง ๆ ครับ (คุณณัฐภัทรพล) นี่ เราก็จะเห็นบรรยากาศ สส. อยู่บนเวทีแบบนี้ อยู่ร่วมกับพี่น้องประชาชนที่ขึ้นไปเล่นกิจกรรมบนเวทีแจกของรางวัล อันนี้คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ใช่ไหมครับ ถ้าผมมองไม่ผิด ไกล ๆ นี่นะครับ ก็ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็ได้มาขึ้นเวที Meet & Greet นะครับ กับพี่น้องประชาชน เมื่อวานที่ผ่านมาด้วยนะครับ นอกจากนั้นแล้วนี่ ศิลปิน โอ้โห คุณวัฒนะครับ สนุกสนานเลยทีเดียว อันนี้มาจากมหาวิทยาลัยมหิดลครับ มหิดล อันนี้มาจากมหาวิทยาลัยศิลปากรนะครับ ก็มีน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษานี่แหละครับ คุณผู้ชมครับ มาแสดง ต้องเรียกว่าเป็นการแสดงดนตรีสดให้กับคุณผู้ชมนะครับ ได้สนุกสนาน ม่วนซื่น ม่วนซื่น (คุณวัฒนะ) โอ้โห ทั้ง 2 วันนี่นะครับ คุณผู้ชมครับ ใครที่เกาะหน้าเวทีแล้วก็ติดตามถ่ายทอดสดนี่ ต้องบอกว่าบรรยากาศสนุกสนานมาก เป็นมินิคอนเสิร์ต เป็นดนตรีการแสดงที่เกิดการมีส่วนร่วมของน้อง ๆ นักเรียนมัธยม ขาสั้น กระโปรงสั้นก็มี พี่ ๆ มหาวิทยาลัยก็มา แล้วก็วงที่เป็นมืออาชีพก็มานะครับ เป็นการเติมเต็มความสนุกต่าง ๆ ในบรรยากาศนอกเหนือจากวิชาการแล้ว ก็มีเรื่องของสันทนาการดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมกับอาหารอร่อย ๆ และบรรยากาศแบบนี้คุณผู้ชมครับ หลาย ๆ คนบอกปรบมือให้กับทางรัฐสภา คณะจัดงานทุกคนต้องบอกว่าหายเหนื่อยนะครับ เห็นพี่น้องประชาชนเดินทางมา โดยเฉพาะช่อง 10 ของเรานี่ เจ้าหน้าที่ช่อง 10 ของเรา อำนวยความสะดวกทุกเวที ประสานงานให้กับพี่น้องประชาชน คณะกรรมการชุดต่าง ๆ นี่ ทำงานกันเหนื่อย แต่ว่าเห็นประชาชนเดินทางมาแล้ว ได้รอยยิ้มกลับไป ได้ความรู้กลับไป ก็มีความสบายใจนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ หลังจากจบงาน เราก็จะเห็นเจ้าหน้าที่นี่ มานั่งกินลมชมสภากันต่อนะครับ ในช่วงยามค่ำคืนนะครับ คุณผู้ชมครับ เพราะว่าในช่วงนี้อากาศก็เย็นลง แล้วมานั่งค่ำคืนแบบนี้ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบนี้ สบาย ๆ เลยครับคุณผู้ชมครับ พูดถึงอากาศเย็นลง กรมอุตุฯ เขาบอกจะหนาวลงอีก 2-3 องศาเซลเซียสนะ (คุณวัฒนะ) นี่แหละครับ ช่วงของปลายสัปดาห์นี้ ไปประมาณสัก 1 สัปดาห์นะคุณผู้ชม ก็ต้องบอกว่าเป็นบรรยากาศสบาย ๆ กลับมาสู่ประเทศไทยของเรานะครับ คุณผู้ชมครับ หากพูดถึงในรัฐสภาสัปดาห์นี้ วันพรุ่งนี้แล้ว จะเปิดสมัยประชุม การประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะกลับมาอภิปรายกันอย่างเข้มข้นแล้วนะครับ คุณผู้ชม แน่นอน และเมื่อวานนี้ไฮไลท์ ไฮไลท์หนึ่ง ที่มีคนถามถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คุณณัฐภัทรพล) วันรัฐธรรมนูญแหละ (คุณวัฒนะ) จะเดินหน้าอย่างไรต่อ ประเทศไทยจะมีกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉบับที่ 21 ไหม เนื่องจากว่าต้องทำกันในรัฐสภา ทำให้เมื่อวานนี้ไฮไลท์หลาย ๆ คนก็ไปตามติดที่ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาจารย์วันนอร์นะครับ ได้มีโอกาสปาฐกถาแล้วก็พูดคุยให้กับสื่อมวลชน พี่น้องประชาชนได้รับฟังกัน ยกตัวอย่างที่ประเทศเกาหลี ที่สมาชิกรัฐสภานี่ เขาเข้าไปกัน สกัดกั้นการที่จะทำเรื่องของรัฐประหาร (คุณณัฐภัทรพล) ประกาศกฎอัยการศึกกันก่อน (คุณวัฒนะ) อัยการศึกนี่นะครับ เมื่อวานนี้ท่านอาจารย์วันนอร์พูดชัดหลายเรื่องแล้วครับ ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการเสนอบรรจุบทลงโทษ ผู้ที่ทำการรัฐประหารแหละครับ ไปฟังเสียงส่วนหนึ่งบางช่วง บางตอนนะคุณผู้ชม ที่ถ่ายทอดกันมานี่ ผมได้ฟังกันเมื่อวานนี้ ต้องบอกว่า โอ้โห ท่านอาจารย์วันนอร์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงมาตรการการป้องกันการรัฐประหาร โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บอกว่าควรจะมีบทบัญญัติในการลงโทษผู้ที่ล้มล้าง แล้วรัฐธรรมนูญนี่ จะปฏิวัติหรือฉีกรัฐธรรมนูญที่สามารถให้ใช้ได้จริงแหละครับ ซึ่งเห็นว่าควรจะไปศึกษาจากรัฐธรรมนูญของประเทศเกาหลีใต้ ที่มีการบัญญัติไว้ เมื่อเกิดการยึดอำนาจ สามารถนำมาให้ทางรัฐสภาใช้ล้มล้างการยึดอำนาจได้ โดยถือว่าเป็นตัวอย่างอย่างง่ายนะครับ ที่คนไทยสามารถยกร่างรัฐธรรมนูญได้ด้วยเช่นกัน แต่ที่… สิ่งที่สุดนะครับ ก็คือความร่วมมือของประชาชน เหมือนอย่างที่ประเทศเกาหลีเขาลุกมือ ลุกกันขึ้นมา ทำเรื่องนี้กันอย่างเข้มข้นแหละครับ ไปฟังเสียงท่านอาจารย์วันนอร์ ช่วงของการได้มีการพูดคุยที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้ในรัฐสภาครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) การแก้กฎหมาย ว่าด้วยบริหารของกระทรวงกลาโหม เป็นเรื่องของพรรคการเมือง หรือสมาชิกสภาจะเสนอมา ไม่เกี่ยวครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมพูดเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ วันนี้ คือ อยากจะพูดเรื่องการที่ไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับที่เรากำลังจะเสียเวลา ที่จะแก้ไข ไม่รู้จะแก้ไขสำเร็จในสมัยนี้หรือไม่ แต่ควรจะสำเร็จ แต่ว่าเมื่อสำเร็จแล้ว ควรจะมีมาตรการที่ป้องกันนะครับ ไม่ให้รัฐธรรมนูญนั้น ถูกฉีกอีกนะครับ (คุณวัฒนะ) ส่วนอีกหนึ่งประเด็นครับ คุณผู้ชม ที่พูดถึงพรรคเพื่อไทย ได้มีการเสนอกฎหมายกระทรวงกลาโหม ถือว่าเป็นคนละเรื่องกันนะครับ คุณผู้ชม กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องของทางพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามานี่ รวมไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ อย่างไร และควรจะมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้ถูกฉีกอีกต่อไปนะครับ ส่วนในการพูดถึงบทลงโทษของผู้กระทำการที่จะไปพูดถึงรัฐธรรมนูญ จะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวไม่อยากจะชี้แนะเรื่องนี้แต่อย่างใดนะครับ แต่ก็ควรสามารถที่จะปฏิบัติได้ต่อไป และประชาชนเป็นที่ยอมรับด้วย แต่สำหรับผู้ที่ทำรัฐประหาร ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่มีอาวุธอยู่ในมือนะครับ ขณะที่วันนี้ โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว การเมืองก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน ยกตัวอย่างสถานการณ์ในประเทศไนจีเรียและเกาหลีใต้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นกันในขณะนี้ ส่วนประเทศไทยจะอยู่อย่างนี้โดยไม่เปลี่ยนแปลง ประชาธิปไตยของไทย เราคงจะล้าหลังมากนะครับ คุณผู้ชม เมื่อวานนี้ท่านอาจารย์วันนอร์ ประธานรัฐสภา พูดเยอะจริง ๆ กับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ และต้องบอกว่าเป็นประโยชน์ด้วย กับประเทศชาติและประชาชน ก็ถือว่าเป็นทิศทางหนึ่ง ในวันรัฐธรรมนูญปี 2567 นี่แหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ อีกท่านหนึ่งก็มีการออกมาพูดในการเสวนาเหมือนกันนะครับ อดีตประธานรัฐสภาอย่าง ดร. โภคิน พลกุล ครับ คุณผู้ชมครับ ก็มีการออกมาระบุ ว่าการปล่อยเวลาให้มันยืดเยื้อนี่ มันทำให้รัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารนี่ จะไม่ถูกแก้ไขสักทีครับ เรื่องนี้เอง ลองไปฟังเสียงของท่านอาจารย์โภคินกันดูนะครับ คุณผู้ชมครับ โดย ดร. โภคิน พลกุล ครับ อดีตประธานรัฐสภากล่าวในเวทีเสวนา ในเนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ ภายใต้หัวข้อรัฐธรรมนูญที่พรรคการเมืองรณรงค์หาเสียงไว้ จะได้กี่โมง ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่าหากจะทำให้ประชามติผ่านได้ ต้องทำให้เร็ว สั้น กระชับที่สุด เพื่อให้กติกาทางการเลือกตั้งครั้งใหม่ ในปี 2570 โดยเห็นว่ากระบวนการแก้ไข หากต้องทำประชามติหลายครั้ง จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความล่าช้า แก้ไขได้ยาก ท้ายที่สุดแล้ว อาจไม่ทันการเลือกตั้ง หรือว่าหากมีความเห็นแย้ง การแก้ไขก็จะยุติลง ไม่ไปถึงเป้าหมาย จนรัฐบาลหมดวาระ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จได้ พร้อมชี้ให้เห็นนะครับ ว่าวิธีที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามเจตจำนงของพี่น้องประชาชน มีกติกาที่เป็นประชาธิปไตย ขจัดกติกาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องแก้ไขทั้งฉบับนะครับ แต่ต้องดำเนินการแก้ไขตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้นไป โดยเว้นการแก้ไขหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2 วิธีการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องทำประชามติถึง 3 ครั้งนะครับ แต่เราจะได้รัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขเป็นรายมาตรา ทั้งยังเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน และเป็นไปในทิศทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ หลักการ ก็คือการนำรัฐธรรมนูญ ปี 2560 นี่แหละครับ มาแก้ไขใหม่ ปรับตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้นไปนะครับ โดยไม่แก้ไขในหมวดที่ 1 และหมวด 2 โดยจัดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือว่า สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้แก้ไข ซึ่งการทำประชามติจะทำเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้นนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ไปกันที่มุมมองของผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างคุณนิกร จำนง นะครับ บอกว่าอยากจะให้พรรคร่วมรัฐบาลนี่ เสนอร่างในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงร่างเดียว เอาร่างเดียวพอนะครับ อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งต้องพูดถึงเช่นกัน นั่นก็คือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มี สสร. ไปยกร่างรัฐธรรมนูญ และมุมมองของคุณนิกรบอกว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลเดินหน้าเรื่องนี้ได้นี่ ถือว่าทำตามที่หาเสียงไว้อย่างเต็มที่แล้วนะครับ ไปฟังความคิดความเห็นส่วนตัวนะครับ ของคุณนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ได้กล่าวถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บอกว่าในนามของพรรคชาติไทยพัฒนา เชื่อว่ามีโอกาสที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน แต่จะไม่ทันอายุของรัฐสภาชุดนี้นะครับ เป็นการวิเคราะห์นะครับ ซึ่งจะได้มาเพียงสมาชิกในส่วนของการร่างรัฐธรรมนูญหรือว่า สสร. แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่เช่นกันในขณะนี้ ส่วนโอกาสจะมีการลดจำนวนการทำประชามติจาก 3 ครั้ง เหลือ 2 ครั้งนั้นน่ะ ไม่น่าจะเกิดขึ้นนะครับ เพราะว่าสมาชิกรัฐสภาเกรงว่าจะไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะที่การทำประชามติครั้งแรก คาดว่าจะเกิดขึ้นปลายปี 2568 หรือว่าต้นปี 2569 ถัดมา คุณนิกรยังอธิบายถึงกรอบเวลา หากจะให้มี สสร. ได้ทันในสมัยของรัฐสภาชุดนี้ นั่นก็คือจะต้องยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขมาตรา 256 ภายในเดือนมกราคมนี้นะครับ และจะต้องผ่านทั้ง 2 สภา ช่วงของเดือนมีนาคม 2568 ส่วนกระบวนการการเลือก สสร. คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงของ 80-90 วัน ก่อนเสนอเข้าสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสมัยประชุมจะปิดไปในวันที่ 10 เมษายนปี 2570 แต่ถ้าหากครั้งแรกไม่ผ่านนะครับ ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ช่วงปี 2567 นั้น เนื่องจากติดปัญหาของทางวุฒิสภาไม่เห็นด้วย ก็จะเข้าสู่สมัยประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นสมัยชุดสุดท้าย ของสมัยของสภาชุดนี้ และจะไม่ทันตั้ง สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ อย่างมากทำได้แค่ในการยื่นญัตติเท่านั้นเอง ดังนั้น ส่วนตัวจึงมองว่าเมื่อมีโอกาสเดียว พรรคร่วมรัฐบาล ควรจะร่วมกันเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขมาตรา 256 เพียงฉบับเดียวนะครับ เพื่อนำไปสู่การตั้งร่าง สสร. เพราะจะได้เป็นไปตามนโยบายของทางรัฐบาล และมีทางเดียวที่จะผ่านได้ แต่หากต่างพรรคต่างการเมืองต่าง ๆ นี่ ต่างยื่นกันไป เชื่อว่าก็ไม่น่าจะผ่านได้ด้วยเช่นกันครับ ถัดมา คุณนิกร จำนง ได้มีการพูดถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับของพรรคประชาชน ที่ยังคงค้างอยู่ในสภา ส่วนตัวบอกว่ามีความกังวลนะครับ ว่ามาตรา 256 ที่เสนอแก้ไข ไม่มี สสร. โดยเฉพาะมาตรา 256 วงเล็บ 8 มีประเด็นที่ว่าหากทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องทำประชามติอยู่ในนั้นด้วย แต่ในมาตราดังกล่าว นำหมวดที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ของรัฐออกไป คือไม่ต้องมีการทำประชามติ จุดนี้ก็จะมีปัญหา ส่วนตัวเชื่อว่าวุฒิสภาจะไม่เห็นด้วย แต่ว่าร่างนี้อาจจะเข้าสู่การพิจารณาได้ ทั้งนี้หากมีการยกร่างใหม่ ที่มี สสร. ไม่เชื่อว่าจะเข้าสภาได้ในตอนนี้ ต้องรอการทำประชามติ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อนล่ะครับ ปิดท้ายจะมีการหารือระหว่างฝ่ายรัฐบาลหรือไม่อย่างไร คุณนิกร จำนง กล่าวแบบนี้นะครับ ตนเองได้มีการเสนอไว้ในรัฐธรรมนูญ ขอย้ำว่ามีโอกาสเดียว ที่จะทำได้ตามนโยบายของทางรัฐบาล นั่นก็คือพรรคร่วมรัฐบาล จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขมาตรา 256 ให้มี สสร. เหมือนมีการแก้ไขบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ที่ใช้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล จึงจะทำได้ ดังนั้น จำเป็นต้องใช้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ที่ให้ทุกพรรคการเมืองไปประกาศนโยบายไว้ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของประชาชน และจะเป็นผลงานสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้ นั่นก็คือเกิดมี สสร. เกิดขึ้น และบอกให้ประชาชนอย่างชัดเจน ว่าทำทั้งฉบับไม่ทัน แต่การมี สสร. สสร. นี่นะครับ ก็ถือว่าได้ทำอย่างเต็มที่ และดีที่สุดแล้ว ของรัฐบาลชุดนี้แหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) อีกท่านหนึ่งที่ออกมาพูดถึง ในวันรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญด้วย ก็คือคุณดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกของพรรคเพื่อไทยครับ คุณผู้ชมครับ ก็มีการออกมาบอกนะครับ คุณผู้ชมครับว่าหวังเห็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย แล้วก็เป็นเสาหลักให้ประเทศมั่นคงด้วยนะครับ ไปติดตามกันกับคุณดนุพร ปุณณกันต์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวนะครับ ว่า เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม ของทุกปี โดยปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ 92 ที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญปกครองประเทศ โดยนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปีพุทธศักราช 2475 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับครับ หลายฉบับถูกฉีกทิ้งไป โดยการรัฐหาร หมุนเวียนซ้ำกันไปมา มีรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งมีที่มาจากยกร่างโดยประชาชน ที่เรียกกันว่า “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” หรือว่า สสร. และได้ใช้ชื่อว่าเป็น “รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” มีกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ถือได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญ อันเป็นผลพวงมาจากการรัฐประหาร พรรคเพื่อไทยครับ มีความพยายามจะแก้ แล้วก็จัดทำใหม่หลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยเนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญปีนี้ครับ พรรคเพื่อไทยยังมุ่งหวัง แล้วก็เดินหน้าเพื่อที่จะเห็นรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งมีที่มาจากประชาชน ตอบสนองความต้องการของประชาชนทุกคน และต้องเป็นเสาหลักที่ยึดโยงให้ประเทศชาติ มีความเป็นเอกภาพและมั่นคงอย่างแท้จริงครับ (คุณวัฒนะ) ไปกันที่ สส. ของพรรคประชาชนอย่าง สส. พริษฐ์ วัชรสินธุ นะครับคุณผู้ชม ต้องบอกว่าเป็นคนหนึ่งที่ขับเคลื่อนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาอย่างต่อเนื่อง เปิดสมัยประชุมนี้ 12 ธันวาคมเป็นต้นไป คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ บอกแบบนี้นะครับ พรรคประชาชนจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา และหวังว่าจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ต่อไปได้ด้วยนะครับ การเปิดเผยล่าสุดของ สส. พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน ในฐานะของวิปฝ่ายค้าน ได้กล่าวถึงการประชุมวิป 3 ฝ่าย ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ได้มีการพูดถึงวาระหลัก ที่จะมีการพูดคุยกัน ก็คือการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งสิ่งที่จะต้องมีการพิจารณา ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่แหละครับ ในขณะที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่พรรคประชาชนได้เสนอไป มีอยู่ 2 ประเด็น ทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15 / 1 ให้ สสร. มาจากการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก็เคยยื่นร่างดังกล่าวไปแล้ว แต่ว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุม แต่หลังจากนี้นะครับ หลังจากมีการพูดคุยหารือ กับประธานสภาผู้แทนราษฎรท่านอาจารย์วันนอร์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง ตนเองจะยื่นร่างเข้าไปใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ เพื่อให้มีการทบทวนกันอีกครั้ง และหวังว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร จะบรรจุร่างดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม เพื่อทำประชามติในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เกิดขึ้นได้จริงต่อไป อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือการแก้ไขรายมาตรา ซึ่งขณะนี้ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้ว อยู่ระหว่างการตกลงกันของวิป 3 ฝ่าย ว่าจะหยิบร่างไหนขึ้นมาพิจารณาเมื่อไหร่ อย่างไรต่อไป ซึ่งเชื่อว่าการประชุมวิป 3 ฝ่ายจะเกิดขึ้นนี้นะครับ จะพูดคุยถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ปิดท้ายการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนี่แหละครับคุณผู้ชม ถือว่าเป็นอีกไฮไลท์และหนึ่ง ที่พรรคฝ่ายค้านเขาบอกว่าน่าจะยื่นได้ เป็นคนละส่วนกันกับวิป 3 ฝ่าย แต่ก็ยืนยันนะครับ ว่าพรรคประชาชนมีความตั้งใจ ที่จะใช้ทุกเครื่องมือ ในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ต่อไปครับ (คุณณัฐภัทรพล) พักแป๊บเดียวครับคุณผู้ชมครับ ช่วงหน้าไปติดตามเกี่ยวกับเรื่องของร่าง พรบ. กลาโหมครับ แน่นอนว่าเป็นที่พูดถึงในวงกว้างเลยทีเดียวในขณะนี้ เดี๋ยวมาติดตามกันในช่วงหน้าครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณวัฒนะ) เข้าสู่ช่วงที่ 2 ของห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้านะครับ คุณผู้ชมที่ติดตามวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา โดยเฉพาะ Facebook Live นะ ทุก ๆ เช้า ก็มีแฟนข่าวมาทักทายเราเป็นประจำทุกวันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณยูริควอน จากบางแสนชลบุรี มีคุณ Khanittha Supakit นะครับ มีคุณแก้ม แก้ม มีคุณวัน จะดิน มีคุณที่พูดถึงเรื่องของในพื้นที่ภูเก็ตด้วย ว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวก็มากันเยอะพอสมควรนะคุณผู้ชม แต่ว่าตอนนี้เราพูดถึงอีกหนึ่งเรื่อง คุณอาสันติ ลุนเผ่สันติ ได้ยินข่าวกันไหมครับคุณผู้ชมครับ ปรากฏว่านักร้องที่เป็นศิลปินแห่งชาติ หลาย ๆ คนชอบใจชอบเสียงเป็นเอกลักษณ์นี่นะครับ คุณอาจากเราไปแล้วนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เมื่อวานนี้นะครับ ด้วยอายุ 88 ปีนะครับคุณผู้ชมครับ โดยคุณอาสันติ ลุนเผ่นะครับ ก็เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงประจำปี 2558 นะครับ ท่านก็ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวานที่ผ่านมา ช่วงของเวลา 01.01 น. นะครับ ท่านก็เป็นนักร้อง ที่ต้องบอกว่าเป็นผู้ขับร้องเพลงที่เป็นเพลงรักชาติ หลายบทเพลงเลยทีเดียว (คุณวัฒนะ) โอ้โห มีเสียงเป็นเอกลักษณ์นะครับ คุณผู้ชมครับ ผมจำได้ตั้งแต่เด็กๆ ครับ เพลงที่เกี่ยวข้องกับการรักชาตินี่ ปลุกใจ เสียงเป็นเอกลักษณ์มากนะครับ ท่านได้จากเราไปนี่นะครับ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว แล้วก็โดยเฉพาะคุณอาสันติ ลุนเผ่ จะอยู่ในหัวใจของผม และพี่น้องประชาชนคนไทยตลอดไปครับ (คุณณัฐภัทรพล) ครับ คุณผู้ชมครับ ไปดูเกี่ยวกับเรื่องของร่าง พรบ. กลาโหมกันบ้างดีกว่าครับ แน่นอนว่าตอนนี้ มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายเลยทีเดียวนะครับ จากหลากหลายบุคคล ล่าสุด คุณผู้ชมครับ ทางด้านของพรรคเพื่อไทยเอง เขาเตรียมที่จะมีการถกเกี่ยวกับเรื่องของร่างกฎหมาย จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมนี่ เขาบอกว่าจะมีการพูดคุยกันในวันนี้นะครับคุณผู้ชม ขออภัยในวันพรุ่งนี้นะครับ 12 ธันวาคม หลังที่จากมี สส. นี่ เห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วย แล้วก็พรรคภูมิใจไทยนี่ ก่อนหน้านี้เขาออกมาบอกว่า ไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนนะครับ ไปติดตามกัน คุณผู้ชมครับ กับทางด้านของนางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสนอร่าง พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ฉบับที่ พ.ศ. ที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอซึ่งมีข้อสังเกตเรื่องของการให้อำนาจคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโยกย้าย ผบ. เหล่าทัพ และการสกัดกั้นการทำรัฐประหาร โดยระบุนะครับ ว่าในกระบวนการพิจารณาเสนอร่างกฎหมายใด ๆ ของพรรคเพื่อไทย พรรคจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองก่อน ซึ่ง สส. มีอำนาจเสนอกฎหมายที่ตนสนใจ และร่างขึ้นมาได้อยู่แล้ว โดยในขั้นตอนกระบวนการการกลั่นกรองกฎหมาย ของพรรคเพื่อไทย ต้องมีการวิพากษ์ วิจารณาหลักการ และเหตุผลก่อนว่าร่างกฎหมายนั้น ๆ ถูกต้องตามระเบียบการร่างกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจะมีการตรวจสอบพื้นฐานข้อกฎหมายก่อน ถือว่าเป็นการเริ่มต้น ก่อนที่จะมีการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เข้าสภา อย่างไรก็ตามครับ ในพรรคเพื่อไทยมีทั้งส่วนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนะครับ กับการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงต้องหารือร่วมกัน ก่อนที่จะมีการลงมติ โดยคาดว่าจะมีการหารือกัน ในวันประชุมพรรคที่จะมีขึ้น ในวันพรุ่งนี้นะคุณผู้ชมครับ 12 ธันวาคม ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะมีการพิจารณาในความเหมาะสม แล้วค่อยมีการลงมติร่วมกัน ว่าเสียงส่วนใหญ่จะเห็นเป็นอย่างไร แต่ถึงอย่างไรครับคุณผู้ชมครับ ในกระบวนการพิจารณา เมื่อมติเสียงส่วนใหญ่เป็นอย่างไร สส. เพื่อไทยก็จะเคารพมติพรรคอยู่แล้วนะครับ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยยอมรับด้วยนะครับ ว่าเสียงส่วนใหญ่ค่อนข้างไม่เห็นด้วยครับ กับการเสนอร่างกฎหมายจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ฉบับที่คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เสนอ แต่ในส่วนที่เห็นด้วยก็มีอยู่นะครับ จึงต้องมีการหารือกันในการประชุมพรรค โดยเชื่อว่าการพูดคุยกันด้วยเหตุผล น่าจะมีคำตอบที่ชัดเจน และเชื่อว่าจะไม่เป็นประเด็นไปสู่ความขัดแย้ง ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคภูมิใจไทยนี่ เขาออกมาแสดงจุดยืนเลยนะครับ ว่าไม่เห็นด้วยกับการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ครับ คุณทางด้านของคุณลิณธิภรณ์ก็บอกนะครับ ว่าไม่ได้เป็นปัญหาในการทำงานร่วมกัน พรรคร่วมรัฐบาลจะมีจุดยืนอย่างไร พรรคเพื่อไทยเคารพนะ แต่เรื่องนี้เป็นกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยเสนอครับ เป็นเรื่องมติภายในพรรค ว่าเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคอื่นนั่นเอง พรรคร่วมรัฐบาลก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงจุดยืนเลยครับ แล้วก็มีหลายฉบับที่พรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังสามารถที่จะร่วมรัฐบาลกันได้ เพื่อที่จะเดินหน้าเศรษฐกิจ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สำคัญกว่านั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) เมื่อพูดถึง พรบ. การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ก็ต้องไปถามถึงเรื่องของอดีตรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหม อดีตผู้บังคับบัญชาในส่วนของผู้… ในส่วนของผู้นำเหล่าทัพ กองบัญชาการกองทัพบกนะครับ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อย่างพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ออกมาแสดงความคิดความเห็นเรื่องนี้ บอกว่า ตนเองไม่เห็นด้วยแหละครับ แล้วก็คัดค้าน การที่จะมีการพูดถึงการแก้ไขระเบียบราชการ ของกระทรวงกลาโหมนี่นะครับ ท่าทีล่าสุดของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ นะครับคุณผู้ชม ผ่านทางพลตำรวจโท ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกจากพรรคพลังประชารัฐ กล่าวแบบนี้นะครับ ตามที่พรรคการเมืองบางพรรค เตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ไปแก้ไขสาระสำคัญของพระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช 2551 นั้น กรณีดังกล่าว พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีความเห็นว่าสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว มุ่งเน้นไปที่มาตรา 25 เพื่อให้ฝ่ายการเมืองมีอำนาจอยู่เหนือผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยเป็นการพูดถึงการแต่งตั้งโยกย้าย นายทหารชั้นนายพล โดยกล่าวอ้างว่ามีการเล่นพรรคเล่นพวก โดยข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วนี่ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ย่อมจะรู้จักศักยภาพ และประสิทธิภาพของกำลังพล ภายใต้การบังคับบัญชาดีกว่าฝ่ายการเมืองนะครับ ซึ่งจะเข้ามามีอำนาจเพียงชั่วครู่ ชั่วคราวหนึ่ง และหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไป ตามกลไกของการเลือกตั้ง และที่สำคัญภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 หมวดที่ 2 พระมหากษัตริย์ มาตรา 8 ได้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย และตามมาตรา 27 ของพระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ดำรงตำแหน่งให้นำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ซึ่งก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเนื้อหา มาตรา 27 ของพระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหมนั้น สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นผู้พิจารณาแหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) สำหรับการแต่งตั้งและก็โยกย้ายนายทหารชั้นนายพลนะครับ แล้วนำความขึ้นกับบังคมทูลพระมหากษัตริย์ ที่ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย โดยไม่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซง นอกเหนือจากนั้น ตามมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2556 ได้มีการกำหนดเอาไว้นะครับ ว่ากระทรวงกลาโหม มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้ครับคุณผู้ชมครับ 1. นี่ สำนักงาน… สำนักงานรัฐมนตรี 2. สำนักงานปลัดกระทรวง 3. กรมราชองครักษ์ 4. หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ 5. กองทัพไทยนั่นเองนะครับ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเจตนาของพรรคการเมือง ที่มีการยกร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม เพื่อฝ่ายการเมืองเข้ามามีอำนาจเหนือกองทัพนั้น จะมีอำนาจตามวงเล็บ 3 วงเล็บ 4 ซึ่งเป็นการไม่บังควรอย่างยิ่งนั่นเอง (คุณวัฒนะ) แหม นี่ก็คือมุมมองของทางพรรคพลังประชารัฐนะครับ คุณผู้ชมจะเห็นว่าการเสนอกฎหมายดังกล่าวนี่นะครับ ในส่วนของการปรับปรุงระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ก็จะเป็นการบั่นทอนนะครับ ความ อ่อนแอของกองทัพลงไป และจะนำไปสู่กองทัพนี่ ใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น พรรคพลังประชารัฐโดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงขอคัดค้านเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และถึงที่สุดด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ฟังมาจากหลายคน ผู้ชมครับ ไปฟังกับเจ้าตัวกันบ้างดีกว่า ซึ่งเป็นผู้ที่เสนอเกี่ยวกับเรื่องของร่างกฎหมายฉบับนี้ คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ สส. พรรคเพื่อไทยครับ คุณผู้ชมครับ ก็มีการออกมาพูดถึงเรื่องนี้บ้างนะครับ โดยคุณประยุทธ์ก็บอกนะครับ ว่ายอมรับว่า พรบ. กระทรวงกลาโหมนี่ เป็นความเห็นส่วนตัว เตรียมที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 12 ธันวาคมนี้นะครับ คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ กล่าวถึงการเสนอร่างพระราชบัญญัติ จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าตามที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กำหนดว่าการที่จะเสนอร่างกฎหมาย เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะต้องได้รับความคิดเห็นชอบ จากพรรคการเมืองก่อน แต่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 สามารถเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมได้ หากมีเสียง สส. รับรองเกิน 20 คน ตามที่ระเบียบข้อบังคับกำหนด ซึ่งตนยอมรับว่าร่าง พรบ. จัดระเบียบกลาโหมนี้ ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากพรรคนะครับ ซึ่งที่ประชุมพรรคตน จะมีการเสนอต่อพรรค เพื่อขอถอนร่าง พรบ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม กลับไปปรับปรุงแก้ไขใหม่ ถ้าพรรคอนุญาตจะไปขอถอนร่าง ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกันทันที เพราะว่าเป็นกฎหมายที่ตน และคณะเป็นผู้เสนอในนามส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นของพรรคนั่นเองนะครับ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น เป็นเพราะพรรคเพื่อไทย ยังกังวลว่าจะถูกรัฐประหารนั้น คุณประยุทธ์บอกว่าการรัฐประหาร เป็นการยึดอำนาจในการปกครองแผ่นดิน หมายความว่าทุกพรรคการเมืองถูกรัฐประหาร ไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทยนะครับ และก็แม้ว่ากฎหมายของตน จะผ่านความเห็นชอบแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการกับกองทัพได้ เพราะว่าหลักการแต่งตั้งข้าราชการชั้นนายพล ยังคงการเสนอตามลำดับ เพียงแต่ต้องให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เห็นชอบ ซึ่งจากที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่คุณอนุทินนี่ เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ และไม่เชื่อว่าจะสามารถสกัดการเกิดรัฐประหารได้จริง ส่วนตัวก็พร้อมจะยอมรับนะครับ แต่ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของตน ที่จะใช้อำนาจหน้าที่ในการเสนอกฎหมาย ส่วนเมื่อเสนอไปแล้ว ใครจะเห็นโดยไม่เห็นด้วยนะครับ อย่างไรก็ยินดีรับฟังนะครับ และเมื่อถามว่าเรื่องของนี้ จะกลายเป็นกระแสหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ต่อสายมาพูดคุยกับทางด้านของคุณประยุทธ์แล้วหรือเปล่า คุณประยุทธ์บอกว่ายังไม่มี และก็ขณะนี้ ผู้ใหญ่ของพรรค ก็ยังไม่มีใครติดต่อมานะครับ เมื่อถามย้ำยืนยันนะครับ ว่าได้ใช่หรือไม่ว่าการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่เพื่อปกป้องประโยชน์ของพรรคเพื่อไทย ในการที่จะเป็นแกนนำรัฐบาล ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตใช่หรือไม่นะครับ คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ คุณผู้ชมครับ สส. พรรคเพื่อไทยนี่แหละครับ ก็ยืนยันนะครับ ว่าไม่ใช่เป็นการตีความที่ไกลสุดโต่งเกินไปนะครับ เพราะว่าตนนี่ ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องกังวล ในเรื่องนั้นนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) แหม จับท่าทีจับกระแสในเวลานี้ ดูเหมือนคุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เหมือนจะถอยไหมครับ เนื่องจากว่ามีกระแสออกมาคัดค้านพอสมควรนะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ออกมาบอกสัญญาณชัดเจนน่ะ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ยืนตรงตรงเลยไม่เห็นด้วยนะครับ กับเรื่องของเรื่องนี้นั่นเอง (คุณวัฒนะ) จะเป็นอีกชนวนหนึ่งหรือเปล่า ต้องถอนชนวนออกจากกองไฟอีกหรือเปล่า (คุณณับภัทรพล) รอติดตามพรุ่งนี้ ประชุมของพรรคเพื่อไทย จะมีมติอย่างไร (คุณวัฒนะ) ครับ ช่วงนี้ไปติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวต่างประเทศครับ คุณกิตติมารออยู่แล้ว พูดถึงเรื่องของเศรษฐกิจ ในประเทศอินโดนีเซีย หลายคนก็จับตามองอยู่นะครับ ล่าสุดนะครับคุณผู้ชม อินโดนีเซียเตรียมประกาศขึ้น VAT อีก 12 เปอร์เซ็นต์นะคุณกิตติครับ (คุณกิตติ) ใช่ บ้านเราเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวแว่ว ๆ บอกว่ากำลังศึกษากันอยู่ จะทำเป็น VAT Rate เป็น 15 เปอร์เซ็นต์ทุกอย่าง 15 15 15 คือ VAT ก็ 15 ภาษีเงินได้ก็ 15 มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร จนคนในฟากฝั่งรัฐบาล หรือคนที่คิดแนวนโยบายนี้ บอกว่าอยู่ในช่วงการศึกษานะครับ แต่ว่าหลายคนบอกนะ บอกว่าจริง ๆ แล้วเรื่อง VAT นี่ ในกฎหมายการออกภาษีมูลค่าเพิ่มนี่ บ้านเรานี่ตรึง VAT ไว้ที่ 7 เปอร์เซ็นต์นี่นานแล้ว นานมากกว่าน่าจะเกิน 10 กว่าปีด้วยซ้ำไปนะครับ ที่จริง… ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ มันควรจะขึ้นมานานแล้วนะครับ แต่ที่อินโดนีเซียเขาบอกว่าเตรียมจะขึ้นเป็น 12 เปอร์เซ็นต์นะครับ เดี๋ยวไปติดตามกันในช่วงท้ายข่าวต่างประเทศครับ มีหลายเรื่องหลายราวให้ติดตามกันครับ (คุณวัฒนะ) ไปพักสักครู่นะครับ คุณผู้ชมช่วงหน้า ตามกันต่อกับคุณกิตติ เสรีประยูร ครับ [เสียงดนตรี]