Accuracy : 73.50%
Insertion : 132
Deletion : 1423
Substitution : 362
Correction : 5448
Reference tokens : 7233
Hypothesis tokens : 5942
จะไม่เป็นโรคส่วนผู้ที่มีunrealท(แอลล)-ีเร็กซ์2unreal(ลtt)จะเป็นโรคในขณะที่ผู้ที่มีแarganx(อลลีลt)และแอTใหญ่(ลลีลT)อย่างละ1แอ-ันเ(ลลี)ลยนะคะจะไม่เป็นโรคแต่ว่าเป็นพาหะเช้(คร)าวนี้คำถามก็คือแอลลีลดังกล่าวเหล่านี้เนี่ยมันทำให้เกิดโรคหรือไม่เกิดโรคได้อย่างไรเดี๋ยวอ-ันนี้นะคะเราจะได้มาเรียนกันในหัวข้อนี้ค่ะเรามาลองช(ท)วนกันอีกนิดหนึ-่งนะคะว่าแอลล-ืม(-ีล)คืออะไรแอย่า(ล)ล-ืม(-ีล)นะคะก็คือรูปแบบของยีนโดยพ(ท)-ี่ยีนน-ี่จะควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วการควบคุมน-ัะเ(-้น)นี่ยมันเกิดขึ้นได้อย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะยีนเป็นช่วงเย-็(ห)น-ึ่งของสายDNAนะคะที่จะควบคุมหรือกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ซึ่งโปรด(ต)-ีนน-ัะเ(-้น)นี่ยก็จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็หน้าที่ของโพ(ป)รตีนนั้น-ุ่(ตร)งนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูในส่วนของลักษณะเผื-่อกเป็นตัวอย่างก่อนนะคะที่นักเรียนเคยได้เรีย-ินมาแล้วว-่ายีนนีะ(-่)ควบคุมการเกิดหรือการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย-่-ั(า)งไรค่ะค่ะซึ่งลักษณะเผือกนะคะเกิดจากการที่ขโ(า)ดย(เ)มลานิน-ีอ(ค่)ะไร(โ)ดยเมลานิ-ี(น)นะคะเป็นสารสีชนิดหนึ-่งที่อยู่บริเวณผิวหนังผมแล-้ว(ะ)ม-่-ั(า)นตาป(ค)-่ะโดา(ย)ในตัวอย่างด(น)-ี-้นะคะลักษณะเผือกนี่ถูกควบคุมโดยย-ีนซึ่งมี2แอลลีปริ(ลโด)ยแอลลีาย(ลA)นะคะจะสังเคราะห์โปรตีนที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินได้ค่ะแต่ว่ายีนที่มีแอลลีลaนะคะจะสังเคราะห์ได้โปรตีนที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่สามารถทำหน้าค(ท)-ีย-์(-่)ได้ค่ะอย-่างในสไซอย(ลด์)ที่โรง(นัก)เรียนเห็นอยู่ตอนนี้นะคะโปรตีนที่ทำงานได้นี่คุณครูแทนด้วยก้อนโปรต-ีนสีแด-้(ง)นะคะส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้คุณครูแทนด-้วยก-้อนโปรตีนสีเหลืองค่ะคราวนี้แล้วยีนที่ม-ีแอลล-ีลAแอลล-ี-ูใหญ(ลaนี)-่ๆเขาควบคุมการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะเดี๋ยวเรามาลองดูไปพร้อมๆกันค-่ะในผู้ที่มีแอ-ันใหญ่2อัน(ลลี)ล-ืม(AA)นะคะเขาก็จะสามารถสังเคราะห์โปรตีนที่ทำงานได้ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได้นีเ(-้)นี่ยก็จะไปทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนะคะทำให้พ(ผ)-ู-้ที่มีแอลลีด(ล)แบบนี้นี่มีเมลานินและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกในขณะที่ผู้ที่มีเฉพาะแอลalv(ลีล)arez(a)นะคะจะสังเคราะห์โปรตีนออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินน-ี่ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นนะคะและทำให้มีลักษณะเส(ผ)-ือกค่ะเราส(ท)ร-้าง(บ)การควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของผู้ที่มีอาจจะเฉพราะแอลลายๆ(-ีลA)แล้วก็พ(ผ)-ูด(-้)ที่มีเฉพาะแอลลเ(-ี)ลข(a)แล้วนะคะคำถามก็คือแล้วผู้ที่มีแอลายุ(ลีล)ทั้ง2รูปแบบก็คือมีทั้งแอห(ล)ลายๆ(-ีลA)แล้วก็ไ(แ)อเ(ล)ล-็กเ(-ีลa)นี่ยเขาจะมีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะเดี๋ยวพ(ต)ร-ุ่งนี้คุณครูจะให้เวลาคิดประมาณ10วินาทS(-ี)นะคะลองมาคิดเล่นๆกันแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูคำตอบพร้อมกันค่ะเริ่มแ(เ)ลยนะคะ[เสีย-้ว(งด)นตรี](คุณครูปุณยาพร)ค่ะอันนี้น่าจะพอต-่อบกันได้แล้วนะคะอย่างน-ั้นเรามาลองดูคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะค่ะบุวัน(คคล)นี้เป็นพาหะนะคะมีทั้งตัว(แ)อลลีลย่าง(Aและ)แอลลีลaค่ะโดยการมีแอลละไร(-ีลa)นะคะทำให้เขามีการสร้างโปรตีนที่ทำงานไม่ได้แต่ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มีแอลลตัว(-ีลA)อย-ู-่างด้วยค่ะทำให้มีการสร้างโปรตีนที่ทำงานได้ด้วยจึงทำให้มีการสังเคราะห์เม-ีอะไร(ลานิน)เกิดขึ้นและทำให้บุคคลนี้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะตรงจุดนี้นะคะนักเรียนอาจจะสังเกตถึงความแตกต-่างระค(ห)ว-่างแอลลีลเด่นกัมตายAndroid(บแอลลีลด้อย)ที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะจะเห็นได้ว่าการมีแอะไรใหม่ๆ(ลลีลA)เพียงแค่1ทะเ(แอล)ลแ(-ี)ลนี่กะ(-็)ทำให้สามารถที่จะแสดงลักษณะออกมาได้แอลลีลAจึalinaminใหญ่unlimited(งจัดเป็นแอลลีลเด่นค่ะ)ในทางกลับกันนะคะถึงแม้ว่าจะม-ีแอลล-ีลaอยู่ก็ตามแต-่กลับไม-่มีการแสดงออกของลักษณะนั้นดังนั้นนะคะแอลลีลaจึงจ-ัะ(ด)เป็นแอ-ันน(ลล)-ีลด-้อยค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะนักเรียนพอที่จะสรุปความเชื่อมโยงกับแผนผังที่ครูให้ไว้ตั้งแต่ต้นคาบได้ไหมคะแผนผังดต(-้)านลร(-่)างนี้นะคะว่ายีนนี่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะโดยคก(ร)-ูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอนิยายrelxก(ลลีลAแอลลี)ลaก-ับการมีหรือไม่มีลักษณะเปล(ผ)-ือกท-ี่เพิ่-ุ(ง)เรียนมาเมื่อสักครู่นะค(สำห)รับตอนนี้เริ่มได้เลยค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)ค่ะได้เวลาแล้วนะคะเรามาดูก-ัน(คำ)ต-่อบกไป(-ัน)เลยดีกว่าว่าคำตอบของเราเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)กันบ้างค-่ะจากรูปนี้นะคะจะอธิบายการที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของการมีหรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้แล้ว(เรา)มาลองดูกันไม่ค่อยๆถ(ด)-ูกกันไปทีละขัค(-้)นอีกครั้งหนึ-่งนะคะย-ื(-ี)นทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีนยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะมีแอ-ันเด(ลล)-ียวเองง(ลAซึ)-่ายๆฉัน(ง)จะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้และแอalex(ลลีล)aซึ่งจะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะต่อมานะคะโปรตีนนั้นก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะสำหรับลักษณะเผื-่อกก็คือการมีโปรตีนที่ทำงานได้หรือทำงานไม่ได้เนี่ยทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานินได้หรือสังเคราะห์ไม่ได้นะคะซึ่งการมีหรือไม่มีเมลอะไร(านิน)นี้เองที่เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเรานั่นก็คือการมีอยู่หรือไม่มีลักษณะเผแบบ(-ือก)นั-้(-่)นเองค่ะค่ะจ-ัด(าก)ตัวอย่างข้างต้นนะคะก็จะเห็นได้ว่ายีนน-ีส์รถ(-่ควบ)คุมการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วคราวนี้ยีนนี่กำหนดลักษณะของโปรตีนได้อย่างไรนะคะคำตอบก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนมีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะอันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะว่าคร-ู-่ค-้าเขา(ะคำ)ตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรเลยค่ะลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะใครที่ลืมไปแล้วนะคะหรือว่าอาจจะรู้สึกว่าเอ๊ะเหมือนไม่เคยได้เรียนมาก่อนเลยไม่เป็นไรค่ะเดีอ(-๋)ยวคุณครูทาก(วน)ให้ฟังอีกครั้งหนึ-่งนะคะย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีนคือช่วงหนึ-่งของสาย(ร)DNAแล้วเรียนเอก(DNA)คืออะไรDNAนะคะหรือชื่อเต็มdeoxyribonucleicA(a)cidนะคะเป็นสารพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ค่ะอย-่ากได้(งใน)รูปตอน(รง)นี้นะคะโขอ(คร)งตั(สร)-้างในกรอบนี้คือ1นิวคลีโอไทด์ค่ะโดยนิวคลีโอไทด์นี-่จะมาเรียงต่อกันนะคะเป็นสายพอลินิวคลีโอไทด์จำนวน2สา3(ย)ค่ะอันนี้คือสายหนึ-่งนะคะส่วนอันนี้ก็คือพอลินิวคลีโอน(ไ)ท-ี่(ด์)อ-ิจฉ(-ีกส)ายหนึ่งค่ะพอลินิวคลีโอไทด์สายคู่นี้นะคะจะพาก(-ัน)การ(-ัน)เป็นโครงสร้างเกต(ล)-ียง(ว)คู-่แต-่ละนparonychiaเ(-ิวคลีโอไทด์)นี่ยจะประกอบไปด้วยน้ำตาลหมู่ฟอสเฟตและไนโตรเจ-ีนัสเบสค่ะอันนี้เดี๋ยวครูจะลองขยายดู(ใน)ส่วนของนิวคลีโอไทด์ขที่(-ึ้น)มาให้ใหญ่หน่อยนะคะเราจะได้เห็นชัดๆกันซึ่งน-ิวคลีโอไทด์ที่มาต่อกันนี้นะคะมี4ชนิดตามชนิดของไนโตรเจ-ีนัสเบสค่ะได้แต(ก)-่อาท(ะด)-ิตย์นี-้(น)หรือAIMean(ไทมีน)หรือTไปตรุษจ(ซโทซ)-ีนหรือซ-ี(C)และกยิ(วา)นด-ีนหรือGค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสa(A)นะคะกร(จ)ะจ-ับก-ับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสท-ี(T)ค่ะส่วนนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสg(G)นะคะจะจับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส4(C)ค่ะเท่(คร)าวนี้นะคะเราได้รู้จักDNAกันแล้วกลับมาที่ย-ื(-ี)นและแอลลีลของเรากันดีกว่าค่ะกลับมาเที่ยวรูปนี้อีกครั้งหนึ-่งนะคะยีนนี่เป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นดังนั้นถ้าหากว่าลำดับของนิวคลีโอไทด์เปลี่ยนแปลงไปเนี่ยก็อาจจะส่งผลให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะค-ุณ(บน)สายDNAยาวๆของเรานี่มียีนอยู่ด้วยกันหลายยค(-ี)นค่ะโดยยีนต่างชนิดกันก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์แตก(ที่)ต่างกันได้โปรตีนออกมาต่างชนิดกันและส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆนะคะอย่างตัวอย่างที่เราเรียนมานะคะยีนธาลัสซีเมียกับยีนลักษณะเผือกนะคะก็เป็นยีนค-ืออ(นล)ะไรยีนกันมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและได้เป็นโปรตีนแต-่างชนิดก-ันนะคะซึ่งจะ(ก็)ส่งผลให้เกิดลักษณเ(ะ)ทางพันธุกรรมคนละอย-่างคราวนี้นะคะเรามาลองดูที่ยีนหอื(นึ)-่งยีนกันบ้างค่ะในกรณีของท(ย)-ีม(น)เดียวกันนะคะต่างรูปแบบการ(-ัน)ก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต-่างก-ันทำให้มีความแตกต่างของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นะคะซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดเป็นจ(ฟ)-ีโนไทป์ที่แตกต่างกันไปด้วยตัวอย่างนะคะก็เช่นที่ใหญ่(แอลลีลT)และแอยู-่ท(ลล)-ี-่เล-็ก(t)นะคะในกรณีตัวอย่างของโรคธาลัสซีเมียค่ะจากในรูปนะคะจะเห็นว่าalpใหญ่(แอลลีลT)กับแอายุเ(ล)ล-็กเ(-ีลt)นี่ยมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันนะคะซึ่งก็ส่งผลให้สังเพ(ค)ราะห์ออกมาเป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกันและส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนั่นเองค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะก็น่าที่จะปล-่(พ)อเห็ย(น)ภาพแล้วว่ายีนนี่มันเกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะตรงจุดนี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองตอบคำถามเพืร(-่)อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะโดยให้เขียนแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนโปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของบุคคลที่มีเลือดหมู่ABค่ะน่าจะไม่ยากนะคะสำหรับนักเรียนที่ส(ต)อบได้เนี่ยแสดงว่าเข้าใจแล้วแต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะอาจจะลองย้อนกลับไปดูคลิปนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะทำความเข้าใจหรือว่าอาจจะสืบค้นเพิ่มเติมนะคะแล้วก็เรา(ลอง)คุยกับเพื่อนดูว่าแต่ละคนเนี่ยมีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกันอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)จากที่เราได้เรียนมานะคะคราว-ันนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเกิดผ่านยีนซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่อยู่บนโครโมโซมโดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นแอ-ันน(ลล)-ี-้(ล)รูปแบบต่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและทำให้ได้โปรตีนที่มีสมบัติต่างกันค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับการศึกษาในหัวข้อยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่น-ักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็ค-ือการเปลีะ(-่)ยนแปลงทางพ-ันธุกรรง(ม)ค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2026-03-06 13:34:54
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :NeedlemanWunsch
- score weight :{"Match":2,"Mismatch":-1,"PartialMatch":1,"GapPenalty":-1}