(คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและคุณผู้ฟัง ติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับคุณณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผม วัฒนะ คล้ายแก้ว อาจารย์ล่ามภาษามือประจำรายการของเรา อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ ช่วงของข่าวต่างประเทศ อีกสักครู่หนึ่งนะครับ คุณกันต์พจน์ ฐิติวณิชกุล มารออยู่แล้วนะครับ เช้าวันนี้พบกันในวันอังคารที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2567 และวันนี้ผมจะขอเชิญชวนคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังคนไทย ช่วงเย็น ๆ ประมาณ 15.00 น. ครับ บ่าย 3 โมงนะครับคุณผู้ชม วันนี้จะพิธีที่สำคัญ เป็นการซ้อมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ถือว่าวันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายแล้วนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เป็นการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายและเป็นการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 นะครับ ครั้งแรกก็มีการซ้อมไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานะครับ ครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 จะมีการจัดขึ้นนะครับคุณผู้ชมครับ ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมนี้นะครับ คุณผู้ชมก็สามารถที่จะมาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกันได้นะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ ถือว่าเป็นพระราชพิธีที่สำคัญนะครับคุณผู้ชม หนึ่งเดียวในโลก ยังคงมีอยู่ที่ประเทศไทยนะครับ แล้วก็เป็นช่วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทยจะได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ ความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติด้วย เราจะเห็นขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคนี่นะครับ คุณผู้ชมครับ ประกอบไปด้วยเรือมากมาย วันนี้นะครับ คุณผู้ชมครับ ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงเย็น ๆ ตั้งแต่บ่าย 3 เป็นต้นไป ฝั่งพระนคร ฝั่งธนบุรี เขาจัดสถานที่ไว้เยอะมาก รัฐบาลเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย ไปติดตามการซ้อมใหญ่ในครั้งนี้ด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ ไม่ว่าจะเป็นที่บริเวณสะพานพระราม 8 นะครับ สวนสันติชัยปราการนะครับ รวมถึงบริเวณท่ารถไฟ โรงพยาบาลศิริราช ท่าเตียน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงที่บริเวณวัดอรุณฯ นะครับคุณผู้ชมครับ ก็จะเป็นสถานที่ที่จะมีการถวายผ้าพระกฐินนั่นเองนะครับ คุณผู้ชมก็สามารถที่จะไปร่วมติดตามชมนะครับ การซ้อมใหญ่พระราชพิธีในครั้งนี้ได้นั่นเองนะครับ ซึ่งวันนี้แน่นอนว่าช่วงของเวลาที่ซ้อมใหญ่ ตั้งแต่ช่วงของเวลาเที่ยงนี่แหละ ในแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะมีการปิดการเดินเรือนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรือโดยสาร เรือด่วนเจ้าพระยา รวมถึงเรือข้ามฟากนะครับคุณผู้ชมครับ ก็วางแผนการเดินทางดี ๆ นะครับ ก็อาจจะส่งผลกระทบนิดหนึ่ง ในช่วงของเลิกงานช่วงเย็นนิดหน่อยนะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ คุณผู้ชมครับ มาติดตามอีกหนึ่งประเด็น หากพูดถึงเรื่องของทางรัฐบาล รัฐนาวา เขาบอกว่าทุก ๆ ครั้งของการมีรัฐบาลใหม่ มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็จะมีการพูดคุยกัน ประสานสัมพันธ์กัน การเชื่อมความสัมพันธ์กันมากขึ้น (คุณณัฐภัทรพล) เมื่อคืนเขาไปกินข้าวกันไหม (คุณวัฒนะ) เมื่อวานสิครับ ช่วงเย็น ๆ 18.00 น. ต้องบอกว่าบรรยากาศของคุณแพทองธาร ชินวัตร กับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลนี่ อย่างน้อย 8 พรรคนะครับ ได้มีการพูดคุยกัน ตกลงกันหรือเปล่า หรือไม่ บรรยากาศนี่ราบรื่นหรือเปล่า เนื่องจากว่าผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพูดคุยบางประเด็นนี่สามารถพูดคุยกันเข้าใจได้ แต่บางประเด็นนะครับ ฝ่ายบริหารบอกว่าก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายสภาต้องไปหารือพูดคุยกันนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ ก็ไปพูดคุยกันในสภานะครับ เพราะว่าก่อนที่จะเข้าไปดินเนอร์กันนี่ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นะครับ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนะครับ คุณผู้ชมครับ ก็… ก็บอกคำนี้แหละครับ ว่าเรื่องนี้ ต่าง ๆ นี่ เป็นเรื่องของกระบวนการในสภานะครับ และหลังจากที่มีการดินเนอร์กันเรียบร้อยนะครับ คุณแพทองธารก็มีการออกมาแถลงว่าก็เรื่องนี้ก็ต้องไปคุยในสภาเหมือนกัน (คุณวัฒนะ) แหม เรื่องที่คุยในสภาตอนนี้ อย่างน้อย 2-3 เรื่องนะ ยกตัวอย่าง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คุณณัฐภัทรพล) นิรโทษกรรม (คุณวัฒนะ) นิรโทษกรรมก็ต้องมา การออกเสียงประชามติก็ต้องมา เพราะว่ากระบวนการขั้นตอนนี้นี่ ยังอยู่ในขั้นตอนของการตั้งกรรมาธิการร่วมนะครับ และบรรยากาศของการประชุมวุฒิสภาเมื่อวานนี้ การตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันนี่นะครับคุณผู้ชม เมื่อวานนี้มีการกำหนดออกมาแล้ว ต้องเลือกกันในที่ประชุมด้วย เนื่องจากว่ามีการเสนอมาเกิน 14 ชื่อ ที่จะต้องไปทำหน้าที่นะครับคุณผู้ชม มีการเสนอมา 16 ชื่อ ไปดูบรรยากาศภาพรวมเมื่อวานนี้นะครับ ของการประชุมวุฒิสภา กับการพิจารณาตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ ฉบับที่ พ.ศ. นะครับ ซึ่งฝ่าย สว. นี่ จะมีอยู่จำนวน 14 คน หลังจากที่มีการงดใช้ข้อบังคับข้อที่ 83 วรรค 3 นะครับ ที่ประชุมของ สว. เมื่อวานนี้ ได้มีการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ไปพิจารณากฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่ พ.ศ. โดยที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 30 ย้อนไปเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมานะครับ ได้มีการพิจารณาไม่เห็นชอบด้วย กับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่ พ.ศ. นะครับ ได้มีการกำหนดจำนวนบุคคล ที่จะประกอบไปด้วยเป็นกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จำนวนสภาละ 14 คน และจะมีการลงมติตั้งกรรมาธิการร่วมกัน กับฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ในการนี้ทางวุฒิสภาจึงต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วมกัน โดยฝ่าย สว. มีจำนวน 14 คนนะครับ ประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อจะไปพิจารณากฎหมายฉบับดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 137 วรรค 3 หลังจากนั้นนะครับ ได้มี สว. สุทนต์ กล้าการขาย ได้เสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันของฝ่าย สว. จำนวน 14 คนเสร็จสิ้น ได้มี สว. นรเศรษฐ์ ปรัชญากร เสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันของฝ่าย สว. เพิ่มขึ้นมาอีก 2 คน รวมเป็น 16 คนแหละครับ ซึ่งเกินกว่าจำนวนการกำหนดสัดส่วนของกรรมาธิการของฝ่ายวุฒิสภา ที่จะต้องมีอยู่ที่จำนวน 14 คน ทำให้ประธานในที่ประชุมในขณะนั้นได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดทำบัตรออกเสียงลงคะแนน ก่อนจะสั่งพักการประชุม ใช้เวลาราว 30 นาทีนะครับ หลังจากนั้นประธานในที่ประชุมของ สว. ได้มีการชี้แจงวิธีการออกเสียงต่าง ๆ แก่ สว. ทั้งหมดในที่ประชุม ซึ่งจะใช้วิธีการออกเสียงแบบเปิดเผย โดยผู้ได้รับคะแนนสูงสุดมากเป็น 14 คน ตามลำดับ จะมาเป็นกรรมาธิการร่วมกันของฝ่ายวุฒิสภานะครับ ด้าน สว. เทวฤทธิ์ มณีฉาย ได้ลุกขึ้นอภิปราย บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการลงคะแนนวิธีดังกล่าว จึงได้มีการเสนอญัตติงดเว้นข้อบังคับการประชุม ตามข้อบังคับที่ 186 ขอให้มีการงดเว้นข้อบังคับการประชุมที่ 83 วรรค 3 เป็นการชั่วคราว เฉพาะกรณี ในเรื่องของการให้สมาชิกออกเสียงลงคะแนน โดยการเลือกบุคคลได้รับการเสนอชื่อเท่ากับจำนวนกรรมาธิการ ที่จะเลือกให้ เลือกได้เพียงแค่ 1 คนต่อ 1 ผู้แทน เพื่อเป็นการสะท้อนเสียงของวุฒิสภาโดยแท้จริงนะครับ ซึ่งประเด็นดังกล่าว ทำให้ สว. ลุกขึ้นอภิปรายกันอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยกับการขอให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 83 วรรค 3 และฝ่ายที่ขอให้ยึดตามการออกเสียงเดิม ตามลงคะแนน ก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติไม่เห็นด้วยกับการใช้ญัตติงดการใช้ข้อบังคับข้อที่ 83 วรรค 3 เป็นการชั่วคราว เฉพาะกรณี จำนวน 138 เสียง เห็นด้วย 26 เสียง และงดออกเสียงไป 5 เสียง นี่คือเป็นการหยั่งเชิงรอบแรกนะคุณณัฐภัทรพล หลังจากนั้นนะครับคุณผู้ชม ไปดูการลงมติการลงคะแนนของ สว. ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ที่ประชุมวุฒิสภามีมติลงคะแนนเรื่องกรรมาธิการร่วมกัน ไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่ พ.ศ. ของฝ่าย สว. จำนวน 14 คน มีรายชื่อประกอบไปด้วยดังต่อไปนี้นะครับ ผมเชื่อว่าคุณผู้ชมน่าจะพอรู้จักกันพอสมควรแล้ว 1. พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย 2. นายธวัช สุระบาล 3. พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ 4. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร 5. นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล 6. นายอภิชาติ งามกมล 7. นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล 8. พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร 9. นายกมล รอดคล้าย 10. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม 11. นายเอนก วีระพจนานันท์ 12. นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ 13. นายพิชาญ พรศิริประทาน และปิดท้ายลำดับ 14 นายสิทธิกร ธงยศ ก็จะทำหน้าที่กรรมาธิการร่วมกัน 14 คน ของฝ่ายวุฒิสภา และจะมีการประชุมร่วมกันกับฝ่ายของ สส. ในโอกาสต่อไปด้วยล่ะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ครับ ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะครับคุณผู้ชมครับ กรรมาธิการก็มีการตั้งขึ้นมาเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปดูอีกเรื่องหนึ่งครับ คุณผู้ชมครับ เมื่อวานนี้มีการถามกระทู้ในที่ประชุมวุฒิสภานะครับ ก็มีการถามเกี่ยวกับเรื่องของการขายตรง ธุรกิจแชร์ลูกโซ่นี่ว่าเป็นอย่างไร นะครับ ถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนี่แหละครับ คุณผู้ชมครับ โดยมีทางด้านของคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาตอบกระทู้นี้ครับ ไปติดตามกันนะครับ บรรยากาศการตอบกระทู้เมื่อวานที่ผ่านมาครับ โดยมี นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ครับ สมาชิกวุฒิสภาได้มีการตั้งกระทู้ถาม เรื่องของการแก้ไขปัญหาขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่ ที่กระทบกับเศรษฐกิจครับ พร้อมกับมีการเสนอให้ออก พรก. ฉุกเฉิน จัดการปัญหาครับ โดยคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็มีการชี้แจงนะครับ ว่าคณะรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากครับ โดยมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม ดำเนินการเกี่ยวกับคดีความ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งกระทรวงการคลังครับ ให้มีการศึกษาการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น ซึ่งคดีหลอกลวงประชาชนที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ได้ดำเนินการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 18 คน พร้อมกับอายัดทรัพย์สิน ทั้งที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงทรัพย์สินออนไลน์ไว้แล้วนะครับ เพราะว่าคดีดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับครับ อาทิ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 พระราชกำหนดการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 รวมทั้งประมวลกฎหมายอาญา อย่างไรก็ตามครับ ก็ยอมรับว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่ถึงวาระจะต้องมีการทบทวนใหม่นะครับ ให้มีการสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะ พรก. กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นผู้ยกร่าง แต่ไม่มีผู้รับผิดชอบชัดเจนนะครับ และท้ายที่สุด ก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดูแล แต่ด้วยเป็นหน่วยงานกำกับเชิงนโยบาย ทำให้ที่ผ่านมาต้องรอให้มีผู้เสียหายมาร้องเรียน ถึงจะสามารถดำเนินการรวบรวมคดีไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นั่นเอง ทั้งนี้ จากการหารือเป็นเบื้องต้นนะครับ จะมีการแก้ไขพระราชกำหนดดังกล่าว ให้สามารถเอาผิดไปยังแม่ข่ายได้นะครับ เพราะว่าฉบับปัจจุบันยังมีช่องโหว่ ที่ไม่สามารถเอาผิดแม่ข่ายระดับกลางและระดับล่างได้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มโทษให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นครับ รวมถึงมีการปรับแก้อายุความให้หยุดเอาไว้ก่อน หากผู้ต้องหาหลบหนี เพื่อไม่ให้คดีหมดอายุความ และได้รับปรับเปลี่ยนผู้ที่รักษาการตามกฎหมาย เป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ส่วนเรื่องภาษี ยืนยันว่าตรวจสอบทั้ง 18 คน ก็คือบอสทั้ง 18 คน ย้อนหลังเรียบร้อยแล้วนะครับ โดยมีบางรายนี่ไม่ได้ยื่นภาษีระหว่าง 3-5 ปี ซึ่งยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดนะครับ จะต้องตรวจสอบว่าหลบเลี่ยงอย่างไร ขอไม่ต้องกังวลนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ช่วงเวลาที่ผ่านมาประมาณสัก 3-4 วันนะครับ มีการประชุมใหญ่ สมัชชารัฐสภาอาเซียน จัดอยู่ที่ สปป. ลาวนะครับคุณผู้ชม แน่นอน การเดินทางไปครั้งนี้ ของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรราษฎร ท่านอาจารย์วันนอร์กับคณะของ สว. ไทย และก็ สส. ไทยด้วย มีภารกิจมากมายเลยทีเดียว ในการพบปะพูดคุยนะครับ การเจรจาต่าง ๆ ข้อตกลงต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับฝ่ายนิติบัญญัติ ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐสภาไทยจะนำข้อมติกลับมาแล้วก็เดินหน้าในการขับเคลื่อนกันต่อไปนะครับ บรรยากาศการประชุมที่ สปป. ลาว สมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 45 ปิดฉากลงแล้ว บรรยากาศภาพรวมทั้งหมดเป็นอย่างไรนะครับ คุณพรทิพย์ เทียนศรี เกาะติดภารกิจของประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาจารย์วันนอร์ กับ สส. และ สว. ของไทย ในการประชุมครั้งนี้ ภาพรวมทั้งหมดเป็นอย่างไร ไปติดตามได้นะครับ เช้านี้สด ๆ กับคุณพรทิพย์ เทียนศรี จาก สปป. ลาว สะบายดี คุณพรทิพย์ครับ (คุณพรทิพย์) สะบายดี สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณผู้ชมคะ เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับบรรยากาศการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 45 ค่ะ ซึ่งทางคณะผู้แทนรัฐสภาไทยนะคะ ก็ได้ยืนยันว่าจะนำข้อมติต่าง ๆ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ในการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 45 ได้นำคณะรัฐสภาไทยเข้าร่วมพิธีปิดการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 45 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยก่อนพิธีปิดการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 45 ได้มีการนำเสนอและรับรองรายงานการประชุมในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมาธิการด้านการเมือง การประชุมคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ การประชุมคณะกรรมาธิการด้านสังคม การประชุมสมาชิกรัฐสภาสตรีของสมัชชารัฐสภาอาเซียน การประชุมยุวสมาชิกรัฐสภา สมัชชารัฐสภาอาเซียน การประชุมคณะกรรมาธิการด้านกิจการสมัชชารัฐสภาอาเซียน การหารือระหว่างคณะผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียนกับผู้แทนประเทศผู้สังเกตการณ์ การหารือระหว่างสมัชชารัฐสภาอาเซียนกับอาเซียนครั้งที่ 3 การประชุมคณะกรรมการร่างแถลงร่วม หลังจากนั้นจึงเป็นการลงนามในการแถลงร่วม โดยรัฐสภาไทยอยู่ลำดับที่ 6 นอกจากนี้ยังได้มีพิธีมอบรางวัลผู้ทำคุณงามความดีของสมัชชารัฐสภาอาเซียน ซึ่งศาสตราจารย์พิเศษ กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาของไทย เป็นผู้ได้รับรางวัลในครั้งนี้ รวมถึงการมอบรางวัลประเทศผู้สังเกตการณ์ของสมัชชารัฐสภาอาเซียน ตลอดจนส่งมอบตำแหน่งประธานสมัชชารัฐสภาอาเซียน และกล่าวมอบตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซีย ในฐานะประธานการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 46 ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุม ได้มีงานเลี้ยงอาหารค่ำ โดยนายไซสมพอน พมวิหาน ประธานสภาแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประธานการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 45 เป็นเจ้าภาพ และมีการแสดงทางวัฒนธรรมที่มีความตระการตาอีกด้วย ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ค่ะ คุณผู้ชมคะ และนี่คือบรรยากาศการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 45 ทั้งหมดค่ะ ซึ่งดิฉัน พรทิพย์ เทียนศรี ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภา รายงานสดจากสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวค่ะ (คุณณัฐภัทรพล) ขอบคุณครับ คุณพรทิพย์นะครับ มีการติดตามบรรยากาศสด ๆ มาให้เราได้ติดตามกันทุกวัน จนกระทั่งปิดฉากการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 45 ไปแล้ว ครั้งต่อไปติดตามกันได้นะครับ ที่ประเทศมาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพในครั้งที่ 46 ครับคุณวัฒนะ (คุณวัฒนะ) ก็ต้องบอกว่าเป็นเวทีที่สมัชชารัฐสภาอาเซียนนี่ ฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศต่าง ๆ ได้มีการมาพูดคุยกัน ได้มีการพบปะกันนะครับคุณผู้ชม ครั้งหน้า ในส่วนของผู้สื่อข่าวของเรา นักข่าวของเรานี่ ก็จะตามไปติดตามบรรยากาศแบบนี้ แล้วก็รายงานสดให้กับคุณผู้ชมได้ติดตามแบบนี้แหละครับ มากันที่บรรยากาศที่อยู่ สปป. ลาวอยู่ โดยเฉพาะการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งนี้นี่ ก็มีกรอบข้อตกลงต่าง ๆ มีการพูดคุยกัน ระหว่างตัวแทนของ สส. ทั้งของไทยเอง สว. ของไทยเอง กับสมาชิกรัฐสภาจากหลายชาติ หลายประเทศเลยทีเดียวล่ะครับ ไปติดตามกันนะครับ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ซึ่งเป็น สส. จากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะของหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยนายพิชาญ พรศิริประทาน สมาชิกวุฒิสภา ได้มีการพูดคุย มีการหารือเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งนี้นะครับ ก็ได้มีการให้สัมภาษณ์ มีการเปิดเผย หลังจากเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการด้านกิจการสมัชชารัฐสภาอาเซียน ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนะครับ โดย สส. นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าวว่าที่ประชุมได้มีการหารือกัน เรื่องของงบประมาณในแต่ละส่วนของภูมิภาคอาเซียน มีการพูดถึงส่วนใดบ้าง นำไปสู่การสรุปผลเพื่อประโยชน์สูงสุดของอาเซียนให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกัน มีอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่สุด นั่นก็คือมีทางประเทศไทยได้รับรางวัลผู้ทำคุณงามความดีของสมัชชารัฐสภาอาเซียน นั่นก็คือศาสตราจารย์พิเศษ กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาอีกด้วย ไปฟังเสียงนะครับ ของ สส. ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ในขณะที่ไปประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครับ (คุณปิยะรัฐชย์) ค่ะ ในส่วนของห้องกิจการนะคะ ของ AIPA เองนี่ ส่วนใหญ่ก็จะมีการพูดคุยในเรื่องของระบบหลังบ้าน ว่า Budget ในแต่ละส่วนของพวกเรานี่ ที่แต่ละประเทศนี่ ได้มีการเข้าร่วมเป็นสมาชิกนี่ค่ะ มีการใช้ในประเภทไหนบ้างนะคะ แล้วก็เราก็จะพยายามทำให้ Scope ของการใช้งบประมาณนี่ ให้ได้ประโยชน์กับประเทศอาเซียนได้มากที่สุด ในส่วนของอีกประเด็นหนึ่งค่ะ ก็จะเป็นเรื่องของประเทศผู้สังเกตการณ์ ซึ่งปีนี้นี่ ค่อนข้างเข้ามาจอยกับพวกเราได้เยอะมากเลย คือ 25 ประเทศ และแนวโน้มใน… ในปีต่อ ๆ ไปนี่ ก็จะมีการเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นนี่ เราเองนี่ก็จะมีการพูดคุยค่ะ ว่าใน 25 ประเทศนี่ จะสามารถทำงานต่อยอดกับทางอาเซียนได้อย่างไร แล้วก็เราจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ในประเทศอื่น ๆ ในทวีปอื่น ๆ ได้อย่างไรบ้าง (คุณวัฒนะ) ในขณะที่คุณพิชาญ พรศิริประทาน สว. นะครับ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าในส่วนของรัฐสภาไทย จะนำข้อหารือดังกล่าวไปสู่การต่อยอด ผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐสภาไทย ภูมิภาคอาเซียน จะสามารถทำงานกันได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นต่อไป โดยการประชุมจะมีการหารือเรื่องของสมุดดิจิทัล การนำกฎหมายต่าง ๆ มาหารือร่วมกัน เข้าสู่การแก้ไขในประเทศอาเซียนที่มีมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันนะครับ ที่ประชุมยังได้มีการหารือเรื่องของการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหายาเสพติด ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกประเทศสมาชิกเล็งเห็นถึงความสำคัญ และจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการยกระดับกฎหมายที่มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) พาคุณผู้ชมไปดูภารกิจของรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ครับคุณผู้ชมครับ มีการเข้าพบปะหารือนะครับ กับทางด้านของประธานสภาประชาชนเขตปกครองตนเอง ซินเจียงนั่นเองนะครับ ก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของการค้า การลงทุน เกี่ยวกับเรื่องของภาคการเกษตรด้วยนั่นเองนะครับ ไปติดตามกันกับคุณภราดร ปริศนานันทกุล ครับ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นะครับ ให้การรับรองนางจู่มู่เย่อถี อู๋ปู้ลี่ ประธานสภาประชาชนเขตปกครองตนเองซินเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีนครับ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยและรัฐสภาประชาชน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2567 โดยมีนางนันทนา สงฆ์ประชาครับ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-จีน ร่วมให้การต้อนรับครับ โดยคุณภราดรกล่าวต้อนรับการเดินทางเยือนของประธานสภาประชาชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมายังประเทศไทยครับ พร้อมกับระบุนะครับ ว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามหลายแห่ง หากมีโอกาส อยากให้ประธานสภาประชาชนพำนักอยู่ในประเทศไทยนานกว่านี้ จะได้ท่องเที่ยวชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามในจังหวัดต่าง ๆ จากนั้นก็เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระหว่างกัน โดยประธานสภาประชาชนได้มีการเล่าถึงข้อมูลพื้นฐานของเขตปกครองตนเอง ซินเจียง ว่าซินเจียงมีพืชผลทางการเกษตรจำนวนมากครับ ทั้งผักและผลไม้ ซึ่งในปีที่ผ่านมาจีนถือว่าได้เป็นคู่ค้าที่สำคัญของประเทศไทย มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออก มากกว่า 4.6 พันล้านดอลลาร์ และหวังว่าเศรษฐกิจในอนาคตของจีนและไทยจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ยังมีการเผชิญกับโอกาสใหม่ ๆ ในการร่วมมือกันพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคตครับ ขณะเดียวกันยังได้กล่าวถึงการ Free Visa นักท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ มีผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาเที่ยวจีนมากขึ้น เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจีนก็เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ประธานสภาประชาชนยังได้กล่าวถึงบทบาทของสภาในเขตปกครองตนเองซินเจียงนะครับ ว่าทำหน้าที่ออกกฎหมายสำคัญหลายฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น สิ่งแวดล้อม และเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน ซินเจียงยังถือว่าเป็น Hub ที่สำคัญของการขนส่งทางราง โดยรถไฟข้ามไปมาระหว่างจีน-ยุโรป และจีน-เอเชียกลาง มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากร แหล่งผลิตสินค้าเกษตร พลังงาน แร่ธาตุ โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ให้ความสำคัญกับชาวซินเจียง ด้วยการให้มณฑลอื่นร่วมมือกันแก้ปัญหาความยากจนนะครับ ด้านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ก็เชิญให้ประธานสภาประชาชนมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งในปีหน้านะครับ เนื่องจากจะมีการครบรอบวันสถาปนาความสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีนครับ พร้อมกับเป็นกำลังใจให้กับประเทศจีนในการรับมือกับข่าวปลอม หรือการถูกใส่ร้ายจากประเทศคู่แข่ง ซึ่งประเทศไทยทราบดีอยู่แล้วนะครับ ว่าแต่ละประเทศมีวัฒนธรรมหรือการปกครองประเทศที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ หากมีโอกาส ตนจะเดินทางไปเยือนที่ซินเจียง และเชื่อมั่นนะครับ ว่าในอนาคต ซินเจียงและไทยน่าจะมีการส่งเสริมความร่วมมือด้านสินค้าทางการเกษตรกันได้ เพราะว่าไทยก็เป็นศูนย์กลางสินค้าทางการเกษตรเช่นเดียวกันครับ (คุณวัฒนะ) ไปกันที่หัวหน้าพรรคประชาชนนะครับ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการยื่นยุบพรรคเพื่อไทย รวมไปถึง 6 พรรคร่วมในขณะนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้ามกันก็ตามนะครับ การเปิดเผยล่าสุดของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือว่า กกต. ในฐานะทะเบียนพรรคการเมือง ได้มีการพิจารณา 6 คำร้อง ของผู้ร้องให้กับ กกต. พิจารณาสั่งยุบพรรคเพื่อไทยและ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม จากเหตุที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคนะครับ ในการกระทำ ครอบงำพรรค ชี้นำ และ 6 พรรคการเมืองยินยอมให้นายทักษิณ ครอบงำ ชี้นำ โดยเห็นว่าคำร้องนั้นมีมูล และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาแล้ว ถัดมา คุณณัฐพงษ์ยังได้กล่าวว่า ตนและพรรคประชาชนไม่อยากให้สถานการณ์ไปถึงจุดนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นขั้วตรงข้ามทางการเมืองกันก็ตาม อยู่คนละฝ่าย แต่ยืนยันหลักการว่าไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีการฟ้องร้องเรื่องของคดียุบพรรค ซึ่งอาจจะคาดคะเนได้ว่าเป็นการสร้างอำนาจต่อรองทางการเมืองบางอย่าง มาเป็นชนักติดหลังทางการเมืองหรือไม่ เพื่อให้กลุ่มบางกลุ่มทางการเมืองมีอำนาจในการต่อรองกับทางพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนนั้นไม่เห็นด้วย และไม่อยากให้เห็นสิ่งนี้นำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยในอนาคต รวมไปถึงอีก 6 พรรคร่วมด้วยเช่นกันนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ร้อนแรงกันเลยทีเดียวนะครับคุณผู้ชมครับ กับในส่วนของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งวันนี้ เดี๋ยวคุณกันต์พจน์ จะมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องของการเลือกประธานาธิบดีที่สหรัฐอเมริกามาฝากกัน ครับ ล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ นี่ เขาบอกว่าถ้าเกิดเขาได้เป็นประธานาธิบดีครับคุณผู้ชมครับ จะมีการสร้างกำแพงภาษีกับจีนอีกแล้วนะครับ เป็นอย่างไรครับคุณกันต์พจน์ (คุณกันต์พจน์) สถานการณ์การเลือกตั้งนะครับ เหลืออีก 2 สัปดาห์เท่านั้นเองนะครับ ถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายจริง ๆ นะครับ ในเรื่องของการเลือกตั้ง โดยกฎหมายของสหรัฐฯ ออกมาบอกชัดเจน ว่าจะต้องมีการเลือกตั้งในวันอังคาร หลังวันจันทร์แรกของเดือนพฤศจิกายน โดยในปีนี้ คือ วันที่ 5 พฤศจิกายนครับ โดยนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ นะครับ ก็มีทั้งเรื่องของต่างประเทศนะครับ เรื่องของภายในประเทศ ที่ว่าให้ความสำคัญกับ America First นะครับ แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาครับ เห็นว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ไปที่ร้าน McDonald's ครับ แล้วก็ไปทำการทอดเฟรนช์ฟรายส์นะครับ ซึ่งตรงจุดนี้นะครับ ทางฟากฝั่งของแฮร์ริสออกมาบอกเลย ว่าการกระทำนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่จนตรอกของโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะเขาบอกว่าถึงแม้ว่าจะทำงานในร้าน McDonald's แต่เขากลับมีนโยบายที่จะคัดค้านเรื่องของการขึ้นเงินเดือนนะครับ ให้กับพนักงานร้าน McDonald's หรืองานบริการอื่น ๆ ครับ ตรงนี้ครับ ถือว่าเป็นประเด็นที่ถือว่าโจมตีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เหมือนกันครับ (คุณวัฒนะ) ไปพักกันก่อนสักครู่ครับคุณผู้ชม ช่วงหน้าขยายความกันต่อ ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า ช่วงของข่าวต่างประเทศครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี]