ฮอร์โมนพืช 5 ชนิดค่ะ แต่สำหรับคลิปนี้ เราจะเรียน 3 ชนิดก่อนนะคะ ก็คือออกซิน ไซโทไคนิน และจิบเบอเรลลิน ค่ะ สำหรับฮอร์โมนพืชอีก 2 ชนิด เราจะเรียนกันในคลิปถัดไปนะคะ มีจุดประสงค์การเรียนรู้ดังนี้ค่ะ ก็คือสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น เพื่อใช้ในการเกษตรและเพิ่มผลผลิตของพืช และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ค่ะ ที่บ้านของนักเรียนปลูกต้นมะม่วงไว้บ้างไหมคะ หรือเคยเห็นต้นมะม่วงมาบ้างหรือเปล่า ต้นมะม่วงที่นักเรียนเคยเห็น มีลักษณะต้นแบบในรูปนี้หรือไม่ อย่างไร ต้นมะม่วงบางต้น ที่นักเรียนปลูกไว้ที่บ้านนะคะ หรือว่าที่เคยเห็นมาก่อน อาจจะมีต้นที่สูงมาก ทำให้เมื่อมะม่วงออกผลนี่ค่ะ เราจะสามารถเก็บผลมะม่วงได้ลำบากนะคะ แต่ต้นมะม่วงบางต้นค่ะ จะมีลักษณะเหมือนกับในรูปนี้นะคะ ก็คือต้นไม่สูงมากและมีทรงพุ่มกว้างค่ะ ในการปลูกมะม่วงนะคะ นอกจากเราจะควบคุมปัจจัยภายนอก ที่เราเรียนมาแล้วในคลิปที่แล้วนะคะ อย่างเช่น แสง น้ำ ธาตุอาหาร ก็อาจจะมีการตัดยอดนะคะ เพื่อจะให้ต้นมะม่วงนี่ค่ะ แตกตาข้างมากขึ้น ทำให้เกิดกิ่งข้างมากขึ้น เป็นการเพิ่มผลผลิต แล้วก็ควบคุมทรงพุ่มค่ะ ทำให้ต้นมะม่วงที่เราปลูกนี่นะคะ ไม่สูงมาก เก็บผลผลิตสะดวก นอกจากต้นมะม่วงแล้ว เรายังสามารถตัดยอดพืชอื่น ๆ เพื่อควบคุมทรงพุ่มได้เช่นเดียวกันค่ะ อย่างเช่น มะนาว ทุเรียน เงาะ และมังคุด นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใด การตัดยอดพืชจึงส่งผลต่อการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิตของพืชได้ เดี๋ยวเราจะมาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ 3.2.2 ปัจจัยภายใน จากวิดีโอคลิปตอนที่แล้ว นักเรียนได้เรียนมาแล้ว ว่าปัจจัยภายนอกมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช นอกจากปัจจัยภายนอก ที่พืชได้รับจากสภาพแวดล้อมแล้ว ยังมีปัจจัยภายใน ที่กำหนดให้พืชแต่ละชนิด มีการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน ปัจจัยภายในดังกล่าว เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช หรือ plant growth regulator ซึ่งพืชสร้างขึ้นภายในเซลล์ เรียกว่า "ฮอร์โมนพืช" พืชจะสร้างฮอร์โมนเหล่านี้ในปริมาณน้อย ที่แหล่งสร้าง แล้วลำเลียงไปยังเนื้อเยื่อตามตำแหน่งต่าง ๆ ภายในต้นพืช มีผลควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในการเจริญเติบโตของพืช ฮอร์โมนพืชมี 5 กลุ่มหลัก คือ ออกซิน ไซโทไคนิน และจิบเบอเรลลิน เอทิลีน และกรดแอบไซซิก ในปัจจุบันนี้นะคะ มนุษย์สังเคราะห์สารหลายชนิด ซึ่งมีผลควบคุมการเจริญเติบโต เช่นเดียวกับฮอร์โมนพืช ซึ่งจัดเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโต เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เช่น สารเร่งราก สารเพิ่มการติดดอกและผล โดยจะต้องให้สารสังเคราะห์เหล่านี้ แก่พืชในปริมาณที่เหมาะสม นักเรียนคิดว่าฮอร์โมนพืชแต่ละชนิด มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช แตกต่างกันอย่างไร และมีการนำสารควบคุมการเจริญเติบโตเหล่านี้ ไปใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราจะมาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ ออกซิน ออกซินเป็นฮอร์โมนพืชชนิดแรกที่มีการค้นพบ มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์ นอกจากนี้แล้วยังมีบทบาทในด้านอื่น ๆ อีกนะคะ เช่น ยับยั้งการเจริญของตาข้าง โดยทำงานร่วมกับฮอร์โมนกลุ่มไซโทไคนิน ส่งเสริมการเจริญของราก กระตุ้นการเจริญของผล และชะลอการหลุดร่วงของใบ นักเรียนเคยปลูกพืชแล้วนำไปไว้ริมหน้าต่าง หรือว่าริมระเบียงบ้างหรือไม่คะ แล้วเคยสังเกตไหมคะ ว่าต้นพืชของนักเรียนมีลักษณะอย่างไร ถ้านักเรียนเคยปลูกพืชนะคะ อย่างเช่น มะเขือเทศหรือทานตะวัน และให้ได้รับแสงตามปกติ ลำต้นจะตั้งตรงแล้วก็สูงขึ้นไปทางด้านบนนะคะ แต่ว่าถ้าเรานำต้นไม้นี้ไปไว้ริมหน้าต่าง หรือว่าริมระเบียงค่ะ นักเรียนเคยสังเกตไหมคะ ว่าต้นไม้ของนักเรียน จะมีลักษณะที่ต่างไปจากเดิมอย่างไร ยอดของพืชเหล่านั้นนะคะ จะโค้งเข้าหาแสงเสมอ จากในรูปนี้นะคะ เป็นต้นทานตะวันค่ะ ถ้าสังเกตที่ตายอดนะคะ จะเห็นว่ามีการโค้งเข้าหาแสงค่ะ เพราะว่าตอนที่ครูปลูกต้นทานตะวันนี้นะคะ ครูนำไปไว้ที่ริมระเบียงค่ะ เดี๋ยวเรามาศึกษากันนะคะ ว่าปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสงได้อย่างไร การที่ปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่มากระตุ้น เป็นผลจากออกซิน ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน โดยปกติแล้ว พืชจะสร้างออกซินมาก บริเวณปลายยอดและใบอ่อน เมื่อมีแสงส่องไปยังด้านใดด้านหนึ่งของปลายยอด จากในรูปนี้นะคะ ก็คือแสงส่องเข้ามาทางด้านนี้ค่ะ ด้านที่ได้รับแสงน้อย จะมีการสะสมของออกซิน มากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก นักเรียนสามารถศึกษาได้ จากภาพขยายตรงนี้นะคะ ฝั่งนี้ คือ ด้านที่ได้รับแสงน้อย ส่วนด้านนี้ คือ ด้านที่ได้รับแสงมากค่ะ ด้านที่ได้รับแสงน้อย จะมีการสะสมออกซินมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก ออกซินสามารถกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์ ทำให้ด้านที่ได้รับแสงน้อย ซึ่งมีการสะสมออกซินมาก มีการยืดตัว และขยายตัวมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก จึงเกิดการโค้งงอของปลายยอดเข้าหาแสงเสมอ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน เช่น IBA (indolebutyric acid) NAA (naphthaleneacetic acid) มีการนำมาใช้ เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอหรือกิ่งปักชำ ในรูปนี้นะคะ คือ การปักชำกิ่งโมก โดยใช้สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน เพื่อเร่งการเจริญของรากค่ะ ทางด้านซ้ายมือนี้ค่ะ จะเป็นก่อนปักชำกิ่งโมกนะคะ ส่วนทางด้านขวามือจะเป็นหลังปักชำค่ะ ซึ่งถ้าเราดูนะคะ กิ่งนี้ค่ะ จะไม่มีการใช้สาร ส่วนตรงนี้จะมีการใช้สาร เมื่อนำไปปักชำแล้วนะคะ จะเห็นว่า กิ่งที่ไม่มีการใช้สารจะไม่มีรากงอกออกมาค่ะ ส่วนกิ่งนี้นะคะ ที่มีการใช้สารสังเคราะห์ ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน จะเห็นว่ามีรากงอกออกมาจากกิ่งค่ะ สังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน ยังสามารถใช้กระตุ้นให้พืชบางชนิดติดผล โดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิได้ด้วยค่ะ เช่น องุ่น แตงโม สตรอว์เบอร์รี มะเขือเทศ ซึ่งทำให้ได้ผลที่ไม่มีเมล็ด นอกจากนี้แล้ว หากพืชได้รับสารสังเคราะห์ ที่มีสมบัติคล้ายออกซินมากเกินไป จะมีผลยับยั้งการเจริญเติบโต ดังนั้น จึงมีการใช้สารกลุ่มนี้ เพื่อกำจัดวัชพืชบางชนิดได้ด้วยค่ะ ช่วงชวนคิด ครูมีคำถามถามนักเรียน 1 คำถามนะคะ นั่นก็คือสารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมนพืช จัดเป็นปัจจัยภายนอกหรือปัจจัยภายใน ครูจะให้เวลานักเรียนคิด 10 วินาทีค่ะ แล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ น่าจะตอบกันได้ นั่นก็คือออกซินที่สร้างขึ้นภายในพืช เป็นปัจจัยภายใน เพราะพืชสร้างขึ้นเอง เพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ภายในเซลล์ แต่ในทางการเกษตร ที่มีการนำสารสังเคราะห์ ที่มีสมบัติคล้ายออกซินมาใช้นะคะ เป็นการให้จากภายนอก พืชต้องลำเลียงสารดังกล่าวเข้าสู่ภายในต้นพืช ดังนั้น จึงจัดว่าสารควบคุมการเจริญเติบโตเหล่านี้ เป็นปัจจัยภายนอกค่ะ ไซโทไคนิน ไซโทไคนินเป็นฮอร์โมนพืชอีกชนิดหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์ และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ นอกจากนี้ยังมีบทบาทเกี่ยวข้อง กับอีกหลายกระบวนการในพืชด้วยค่ะ นักเรียนเคยทานผักชนิดนี้ไหมคะ นี่คือผักหวานป่าค่ะ เกษตรกรจะปลูกต้นผักหวานป่า แล้วตัดยอดพืชนะคะ เพื่อให้เกิดการแตกกิ่งข้างมากมาย สามารถเก็บรับประทานได้เรื่อย ๆ นอกจากผักหวานป่าแล้วนะคะ ก็ยังมีพืชอื่น ๆ อีก ที่สามารถตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้างได้ เช่น กะเพรา โหระพา และกระถิน จากรูปนี้นะคะ ก็คือการตัดยอดกะเพรา เพื่อให้แตกกิ่งมากขึ้น ซึ่งจะตัดปลายยอดบริเวณนี้ค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป สังเกตดูจากตรงนี้นะคะ เมื่อขยาย จะเห็นว่าบริเวณที่เคยเป็นตาข้างนี้ค่ะ ก็จะเจริญขึ้นนะคะ แล้วหลังจากนั้น ตาข้างนี้จะเจริญเป็นกิ่งต่อไปค่ะ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด เมื่อมีการตัด หรือเด็ดปลายยอดพืชออก จึงทำให้มีตาข้างเกิดขึ้นได้ การเจริญของตาข้าง เป็นผลจากการทำงานร่วมกัน ของออกซินและไซโทไคนิน ไซโทไคนินมีแหล่งสร้างหลักอยู่ที่ปลายราก และจะถูกลำเลียงขึ้นไปยังส่วนอื่น ๆ ของพืช ถ้าเราดูแถบสีน้ำเงินนี้นะคะ จะเห็นว่าแถบสีเข้มแทนปริมาณไซโทไคนิน ที่มีปริมาณมากนะคะ เมื่อใกล้บริเวณปลายราก และจะมีปริมาณน้อยลงนะคะ เมื่อใกล้สู่ปลายยอดค่ะ ส่วนออกซินนะคะ ที่บริเวณปลายยอดจะมีความเข้มข้นสูง ซึ่งจะค่อย ๆ ลดลงนะคะ เมื่อใกล้สู่ปลายรากค่ะ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะ ก็จะเห็นว่าบริเวณใกล้ยอด จึงมีปริมาณออกซินสูงกว่าไซโทไคนินค่ะ ทำให้มีผลยับยั้งการเจริญของตาข้าง ตาจึงไม่เจริญที่บริเวณดังกล่าว แต่ว่าเมื่อมีการตัดปลายยอดนะคะ จะเป็นการทำลายแหล่งสร้างหลักของออกซิน ปริมาณของออกซินจึงลดลง ทำให้อัตราส่วนของออกซินต่อไซโทไคนินลดลง ที่บริเวณดังกล่าว เป็นผลทำให้ตาข้างสามารถเจริญขึ้นได้ค่ะ นักเรียนสามารถสังเกตได้ว่า ในรูปแรกนี้นะคะ ก่อนที่จะมีการตัดปลายยอด จะเห็นตาข้างขนาดเล็กค่ะ แต่ว่าเมื่อมีการตัดปลายยอดแล้ว ตาข้างจะมีการเจริญมากขึ้นนะคะ แล้วก็สุดท้ายจะพัฒนากลายเป็นกิ่งค่ะ ไซโทไคนินกับการนำไปใช้ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายไซโทไซนิน เช่น BA (6-benzylamino acid purine) TDZ (thidiazurin) มีการนำมาใช้ เพื่อช่วยเร่งการแตกตาข้างของพืช ควบคุมทรงพุ่มของไม้ดอกไม้ประดับ และไม้ผลบางชนิด และมีการนำมาใช้ เพื่อกระตุ้นการสร้างยอด ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ในรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นการกระตุ้นการสร้างยอดของต้นพิทูเนียค่ะ จิบเบอเรลลิน จิบเบอเรลลินเป็นฮอร์โมนพืชอีกกลุ่มหนึ่ง ที่กระตุ้นให้เซลล์ที่ลำต้นมีการยืดตัว และแบ่งเซลล์มากขึ้น ทำให้ต้นสูงขึ้น และยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายกระบวนการในพืช เช่น ควบคุมการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด การออกดอกและการติดผล จิบเบอเรลลินกับการยืดตัวของลำต้น นักเรียนจำได้ไหมคะ ว่าตอน ม. 3 เราเคยเรียนเรื่องเกี่ยวกับเมนเดล แล้วก็การปลูกถั่วนะคะ ซึ่งหนึ่งในลักษณะทางพันธุกรรมของถั่วลันเตา ที่เมนเดลศึกษา ก็คือลักษณะต้นสูงและต้นเตี้ย ซึ่งต่อมาพบว่าความสูงของต้นถั่วลันเตานั้น มีความสัมพันธ์กับปริมาณจิบเบอเรลลิน ที่ต้นถั่วสร้างขึ้นค่ะ โดยถั่วลันเตาที่มีต้นสูงนะคะ จะมีจิบเบอเรลลิน ปริมาณมากกว่าถั่วลันเตาต้นเตี้ย จิบเบอเรลลินกับการนำไปใช้ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายจิบเบอเรลลิน เช่น GA3 (gibberellic acid) ใช้เพื่อช่วยให้ช่อองุ่นยาว ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ ถ้าเราดูจากรูปค่ะ องุ่นทางด้านซ้ายมือนี้นะคะ ไม่ได้ใช้สารสังเคราะห์ ความยาวผลจะประมาณ 1.5 เซนติเมตรค่ะ ส่วนองุ่นทางด้านขวามือนะคะ จะมีการใช้สารสังเคราะห์ ความยาวของผลองุ่น จะประมาณ 4 เซนติเมตรค่ะ หลังจากเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะ เราก็มาถึงช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนค่ะ ปัจจัยภายในที่มีผลต่อการเจริญเติบโต เช่น ฮอร์โมนพืช ซึ่งพืชสังเคราะห์ขึ้น เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงชีวิต มนุษย์สังเคราะห์สาร ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช โดยเลียนแบบฮอร์โมนพืช เพื่อนำมาใช้ควบคุมการเจริญเติบโต และเพิ่มผลผลิตของพืช ออกซินเป็นฮอร์โมนพืชชนิดแรกที่มีการค้นพบนะคะ มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการกระตุ้น การยืดตัวของเซลล์ นอกจากนี้แล้ว ยังยับยั้งการเจริญเติบโตของตาข้าง โดยทำงานร่วมกับฮอร์โมนกลุ่มไซโทไคนิน สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซินนะคะ เช่น IBA NAA นิยมนำมาใช้ เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ และใช้กระตุ้นพืชบางชนิดให้ติดผล โดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิค่ะ เช่น แตงโม สตรอว์เบอร์รี ไซโทไคนินมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์ และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ นอกจากนี้แล้ว การเจริญของตา ก็ยังเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกัน ของไซโทไคนินและออกซินค่ะ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายไซโทไคนินนะคะ เช่น BA และ TDZ นิยมนำมาใช้ ช่วยเร่งการแตกตาข้างของพืช นอกจากนี้แล้ว ยังควบคุมทรงพุ่มของไม้ดอกไม้ประดับ และไม้ผลบางชนิด และใช้กระตุ้นการสร้างยอด ในการเพาะเลี้ยงในเยื่อพืชค่ะ จิบเบอเรลลิน มีบทบาทในการกระตุ้น ให้เซลล์ที่ลำต้นมีการยืดตัวและแบ่งเซลล์มากขึ้น ทำให้ต้นสูงขึ้น นอกจากนี้แล้วยังควบคุมการงอกของพืชบางชนิด และควบคุมการออกดอก และการติดผลของพืชด้วยค่ะ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายจิบเบอเรลลินนะคะ อย่างเช่น GA3 นิยมนำมาใช้ช่วยให้ช่อองุ่นยาว ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ค่ะ สำหรับคลิปนี้ ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไป สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]