﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.003 --> 00:00:08.003

3
00:00:08.005 --> 00:00:12.005

4
00:00:12.009 --> 00:00:16.009

5
00:00:16.014 --> 00:00:20.014

6
00:00:20.016 --> 00:00:23.090

7
00:00:24.019 --> 00:00:28.019

8
00:00:28.021 --> 00:00:32.021

9
00:00:32.023 --> 00:00:36.023
(คุณครูอุมาพร) สวัสดีค่ะ วันนี้นะคะ เราจะมาพูดคุย

10
00:00:36.026 --> 00:00:40.026
ถึงบทที่ 1 เรื่องเซตค่ะ ซึ่งอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่ะ

11
00:00:40.027 --> 00:00:44.027
ก่อนอื่นเดี๋ยวเรามาดูวัตถุประสงค์ของบทเรียนนะคะ

12
00:00:44.027 --> 00:00:48.027
ในบทเรียนนี้นะคะ คุณครูจะบอกความหมาย

13
00:00:48.028 --> 00:00:52.028
ของเซต เขียนสัญลักษณ์เกี่ยวกับเซตค่ะ

14
00:00:52.028 --> 00:00:56.028
และเขียนแสดงเซตนะคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเรามาเริ่มเรียนกันเลย

15
00:00:56.029 --> 00:01:00.029
ค่ะ จากรูปนะคะ นักเรียนจะเห็นว่า มีกล่องอยู่

16
00:01:00.029 --> 00:01:04.029
1 ใบนะคะ ซึ่งกล่องใบนี้คุณครูเรียกว่า

17
00:01:04.030 --> 00:01:08.030
กล่องปริศนานี้บรรจุปริศนาไว้มากมายเลย

18
00:01:08.031 --> 00:01:12.031
เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่านะคะ ว่ากล่องใบนี้จะมีอะไรบ้าง

19
00:01:12.032 --> 00:01:16.032
ตัวแรกค่ะ เป็นเลขอะไรคะ 1 ค่ะ

20
00:01:16.033 --> 00:01:20.033
ถัดมาเป็น 2 นะคะ นักเรียนสามารถ

21
00:01:20.035 --> 00:01:24.035
เดาได้ไหมคะ ว่าตัวเลขต่อไปจะเป็นอะไร

22
00:01:24.035 --> 00:01:28.035
เป็นมังคุดค่ะ a

23
00:01:28.036 --> 00:01:32.036
ทุเรียนนะคะ u ค่ะ

24
00:01:32.036 --> 00:01:36.036
o แตงโมค่ะ

25
00:01:36.037 --> 00:01:40.037
e i

26
00:01:40.038 --> 00:01:44.038
ชมพู่ค่ะ เดี

27
00:01:44.040 --> 00:01:48.040
การจัดกลุ่มของต่าง ๆ เหล่านี้ดีกว่าค่ะ กลุ่มแรกค่ะ

28
00:01:48.042 --> 00:01:52.042
เป็นกลุ่มของผลไม้ค่ะ นักเรียนสามารถบอกได้ไหมคะ ว่า

29
00:01:52.042 --> 00:01:56.042
ที่เป็นผลไม้ ก็ต้องมีมังคุด

30
00:01:56.044 --> 00:02:00.044
ทุเรียน แตงโม แล้วก็ชมพู่ใช่ไหมคะ

31
00:02:00.044 --> 00:02:04.044
กลุ่มถัดมาค่ะ กลุ่มของจำนวนนับ อะไรบ้างที่เป็นจำนวนนับ

32
00:02:04.044 --> 00:02:08.044
ก็คือ 1 และ 2 นั่นเองค่ะ

33
00:02:08.045 --> 00:02:12.045
กลุ่มสุดท้ายค่ะ กลุ่มในสระ

34
00:02:12.046 --> 00:02:16.046
ในภาษาอังกฤษ อะไรบ้างคะที่เป็นสระในภาษาอังกฤษ ก็คือ a e i

35
00:02:16.046 --> 00:02:20.046
o u นั่นเองนะคะ นักเรียนจะสังเกต

36
00:02:20.047 --> 00:02:24.047
เห็นว่ากลุ่มทั้งสามกลุ่มนี้นะคะ สามารถบอกได้แน่นอนเลย

37
00:02:24.047 --> 00:02:28.047
ใช่ไหมคะ ว่าอะไรที่อยู่ในกลุ่ม และอะไรที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม

38
00:02:28.047 --> 00:02:32.047
ใช่ไหมคะ ซึ่งลักษณะแบบนี้นะคะ ในทางคณิตศาสตร์ค่ะ

39
00:02:32.049 --> 00:02:36.049
เราจะเรียกว่า "เซต" ค่ะ ใน

40
00:02:36.050 --> 00:02:40.050
คณิตศาสตร์ใช้คำว่า "เซต" ในการกล่าวถึงกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ

41
00:02:40.051 --> 00:02:44.051
และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแล้วนะคะ

42
00:02:44.051 --> 00:02:48.051
สามารถทราบได้แน่นอนว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่ม สิ่งใดไม่อยู่ในกลุ

43
00:02:48.052 --> 00:02:52.052
ค่ะ ตัวอย่างเช่นค่ะ เซตของจำนวนนับที่

44
00:02:52.052 --> 00:02:56.052
น้อยกว่า 3 นะคะ เซตของสระในภาษาอังกฤษค่ะ

45
00:02:56.054 --> 00:03:00.054
เซตของชื่อวันในสัปดาห์

46
00:03:00.054 --> 00:03:04.054
และเราจะเรียกสิ่งที่อยู่ในเซต

47
00:03:04.056 --> 00:03:08.056
นะคะ ว่าสมาชิกค่ะ ตัวอย่างเช่นนะคะ เซตของจำนวน

48
00:03:08.057 --> 00:03:12.057
นับที่น้อยกว่า 3 ค่ะ นักเรียนสามารถบอกได้ไหมคะ ว่าสามาชิกของเซตนี้

49
00:03:12.058 --> 00:03:16.058
เป็นอะไรบ้าง

50
00:03:16.058 --> 00:03:20.058
สมาชิกของเซตนี้นะคะ ก็คือ 1 และ 2 ค่ะ

51
00:03:20.058 --> 00:03:24.058

52
00:03:24.059 --> 00:03:28.059
เซตของสระภาษาอังกฤษล่ะค่ะ บอกได้ไหมคะว่า

53
00:03:28.060 --> 00:03:32.060
เป็นอะไรบ้าง ก็คือมี

54
00:03:32.060 --> 00:03:36.060
a e i o

55
00:03:36.061 --> 00:03:40.061
และ u ค่ะ

56
00:03:40.063 --> 00:03:44.063
เซตของชื่อวันในสัปดาห์ล่ะค่ะ มีสามาชิก ได้แก่

57
00:03:44.065 --> 00:03:48.065
จันทร์,

58
00:03:48.066 --> 00:03:51.315
อังคาร

59
00:03:52.068 --> 00:03:56.068
พฤหัสบดี

60
00:03:56.070 --> 00:04:00.070
ศุกร์

61
00:04:00.071 --> 00:04:04.071
เสาร์

62
00:04:04.071 --> 00:04:07.251

63
00:04:08.073 --> 00:04:12.073
และอาทิตย์ค่ะ

64
00:04:12.074 --> 00:04:16.074
ถัดไปค่ะ

65
00:04:16.074 --> 00:04:20.074
เซตของคำตอบของสมการ

66
00:04:20.075 --> 00:04:24.075
x ยกกำลัง 2-4 = 0

67
00:04:24.077 --> 00:04:28.077
นี้ หลักการวิธีหานะคะ เราจะ

68
00:04:28.077 --> 00:04:32.077
หาจำนวนที่ยกกำลัง 2 ลบ 4 และเท่ากับ 0

69
00:04:32.080 --> 00:04:36.080
นั่น ก็คือ 2 และ -2 ค่ะ

70
00:04:36.080 --> 00:04:40.080
ตัวอย่างเช่น 2 นะคะ ถ้าครูนำ 2 ยกกำลัง 2 นะคะ จะเท่ากับ 4

71
00:04:40.081 --> 00:04:44.081
- 4 ก็จะเท่ากับ 0 ค่ะ เพราะฉะนั้น สมาชิกของเซตนี้

72
00:04:44.082 --> 00:04:48.082
ก็คือ 2 และ -2 ค่ะ

73
00:04:48.082 --> 00:04:52.082

74
00:04:52.083 --> 00:04:56.083
ต่อไปเป็นการเขียนแสดงเซตนะคะ การเขียนแสดงเซตนะคะ

75
00:04:56.084 --> 00:05:00.084
จะเขียนได้ 2 แบบค่ะ ก็คือ 1 การแจกแจงสมาชิกค

76
00:05:00.084 --> 00:05:04.084
2. คือแบบบอกเงื่อไขของสามาชิก เดี๋ยวเรามาดูข้อ

77
00:05:04.085 --> 00:05:08.085
ที่ 1 คือแบบแจกแจงสมาชิกกันดีกว่าค่ะ

78
00:05:08.085 --> 00:05:12.085
แบบนี้นะคะ จะมีวิธีการเขียน ก็คือจะเขียนสมา่ชิกทุกตัว

79
00:05:12.085 --> 00:05:16.085
ค่ะ ของเซตลงในวงเล็บปีกกา และใช้เครื่องหมาย

80
00:05:16.085 --> 00:05:20.085
จุลภาค ก็คือเครื่องหมายลักษณะแบบนี้ค่ะ

81
00:05:20.086 --> 00:05:24.086
สมาชิกแต่ละตัวนะคะ ตัวอย่างเช่นค่ะ

82
00:05:24.087 --> 00:05:28.087
เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า 5 ค่ะ จะเขียนได้ดังนี้

83
00:05:28.088 --> 00:05:32.088
นะคะ คุณครูก็จะเริ่มเขียนจากปีกกาก่อนค่ะ หลังจากนั้น

84
00:05:32.089 --> 00:05:36.089
จำนวนนับที่น้อยกว่า 5 มีอะไรบ้างคะ ก็คือมี 1,

85
00:05:36.090 --> 00:05:40.090
2, 3, 4

86
00:05:40.090 --> 00:05:44.090
หมดหรือยังคะ หมดแล้วนะคะ ก็จะตามด้วยวงเล็บปีกกาปิด

87
00:05:44.091 --> 00:05:48.091
ค่ะ

88
00:05:48.091 --> 00:05:52.091
ในการเขียนชื่อเซตนะคะจะเขียนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ

89
00:05:52.093 --> 00:05:56.093
ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ และสมาชิก

90
00:05:56.093 --> 00:06:00.093
ของเซตจะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กนะคะ

91
00:06:00.095 --> 00:06:04.095
ให้ A นะคะ แทนเซต ซึ่งมีสมาชิก 3 ตัว

92
00:06:04.095 --> 00:06:08.095
ได้แก่ a, b, c นะคะ เราจะเขียน

93
00:06:08.096 --> 00:06:12.096
a แบบแจกแจงสมาชิกได้แบบนี้ค่ะ

94
00:06:12.097 --> 00:06:16.097
อันดับแรกนะคะ ก็จะเขียนชื่อเซตก่อนค่ะ หลังจากนั้นนะคะ จะใส่สมาชิก

95
00:06:16.098 --> 00:06:20.098
ลงไปในวงเล็บปีกกาค่ะ นี่ค่ะ

96
00:06:20.100 --> 00:06:24.100
อันนี้นะคะ จะอ่านว่า

97
00:06:24.100 --> 00:06:28.100
เซตของ A นะคะ ประกอบไปด้วยสมาชิก

98
00:06:28.101 --> 00:06:32.101
A B และ C ค่ะ

99
00:06:32.103 --> 00:06:36.103
ต่อไปนะคะ จะให้ B ค่ะแทนเซตจำนวน

100
00:06:36.103 --> 00:06:40.103
เต็มที่ยกกำลัง 2 แล้วได้ 16 ค่ะ เซตนี้นะคะ

101
00:06:40.103 --> 00:06:44.103
หลักการ ก็คือเราจะเขียนชื่อเซตค่ะ

102
00:06:44.103 --> 00:06:48.103
มีอะไรบ้างคะที่เป็นจำนวนเต็มแล้วยกกำลัง 2 แล้วได้ 16

103
00:06:48.105 --> 00:06:52.105
ก็คือมี 4 แล้วก็ -4 ค่ะ

104
00:06:52.105 --> 00:06:56.105

105
00:06:56.106 --> 00:07:00.106
ทีนี้ค่ะ ในกรณี

106
00:07:00.106 --> 00:07:04.106
ที่สมาชิกของเซตนะคะ มีจำนวนมาก การเขียนเซตแบบแจกแจงสมาชิก

107
00:07:04.108 --> 00:07:08.108
นะคะ เราจะใช้จุด 3 จุด ค่ะ ที่จะใช้สมาชิก

108
00:07:08.109 --> 00:07:12.109
อื่น ๆ ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันทั่วไปค่ะว่ามีอะไรบ้าง

109
00:07:12.109 --> 00:07:16.109
อะไรบ้างอยู่ในเซตนั้นนะคะ หมายความว่า

110
00:07:16.110 --> 00:07:20.110
นักเรียนมีเซตอยู่ 1 เซ

111
00:07:20.110 --> 00:07:24.110
จะเขียนสมาชิกทั้งหมดนะคะ ออกมาได้ลำบากนะคะ

112
00:07:24.112 --> 00:07:28.112
หลักการก็คือใช้ ... มีตัวสมาชิกตัวถัด ๆ ไปน่ะ

113
00:07:28.112 --> 00:07:32.112
ค่ะ อยู่ในเซตนั้นด้วยนะคะ

114
00:07:32.113 --> 00:07:36.113
ตัวอย่างเช่นค่ะ ให้ C แทนเซตของพยัญชนะของภาษาไทย

115
00:07:36.114 --> 00:07:40.114
นะคะ เราก็จะเขียนเซต C แบบนี้ค่ะ

116
00:07:40.115 --> 00:07:44.115
c = นะคะ หลังจากนั้นพยัญชนะภาษาไทย

117
00:07:44.116 --> 00:07:48.116
ตัวแรกอะไรคะ ก

118
00:07:48.116 --> 00:07:52.116
ข ขวด นะคะ เราก็จะเขียนลงไปค่ะ

119
00:07:52.116 --> 00:07:56.116
ส่วนตัวถัด ๆ ไปนะคะ เราจะใช้จุด 3 จุดค่ะ

120
00:07:56.116 --> 00:08:00.116
และตัวสุดท้าย คือ ฮ นกฮูก เป็นตัวสุดท้าย

121
00:08:00.117 --> 00:08:04.117
ปิดท้ายค่ะ

122
00:08:04.119 --> 00:08:08.119
ต่อไปเรามาดูตัวอย่างถัดไปกันดีกว่านะคะ ตัวอย่างถัดไปค่ะ

123
00:08:08.120 --> 00:08:12.120
ให้ D แทนเซตของจำนวนคู่ นักเรียน

124
00:08:12.121 --> 00:08:16.121
ทราบไหมคะ ว่าจำนวนคู่มีอะไรบ้าง

125
00:08:16.122 --> 00:08:20.122
นะคะ อาจจะเข้าใจว่าจำนวนคู่อาจจะหมายถึงจำนวน

126
00:08:20.122 --> 00:08:24.122
2 4 6 8 ไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วนะคะ

127
00:08:24.123 --> 00:08:28.123
จำนวนคู่นะคะ ังมีมากกว่านั้นอีกค่ะ จำนวนคู่นะคะ

128
00:08:28.124 --> 00:08:32.124
ค่ะ หมายถึงจำนวนที่หาร 2 ลงตัว ซึ่ง

129
00:08:32.126 --> 00:08:36.126
สามารถเป็นจำนวนคู่ลบก็ได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น

130
00:08:36.126 --> 00:08:40.126
-2 -4 -2, -4, -6, -8 ไปเรื่อย ๆ รวมถึง 0 ด้วยนะคะ

131
00:08:40.127 --> 00:08:44.127
0 ก็ หารด้วย 2 ลงตัวค่ะ มีค่าเป็น 0

132
00:08:44.128 --> 00:08:48.128
แล้วนะคะ การเขียนเซต D นะคะ เราจะเริ่มต้นเขียน

133
00:08:48.129 --> 00:08:52.129
ชื่อเซตนะคะ และเขียนจำนวนคู่ลบก่อนค่ะ

134
00:08:52.130 --> 00:08:56.130
จำนวนคู่ลบก็คือ -2 -4 -6 ไปเรื่อย ๆ

135
00:08:56.130 --> 00:09:00.130
เราต้องเขียนจำนวนที่น้อยที่สุดก่อนค่ะ เพราะเราไม่ทราบนะคะ

136
00:09:00.130 --> 00:09:04.130
เพราะฉะนั้นเราจะเขียน ..., -4,

137
00:09:04.131 --> 00:09:08.131
-4 -2

138
00:09:08.132 --> 00:09:12.132
หลังจากนั้นก็ตามด้วย 0 นะคะ แล้วก็ตามด้วยจำนวนคู่บวกค่ะ

139
00:09:12.133 --> 00:09:16.133
คือ 2 4 6 ค่ะ

140
00:09:16.134 --> 00:09:20.134
เดี๋ยวเรามาดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะคะ ให้ E แทน

141
00:09:20.134 --> 00:09:24.134
เซตของเลขโดดที่แทนด้วย

142
00:09:24.136 --> 00:09:28.136
121 นักเรียนทราบไหมคะ ว่าเลขโดดมีอะไรบ้าง

143
00:09:28.136 --> 00:09:32.136
เลขโดดนะคะ คณิตศาสตร์นะคะ ก็คือ

144
00:09:32.136 --> 00:09:36.136
เลขที่พบก็คือ 1 และ 2 ค่ะ หลักการ

145
00:09:36.137 --> 00:09:40.137
เซตนะคะ ถ้ามีจำนวนใดซ้ำกัน

146
00:09:40.137 --> 00:09:44.137
มากกว่า 1 ตัวนะคะ เราจะเขียนเพียงแค่ครั้งเดียวค่ะ ตัวอย่างเซตนี้นะคะ

147
00:09:44.138 --> 00:09:48.138
เราก็จะเขียนเป็น E = เซตของ 1 แล้วก็ 2 ค่ะ

148
00:09:48.139 --> 00:09:52.139
1, 2 แบบนี้ค่ะ

149
00:09:52.139 --> 00:09:56.139
ต่อไปนะคะ เรามาดู

150
00:09:56.140 --> 00:10:00.140
การเขียนเซตแบบบอกเงื่อนไขสมาชิกกันค่ะ เราจะใช้ตัวแปร

151
00:10:00.140 --> 00:10:04.140
นะคะ แทนสมาชิกค่ะ แล้วบรรยายสมบัติหรือเงื่อนไขนะคะ

152
00:10:04.140 --> 00:10:08.140
ตัวอย่างเช่นค่ะ เซตนี้นะคะ อ่านว่าเซต

153
00:10:08.141 --> 00:10:12.141
ของ X ค่ะ ประกอบไปด้วย X

154
00:10:12.143 --> 00:10:16.143
โดยที่ x เป็นจำนวนนับที่มีหลักเดียว เดี๋ยวคุณครูจะ

155
00:10:16.143 --> 00:10:20.143
ค่อย ๆ อธิบายทีละส่วนนะคะ ส่วนแรกค่ะ F

156
00:10:20.144 --> 00:10:24.144
ก็คือชื่อเซตน่ะค่ะ นักเรียนสามารถตั้งชื่อ

157
00:10:24.147 --> 00:10:28.147
เซตนะคะ ได้เองโดยใช้

158
00:10:28.147 --> 00:10:32.147
อักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ตัวใดก็ได้ค่ะ ถัดมา

159
00:10:32.147 --> 00:10:36.147
ก็คือ x ค่ะ x ในทีนี้นะคะ กก็คือตัวแปรค่ะ

160
00:10:36.148 --> 00:10:40.148
ที่ใช้แทนสมาชิกนะคะ

161
00:10:40.148 --> 00:10:44.148

162
00:10:44.150 --> 00:10:48.150
ในเซตค่ะ นักเรียนสามารถ

163
00:10:48.151 --> 00:10:52.151
เลือกตัวแปรได้เองนะคะ เช่นเดียวกับชื่อเซต แต่ต้องเป็น

164
00:10:52.154 --> 00:10:56.154
ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก สัญล

165
00:10:56.155 --> 00:11:00.155
เราจะอ่านว่าโดยที่ค่ะ

166
00:11:00.155 --> 00:11:04.155
นักเรียนสามารถใช้สัญลักษณ์ลักษณะจุด 2 จุดนะคะ

167
00:11:04.155 --> 00:11:08.155
แทนสัญลักษณ์ขีดตรง ๆ นี้ได้ด้วยค่ะ

168
00:11:08.155 --> 00:11:12.155
ส่วนคำว่า x เป็นจำนวนนับหลักเดียว

169
00:11:12.156 --> 00:11:16.156
นะคะ อันนี้นะคะ ก็คือเงื่อนไขหรือสมบัติค่ะ

170
00:11:16.157 --> 00:11:19.205

171
00:11:20.158 --> 00:11:24.158

172
00:11:24.158 --> 00:11:28.158
เราจะเปลี่ยนไปตามเซตที่เราอยากเขียน

173
00:11:28.160 --> 00:11:32.160
นะคะ ซึ่งในที่นี้ค่ะ สมาชิก

174
00:11:32.160 --> 00:11:36.160
ของเซตนี้นะคะ ก็คือจำนวนนับที่มีหลักเดียวค่ะ ก็คือ 1 2 3

175
00:11:36.160 --> 00:11:40.160
จนถึง 9 นะคะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ

176
00:11:40.161 --> 00:11:44.161
มากขึ้นดีกว่าค่ะ ตัวอย่างถัดไปนะคะ ให้ B

177
00:11:44.163 --> 00:11:48.163
แทนเซตของจำนวนเต็มที่แทนที่ด้วย 2

178
00:11:48.163 --> 00:11:52.163
เซตนี้นะคะ วิธีการเขียน ก็คือเราจะเขียนเซต B ค่ะ

179
00:11:52.164 --> 00:11:56.164
ตามด้วยตัวแปรนะคะ ซึ่งในที่นี้ครูจะใช้ตัวแปร x ค่ะ

180
00:11:56.165 --> 00:12:00.165
และตามด้วยสัญลักษณ์ |

181
00:12:00.165 --> 00:12:04.165
เงื่อนไขของเซตนี้นะคะ ต้องการจำนวนเต็มนะคะ

182
00:12:04.166 --> 00:12:08.166
เพราะฉะนั้นแล้ว คุณครูจำนวนเต็มเซตนี้ว่า x ค่ะ

183
00:12:08.167 --> 00:12:12.167

184
00:12:12.168 --> 00:12:16.168
และเงื่อนไขที่ 2

185
00:12:16.169 --> 00:12:20.169
นะคะ ก็คือต้องการให้ยกกำลัง 2 นะคะ

186
00:12:20.170 --> 00:12:24.170
แล้วได้ 16 ค่ะ ซึ่งในที่นี้ตัวแปรของเราเป็น x เราจะต้อบ

187
00:12:24.171 --> 00:12:28.171
ใช้ x ยกกำลัง 2 เท่ากับ 16 แบบนี้ค่ะ

188
00:12:28.171 --> 00:12:32.171
เดี๋ยวคุณครูจะอ่านเซตนี้ให้ฟังอีกครั้งนะคะ

189
00:12:32.171 --> 00:12:36.171
อันนี้เซตนี้นะคะ อ่านว่า

190
00:12:36.171 --> 00:12:40.171
เซตของ B ประกอบไปด้วยสมาชิก x โดยที่ x เป็นจำนวนเต็ม

191
00:12:40.172 --> 00:12:44.172
และ x ยกกำลัง 2 เท่ากับ 16 ค่ะ

192
00:12:44.174 --> 00:12:48.174
ต่อไปนะคะ ให้ C

193
00:12:48.174 --> 00:12:52.174
ค่ะ แทนเซตของพยัญชนะในภาษาไทย

194
00:12:52.174 --> 00:12:56.174
เดี๋ยวเรามาเขียนเซต C กันดีกว่าค่ะ อันดับแรกก็เขียนชื่อเซตค่ะ

195
00:12:56.175 --> 00:13:00.175
ตามด้วยตัวแปรนะคะ ตามด้วยสัญลักษณ์โดยที่

196
00:13:00.175 --> 00:13:04.175
และเขียนว่า x เป็นพยัญชนะในภาษาไทยค่ะ

197
00:13:04.176 --> 00:13:08.176

198
00:13:08.178 --> 00:13:11.398

199
00:13:12.178 --> 00:13:16.178
เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่าง

200
00:13:16.178 --> 00:13:20.178
เซต G นะคะ ครูให้เซต G ค่ะ ประกอบไปด้วยสมาชิกของ

201
00:13:20.179 --> 00:13:24.179
2 และเศษ 1 ส่วน 2 ค่ะ

202
00:13:24.179 --> 00:13:28.179
คำว่า "เป็นสมาชิกของ" หรือ "อยู่ใน" นะคะ จะเขียนแทนด้วยสัญล

203
00:13:28.181 --> 00:13:32.181
นี้ค่ะ สัญลักษณ์แบบนี้นะคะ ตัวอย่างเช่นนะคะ

204
00:13:32.182 --> 00:13:36.182
คุณครูต้องการบอกว่า 2 เป็นสมาชิกของ

205
00:13:36.182 --> 00:13:40.182
G นะคะ คุณครูอาจจะเขียนเป็นสัญลักษณ์แทนค่ะ

206
00:13:40.182 --> 00:13:44.182
เขียนแบบนี้นะคะ 2 แล้วก็ตามด้วยสัญลักษณ์ แล้วก็เขียน G ค่ะ

207
00:13:44.184 --> 00:13:48.184
เช่นเดียวกันกับเศษ 1 ส่วน 2 นะคะ

208
00:13:48.184 --> 00:13:52.184
คุณครูต้องการบอกว่าเศษ 1 ส่วน 2 เป็นสมาชิกของ G

209
00:13:52.185 --> 00:13:56.185
คุณครูก็จะเขียนเป็นเศษ 1 ส่วน 2

210
00:13:56.186 --> 00:14:00.186
เป็นสมาชิกของ G แบบนี้ค่ะ ด้วยคำว่า "

211
00:14:00.186 --> 00:14:04.186
ไม่เป็นสมาชิกของจะเขียนแทนลักษณะแบบนี้นะคะ

212
00:14:04.188 --> 00:14:08.188
เป็นสัญลักษณ์คล้ายกันค่ะ แต่มีขีดฆ่านะคะ

213
00:14:08.189 --> 00:14:12.189
ตัวอย่างเช่นค่ะ เศษ 1 ส่วน 3 ค่ะ

214
00:14:12.189 --> 00:14:16.189
นักเรียนจะเห็นว่าเศษ 1 ส่วน 3 ไม่เป็นสมาชิกของ

215
00:14:16.190 --> 00:14:20.190
เพราะฉะนั้นแล้ว เราจะเขียนได้เป็นเศษ 1 ส่วน 3

216
00:14:20.191 --> 00:14:24.191
และก็เขียน G ค่ะ

217
00:14:24.192 --> 00:14:28.192
อีกสัก 1 ตัวอย่างนะคะ 1,000 ค่ะ

218
00:14:28.192 --> 00:14:32.192
1,000 เราก็จะเห็นว่าไม่เป็นสมาชิกของ G เช่นกันนะคะ จะเขียน

219
00:14:32.193 --> 00:14:36.193
ว่า 1,000 และตามด้วยสัญลักษณ์เดิมค่ะ

220
00:14:36.193 --> 00:14:40.193
และก็ G ค่ะ เดี๋ยวเรามาดู

221
00:14:40.194 --> 00:14:44.194
ตัวอย่างนะคะ ของการเป็นสมาชิกของเซตค่ะ

222
00:14:44.195 --> 00:14:48.195
ตัวอย่างนี้นะคะ ให้ A นะคะ ประกอบไปด้วย

223
00:14:48.195 --> 00:14:52.195
สมาชิก 0, 1 c]t 2

224
00:14:52.197 --> 00:14:56.197
ไปนี้นะคะ เป็นจริงหรือเท็จค่ะ ข้อความต่อไปนี้นะคะ

225
00:14:56.197 --> 00:15:00.197
0 เป็นสมาชิกของ A ข้อความที่ 2 ค่ะ

226
00:15:00.198 --> 00:15:04.198
เซตของ 0 เป็นสมาชิกของ A ข้อ 3 ค่ะ เศษ 1 ส่วน 2

227
00:15:04.199 --> 00:15:08.199
ไม่เป็นสมาชิกของ a ค่ะ ในหลักการพิจารณา

228
00:15:08.201 --> 00:15:12.201
โจทย์ข้อนี้นะคะ เราต้องทำการพิจารณาสมาชิก

229
00:15:12.201 --> 00:15:16.201
ว่าในเซต A มีสมาชิกเป็นอะไรบ้าง นักเรียนสามารถ

230
00:15:16.202 --> 00:15:20.202
ตอบได้ไหมคะ ว่าสมาชิกของเซต A มีอะไรบ้าง สมาชิก

231
00:15:20.203 --> 00:15:24.203
ของเซต A นะคะ มีจำนวน 3 ตัวค่ะ

232
00:15:24.204 --> 00:15:28.204

233
00:15:28.205 --> 00:15:32.205

234
00:15:32.206 --> 00:15:35.855
ได้แก่

235
00:15:36.206 --> 00:15:40.206
0 นะคะ 1 และ 2 ค่ะ

236
00:15:40.207 --> 00:15:44.207
เมื่อเราทราบสมาชิกเรียบร้อยแล้ว

237
00:15:44.208 --> 00:15:48.208
นะคะ เดี๋ยวเรามาดูข้อ 1 กันเลยค่ะ

238
00:15:48.209 --> 00:15:52.209
ข้อ 1 นะคะ ระบุว่า 0 เป็นสมาชิกของ A ถูกต้องไหมคะ

239
00:15:52.209 --> 00:15:56.209
ถูกต้องนะคะ 0 เป็นสมาชิกของ A เพราะฉะนั้น ข้อนี้

240
00:15:56.209 --> 00:16:00.209
เป็นจริงค่ะ ข้อ

241
00:16:00.210 --> 00:16:04.210
2 นะคะ เซตของ 0 เป็นสมาชิกของ A

242
00:16:04.210 --> 00:16:08.210
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซตของ 0 จะ

243
00:16:08.211 --> 00:16:12.211
ต่างจากข้อที่ 1 นะคะ ตรงที่มีวงเล็บปีกกานะคะ การที่เราใส่วงเล็บ

244
00:16:12.212 --> 00:16:16.212
ปีกกานะคะ จำทำให้ความหมายนะคะ ของเซตนี้

245
00:16:16.213 --> 00:16:20.213
เป็นคนละแบบนะคะ กับข้อ 1 เพราะฉะนั้น ข้อ 1

246
00:16:20.214 --> 00:16:24.214
จะไม่ใช่เซตนะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว นักเรียนลองพิจารณาดูค่ะ สมาชิกจะต้อง

247
00:16:24.215 --> 00:16:28.215
ไม่มีในข้อนี้นะคะ ในข้อนี้จะต้องไม่มีวงเล็บปีกกานะคะ เพราะฉะนั้น

248
00:16:28.215 --> 00:16:32.215
ข้อที่ 2 นะคะ เป็นเท็จค่ะ

249
00:16:32.217 --> 00:16:36.217
ส่วนในข้อที่ 3 นะคะ

250
00:16:36.217 --> 00:16:40.217
เซตของ 1 2 ไม่เป็นสมาชิกของ A ค่ะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า

251
00:16:40.217 --> 00:16:44.217
เซตของ 1, 2 นะคะ ก็มีวงเล็บปีกกานะคะ

252
00:16:44.218 --> 00:16:48.218
ในข้อนี้สมาชิกตัวใด ๆ ก็ไม่มีวงเล็บปีกกาเลย แสดงว่า

253
00:16:48.220 --> 00:16:52.220
ข้อนี้นะคะ จึงเป็นจริงค่ะ

254
00:16:52.221 --> 00:16:56.221
เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับเรื่องนี้ ง่ายกันหรือเปล้า

255
00:16:56.221 --> 00:17:00.221
เดี๋ยวเรามาทบทวนบทเรียนดีกว่านะคะ ในคณิตศาสตร์

256
00:17:00.222 --> 00:17:04.222
นะคะ จะใช้คำว่า "เซต" ในการกล่าวถึงกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ

257
00:17:04.222 --> 00:17:08.222
และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแล้วนะคะ

258
00:17:08.222 --> 00:17:12.222
สามารถทราบได้แน่นอนว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่มค่ะ และสิ่งใดไม่อยู่ในกลุ่ม

259
00:17:12.223 --> 00:17:16.223
นะคะ เรียกสิ่งที่อยู่ในเซตว่า "สมาชิกค่ะ"

260
00:17:16.224 --> 00:17:20.224
คำว่า "เป็นสมาชิกของ" หรือ "อยู่ใน" เขียนแทนด้วย

261
00:17:20.224 --> 00:17:24.224
สัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะ คำว่า

262
00:17:24.224 --> 00:17:28.224
ไม่เป็นสมาชิกของจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ∉

263
00:17:28.225 --> 00:17:32.225
แบบนี้ค่ะ ต่อไปนะคะการเขียนแสดงเซตแบบ

264
00:17:32.226 --> 00:17:36.226
เบื้องต้นนะคะจะมี 2 แบบ คือ แบบแจกแจงสมาชิก

265
00:17:36.227 --> 00:17:40.227
และแบบบอกเงื่อนไขของสมาชิก

266
00:17:40.228 --> 00:17:44.228
นักเรียนก็อย่าลืมกลับไป

267
00:17:44.228 --> 00:17:48.228
ทบทวนบทเรียนนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ  [เสียงดนตรี]

268
00:17:48.229 --> 00:17:52.229

269
00:17:52.229 --> 00:17:56.229

270
00:17:56.230 --> 00:18:00.230

271
00:18:00.231 --> 00:18:04.231

272
00:18:04.232 --> 00:18:08.232

273
00:18:08.234 --> 00:18:12.234

274
00:18:12.235 --> 00:18:15.237

275
00:18:16.236 --> 00:18:16.237

276
00:18:20.237 --> 00:18:20.239


