Accuracy : 74.43%
Insertion : 272
Deletion : 2088
Substitution : 156
Correction : 7597
Reference tokens : 9841
Hypothesis tokens : 8025

[เสียงดนตรี](คุณครูธีรพัฒน์)สวัสดีครับวันนี้มาพบกับผมคุณครูธีรพัฒน์กันอีกครั้งนะครับวันนี้เราจะมาเรียนรู้กันใหัวข้อเรื่องระบบภูมิคุ้มกันตอนนี้เป็นตอนที่3แล้วนะครับในหัวข้อระบบระบบภูมิคุ้มกันบท(อน)ที่3นี่จะอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครัทที่2ในหัวข้อ2.4นะครับเรื่องระบบภูมิคุ้มกัะครับแล้ววันนี้ที่เราจะเรียนกันคือในหัวข้อย่อยที่2.4.3เรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันนะครับจุดประสงค์การเรียนรู้นะคร-ับเมื่อนักเรียนเรี-ับ(ย)แล้วนี่ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถสืบค้นข้อมูลอธิบายสาเหตุอาการแนวทางการป้องกันและการรักษาโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันได้นะครับถัดมาก็คือนักเรียนอาจจะศ(ส)ามาร-ึกษา(ถ)สืบค้นข้อมูลแล้วก็อธิบายกลไกภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสHIVนะครับและก็ข้อสุดท้ายนะครับนักเรียนสามารถระบุสาเหตุและวิธีการป้องกันการติดเชื้อไวรัสHIVได้นะครับจากที่นักเรียนได้เรียนในคลิปการสอนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันตอนที่1แคุณ(ล)ะ2มาครูสอนไปแล้วนะครับนักเรียนก็จะได้ทราบ-ั(า)แล้วว่าส(ก)-ิ่งแปล(ไ)ารปล(ต่)ต้าม(น)หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมในแต่ละคนน-ี่ท-ี-่แตกต-่างกันนี้เป็นผลมาจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในแต่ละคนที่มีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมแตกต่างกันไปนะครับแล้วถ้าหากการทำงานใน(อง)ระบบภูมิคุ้มกันใข(ร)-่ง(า)ทุายแต่ละคนมีความผิดปกติเกิดขึ้นนักเรียนคิดว่าจะส่งผลต่อการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมอย่างไรได้บ้างนะครับเดี๋ยวเราจะมาได้เรียนกันในตอนนี้นะครับก่อนอื่นเลยครูมีข้อความให้นักเรียนลองช่วยกันอ่านแล้วก็ทบทวนพิจารณาดูนะครับแล้วเดี๋ยวครูจะมีคำถามให้ลองคิดนะครับคำถามก็คือนักเรียนรู-้จักโรคหรือกลุ่มอาการที่เกิดจากควมผิดปติของระบบภูมิคุ้มกันอะไรบ้างนะครับอาจจะตอบจากประสบการณ์ของที่เราเคยเจอหรือรู้จักนะครับหรือของคนรู้จักของเรานะครับคำตอบของนักเรียนนี่อาจจะมีได้หลากหายมากขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนที่ได้รู้จักความผิดปกติของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันนะครับแต่ว่าในตอนที่3นี่เราจะมาเรียนโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันยกตัวอย่างมาด้วยกัน3โรคด้วยกันนะครับอันแรกก็คือโรคภูมิแพ้Al(ะ)ครับlergyหรือภาษาอังกฤษว่าAllergyนะครับอันที่2ก็คือโรคLupusนะครับหรือโรคSLEนะรับซึ่งSLEนีx(-่)ย่อมาจากภาษาอังกฤษเต็มๆว่าSystemicLupusErythematosusนะครับแล-้(ะ)ก็สุดท้ายก็คือโรคเอดส์นะครับซึ่งย่อมาจากAcquiredImmunodeficiencySyndromeนะครับเดี๋ยวเราลองมาทำญ(ค)ามรู้จักกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันแต่ละโรคกันนะครับเรามาดูโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบระบบภูมิคุ้มกันโรคแรกกันเลยนะครับโรคแรกก็คือโรคภูมิแพ้ร(-ึ)-่-ับ(ง)ก็คนส่วนใหญ่จะเปพบ(-็น)กันเยอะมด้(าก)นะครับโดยเฉพาะคนที่อยู่อาศัยอยู่ในเมืองนะครับก็จะพบได้แทบจะทุกเพศทุกวัยนะครับโรคภูมิแพ้นี่เป็นโรคที่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกั-ี่ตอบสนองต่อฟ(แ)สสำพเำเอนติเจนที่ได้รับเข้ามานี่รุนแรงเกินไปนะครับแอนติเจนที่เข้ามาในร่างกายเราแล้วทำให้เกิดอาการแพ้นี-่(-้)เราจะเรียกแอนติเจนเหล่านีก(-้)ว่า"สารที่ก่อห(-ู)มิแพ-้เกิดหรือAllergenนะครับก็เช่นอาจจะเป็นฝุ่นละอองอาจจะเป็นPollenเกสรดอกไม้หรือว่าสารอาหที-่(า)สารบางชนิดที่อยู่ในอาหารนะครับเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้ามาแล้วนี-่สารก่อภูมิแพ้เหล-่านี้จะกระตุ้นเซลล์B(-ี)ให้สร้างแอนติบอดีบางชนิดที่จำเพANTIBODY(าะ)ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆออกมานะครับและเ-้าแอนติบอดากเซลล์(-ี้)ที่ถูกสร้างออกมานี่จะไปเกาะอยู่ที่บริเวณผิวของเซลล์ชนิดหนึ่งนะครับเรียกว่า"เซลล์แมสตCELLMARK'S(-์")นะครับเมื่อร่างการ(ย)ได้รับสารก่อภูมิแพ้ชนิดเดิมเข้ามานะครับสารก่อภูมิแพ้ที่เคยได้รับมาพ(ล)-้วในตอนแรกนี่นะครับจะไปกระตุ้นให้เซลล์เซลล์แมสก(ต)-์นี่หลั่งสารที่เรียกว่า"ฮิสตามิน"เชื่อว่า(จ)-้าฮิสตามHistamine(-ิน)นี่แห-่ะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ต่างๆนะครับไม่ว่าจะช่(ป็)นอาการไอจามอาการคันตาคันจมูกหรือแม้กระทั่งมีน้ำตาไหลออกมานะครับบางคนนี่อาจจะมีอาการแพ้ที่รุนแรงก็เนื่องมาจากว่าแอนติเจนนี่Aller(จ)gen(ไป)ทำให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจนี่หดตัวนะครับทำให้เกิดการหายใจที่ติดขัดหรืออาจจะทำให้เกิดอาการบวมเกิดขึ้นทั่วร่างกายของเราแล-้เ(ว)-ิ(-็)ทำให้ถ-ึงแก่ชีวิตได้นะครับการที่จะลดความรุนแรงของอาห(ก)ารแพ้นะครับเราสามารถใช้ยาที่เป็นแอนติฮิสตามิะครับมาช่วยลดความรุ-่นแรงของอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้ครับนอกจากเซลล์แมสต์ที่หลั-่งฮิสตามินออกมาเมื่อรจ(-่)ก(ง)กายได้-ับสาเ(ร)-่-ิด(อ)ภูมิแพ้แล้วนี่ยังมีเซลล์เม็ดเลือดขาวอีกชนิดหนึ่งก็ที่(คือ)ซลล์ในกลรียกว(-ุ)-่มขอา(ง)เบโซฟิลนะครับก็สามท(า)-ี-่(ถ)สร้างแล้วก็หลั่งฮิสตามินได้เหม(ช่)-ือนกันแล-้(ะ)ก็ยังทำให้เกิสร-้(ด)อากง(ร)แพ้ได้เช่นเดียวกับเซลล์แมสต์ด้วยนะครับเรามาดูว่าแล้วการป้องกันโรคภูมิแพ้นี่จะทำได้อย่างไรแน่นอนเลยวิธีการที่ง่ายแต-่ว-่าอาจจะทำได้ยากใน(เล)สำหร-่าง(-ับ)บางคนนี่ก็คือการหลีเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ต่างๆนะครับไม่ให้เข้าสู่ร่างกายของเรานะครับเราก็อาจจะต้องไปเช็กว่าเราแพ้อะไรอะไรที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ก่(ทำ)ให้เกิด-ูม(าร)-ิแพ้ของเรานะครับแล-้ะ(ว)ก็หลีกเลี่ยงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดนะครับแล-้วกะ(-็)อีกอย่างหนึ่งก็คือการพยายามรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนะครับก็คืพยายา(อ)กินอาหารที่มีประโยชน์ออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือลดความรุนแรง-ี(อ)-่เกิดจากโรคภูมิแพ-้ที่เกิดขึ-้ได้นะครับโรคต่อมานะครับก็คือโรคลูปัสหรือโรคSLEนะครับโรคนี้จะเป็นโรคที่อยู่ในกลุ่มของโรคที่เรียกว่า"ภูมิค-ุ้มกันต้านตนเอง"หรือAutoimmuneDiseaseครับเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายนี่สร้างแอนติบอดีหรือไปกระตุ้นให้เซลล์ทีนี-่ต่อต้านหรือทำลายเนื้อเยื่อหรือเซลล์ของตนเองในระบบต่างๆของร-่างกายเรานะครับอาการที่อาจจะพบได้ก็คืออาการมีลักษณะที่เก(มี)-ิดผื่นแดงบนใบหน้านะครับหรือมีไข้หรือเกิดอาการปวดบริเวณข้อร(น)-ื-่งจากการอักเสบนะครับคนที่เป็นโรคลูปัสหรืออักเสบ(โ)รคSLEนี่จะทำให้ระบบประสาทส่วนกลางนี่ถูกทำลายนะครับการทำงานของหัวใจและไตอาจล้มเหลวนะครับวิธีการที่ป้องกันก(แ)ร(ะ)รักษาสำหรับคนที่เป็นโรคSLEนี่ก็คือก็ทำได้โดยการรักษาตามความรุนแรงของอาการของโรคอย่งต่อเนื่องนะครับและก็ต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัพ(ด)ด้วยนะครับเรามาดูโรคสุดท้ายกันเลยนะครับโรคสุดท้ายนี้ก็คือโรคเอดส์นะครับโรคเอดส์นี่เป็นโรคที่เกิดจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันนะครับเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ามันเกิดจากความบกพร่องอย่างไรนะค-ับโดยโรคเอดส์นี่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสที่ช(ร)-ี-ื-่อ(ยก)ว่า"HIVE(")นะครับหรือเรี-่(ก)มาจากชื่อเต็มที่ว่าHumanImmunodeficiencyVirusนะครับการได้รับเชื้อHIVนี่นี่จะได้รับผ่านทางเลือดหรือสารคัดหลั่งต่างๆเข้ามาสู่ร่างกายของเรานะครับผู้ที่ได้รับเชื้อHIVเข้ามานี่จะมีความเสี่ได้ร-ับ(ยง)จากการติดเชื้อหรือเสี่ยงต่การเกิดโรคแทรกซ้อนชนิดต่างๆนะครับไม่ว่าจะเป็นโรคปอดบวมวัณโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบโรคเริมหรือโรคเชื้อราตาผิวหนังหรือช่องปากนะครับโดยโรคซอกซ้อน...โดยโรคแทรกซ้อนเหล่านี้จะเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนที่เป็นโรคเอดส์นะครับเดี๋ยวเราลองมาดูกันว่าเจ้าHIVนี่ทำให้เกิดความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรนะครับเดี๋ยวเามลองลองมาดูทำความเข้าใจการเพิ่มจำนวนของHIVในเซลล์ทีผู้ช่วยกันก่อนนะครับเซลล์ที่เป็นเหมือน...เขาเรียกว่า"เซลล์เจ้าบ้าน"ที่เจ้าไวรัสHIVจะเข้าไปเพิ่มจำนIV(ว)นี่ก็คืที-่(อ)เซลล์ทีผู้ช่วยซึ่งเซลล์ทีผู้ช่วยนี่มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันแบบที่ได้...เราได้เรียนรู้กันมาใวยข-ั(น)2ต-้(อ)นแรกแล้วนะครับในขั้แร-ี-่(ก)เมื่อHIVเข้าสู่ร่างกายนะครับไวรัสที่เข้าไปนี่จะไปยึดเกาะอยู่กับเซลล์เจ้าบ้านนะครับจากนั้นนี่HIVก็จะปล่อยสารพันธุกรรมนะครับเข้าไปในเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับและจะใช้องค์ประกอบนะครับองค์ประกอบของเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับในการสังเคราะห์สารพันธุกรรมของไวรัสนะครับรวมทั้งส-่าร(วน)ประกอบต่างๆของHIVด้วยนะครับหลังจากที่สร้างสารพันธุกรมและองค์ประกอบต่างๆเสร็จเรียร้อข(ย)ล้วนีอ(-่)HIVก็จะจำลองตัวเองขึ้นมาจากองค์ประกอบเหล่านั้นนะครับทำให้ได้HIVในเซลล์เพิ่มเป็นจำนวนมากนะครับมื่ท(อ)มีอนุภาคของไวรัสในเซลล์เป็นจำนวนมากแล้วนี่HIVก็จะทำลายเซลล์T(-ี)ผู้ช่วยและแยกก(ห)ลุ-่(ด)ออกจากเซลล์ทีผู้ช่วยทำให้เซลล์ทีผู้ช่วยนี-่(-้)ถูกทำลายนะครับไวรัสที่ออกจากเซลล์ทีผู้ช่วยก็จะไปที่เซลล์ทีผู้ช่วยเซลล์อื่นๆนะครับแล้วก็เกิดการเพิ่มจำนวนของHIVในเซลล์ทีผู้ช่วยใหม่ขึ้นเรื่อยๆนะครับคำถามก็คือการที่HIVเข้าไปส(ท)-ำ-้(ล)ง(ย)เซลล์ทีผู้ช่วยนี่จะส่งผลหร(ต่)-ืการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างไรนะค-ับเราลองมาดูคำตอบกันนะครับHIVนี่จะทำลายกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจ-ำเพาะนะครับทำลายได้อย่างไรก็คือ..-ำ(.)เพาะว่าเซลล์เจ้าบ้านที่HIVใช้ในการเพิ่มจำนวนก็คือเซลล์ทีผ-ู้ช่วยการที่HIVเข้าไปเพิ่มจำนวนในเซลล์ท-ีผู้ช่วยน-ี-่จะทำให้เซลล์ทีผู้ช่วยนี่ลดจำนวนลงเรื่อยๆนะครับซึ่งการลดลงของเซลล์ทีผ-ู้ช่วยนี่จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ-ู(-้)มกันทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ-้ช่วย(-์)นะครับก็จากที่นักเรียนได้เรียนมาแล้วว่าเซลล์ทีผู้ช่วยน(ม)-ีคว-่ชื่ว(า)มสำคัญในการกระตุ้นการทำงานและพัฒนาของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดอื่นๆรวมทั้งเซลล์ท-ื(-ี)ผู้ช-่วยเองด้วยนะครับไม่ว่าจะเป็นเซลล์บ-ีท-ี-่จะพัฒนาต่อไปเป็นเซลล์พลาสมาแล้วก็สร้างแอนติบอดีเพื่อใช้ด(จ)-ั-ับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกแปลกปลอมต่างๆรวมทั้งกระตุ้นการทำงานของเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสดังนั้นถ้าหเซลล์ทีผู้ช-่ก(ย)-ิดลดจำนวนลงก็จะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกั-ี่ไม่สมบูรณ์นะครับหลังจากที่นักเรียนได้ทราบมาแล้วนะครับว่าHIVนี่สามารถทำให้เกิดความผิดปกติหรือระบบความบกพร่องา(อ)ระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรบ้พันธ(าง)นะครับก็เหมือนเช่นเคยครูจะมีข้อความให้นักเรียนลองศึกษาดูนะครับและหลังจากนั้-ี่จะมีคำถามให้นักเรียนลองช่วกันคิดนะครับเราลองมาดูข้อความเหล่านี้กันแล้วคำถามที่ครูจะลองให้ช่วยกันคิดก็คือว่าเจ้าเชื้อไวรัสHIVนี่สามารถติดต่อกันได้ทางไ(ใ)-้บ้างนะครับนักเรียนอาจจพอทราบคำตอบกันแล้วล่ะนักเรียนอาจจะลองช่วยกันสืบค้นข้อมูลแล้วก็ตอบคำถามนี้ดูนะครับเดี๋ยวเราลองมาดูว่าคำตอบที่นักเรียนได้สืบค้นมาดูนี่จะมีเหมือนกับที่ครูจ-ั(ะ)แสดงให้ดูหรือเปล่านะครับอันแรกเลยก็เรา(ค)-ืา(อ)ดูว่าเจ้าเชื้อHIVนี่สามารถติดต่อกันผ่านทางแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์ได้นะครับแล้วก็ขณะที่เกิดการคลอดหร-ู่(-ือ)การให้น้ำนมจากแม่สู่ลูกได้ด้วยเช่นกันนะครับอันที่2ก็คือติดต่อกันผ่านท(ก)ง(ร)มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยนะครับแล้วก็อีกทางหนึ่งก็คือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันซึ่งจะทำให้เลือดแล-้วกะ(-็)สารคัดหลั-่งต่างๆนี่ส-่งผ่านจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งทำใด(ห)-้สามารถที่จะส่งผ่านเชื้อHIVส-ู-่กันได้นะครับหลังจากที่เราได้เรียนเรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันกันมาแล้วนะครับนักเรียนก็สามารถที่จะตรวจสอบความเข้าใจของบทเรียนทั้งหมดได้นะครับโดยครูจะมีคำถามให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจอยู่ด้วยกันสองคำถามป(ก)-็คืน(อ)คำถามแรกเพราะเหตุใดการบริจาคเลือดจึงมีความจำเป็นในการตรวจหาเชื้อHIVก่อนทุกครั้งนะครับอีกคำถามหนึ่งก็คือสารก่อภูมิแพ้ส่งผลต่อระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรนะครับถ้าใครตอบได้ก็แสดงว่าเข้าใจในบทเรียนนี้แล้วนะครับแต่ถ้าหากใครอาจจะยังตอบไม่ได้หรือไม่แน่ใจก็ลองกลับไปทบทวนกันดูนะครับและหลังจากที่ได้เรียนมาแล้วนี่นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาในบทเรียนได้ว่าอย่างไรบ้างครับอันนี้เป-ือ(-็น)ที่คุณครูสรุปมาให้นักเรียนดูนะครับอันแรกก็คือเมื่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดไป...ผิดปกติไปนะครับอาจทำให้เกิดโรคหรืออที่เ(า)-ิ(า)สิ(ที)-่ผิดปกติตาได้(มมา)นะครับเช่นโรคภูมิแพ้โรคลูปัสหรือโรคSLEนะครับหรือโรคเอดส์เป็นต้นนะครับโรคเอดส์นี่เกิดจากการติดเชื้อHIVนะครับซึ่งเชื้อHIVนี่ก็(จะ)สามารถเข้าไปทำลายเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับเซลล์ท-ีผู้ช-่วยมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันเนื่องจาที-่(ก)จะไปกระตุ้นทำให้เกิดการตอบสนองของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดอื่นๆนะครับซึ่งเชื้อHIVนี่สามารถติดต่อกันได้ผ(จ)-่ส(ก)ารค(ร)-ัดห(บเ)-ั(-ื)-่ง(ด)หรือสารคัดหลั่งนะครับผ่านทางช่องทางต่างๆไม่ว่าจะเป็นแม่สู่ลูกการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอ-์(น)ามัยหรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันนะครับหวังว่านักเรียนจะเข้าใจแล้วก็รู้วิธีการป้องกันตนเองนะครับจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันจากโรคต่างๆนะครับสำหรับวันนี้สวัสดีครับ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2026-04-03 16:12:25
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}