Accuracy : 82.98%
Insertion : 243
Deletion : 1323
Substitution : 109
Correction : 8409
Reference tokens : 9841
Hypothesis tokens : 8761
[เสียงดนตรี](คุณครูธีรพัฒน์)สวัสดีครับวันนี้มาพบกับผมคุณครูธีรพัฒน์กันอีกครั้งนะครับวันนี้เราจะมาเรียนรู้กันในหัวข้อเรื่องระบบภูมิคุ้มกันตอนนี้เป็นตอนที่3แล้วนะครับในหัวข้อระบบภูมิคุ้มกันตอนที่3นี่จะอยู่ในหนังสือเช(ร)-ียวภ(น)าวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับบทที่2ในหัวข้อ2.4นะครับเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับแล้ววันนี้ที่เราจะเรียนกันคือในหัวข้อย่อยที่2.4.3เรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันครับจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับเมื่อนักเรียนเรียนรู้แล้วนี่ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถสืบค้นข้อมูลอธิบายสาเหตุอาการแนวทางการป้องกันและการรักษาโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันได้นะครับถัดมาก็คือนักเรียนอาจจะสามารถสืบค้นข้อมูลแล้วก็อธิบายกลไกภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสHIVนะครับและก็ข้อสุดท้ายนะครัะ(บ)นักเรียนสามารถระบุสาเหตุและวิธีการป้องกันการติดเชื้อไวรัสHIVได้นะครับจากที่นักเรียนได้เรียนในคลิปการสอนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันในตอนที่1และ2มาแล้วนะครับนักเ-้รียนก็จะได้ทราบมก-ั(า)นแล้วว่ากลไล(ก)การต่อต้านกหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมในแต่ละคนนี่ที่แตกต่างกันนี-่(-้)เป็นผลมาจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันใขอ(น)งแต่ละคนที่มีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมแตกต่างกันไปนะครับแล้วถ้าหากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคนมีความผิดปกติเกิดขึ้นนักเรียนคิดว่าจะส่งผลต่อการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมอย่างไรได้บ้างนะครับเดี๋ยวเราจะมาได้เรียนกันในตอนนี้นะครับก่อนอื่นเลยครูมีข้อความให้นักเรียนลองช่วยกันอ่านแล-้วกะ(-็)ทบทวนพิจารณาดูนะครับแล-้ะ(ว)เดี๋ยวครูจะมีคำถามให้ลองคิดนะครับคำถามก็คือนักเรียนรู้จักโรคหรือกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันอะไรบ้างนะครับอาจจะตอบจากประสบการณ์ของที่เราเคยเจอหรือรู้จักนะครับหรือของคนรู้จักของเรานะครับคำตอบของนักเรียนนี่อาจจะมีได้หลากหลายมากขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนที่ได้รู้จักความผิดปกติของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันนะครับแต-่ว-่าในตอนที่3นี่เราจะมาเรียนโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันยกตัวอย่างมาด้วยกัน3โรคด้วยกันนะครับอันแรกก็คือโรคภูมิแพ้นะครับหรือภาษาอ-ังกฤษว่าAllergyนะครับอันที่2ก็คือโรคล(L)up-ูป-ัส(us)นะครับหรือโรคSLEนะคHIV(รับ)ซึ่งSโรค(LE)นี่ย่อมาจากาภาษาอังกฤษเต็มๆว่าSystemicLupusErythematosusนะครับและก็สุดท้ายก็คือโรคเอดส์นะครับซึ่งย่อมาจากAcquiredImmunodeficiencySyndromeนะครับเดี๋ยวเราลองมาทำความรู้จักกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันแต่ละโรคกันนะครับเรามาดูโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันโรคแรกกันเลยนะครับโรคแรกก็คือโรคภูมิแพ้ซึ่งก็คนส่วนใหญ่จะเป็นกันเยอะมากนะครับโดยเฉพาะคนที่อยู่อาศัยอยู่ในเมืองนะครับก็พบได้แทบจะทุกเพศทุกวัยนะครับโรคภูมิแพ้นี่เป็นโรคที่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันนี่ตอบสนองต่อแอนติเจนที่ได้รับเข้ามานี่รุนแรงเกินไปนะครับแอนติเจนที่เข้ามาในร่างกายเราแล้วทำให้เกิดอาการแพ้นี-่(-้)เราจะเรียกแอนติเจกสาร(น)เหล่านี้ว่าสารที่ก่อภูมิแพ้หรือAllergenนะครับก็เช่นอาจจะเป็นฝุ่นละอองอาจจะเป็นพ(P)olleาเลนส(n)ารเกสรสดอกไม้หรือว่าสารอาหารสารบางชนิดที่อยู่ในอาหารนะครับเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้ามาแล้วนี่สารก่อภูมิแพ้เหล่านี้จะกระตุ้นเซลล์บB(-ี)ให้สร้างแอนติบอดีบางชนิดท-ี-่จำเพา-้(ะ)ต่อสารประก-่อบภูมิแพ้นั้นๆออกมานะครับและเจ้าแอนติบอดี้ที่ถูกสร้างออกมานี่จะไปเกาะอยู่ที่บริเวณผิวของเซลล์ชนิดหนึ่งนะครับเรียกว่า"เซลล์แมสต์"นะครับเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ชนิดเดิมเข้ามานะครับสารก่อภูมิแพ้ที่เคยได้รับมาแล้วในตอนแรกนี่นะครับจะไปกระตุ้นให้เซลล์แมสต์นี่หลั่งสารที่เรียกว่า"ฮิสตามิน"เจ้าฮHi(-ิ)สตามstamin(-ิน)eนี่ล่ะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ต่างๆนะครัเ(บ)ไม่ว่าจะเป็นอาการไอจามอาการคันตาคันจมูกหรือแม้กระทั่งมีน้ำตาไหลออกมานะครับบางคนนี่อาจจะมีอาการแพ้ที่รุนแรงก็เนื่องมาจากว่าเ(แ)อนติเจนนี่จะมา(ไป)ทำให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจนี่หดตัวนะครับทำให้เกิดการหายใจที่ติดขัดหรืออาจจะทำให้เกิดอาการบวมๆเกิดขึ้นทั่วร่างกายของเราแล้วก็ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้นะครับการที่จะ...ลดความรุนแรงของอาการแพ้นะครับเราสามารถใช้ยาที่เป็นแอนติฮิสตามินนะครับมาช่วยไ(ล)ดความรุนแรงของอาการ-้นะคร(แ)พ-ับ(-้)ที่เกิดขึ้นได้นะครับนอกจากเซลล์แมสต์ที่หลั่งฮิสตามินออกมาเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้ามาแล้วนี่ยังมีเซลล์เม็ดเลือดส(ข)าร(ว)อีกชนิดหนึ่งก็คือเซลล์ในกลุ่มของเบโซฟิลนะครับก็สามารถสร้างแล้วก็หลั่งฮิสตามินได้เช่นเดียวกันแล-้(ะ)วก็ยังทำให้เกิสร้าง(ด)อาการแพ้ได้เช่นเดียวกับเซลล์แมสต์ด้วยนะครับเรามาดูว่าแล้วการป้องกันโรคภูมิแพ้นี่แล้วจะทำได้อย่างไรแน่นอนเลยวิธีการที่ง่ายแต-่ว-่าอาจจะทำได้ยากเลยสำหรับบางคนก็ต(ค)-ือการหลีก-้อ(เ)ลี่ยงสารก่อภูมิงป(แพ)-้ต่อ(า)งก(ๆ)-ันนะครับไม่ให้เข้าสู่ร่างกายของเรานะครับเราก็อาจจะต้องไปเช็กว่าเราแพ้อะไรอะไรที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดกภ-ูม(าร)-ิแพ้ของเรานะครับแล้วก็หลีกเลี่ยงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดนะครับแล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็คือการพยายามรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนะครับก็คือกินอาหารที่มีประโยชน์ออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือว่าลดคอ(ว)ามรุกา(นแ)รงของโรคภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นได้นะครับโรคต่อมานะครับก็คือโรคลูปัสหรือโรคSเอ(L)Eสแอลอีนะครับโรคนี้จะเป็นโรคที่อยู่ในกลุ่มของโรคที่เรียกว่า"ภูมิคุ้มกันต้านตนเอง"หรือAutoimmuneDiseaseนะครับเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายนี่สร้างแอนติบอดีหรื-้(อ)ไปกระตุ้นให้เซลล์ทีนี่ต่อต้านหรือทำลายเนื้อเยื่อหรือเซลล์ของตนเองในระบบต่างๆของเร-่างกายเรานะครับอาการที่อาจจะพบได้ก็คืออาการมีลักษณะที่มีผื่นแดงบนใบหน้าผื่นะคแดงบ(รั)นใบหน้าหรือมีไข้หรือเกิดอาการปวดบริเวณข้อเนื่องจากการอักเสบนะครับคนที่เป็นโรคลูปัสหรือเ(โ)รคSอสแอล(LE)อีนี่จะทำให้ระยบบประสาทส่วนกลาสงนี่ถูกทำลายนะครับการทำงานของหัวใจและไตอาจล้มเหลวนะครับวิธีการที่ป้องกันและรักษาสำหรับคนที่เป็นโรคSเอส(LE)แอลอีนี่ก็คือก็ทำได้โดยการรักษาตามความรุนแรงของอาการของโรคอย่างต่อเนื่องนะครับและก็ต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วยนะครับเรามาดูโรคสุดท้ายกันเลยนะครับโรคสุดท้ายนี้ก็คือโรคเอดส์นะครับโรคเอดส์นี่เป็นโรคที่เกิดจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันนะครับเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ามันเกิดจากความบกพร่องอย่างไรนะครับโดยโรคเอดส์นี่เกิดจากโรค(ก)ารที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสที่เรียกว่า"HIV"นะครับหรือเรียกว(ม)-่าจากชื่อเต็มที่เรียกว่า"HumanImmunodeficiencyVirus"นะครับการได้รับเข(ช)-ื้อHIVนี่จะได้รับผ่านทางเลือดหรือผ่านสารคัดหลั่งต่างๆเข้ามาสู่ร่างกายของเรานะครับผู้ที่ได้รับเชื้อHIVเข้ามานี่จะมีความเสี่ยงต่อ(จาก)การต-ื(-ิ)ดเชื้อหรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนชนิดต่างๆนะครับไม่ว่าจะเปช-่(-็)นโรคปอดบวมว-ัณโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบโรคเริมหรือโรคเชื้อราตามผิวหนังหรือช่องปากนะครับโดยโรคซอกซ้อน...โดยโรคแทรกซ้อนเหล่านี้จะเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนที่เป็นโรคเอดส์นะครับเดี๋ยวเราลองมาดูกันว่าเจ้าHIVนี่ทำให้เกิดคก(ว)าร(ม)บกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรนะครับเดี๋ยวเรามาลองลองมาดูทำความเข้าใจการเพิ่มจำนวนของHIVในเซลลข(-์)ทอง(-ี)ผู้ช่วยกันก่อนนะครับเซลล์ที่เป็นเหมือน...เขาเรียกว่า"เซลล์เจ้าบ้าน"ที่เจ้าไวรัสHIVนี่จะเข้าไปเพิ่มจำนวนน-ี่ก็คือเซลล์ทีมผู้ช่วยซึ่งเซลล์ทีผู้ช่วยนี่มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันแบบที่ได้...เราได้เรียนรู้กันมาใน2ตอนแรกแล้วนะครับในขั้นแรกนี่เมื่อHIVเข้าสู่ร่างกายนะครับไวรัสที่เข้าไปนี่จะไปยึดเกาะอยู่กับเซลล์เขตจาบ-้านเจ้าบ้านนะครับจากนั้นนี่HIVก็จะปล่อยสารพันธุกรรมนะครับเข้าไปใท-ี(น)-่เซลล์ทีผู้ช่วยนะครับและจะใเข(ช)-้าองค์ประกอบนะครับองค์ประกอบของเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับในการสังเคราะห์สารพันธุกรรมของไวรัสนะครับรวมทั้งส-่ารอ(วน)งค์ประกอบต่างๆของHIVด้วยนะครับหลังจากที่สร้างสารพันธุกรรมและองค์ประกอบต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่HIVก็จะจำลองตัวเองขึ้นมาจา-ัด(ก)องค์ประกอบเหล่านั้นนะครับทำให้ได้HIVในเซลล์เพิ่มเป็นจำนวนมากนะครับเมื่อมีอน-ึ(-ุ)ภาคของไวรัสในเซลล์เป็นจำนวนมากแล้วนี่HIVก็จะทำลายเซลล์ทีผู้ช่วยและแยกก(ห)ลุ-่(ด)มออกจากเซลล์ทีผู้ช่วยทำให้เซลล์ทีผู้ช่วยนี-่(-้)ถูกทำลายนะครับไวรัสที่ออกจากเซลล์ทีผู้ช่วยก็จะไปที่เซลล์ทีผู้ช่วยเซลล์อื่นๆนะครับแล้วก็เกิดการเพิ่มจำนวนของHIVในเซลล์ทีผู้ช่วยใหม่ขึ้นใหม่เรื่อยๆนะครับคำถามก็คือการที่HIVเข้าไปทำลายเซลล์ทีผู้ช่วยนี่จะส่งผลต่อการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างไรนะครับเราลองมาดูคำตอบกันนะครับHIVนี่จะทำลายกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนะครับทำลายได้อย่างไรก็คือ...เพราะว่าเซลล์เจ้าบ้านที่HIVใช้ในการเพิ่มจำนวนก็คือเซลล์ทีผู้ช่วยการที่HIVเข้าไปเพิ่มจำนวนในเซลล์ทีผู้ช่วยนี่จะทำให้เซลล์ทีผู้ช่วยนี่ลดจำนวนลงเรื่อยๆนะครับซึ่งการลดลงของเซลล์ทีผู้ช่วยนี-่จะส่งผลต-่อระบบภูมิคุ้มกันทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณณ-์นะครับก็จากที่นักเรียนได้เรียนมาแล้วว่าเซลล์ทีผู้ช่วยนี่มีความสำคัญในการกระตุ้นการทำงานและพัฒนาของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดอต(-ื)-่า(น)งๆรวมทัถ-ึ(-้)งเซลล์ทีผู้ช่วยเองด้วยนะครับไม่ว่าจะเป็นเซลล์บีที่จะพัฒนาต่อไปเป็นเซลล์พลาสมาแล้วก็สร้างแอนติบอดีเพื่อใช้จับกับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกแปลกปลอมต่างๆรวมทั้งกระตุ้นการทำงานของเซลล์ทีที่ทำลายเซลลส(-์)แปลก-่วนอะต(ปล)อมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสดังนั้นถ้าหากเซลล์ทีผู้ช่วยลดจำนวนลงก็จะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันนี่ไม่สมบูรณ์นะครับหลังจากที่นักเรียนได้ทราบมาแล้วนะครับว่าHIVนี่สามารถทำให้เกิดความผิดปกติหรือความบกพร่องขทา(อ)งระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรบ้างนะครับก็เหมือนเช่นเคยครูจะมีข้อความให้นักเรียนลองศึกษาดูนะครับแล-้(ะ)วหลังจากนั้นน-ี่จะมีคำถามให้นักเรียนลองช่วยกันคิดนะครับเราลองมาดูข้อความเหล่านี้กันแล้วคำถามที่ครูจะลองให้ช่วยกันคิดก็คือว่าเจ้าเชื้อไวรัสHIVนี่สามารถติดต่อกันได้ทางใดบ้างนะครับนักเรียนอาจจะพอทราบคำตอบแล้วแหล-่ะอาจจะลองช่วยกันสะหา(-ื)บค้นข้อมูลแล้วก็ลองตอบคำถามกัน-ี้ดูนะครับเดี๋ยวเราลองมาดูว่าคำตอบที่นักเรียนได้สืบค้นมาดูนี่จะมีเหมือนกับที่ครูจ-ั(ะ)ดแสดงให้ดูหรือเปล่านะครับอันแรกเลยก็คือว่าเจ้าเชื้อHIVนี่สามารถติดต่อกันผ่านทางแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์ได้นะครับแล-้ะ(ว)ก็ขณะที่เกิดการคลอดหรือการให้น้ำนมนจากแม่สู่ลูกได้ด้วยเช่นกันครับอันที่2ก็คือติดต่อกันผ่านท(ก)าง(ร)มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยนะครับแล้วก็อีกทางหนึ่งก็คือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันซึ่งจะทำให-้เลือดแล-้วก็สารคัดหลั่งต่างๆนี-่ส่งผ-่านจากอีกคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งทำให้สามารถที่จะส่งผ่านเชื้อHIVสู่กันได้นะครับหลังจากที่เราได้เรียนเรื่องคส(ว)ามผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันกันมาแล้วนะครับนักเรียนก็สามารถที่จะตรวจสอบความเข้าใจของบทเรียนทั้งหมดได้นะครับโดยครูจะมีคำถามให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจอยู่ด้วยกันสอ2(ง)คำถามก็คือคำถามแรกเพราะเหตุใดการบริจาคเลือดจึงมีความจำเป็นในการตรวจหาเชื้อHIVก่อนทต-ิด(-ุก)ครั-้างนะครับอีกคำถามหนึ่งก็คือสารก่อภูมิแพ้ส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรนะครับถ้าใครตอบได้ก็แสดงว่าเข้าใจในบทเรียนนี้แล้วนะครับแต่ถ้าใครอาจจะยังตอบไม่ได้หรือไม่แน่ใจก็ลองกลับไปทบทวนกันดูนะครับและหลังจากที่ได้เรียนมาแล้วนี่นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาในบทเรียนได้ว่าอย่างไรบ้างครับอันนี้เป็นอันที่คุณครูได้สรุปมาให้นักเรียนดูนะครับอันแรกก็คือเมื่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดไป...ผิดปกติไปนะครับอาจทำให้เกิดโรคหรืออคว(าก)ารทีม(-่)ผิดปกติตามมานะครับเช่นโรคภูมิแพ้โรคลูปัสหรือโรคSเอส(LE)โออีนะครับหรือโรคเอดส์เป็นต้นนะครับโรคเอดส์นี่เกิดจากการติดเชื้อHIVนะครับซึ่งเชื้อHIVนี่จะเข้าไปทำลายเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับเซลล์ทีผู้ช่วยนี่มีความสำคัญตข(-่)องระบบภูมิคุ้มกันเน-ื่องจากจะไปกระตุ้นทำให้เกิดการตอบสนองของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนเซลล์เม็ดเลือดขาวชน-ิดอื่นๆนะครับเชื้อHIVนี่สามารถติดต่อกันได้จากผ-่(ก)ารรัน(บ)เลือดหรือสารคัดหลั่งนะครับผ่านทางช่องทางต่างๆไม่ว่าจะเปจาก(-็น)แม่สู่ลูกการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใป(ช)-้ถุงยางอนามัยหรงก(-ือ)การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันครับหวังว่านักเรียนจะเข้าใจแล-้ะ(ว)ก็รู้วิธีการป้องกันตนเองนะครับจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันจากโรคต่างๆนะครับสำหรับวันนี้สวัสดีครับ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2026-04-03 16:12:32
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}