สวัสดีครับ ขอต้อนรับ พี่น้องประชาชนและก็พี่น้องสื่อมวลชนนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าวของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. ประจำวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 นะครับ ในช่วงต้นจะเป็นการแถลงโดยภาษาไทย แล้วก็จะเป็นการสรุปโดยภาษาอังกฤษในภายหลังนะครับ [ภาษาต่างประเทศ] ในส่วนของประเด็นแรกที่อยากจะขอชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบครับ ก็คือในเรื่องของสถานการณ์ในภาพรวมบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชานะครับ ก็ปรากฏในส่วนที่ผ่านมานะครับ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็คือทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังมีการวางกำลังในพื้นที่ในที่มั่นของตนเองนะครับ ไม่มีการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญครับ ทั้งนี้ก็มีรายงานว่าทางฝ่ายกัมพูชาครับ ก็ได้มีการดัดแปลงที่มั่น และมีการเพิ่มเติมกำลังในพื้นที่หลัก ประกอบไปด้วย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ช่องโดนเอาว์ ช่องคานม้า ช่องตาเฒ่า สัตโสม และภูผีนะครับ โดยมีการเพิ่มเติมกำลังเข้ามาทดแทนกำลังที่สูญเสียในแต่ละพื้นที่ครับ เป็นข้อบ่งชี้ได้ว่า ทางฝ่ายกัมพูชานั้นได้รับการสูญเสียเป็นจำนวนมากครับ ประเด็นที่ 2 ก็ในเรื่องของการปฏิบัติต่อเชลยศึกนะครับ ซึ่งปรากฏเป็นข่าวมากมายเลยทีเดียวในช่วงเวลาที่ผ่านมานะครับ ก็อย่างที่ได้ทราบกันแล้วนะครับว่าในปัจจุบันนั้นเราก็ได้มีการควบคุมตัวเชลยศึกจำนวน 20 นายนะครับ แล้วก็ได้ส่งกลับไปแล้ว 2 นายเนื่องจากว่า 2 นายนั้นได้ป่วยบาดเจ็บ แล้วก็อีกท่านหนึ่งก็คือป่วยทางจิตนะครับ ก็คงเหลือในปัจจุบันก็คือเพียง 18 นายที่อยู่ในการควบคุมตัวของฝ่ายไทยครับ ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่านะครับ อันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาได้มีการส่งคำร้องไปยังสำนักข่าว… สำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติหรือ OHCHR นะครับ โดยกล่าวหาว่าฝ่ายไทยนั้น ได้ควบคุมตัวทหารกัมพูชา ซึ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ถือว่าเป็นความพยายามที่บิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิงนะครับ อันนี้ฝ่ายไทยนั้นประณามในเรื่องของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของทางฝ่ายกัมพูชาในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งอยากจะชี้แจงให้เรื่อง… ให้ทุกท่านได้ทราบว่า ทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดนี่นะครับ ถือว่าเป็นเชลยศึกครับ คำว่า “เชลยศึก” นั้นมีนิยามคำจำกัดความว่า เป็นผู้สังกัดในกองทัพภาคีคู่พิพาทนะครับ ไทยและกัมพูชาก็ถือว่าเป็นภาคี อนุสัญญาเจนีวา ซึ่งมีการบ่งชัดในเรื่องของการปฏิบัติต่อเชลยศึกครับ และอนุสัญญาเจนีวานี้เองก็ได้มีผลบังคับใช้ในประเทศที่มีสงครามหรืออยู่ในสภาวะที่ขัดกันด้วยอาวุธ หรืออยู่ใน Armed Conflict นั่นเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อหรือเป็นเงื่อนไขนะครับ ที่เราปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกควบคุมตัวได้ในฐานะเป็นเชลยศึกครับ การปฏิบัติของฝ่ายไทยต่อเชลยศึกที่ผ่านมานะครับ เราก็ได้มีการปฏิบัติโดยมีการเคลื่อนย้ายเชลยศึกทั้งหมดออกจากพื้นที่ที่เสี่ยงทันทีครับ อันนี้เราได้ดำเนินการไปแล้ว แล้วก็นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่เราได้ดำเนินการก็คือได้จัดให้มีแพทย์ตรวจร่างกายและสุขภาพของเชลยศึกทันทีครับ จากนั้นเราก็ได้มีการช่วยเหลือในการจัดหาอาหารน้ำดื่มเสื้อผ้าอย่างเหมาะสมและเพียงพอ ได้โดยทั้งนี้นะครับ อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วก็เราได้มีการ ปล่อยตัวผู้บาดเจ็บไปแล้ว 2 นายนะครับ ก็เนื่องจากว่าสภาวะของทั้ง 2 นายนั้น สุขภาพไม่ดีพอนะครับ ทั้งนี้นะครับ เมื่อสภาวะของการขัด ด้วยการขัด… การขัดกันด้วยอาวุธนะครับ ก็คือสภาวะของการรบนั้น สิ้นสุดลงนี่ หน้าที่ของประเทศที่ควบคุมตัวเชลยศึกต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะมีหน้าที่ในเรื่องของการปล่อยตัวกลับประเทศครับ ซึ่งปัจจุบันนี้ถือว่าสถานะนั้นยังไม่สิ้นสุดลงนะครับ ก็เพราะว่าการแค่หยุดยิงนั้นไม่ถือว่าเป็นการสิ้นสุดสภาวะการขัดกันด้วยอาวุธครับ การปฏิบัติที่ผ่านมาอย่างที่ผมบอกไปแล้วนะครับ ก็เรายังควบคุมตัวไว้ทั้งหมด 18 นายนะครับ นอกจากนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศเองนี่ ก็ได้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights นะครับ OHCHR นะครับ ประท้วงต่อข้อกล่าวหาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชานะครับ ที่กล่าวหาว่าไทยเรานั้นละเมิดการปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัวหรือเชลยศึกต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ นอกจากนี้นะครับเพื่อเป็นการแสดงความโปร่งใสนะครับ แล้วก็เผยแพร่ข้อเท็จจริงให้ประชาคมโลกทราบนะครับ ในสัปดาห์นี้เอง ฝ่ายไทยก็ได้เชิญผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศหรือInternational Committee of the Red CrossL: ICRC นะครับ รวมถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ OHCHR นั้น ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวด้วยครับ ประเด็นถัดมาครับ ก็เรื่องของตามที่ปรากฏในข่าวนะครับ เรื่องของศพของทหารกัมพูชานะครับ ก็สังเกตได้ว่ารัฐบาลและกองทัพกัมพูชานั้นมีการเพิกเฉยแล้วก็มีการละเลยต่อการปฏิบัติต่อศพทหารของตนเองนะครับ ทั้งนี้เอง ประเทศไทยนี่ก็ขอเน้นย้ำว่าเรายึดในเรื่องของหลักมนุษยธรรมเสมอมา และแม้จะเป็นการ… แม้ว่าเราเป็นฝ่ายถูกกระทำนะครับ ก็ยังเคารพต่อชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์ ไม่ว่าผู้นั้นจะสังกัดชาติใดครับ โดยการปฏิบัติที่ผ่านมานะครับ เราได้เล็งเห็นว่าการปฏิบัติต่อศพของทางฝ่ายกัมพูชานั้น ได้มีการละเมิดหลักมนุษยชนมนุษยธรรมสากลขั้นพื้นฐานนะครับ นั่นก็คือการทอดทิ้งร่างผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะทหารของตนเอง ไม่ใช่เพียงแต่การขัดต่อหลักศีลธรรม แต่ยังเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจนด้วยนะครับ อันนี้เราอ้างอิงต่อหลักฐานของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 และ 4 ว่าด้วยการเก็บรักษาและเคารพร่างผู้เสียชีวิตจากการสู้รบครับ ประเด็นที่ 2 ที่เราเห็นการปฏิบัติของทางฝ่ายกัมพูชาที่ละเมิดเพิกเฉยนะครับ อันนั้นก็คือการละเมิดต่อเกียรติยศของกองทัพกัมพูชาเองนะครับ นั่นก็คือการไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อร่างของทหารตนเองที่เสียชีวิต ย่อมสะท้อนถึงการละเลยศักดิ์ศรีของความเป็นทหารของประเทศตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าน่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สร้าง… สามารถนะครับ สร้างผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของทหารกัมพูชาที่ยังมีชีวิตอยู่ และครอบครัวของผู้ชีวิตด้วยนะครับ อันนี้ก็ตามที่เราทราบกันในสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหลายนะครับ แล้วก็มีทางฝ่ายกัมพูชา ครอบครัวของฝ่ายกัมพูชาก็ได้เรียกร้องแล้วก็ค้นหาตัวของญาติตัวเองนะครับ ที่สูญหายไป ซึ่งฝ่ายกัมพูชาก็จะสังเกตได้ว่าก็ยังเพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าวด้วย อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ต่อการจัดการศพนี่นะครับ ก็คือเรื่องของการขัดต่อหลักศาสนาวัฒนธรรมของกัมพูชาเองนะครับ ซึ่งเช่นเดียวกับประเทศไทยนั้น กัมพูชาก็เป็นประเทศพุทธนะครับ การที่ไม่จัดการศพของทหารตนเองนั้นก็ถือเป็นการละเมิดหลักศาสนาและขนบธรรมเนียมอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศแต่ละฝ่ายด้วยนะครับ ประเด็นสุดท้ายอันนี้ก็สำคัญนะครับ ก็คือเรื่องของกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขลักษณะข้ามแดนครับ การปล่อยศพไว้โดยไม่เก็บกู้อาจจะส่งผลต่อสุขลักษณะในพื้นที่ และอาจจะกลายเป็นประเด็นความเดือดร้อนที่ลุกลามนะครับ เป็นปัญหาข้ามพรมแดนด้วย อันนี้ก็ถือว่า การรักษาสุขอนามัยต่าง ๆ นั้น นอกเหนือจากเรื่องของกลิ่นนะครับ แล้วก็ยังมีในเรื่องของความสกปรกนะครับ แล้วก็อาจจะมีการโอกาสที่จะแพร่เชื้อโรคต่าง ๆ ได้ในพื้นที่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อ ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมากครับ โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณชายแดนนั้นนะครับ อันนี้ก็ขอวิงวอนแล้วก็ขอกล่าวไปยังทางฝ่ายกัมพูชาในเรื่องของการเคารพสิทธิหลักพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ของประชาชนชาวกัมพูชาโดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารที่เสียสละสู้รบให้กับประเทศท่านนะครับ ก็แจ้งผ่านไปยังทางประเทศกัมพูชาในเรื่องนี้ด้วยครับ ประเด็นที่ 3 ครับ ก็ในเรื่องของขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกทุกท่านนะครับ ในเรื่องของการงดผลิตหรือเผยแพร่ข่าวปลอมหรือ Fake News นะครับ ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้นี่แน่นอนครับ ก็มีผลกระทบต่อความวิตกกังวลของประชาชนในพื้นที่ครับ อย่างเช่นกรณีที่ผ่านมามี Fake News ในเรื่องของการเคลื่อนย้ายกำลังของทหารในพื้นที่นะครับ ทำให้เกิดความกังวลแล้วก็ตื่นตระหนกต่อประชาชนในพื้นที่ด้วย อันนี้ก็ขอวิงวอนนะครับ ว่าในเรื่องของการผลิตหรือการเผยแพร่ข่าวปลอมนั้นขอให้งดนะครับ ประเด็นที่ 4 ครับ ในเรื่องของการบินโดรนครับ จะสังเกตได้ว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานี่ มีการตรวจพบการบินโดรนโดยผิดกฎหมายอย่างมากมายเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันนี้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยครับ ได้ออกประกาศห้ามบินโดรนทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมจนถึง 15 สิงหาคมนะครับ โดยผู้ฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับนะครับ โดยขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องทหารผ่านศึกนะครับ และนักศึกษาวิชาทหารทั่วประเทศนะครับ อาศัยความรู้ความสามารถที่เราได้ร่ำเรียนมาในเรื่องของการเป็นทหารนะครับ ได้ช่วยกันตรวจสอบตรวจตรานะครับ ดูโดยเฉพาะในพื้นที่ของทัพภาคที่ 1 ทัพภาคที่ 2 นะครับ สอดส่องดูว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีหรือประสงค์ร้ายในการดำเนินการพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่นะครับ ทั้งนี้หากมีการตรวจพบนะครับ ขอให้แจ้งไปที่ศูนย์ต่อต้านโดรนหรือศูนย์แจ้งเหตุใกล้พื้นที่ของท่านนะครับ เช่นสถานีตำรวจท้องที่ หน่วยทหารหรือหน่วยความมั่นคงที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ นะครับ เพื่อช่วยดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องครับ เราทุกคนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางทหารผ่านศึกก็ดี หรือนักศึกษาวิชาทหารต่าง ๆ นะครับ รวมถึงพี่น้องประชาชนทุกทุกท่านนะครับ ทุกทุกท่านก็มี… สามารถมีส่วนร่วมได้ครับ เราร่วมกันเป็น TEAM THAILAND นะครับ เพื่อดูแลความมั่นคงของชาติด้วยกันครับ ทั้งนี้ในมาตรการเชิงรุกเองนะครับ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการครอบครองโดรนทั่วประเทศนะครับ โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยนะครับ ในเรื่องของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตบินนะครับ ข้อมูลของผู้ขออนุญาตใช้ความถี่โดยตำรวจทุกสถานีครับ จะนำข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้นี่ ตรวจสอบอากาศยานการปฏิบัติตามข้อกฎหมายอนุญาตนะครับ และนอกจากนี้นะครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ยังจะทำการประชาสัมพันธ์แล้วก็ขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนและผู้ที่ใช้อากาศยานโดรน ให้ยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดครับ ทำความเข้าใจกับประชาชนให้ตระหนักในความสำคัญไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้าม โดยได้ดำเนินการไปแล้วนะครับในบางพื้นที่และก็พบว่ายังมีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบอยู่ส่วนหนึ่งนะครับ ซึ่งได้ทำการตักเตือนแล้วก็ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งครับ ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งต่อจากนี้ไปนะครับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาดครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่อยากจะขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลการใช้โดรนโดยผิดกฎหมาย ปัจจุบันนี้ไม่อนุญาตให้บินโดรนใด ๆ ทั่วประเทศแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเป็นโดรนทางเชิงพาณิชย์ก็ดี หรือเชิงเกษตรก็ดี อีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นสุดท้ายครับ ของฝ่ายความมั่นคงครับ เรื่องของกำหนดการ GBC ที่ กำหนดเกิดขึ้นในช่วงเวลา 4-7 สิงหาคมนี้นะครับ ก็อยากจะขอเน้นย้ำว่าในช่วงเวลาวันที่ 4-6 สิงหาคม ก็ยังเป็นการประชุมของฝ่ายเลขานุการร่วมนะครับ ของฝ่ายไทยและกัมพูชา ไม่มีประเทศอื่น ๆ เข้ามาร่วมนะครับ มีแค่ไทยและกัมพูชาร่วมในการประชุมฝ่ายเลขานุการครับ จากนั้นในวันที่ 7 สิงหาคมครับ ก็จะเป็นการประชุมหลักหรือเป็นการประชุม General Border Committee นะครับ ซึ่งความหมายก็คือคณะกรรมการทั่วไปนะครับ ทำให้คณะกรรมการชายแดนทั่วไปนั่นเองนะครับ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการประชุมหลักในวันที่ 7 สิงหาคมนี้นะครับ ก็จะประกอบกับ… ประกอบด้วย เจ้ากรมกิจการชายแดนทหารครับ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกรมภูมิภาคที่ดูแลชายแดนไทย-กัมพูชานะครับ รวมไปถึงกรมสนธิสัญญาที่จะดูแลในเรื่องของตัวบทกฎหมาย นอกจากนี้ก็จะมีผู้แทนของกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงกลาโหมครับ ก็จะเป็นสำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม รวมถึงกรมพระธรรมนูญด้วยนะครับ ก็จะเข้าร่วมคณะในการประชุม นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของผู้แทนของกองทัพครับ ได้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ และก็ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ทหารบกและทหารอากาศ ประจำกรุงพนมเปญนะครับ ซึ่งเป็นผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของไทยประจำกรุงพนมเปญ นี่คือองค์ประกอบของคณะฝ่ายไทยครับ ที่จะเข้าร่วมการประชุม GBC ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคมนี้นะครับ ผู้สังเกตการณ์เน้นย้ำนะครับ ผู้สังเกตการณ์ที่มีข่าวคำถามจากพี่น้องประชาชนเยอะเลยทีเดียว ว่าผู้สังเกตการณ์นั้นจะเข้าร่วมในเวทีไหนได้บ้าง ผู้สังเกตการณ์ซึ่งในโอกาสนี้ก็จะมีมาเลเซีย สหรัฐฯ และจีนนะครับ ก็จะเข้าร่วมเฉพาะในการประชุมหลักในวันที่ 7 สิงหาคมครับ อันนี้ก็ขออนุญาตยืนยันตามนี้ครับ ต่อไปก็จะให้ทางโฆษกฝ่ายต่างประเทศได้ พูดถึงในเรื่องของประเด็นต่างประเทศครับ เรียนเชิญครับ ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ สำหรับประเด็นด้านการต่างประเทศนะคะ ที่ได้มีการหารือกันวันนี้ในที่ประชุม ศบ.ทก. นะคะ มี 2 เรื่องเด่น ๆ ที่จะนำเรียนให้พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนรับทราบนะคะ สำหรับเรื่องแรกนะคะ เกี่ยวกับการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศผ่านสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชาต่อประชาคมโลกนะคะ ตลอดช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมา ท่านเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลก รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงยังคงใช้โอกาสต่าง ๆ ที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทยผ่านช่องทางการทูตและเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องนะคะ เช่น การชี้แจงของท่านอธิบดีกรมยุโรปนะคะ ในการประชุม Helsinki+50 ภายใต้กรอบขององค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรปนะคะ ที่เรียกกันว่า OSCE สำหรับผู้บริหารระดับสูงและท่านทูตของไทยท่านอื่น ๆ นะคะก็ได้เข้าพบกับบุคคลระดับสูงของประเทศเจ้าบ้านและให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศด้วยนะคะ เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อสงสัยต่าง ๆ ของมิตรประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ตอกย้ำท่าทีของไทยที่ยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างสันตินะคะ และการดำเนินการที่มีความโปร่งใสและเน้นให้ข้อเท็จจริงโดยไม่บิดเบือนจากรายงานของท่านทูตไทยทั้งหลายนะคะที่ผ่านมาทราบว่าการดำเนินการของฝ่ายไทยในลักษณะนี้ได้รับการตอบรับด้วยดีนะคะ จากมิตรประเทศต่าง ๆ ที่ได้แสดงความเห็นใจและสนับสนุนแนวทางการดำเนินการของฝ่ายไทย เรื่องที่ 2 นะคะเกี่ยวกับการจัดการบรรยายสรุปแก่คณะทูตและการเข้าร่วมกิจกรรมเสวนาที่ SCCT เพื่อเป็นการให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง และเป็นวงกว้างนะคะ เมื่อเช้าของวันนี้ 10.30 น. นะคะ กระทรวงการต่างประเทศได้จัดการบรรยายสรุปแก่คณะทูตและองค์การระหว่างประเทศอีกครั้งเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 121 คนนะคะ จาก 71 ขอโทษนะคะ 74 ประเทศนะคะ 1 องค์กร และอีก 16 องค์การระหว่างประเทศหลัก ๆ นะคะ เพื่อรายงานถึงผลการลงพื้นที่ของคณะทูตผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศนะคะ และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและพัฒนาการล่าสุด การบรรยายสรุป จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นะคะ นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ และเป็นโอกาสที่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงหลายประเด็นที่ฝ่ายกัมพูชาสร้างข่าวปลอมขึ้นมานะคะ โดยวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้นำการบรรยายเองนะคะ สรุปนอกจากการแถลงข่าวที่นี้แล้วนะคะ ท่านสามารถติดตามผลการบรรยายสรุป ตามที่ท่านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจะมีแจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไปจากการบรรยายสรุปแก่คณะทูตนะคะ สามารถติดตามได้ในหน้าเฟซบุ๊กของกระทรวงการต่างประเทศต่อไปค่ะ ขอโทษค่ะ นอกจากนี้สำหรับวันนี้นะคะ ตอนเวลา 18.00 น. ดิฉันกับท่านโฆษก ศบ.ทก. ฝ่ายความมั่นคงนะคะ ก็จะไปร่วมเสวนาใน Panel Discussion ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยนะคะ FCCT ในหัวข้อการรายงานข่าวและแนวทางการสื่อสารสาธารณะเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเปิดให้สื่อทั้งไทยและต่างประเทศนะคะ รวมถึงสาธารณชนร่วมรับฟังได้ด้วยนะคะ โดยงานนี้จะเป็นอีกช่องทางสำคัญที่จะได้พูดคุยถึงแนวทางการทำงานของเราในเรื่องนี้นะคะ และแสดงถึงความพร้อมของพวกเราที่จะแลกเปลี่ยนรับฟังความเห็นและมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อมวลชนอย่างเปิดเผยและสร้างสรรค์ เกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น สงครามข้อมูลข่าวสารนะคะ และแนวทางบริหารสถานการณ์ร่วมกัน สุดท้ายนี้นะคะขอส่งกำลังใจให้คณะผู้แทนไทยที่กำลังประชุมกรอบ GBC ที่ประเทศมาเลเซียนะคะ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการกลับสู่โต๊ะเจรจากับฝ่ายกัมพูชานะคะ บนพื้นฐานของความสุจริตใจ เพื่อลดความตึงเครียดและแก้ไขปัญหาระหว่างการอย่างสันติวิธีค่ะ ขอบคุณค่ะ ครับ ขอบคุณครับ