Accuracy : 95.03%
Insertion : 91
Deletion : 331
Substitution : 89
Correction : 9859
Reference tokens : 10279
Hypothesis tokens : 10039
[เสียงดนตรี](คุณครูอุมาพร)สวัสดีค่ะวันนี้นะคะเราจะมาพูดคุยกันถึงบทที่1นะคะเรื่องเซตกันต่อค่ะซึ่งในบทเรียนในวันนี้นะคะจะพูดถึงความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะต่างๆนะคะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูวัตถุประสงค์ของบทเรียนนี้กันดีกว่าค่ะในบทเรียนนี้นะคะหลังจากที่นักเรียนเรียนจบบทเรียนนี้แล้วนะคะนักเรียนจะต้องสามารถระบุได้ว่านะคะเซตที่กำหนดให้นะคะเป็นเซตที่เท่ากันหรือเซตที่ไม่เท่ากันค่ะระบุได้ว่าเซตที่กำหนดให้นะคะเป็นสับเซตหรือไม่เป็นสับเซตกันค่ะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปเริ่มต้นบทเรียนกันเลยดีกว่านะคะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตต่อไปนี้กันดีกว่านะคะเซตแรกค่ะเซตAนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ0,1,2และ3ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,0,3และ2ค่ะเดี๋ยวเอ(ร)าไปทำการพิจารณาสมาชิกของเซตกันดีกว่านะคะเริ่มต้นที่0ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า0นะคะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและ0ฃก็เป็นสมาชิกของเซตD(B)ค่ะ1นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ1นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะ2นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ2นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBเช่นกันค่ะรวม2และ(ถึง)3นะคะนักเรียนจะเห็นว่า3เป็นสมาชิกของเซตAใช่ไหมคะและ3ก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจะเห็นว่าเซ-ีซ(ตท)-ั-่น(-้ง)2นะคะมีสมาชิกเหมือนกันทุกตัวค่ะเดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรเรามาเริ่มต้นที่บทนิยามของเซตที่เท่ากันก่อนนะคะเซตAค่ะเท่ากั=(บ)เซตBนะคะหมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะโดยเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAนะคะตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ(=)นะคะแล้วก็ตามด้วยเซตD(B)ค่ะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่าถ้าเราพิจารณาตามบทนิยามนะคะเราจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่านะคะเซตAเท่ากั=(บ)เซตBค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะเซตที่เท่ากันนะคะจะมีจำนวนสมาชิกเท่ากันเสมอค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตคู่ถัดไปกันดีกว่านะคะเซตนี้ค่ะเซตAนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,2และ4ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,2และ3ค่ะเราไปพิจารณากันดีกว่าค่ะว่าเซตAและเซตBนั้นจะเท่ากันหรือไม่ค่ะเแ(ร)-ิล-้ว(-่ม)ตอ(-้)นที่1นะคะนักเด(ร)-ี-๋ยว(น)จะเห็นว่า1นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ1นะคะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะถัดมาที่2ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า2เป็นสมาชิกของเซตAนะคะและ2ก็เป็นสมาชิกของเซตBเช่นกันค่ะ3นะคะนักเรียนจะเห็นว่า3ไม่เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่3เป็นสมาชิกของเซตBค่ะแล-้(ะ)ลอวเร(ง)าพิจารณาข้อที่4นะคะนักเรียนจะเห็นว่า4เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่B(4)ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะนักเรียนจะเห็นว่าเซตทั้ง2นะคะมีสมาชิกนะคะบางตัวที่ไม่เหมือนกันค่ะเดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรค่ะเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBนะคะหมายความว่ามีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตAนะคะที่ไม่ใช่สมาชิกของเซตBค่ะหรือมีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตBนะคะที่ไม่ใช่สมาชิกของเซตAค่ะเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAตามด้วยเครื่องหมายไม่เท่ากับค่ะแล-้(ะ)วตามด้วยเซตBนะคะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า3ไม่เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่3เป็นสมาชิกของเซตBค่ะและนักเรียนจะเห็นว่า4เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่4ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาอีก1ตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเข้าใจกันดีกว่านะคะตัวอย่างนี้ค่ะเซตCนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือxและyค่ะและเซตDนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือw,X(x)และY(y)ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะW(w)นะคะเป็นสมาชิกของเซตDนะคะแต่W(w)ค่ะไม่ใช่สมาชิกของเซตCค่ะดังนั้นนะคะเราจะกล่าวได้ว่าเซตCนะคะไม่เท่ากับเซตB(D)ค่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างถัดไปกันเลยดีกว่านะคะให้เซตAค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกxนะคะโดยที่xเป็นจำนวนคู่ค่ะเซตD(B)นะคะประกอบไปด้วยสมาชิกxค่ะโดยที่xเป็นจำนวนคี่บวกค่ะและเซตCนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,3,5,7ไปเรื่อยๆค่ะจงพิจารณานะคะว่าเซตคู่ใดบ้างเท่ากันนะคะและเซตคู่ใดบ้างไม่เท่ากันค่ะก่อนอื่นที่เราจะทำการพิจารณานะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซตAและเซตBนะคะเขียนเส้(ซต)นในรูปแบบบอกเงื่อนไขนะคะอย(ดั)-่างนั้นเดี๋ยวเราจะทำการเขียนเซตAและเซตBแบบแจกแจงสมาชิกค่ะเรามาเริ่มต้นที่เซตAกันก่อนนะคะและน-ักเร-ีย(-่)นจะสังเกตเห็นว่าเซตAนะคะเป็นเซตของจำนวนคู่ค่ะซึ่งเซตของจำนวนคู่นะคะในบทเรียนที่แล้วเราได้ทำการเร(ข)-ียนไปแล้วนะคะเรแล-้(า)วก็จะเริ่มจากการเขียนจำนวนคู่ลบก่อนค่ะหลังจากนั้นนะคะเราก็ตามได้วย0ค่ะและก็ตามด้วยจำนวนคู่บวกค่ะเดี๋ยวเรามาดูที่เซตBกันต่อค่ะเซตBนะคะเป็นเซตของจำนวนคี่บวกค่ะนักเรียนยังจำกันได้อยู่หรือเปล่าคะว่าจำนวนคี่บวกมีอะไรบ้างก็คือมี1,3,5,7ไปเรื่อยๆใช่ไหมคะเพราะฉะนั้นแล้วนะคะเราก็จะเขียน1,3,5,7แล้วก็ตามด้วยจุด3จุดค่ะเดี๋ยวเรามาทำการพิจารณาเซตคู่แรกกันดีกว่านะคะก็คือเซตAและเซตBค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกในเซตAนะคะตัวอย่างเช่น0ค่ะ0เป็นสมาชิกของเซตAใช่ไหมคะแต่0ไม่ได้ฃเป็นสมาชิกของเซตD(B)ค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตD(B)ค่ะเดี๋ยวเรามาดูเซสัก(ต)คร-ู่ถัดมานะคะก็คือเซตAและโ(เ)ซน(ต)Cค่ะตัวอย่างเช่น2ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า2นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะแต่2นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตCค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตCค่ะถัดมาที่คู่สุดท้ายนะคะก็คือคู่BและCค่ะแล้วนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซตCนะคะสมาชิกของเซตCนะคะเป็นจำนวนคี่บวกค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่านะคะสมาชิกทุกตัวของเซตD(B)นะคะเป็นสมาชิกของเซตCค่ะและสมาชิกทุกตัวของเซตCนะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเซตBจึงเท่ากับเซตCค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาความสัมพันธ์ของเซตในอีกลักษณะห(1)นึ่งที่น่าสนใจกันดีกว่าค่ะเซตAนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ7และ8ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,3,5,7และ8ค่ะนักเรแล(-ี)ย-้ว(น)จะสังเกตเห็นว่า7และ8นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ7และ8นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะแต่ขณะที่1,3และ5นะคะเป็นสมาเป็นสมาชิกของเซตBค่ะแต่1,3และ5นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะแต่มีสมาชิกบางตัวนะคะของเซตBค่ะที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAนะคะเดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรนะคะเริ่มต้นที่บทนิยามของสับเซตค่ะเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะโดยเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยเซตAค่ะตามด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะและก็ตามด้วยเซตBค่ะจากตัวอย่างนะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า7และ8นะคะเป็นสมาชิกที่ของเซตAนะคะและทั้ง2ตัวนี้นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะซึ่งจะสอดคล้องกับบทนิยามที่กล่าวว่าสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAค่ะเป็นสับเซตของเซตBนะคะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเส-ัก(ซต)คู่ถัดไปกันดีกว่าค่ะเซตนี้นะคะเซตAค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือAab(,B)และc(C)นะคะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือa(A),b(B),cและd(D)ค่ะเดี๋ยวเราไปทำการพิจารณาสมาชิกทีละตัวนะคะเริ่มต้นที่a(A)ค่ะและอยากจะเห็นว่าAนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและAนะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะd(B)ค่ะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและb(B)ก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะถัดมาที่c(C)นะคะc(C)เป็นสมาชิกของเซตAค่ะแต่ส(C)-ีนะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเรามาดูที่Dนะคะd(D)นะคะไม่เป็นสมาชิกของเซตAค่ะแต่d(D)นะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจะเห็นว่านะคะมีสมาชิกบางตัวนะคะที่อยู่ในเซตAค่ะแต่ไม-่อยู-่ในเซตBนะคะและมีสมาชิกบางตัวค่ะที่อยู่ในเซตBนะคะแต่ไม่อยู่ในเซตAค่ะเพราะฉะนั้นแล้วเดี๋ยวเราไปพิจารณากันดีกว่าค่ะว่าความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้จะเรียกว่าอย่างไรค่ะเซตAนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อมีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตAค่ะที่ไม่เป็นสมาชิกของเซตBนะคะโดยเซตAไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAค่ะตามด้วยสัญลักษณ์นะคะในลักษณะคล้ายการเป็นสับเซตนะคะแต่มีขีดพาดค่ะแล้วก็ตามด้วยเซตd(B)ค่ะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะตัวอย่างเช่นมีCค่ะเป็นสมาชิกของเซตa(A)นะคะแต่c(C)นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตBค่ะในทางกลับกันค่ะเลอง(รา)มาดูที่เซตBมีบ้างค่ะคือสมาชิกตัวนี้นะคะคือd(D)ค่ะd(D)เป็นสมาชิกของเซตBนะคะแต่d(D)ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตBนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตAค่ะเดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้มากขึ้นกันดีกว่านะคะตัวอย่างนี้นะคะให้เซตAค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ3,4และ5นะคะและเซตBค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ0,1,2,3,4และ5ค่ะจงพิจารณานะคะว่าข้อความต่อไปนี้เป็นจริงหรือเท็จค่ะข้อที่1นะคะเซตAเป็นสับเซตของเซตBค่ะข้อที่2นะคะเซตBเป็นสับเซตของเซตAค่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาข้อที่1กันก่อนนะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกของเซตa(A)นะคะก็คือมี3,4และ5ค่ะซึ่งสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะจะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตAค่ะเป็นสับเซตของเซตBนะคะดังนั้นข้อที่1จึงเป็นจริงค่ะเดี๋ยวเราแล้วมาดูข้อที่2นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า0นะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะแต่0นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตBนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตAค่ะดังนั้นนะคะข้อที่2ค่ะจึงเป็นเท็จนะคะนอกจากการพิจารณาการเป็นสับเซตหรือไม่เป็นสับเซตแล้วนะคะยังมีสิ่งที่น่าสนใจนะคะจากความรู้ในเรื่องนี้ค่ะเดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่านะคะความรู้นี้ค่ะเซตว่างเป็นสับเซตของเซตทุกเซตนะคะหมายความว่านักเรียนจะต้องทราบเสมอนะคะว่าเซตว่างค่ะเป็นสับเซตของเซตใดๆค่ะคุณครูมีคำถามชวนคิดนะคะให้นักเรียนลองคิดค่ะให้เซตAเป็นเซตใดๆนะคะจงพิจารณาว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตAหรือไม่ค่ะนักเรียนลองพิจารณาดูนะคะค่ะเดี๋ยวครูจะเฉลยเลยนะคะเราจะมาพิจารณาจากบทนิยามของการเป็นสับเซตนะคะเราจะพบว่าสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะย่อมเป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตAค่ะถัดมานะคะเดี๋ยวจะเป็นความรู้นะคะเกี่ยวกับบทนิยามของเซตที่เท่ากันและสับเซตค่ะอันนี้นะคะจะเป็นบทนิยามของเซตที่เท่ากันค่ะเราจะพบว่าเซตเท่ากA=(-ับ)เซตBนะคะจะหมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและบทนิยามอีกอันหนึ่งนะคะเป็นบทนิยามของการเป็นสับเซตค่ะเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะนักเรียนสังเกตความส-ั-ำค(มพ)-ันธญ(-์)ของบทนิยามทั้ง2ไหมคะเรามาดูที่ข้อความนี้กันดีกว่านะคะสมาชิกทุกตัวของเซตAเป็นสมาชิกของเซตBนะคะข้อความนี้นะคะสอดคล้องกับบทนิยามของการเป็นสับเซตด้านล่างค่ะดังนั้นนะคะข้อความด้านบนจึงสามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่าเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBค่ะเช่นเดียวกันกับข้อความนี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซตBเป็นสมาชิกของเซตAนะคะเราก็สามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่าเซตBนะคะเป็นสับเซตของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจึงได้ความรู้ใหม่ดังนี้ค่ะเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะก็ต่อเมื่อเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะและเซตA(B)เป็นสับเซตของเซตAค่ะข้อความนี้นะคะหมายความว่าถ้านักเรียนทราบว่าเซตAเท่ากั=(บ)เซตBแล้วนักเรียนจะได้ว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตBและเซตBเป็นสับเซตของเซตAค่ะในทางกลับกันนะคะถ้านักเรียนทราบว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตD(B)นะคะและเซตD(B)เป็นสับเซตของเซตAแล้วนะคะนักเรียนก็จะได้ว่าเซตAเท่ากับเซต=(B)เช่นกันค่ะเดี๋ยวเราไปสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้กันอีกรอบนะคะเซตAนะคะฃเท่ากับเซตBนะคะหมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นเป็นสมาชิกที่ของเซตBนะคะและสมาชิกทุกตัวของเซตBค่ะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะเซตAเท่ากั=(บ)เซตBนะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะเซตAไม่เท่ากับเซตC(B)นะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAเ(ต)าข-ี(ม)ยนด้วยเครื่องหมายไม่เท่ากับแล้วก็ตามด้วยเซตด(B)-ีค่ะส-่วนเซน(ต)Aเป็นสับเซตของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะโดยเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยเครื่องหมายลักษณะนี้ค่ะแล-้ะ(ว)ก็ตามด้วยเซตBเครื่องหมายลักศค่ะส-่วนเซตAนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAค่ะตามด้วยเครื่องหมายลักษณะคล้ายการ(-ัน)เป็นสับเซตนะคะแต่มีขีดพาดค่ะและตามด้วยเซตBค่ะและสิ่งที่ได้เรียนรู้อันสุดท้ายนะคะก็คือเซตAเท่ากั=(บ)เซตBนะคะก็ต่อเมื่อเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะและเซตBเป็นสับเซตของเซตAค่ะก่อนจะจากกันวันนี้นะคะคุณครูก็มีแบบฝึกหัดให้นักเรียนลองไปฝึกทบทวนจำนวน2ข้อค่ะคุณครูหวังว่านักเรียนจะนำบทเรียนในวันนี้นะคะและแบบฝึกหัดนะคะไปพัฒนาเพิ่มเติมค่ะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2026-03-27 09:01:05
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}