﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.005 --> 00:00:08.005
(ดร.สุนัดดา) สวัสดีค่ะนักเรียน มาพบกับครูสุนัดดาอีกครั้งหนึ่งนะคะ

3
00:00:08.008 --> 00:00:12.008

4
00:00:12.009 --> 00:00:16.009
ตอน การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

5
00:00:16.014 --> 00:00:20.014
จุดประสงค์การเรียนรู้ อธิบาย

6
00:00:20.015 --> 00:00:24.015
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าในรูปแบบต่าง ๆ

7
00:00:24.034 --> 00:00:28.034
ที่ดำรงชีวิตของพืช

8
00:00:28.035 --> 00:00:32.035
3.3 การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

9
00:00:32.037 --> 00:00:36.037
รูปที่เห็นนี้นะคะ คือต้นพวงชมพูค่ะ

10
00:00:36.038 --> 00:00:40.038
พวงชมพูเป็นพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกให้

11
00:00:40.038 --> 00:00:44.038
เลื้อยคลุมไปตามหลังคาและกำแพง

12
00:00:44.039 --> 00:00:48.039
นอกจากพวงชมพูยังมีพันธุ์ไม้อื่นอีกที่นิยมนำมาใช้

13
00:00:48.040 --> 00:00:52.040
แบบนี้นะคะ อย่างไรก็ตาม

14
00:00:52.041 --> 00:00:56.041
ไม่ใช่พันธุ์ไม้ทุกชนิดจะใช้ได้

15
00:00:56.042 --> 00:01:00.042
เพราะเหตุใดพวงชใพูจึงคลุมหลังคา

16
00:01:00.043 --> 00:01:04.043
ได้ดังรูปนะคะ ความรู้เกี่ยวกับการตอบสนอง

17
00:01:04.043 --> 00:01:08.043
ของพืชต่อสิ่งเร้าที่เราจะได้ศึกษา

18
00:01:08.045 --> 00:01:12.045
ต่อไปนี้นะคะ สามารถนำมาใช้อธิบายได้ค่ะ การตอบสนอง

19
00:01:12.046 --> 00:01:16.046
ของพืชเมื่อได้รับสิ่งเร้านั้น อาจมี

20
00:01:16.046 --> 00:01:20.046
แต่รูปหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ

21
00:01:20.046 --> 00:01:24.046
การเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถ

22
00:01:24.047 --> 00:01:28.047
แบ่งตามความสัมพันธ์ต่อสิ่งเร้า

23
00:01:28.049 --> 00:01:32.049
นะคะ คือการตอบสนองที่มีทิศทา

24
00:01:32.050 --> 00:01:36.050
สัมพันธ์ของสิ่งเร้า และ

25
00:01:36.052 --> 00:01:40.052
การตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์

26
00:01:40.052 --> 00:01:44.052
กับทิศทางของสิ่งเร้า 3.3.1 การตอบสนองกับ

27
00:01:44.052 --> 00:01:48.052
ทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้า

28
00:01:48.054 --> 00:01:52.054
การตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับ

29
00:01:52.054 --> 00:01:56.054
ที่พบได้ทั่วไปคือการ

30
00:01:56.055 --> 00:02:00.055
เคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตของพืช โดย

31
00:02:00.055 --> 00:02:04.055
ทิศทางที่เข้าหา หรือออกจากสิ่งเร้าก็ได้

32
00:02:04.056 --> 00:02:08.056
นักเรียนคิดว่าพืชที่เห็นในรูปนี้

33
00:02:08.056 --> 00:02:12.056
มีทิศทางที่เข้าหา

34
00:02:12.057 --> 00:02:16.057
และสิ่งเร้านั้นคืออะไร ครูจะให้นักเรียนคิดนิดหนึ่ง

35
00:02:16.058 --> 00:02:20.058
ค่ะ เรามาดูรูปที่

36
00:02:20.058 --> 00:02:24.058
1 กันนะคะ นี่ก็คือปลายยอดพืชเจริญในทิศทาง

37
00:02:24.058 --> 00:02:28.058
เข้าหาแสงค่ะ นั่นก็คือสำหรับ

38
00:02:28.059 --> 00:02:32.059
พืชนี้แล้ว สิ่งเร้า ก็คือแสงค่ะ แล้วถ้าสังเกตยอดพืชนะคะ

39
00:02:32.060 --> 00:02:36.060
ก็จะเห็นว่ามีความโค้งไปด้านขวาค่ะ

40
00:02:36.060 --> 00:02:40.060
นั่นก็แปลว่าแสงที่เป็นสิ่งเร้าต้องอยู่ทางด้านขวา

41
00:02:40.061 --> 00:02:44.061
นี้นะคะ ส่วนรูปที่ 2

42
00:02:44.062 --> 00:02:48.062
เป็นปลายรากพืชเจริญไปในทิศทางเดียวกับแรงโน้มถ่วง

43
00:02:48.063 --> 00:02:52.063
ของโลก ส่วนยอดพืชตรงข้ามกับทิศทาง

44
00:02:52.064 --> 00:02:56.064
กับแรงโน้มถ่วงของโลก สำหรับ

45
00:02:56.064 --> 00:03:00.064
ต้นไม้ต้นนี้นะคะ ก็คือต้นเทียนค่ะ

46
00:03:00.065 --> 00:03:04.065
สิ่งเร้าสำหรับต้นเทียนนี้ คือ แรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ

47
00:03:04.067 --> 00:03:08.067
ว่าราดพืชจะเจริญลงด้านล่างนะคะ

48
00:03:08.069 --> 00:03:12.069
ซึ่งก็เดินไปในทิศทางเดียวกันกับแรงโน้มถ่วงของโลก

49
00:03:12.070 --> 00:03:16.070
ส่วนยอดพืชตรงนี้ค่ะ ก็เจริญขึ้นไป

50
00:03:16.071 --> 00:03:20.071
ทางด้านบนนะคะ เป็นทิศทางที่ตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลกค่ะ

51
00:03:20.072 --> 00:03:24.072
ค่ะ เรามาดูรูปที่ 3 กันค่ะ นั่นก็คือ

52
00:03:24.072 --> 00:03:28.072
การเลื้อยหลักของพืช ที่มีการ

53
00:03:28.073 --> 00:03:32.073
สัมผัสที่เข้าหาสิ่งเร้าค่ะ

54
00:03:32.073 --> 00:03:36.073
สำหรับพืชต้นนี้แล้วนะคะ สิ่งเร้า ก็คือหลักที่ปักอยู่ตรงกลางน

55
00:03:36.075 --> 00:03:40.075
นี้ค่ะ 3.3.2 การ

56
00:03:40.076 --> 00:03:44.076
ตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

57
00:03:44.076 --> 00:03:48.076
การตอบสนอง

58
00:03:48.077 --> 00:03:52.077
ที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางสิ่งเร้านะคะ

59
00:03:52.078 --> 00:03:56.078
ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณ

60
00:03:56.079 --> 00:04:00.079
ภายในเซลล์ ที่ทำให้เซลล์เกิดการขยายตัวได้ชั่วคราว

61
00:04:00.081 --> 00:04:04.081
เช่น การหุบของใบ

62
00:04:04.081 --> 00:04:08.081
ของต้นจอมจุรีในตอนกลางคืนค่ะ ถ้าเราเห็นรูปแรกนะคะ

63
00:04:08.083 --> 00:04:12.083
ว่าเป็นการกางใบในเวลากลางวันค่ะ ส่วน

64
00:04:12.084 --> 00:04:16.084
อีกรูปหนึ่งนะคะ เป็นการหุบใบในเวลาพลบค่ำค่ะ

65
00:04:16.086 --> 00:04:20.086
นอกจากนี้แล้ว

66
00:04:20.088 --> 00:04:24.088
การหุบขอบใบมัยราภเมื่อถูกสัมผัส

67
00:04:24.088 --> 00:04:28.088
ที่มีทิศทาไม่สัมพันธ์กับสิ่งเร้า

68
00:04:28.088 --> 00:04:32.088
เดี๋ยวเรามาดูวิดีโอคลิปกันนะคะ

69
00:04:32.089 --> 00:04:36.089
เมื่อมี

70
00:04:36.090 --> 00:04:40.090
นิ้วไปสัมผัสใบของมัยลาภนะคะ

71
00:04:40.091 --> 00:04:44.091
ก็จะมีการหุบลงค่ะ

72
00:04:44.092 --> 00:04:48.092
แล้วก็การหุบและการบานของบยัวที่ตอบสนองต่อแสงค่ะ

73
00:04:48.093 --> 00:04:52.093
นะคะ

74
00:04:52.094 --> 00:04:56.094
นี่ก็เป็นดอกบัวที่ตอนกลางวันและตอนกลางคืน

75
00:04:56.095 --> 00:05:00.095
ที่มีความแตกต่างกันค่ะ มีอาชีพ

76
00:05:00.096 --> 00:05:04.096
หลายอาชีพนะคะ ที่ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับพืชค่ะ อย่างเช่น

77
00:05:04.096 --> 00:05:08.096
นักปรับปรุงพันธุ์พืช ซึ่งจะ

78
00:05:08.096 --> 00:05:12.096
ปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืชให้มีลักษณะตามที่ต้องการ

79
00:05:12.096 --> 00:05:16.096
เช่น ปลูกได้ง่าย ให้ผลผลิตสูง

80
00:05:16.097 --> 00:05:20.097
รสชาติดีขึ้น ทนต่อโรคและแมลงต่าง ๆ

81
00:05:20.099 --> 00:05:24.099
อย่างรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นสตรอว์เบอร์รี

82
00:05:24.099 --> 00:05:28.099
พันธุ์พระราชทาน 80 ไร่สตรอว์เบอร์รีที่เห็นอยู่ด้านซ้ายนี้นะคะ

83
00:05:28.100 --> 00:05:32.100
เป็นไร่สตรอว์เบอร์รีที่อบู่บนดอยอ่าง

84
00:05:32.100 --> 00:05:36.100
แล้วสตรอว์เบอร์รีพันธุ์นี้ยังนิยมปลูกที่อื่นกันด้วยค่ะ

85
00:05:36.101 --> 00:05:40.101

86
00:05:40.102 --> 00:05:44.102
และก็ยังมีพืชชนิดอื่น ๆ อีกนะคะ อย่างเช่น ข้าวค่ะ นี่คือ

87
00:05:44.102 --> 00:05:48.102
ข้าวพันธุื กข 73 นะคะ เป็รข้าวที่มี

88
00:05:48.103 --> 00:05:52.103
การปรับปรุงแล้วก็พัฒนาเพื่อให้ทนทานต่อดินเค็ม

89
00:05:52.103 --> 00:05:56.103
แล้วก็ต้านทานโรคไหม้ค่ะ

90
00:05:56.104 --> 00:06:00.104
แล้วก็ยังมีการปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศและชมพู่นะคะ

91
00:06:00.105 --> 00:06:04.105
เพื่อที่จะให้เป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค และ

92
00:06:04.106 --> 00:06:08.106
สามารถขายเพิ่มมากขึ้นในท้องตลาดค่ะ

93
00:06:08.107 --> 00:06:12.107
เกษตรกร เกษตร

94
00:06:12.109 --> 00:06:16.109
จะปลูกพืชให้เจริญเติบโตได้ดี และจัดการ

95
00:06:16.109 --> 00:06:20.109
ผลผลิตที่ได้ตามการต้องการตามตลาดค่ะ จากพ

96
00:06:20.110 --> 00:06:24.110
ที่เห็นนี้นะคะ นี่คือแปลงเบญจมาศค่ะ จะเห็น

97
00:06:24.110 --> 00:06:28.110
ว่ามีหลอดไฟอยู่ด้วยนะคะ

98
00:06:28.112 --> 00:06:32.112
ซึ่งการใช้หลอดไฟนี้ค่ะ จะช่วยควบคุมความสูงของต้น

99
00:06:32.113 --> 00:06:36.113
เบญจมาศแล้วก็การออกดอกได้ด้วยค่ะ

100
00:06:36.115 --> 00:06:40.115
เพื่อให้ได้ผลผลิตที่

101
00:06:40.116 --> 00:06:44.116
เป็นที่ต้องการของตลาดแล้วก็ทนต่อโรคนะคะ

102
00:06:44.117 --> 00:06:48.117
เกษตรก็มีการทำมะเขือเทศเสียบบนยอด

103
00:06:48.117 --> 00:06:52.117
โดยที่ส่วนยอดนะคะ จะเป็นมะเขือเทศค่ะ

104
00:06:52.117 --> 00:06:56.117
ส่วนต้นตอนนะคะ ก็จะใช้มะเขือที่

105
00:06:56.119 --> 00:07:00.119
ทนโรคแล้วก็ทนแมลงมากกว่าค่ะ

106
00:07:00.120 --> 00:07:04.120
เมื่อนำมาเสียบยอดกันแล้วนะคะ เมื่อต้นไม้ต้นนี้เจริญเติบโต

107
00:07:04.120 --> 00:07:08.120
ขึ้นค่ะ ก็จะให้ผลผลิตเป็นมะเขือเทศนะคะ

108
00:07:08.121 --> 00:07:12.121
ส่วนต้นตอก็เป็นต้นที่ทนโรคทนแมลง ดังนั้น

109
00:07:12.121 --> 00:07:16.121
พืชต้นนี้เจริญเติบโตได้ดีแล้วก็

110
00:07:16.122 --> 00:07:20.122
เป็นที่ต้องการของท้องตลาดค่ะ นักภูมิสถาปัตย์

111
00:07:20.123 --> 00:07:24.123
จะเลือกชนิดพันธุ์พืชที่เหมาะสม

112
00:07:24.124 --> 00:07:28.124
ในการนำไปปลูกตกแต่งสถานที่ ให้เหมาะสมกับ

113
00:07:28.125 --> 00:07:32.125
แวดล้อมค่ะ ส่วน

114
00:07:32.126 --> 00:07:36.126
อาชีพรุกขกรนะคะ จะจัดการดูแลรักษา

115
00:07:36.126 --> 00:07:40.126
สภาพความสมบูรณ์ต้นไม้ในเขตเมือง

116
00:07:40.126 --> 00:07:44.126
รวมถึงการเลือกพันธุ์ไม้ ตัดแต่งกิ่งใน

117
00:07:44.127 --> 00:07:48.127
พื้นที่จำกัดหรือพื้นที่ซึ่

118
00:07:48.129 --> 00:07:52.129
อาจก่อให้เกิดอัตรายได้ เช่น ใกล้แนวเสาไฟฟ้า

119
00:07:52.130 --> 00:07:56.130
หลังจากเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะ เราก้มาสรุป

120
00:07:56.131 --> 00:08:00.131
ภายในบทเรียนค่ะ การตอบสนองของพืชมีความสำคัญ

121
00:08:00.131 --> 00:08:04.131
ต่อการดำรงชีวิตของพืช โดย

122
00:08:04.132 --> 00:08:08.132
พืชตอบสนองต่อสิ่งเร้าในรูปแบบการเคลื่อนไหวนะคะ โดยอาจ

123
00:08:08.132 --> 00:08:12.132
แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบค่ะ คือการตอบสนอง

124
00:08:12.132 --> 00:08:16.132
มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้านะคะ อย่างเช่น ยอดพืชเบน

125
00:08:16.133 --> 00:08:20.133
เข้าหาแสงนะคะ หรือว่ารากพืช

126
00:08:20.134 --> 00:08:24.134
เจริญไปในทิศทางเดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลก

127
00:08:24.135 --> 00:08:28.135
นะคะ ก็คือการตอบสนอมิศทางที่ไม่สัมพันธ์กับ

128
00:08:28.136 --> 00:08:32.136
สิ่งเร้าค่ะ เช่น การหุบและก็การกางใบ

129
00:08:32.136 --> 00:08:36.136
ของใบจามจุรีนะคะ หรือว่าการหุบหรือว่าการ

130
00:08:36.138 --> 00:08:40.138
กางใบของใบมัยลาภค่ะ สำหรับ

131
00:08:40.139 --> 00:08:44.139
การสอนเพียงเท่านั้นก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในคลบิปถัด

132
00:08:44.139 --> 00:08:48.139
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

133
00:08:48.140 --> 00:08:52.140

134
00:08:52.141 --> 00:08:56.141

135
00:08:56.141 --> 00:09:00.141

136
00:09:00.143 --> 00:09:04.143

137
00:09:04.143 --> 00:09:08.143

138
00:09:08.145 --> 00:09:12.145

139
00:09:12.146 --> 00:09:16.146

140
00:09:20.149 --> 00:09:23.148

141
00:09:24.150 --> 00:09:27.152

142
00:09:28.153 --> 00:09:31.156

143
00:09:36.156 --> 00:09:39.158

144
00:09:40.159 --> 00:09:43.162

145
00:09:44.160 --> 00:09:44.161

146
00:09:48.162 --> 00:09:48.164

147
00:09:56.170 --> 00:09:56.171

148
00:09:52.165 --> 00:09:52.169


