Accuracy : 79.03%
Insertion : 281
Deletion : 1327
Substitution : 108
Correction : 6749
Reference tokens : 8184
Hypothesis tokens : 7138

[เสียงดนตรี]][เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรับคลิปนี้นะคะเป็น-ั(ล)-ิข(ป)-้อการสอนในหัวข้อที่4.2ยีนกับกาควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูปุณยาพรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4หัวข้อเรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจุก(ด)ประสงค์นะคะก็-ือเพ-ื-่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างย-ีนการสังเคราะห์โปรต-ีนและลักษณะทางพันธุกรรมค่ะก่อนอื่นนะคะนักเรียนจำได้ไหมคะเกี่ยวกับโรคท(ธ)าลัสซีเมียที่ได้เรียนมะคลิปในหั1(ว)ข้อที่แล้วนะคะธาลัสซีเมียคืออะไรท(ธ)าลัสซีเมียคือโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งนะคะโดยเป็นโรคโลหิตจางแบบเรื้อรังนะคะซึ่งคนไทยนี่มีผู้ที่เป็นโรคนี้เป็นจำนวนมากนะคะและมีผู้ที่เป็นพาหะของโรคนี้โดยไม่แสดงอาการจำนวนมากยิ่งกว่าขึ้นไปอีกนั่น-็สด(ปล)ว่าโรคท(ธ)าลัสซีเมียนี่ความจริงอยู่ใกล้ตัวคนไทยเรามากเลยนะคะซึ่งจากที่นักเรียนได้เรียนมาในคาบ(-ิป)ที่แล้วนะคะโรคธาลัสซีเมียนี่ถูกควบคุมโดยยีะคะโดยมีแอลลีลTเป็นที่ควบคุมลักษณะไม่เป็อัลล(น)-ิลT(รค)และแอลลีลtที่ควบคุมลักษณะที่เป็นโรคนั่นทำให้ผู้ที่มีแอลลีลTห(T)ญ่2แอลลีลดังในรูปนะคะจะไม่เป็นโรคส่วนผู้ที่มีแอลลีลttจะเป็นโ2แอลล-ีล(รค)ในขณะที่ผู้ที่ม-ีแอลล-ีลtและแอลลีลTอย่างละ1แอลลีลนะคะจะไม่เป็นโรคแต่ว่าเป็นพาหะคราวนี้คำถามก็คือแอลลีลดังกล่าวเหล่านี้นี่มันทำให้เกิดโรคหรือไม่เกิดโรคได้อย่างไรเดี๋ยวอันนี้นะคะเราจะได้มาเรียนกันในหัวข้อนี้ค่ะเรามาลองทวนกันอีกรอบ-ิะคะกันอีกนิดหนึ่งนะคะว่าแอลลีลคืออะไรแอลลีลนะคะก็คือรูปแบบของยีนโดยร(ท)-ี-ูป(-่)แบบของยีนนี่จ-ั(ะ)ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วการควบคุมนั้นนี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรนะคะยีนเป็นช่วงหนึ่งของสาร(ย)DNAนะคะที่จะควบคุมหรือกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ซึ่งโปรย(ต)-ีนนั้นนี่ก็จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะต(ท)-่างๆของพันธ-ุกรรมต่างๆขึ้นอยู่กับชนิดแล-้วกะ(-็)หน้าที่ของโปรตีนนั้นตรงนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูในตั(ส่)นขย่างลักษณะเผือกเป็นตัวอย่างก่อนนะคะที่นักเรียนเคยได้เรียนมาแล้วว่ายีนการเ(น)-ี-ิ(-่)ควบคุมการเกไ(-ิ)-้หรือการมีหรือไม่มีลักษณธ(ะ)เผือกได้อย่างไรค่ะค่ะซึ่งลักษณะเผือกนะคะเกิดจากการที่ขาดเมลานินค่ะโดยเมลานิะคะเป็นสารสีชนิดหนึ่งที่อยู่บริเวณผิวหนังผมและม่านตาค่ะโดยในตัวอย่างนี้นะคะลักษณะเผือกนี่ถูจ(ก)พ(ว)เ(ค)-ุอ(ม)โดยยีนซึ่งมี2แอลลีลโดยแอลลีลAนะคะจสังเราห์โปรตีนที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนโดยเมลานินได้ค่ะแต่ว่ายีนที่มีแอลลีลaนะคะจสังเคราะห์ได้โปรตะ(-ี)ที่มีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่สามารถทำหน้าทควบค-ุม(-ี่)ได้ค่ะอย่างในสไลจอ(ด์)ที่นักเรียนเห็นอยู่ตอนนี้นะคะโปรตีนที่ทำงานได้นี่คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีแดงนะคะส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีเหลืองค่ะคราวนี้แล้วยีนที่มีแอลลีลAแอลลีลaนี่เขาควบคุมการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย่างไรนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูไปพร้อมๆกันค่ะในผู้ที่มีแอลลีลAAนะคะเขาก็จะสามารถสังเคราะห-์-์ได้สังเคราะห์โปรตีนที่ทำงานได้ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได้นี้นี่ก็จะไปทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนะคะทำให้ผู้ที่มีแอลลีลแบบนี้นี่มีเมลานินและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกในขณะที่ผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลaaนะคะจะสังเคราะห์โปรตีนออก-ี่(มา)เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนี่ไม่มีเมลานิเก-ิดขึ้นนะคะและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะเราทราบการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมส(ข)-ำห(ง)รับผู้ที่มีอ(ฉ)ล(า)-ีลAและแอลลีลa(A)แล้วก็ผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลaแล้วนะคะคำถามก็คือแล้วผู้ที่มีแอลลีลทั้ง2รูปแบบก็คือมีทั้งแอลลีลAแล-้วกะ(-็)แอลลีลaนี่เขาจะมีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเป็นอย่าง-ำรนะคะเดี๋ยวตรงนี้คุณครูจะให้เวลาคิดประม-ัก(าณ)10วินาทีนะคะ-้วลองมาคิดเล่นๆกันแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูคำตอบพร้อมกันค่ะเริ่มเลยนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)ค่ะอันนี้น่าจะพอตอบกันได้แล้วนะคะอย่างนั้นเรามาลองดูคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะค่ะบุคคลม(น)-ีทั-้งที่เป็นพาหะนะคะมีทั้งแอลลีลAและแอลลีลaค่ะโดยการมีแอลลีลaนะคะทำให้เขามีการสร้างโปรตีนที่ทำงานไม่ได-้แต่ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มีแอลลีลAอยู่ด้วยค่ะทำให้มีการสร้างโปรต-ีนท-ี-่ทำงานได้ด้วยจึงทำให้มีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้บุคคลนี้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะตรงจุดนี้นะคะนักเรียนอาจจะสังเกตถึงแอลลีลใหญ่ถึงความแตกต่างระหว่างแอลลีลเด่นกับแอลลีลด้อยที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะจะเห็นได้ว่าการมีแอลลีลAเพียงแค่1แอลลีลนี่ก็ทำให้สามารถที่จะแสดงลักษณะออกมาได้แอลลีลAจึงจัดเป็นแอลลีลเด่นค่ะในทางกลับกันนะคะถึงแม้ว่าจะมีแอลลีลaอยู่ก็ตามแต่กลับไม่มีการแสดงออกของแอ-ักษณะนั้นล(ด)-ั-ีล(ง)นั้ะคๆ(ะ)แอลลีลaจึงจัดเป็นแอลลีลด้อยค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะนักเรียนพอที่จะสรุปความเชื่อมโยงกับแผนผังที่ครูให้ไว้ตั้งแต่ตอนต-้นคาบได้ไหมคะค(ผ)นผั-ำถาม(ง)ด้านล่างนี้นะคะว่ายีนนี่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะโดยครูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอลลีลAแอลลีลaกับการม-ีหร-ีอยู่และการ(-ื)ไม่มีอยู่ของลักษณะเผือกที่เพิด้(-่ง)เรียนป(า)เมื่อสักครู่สำหรับตอนนี้เริ่มได้เลยค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)ค่ะได้เวลาแล้วนะคะเรามาดูคำตอบกันเลยดีกว่า-่าคำตอบของเราเป็นอย-่างไรกันบ้ค่ะจากรูปนี้นะคะจะอธิบายการที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของก-ี่(าร)มีอยู่หรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้เรามาลองดูกันค่อยๆดูไปกันไปทีละข-ั้นอีกคร-ั้งห-ึ่งนะคะยีนทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีนยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะมีแอลลีลAซึ่งจ-ัด(ก)-ำป(ห)-็ลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้และแอลลีลaซึ่งจะกำหนดลักษณะท(ไ)-ี-่(-้)เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะต่อไป(มา)นะคะโปรตีนนั้นก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะสำหรับลักษณะเผือกก็คือการมีโปรตีนที่ทำงานได้หรือทำงานไม่ได้นี่ทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานินได้หรือสังเคราะห์ไม่ได้นะคะซึ่งการมีหรือไม่มีเมลานินนี้เองที่เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเรานั่นก็คือการมีหรือไม่มีลักษร(ณ)ะเผือกนั่นเองค่ะค่ะจากตัวอย่างข้างต้นนะคะก็จะเป(ห)-็นได้ว่ายี-ี่ควบคุมการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วคราวนี้ยีนนี่กำหนดลักษณะของโปรตีนได้อย่างไรนะคะคำตอบก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนมีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะอันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะว่าครูคะคำตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรเลยค่ะลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะใครที่ลืมไปแล้วนะคะหรือว่าาจจะรู้สึกว่าเอ๊ะเหมือนไม่เคยได้เรียนมาก่อนเลยไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวคุณครูทวนให้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะคะย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีนคือช่วงหนึ่งของสารDNAแล้วDNAคืออะไรDNAนะคะหรือชื่อเต-็มdeoxyribonucl-็ํม(e)icacidนะคะเป็นสารพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ค่ะซึ(อย)-่งในรูปตรงนี้นะคะโครงสร้างในต(ก)ง(บ)นี้คือ1นิวคลีโอไทด์ค่ะโดยนิวคลีโอไทด์นี่จะมาเรียงต่อกัะคะเป็นสายพอลินิวคลีโอไทด์จำนวน2สาร(ย)ค่ะ-ำ(-ั)-ี้คือสายหนึ่1(ง)นะคะส่วนอันนี้ก็คือพอลินิวคลีโอไทด์อีกสายหนึ่งค่ะพอลินิวคลีโอไทด์สายคู่นี้นะคะจะพ-ันก-ันเป็นโครงสร้างเกลียวสายคู่แต่ละนิวคลีโอไทด์นี่จะประกอบไปด้วยน้ำตาลหมู่ฟอสเฟตและไนโตรหม-ู(เ)-่ฟอ(นั)สเฟ(บ)แล(ค่)อัน-ี้เดี๋-ิ(ย)วครูจะองข-ีโอไทด(ย)-์ค(ย)-่ะในส่วนของนิวคลีโอไทด์ขึ้นมาให้ใหญ่หน่อยนะคะเราจะได้เห็นชัดๆกันซึ่งนิวคลีโอไทด์ที่มาต่อกั-ี้นะคะมี4ชนจะ(-ิด)ตามชนิดของไนโตรเจนัสเบสค่ะได้แก่อะดินีนหรือAไทมีนหรือTพ(ไ)ซโทอลิน(ซ)-ี-ิวคล-ี(น)หรือCและกวานีนหรือGค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสAนะคะจะจับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสTค่ะส่วนนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสGนะคะจะจับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสCค่ะคราวนี้นะคะเราได้รู้จักDNAกันแล้วเรากลับมาที่ยีนและแอลลีลของเรากันดีกว-่าค-่ะกลับมที่รูปนี้อีกครั้งหนึ่งนะคะยีนนี่เป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีนที่ที่สังเคราะห์ขึ้นดังนั้นถ้าหากว่าลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี่ก็อาจจะส่งผลให-้ได-้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะบนสายDNAยาวๆของเรานี่ม-ีย-ีอยู่ด้วยกันหลายยีนค่ะโดยยีนที่ต่างชนิดกัน-็จะมีลำด-ั-ิวคลีโอไทด์ที่ต่างกันได้โปรตีนออกมที-่(า)ต่างชนิดกันและส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต-่างๆนะคะอย-่างก(ต)-ัวอย่าน(ง)ที่เราเรียนมานะคะยีนธาลัสซีเมียกับยีนลักษณะเผือกนะคะก็เป็น-ีนคนละยีนกันมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและได้เป็นโปรตีนต่างชนิดกัะคะซึ่งก็ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมคนละอย่างคราวนี้นะคะเรามาลองดูท-ี่ย-ีนหนึ-่1(ง)ยีนกันบ้างค่ะในกรณีขอ1(ง)-ีนเด-ียวกันนะคะแอลลีลต่างรูปแบบกันก็จะม-ีลำดับนิวคลีโอไทด์ท-ี-่แตกต่างกันทำให้มีความแตกต่างของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นะคะซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดเป็นฟีโนไทป์ที่แตก-่งกัม(น)ไปด้วยตัวอย่างนะคะก็เช่นแอลลีลTและแอลลีลtนะคะในกรณีตัวอย่างของโรคธาลัสซีเมียค่ะจากในรูปนะคะจะเห็นว่าแอลลีลTกับแอลลีลtนี่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันนะคะซึ่งก็ส่งผลให้สังเคราะห์ออกมาเป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกันและส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็นโรคท(ธ)าลัสซีเมียนั่นเองค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะก็น่อ(า)ที่จะพอเห็นภาพแล้-่ายีนนี่มันเกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะ-่อ(ง)าก(-ุด)นี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองตอบคำถามเพื่อนะค(ท)-ีแล(-่จ)ะตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะโดยจะให้เขียนแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนและโปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของบุคน(ล)ที่มีเลือดหมู่ABค่ะน่าจะไม่ยากนะคะสำหรับนักเรียนที่ตอบได้นี่แสดงว่าเข้าใจแล้วแต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไรนะคะก็อาจจะลองย้อนกลับไปดูคลินี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะทำความเข้าใจหรือว่าอาจจะสืบค้นเพิ่มเติมนะคะแล้วกหรือ(-็)ลองคุยกับเพื่อนดูว่าแต่ละค-ี่มีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)จากที่เราได้เรียนมานะคะคราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเกิดผ่านยีนซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่อยู่บนโครโมโซมโดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นแอลลีลรูปแบบลท-ี(ต)-่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและทำให-้ได-้โปรตีนที่มีสมบัติต่างกันค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับการศึกษายีนในหัวข้อยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตร-ี-ี][เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2026-03-06 10:47:47
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}