(คุณอติชาญ) และถัดมานะครับเป็นช่วงเวลาที่หลายคนรอคอยในช่วงเช้าวันนี้นะครับ เป็นไฮไลท์ของงานในวันนี้ครับ นั่นก็คือการบรรยายเรื่อง 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองนะครับ 10 Technologies to Watch นะครับ ผมเองได้รับคำถามอยู่เรื่อย ๆ นะครับว่า เทคโนโลยีที่มาแรงในปีนี้มีอะไรบ้างนะครับ วันนี้จะมีการบรรยายพิเศษนะครับ จากศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ นะครับ ที่ได้รวบรวมเอา 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ในปี 2024 ครับ ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ประกอบการหรือว่าเป็นประชาชนทั่วไปก็ตามนะครับ ทีมงาน สวทช. ทำงานกันมาหลายเดือนนะครับ จนได้ข้อมูลที่จะมาเล่าให้ทุกท่านได้ทราบกันวันนี้ครับ การบรรยายพิเศษ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองกับการคาดการณ์เทคโนโลยีที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและธุรกิจในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้านี้ครับ ซึ่งผู้ประกอบการในปัจจุบันจะต้องเรียนรู้แล้วก็ปรับตัวให้เท่าทันนะครับ เทคโนโลยีมาเร็วมาแรงแล้วก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนะครับ การบรรยายจะบรรยายโดยศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติครับ ขอเรียนเชิญท่านศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ครับ [เสียงดนตรี] (ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ) ครับ พวกเราคงทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า ช่วงโควิดที่ผ่านมานี่ ชีวิตเราเปลี่ยนไปเยอะมาก เรามีการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนะครับ เคยมีการกล่าวกันไว้ก่อนหน้าโควิดอีก ว่าอะไรต่าง ๆ ที่พัฒนาในช่วงเวลา 100 ปีนี่ ช่วง 10 ปีให้หลัง พัฒนาเร็วกว่าอีกนะครับ เราก็เริ่มสงสัยว่า อ้าว 100 ปี ใช้เวลา 10 ปีพัฒนาเร็วกว่า ปีหนึ่งที่ผ่านมานี่ เร็วกว่า 10 ปีที่ผ่านมาจริงไหม ก็คงจะจริงนะครับ ทุกวันนี้เราเคยใช้มือถือแค่แชตกับเพื่อน เคยใช้มือถือเพื่อเบราวซ์อินเทอร์เน็ต เคยใช้มือถือเพื่อการหาข้อมูล ทุกวันนี้กลายเป็น เราใช้ ChatGPT นะครับ เราใช้เอไอเพียงแค่ เพื่อที่จะดูว่าวาดรูปได้สนุก ๆ ไหม เปลี่ยนหน้าได้ไหม วันนี้เราใช้ Generative AI เพื่อดูว่างานของเราเป็นอย่างไร งานของเราดีไหม มีจุดอ่อนอะไรบ้าง เชื่อไหมครับว่าเรา Predict เรื่องของ Generative AI ใน 10 Tech to Watch เมื่อ 2 ปีก่อนครับ ผมพูดมาทั้งหมดนี่ อยากจะบอกอะไรพวกเราครับ อยากจะบอกว่าตั้งใจฟังครับ วันนี้เป็นงานที่ สวทช. กลั่นมานะครับ กลั่นมาแล้วจากทีมนักวิจัยหลากหลายด้าน เรามีนักวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทั้งในด้านของวัสดุศาสตร์ ทั้งด้านของดิจิทัลเทคโนโลยี ด้านของไบโอเทคโนโลยี ด้านของพลังงานนะครับ ด้านของนาโนเทคโนโลยี ดังนั้นเรารวมพลังกันในการที่จะดูว่า เอ๊ะ อะไรนะ จะเป็นเรื่องที่ท่านผู้ประกอบการ ท่านผู้ลงทุน นักวิชาการเองจะสนใจนะครับ ดังนั้น วันนี้ ผมได้รับเกียรติตรงนั้นครับ จากงานที่คนของ สวทช. ได้กลั่นกรองกันมา จะมาเล่าให้พวกเราฟังทีละเทคโนโลยีนะครับ สัญญาครับว่าจะไม่ลงลึกในรายละเอียด จะไม่มีสมการยุ่ง ๆ อย่างที่ชีวิตผมคุ้นเคย ชีวิตผมคุ้นเคยกับ ถ้าไม่มีสไลด์สมการนี่ พูดไม่ออกนะครับ พยายามปรับตัวมาปีกว่าครับ วันนี้ หวังว่าจะนำเสนอในเรื่องของ 10 Technologies to Watch ให้ท่านได้ดูได้ฟังกันนะครับ ไม่ให้เสียเวลาครับ เข้าสู่เทคโนโลยีนี่ แรกเลย กล้ามเนื้อเทียมนะครับ เข้ามาในงานนี้ หลายท่านจะเห็นหลายอย่าง เห็นหุ่นยนต์ลูกหมากระโดด ๆ วิ่ง ๆ กันนะครับ เห็นตัวเครื่องจักรใหม่ ๆ เราเห็นสิ่งที่พัฒนาในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ประกอบกับหลาย ๆ ท่านอยู่ในวัยเดียวกับผมแล้ว เริ่มเป็นห่วงว่าแล้วเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ช่วยในการผ่าตัด เครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยในการดำรงชีวิต มันดีขึ้นไหม หลายคนได้ฟังเรื่องไปส่องกล้องดีกว่าผ่าตัด เป็นเพราะว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งนั้นครับ เรื่องของกล้ามเนื้อเทียมนี่ เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่จริงๆ แล้วพัฒนามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยการพัฒนาการของวัสดุศาสตร์ การพัฒนาการขององค์ความรู้เชิงลึก ทำให้เราพลิกจากการใช้เพียงแค่มอเตอร์นะครับ มาใช้การเคลื่อนที่ของวัสดุ ผ่านการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า ผ่านการกระตุ้นด้วยอุณหภูมิ หรือผ่านการกระตุ้นด้วยความดันเรื่องความชื้นนะครับ ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ ซึ่งกลไกนี้ ถามว่าเป็นกลไกใหม่ไหม มีมาตั้งแต่อดีตในร่างกายของสิ่งมีชีวิตครับ ดังนั้นถึงเรียกว่ากล้ามเนื้อเทียมนะครับ ในส่วนของกล้ามเนื้อเทียมนี่ มีการคาดการณ์ครับ ว่าตลาดของการใช้เทคโนโลยีกล้ามเนื้อเทียมจะขยายจาก ประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นะครับ ไปเป็น 5,000 กว่าล้านเหรียญสหรัฐในปี 2030 ดังนั้นผู้ประกอบการจับตามองเลยครับ เทคโนโลยีนี้จะมาแทนมอเตอร์ จะมาแทน Activator ที่ใช้กระแสไฟฟ้าในการทำให้วัสดุเคลื่อนที่ ตัวอย่างนะครับ ในส่วนของการเคลื่อนที่แทนที่จะใส่มอเตอร์เข้าไปเพื่อที่จะทำให้เป็นข้อของข้อศอกเทียมนี่ เคลื่อนที่นี่ เราจะทำตัวการยืดหดของกล้ามเนื้อเทียมได้เหมือนจริงมากขึ้นด้วยการใช้วัสดุศาสตร์นะครับ โดยที่จริง ๆ แล้วการเคลื่อนที่ไม่ได้มีอย่างเดียวที่เหมือนกับเอ็น แต่การเคลื่อนที่จะมีทั้งในส่วนของการพลิกให้งอเฉย ๆ นะครับ การทำในระดับเล็กมาก ๆ เช่นตัวพื้นผิวของกราฟีน สามารถที่จะงอตัวได้ภายใต้ภาวะบางอย่างนะครับ เมื่อผสานกันหลาย ๆ ชั้นก็สามารถที่จะมีกำลังได้สูง ประโยชน์นะครับ จะมีเยอะมาก เราเห็นในหนัง Exoskeleton นะครับ ซึ่งเอามาสวมแล้ว การใช้มอเตอร์การใช้อุปกรณ์ที่เป็นทำด้วยโลหะหนัก ๆ นี่ จะเพิ่มน้ำหนักของมัน ทำให้ใช้งานจริงได้ยากนะครับ ด้วยกล้ามเนื้อเทียมจะทำให้อุปกรณ์เสริมสวมใส่นี่ ดีขึ้นนะครับ ในส่วนของการทำการผ่าตัดที่ผมยกตัวอย่างเมื่อครู่ การส่องกล้องนี่ มันจะทำ Mechanic เล็กลงมาก ๆ และทำกล้องผ่าตัดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ หรือแม้แต่หุ่นยนต์ที่บางครั้งอยากที่จะออกแบบเลียนแบบร่างกายสัตว์ ร่างกายมนุษย์ ก็สามารถที่จะแทนเส้นเอ็น แทนกล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้ ด้วยวัสดุเหล่านี้ ในส่วนของเทคโนโลยีต่อไปนะครับ จะเป็นเรื่องของจุลชีพในลำไส้ เพื่อดูแลสุขภาพ เห็นหัวข้อนี้ปั๊บ ทุกท่านคิดทันทีว่า โอ๊ย ยาคูลท์นะครับ เป็นอะไรที่ เราเคยใช้มาแล้ว พูดถึงจุลินทรีย์ จุลินทรีย์ในลำไส้นี่ แล็กโทบาซิลลัสใช่ไหมนะครับ ซึ่งในความเป็นจริงยาคูลท์ช่วยทำให้ชีวิตของคนเราดีขึ้นมากนะครับในอดีต แล้วก็มีการคัดเลือก พันธุ์จากการลองผิดลองถูกแล้วรู้ว่าแล็กโทบาซิลลัสนี่เป็นประโยชน์ แต่ปัจจุบันนี่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวล้ำไปกว่านั้นมากนะครับ แล้วก็รู้ครับ ว่าหลายท่านที่ป่วยนี่ ไม่ได้ป่วยเพราะ จริง ๆ อวัยวะนั้นเสื่อมโทรมลงด้วยตัวมันเอง แต่ป่วยเพราะว่าจุลินทรีย์ชีพในลำไส้นี่ไม่ดีครับ ทำให้ก่อปัญหาในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และนำสู่การเสื่อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคตับ โรคเรื้อรังอื่น ๆ นะครับ โรคหัวใจ ระบบทางเดินอาหารนี่ ตรง ๆ เลยนะครับ หรือโรคอ้วน บางทีการเผาผลาญไม่ดี การที่จุลินทรีย์ในลำไส้ จุลินทรีย์ในลำไส้ทำให้ตัวร่างกายขาดสมดุลนะครับ โรคเบาหวานเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ดังนั้น มีการพูดกันมาก อุตสาหกรรมหนึ่งครับ ที่ทำรายได้มากคือพรีไบโอติก โพรไบโอติก ท่านจะเจอคำใหม่ครับ ซินไบโอติก รวมกันทั้ง 2 อย่างเลยนะครับ ซึ่งไม่ต้องมีพรีไบโอติกเป็นอาหารให้โพรไบโอติกนะครับ รวมมาทั้ง 2 อย่าง เสร็จสรรพในตัวเดียว แล้วก็มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการ อันนี้มันเกิดขึ้นได้เพราะอะไร เล่าให้ฟังนิดหนึ่ง มันเกิดขึ้นได้เพราะกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เดิมนี่ ต้องมีการออกแบบ ออกแบบแล้วสร้าง สร้างแล้วทดลอง ทดลองแล้วมีข้อบกพร่องอะไร เอากลับมาพัฒนาใหม่นะครับ แต่ปัจจุบันนี่ เราสามารถที่จะมีเทคโนโลยีจีนส์ ในการดูแลดูสายพันธุ์ของจุลินทรีย์ จุลินทรีย์ต่าง ๆ นะครับ จุลชีพ มาดูว่าคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีแล้วตัดต่อสายพันธุ์นะครับ หรือบางครั้ง ถ้าเกิดว่าไม่อยากตัดต่อเราก็ดูว่ามันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการทำกระบวนการทางเคมีอะไรบ้าง ซึ่งนักไบโอเทคปัจจุบันเราเก่งถึงจุดนั้นแล้วนะครับ ดังนั้น เราสามารถที่จะดูจุลินชีพ… จุลินทรีย์จุลชีพต่าง ๆ ว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนำสู่อะไรบ้าง และออกแบบให้มีทั้งโพรไบโอติก พรีไบโอติกอยู่ในระบบเดียว ถามว่าความก้าวหน้าปัจจุบันไปถึงไหนแล้ว ตัวอย่างนะครับ เช่น ในหนูทดลองนี่ เขาสามารถที่จะใส่จุลินทรีย์บางชนิดที่เกิดจากการพัฒนามาแล้วนี่ เพื่อดูว่าเวลาที่เขามีลำไส้อักเสบ เขาอึออกมา อึเป็นสีที่บอกได้เลยว่าเป็นลำไส้อักเสบนะครับ ต่อไปก็คือถ้าเกิดว่าเราพัฒนาขึ้นมาอยู่ในคนนะครับ คนเรามีจุลินทรีย์ตัวนี้อยู่ในลำไส้ ซึ่งจุลินทรีย์ในลำไส้นี่ อยู่ได้เป็นหกเดือนเป็นปีนะครับ ดังนั้น ท่านไม่ต้องไปตรวจบ่อย ๆ ท่านอยากรู้ว่าลำไส้ท่านอักเสบหรือเปล่านี่ เวลาอึออกมาดูสีอึ รู้แล้ว อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ อีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ หมูมีปัญหาเลือดออกในกระเพาะครับ ดังนั้น วิธีการที่จะตรวจว่าเลือดออกในกระเพาะหรือไม่นะครับ ก็เช่นเดียวกัน อันนี้ พัฒนาเป็นผสมกันระหว่างมีจุลินทรีย์ที่จะให้สารบางอย่างเมื่อตรวจเจอเลือด แล้วก็มีตัวระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใส่เป็นแคปซูลนะครับ เอาไว้ในลำไส้ เมื่อเจอเลือด ก็จะมีปฏิกิริยากันแล้วส่งสัญญาณออกมา อันนี้เหมาะกับใช้ในฟาร์มครับ สามารถที่จะฝังแคปซูลนี้ไว้ แล้วก็ดูได้ผ่านระบบไอโอทีเลยว่าหมูตัวไหนมีปัญหาเลือดออกในกระเพาะอย่างนี้เป็นต้นนะครับ ในส่วนของในอนาคตนะครับ เราจะเจออะไรถ้าเกิดว่าเทคโนโลยีนี้มานะครับ เราจะสามารถที่จะตรวจสารแปลกปลอมได้ จะตรวจเนื้องอกไบโอมาร์กเกอร์ต่าง ๆ ได้ แล้วก็ยานี่จะออกฤทธิ์เฉพาะที่ได้มากขึ้นนะครับ เทคโนโลยีที่ 3 ครับ แฝดดิจิทัล เคยได้ยินกันมาเยอะใช่ไหมครับ อันนี้ไม่ใช่คู่แฝดทางกายภาพ แต่เรากำลังพูดถึงคู่แฝดในโลกเสมือน นะครับ จะมีประโยชน์ เลยนะครับ ถ้าเกิดว่าเราทำอะไรกับแฝดดิจิทัลนี้ แทนที่เราจะต้องทำกับตัวเราเองนะครับ ดังนั้นจะดีขนาดไหนครับ ถ้าเกิดว่าเราเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา แล้วแทนที่เราจะต้องรับการผ่าตัด หรือทานยาที่เราไม่รู้ว่าผลของมันจะออกฤทธิ์แรงขนาดไหน จะดีกับเราหรือจะร้ายกับเรา แต่เราไปทดลองในแฝดดิจิทัลแทนนะครับ หรือปัญหาต่าง ๆ แทนที่เราจะต้องทดลองแก้ดู โดยเฉพาะผู้ป่วยหนักที่ไม่ได้มีโอกาสทดลองหลายครั้งนะครับ ทดลองกับแฝดดิจิทัล แล้วเลือกการรักษาที่ดีที่สุด แล้วเอามาใช้จริงนะครับ ถามว่าปัจจุบันนี้ข้อมูลดิจิทัลเรามีกี่มากน้อย แต่ละท่านนี่ มีข้อมูลดิจิทัลอยู่เยอะมากนะ เพียงแค่ว่าถูกเอามาใช้หรือเปล่านะครับ ปัจจุบันเวลาเราไปหาหมอ หมอใช้ข้อมูลอะไรของเราบ้างในการที่จ่ายยาครับ เลือดกรุ๊ปอะไร น้ำหนักตัวเท่าไร ส่วนสูงเท่าไร ถูกไหมครับ อย่างมาก BMI เท่าไร เพื่อที่จะดูว่า จะรักษาเราอย่างไร แต่จะวิเศษขนาดไหนถ้าเกิดว่ารู้ข้อมูลเยอะกว่านั้น อ้อ อีกอันหนึ่ง ที่มีอยู่ในชาร์ตแพทย์ทุกอัน แพ้ยาอะไรนะครับ แต่จะเป็นประโยชน์ขนาดไหน ถ้ามีข้อมูลเยอะกว่านั้น เช่น คนที่เหมือน ๆกับเรา เคยรักษาแบบนี้แล้วไม่หายนะครับ หรือว่าประวัติของเราเคยได้รับยาตัวนี้แล้ว มีผลขนาดไหน เพราะว่ายาแต่ละตัวนี่ ออกฤทธิ์ไม่เหมือนกัน ปัจจุบันจะเปลี่ยน… จะแค่ประมาณปริมาณยา ก็ใช้น้ำหนักตัวอย่างหยาบ ๆ แล้วนะครับ แต่ว่าคน 2 คนนี่ ยาตัวเดียวกัน ออกฤทธิ์แรงไม่เท่ากัน ดังนั้นถ้ามีแฝดดิจิทัลจะทำให้การดูแลสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจแล้วก็แม่นยำมากขึ้น ดังนั้น ตัวเซนเซอร์ต่าง ๆ ซึ่ง เราเก็บข้อมูลร่างกายอยู่ การไปหาแพทย์ต่าง ๆ แต่ละครั้ง เราจะเก็บข้อมูลได้มากขึ้น จะมีฐานข้อมูลดิจิทัล ไม่ได้มีแต่ฐานข้อมูลดิจิทัลฝั่งเราครับ จะมีฐานข้อมูลดิจิทัลของคนอื่นด้วย ดังนั้นผลการรักษาของคนอื่นก็จะเป็นองค์ความรู้ของโลก แล้วก็จะถูกเอามาใช้ร่วมกันได้นะครับ อันนี้ ทำภาพไว้ให้เห็น ในโลกจริงแล้วก็โลกเสมือน ในส่วนของประโยชน์นะครับ ถ้ามีตรงนี้เราจะเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำมากขึ้นนะครับ จำลองดู คอมพิวเตอร์ปัจจุบันเร็วมาก สามารถที่จะจำลองระบบต่าง ๆ เมื่อใส่ตัวแปรเข้าไปได้แม่นยำนะครับ แล้วดูว่าผลของการจำลองการรักษาจะเป็นอย่างไร หรือยังไม่ต้องเป็นโรคครับ ดูพฤติกรรมเราผลตรวจเลือดเราแล้วก็พยากรณ์ได้ว่า คนที่มีผลตรวจเลือดแบบนี้ อีก 5 ปีป่วยโรคนี้แน่ เราจะได้เริ่มป้องกันก่อนที่โรคมันจะไปถึงจุดที่รักษาได้ยากนะครับ แล้วก็ท้ายที่สุดแน่นอน เมื่อป่วยน้อยลง ค่าใช้จ่ายก็จะลดลงนะครับ แล้วก็การทำอะไรในคอมพิวเตอร์ก็ลดการทดลองรักษาที่อาจจะไม่ประสบผลจริง ๆ ถามว่ามีมาแล้วไหม มีนะครับ มีเยอะด้วยครับ เพราะว่า ในส่วนของการดูแลโดยเฉพาะ Preventive Care นี่ ในสหรัฐอเมริกาตัวอย่างนะครับ เวลาป่วยทีไปหาหมอ บิลค่ารักษาพยาบาลสูงมากนะครับ ดังนั้นเขาพยายามที่จะดูว่าใครที่เป็นเบาหวานแล้วมันจะนำสู่โรคที่ซีเรียสกว่าโรคเบาหวาน จะมีตัวอย่าง Twin Health ของสหรัฐฯ ครับ ซึ่ง ดูแลการ Develop ของโรคเบาหวาน แล้วก็มี Create Digital Twin เพื่อที่จะบอกวิธีในการดูแลตัวเอง ลดเรื่องของโรคเบาหวานนะครับ และถ้าปล่อยไปนี่ใครจะเป็นไตวายเรื้อรัง อันนี้เป็นเป็นเรื่องใหญ่แล้ว มันเริ่มลามจากเบาหวานสู่ไตวายนะครับ ซึ่งตัวนี้ พอมีข้อมูลทาง Digital Twin ไว้ เขาจะสามารถที่จะดูแลตัวเองแล้วก็อัปเดต Digital Twin คู่กันนะครับ ตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ ก็คือ Medbio นะครับ ที่สิงคโปร์ ก็จะทำคล้าย ๆ กันนะครับ ที่จะดูแลว่าเวลาคนเป็นโรคเบาหวานนำสู่ไตวาย ไตวายที่เกิดจากเบาหวานแก้กันตรงไหน พูดกันถึงเรื่องระบบตรงนี้ อาจจะให้ Physical Meaning ไม่ค่อยชัด อาจจะไม่เห็นทั้งร่างกาย มันมีบริษัท Medbio ที่สหรัฐฯ ครับ ทำ MRI Scan ทั้งตัวเลย แล้วเก็บข้อมูลว่า หลอดเลือดท่านเป็นอย่างไร กล้ามเนื้อท่านเป็นอย่างไร ร่างกายแต่ละส่วนของท่านเป็นอย่างไร แล้ว Create ที่เป็นทางกายภาพเลย ว่าตัวท่านนี่เป็นอย่างไร เพื่ออะไรครับ เพื่อสมมติว่าจะทำการทดลองรักษานี่ จะได้เอาข้อมูลนี้ ไป Simulate ในคอมพิวเตอร์ แล้วดูว่าถ้าเกิดว่าทำกับ Digital Twin แบบนี้ ได้ผลหรือไม่ได้ผล เอามาทำกับตัวจริงนะครับ ประเทศไทยเรายังมีโอกาสเรื่องนี้อีกมากครับ เท่า ๆ ที่เช็กดูนี่ยังไม่มีนะครับ ท่านผู้ประกอบการท่านใดสนใจนี่ เป็นโอกาสที่จะสามารถใช้ Digital Twin ในการพยากรณ์โรคครับ เทคโนโลยีที่ 4 ครับ การพัฒนาซอฟต์แวร์ เวลาที่เราบอกว่า ปัจจุบันมีแอปนั้น แอปนี้ แอปโน้น ทุกบริษัทก็บอกฉันอยากมีแอปของฉันมั่งนะครับ คุณพ่อคุณแม่ในช่วงที่ผ่านมานี่ ส่งลูกไปเรียน เพื่อที่จะเป็นโปรแกรมเมอร์กันถล่มทลายเลย นะครับ ต่อไปเราจะเจอใคร ว่าเอไอนี่ ไม่ได้แค่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานของพวกเรา แต่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานที่สำคัญ เขาจะเป็นโปรแกรมเมอร์ครับ นะครับ ตัวเอไอจะช่วยเขียนโปรแกรมไปถึงขั้นพัฒนาโปรแกรมเองตามความต้องการของผู้ใช้นะครับ ดังนั้น คนเราแข่งกับAI เราคงเคยดูว่าแต่ก่อนนี่เล่นหมากรุก เล่นหมากรุกนี่ คนชนะเอไออยู่พักหนึ่งตอนหลังเอไอเริ่มชนะแหลกเลยนะครับ ดังนั้นเอไอทำอะไรได้ดีเอไอทำอะไรที่มันเป็นระบบได้ดี แล้วก็เอไอทำอะไรที่มีตัววิธีอยู่ไม่มากนักได้ดีมาก ๆนะครับ ดังนั้น ถามว่าเขียนโปรแกรมเป็นหนึ่งในนั้นไหม เป็นหนึ่งในนั้นนะครับ ในอนาคตเราจะเจอว่าเอไอสร้างโค้ดจากภาษาใหม่จากภาษาพูด ใช้คำบรรยายของเรานี่บอก แล้วเอไอเขียนโค้ดให้นะครับ หรือบางครั้งเอไอช่วยดู ความต้องการของคนแล้วก็รู้ว่าเรื่องอะไร จะต้อง Upskill Reskill คนขึ้นมาเอไอจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีครับ ดังนั้น ในหัวข้อปัจจุบันนี่เอไอช่วยแปลงภาษานะครับ เราจะเจอว่าแต่ก่อนนี่ จนเราล้อกันว่า Google Translate จำได้ไหมครับ ปัจจุบันพอเริ่มมีเอไอเข้ามามันเริ่มไม่ตลกแล้ว ไม่ Google Translate นะครับ แปลได้เนียนมาก ๆ ดีมาก ๆ นะครับ ในเรื่องของโค้ดก็ไม่ต่างกัน โค้ดนี่เป็นภาษาที่ Rigid มาก ๆเอไอสามารถที่จะแปลงโค้ดได้ดี แล้วก็สามารถที่จะหยิบเอาอัลกอริทึมต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในโค้ดมาได้อย่างดีมาก แล้วมองรอบ มองครบ ไม่เหมือนกับคนที่บางครั้งนี้ จะชอบอัลกอริทึมบางอย่างนะครับ แล้วก็เอไอจะช่วยออกแบบชุดความรู้ที่ผมบอกเมื่อครู่ว่า ใช้ในการ Reskill Upskill คนได้เป็นอย่างดี ประโยชน์นะครับ จะช่วยลดต้นทุนนะครับ ในการที่จะพัฒนา ในจะช่วยลดเวลา และที่สำคัญที่สุด จะช่วยเพิ่ม Productivity นะครับ ได้ 30-40 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ในส่วนนี้ครับ อนาคตนะครับ เราจะเห็นเอไอเข้ามาใช้ในการออกแบบพัฒนาซอฟต์แวร์ได้มากขึ้น ปัจจุบันนี่โปรแกรมเมอร์มีแล้วนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่มี บางส่วนใช้เอไอเข้ามาช่วย แต่อนาคตนี่ภายในปี 2028 ประมาณกันว่าโปรแกรมเมอร์จะใช้เอไอในการช่วยเขียนโค้ด 3 ใน 4 เลยครับ 75 เปอร์เซ็นต์ จะใช้เอไอแล้วก็ผลที่ ขึ้นนี่ จะทำให้ทั้งเร็วขึ้น จะทำให้ทั้ง Productivity มากขึ้น ลดความผิดพลาดด้วยนะครับ แล้วก็ประเทศที่ใช้ก่อนนี่ จะได้เปรียบประเทศอื่น ผู้ประกอบการทุกท่านเช่นเดียวกันนะครับ อาจจะต้องเริ่มเหลือบมองแล้วว่า โปรแกรมเมอร์ของท่าน ในบริษัทท่านนี่ เริ่มใช้เอไอเข้ามาช่วยงานหรือยังนะครับ เทคโนโลยีที่ 5 ครับ อุปกรณ์สวมใส่นะครับ ติดเอไอ ใครมี Wearable Device บ้างครับ Smart Watch ชูมือกันให้ดูหน่อยครับ เราใส่ Smart Watch กันนะครับ เรามีอุปกรณ์สวมใส่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ แล้วอุปกรณ์สวมใส่เหล่านี้ แทบจะทุกอัน มีไบโอเซนเซอร์อยู่ ไบโอเซนเซอร์คือตรวจวัดสัญญาณชีพครับ ตั้งแต่ตรวจวัดชีพจรนะครับ นับก้าวนะครับ แล้วก็ต่อไปนี่ จะมีเรื่องของเอไอเข้าไปอยู่ในอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อวิเคราะห์ได้ในเรียลไทม์นะครับ ให้คำแนะนำต่าง ๆ ได้ด้วยนะครับ โดยที่คาดการณ์กันว่าในอุปกรณ์เหล่านี้ จะเพิ่มประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก ประเทศไทยเราก็เช่นเดียวกันต่อปีนะครับ แล้วก็ปี 2022 นี่ อันนี้ข้อมูลเก่าแล้วนะครับ มีมูลค่าเกือบล้าน ๆ แล้ว ผมว่าตอนนี้ถึงล้าน ๆ แล้วนะครับ แล้วก็จะมีการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นนะครับ เราใช้ Smart Watch แต่จริง ๆ คุณอู๋ Spin9 เพิ่งรีวิวตัว Smart Ring ไปนะครับ ของ Samsung ดังนั้นจริง ๆ อุปกรณ์สวมใส่ที่เป็น Wearable Device มีหลากหลายมาก ไม่ได้จำกัดเฉพาะ Smart Watch นะครับ มีเสื้อที่ใส่แล้วมีเซนเซอร์อยู่นะครับ มี Belt คาดเข็มขัด แล้วแต่ว่าอยากจะวัดสัญญาณชีพตรงไหน Smart Glasses นะครับ ช่วงหนึ่ง Google พยายามจะออก Google Glasses มาเพื่อที่จะถ่ายภาพ แล้วเก็บประสบการณ์ชีวิตของท่าน ผมว่าอาจจะกลับมานะครับ ในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการ Recording เทคโนโลยีการสื่อสารดีขึ้นนะครับ มี Smart Next นะครับ Smart Shoes เพื่อที่จะเก็บการลงน้ำหนัก การอะไรต่าง ๆ ได้ครบถ้วน ถามว่า แล้วใส่สัญญาณชีพเหล่านี้ เครื่องวัดสัญญาณชีพเหล่านี้ดีอย่างไรนะครับ ถ้าใส่ Smart Breast นะครับ อาจจะตรวจหามะเร็งเต้านม สำหรับท่านสุภาพสตรีได้นะครับ นอกจากนั้นนะครับ จะช่วยวัดอย่างเช่น ผู้ป่วยเบาหวานในอนาคตนี่ มันสามารถวัดจากสัญญาณชีพหลาย ๆ อย่างประกอบกันแล้วใช้เอไอในการประมวล โดยไม่ต้องเจาะเลือดกันทุกบ่อยนะครับ หรือว่าในส่วนของ การวัดปฏิกิริยาทางไฟฟ้าของกล้ามเนื้อของเรา ถ้าชุดที่รัดนี่ สามารถที่จะวัดได้ก็จะบอกความสามารถในการออกแรงต่าง ๆ ได้ หรือแหวนนะครับ อาจจะติดตามอาการต่าง ๆ ของ ผู้ฟื้นตัว COVID-19 หรือว่าประโยชน์ต่าง ๆ อย่างที่ แหวน Samsung ทำงานได้นะครับ ถามว่าเมืองไทยเรามีไหมนะครับ มอ. เองก็มี ใช่ไหมครับ ท่านรองอธิการฯ ในส่วนของอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นะครับ มอ. เองก็มีการพัฒนา ในส่วนของนาฬิกาอัจฉริยะนะครับ บริษัท โพโมะเฮ้าส์ ก็มีการพัฒนา ในการที่ให้เด็กใส่ แล้วเผื่อเด็กหลงทางนะครับ จะได้ไปตามตัวเจอ แอป Lumosity นะครับ จะมีการวัดระดับการทำงานของสมอง หรือ A-MED ของ สวทช. เองก็มีการทำระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ สำหรับผู้สูงอายุนะครับ ผู้ป่วย เพื่อดูว่า ถ้าเกิดว่าหกล้มนี่ ลูกหลานจะได้เข้าไปช่วยได้ทันนะครับ เราจะได้ยินคำเหล่านี้เยอะขึ้นในช่วงใกล้ ๆ นี้ ไม่ว่าจะเป็น Wearable Device ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไบโอเซนเซอร์นะครับ ครึ่งทางแล้วครับ เทคโนโลยีที่ 6 นะครับ เทคโนโลยีที่ 6 เป็นเทคโนโลยีคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูล พวกเราใช้พาสเวิร์ดกันเก็บข้อมูลนะครับ แล้วก็จะมักจะได้ข่าวเสมอว่า เดี๋ยวบางทีเซิร์ฟเวอร์ก็โดนแฮก เราไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่ข้อมูลเราไปเก็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ ปรากฏว่าเซิร์ฟเวอร์โดนแฮก ข้อมูลของคนเป็นล้านหลุดออกไปพร้อมกัน ตัวนี้จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ครับ ในการที่เชื่อไหมครับ เซิร์ฟเวอร์โดนแฮกก็ไม่เป็นไรนะครับ เซิร์ฟเวอร์โดนแฮกไม่เป็นไร ข้อมูลเรายังปลอดภัย ข้อมูลนี้เรียกว่า Privacy-Enhancing Technologies หรือ PETs ไม่ใช่ขวด PET นะครับ PETs ปกป้องข้อมูลท่านตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางจนกระทั่งท่านได้รับข้อมูลกลับมาอีกครั้งหนึ่งนะครับ เรื่องของข้อมูลรั่วไหลเป็นเรื่องใหญ่มาก Samsung เองก็โดนนะครับ วิศวกรพัฒนาซอฟต์แวร์เอาตัวโค้ดไปให้ ChatGPT รีวิวนะครับ ในขณะที่รีวิวปรากฎว่า ซอฟต์แวร์นี่ รั่วไหลออกไปนะครับ บริษัท MediSecure นะครับ ของออสเตรเลียโดน Ransomeware นะครับ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแถว ๆ สระบุรี ก็โดน Ransomeware แล้วไฮแจ็กข้อมูลแล้วต้องไปจ่ายค่าไถ่กันนะครับ บริษัท SnowFlake เช่นเดียวกันครับ ทำข้อมูลของลูกค้ารั่วนะครับ ต้องไปจ่ายค่าเสียหาย ท้ายที่สุดนี่ หุ้นตกไปเกือบ 1 ใน 4 นะครับ ทหารสหรัฐ อันนี้อาจจะมองเป็นโจ๊กก็ได้ ใส่ Smart Watch แล้วก็ไปออกกำลังกายครับ ทำให้… มันมี Geotracking ทำให้รู้ว่าฐานลับที่กำลังฝึกน่ะ อยู่ตรงไหนนะครับ ดังนั้นข้อมูลมีความสำคัญมาก ในส่วนของการป้องกัน ถ้าเรามาดู ที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อครู่ ปกตินี่ เราเข้ารหัส ส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ แล้วก็ถอดรหัส เพื่อที่จะเอาข้อมูลเหล่านั้นไปประเมินผลไปเก็บไปวิเคราะห์นะครับ เมื่อจะรับข้อมูลอีกครั้ง ก็เข้าให้เซิร์ฟเวอร์เข้ารหัสใหม่แล้วส่งมาให้เรา เรากลัวแต่ตอนส่ง เหมือนกับเราขนส่งสินค้าไป แล้วอยู่ในเซฟนะครับ ดังนั้นเราขนส่งสินค้าไป เรามีการ Encrypt ระหว่างเส้นทางเท่านั้น ไปอยู่ในเซฟนี่ เราคิดว่าข้างในเซฟมันปลอดภัย แต่ถ้าโดนเจาะเซฟนี่ สินค้าหาย วิธีการป้องกันครับ ข้อมูลนี่ Encrypt แล้ว เวลาที่เซิร์ฟเวอร์จะคำนวณ นักคณิตศาสตร์จะเก่งครับ จะบอกว่าเวลาวิเคราะห์ผลนี่ คุณไม่ต้องถอดรหัสคุณก็วิเคราะห์ผลได้ ตัวอย่างที่ใครเป็นนักคณิตศาสตร์นักฟิสิกส์จะรู้ เวลาที่เรามีข้อมูลชุดหนึ่ง ถ้าเราทำ Fourier Transform ทำ Fourier Transform ไปอยู่ใน Space ของ ของ Fourier แล้วนี่ เราสามารถที่จะทำการคำนวณใน Space นั้น โดยไม่จำเป็นที่จะต้อง Convert มันกลับมาเป็น Space จริงนะครับ แล้วได้ผลการคำนวณที่สมมูลกัน อันนี้เหมือนกันเลยครับ เราสามารถที่จะเข้ารหัส แล้วก็ไปที่เซิร์ฟเวอร์ เซิร์ฟเวอร์สามารถที่จะแปลงผลได้โดยไม่ต้องถอดรหัส แล้วก็ส่งผลที่แปลงได้นั้นกลับมา แล้วมาถอดรหัสตรง ๆ ที่ผลปรายครั้งเดียวนะครับ อันนี้คือ PETs ครับ ดังนั้นจะเห็นว่า แม้ว่าเจาะเข้าไป เซิฟเวอร์ได้ ก็เห็นข้อมูลที่ถูกใส่รหัสอยู่นะครับ ดังนั้น จะไม่มีใครเห็นข้อมูลของท่านเลย อันนี้ถามว่า เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่มีใครทำใช่ไหม ท่าน… เรามาเล่าให้ฟังบนจินตนาการใช่ไหม ไม่ครับ ใช้แล้วนะครับ ปัจจุบันเทคโนโลยี PETs มีการใช้แล้ว เช่น บริษัท Enveil นะครับ บริษัท TripleBlind บริษัท Inpher ในสหรัฐ เกี่ยวกับเรื่องของการเงินเรื่องของสุขภาพ ไล่ไปจนถึงเรื่องของเอชอาร์ การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน บริษัท Zama นะครับ ทำเกี่ยวกับ Biometrics Authentication หรือว่าการทำ Transaction ที่เป็นความลับ อันนี้ระดับโลกมี สวทช. เองก็มีครับ NECTEC สวทช. พัฒนา ตัวที่เรียกว่า Cyblion นะครับ เหมือน… ชื่อสุนัขไซบีเรียนนี่นะครับ Cyblion ก็เช่นเดียวกันนะครับ สามารถที่จะใช้งานจริงในโรงงานแล้ว เก็บข้อมูลให้นะครับ ดังนั้นในอนาคตนี่ ท่านอาจจะได้ยิน คำเกี่ยวกับเรื่องของ PETs เรื่องของการ Encrypt ข้อมูล โดยที่ เป็น Privacy ใน Cloud ก็คืออยู่บน Cloud แต่ว่าใครเจาะ Cloud เข้าไปแอดมินของ Cloud ไม่เห็นข้อมูลท่าน จะเห็น ได้ยินมากขึ้นเกี่ยวกับคำว่า Encryption Decryption นะครับ เทคโนโลยีต่อไปครับ หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย เห็นหุ่นยนต์หลายตัวเดินในงานนะครับ หลายคนคงคิดว่ามาเป็น รปภ. บ้านฉันได้ไหม มาเป็น รปภ. คอนโดเราได้ไหม ถ้าเราไปสนามบินต่างประเทศ จะเริ่มเห็นนะครับ สนามบินเรา มีหุ่นยนต์ทำอะไรครับ ทำความสะอาดนะครับ แต่ว่าหุ่นยนต์พอมีความสามารถทำได้หลายเรื่องมากขึ้น จะเป็น Security Guard ได้ด้วยนะครับ เราจะเห็น Movement ของน้องหมาที่เป็นหุ่นยนต์ ต่อไปคนก็เหมือนกันนะครับ สามารถที่จะจำลองหุ่นยนต์ที่ทำงานได้เหมือนคน การรักษาความปลอดภัยในปัจจุบันนะครับ มีทั้งในเรื่องของพื้นที่สำคัญต้องเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย บางครั้งพื้นที่ขนาดใหญ่มาก สงสารพี่ รปภ. ต้องเดินไปตลอดพื้นที่นะครับ พื้นที่เสี่ยงอันตราย บางทีเจ้าหน้าที่ก็เข้าไปได้ยาก หรือว่าพื้นที่ความมั่นคงนะครับ มีเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก กรณีภาคใต้ของเรา การใช้หุ่นยนต์ ความปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจการนะครับ อันนี้ยังไม่นับว่า บางครั้ง ร ต้องไปคัดกรอง รปภ. ซึ่งแต่ละคนนี่ เขามีความจำเป็นส่วนตัวในบางครั้งบางขณะ หุ่นยนต์จะไม่มีอันนี้นะครับ แล้วจะไม่ทำให้เกิดการที่เขาทุจริตเสียเองนะครับ ดังนั้นจุดเด่นของหุ่นยนต์มีหลากหลายครับ ทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่เหนื่อยนะครับ แล้วก็ในบางที่นี่ไม่เหมาะสำหรับคนที่จะเข้า หุ่นยนต์ก็เข้าไปได้นะครับ แล้วก็บอกให้ทำอะไร ก็ทำอย่างนั้นอย่างเคร่งครัด ไม่มีง่วงนอน ไม่มีหลับนะครับ ไม่มี เอ๊ย เคยเฝ้าตรงนี้มา 300 วันไม่เห็นมันมีปัญหาเลย ก็จะเริ่มรีแลกซ์นะครับ หุ่นยนต์บอกให้ทำอะไรซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น เพราะว่าทำอยู่อย่างนั้น วิเคราะห์พฤติกรรมของเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยได้นะครับ โดยที่หุ่นยนต์แต่ละตัวก็จะเรียนรู้จากประสบการณ์ของหุ่นยนต์ตัวอื่นด้วยนะครับ อันนี้เป็น เป็นเรื่องของ Big Data ว่าเคยมีสถานการณ์อย่างนี้แล้วเกิดอย่างนี้ขึ้น ดังนั้น เกิดที่บริษัท A บริษัท B ก็เรียนรู้ด้วยนะครับ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายแม้ว่าจะสูงในระยะแรกนะครับ ต่อไปใน Long Run แล้วคุ้มครับ ตัวอย่างนะครับ ก็จะมีครับ อันนี้นะครับ จะเป็นตัวอย่างของหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยที่เริ่มใช้ทั้งในญี่ปุ่น สหรัฐฯ สิงคโปร์ ต่อไปเมืองไทย ก็จะเป็นโอกาสนะครับ โดยเฉพาะปัจจุบันนี่ ใช้ในพื้นที่ที่มีคนมากนะครับ แนวโน้มนะครับ คาดว่าจะมีการเติบโตโดยที่ 2027 นี่ อาจจะมีมูลค่าสูงถึง 70,000 ล้านเหรียญนะครับ หรือเติบโตเช่นเดียวกันครับ ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปีนะครับ ถามว่า สวทช. มีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องไหม มีค่อนข้างครบ เรายังไม่ได้ประกอบเป็นหุ่นยนต์นะครับ รักษาความปลอดภัย แต่ว่าเชื่อว่าไม่ใช่เพียงแค่ สวทช. ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็มีคนที่มีองค์ความรู้ด้านหุ่นยนต์ ด้าน Automation ด้านการสื่อสาร แล้วก็ด้านเอไออยู่ ซึ่งสามารถที่จะมาประกอบกันเป็นหุ่นยนต์ได้นะครับ เราจะได้ยินคำว่า Security Robot มากขึ้น ในอนาคตอันใกล้นะครับ เทคโนโลยีที่ 8 ครับ เราเห็นรัฐบาลโพรโมตการใช้รถ EV เยอะ หลาย ๆ ประเทศ Shift มาใช้ EVเยอะ ด้วยเหตุผลหลักก็คือเรื่องของโลกร้อน เรากลัวว่าจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์นะครับ ทีนี้ปัญหาใหญ่อันหนึ่งของการใช้รถ EV ก็คือเรื่องของแบตเตอรี่นะครับ ผู้ประกอบการหลายท่านอาจจะได้ยินได้ฟังว่า ตัวแบตเตอรี่ที่ใช้ใน EV นี้ใช้ลิเทียม ลิเทียมจะเป็นธาตุหายาก จะราคาแพง แต่อีกปัญหาหนึ่งครับ แต่ก่อนนี่ เราใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรด จำได้ไหมครับ แล้วยุคหนึ่งนี่ เพียงแค่แบตเตอรี่ที่ใช้ในการสตาร์ตรถนี่ ถูกทิ้งอย่างไม่เป็นระบบ ก็ทำปัญหาสิ่งแวดล้อม ตะกั่วเป็นพิษนะ จนกระทั่งต้องพัฒนาแบตเตอรี่ยุคใหม่กัน รถ EV นี่ใช้แบตเตอรี่เยอะมาก ทั้งฐานของรถนี่ เป็นแบตเตอรี่นะครับ ถามว่าตอนที่เลิกใช้ EV กัน แบตเตอรี่เหล่านี้จะไปไว้ไหน ดังนั้นมันต้องมีเทคโนโลยีรีไซเคิลที่ดีครับ เพราะว่า ในปี 2030 นี่ คาดว่านะครับ ความต้องการลิเทียมไอออนแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 10 เท่านะครับ คราวนี้เพิ่มขึ้น 10 เท่าเมื่อแบตเตอรี่ ลิเทียมไอออนเหล่านี้ Retire มันก็จะเป็นปัญหาเช่นเดียวกันนะครับ เราก็จะเห็นว่า อะไรที่เราจะจัดการแบบนี้ เราต้องจัดการอย่างเป็นระบบ ต้องมีกระบวนการรีไซเคิล เราเอาไปเผาแบบเดิมไม่ได้แล้ว เราไปใช้ตัวทำละลาย ทำละลายแล้ว สกัดเอาเฉพาะสิ่งที่ต้องการแบบเดิมไม่ได้แล้ว เราจะต้องทำ Direct Recycle แบตเตอรี่ เอามา Dissemble ครับ เอามาถอดออกเป็นชิ้น ๆ แล้วแยกส่วน ซึ่งแบตเตอรี่ยุคใหม่ เริ่มเป็นอย่างนี้ เริ่มถูกออกแบบตั้งแต่วันแรก ว่าเป็นแบตเตอรี่ที่สามารถที่จะรีไซเคิลได้ ดังนั้นกระบวนการรีไซเคิลแบตเตอรี่ ณ วันนี้ยังไม่มี ธุรกิจนี้อยู่ในตลาดนะครับ เพราะว่า แบตเตอรี่มันยังไม่ค่อยหมดอายุ แต่ว่ามันจะเป็นโอกาสครับ ในการที่จะสร้างธุรกิจใหม่ เมื่อแบตเตอรี่เหล่านี้หมดอายุนะครับ โดยที่กลไกนะครับ ก็คือ แบตเตอรี่ยุคใหม่จะถอดขั้วได้ง่าย จะแยกแคโทด แยกแอโนด แล้วก็แยกเฉพาะสาร เพื่อที่จะเอาเฉพาะสารนั้นไม่ใช่เอาไปหลอมรวมทั้งก้อน เอาเฉพาะสารนั้น ไปคัดเอาเฉพาะสิ่งที่ต้องการ หลาย ๆ ส่วนครับ สามารถที่จะ Recover กลับมาได้ 90 เปอร์เซ็นต์ นะครับ แล้วทำให้ความต้องการในการใช้สารใหม่ลดลง มีคำถามทันทีว่า ทำอย่างนี้แล้วราคาแพงไหม แพงครับ ราคาแพง แต่ว่าเป็นราคาที่พวกเราต้องจ่าย เพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้อยู่ได้ เรื่องเดียวกันกับ CBAM เรื่องเดียวกันกับคาร์บอนเครดิต เรื่องเดียวกันกับพลังงานไฟฟ้าสีเขียวนะครับ เรื่องเดียวกัน ที่ถามว่าในอนาคตอันใกล้จะเริ่มตระหนักมากขึ้น แล้วก็แบตเตอรี่แบบเดิม การรีไซเคิลแบบเดิม การเอาไปเผาทำลายจะถูกแบนครับ แล้วคนที่ผลิตแบตเตอรี่แบบเดิมจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้นะครับ นั้นอนาคตมีเยอะ เพราะว่าจะใช้นวัตกรรม ในการที่จะสกัดสารกลับมาใช้ได้ใหม่นะครับ จะรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แล้วก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ที่ ต้องการสิ่งแรก อย่างที่เราบอก มันจะช่วยบรรเทาปัญหาความต้องการ Transition Metal เช่น ลิเทียม หรือว่า Transition Metal อื่นนะครับ วานาเดียมโครเมียมที่ใช้อยู่ในแบตเตอรี่ไปได้เยอะ เทคโนโลยีถัดไปครับ ไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์นะครับ เป็นความฝันของนักวิทยาศาสตร์ เพราะอะไรครับ พวกเราเรียนกันมาตลอดว่า ไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจนแล้วได้น้ำ H2O นะครับ ไฮโดรเจน 2 อะตอม อะ ออกซิเจน 1 อะตอม รวมกันเป็นน้ำ ดังนั้น ตัวไฮโดรเจนซึ่งเป็นก๊าซที่มีพลังงานศักย์ทางเคมีสูงนี่ เมื่อมาผสมกับออกซิเจนเกิดการระเบิด แล้วให้พลังงานออกมา ได้น้ำที่สะอาดมาก ๆ ดังนั้น เป็นความฝันครับ เพราะว่าตัวการที่เราเอาน้ำมาแยกออกมาเป็นไฮโดรเจนกับออกซิเจน ก็คือการชาร์จแบตเตอรี่ดี ๆ นี่แหละ แล้วหลังจากนั้นเอาเฉพาะไฮโดรเจนไปรวมกับออกซิเจนที่ไหนก็ได้ ก็คือการใช้พลังงาน แล้วได้อะไรกลับมาก็คือได้น้ำ แทนอะไรครับ แทนแบตเตอรี่ได้เลย ถ้าเกิดว่าสามารถที่จะใช้ไฮโดรเจนได้ ปัญหาใหญ่ของพวกเราคืออะไรครับ ไฮโดรเจนมันเอาไปไหนมาไหนได้ยากมากนะครับ มันต้องอัดใส่ถัง จะเอาไปเยอะ ๆ นี่นะครับ ดังนั้น แต่ก่อน ตั้งแต่มีอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่บอลลูนระเบิด คนก็กลัว ไม่กล้าใช้ไฮโดรเจนกันเลย ตอนที่แต่ก่อนไฮโดรเจนเนื่องจากมีคุณสมบัตินอกจาก เป็นตัวก๊าซที่พลังงานสูงแล้ว มันยังมีน้ำหนักเบานะครับ ตอนนั้นเอาไฮโดรเจนไปเติมบอลลูนแล้วก็ลอยกัน หลายท่านคงเคยได้ยินข่าว ปัจจุบันครับ รถยนต์เรากำลังจะเปลี่ยนจากรถยนต์สันดาปไปเป็น EV ซึ่งมองว่าเป็นทางออก เพราะว่าจะได้เลิกใช้น้ำมันนะครับ โดยที่พลังงานไฟฟ้าที่เอามาชาร์จ EV ก็ต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือต้องเป็นพลังงานสีเขียวนะครับ ต้องได้พลังงานจาก การพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์นะครับ พลังงานน้ำนะครับ เป็นพลังงานสีเขียว จะได้เอามาชาร์จแบตเตอรี่แล้วใช้ แต่ผมเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ว่ามันเนื่องจากแบตเตอรี่มันไม่ได้สะอาดซะทีเดียว มันก็จะเป็นปัญหาใหม่ แต่ว่าถ้าเป็นไฮโดรเจนนี่มันโอเคเลยนะครับ นอกจากนั้นนะครับ ในส่วนของรถ ใช้ไฮโดรเจนนี่ มันมีโอกาสได้ไฮโดรเจนมาหลากหลายทาง ทางหนึ่งตรง ๆ เลยก็คือที่ผมพูดไปเมื่อครู่ แยกน้ำด้วยไฟฟ้า ถ้าเราเอาพลังงานแสงอาทิตย์ในการแยกน้ำ เราก็จะได้ก๊าซไฮโดรเจน ขนก๊าซไฮโดรเจนไปบนรถ ใช้ก๊าซไฮโดรเจนเสร็จ ผลผลิตที่ได้ก็คือแค่น้ำ น้ำทิ้งไหนก็ได้นะครับ ดูดน้ำจากไหนก็ได้มาแยกด้วยไฟฟ้าใหม่ รถก็ใช้อย่างนี้ได้นะครับ ตอนนี้เป็นเส้นทางที่ดีมากในการที่จะเปลี่ยนในส่วนของพลังงานสีเขียว มาเป็น… มาใช้ในรถยนต์นะครับ นอกจากนั้นนะครับ ประเทศไทยเรายังมีพวกชีวมวลอยู่เยอะนะครับ มีมูลสัตว์ มี Wastewater จากอุตสาหกรรมซึ่งพวกเราเอาไปใช้ทำอะไรครับ ไปใช้ผลิตก๊าซมีเทน ถูกไหมครับ แล้วมักเอาก๊าซมีเทนมาใช้ เพื่อ การให้ความร้อน ไปทำนั่นทำนี่ทำโน่น อันนี้คือในภาพของโรงงาน ถามว่า ควรสนับสนุนไหม ไม่ค่อยดีครับ เพราะว่าพอเราเอาก๊าซมีเทนมาใช้นี่ มันจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมานะครับ แต่จริงๆนี่ มันมีกระบวนการที่สามารถเอาก๊าซมีเทนที่ได้จาก Biogas มาผ่านกระบวนการใหม่ เพื่อที่จะผลิตไฮโดรเจนนะครับ ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าแยก… แยกน้ำอย่างเดียว แต่ผ่านกระบวนการใหม่ แต่ยังมีเรื่องของการเก็บคาร์บอนจากมีเทนกลับไปนะครับ เพื่อไม่ให้ปล่อยออกมาเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งตอนนี้ กระบวนการนี้ ออกแบบมาแล้วประสบความสำเร็จพอสม เรียกว่ากระบวนการผลิตไบโอไฮโดรเจนนะครับ แล้วเมื่อได้ไฮโดรเจนแล้ว ปัจจุบันถังเบาลงเยอะ ถังโลหะที่เคยต้องหนาตึ้บในการเก็บก๊าซไฮโดรเจนที่ความดันสูงนี่ เบาลงเยอะ ทำให้ ความคิดในการที่จะใช้ไฮโดรเจนเป็นจริงนะครับ ไบโอไฮโดรเจนนี่ราคาถูก ไม่ต้องแปลงจากพลังงานไฟฟ้าไปเป็นพลังงานสีเขียวไปเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้าไปแยกน้ำอีกทีหนึ่ง แต่โดยตรงเลย ได้ก๊าซมีเทน เอาก๊าซมีเทนมา ผลิตไบโอไฮโดรเจน จะลดการสร้าง Carbon Footprint จากกรณีที่เราใช้มีเทนแล้วไปเผาไหม้เพื่อที่จะให้ความร้อนนะครับ ทำกระบวนการเหล่านี้ได้ขายเป็นคาร์บอนเครดิตได้อีกในอนาคตนะครับ ปัจจุบันถามว่ามีการนำร่องไหม ก็จะมีสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนนะครับ จริง ๆ ที่ญี่ปุ่นมีมาก่อนหน้าแล้วนะครับ ของเรานี่ จะมี ปตท. OR Toyota แล้วก็ BIG นะครับ จะเปิดสถานีต้นแบบไฮโดรเจนแห่งแรกครับ ในส่วนของที่โอลิมปิกปารีสนะครับ ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี่ ก็มีการ สร้างความตระหนักโดยโตโยต้าใช้รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน 500 คันรับส่งนักกีฬานะครับ เพื่อที่จะจุดประกายให้โลกเห็นว่าไฮโดรเจนใช้งานได้จริง เราจะได้ยินเยอะขึ้นนะครับ เกี่ยวกับ Blue Hydrogen เกี่ยวกับ Green Hydrogen เกี่ยวกับ Carbon Footprint เกี่ยวกับ Carbon Credit หรือปัจจุบันได้ยินแล้วคือ CBAM นะครับ เทคโนโลยีสุดท้ายแล้วครับ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำครับ นะครับ ปัจจุบันเราเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้วยเทคโนโลยีที่เอากระชังไปนะครับ โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่เป็นสัตว์น้ำกร่อยนะครับ เอากระชังไปแล้วก็ขังเขาไว้ในแหล่งน้ำธรรมชาตินะครับ ถามว่าอันนี้มทีข้อด้อยไหม มีหลายอย่างนะครับ มันไม่สามารถที่จะป้องกัน ตัวเชื้อโรคที่มาจากข้างนอกได้ อันที่ 1 อันที่ 2 คือใช้พื้นที่มากนะครับ ใช้น้ำเยอะ เวลาที่มีอุทกภัยเวลาที่มีปัญหากับข้างนอกกระทบข้างในด้วยนะครับ แล้วก็เวลาที่ข้างในมีปัญหาก็สร้างมลพิษกับข้างนอกด้วยเหมือนกันนะครับ การแก้โรคของสัตว์น้ำก็ยาก เพราะว่ามันเป็น Reservoir เดียวกันทั้งภายในและภายนอก เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยระบบน้ำหมุนเวียนนี่ เป็นเทคโนโลยีที่จะว่าใหม่ก็ไม่ใหม่นักนะครับ แต่ว่ามีการพัฒนามาจนถึงปัจจุบันนี่ ถึงจุดที่ Feasible ในการที่จะทำทางธุรกิจได้เป็นอย่างดีนะครับ ข้อดีนะครับ ก็คือใช้น้ำแล้วก็หมุนวน ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำ แต่ว่าใช้วิธี Treatment หรือฟื้นฟูน้ำแทน เติมออกซิเจนนะครับเวลาจะให้ยาก็ให้ยาในระบบนี้นะครับ เราสามารถที่จะหมุนเวียนน้ำได้เร็วเท่าที่การบำรุงรักษาสภาพน้ำในที่ที่เราเลี้ยงสัตว์น้ำไว้นี้ต้องการนะครับ แล้วเราก็ควบคุมอาหาร เราสามารถควบคุมการให้ยาตรวจสภาพน้ำเมื่อมันวิ่งผ่านได้ทุกขณะนะครับ มันจะเป็นยุคถัดไปของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยระบบน้ำหมุนเวียนนะครับ มันสามารถที่จะออกแบบให้ระบบเหมาะสม ลดต้นทุนได้ในหลายกรณี แล้วก็เหมาะสำหรับการเลี้ยงปัจจุบันนะครับ สัตว์น้ำมูลค่าสูง เช่นปลาแซลมอน เช่นปลาเทราต์นะครับ เพราะมันคุมอุณหภูมิน้ำได้ด้วยนะครับ ดังนั้น และเลี้ยงให้มันหนาแน่นมาก ๆ จะลดการที่ลด Cost ลงได้พอสมควรนะครับ ปัจจุบันนะครับ บริษัทเพาะเลี้ยงกุ้งรายใหญ่แห่งหนึ่งของภาคใต้นะครับ ได้นำเทคโนโลยี RAS นี่นะครับ หรือว่าเทคโนโลยี Recirculating Aquaculture System นะครับ มาใช้แล้ว แล้วก็ร่วมกับนักวิจัย สวทช. ในการช่วยดูแลระบบ ข้อเสียก็มีนะครับ เช่น ต้องระวังไม่ให้ระบบล่มนะครับ ต้องระวังในส่วนของการดูแลตรงนี้อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันนะครับ เราเล่ามาทั้งหมด 10 เทคโนโลยีนะครับ ครึ่งหนึ่งจะเห็นว่าเป็นดิจิทัลเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ AI นะครับ จะมี 3 เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับสุขภาพนะครับ 2 เทคโนโลยีเกี่ยวกับพลังงาน แล้วก็เทคโนโลยีหนึ่งเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนะครับ จะมาถึงตรงนี้ไม่ได้ครับ ถ้าไม่ได้องค์รวมของคณะทำงานนะครับ ที่ช่วยกันรังสรรค์แล้วก็ดูว่าเทคโนโลยีอะไร กำลังจะเป็นเทคโนโลยีที่ผุดขึ้นมานะครับ ถูกหรือเปล่า รออีก 3 ปี 5 ปีนะครับ แล้วเราจะพบกันในเวทีนี้ทุกปีครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (คุณอติชาญ) ขอเสียงปรบมือครับ ให้กับศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นอย่างสูงนะครับ สักครู่หนึ่งนะครับ บนหน้าจอจะมีการแสดงคิวอาร์โค้ดนะครับ เป็นแบบสอบถามนะครับ ความพึงพอใจรวมถึงข้อเสนอแนะนะครับ เกี่ยวกับการบรรยาย พิเศษเรื่อง 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองหรือว่า 10 Technolgies to Watch นะครับ เพื่อนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปในอนาคตนั่นเองครับ ท่านจะเห็นคิวอาร์โค้ด 2 คิวอาร์โค้ดนะครับ ด้านซ้ายจะเป็นแบบสอบถามนะครับ ส่วนด้านขวานะครับ จะเป็นสไลด์ที่ท่านศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ได้พรีเซนต์เมื่อสักครู่นี้นะครับ สามารถที่จะนำไป ศึกษาเพิ่มเติมได้นะครับ แต่ละสไลด์จะมีที่มาที่ไป มีข้อมูล มีลิงก์นะครับ ที่จะให้เราไป ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้มากกว่าที่เราได้ฟังบรรยายไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ รวมถึงคุณผู้ชมที่ชมผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์นะครับ ที่อาจจะรับชมไม่ทันเมื่อสักครู่นี้ สามารถที่จะรับชมย้อนหลังได้ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ ผ่านทางเฟสบุ๊กเพจของทางสวทช. นั่นเองครับ ตอนนี้ก็ถ่ายรูปสไลด์นี้เก็บไว้ก่อนนะครับ ทางบ้านก็แคปเจอร์หน้าจอคิวอาร์โค้ดนี้เก็บไว้ก่อนได้นะครับ เพื่อที่จะดูย้อนหลังได้ครับ