[เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ พบกับรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนลภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับคุณณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผมวัฒนะ คล้ายแก้ว อาจารย์ล่ามภาษามือประจำรายการของเรา อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ ช่วงของข่าวต่างประเทศนะครับ อีกสักครู่หนึ่งความเข้มข้นที่สหรัฐอเมริกา ติดตามกับคุณกิตติ เสรีประยูร นะครับ เช้าวันนี้เราพบกันในวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2567 ครับ (คุณณัฐภัทรพล) เช้าวันนี้บรรยากาศค่อนข้างแจ่มใสเลยทีเดียวนะครับคุณผู้ชมครับ ต่างกับเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานะครับ เราจะเห็นว่าฝนตกลงมาอย่างหนักเลย ที่อาคารรัฐสภาของเราก็ตกอย่างหนักเลยนะคุณวัฒนะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ ไม่เฉพาะวันอังคาร เมื่อวานนี้หลายจุดหลายพื้นที่ ก็ฝนตกหนักเลยทีเดียวนะครับ ทำให้คุณผู้ชมหลายท่าน ผมเชื่อว่าบรรยากาศย้อนไปเมื่อวันอังคารที่ 22 ตุลาคม กับขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคนี่นะคุณผู้ชม หลายคนตั้งใจไปรอชม ไปรอดูกัน แต่ปรากฏว่าฝนที่ตกลงมา ทำให้ต้องมีการประกาศงดการซ้อมไป หลังจากนั้น ช่วงเวลาหนึ่ง วันนี้นะครับคุณผู้ชม ทำให้ทางกองทัพเรือได้มีการประกาศออกมา จะมีการซ้อมเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ช่วงเวลาประมาณสักเที่ยงนะครับ ไปจนถึงเวลาประมาณสักบ่าย 3 โมงนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ คุณผู้ชมก็สามารถที่จะไปติดตามขบวนพยุหยาตราทางชลมารค กันได้เช่นเคยนะครับ วันนี้เป็นการซ้อมเก็บรายละเอียดนะครับ จะมีเฉพาะเรือพระที่นั่ง แล้วก็มีในส่วนของเรือริ้วขบวนนะครับ ก็จะเป็นการซ้อมเก็บรายละเอียด ก่อนที่จะถึงวันจริงนะครับ ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมนี้นะครับ คุณผู้ชมก็สามารถที่จะไปติดตามกันได้ในวันนี้นะครับ ตั้งแต่ช่วงของวัดระฆังโฆสิตาราม จนกระทั่งไปถึงวัดอรุณฯ นั่นเองนะครับคุณผู้ชม จะซ้อมแค่ช่วงนั้นนะครับ ก็สามารถที่จะไปติดตามชมกันได้ (คุณวัฒนะ) ครับ ก็เป็นภาพความประทับใจเป็นความยิ่งใหญ่ที่ต้องบอกว่ามีหนึ่งเดียวในโลก ประเทศไทยนี่ล่ะครับ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนะครับ วันนี้คุณผู้ชมที่สนใจ แล้วก็ติดตามบรรยากาศ ไปดูการซ้อมเก็บรายละเอียดของทางกองทัพเรือกันนะครับ ส่วนวันนี้ที่รัฐสภา คุณผู้ชมติดตามนะครับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะเริ่มประมาณ 09.00 น. แน่นอนวันนี้จับตาไปที่รายงานของคณะกรรมาธิการ ที่พิจารณาเสร็จแล้ว หนึ่งในนั้นก็มีความต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนนะครับ เรื่องของการนิรโทษกรรม จะเป็นอย่างไร วันนี้จึงมีการลงมติกับรายงานดังกล่าวนี้หรือไม่นะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เพราะว่าสัปดาห์ก่อนก็มีการอภิปรายกันไป เกี่ยวกับเรื่องของรายงานของคณะกรรมาธิการนะครับ แต่ยังไม่มีการลงมตินะ ลงมติกันไม่ได้ครับคุณผู้ชมครับ ในวันนั้นนะครับ ท่านประธานในที่ประชุมตอนนั้น ก็มีการสั่งปิดประชุมไป เดี๋ยวมาต่อกันวันนี้แหละ 09.00 น. ติดตามการกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ย้ำกันอีกครั้งหนึ่งว่าพรุ่งนี้คุณผู้ชมครับ วันศุกร์มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกันนะครับ คุณผู้ชมครับ สัปดาห์นี้ 2 วันเช่นเคยนะครับ (คุณวัฒนะ) เนื่องจากเมื่อวานนี้เป็นวันหยุดนะ วันปิยมหาราชนะครับคุณผู้ชม ระเบียบวาระก็แน่นอน ตามความเข้มข้นกับทางการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร เป็นนัด เขาบอกว่าเป็นนัดท้าย ๆ นะครับ สัปดาห์หน้าก็จะปิดสมัยประชุมแล้วนะครับคุณผู้ชม สมัยประชุมนี้นี่ จะปิดไปก็คือตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม ทำหน้าที่กันวันสุดท้ายนะครับ หลังจากนั้น กลับมาพบกันใหม่สมัยประชุมหน้า 12 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไปนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ครับผม ก็ติดตามกันได้นะครับ สัปดาห์หน้านะครับคุณผู้ชมครับ กับการประชุมในสัปดาห์สุดท้าย ที่อาคารรัฐสภาทางช่อง 10 โทรทัศน์รัฐสภา วิทยุกระจายเสียงของรัฐสภา แล้วก็สื่อออนไลน์ของเรานะครับ Application PTV Channel รวมถึง OTT ด้วยนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ย้ำคุณผู้ชมอีกครั้งหนึ่งคำว่า “ปิดสมัยประชุม” นี่นะครับ นั่นก็หมายความว่าการอภิปรายกัน การพิจารณากฎหมาย การพิจารณารายงานต่าง ๆ นี่ ทั้งของ สส. และของ สว. จะไม่มีการอภิปรายในห้องประชุมใหญ่ แต่บทบาทของ สส. และ สว. ยังคงทำหน้าที่ต่อในฐานะกรรมาธิการสามัญชุดต่าง ๆ อยู่ หรือคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้รับการมอบหมายแต่งตั้งจากสภาแต่ละสภา ก็ยังคงทำหน้าที่อยู่ ไม่ได้หมายความว่าไม่ทำงานอะไรเลยนะ นอกจากนี้ ก็ลงพื้นที่ไปพบกับพี่น้องประชาชนตามภารกิจต่าง ๆ ด้วยเช่นกันนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ตอนนี้ปัญหาค่อนข้างเยอะทีเดียว สำหรับในพื้นที่ต่าง ๆ นะครับ สส. เองก็ต้องลงไป เพื่อที่จะรวบรวมข้อมูล แล้วก็รอที่จะเปิดสมัยประชุม เพื่อที่จะนำมาหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมของวุฒิสภานี่ล่ะครับคุณผู้ชมครับ รวมถึงเรื่องต่าง ๆ ที่สามารถที่จะดำเนินการได้ อย่างที่คุณวัฒนะบอก กรรมาธิการก็ต้องดำเนินการไปต่อไป มีการประชุมกันตามปกตินะครับ (คุณวัฒนะ) ไปดูปัญหากันหน่อย ย้อนไปเมื่อปี 2547 เป็นปัญหาแล้วก็เป็นคดีความใหญ่ที่ตากใบครับ (คุณณัฐภัทรพล) จะหมดอายุความพรุ่งนี้แล้วนะ (คุณวัฒนะ) วันพรุ่งนี้วันมะรืนนี้นะครับ ก็ต้องบอกว่าเรื่องนี้ทำให้หลาย ๆ คนก็ไปสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นะครับ ว่ามีความเห็นอย่างไร กับคดีความตากใบจะหมดอายุความ มันจะส่งผลกับความนิยมของพรรคประชาชาติ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไหม เรื่องนี้นะครับ ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมบอกว่า แหม ไปถามรองนายกที่กำกับความมั่นคง นั่นก็คือ คุณภูมิธรรม เวชยชัย จะดีกว่าไหมล่ะครับ การเปิดเผยล่าสุดของพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อสรุป ขอให้ไปสอบถามรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลด้านความมั่นคง โดยปกติแล้วการจะออก พรก. หรือพระราชกำหนดนี่นะครับ ก็จะมีกระบวนการออกกฎหมาย เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มีความจำเป็นตามรัฐธรรมนูญเขียนไว้ จะออกเพื่อเฉพาะกลุ่ม เฉพาะเรื่อง ไม่ใช่เป็นการออกทั่วไป ก็จะต้องมีการศึกษาว่าทำได้ หรือไม่ได้นะครับ ส่วนอีก 2 วันคดีจะหมดอายุความแล้ว นั่นก็คือนับวันนี้และวันพรุ่งนี้นะครับ จะออก พรก. ทันหรือไม่ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง บอกว่าอายุความเป็นเรื่องของกฎหมาย พระราชกำหนดมาใหญ่กว่ากฎหมายได้อย่างไร พร้อมกับย้ำว่าตนไม่ทราบจริง ๆ ต้องไปถามรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงล่ะครับ ส่วนมีความกังวลหรือไม่นะครับ ว่าจะกระทบต่อฐานเสียงของพรรคประชาชาติ ที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พันตำรวจเอก ทวี ระบุว่าวันนี้อย่าไปกังวลเรื่องเสียง แต่ต้องกังวลเรื่องของความยุติธรรม เป็นสิ่งหนึ่งที่สังคมต้องดูให้รอบด้าน เพราะว่ากระบวนการยุติธรรมของเรื่องนี้ ที่เขาบอกว่าเกิดความล่าช้าคือความยุติธรรม แต่ว่าหัวอกของผู้เสียหายและญาติต่าง ๆ นี่ เรื่องของการเยียวยาก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ ถ้าเขาพูดได้ ลูกหรือพ่อแม่เขากลับมาได้นี่นะครับ แต่เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว กระบวนการยุติธรรม ก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ต่อไป ถัดมานะครับ พันตำรวจเอก ทวี ยังยืนยันว่าทางรัฐบาลมีความเป็นธรรม ให้กับผู้เสียชีวิตนะครับ แล้วก็ผู้เสียหายที่ตากใบ ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์ มีการดำเนินคดีมาแล้วมาในส่วนหนึ่ง ส่วนกังวลหรือไม่ที่จะเหลือเวลาอีกประมาณ 2 วันจะหมดอายุความลง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ย้ำแบบนี้นะครับ ยอมรับว่าตรงนั้น ก็เป็นความกังวล แต่เป็นสิ่งที่ทางรัฐบาล ต้องปกป้องคุ้มครองประชาชนทุกฝ่าย และเราก็เสียใจกับพี่น้องที่เป็นผู้สูญเสียในคดีตากใบ ซึ่งพรรคประชาชาติ เป็นคนหนึ่งเป็นพรรคหนึ่งนะครับ ที่เป็นคนหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา โดยมี สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส จากพรรคประชาชาติ นำเรื่องนี้เข้าพิจารณาสู่ชั้นกรรมาธิการ ปิดท้ายนะครับ มีการถามไปว่าขณะนี้กลุ่ม NGO เสนอเรื่องร้องเรียนต่อศาลระหว่างประเทศ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวแบบนี้นะครับ ตนขอชื่นชม NGO ในทุกภาคส่วน ที่สนับสนุนเรื่องนี้ เพราะว่าความยุติธรรมเป็นหน้าที่ของทุกคน ต้องมีส่วนร่วมกัน พร้อมกับยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้กังวล เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการช่วยเหลือใคร ไม่มีอคติที่จะช่วยเหลือใคร และหนำซ้ำนะครับ อยากจะให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเราคิดเสมอว่าเราใช้กระบวนการยุติธรรม เป็นเป้าหมายสุดท้ายในการดำเนินการครับ (คุณณัฐภัทรพล) เรียกได้ว่ายังพอมีเวลาไหมคุณวัฒนะครับ เที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ก็จะหมดอายุความแล้ว การที่จะจับผู้ต้องหามาดำเนินคดี รวมถึงเกี่ยวกับเรื่องของการดำเนินการต่าง ๆ จะทันหรือเปล่า (คุณวัฒนะ) นั่นน่ะสิ เนื่องจากว่าก็มี สส. ที่อยู่ทางภาคใต้ ยกตัวอย่าง คุณรอมฎอน ปันจอร์ สส. จากพรรคประชาชนก็บอกว่ายังมีความหวังอยู่นะ ว่าคนที่ถูกต้องโทษนี่ จะมารายงานตัว แล้วก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อันนี้เป็นความเชื่อส่วนตัว ของ สส. รอมฎอน ปันจอร์ ครับ (คุณณัฐภัทรพล) รอติดตามกันครับคุณผู้ชมครับ วันนี้เต็ม ๆ กับพรุ่งนี้อีกหนึ่งวันเต็ม ๆ เกี่ยวกับเรื่องของคดีตากใบ ที่กำลังจะหมดอายุความลงไปนะครับ ไปดูอีกเรื่องหนึ่งครับคุณผู้ชมครับ ไปดูกรณีที่พรรคพลังประชารัฐนะครับคุณผู้ชมครับ ได้มีการเสนอชื่อคุณสามารถนี่ครับ เป็นในส่วนของกรรมาธิการ ในหลายคณะนะครับ ล่าสุดนะครับคุณผู้ชมครับ ทางด้านของคุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ นะครับ ในฐานะที่ท่านก็เป็นประธานของคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ก็มีการออกมาเสนอไปยังพรรคประชา… พลังประชารัฐให้มีการเปลี่ยนตัวคุณสามารถ พ้นจากกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ไปติดตามกับคุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยนะครับ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต สภาผู้แทนราษฎร ก็กล่าวนะครับ ถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการเสนอชื่อของคุณสามารถ เจนชัยจิตรวนิช สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ว่าในภาพรวมคุณสามารถก็ดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวกับสภา 2 สถานะ ก็คือที่ปรึกษาประจำกรรมาธิการ ซึ่งขณะนี้กรรมาธิการหลายคณะนะครับ ก็ได้เดินหน้าปลดออกจากตำแหน่งแล้ว แต่อีกสถานะ ก็คือตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญครับ เช่น ในกรรมาธิการของตน ที่พรรคพลังประชารัฐเสนอต่อสภา ซึ่งก็จะต้องให้พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนคน ซึ่งตนไม่สามารถปลดเองได้ ต้องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติ ซึ่งมันก็มีวิธีง่ายกว่านั้นครับคุณผู้ชมครับ ก็ให้คุณสามารถนั่นแหละครับ ลาออกครับ หรือว่าพรรคพลังประชารัฐนี่ มีมติปรับเปลี่ยนได้นั่นเองนะครับ โดยคุณสามารถยังยอมรับนะครับ ว่าหลังจากนี้จะต้องมีการหารือกับพรรคพลังประชารัฐ และด้วยพรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นฝ่ายค้านนะครับ จึงต้องให้เกียรติฝ่ายค้านด้วย จึงอยากให้พรรคพลังประชารัฐเป็นผู้ดำเนินการมากกว่านั่นเองนะครับ ส่วนทางด้านของคุณสามารถก็ได้มีการติดต่อ หรือว่าประสานไปยังกรรมาธิการหรือไม่นั้นนะครับ คุณชนินทร์ก็ระบุนะครับ ว่ายังไม่ได้มีการติดต่อมา ซึ่งจากการประชุมกรรมาธิการครั้งที่แล้ว คุณสามารถก็ไม่ได้เข้าประชุมด้วยนะครับ ส่วนเรื่องของการห่วงภาพลักษณ์ ของคณะกรรมาธิการหรือไม่นั้นนะครับ คุณชนินทร์ก็บอกว่าหากพูดกันไปตรงไปตรงมาเลยนะ เรื่องนี้นี่ ยังไม่มีข้อสรุปหรือว่าข้อยุติ แต่ตนในฐานะที่เป็นประธานกรรมาธิการ ก็ได้มีการสั่งการให้ทุกคนในกรรมาธิการ ระมัดระวังเรื่องเหล่านี้เอาไว้แล้วนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ คุณผู้ชมที่เป็นคอการเมืองก็จะพอเข้าใจประเด็นนะครับ ว่าคุณสามารถนี่ ไปเกี่ยวข้องกับอะไร เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ มีข่าวว่ามีคลิปเสียงที่มีการไปพูดคุยกับบอส… บอสพอลนะ ของ The iCon Group ก็กลายเป็นว่าคุณสามารถนี่ อยู่ฝ่ายการเมืองนะครับ อยู่กรรมาธิการวิสามัญชุดไหนหรือเปล่า อยู่คณะกรรมาธิการสามัญชุดไหนหรือเปล่า เป็นที่ปรึกษา เป็นอนุกรรมการอะไรหรือเปล่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คุณษิทรา เบี้ยบังเกิด นะครับ ทนายความ ทนายตั้มนี่ เดินทางมาที่สภา แล้วก็มายื่นเรื่องนะครับ ขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคุณสามารถนี่นะครับ ก็ต้องบอกว่าเป็นกระบวนการหนึ่ง ที่สภาก็จะต้องมีการดำเนินการ เนื่องจากว่าอาจจะไปเกี่ยวข้องกับหลายกรรมาธิการนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เรื่องนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะครับคุณผู้ชมครับ โดยเฉพาะเรื่องของคดี The iCon นี่ครับคุณผู้ชมครับ เชื่อมโยงไปทุกแขนงแล้วนะ (คุณวัฒนะ) เยอะมาก ณ เวลานี้นี่ ไปที่ตำรวจสอบสวนกลาง มีประชาชนไปแจ้งความเสียหายมากกว่า 7,000 คนนะครับ ความเสียหายตอนนี้นี่ ประเมินค่าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้าน แต่เขาบอกว่ายังไม่หยุดแค่นี้ ยังจะไปเกี่ยวข้องกับประชาชนเยอะมากจริง ๆ แหละครับ คุณผู้ชมตัดมาที่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกองทัพกันหน่อย เราได้ยินกันใช่ไหมครับ (คุณณัฐภัทรพล) นานแล้วนะ (คุณวัฒนะ) การอภิปรายปฏิรูปกองทัพนี่ มันจะเกิดขึ้นอย่างไร ณ เวลานั้นนี่ คุณสุทิน คลังแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้นะครับ ทำให้ล่าสุด สส. กรุงเทพมหานคร จากทางพรรคประชาชน ได้ออกมาหยิบยกเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง บอกว่าตนเองผิดหวังนะ กับท่าทีของการจะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพในขณะนี้นี่ มันยังไม่เกิดการขับเคลื่อน อยากจะถามความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนะครับ ไปติดตามกันกับนายธเนศ ธนเดช เพ็งสุข นะครับ สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้กล่าวถึงกรณีการประชุมของคณะรัฐมนตรี มีมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ จัดเอาระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ซึ่งตนเองเป็นผู้เสนอ บอกว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังจริง ๆ สะท้อนความไม่กล้าหาญในการแก้ไขปัญหา ของกองทัพของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนปัจจุบันล่ะครับ ที่บอกว่าร่างของตนมีรายละเอียดมาก มีผลกระทบในวงกว้าง เท่ากับเป็นการยอมรับหรือไม่ ว่ากระทรวงกลาโหมนี่ มีปัญหาอยู่มากนะ แต่กลับไม่มีการชี้แจงรายละเอียด ของการไม่รับร่างดังกล่าว เข้าสู่การประชุมต่อไปนะครับ ทั้งนี้ย้อนไปตอนหาเสียงของทุกพรรคการเมือง บอกว่ากองทัพนี่ มีปัญหา แต่พอประชาชนเสนอกฎหมาย เพื่อให้เกิดการแก้ไขจัดระเบียบราชการ การบริหารภายในกองทัพ ให้กลับมาอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ทำให้อำนาจการบริหารทั้งหมด กลับมาอยู่ภายใต้รัฐมนตรี มีความรับผิดชอบมาจากประชาชน รัฐบาลกลับไม่เอาเสียอย่างนั้น เป็นการตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลอีกเลยนะครับ อีกทั้งเรื่องนี้คุณธนเดชยังเคยพูดถึงความกังวล ตั้งแต่ขั้นตอนของการพิจารณาร่างกฎหมายในวาระที่ 1 คือหากมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่รู้ว่ารัฐมนตรีคนต่อไป จะยังยืนยันหลักการของกองทัพ ให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนหรือไม่ล่ะครับ ดังนั้น เมื่อร่างดังนี้ ดังกล่าวกลับเข้ามาสู่สภา ในช่วงของปลายสมัยประชุมนี้ หรือต้นสมัยประชุมหน้า หวังว่าทางรัฐบาลนี่ จะเปิดกว้างต่อข้อเสนอของฝ่ายค้าน เพื่อพิจารณารับร่างของพรรคประชาชนที่มีสาระสำคัญ ก็คือตัดอำนาจของสภากลาโหม ให้พลเรือนอยู่เหนือกองทัพ เข้าสู่วาระที่ 2 ด้วยต่อไปนะครับ เพื่อให้การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ มีความครอบคลุมมากที่สุดต่อไป นำไปสู่การปรับปรุง การจัดระเบียบราชการของกระทรวงกลาโหม ให้มีความทันสมัย มีความโปร่งใส สอดคล้องกับการบริหาร ภายใต้หลักการประชาธิปไตย และจะเป็นกุญแจดอกสำคัญ ในการปฏิรูปกองทัพในทุก ๆ เรื่องต่อไปในอนาคตด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) พาผู้ชมไปดูนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาลครับคุณผู้ชมครับ โครงการที่เราได้ยินกันมา แล้วก็ดำเนินการมาแล้ว อย่างเช่น โครงการแจกเงิน 10,000 บาท ก็ผ่านทางด้านของกลุ่มเปราะบาง แล้วก็ของกลุ่มผู้พิการกันไปในเฟสแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงการต่อไปที่เราได้ยินกันมา แน่นอนว่าชื่อโครงการน่าจะเป็นการช่วยเหลือ เกี่ยวกับเรื่องของผู้ที่ประสบอุทกภัยภาคเหนือแหละครับ เพราะว่าชื่อโครงการว่า “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” โครงการนี้เอง ท่านนายกรัฐมนตรี เขาก็มีดำริออกมาว่ารู้สึกว่าโครงการมันจะเล็กไป จำกัดอยู่แค่ 10,000 สิทธิใช่ไหมคุณวัฒนะ นะครับ 400 บาท 10,000 สิทธินั่นเองนะครับ ก็อยากจะให้มีการขยายโครงการนี้ออกมาเลยครับ ล่าสุดผู้สื่อข่าวไปถามทางด้านของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในภาพนั้นเลย คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นะครับ เกี่ยวกับเรื่องของโครงการแอ่วเหนือคนละครึ่งนี่แหละครับ คุณจุลพันธ์ก็บอกว่าแน่นอนว่าตอนนี้รัฐบาลยังมีแหล่งเงินที่เพียงพอนะครับ รวมถึงเรื่องของโครงการแจกเงิน 10,000 บาทเฟส 2 ไปดูกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร กับคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังครับ ก็มีการกล่าวถึงก็ได้มีการขยายสิทธิโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว ในชื่อโครงการว่า “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” นั่นเองนะครับ ว่าขณะนี้ ก็รอทางด้านของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีการกำหนดรูปแบบว่าจะเป็นอย่างไร ใช้งบประมาณเท่าไรก่อนที่จะมาพูดคุยกัน ซึ่งขณะนี้ ยังไม่มีการพูดคุยกรอบเงินงบประมาณแบบคร่าว ๆ ส่วนตัวเลขที่มีการพูดคุยกัน ถึงโครงการก่อนหน้านี้ ซึ่งใช้งบประมาณราว 24,000 ล้านบาทนั้นนะครับ คุณจุลพันธ์ชี้แจงนะครับ ว่าโครงการดังกล่าวที่พูดคุยกันมีถึง 5 เฟสเลยทีเดียว แล้วก็หลายตอนนะครับ ไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งเดียว ส่วนแหล่งเงินก็ยังมีความสับสนกันอยู่ ว่าจะใช้เงินจากแหล่งใดนั่นเองนะครับ โครงการแอ่วเหนือคนละครึ่งจะไม่ใช่ตัวเลข 24,000 ล้านบาทใช่หรือไม่นั้น นี่เป็นคำถามที่ผู้สื่อข่าวได้ถามคุณจุลพันธ์นะครับ คุณจุลพันธ์ก็บอกกับผู้สื่อข่าวมาว่ายังไม่ใช่ แล้วก็ยังไม่มีข้อสรุปนะครับ แล้วก็ส่วนตัวนี่ คิดว่าไม่น่าจะถึงยอดดังกล่าว เพราะว่าการวางงบประมาณครั้งแรก เป็นการกระตุ้นถึง 5 รอบ พร้อมกับมีการยืนยันว่ายังไม่มีข้อสรุปในเรื่องของแหล่งเงิน แต่ช่องทางของรัฐบาลมีค่อนข้างมากเลยทีเดียวนะครับ แล้วก็จะต้องดูถึงเม็ดเงิน ว่าจะต้องใช้จำนวนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากใช้ในระดับที่มีความจำเป็น ก็อาจจะมีหลายช่องทางครับ อย่างเช่น งบประมาณปกติ งบกลาง ซึ่งหากใช้น้อยก็จะใช้งบของกระทรวงการคลังในการบริหารจัดการ แต่ก็ต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งครับ และเมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นี่ คุณผู้ชมครับ ที่เขาจะนำเงิน 18,000… ขออภัย 180,000 ล้านบาทนี่ ที่เตรียมใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือว่าโครงการ Digital Wallet เดิมนี่ 10,000 บาทนี่นะครับ ในเฟสต่อมานี่นะครับ ไปใช้ คุณจุลพันธ์ก็บอกว่ายังไม่ได้มีข้อสรุปนะครับ เป็นการที่พูดคุยกันเอง ส่วนจะกระทบกับเงินจำนวนนี้หรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่กระทบแน่นอนนะครับ เพราะว่าอย่างไรก็ต้องเดินหน้าทั้ง 2 โครงการ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกันนะครับ แล้วเมื่อถามอีก ถามไปถึงเรื่องของแหล่งเงิน ว่ามีหลายส่วนใช่หรือไม่นั้น คุณจุลพันธ์บอกว่าแหล่งเงินของความเป็นรัฐบาล มีหลายทางเลือกอยู่แล้วครับ ซึ่งก็เป็นปกติ นอกจากนั้น แล้วคุณจุลพันธ์ยังมีการพูดถึงความคืบหน้าการเสนอผลการศึกษา ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ต่อ ครม. ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนที่กระทรวงการคลัง เตรียมที่จะมีการเสนอ ครม. ซึ่งไม่ใช่สัปดาห์หน้านะครับคุณผู้ชมครับ ก็ต้องรอติดตามกันนะครับ อย่างตอนนี้ เราก็ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของโครงการเราเที่ยวด้วยกันออกมาแล้ว โครงการอะไรต่าง ๆ ที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ก็มีออกมาให้เราผ่านหูกันบ้างแล้วนะคุณวัฒนะ (คุณวัฒนะ) แน่นอนครับ โครงการที่ได้ยินเมื่อสักครู่นี้ แอ่วเหนือคนละครึ่ง ก็เป็นการไปท่องเที่ยว แล้วก็ไปช่วยพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางภาคเหนือ ยกตัวอย่างที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดพะเยาที่เจอน้ำท่วมน่ะ ก็อยากให้คนไทยนี่ ไปกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยกัน ไปช่วยกัน เขาบอกว่าเอาเงินไปช่วยหน่อยนะ ไปเที่ยวแล้วนี่ ก็เหมือนว่าเป็นการจับจ่ายใช้สอยนะครับ รอยยิ้มของพี่น้องทางภาคเหนือก็จะกลับคืนมา หลังจากที่เจอกับอุทกภัยน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มด้วยนะครับ คุณผู้ชมมากันที่อีกหนึ่งเรื่อง เป็นปฏิทินการทำงานของวุฒิสภาในสัปดาห์หน้า เป็นสัปดาห์สุดท้ายของสมัยประชุมนี้นะครับ ในส่วนของ สว. นี่ เขาเตรียมที่จะตั้งกรรมการไปตรวจสอบประวัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ 1 องค์กร นั่นก็คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือว่า ป.ป.ช. และก็มีวาระที่น่าสนใจที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ สว. ในสัปดาห์หน้าด้วยนะครับ ไปติดตามการเปิดเผยของคุณมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือว่าวิปวุฒิสภานะครับ มีวาระสำคัญกับการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมของวุฒิสภา ในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 และจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจำนวน 2 ฉบับที่สำคัญ ได้แก่ ร่างพระบัญญัติมาตรการฝ่ายบริหาร ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ พ.ศ. ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว ถัดมาร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ฉบับที่ พ.ศ. ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว พร้อมกับจะมีกระทู้ถามจำนวน 13 กระทู้เลยทีเดียวนะครับ ขณะที่วันถัดไป ก็คือ 29 ตุลาคม จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อไปทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือว่า ป.ป.ช. แทนตำแหน่งที่ว่างลง 1 ตำแหน่งนะครับ ก่อนที่จะมีการสรุปผลการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติในช่วงของสมัยประชุมนี้ ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ตุลาคม 2567 นี้ด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) คุณผู้ชมครับ ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมทางรถบัสนะครับ ขึ้นที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ถ้าเกิดเรายังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 23 ราย ก็คือเด็ก แล้วก็คุณครูที่มาทัศนศึกษาที่จังหวัดอยุธยา กำลังจะมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร ครูและนักเรียนในครั้งนั้นนะครับ มาจากจังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม เรื่องนี้เองครับคุณผู้ชมครับ ก็ยังมีการพูดคุยกันอยู่นะครับ ซึ่งทางด้านของคณะกรรมาธิการ ติดตามบริหารงบประมาณของวุฒิสภา ก็มีการลงพื้นที่กันไปนะครับ พบกับหน่วยงานราชการ แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ที่จังหวัดอุทัยธานีนี่แหละครับ เพื่อที่จะไปติดตามความคืบหน้า ในการช่วยเหลือ เหตุรถบัสทัศนศึกษาเกิดเพลิงไหม้นี่แหละครับ โดยคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณวุฒิสภาครับ นำโดยคุณอลงกต วรกี ครับ ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะกรรมาธิการ ได้มีการเดินทางไปร่วมประชุมหารือกับส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยตัวแทนครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากกรณีรถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆารามประสบอุบัติเหตุ โดยคณะกรรมาธิการได้รับการตอบรับ… ต้อนรับนะครับ จากคุณวิฑูรย์ สิรินุกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี คุณเกรียงศักดิ์ มิตรประกอบโชค นายอำเภอลานสักครับ ทั้งนี้จากการรับฟังข้อมูล และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังกล่าวแล้วนะครับ ได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต โดยเร่งด่วนอย่างต่อเนื่องนะครับ รวมถึงการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ที่จะได้รับจากกรณีเด็กที่เสียชีวิต ควรพิจารณาให้กับผู้ที่ได้เลี้ยงดูเด็กอย่างแท้จริง และให้ความช่วยเหลือประชาชน กรณีดังกล่าวในการดำเนินคดี ทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้กับสังคมได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม และคณะกรรมาธิการจะมีการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า ในการคุ้มครองสิทธิ์และให้ความช่วยเหลือประชาชน ในกรณีดังกล่าวต่อไปอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในช่วงของเดือนมกราคมปีหน้านั่นเองนะครับ ช่วงนี้ไปพักกันก่อนสักครู่ครับคุณผู้ชม ช่วงหน้ามีประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของช้างป่าที่เขาใหญ่นะครับ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา (คุณวัฒนะ) คนกับช้างจะอยู่ด้วยกันอย่างไร การจะบริหารจัดการเรื่องของการบริหารช้างป่าจะดำเนินการได้อย่างไร ติดตามช่วงหน้าในห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้ากันต่อครับ [เสียงดนตรี]