[เสียงดนตรี] (พล.ร.ต.สุรสันต์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่การแถลงข่าวของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชานะครับ ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2568 นะครับ ในส่วนของความมั่นคงครับ ก็จะมีเรื่องที่จะนำเรียนพี่น้องประชาชนเพื่อทราบดังนี้นะครับ โดยภาพรวมแล้วสถานการณ์ชายแดนนะครับ ที่ผ่านมาก็คือ เราได้มีการตรวจพบทางฝ่ายกัมพูชา ตรึงกำลังในพื้นที่ชายแดนที่สำคัญนะครับ พร้อมมีการเคลื่อนไหวด้านยุทโธปกรณ์ แล้วก็ยานพาหนะในบางพื้นที่ ซึ่งทางฝ่ายไทยเองก็คงยังต้องตรวจตราแล้วก็ติดตามอย่างใกล้ชิดครับ นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีการตรวจพบการบินของอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนในบางพื้นที่ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้ เป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายในเชิงยั่วยุบางจุดนะครับ ซึ่งทางฝ่ายทหารเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ หน่วยปฏิบัติการก็ได้ดำเนินการตามมาตรการตอบสนองและก็ควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่องครับ พร้อมเพิ่มการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันครับ ในพื้นที่เ 4 ยงโดยเฉพาะ ประเด็นสำคัญนะครับ ที่ผมอยากจะนำเรียนให้ทางพี่น้องประชาชนได้ทราบในวันนี้นะครับ ก็คือผลของการประชุม GBC หรือคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญนะครับ เมื่อวานนี้ที่มาเลเซียนะครับ ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเราได้มีการลงนามร่วมกันโดยประธานร่วมทั้ง 2 ฝ่ายก็คือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ เป็นประธานของฝ่ายไทยร่วมกับทางพลเอก เตีย เซ็ยฮา นะครับ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ก็ได้ร่วมลงนามกัน มีประเด็นหลักหลักทั้งหมด 13 ข้อนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นข้อที่สำคัญมาก ๆ และมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาของเราด้วยนะครับ โดยรายละเอียดก็คือว่าในข้อที่ 1 นะครับก็คือทั้ง 2 ฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะหยุดยิงด้วยอาวุธทุกชนิดนะครับ ประเด็นที่ 2 ก็คือเรื่องของการวางกำลังในพื้นที่โดยไม่มีการเคลื่อนกำลังที่ตั้งนะครับ นับตั้งแต่เวลา 24.00 น. หรือเที่ยงคืนของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ครับ อันนี้อยากจะเน้นย้ำเหมือนกันนะครับว่ากำลังที่ในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคมช่วงเที่ยงคืนนะครับ อยู่ตรงไหนก็จะอยู่ตรงนั้นนะครับ ไม่มีการเคลื่อนย้ายใด ๆ อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญอยากจะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบครับ เพราะว่ามีคำถามมามากมายเลยทีเดียวว่า แล้วหลังจาก 28 กรกฎาคมมีการเคลื่อนไหวแล้วเขาจะอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า อันนี้ไม่ใช่นะครับ ต้องปฏิบัติตาม มติข้อตกลงครับของวันที่ 28 กรกฎาคม เวลาเที่ยงคืนครับ หน่วยอยู่ตรงไหน กำลังอยู่ตรงไหนก็ต้องอยู่ตรงนั้นครับ ประเด็นที่ 3 ครับก็คือไม่มีการเพิ่มกำลังตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาก็คือไม่มีการเสริมกำลังไม่มีการเพิ่มเติมกำลังใด ๆ นะครับ ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงวันที่เราเจรจาหยุดยิงครับ ประเด็นที่ 4 ครับก็คือละเว้นการดำเนินการยั่วยุใด ๆ นะครับที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่อาจจะเพิ่มขึ้น ก็แน่นอนครับ น่าจะชี้แจงอธิบายในตัวมันเองเรียบร้อยนะครับ ไม่มีการยั่วยุ ไม่มีการปั่นป่วน ไม่มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการยั่วยุใด ๆ นะครับ อันนี้ก็เป็นข้อห้ามที่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงร่วมกันแล้วประเด็นที่ 5 ก็คืองดเว้นการใช้กำลังทุกประเภทต่อบุคคลพลเรือน และเป้าหมายทางพลเรือนโดยเด็ดขาด อันนี้ก็สำคัญครับ เพราะว่าก็ประเด็นสำคัญหรือเป้าหมายสำคัญของเรานะครับ ที่เราพูดมาเสมอก็คือประชาชนเราต้องพิทักษ์ปกป้องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ครับ สถานการณ์ความขัดแย้งที่ผ่านมาไม่ได้เป็นสถานการณ์ระหว่างประชาชนไทยกับประชาชนกัมพูชานะครับ เป็นสถานการณ์ที่สืบเนื่องมาจากเรื่องของประเด็นการเมืองต่าง ๆ ฉะนั้น พี่น้องประชาชนจะต้องไม่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ฉะนั้น ประชาชนจะต้องได้รับความปลอดภัยนะครับ แล้วก็พิทักษ์ปกป้องด้วย ประเด็นที่ 6 ครับ ก็คือเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศนะครับ ในเรื่องการปฏิบัติต่อทหารที่อยู่ในความควบคุมของฝ่ายตรงข้าม อันนี้ก็คือเป็นไปตามเงื่อนไขของอนุสัญญาเจนีวานะครับ ที่ทางไทยและกัมพูชานั้นเป็นภาคีร่วมกันนะครับ อนุสัญญาเจนีวาก็ได้กล่าวไว้ว่า ในกรณีของเชลยศึกนั้น ประเทศที่ได้รับเชลยศึกนั้นไว้ในการควบคุม จะต้องดูแลรักษาพยาบาลนะครับ ให้กับเขานะครับ รวมทั้งจัดอาหารเครื่องดื่ม แล้วก็ในเรื่องของที่พักเสื้อผ้าต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสมนะครับ อันนี้ ขอเน้นย้ำนะครับ อันนี้เฉพาะในกรณีเชลยศึกนะครับ สำหรับประเด็นที่ 6 ประเด็นที่ 6 ก็ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แต่ถ้าเผื่อเป็นพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บและทหารที่ไม่ได้อยู่ในความคุมของอีกฝ่ายเข้ามารับการรักษาพยาบาลนั้น ฝ่ายที่จะรับการรักษานี่ มีสิทธิในการพิจารณาตามความพร้อมของสถานพยาบาล เวชภัณฑ์ บุคลากรทางการแพทย์หรือจรรยาบรรณทางการแพทย์เป็นรายกรณีนะครับ อันนี้ก็ขอขีดเส้นใต้ตรงนี้นะครับว่า ทหารหรือพลเรือนใด ๆ นะครับ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของอีกฝ่ายหนึ่งนี่ อันนี้คือต้องดูเป็นรายกรณีกรณีไปนะครับ ในเรื่องของการรักษาพยาบาลหรือการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่าง ๆ ประเด็นที่ 7 ครับ ก็คือเรื่องของการขัดกันด้วยอาวุธทุกชนิดนะครับ ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่เจตนานะครับ ให้ทั้ง 2 ฝ่ายนั้นร่วมกันหารือในระดับพื้นที่ภายใต้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่โดยเร็วที่สุดนะครับ นั่นก็คือกลไกไม่ว่าจะเป็น RBC หรือ Ritual Border Committee ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งกลไกระหว่างหน่วยต่อหน่วยในพื้นที่นะครับ ก็พยายามจะหารือแก้ไขปัญหานั้นให้เร็วที่สุดครับ ประเด็นที่ 8 ก็คือเรื่องของการดำรงการสื่อสารตามปกติ ระหว่างภูมิภาคทหารและหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ ตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ฝ่ายครับ โดยกำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคหรือ RBC Ritual Border Committee นะครับ ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากการประชุม GBC เมื่อวานนี้นะครับ โดยหมุนเวียนการเป็นเจ้าภาพและก็ดำรงช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอในระดับรัฐบาลและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้ง 2 ประเทศครับ ในขั้นต้นนั้น RBC ก็ได้เริ่มมีการพูดคุยกันแล้วนะครับ มีการเจรจาในเรื่องของการหาห้วงเวลาที่จะมาประชุม RBC ครับ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นการรับผิดชอบของพื้นที่ของหน่วยในพื้นที่ครับ ไม่ว่าจะเป็น ทัพภาค 2 ทัพภาค 1 แล้วก็กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดนะครับ อันนี้ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าในห้วงเวลานั้นในแต่ละหน่วยทั้ง 3 หน่วยนี่ จะประชุมกับทางฝ่ายกัมพูชาเมื่อใดแต่เท่าที่ทราบนะครับคร่าว ๆ ก็คือในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้น่าจะมีการจัดการประชุมดังกล่าวครับ ประเด็นต่อไปก็คือในเรื่องของการงดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอมนะครับ เพื่อลดความตึงเครียดและลดความรู้สึกเชิงลบของสาธารณชน และส่งเสริมภาพสภาพแวดล้อมนะครับที่เอื้อประโยชน์ต่อการเจรจาอย่างสันติ อันนี้ก็แน่นอนก็เป็นเรื่องที่สำคัญด้วยเช่นเดียวกันนะครับว่า การยั่วยุไม่ว่าจะด้วย Social Media หรือในเรื่องของ Fake News ต่าง ๆ นี่ไม่ได้เป็นส่วนในการส่งเสริมให้มีการเจรจาอย่างสันติภาพใด ๆ เลยนะครับ 9 ข้อหลัก ๆ นี้ก็คือเป็นหลักของการปฏิบัติที่ผ่านมาที่เราบังคับใช้นะครับ ในส่วนของข้อตกลงของ GBC นะครับ เป็นลายลักษณ์อักษร หลาย ๆ ท่านคงทราบว่าในช่วงวันที่ 28 กรกฎาคมนะครับ ได้มีการเจรจาโดยวาจาไปแล้วทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ซึ่งหัวข้อหรือมาตรการในการเจรจาในวันนั้นนี้ ก็ถูกบรรจุอยู่ในประเด็นของ GBC ซึ่งมีการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรของทั้ง 2 ฝ่ายเรียบร้อยนะครับ อันนี้คือถือว่าเป็นสัญญาต่อกันนะครับ ในการดำเนินการ เหลืออีกประมาณ 4 ข้อนะครับ 4 ข้อนี้ จะเป็นในเรื่องของกลไกในการติดตามแล้วก็การขับเคลื่อนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ในระดับภูมิภาคครับ ก็มีทั้งหมด 3 ข้อด้วยกันก็คือในเรื่องของข้อที่ 10 นะครับ เรื่องของทั้ง 2 ฝ่ายนี้ดำรงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามความเข้าใจร่วมกันจากการประชุมพิเศษเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 นะครับ รวมถึงการหยุดยิงและการมีคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีมาเลเซียนะครับเป็นผู้นำนะครับ เพื่อติดตามให้การหยุดยิงเกิดขึ้นในทางปฏิบัติครับ อันนี้ก็เป็นกลไกที่เราเน้นย้ำนะครับแล้วก็ให้มีประเทศมาเลเซียนะครับในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้นะครับ เป็นผู้นำในเรื่องของการขับเคลื่อนตรงนี้นะครับมาเลเซียก็ได้เน้นย้ำกับไทยเสมอมาว่า เขาขอดำรงเฉพาะบทบาทของผู้สังเกตการณ์นะครับโดยให้การประชุมหารือต่าง ๆ นี่เป็นการประชุมในระดับทวิภาคีโดยมีแค่ไทยและกัมพูชาและหาลุยร่วมกันเท่านั้น ส่วนเขาก็จะเหมือนกับว่าอยู่ระยะห่าง ๆ นะครับ เพื่อสังเกตการณ์เรื่องของการเจรจาพูดคุยกัน ข้อที่ 11 นะครับก็คือการมอบหมายให้ RBC ในแต่ละพื้นที่นั้น ดำเนินการให้มีการหยุดยิง โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศสมาชิกอาเซียนนำโดยมาเลเซียนะครับ ประสานงานและสังเกตการณ์โดยให้มีการประชุม RBC อย่างสม่ำเสมอ และรายงานต่อไปยัง GBC อันนี้ก็คือเป็นการเน้นย้ำจากข้อที่แล้วนะครับเรื่องของบทบาทของมาเลเซีย ก็คือมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ ก็จะเป็นผู้นำในเรื่องของการ ดคณะผู้สังเกตการณ์ซึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์จากกลุ่มประเทศอาเซียนเท่านั้นนะครับ ส่วนข้อ 12 ก็คือเรื่องของการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวนะครับหรือ Interim Observer Team นะครับ IOT ประกอบด้วยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของประเทศสมาชิกอาเซียน นำโดยผู้ช่วยฝ่ายทหารมาเลเซียของทั้ง 2 ประเทศนะครับ แล้วก็เพื่อสังเกตการณ์การหยุดยิงของแต่ละฝ่ายอย่างสม่ำเสมอ โดยได้รับเชิญไปสังเกตการณ์จากประเทศเจ้าภาพก่อนนะครับ ทั้งนี้ การปฏิบัติจะไม่ข้ามพรมแดนนะครับ แล้วก็เป็นการประสานงานและปรึกษาหารือกับ RBC และ GBC ของแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิด ก็คือแนวทางการปฏิบัติก็คือ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารมาเลเซียอยู่ในประเทศไหน มีอำนาจในเรื่องของการประสานในประเทศไหนก็จะอยู่ในประเทศนั้นนะครับ แล้วก็จะรวบรวม คณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของประเทศอาเซียนนั้น เดินทางเข้าไปสังเกตการณ์นะครับ โดยการสังเกตการณ์นี่ จะต้องได้รับการยินยอม แล้วก็ได้รับการประสานจากกองกำลังทหารหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่เสียก่อนนะครับ แล้วก็การประสานงานที่จะเข้าไปสังเกตการณ์ก็จะดำเนินการอย่างเป็นระยะ ๆ นะครับ ติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนข้อ 13 ข้อสุดท้ายของข้อตกลงที่ว่านี้นะครับ ก็คือในเรื่องของกลไกระดับประเทศ จะเห็นได้ว่ามีกลไกในภูมิภาคแล้วนะครับ 3 ข้อคือข้อ 10 ถึงข้อ 12 ส่วนข้อ 13 นี่ก็คือกลไกในระดับประเทศนั่นเองก็คือ กำหนดให้มีการจัดการประชุม GBC หรือ General Border Committee นะครับ คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชานั้น ครั้งถัดไป ภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ 7 สิงหาคม 2568 นั่นเองครับ ทั้งนี้ หากสถานการณ์ปะทุขึ้นมาอีกนะครับ หรือดูแล้วไม่ปกติแล้วนี้ สามารถเรียกประชุม GBC สมัยวิสามัญ โดยทันทีครับ อันนี้ก็เป็นทั้งหมด 13 ประเด็นที่อยากจะนำเรียนให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจนะครับว่า ทั้งหมด 13 ข้อนี้เป็นถือว่าเป็นข้อที่สำคัญมาก ๆ ในเรื่องของนำไปสู่การเจรจาตกลง แล้วก็นำไปสู่สันติภาพความสงบในพื้นที่ครับ โดยประเมินหลักหลักนะครับ ทางฝ่ายเราก็ได้มีการประเมินคร่าว ๆ แล้วว่า การประชุมที่ผ่านมานั้นถือว่าเป็น… เราได้รับผลสำเร็จเป็นอย่างมากเลยทีเดียวนะครับเพราะว่าหลาย ๆ ข้อนั้นก็เป็นหลาย ๆ ประเด็นที่ทางฝ่ายไทยนั้นได้ยืนยัน แล้วก็พยายามจะผลักดันขับเคลื่อนมาโดยตลอด หลัก ๆ ของการประเมินแล้วนี่ เราเห็นว่าเราได้การหยุดยิงนะครับ เราได้ เจรจาและได้เห็นพ้องกันเรื่องว่าจะมีการหยุดยิง อันนี้คือประชาชนจะได้รับประโยชน์ตรงนี้เต็ม ๆ เพราะว่าการเจรจาหยุดยิงนั้นมันจะสร้างความปลอดภัย สร้างความสันติสุขนะครับ ให้แก่พื้นที่ ซึ่งแน่นอนประชาชนในพื้นที่นั้นเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดนี่ ก็จะสามารถที่จะกลับไปยังภูมิลำเนาแล้วก็ใช้ชีวิตได้อย่างปกติต่อไปนะครับ สรุปในภาพรวมเองก็คือจากการประชุม GBC นี่ 3 แบบสามารถแบ่งการประเมินออกเป็น 3 ระดับหรือ 3 ขั้นได้นะครับ ระดับแรกก็คือในเรื่องของการหารือของฝ่ายเลขา กองเลขาฯ ของทั้ง 2 ประเทศนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จในการเจรจาและได้บรรลุข้อตกลงทุก ๆ ข้อตามที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องการนะครับ อีกระดับหนึ่ง ก็คือในระดับของการประชุมเอง การประชุม GBC เมื่อวานนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้ร่วมลงนามในข้อตกลง 13 ข้อดังกล่าว ส่วนข้อที่ 3 นี่ อันนี้เป็นข้อที่เรายังต้องติดตามดูกันต่อไป นั่นก็คือในเรื่องของการปฏิบัติตามข้อตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งแน่นอนแล้วก็วิงวอนแล้วก็ภาวนาว่า ทางฝ่ายกัมพูชาก็จะแสดงความจริงใจในการปฏิบัติ ตามข้อตกลงต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งแน่นอนเราก็คงต้องติดตามกันต่อไปนะครับ อันนี้ก็เป็นภาพรวมทั้งหมดนะครับ แล้วก็อยากจะขอสรุปส่งท้ายในส่วนของด้านความมั่นคงนิดหนึ่งนะครับ ว่าจากการที่ได้ไปเยือนประเทศมาเลเซียเมื่อวานนี้ก็ทางประธานของฝ่ายไทยก็ได้มีการไปพบปะหารือกับทางประธานของมาเลเซียนะครับ นั่นก็คือท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียนั่นเอง ก็ได้รับการยืนยันนะครับว่าบทบาทของมาเลเซียแล้วก็กลุ่มสมาชิกอาเซียนนั้นก็เห็นพ้องต้องกันหมดเลยนะครับว่าบทบาทของประเทศเหล่านี้จะดำรงบทบาทเฉพาะเป็นผู้สังเกตการณ์นะครับ โดยกลไกการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชานี่ ยังคงให้ไทยและกัมพูชานั้นดำเนินการระหว่าง 2 ฝ่ายเท่านั้นเป็นลักษณะของทวิภาคีเท่านั้นนะครับ ส่วนบทบาทของสหรัฐฯ และจีนนั้นนะครับ ก็จะดำรงเป็นผู้สังเกตการณ์เช่นเดียวกันนะครับ โดยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนให้แก่ทั้ง 2 ฝ่ายก็คือไทยและกัมพูชา เพื่อการเจรจาตามข้อตกลงหยุดยิงนั้นประสบความสำเร็จบรรลุตามเป้าหมายของทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ รวมทั้งก็ภาวนาว่า จะเห็นการแก้ไขปัญหาของความขัดแย้งนั้นได้อย่างยั่งยืน อันนี้ก็คือเป็นประเด็นที่เราได้ข้อสรุปมาจากการประชุมเมื่อวานนี้ และได้มีการพบปะกับผู้แทนชาติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ เอาล่ะครับก็ในส่วนนี้ก็ขออนุญาตส่งต่อให้ทางโฆษกของฝ่ายการต่างประเทศที่จะได้พูดถึงในเรื่องของรายละเอียดต่อไปครับ (คุณมาระตี) ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ สำหรับประเด็นด้านการต่างประเทศนะคะ ที่จะเล่าให้พี่น้องประชาชนและพี่น้องสื่อมวลชนฟังในวันนี้นะคะ มีประเด็นเดียว แต่เป็นประเด็นที่มีความสำคัญยิ่งต่อการรักษาผลประโยชน์ของไทย และภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศนะคะ ประเด็นของวันนี้นะคะ ก็คือการจัดการประชุมหารือออนไลน์ของกระทรวงการต่างประเทศกับเอกอัครราชทูต เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรและกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลกนะคะ เรื่องสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชานะคะ เมื่อช่วงค่ำวานนี้นะคะ วันที่ 7 สิงหาคม เวลา 18:00-20:30 น. นะคะ ท่านมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เป็นประธานการประชุมออนไลน์ กับเอกอัครราชทูต เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวร และกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลกนะคะ เกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยมีท่านเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและผู้บริหารของกระทรวงการต่างประเทศทุกท่านนะคะ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง การประชุมครั้งนี้นะคะ มีวัตถุประสงค์หลักและสำคัญมากก็คือเพื่อให้ท่านทูต ท่านกงสุลใหญ่ และข้าราชการของเราทั่วโลกนะคะ ได้รับทราบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อที่จะได้นำไปชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับท่าทีไทยเพื่อรักษาผลประโยชน์ของไทยอย่างเต็มที่กับทูตทุกประเทศขออภัยนะคะ ทุกกรอบและองค์กรรวมถึงทุก ๆ ฝ่ายที่ติดตามสถานการณ์ของเราอยู่ในต่างประเทศนะคะ และโดยให้การชี้แจงของท่านทูตทั้งหลายนะคะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พัฒนาการสำคัญยิ่ง แน่นอนนะคะ ประการหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้แจ้งที่ประชุมออนไลน์ รับทราบก็คือผลการประชุมของ GBC ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ที่มาเลเซียนะคะ ตามที่ท่านโฆษกฝ่ายความมั่นคงเพิ่งได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้นะคะ และให้ทุกท่านทราบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องรายละเอียดสำคัญ ๆ นะคะ ซึ่งจะมีรายละเอียดในขณะนี้ที่อาจจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเล็กน้อยในพื้นที่สื่อนะคะ เกี่ยวกับเรื่องของทีมผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวนะคะ ที่ท่านโฆษกเมื่อกี้พูดถึงนะคะเป็น Interim Observer Team นะคะ IOT ที่จะมาลงพื้นที่นะคะ สังเกตการณ์การปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงของทั้ง 2 ฝ่ายนะคะ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายนี่เห็นชอบด้วยแล้วนะคะ จริง ๆ แล้วตั้งแต่ เมื่อการประชุมของวันที่ 28 กรกฎาคมนะคะ แต่เมื่อวานนี้ก็ได้เป็นที่เห็นชอบชัดเจนนะคะ เพราะว่าเป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติตามได้เลยค่ะ ทำได้เลยทันทีนะคะ และมีความเหมาะสม กับกรอบทวิภาคีที่ประเทศไทยกำลังใช้ในการแก้ไขปัญหา ประเด็นปัญหานะคะ ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ในขณะที่ ทีมติดตามรายงานที่เรียกว่า Monitoring Team นะคะ จะไม่สามารถทำได้ในทันทีนะคะ และอาจจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายอื่น ๆ มากกว่านะคะ ซึ่งจะเป็นเรื่องของความเหมาะสม และระยะเวลาที่จะใช้ในการจัดตั้งนะคะ ก็ขอย้ำนะคะว่า IOT นะคะ Interim Observer Team เป็นสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องต้องกันนะคะ ในขณะนี้ นอกจากนี้นะคะในภาพรวมท่านรัฐมนตรีก็ได้แจ้งท่านทูตทั้งหลาย ให้ทราบนะคะเกี่ยวกับการประชุม GBC ว่ามีผลที่น่าพอใจนะคะ และเป็นไปตามท่าทีและแนวทางที่ไทยได้ยึดมาโดยตลอด อันนี้มีความสำคัญนะคะ ที่จะสะท้อนให้ประชาคมโลกรับทราบ นอกจากนี้นะคะ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงและยืนยันกับท่านทูตทั้งหลายนะคะ ให้สะท้อนกับประชาคมโลกว่า ในการเจรจามาโดยตลอด และในการเดินหน้าต่อไปนะคะ ไทยจะยึดมั่นในข้อเท็จจริง กฎหมาย และหลักสากล และความจริงใจและสุจริตใจนะคะ เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว และก็จะยังคงต้องรักษาอธิปไตย และยึดประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ท่านปลัดนะคะ ก็ยังได้ให้การบ้านกับท่านทูตทั้งหลายนะคะ ให้ท่านทูตและท่านกงสุลใหญ่ ทั้งในภาพรวมและตามภารกิจของแต่ละสำนักงานที่อาจจะแตกต่างกันไปนะคะ ติดตามและประเมินระดับความเข้าใจของนานาประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ในขณะนี้ และมุมมองต่อประเทศไทยด้วยนะคะ สำหรับสถานทูตและผู้แทนถาวรต่าง ๆ ก็ได้รายงานเช่นกันนะคะ ในที่ประชุมออนไลน์เมื่อคืนนี้ เกี่ยวกับภารกิจของตนที่กำลังหารือ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ประชุมก็ได้รับการรายงานดังนี้นะคะ จากกลุ่มสำนักงานต่าง ๆ ทั่วไปก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ประเทศเจ้าบ้านและในเขตอาณานะคะ ได้เข้าพบได้ให้สัมภาษณ์ และได้ทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนท้องถิ่นนะคะ สำหรับสำนักงานของประเทศไทยที่เป็นคณะผู้แทนถาวรที่ประจำองค์การระหว่างประเทศทั่วโลกนะคะ ก็ได้ชี้แจงที่ประชุมทราบในเรื่องของการติดตามความเคลื่อนไหวความคืบหน้าในองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ค่ะ ในเรื่องนี้ขอให้ประชาชนคนไทยมั่นใจนะคะ ว่าหน่วยงาน Team Thailand ทุกแห่ง กำลังทำงานอย่างเต็มที่และพร้อมเพรียงเพื่อสื่อสารกับประชาคมโลกโดยเฉพาะในจังหวัดสำคัญนี้นะคะ เพื่อเน้นย้ำจุดยืนของไทยที่ต้องการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคีนะคะ และยังคงเดินหน้าปฏิบัติการปฏิบัติตามขออภัยนะคะ ตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัดนะคะ จริงใจและด้วยสุจริตใจค่ะ สุดท้ายนี้ ขอย้ำอีกครั้งนะคะว่าสถานการณ์ไทยกัมพูชาในขณะนี้เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่ายนะคะ ไม่ใช่เรื่องระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งจากผลการ ประชุม GBC ที่เพิ่งผ่านไป น่าจะสะท้อนความตั้งใจนะคะ ของทั้ง 2 ฝ่ายในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีนะคะ ขอให้เป็นแบบนั้นจริง ๆ นะคะ จึงอยากจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนด้วยเช่นกันนะคะ ให้ร่วมกันรักษาบรรยากาศที่ดีนะคะ เพื่อเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาระหว่าง 2 ประเทศ และให้พี่น้องประชาชนของเราได้กลับบ้านโดยเร็วนะคะ พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชานะคะ เพื่อให้ชีวิต… ให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติค่ะ ขอบคุณมากค่ะ (พล.ร.ต.สุรสันต์) ครับ ขอบคุณครับคุณมาระตีครับ ประเด็นหนึ่งนะครับที่ทางฝ่าย ศบ.ทก. ได้พูดคุยหารือกันในวันนี้นะครับ ก็ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญอย่างที่ผมกล่าวไปแล้วก็คือหัวใจสำคัญของการทำงานในครั้งนี้ ก็คือพี่น้องประชาชน ความทุกข์ความยากของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนนี่ ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในเรื่อง ไม่ว่าจะในเรื่องของชีวิตและทรัพย์สินนะครับ ซึ่งวันนี้เราได้มีการพูดคุยกัน แล้วก็อย่างที่เป็น ที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับ ก็คือคณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติในเรื่องของการช่วยเหลือ โดยเฉพาะเงินทุนการช่วยเหลือเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เจ้าหน้าที่ความมั่นคงต่าง ๆ ในพื้นที่นะครับ ก็วันนี้ทางคุณศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ นะครับ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะได้มาขยายรายละเอียดเพิ่มเติมนะครับ การพูดคุยใน ศบ.ทก. ในวันนี้ในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ ขอเรียนเชิญครับ (คุณศศิกานต์) สวัสดีค่ะ พี่น้องสื่อมวลชน และสวัสดีไปยังพี่น้องประชาชนที่กำลังรับชมอยู่ทุกแพลตฟอร์มทางบ้านนะคะ ดิฉัน ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ ค่ะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีค่ะ วันนี้มี 5-6 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐบาลเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในครั้งนี้ค่ะ ประเด็นแรกค่ะ ศบ.ทก. วันนี้นะคะ ได้ประกาศแต่งตั้ง ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งโฆษกจิตอาสา ประจำศูนย์บริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาค่ะ โดยจะมีภารกิจหลักในการสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลที่เป็นความจริงให้กับประชาชนทางออนไลน์นะคะ ซึ่งจะให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสร้างความเข้าใจในสถานการณ์โดยปราศจาก Fake News ค่ะ ทั้งนี้นะคะรัฐบาลต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอีกครั้ง สำหรับความเสียสละอย่างสูงสุดในช่วงเวลานี้ค่ะ ภารกิจสำคัญที่สุดของรัฐบาลในขณะนี้นะคะก็คือการดูแลความปลอดภัยและการพาทุกท่านกลับบ้านอย่างปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับการยืนยันแล้ว ว่าปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ โดยขณะนี้นะคะ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยกว่า 22,600 ท่านยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างเต็มที่ค่ะ โดยล่าสุดนะคะในพื้นที่มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินรวม 7 จังหวัดค่ะ มีศูนย์พักพิงชั่วคราว 353 แห่งใน 4 จังหวัด ซึ่งศูนย์พักพิงชั่วคราวนะคะ ก็มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องค่ะ อย่างไรก็ตามนะคะ ในขณะนี้ก็ยังมีจรวด BM-21 ที่ยังไม่ได้เก็บกู้และหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ค่ะ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็กำลังเร่งดำเนินการเก็บกู้ เพื่อให้พื้นที่มีความปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนในการเตรียมกลับบ้านค่ะ ทั้งนี้นะคะ ก็ได้เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยบางพื้นที่ ในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถ สำรวจได้ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยค่ะ ก็จะมีการเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดค่ะ โดยในขณะนี้ค่ะ กระทรวงมหาดไทยก็ได้เร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อเยียวยาในทุกมิติค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการฟื้นฟูชีวิต ทรัพย์สินเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นค่ะ ประเด็นต่อไปค่ะ ในประเด็นเรื่องการพาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบกลับบ้านนะคะ ขณะนี้ค่ะ กระทรวงมหาดไทยได้เป็นหน่วยงานหลักในการประสานกับหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพิจารณานะคะว่าพื้นที่ใดที่มีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการให้ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาได้แล้ว ก็จะให้พิจารณากลับได้เลยค่ะ หากมีการยืนยันว่ามีความปลอดภัยอย่างแท้จริงค่ะ ภายใต้ระบบควบคุมที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชนค่ะ และขอย้ำเน้นนะคะว่าเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของเราในขณะนี้ คือการพาพี่น้องประชาชนกลับบ้านอย่างเหมาะสม อย่างมั่นใจ และปลอดภัยที่สุดค่ะ ซึ่งในขณะนี้นะคะ เป็นช่วงเวลาของการรวมไทยใจเป็นหนึ่งที่ เราคนไทยทุกคนค่ะ จะรวมใจกันเพื่อก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างดีที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ (พล.ร.ต.สุรสันต์) ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปก็จะขออนุญาตแปลเป็นภาษาอังกฤษในเรื่องของบทแถลงข่าวนะครับ ที่ดำเนินการไปแล้วนะครับ So, good afternoon to members of the press and members of the public. Now, I’d like to elaborate on the result and the outcomes of our ad hoc center Thailand- Cambodia border situation meeting this morning. Firstly, on the situation along the border in general, it was observed that the Cambodian forces remain stationed in key border areas with movements of military equipment and vehicles detected in certain locations which require close monitoring. Secondly, the unmanned aerial vehicles or UAV flight and actions that may be considered provocative were detected in some areas. Operational units have implemented continuous response and control measures along with increasing border surveillance in high risk areas. Now on the important issue as a result of the meeting of the GBC the General Border Committee between Thailand and Cambodia yesterday held in Malaysia, we achieved 13 point agreement through that special session. Firstly, the ceasefire with all types of weapons. Both sides agreed to complete ceasfire with all types of weapons included. Secondly, maintain current troops possessions in the area without any movement from established locations as of the 24:00 hours or midnight on the 28th of July 2025. Thirdly, no reinforcement of troops along the entire Thailand-Cambodia border. Fourthly, refraining or refrain from any provocative actions that may lead to increase tensions. And of course, fifthly, strictly refrain from the use of any force against civilians and civilian targets. Sixly, comply with international humanitarian law regarding the treatment of soldiers or the prisoners of war under the control of the opposing side, this is in accordance with the Geneva convention on the treatment of prisoners of war. In the case that wounded civilians and soldiers who are not under the control of the other party and they require medical treatment, the receiving side has the discretion to provide care depending on the readiness of their medical facilities, supplies, personnel or medical ethics on a case by case basis. Seventhly, any arm clashes whether intention or intentional or unintentional, shall be discussed jointly by both sides at the local level through existing bilateral mechanisms as soon as possible. Eightly, maintain normal communications between military regions and units along the border of both sides, with a meeting of the Regional Border Committee or RBC to be held within 2 weeks after the GBC meeting alternating host countries. Keep regular direct communication channels at the ministerial and armed forces commanders levels between the 2 countries. Ninthly, refrain from spreading false information or fake news in order to reduce tensions, lessen negative public sentiment, and promote an environment conducive to peaceful negotiations. Now tenthly, both sides shall remain committed to implementing the mutual understanding reached in the special meeting of the 28th of July 2025, including the ceasefire and the presence of observers from ours in Member States led by Malaysia to monitor the practical implementation of the ceasefire. Elevently assigned the RBC in each area to implement the ceasefire coordinated and observed by ASEAN member state observers led by Malaysia with regular RBC meetings and reports submitted to the GBC which is the general border committee. Twelvethly, establish a temporary Interim Observer Team or IOT consisting of Military Attaché from ASEAN member states led by the Malaysian Defense Attaché to observe the ceasefire of each side regularly by inviting or by invitation from the host country. Observers will not cross the border and will coordinate closely with the RBC and GBC of the respective country; these 3 points, 10, 11 and 12 are the regional aspects of the mechanisms in order to drive the ceasefire measures forward. And lastly, on the 13 point at the national level mechanism, the next GBC meeting shall be held within 1 month from the 7th of August 2025. If the situation escalates, a special GBC session may be convened immediately. So these are all the 13 point agreements agreed by the General Border Committee meeting yesterday in Malaysia. In terms of our assessment of the outcomes of the GBC meeting, we have deemed it of success and of course with the ceasefire being implemented and enforced as of this moment. This will help create a safe environment for the public and also the other point will be the reaffirmation that the continuation of the use of bilateral mechanisms to resolve this issue will be implemented as well. As the overall assessment of the GBC, we are actually… we deem it again as I mentioned very successful at the level of the secretariat meeting as well as the actual proper GBC meeting as well, but is the last point that we like to emphasize us. At the end of the day, is the sincerity of both sides, especially on the Cambodian side on the implementation of the agreement that is still have to wait to be seen. Now yesterday Malaysia also reaffirmed Thailand and Malaysia. I beg your pardon. Thailand and Cambodia of malicious role that the ASEAN Member states as well as Malaysia will be within… will be acting as observers only, and they would like to see the bilateral mechanism between Thailand and Cambodia put into place in resolving the issue between the 2 countries. And the roles of the United States and China will also remain as observers, and they are ready to provide support to both sides to ensure the success of the ceasefire negotiations and to achieve a sustainable resolution to the conflict. So that's all I have to say, and I would like to pass the floor to Khun Maratee to address the foreign affairs issues. (Mrs. Maratee) Thank you very much and good afternoon to all our foreign friends tuning in from home, from work wherever you are on the Foreign Affair side, I have one important topic to share with our listeners today. It's only one topic, but it's an important one at that. So, I am pleased to be able to share some thoughts and reflections on that. The topic is the online meeting with Thai ambassadors, councils, general and permanent mission representatives on the issue of the Thai-Cambodia border situation. Yesterday evening from 6:00 PM to 8:30 PM the Foreign Minister, Mr. Maris Sangiampongsa chaired online meeting with our ambassadors and Consuls General from Thai embassies and permanent missions and consulates general around the world the Ministry’s executive team led by Permanent Secretary, Eksiri Pintaruchi, also participated in the meeting. The main objective of this session was to brief our ambassadors and our teams abroad on the latest developments in the Thai-Cambodia border situation. This is critical for them because it allows them to then be able to communicate the latest fact on the ground regarding the situation, which leads to accurate understanding of Thailand's positions and actions. It is important in order for us to be able to protect our interest in every country, organization, and framework and actually to deliver the same message of truth particularly to those who are very interested in following the situation at present. The online meeting was also key at this particular juncture because the Foreign Minister was able to share the outcomes and details of the extraordinary session of the General Border Committee: GBC meeting between Thailand and Cambodia that took place in Malaysia just yesterday, and we heard from the spokesperson for security affairs just now the details of the 13 points that have been agreed. Some of the key details for instance that are actually currently being picked up slightly inaccurately media regards the Interim Observe Team. That’s the IOT that will observe compliance with the ceasefire, both sides have agreed to this idea actually since the 28th of July at the first discussion on the ceasefire, and yesterday it was finalized in Kuala Lumpur. It is important because it's something that can be implemented quite immediately, whereas a monitoring team which was misquoted to be agreement between the 2 sides requires more discussion and the consideration of other parties. This is an important distinction, and we maintain the importance of bilateral mechanisms once again in our work to address the issues between Thailand and Cambodia. Overall and even further to the outcomes of the GBC the foreign minister was also able to underline with all our offices around the world that these outcomes are not only successful, but they are in line with Thailand's positions and objectives taken all along. He also referred to the principle that he had asked our offices to underline with the International Community and that is that Thailand remains committed to the truth to international law and principles, and of course International In good faith in our efforts to resolve the situation peacefully. We will also certainly continue to uphold our sovereignty and national interests. Our Permanent Secretary yesterday also took this opportunity to raise very specific issues and to ask for the heads of our mission's abroad to assess the understanding of the International Community as it regards to the actions that Thailand has taken thus far. Our embassies, permanent missions and consulates worldwide were then able to provide the meeting with updates from their respective locations, which includes first of all for all of our offices abroad. The ongoing engagement they are having with foreign governments, the meetings, the interviews and the interactions with local media to present accurate evidence-based information on the current situation and for our missions to international organizations abroad, our colleagues around the world shared at the meeting the key development happening within those organizations. All in all, it was an important opportunity to clarify and to discuss key issues together face-to-face even if virtually in some, let me assure the Thai people that are Team Thailand everywhere are working hard together to reach out to the global community, especially at this critical juncture to emphasize Thailand's commitment to adhering strictly to the ceasefire and our principal position on resolving the border issues with Cambodia peacefully and through dialog within existing bilateral channels always with sincerity and in good faith. My final remarks for today, let me close by reaffirming that the current situation is an issue between the 2 governments, not between the 2 people. The outcomes of the GBC meeting just concluded reflect the commitment given by both sides to resolve tensions through peaceful means, and we do hope for this follow-through, so we urge the Thai people to join in fostering a conducive atmosphere towards resolution and a return to normalcy between our country so that the people on both sides can safely resume their lives. Thank you very much for your attention, and I give the floor back to our spokesperson for security affairs. Thank you. (Rear Admiral Surasant) Thank you very much. Today at the ad hoc center meeting, we discussed it quite extensively about the situation and of course the measures that we are trying to assist the local villages, the local people, including of course the security personnel in terms of how we should mitigate the hardship, and of course that with their disabilities affected by the situation, and today we actually talk in details of how to implement those measures as approved by the cabinet. You know, in the future. And of course today we have Khun Sasikan Wattanachan, the deputy spokesperson of the government, to give you more elaborate details on that issue. (Ms. Sasikan) ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ Good afternoon all international media friends. I’m Sasikan Wattanachan, the deputy government spoke person, and today I've got several topics to share with you. The first of all, we’re pleased to welcome Dr.Panadda Wongphudee️️ to join the communication teams, well known for her advocacy for the right of local community and women’s rights. She is volunteers and lending her time and efforts to help us reach out the local communities, and we look forward to working with her. And the second topics, once again, indeed the Royal Thai Government would like to express the heartfelt appreciation to all citizens living along the Thai Cambodian border for their sacrifices during the difficult time. Actually, our priority now is to ensure the safety of the public and to support the safe return of residents to their homes. But only the areas that have been truly assessed and confirmed to be completely secure, over 22,600 officials now from the ministry of interior remain in the field working with the determination to carry out the vital mission. And at present, 7 provinces have been officially declared as emergency disaster areas. There are currently 353 temporary shelters in the 4 provinces and the numbers continues to decline as condition improve. However, some BM-21 rockets remain in certain areas. Our security forces are actively working to locate and safety remove these to ensure the area is fully secure before the residence can return home. Meanwhile, the damage assessments are being conducted in some locations. However, assessments are still on hold as the situation on the ground has not been deemed safe for access. Currently, the ministry of interior is currently expediting relief measures to assist the people who have been affected by the situation whether in terms of life and properties. Finally, regarding the return of citizen to their homes, the Ministry of Interior now in coordinating with the military units on the ground to jointly access rich areas and sufficiently safe for people to begin returning to their homes. Once the area is officially declared secure, the process will begin without any delay. So let me be clear now our goal is… Our goal at this time is to bring all affected people home safely. This is a time for Thai people to come together, a time for unity, a time for Thailand to stand as one. Thank you very much. (Rear Admiral Surasant) Thank you very much to Khun Sasikan. I hope that we’ll be able to actually return those people to their homelands through their houses quickly and as soon as possible ทั้งหมดนี้นะครับก็เป็นการแถลงข่าวของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนบริเวณไทย-กัมพูชานะครับ ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2568 นะครับ ก็อย่าลืมนะครับ อยากจะฝากทุกทุกท่านติดตามความเคลื่อนไหวอัปเดตตลอดเวลานะครับ ได้ทาง Facebook Page ของเรานะครับ Facebook Page ของเราก็ชื่อศูนย์เฉพาะกิจชายแดนไทย-กัมพูชา - Team Thailand รวมไทยใจเป็นหนึ่งนะครับ วันนี้ก็อยากจะฝากตรงนี้ไว้ แล้วก็พบกันใหม่ในครั้งหน้านะครับ สำหรับวันนี้ ขอบคุณมากครับ [สิ้นสุดการถอดความ]