﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:01.156

2
00:00:01.711 --> 00:00:08.668

3
00:00:08.630 --> 00:00:10.066

4
00:00:10.039 --> 00:00:10.283

5
00:00:10.739 --> 00:00:16.416

6
00:00:16.382 --> 00:00:16.727

7
00:00:16.699 --> 00:00:21.445

8
00:00:19.712 --> 00:00:23.316

9
00:00:25.291 --> 00:00:31.400
สวัสดี ค่ะ พี่คะคุณครูอ้อม นะคะวันนี้ก็ ยินดี ที่ได้มีโอกาส ได้มาจากการเรียนรู้

10
00:00:31.550 --> 00:00:38.772
วิชา เทคโนโลยีการออกแบบ และเทคโนโลยีสำหรับ นักเรียนชั้นม ัธยมศึกษาปี ที่ 4 นะคะ

11
00:00:39.110 --> 00:00:43.513
วิชานี้ นะคะจะมีหัวข้อ อะไรบ้างพร้อมชี้แจง

12
00:00:43.471 --> 00:00:49.749
ก่อนอื่นเลย นะคะในวิชา เทคโนโลยีการ ออกแบบและเทคโนโลยี ของเรานะคะ

13
00:00:49.880 --> 00:00:51.169
ไม่เจ็บ

14
00:00:51.088 --> 00:00:52.599

15
00:00:52.690 --> 00:00:54.783
แบ่งออก เป็น 3 ส่วนค่ะ

16
00:00:54.930 --> 00:00:57.742
ส่วน แรกเรียกว่าเทคโนโลยี น่ารู้

17
00:00:57.690 --> 00:01:05.265
ซึ่ง ประกอบด้วย  3 บท เรียนด้วยกันนะคะจะได้จัดการ เรียนรู้กับพวกเรา

18
00:01:04.799 --> 00:01:11.365
วันนี้

19
00:01:10.368 --> 00:01:15.001
หัวข้อแรกของ

20
00:01:14.161 --> 00:01:15.272
คืออะไร

21
00:01:15.310 --> 00:01:16.102

22
00:01:16.269 --> 00:01:22.626
งั้นก็จะ ได้พูดถึง ความหมายของระบบ ว่าคืออะไร แล้วก็ระบบทางธรรมชาติ

23
00:01:22.608 --> 00:01:24.124
ระบบทาง

24
00:01:24.470 --> 00:01:29.885
เทคโนโลยี หรือเป็นระบบ ที่มนุษย์ สร้างขึ้นนั้นเองนะคะ

25
00:01:30.040 --> 00:01:33.491
ขอชี้แจง จุดประสงค์นะคะเมื่อนักเรียนเรียนรู้เรื่อง

26
00:01:33.628 --> 00:01:36.479
หัวข้อ เรื่องระบบ คืออะไรเนี่ยนะคะ

27
00:01:36.440 --> 00:01:42.091
กูก็คาดหวัง ให้นักเรียน สามารถอธิบาย ความหมายของระบบ ได้นะคะสามารถ

28
00:01:42.151 --> 00:01:44.339
เชื่อ มโยงความสัมพันธ์

29
00:01:44.200 --> 00:01:45.836
ขององค์ประกอบต่างๆ

30
00:01:46.049 --> 00:01:48.278
ที่เกี่ยวเนื่อง กันภายในระบบได้

31
00:01:48.299 --> 00:01:53.702
ก็ขอให้ นักเรียนตั้งใจ เรียนเพื่อที่จะ บรรลุจุด ประสงค์การเรียนรู้ของเรา

32
00:01:53.608 --> 00:01:55.057
หลวงพ่อ

33
00:01:55.088 --> 00:01:55.289

34
00:01:55.348 --> 00:01:55.758

35
00:01:55.798 --> 00:01:57.425
ก่อนอื่นเลย

36
00:01:57.398 --> 00:02:00.383
กูอยาก ให้นักเรียนบอกความสัมพันธ์

37
00:02:00.660 --> 00:02:02.310
เอา 2 ภาพนี้

38
00:02:02.517 --> 00:02:05.537
ยังเห็น ไม่ชัดเจนเดี๋ยวกลัวเมา

39
00:02:05.528 --> 00:02:09.387
ตัวเองออก ครับออกจากผ้าก่อนนะคะ

40
00:02:09.441 --> 00:02:10.366
ออกหรือยังเอ่ย

41
00:02:12.897 --> 00:02:16.830
ออกแล้วนะคะเห็นชัดมากขึ้นเนาะ

42
00:02:17.248 --> 00:02:19.759
2 5 นี้สัมพันธ์กัน อย่างไรนักเรียน

43
00:02:21.157 --> 00:02:21.563

44
00:02:21.676 --> 00:02:22.422

45
00:02:23.788 --> 00:02:27.789
วิธี การง่ายๆ ที่เรามักจะ

46
00:02:27.052 --> 00:02:32.847
เอามาใช้ใน การมองภาพ หรือว่าหาความสัมพันธ์ ของสองก็คือกันนึกถึงคำ

47
00:02:33.648 --> 00:02:35.542
คำ ที่เกี่ยวข้องกับภาพนี้

48
00:02:35.507 --> 00:02:36.112

49
00:02:36.156 --> 00:02:38.093
มีอะไร บ้างหรอคะครู คุณอ้อมคิดเนาะ

50
00:02:38.080 --> 00:02:40.302
อาจจะไม่ใช่เค้กแต่คิดถึงคำว่าเค้ก

51
00:02:40.829 --> 00:02:41.440

52
00:02:41.529 --> 00:02:44.153
คิดถึง ขนมหวาน คิดถึงอาหาร

53
00:02:44.287 --> 00:02:48.039
คิดถึงแม่ คิดถึงลูก นะมีคำว่าครอบครัว

54
00:02:48.066 --> 00:02:49.045
มีความสุข

55
00:02:49.158 --> 00:02:50.641
ติ่มซําอร่อย

56
00:02:51.977 --> 00:02:53.387
กะปิภาค 1

57
00:02:53.318 --> 00:02:54.008
นก

58
00:02:53.958 --> 00:02:55.117
ข้างกัน

59
00:02:55.117 --> 00:02:57.037
ต้น ไม้มีแฟน

60
00:02:57.226 --> 00:03:01.002
รถ ด้วยนะคะมีสถานที่ กูคิดถึงบ้าน

61
00:03:01.718 --> 00:03:05.443
คิดถึง การจัด บ้านการจัดสวน

62
00:03:05.489 --> 00:03:07.176
หรืออาจจะคิดถึง

63
00:03:07.156 --> 00:03:08.135
แสง

64
00:03:08.436 --> 00:03:09.623
อากาศดี

65
00:03:09.919 --> 00:03:13.665
สวน มาตกแต่งมีต้น มีธรรมชาติ

66
00:03:13.756 --> 00:03:14.037

67
00:03:14.198 --> 00:03:14.470

68
00:03:14.649 --> 00:03:20.406
ได้หมดเลยค่ะ พอได้คำและเรา ก็ลองหาความสัมพันธ์

69
00:03:20.927 --> 00:03:23.925
บาง คนอาจจะได้ มาเป็นประโยค เลยอาจจะได้ คำว่า

70
00:03:23.997 --> 00:03:25.318
บ้านแสนสุข

71
00:03:25.546 --> 00:03:26.100

72
00:03:26.248 --> 00:03:29.567
จะได้ คำว่าบ้านแสน สุขก็ได้นะคะ

73
00:03:29.836 --> 00:03:30.821
เช้านี้

74
00:03:31.046 --> 00:03:37.185
แถม อร่อยเริ่มต้น นักเรียน

75
00:03:37.266 --> 00:03:39.538
ทานอาหาร

76
00:03:38.676 --> 00:03:44.729
กำลัง ทานอาหารไปถึงภายใน ร่างกายของเด็ก คนนี้เลยนะคะ

77
00:03:44.888 --> 00:03:46.460
ทานอาหารแล้ว

78
00:03:46.616 --> 00:03:49.046
อาหาร ถูกย่อย ระบบทางเดินอาหาร

79
00:03:49.237 --> 00:03:50.311

80
00:03:50.016 --> 00:03:51.515
ถูกดูดซึม

81
00:03:51.676 --> 00:03:52.415

82
00:03:53.346 --> 00:03:57.226
เมื่อ ย่อยแล้ว ก็ถูกดูดซึม สารอาหาร

83
00:03:57.376 --> 00:04:05.058
เอา ไปใช้ประโยชน์ใน ส่วนต่างๆของ ร่างกายแน่นอน เมื่อมนุษย์ ดำรงชีวิตอยู่ได้ก็ ต้องมีการขาย

84
00:04:04.935 --> 00:04:05.477
ใจ

85
00:04:05.966 --> 00:04:07.280
มีการ หายใจ

86
00:04:07.504 --> 00:04:10.112
เรา ก็ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาค่ะ

87
00:04:10.576 --> 00:04:13.748
สัมพันธ์ กันแล้วกับ ภาพที่ 2  เพราะว่าอะไรคะ

88
00:04:14.430 --> 00:04:16.533
ต้น ไม้หรือพืช ต่างๆนั้น

89
00:04:16.915 --> 00:04:20.303
ใช้ ในกระบวน การสังเคราะห์ด้วยแสง

90
00:04:20.695 --> 00:04:22.516
ได้ใช้

91
00:04:22.946 --> 00:04:24.337
จากมนุษย์น้อ

92
00:04:24.357 --> 00:04:26.703
มนุษย์

93
00:04:26.915 --> 00:04:28.569
เมื่อใช้ ไปแล้วก็เกิด

94
00:04:29.025 --> 00:04:31.295
ปล่อย ออกซิเจนออกมาค่ะ

95
00:04:31.845 --> 00:04:33.731
แล้วก็ กลับไปถึงมนุษย์

96
00:04:34.087 --> 00:04:37.659
บอกว่ามนุษย์ ของเรานั้นใช้ออกซิเจน ในการหายใจ

97
00:04:38.574 --> 00:04:41.664
สิ่ง ที่ควบกำลัง จะพยายามเชื่อ มโยงก็คือว่า

98
00:04:42.287 --> 00:04:47.896
เราอาจเห็น  2 ภาพที่ อาจจะไม่ สัมพันธ์กัน จริงแล้วมันสัมพันธ์กันอยู่นะคะ

99
00:04:48.184 --> 00:04:49.290
เริ่ม ที่มนุษย์

100
00:04:49.654 --> 00:04:51.480
วนเวียนไปถึงพืช

101
00:04:51.574 --> 00:04:53.401
แล้ว ก็กลับมาที่มนุษย์

102
00:04:53.497 --> 00:04:54.681
เหมือนกัน

103
00:04:54.715 --> 00:04:54.899

104
00:04:54.904 --> 00:05:02.553
ได้ราคาเท่า เรามองทุกอย่าง เป็นอยู่ภาย ใต้ระบบใด ระบบหนึ่งเราก็จะ เห็นความสัมพันธ์ ของส่วนต่างๆนั้น

105
00:05:02.846 --> 00:05:04.180
ซึ่ง วันนี้ก็จะ

106
00:05:04.195 --> 00:05:06.198
เป็น ส่วนที่ เราจะต้องไปเรียน

107
00:05:06.113 --> 00:05:06.848

108
00:05:07.465 --> 00:05:07.690

109
00:05:08.104 --> 00:05:09.539
ถ้า พูดถึงระบบ

110
00:05:09.957 --> 00:05:10.982

111
00:05:11.115 --> 00:05:12.605
นักเรียนคิดว่า

112
00:05:12.714 --> 00:05:15.818
มี ระบบอะไร บ้างที่นัก เรียนรู้จักคะ

113
00:05:16.308 --> 00:05:18.796
อ้อมให้เวลา คิดสักประมาณ

114
00:05:20.594 --> 00:05:22.032
นัก เรียนได้กี่คำ

115
00:05:22.005 --> 00:05:22.224

116
00:05:22.265 --> 00:05:24.032
ระบบ อะไรบ้างที่รู้จัก

117
00:05:24.374 --> 00:05:25.908

118
00:05:25.714 --> 00:05:31.050
เริ่มต้น จับเวลานะคะ  30 วินาที อาจจะลดไวค่ะว่า นักเรียนได้ กี่พันกัน

119
00:05:31.168 --> 00:05:31.897

120
00:05:58.584 --> 00:06:00.477
หมดเวลาแล้วค่ะ

121
00:06:01.913 --> 00:06:07.291
หมดเวลา ได้กี่คำกันคะ

122
00:06:08.255 --> 00:06:09.663
การกระทำการอื่น

123
00:06:09.923 --> 00:06:10.860
ระบบ

124
00:06:10.824 --> 00:06:14.508
หลายคน อาจจะซ้ำ กันกับครูอ้อมเนาะ

125
00:06:14.662 --> 00:06:18.069
ระบบ อะไรบ้างที่กู อ่ะนึกถึง มีซ้ำกันหรือเปล่า

126
00:06:17.993 --> 00:06:23.734
ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบเสียง ตามสายระบบ

127
00:06:23.566 --> 00:06:24.882

128
00:06:24.391 --> 00:06:27.493
ระบบ นักเรียน เรียนม 4 มาแล้ว

129
00:06:27.353 --> 00:06:30.134
ภายในร่างกาย ก็ยังมีระบบหมุนเวียนเลือด

130
00:06:30.353 --> 00:06:33.056
การจัดส่งสินค้า

131
00:06:32.153 --> 00:06:35.523
ระบบ ประสาท ในร่างกายของเรา

132
00:06:34.463 --> 00:06:35.749

133
00:06:35.482 --> 00:06:38.609
ระบบ ต่างๆเหล่านี้มีเยอะ กว่าครู

134
00:06:38.494 --> 00:06:39.037

135
00:06:39.962 --> 00:06:41.626
ครูให้สังเกตว่า

136
00:06:41.702 --> 00:06:41.987

137
00:06:41.952 --> 00:06:43.204
ระบบเหล่านี้เนี่ย

138
00:06:43.552 --> 00:06:46.758
ถ้าถูก เรียกว่าระบบ แล้วมันมี อะไรที่เหมือนกันค่ะ

139
00:06:47.463 --> 00:06:48.192

140
00:06:48.292 --> 00:06:49.084

141
00:06:49.253 --> 00:06:49.518

142
00:06:49.706 --> 00:06:55.129
มีอะไร ที่เหมือนกันคำว่า

143
00:06:53.673 --> 00:06:57.666
ตั้งข้อสังเกต

144
00:06:56.623 --> 00:07:02.987
อะไรก็

145
00:07:01.435 --> 00:07:05.039
เช่นกันครับ

146
00:07:04.184 --> 00:07:06.511
นักเรียนและ

147
00:07:05.522 --> 00:07:10.480
มีคนที่

148
00:07:09.754 --> 00:07:13.416
ทำงานสัมพันธ์

149
00:07:11.672 --> 00:07:14.973
เอาเอกสารมา

150
00:07:14.433 --> 00:07:14.979

151
00:07:14.952 --> 00:07:15.684

152
00:07:15.652 --> 00:07:16.013

153
00:07:16.101 --> 00:07:17.371
เลือกให้อะไรคะ

154
00:07:18.152 --> 00:07:23.030
เพื่อ ทำงานสัมพันธ์ กันแล้วรวม กันแล้วนี่ก็ ต้องบรรลุเป้า บรรลุเป้าหมายก็คือสามารถ

155
00:07:22.952 --> 00:07:24.324
นักเรียนได้อย่างไร

156
00:07:25.132 --> 00:07:25.669

157
00:07:25.643 --> 00:07:27.280
เพราะฉะนั้น

158
00:07:27.313 --> 00:07:31.388
นี่ คือที่มาของ คำว่าความหมาย ของระบบการเรียน

159
00:07:31.542 --> 00:07:35.955
เพราะ คำว่าระบบ นะคะโดยทั่วไป นั้นหมายถึง สิ่งต่างๆ

160
00:07:36.024 --> 00:07:40.173
ที่มีส่วน ประกอบตั้งแต่ สองส่วนขึ้นไป รวมกันเนาะ

161
00:07:40.256 --> 00:07:43.961
รวมกันเพื่ออะไร ล่ะเขาก็ทำ งานให้สัมพันธ์กันค่ะ

162
00:07:43.832 --> 00:07:45.162
เพื่อที่จะให้สามารถ

163
00:07:45.241 --> 00:07:51.055
วัตถุ ประสงค์นั้นได้หรือ เปล่าหน้าที่ของสิ่ง ที่สร้างขึ้น มาได้นั้นเอง

164
00:07:50.634 --> 00:07:51.930
สังเกต

165
00:07:52.161 --> 00:07:53.419
ระบบเนี้ย

166
00:07:53.510 --> 00:07:56.815
มัน จะมีอยู่ 2  ส่วนหลัก ๆก็คือ ระบบทางธรรมชาติ

167
00:07:56.912 --> 00:07:59.684
ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น

168
00:07:59.661 --> 00:08:00.576
เนาะ

169
00:08:00.682 --> 00:08:06.591
อันนี้เรา ทำอะไรไปดู ตัวอย่างนะคะ

170
00:08:06.072 --> 00:08:08.462
ระบบ ที่มนุษย์ สร้างขึ้นเป็นอย่างไร

171
00:08:09.780 --> 00:08:11.683
เริ่มกันที่ระบบ

172
00:08:11.770 --> 00:08:14.761
ทางธรรมชาติพร้อมยกตัวอย่าง

173
00:08:14.842 --> 00:08:16.149
เมื่อกี้เอง

174
00:08:16.191 --> 00:08:17.811
ระบบ ย่อยอาหารของมนุษย์

175
00:08:18.111 --> 00:08:18.788
นะคะ

176
00:08:19.001 --> 00:08:21.071
ตัดรูป ให้มันจะเห็น

177
00:08:20.611 --> 00:08:25.623
สวนป่า

178
00:08:24.772 --> 00:08:26.645
เลยนะคะ

179
00:08:25.922 --> 00:08:31.321
เกี่ยวข้องกับ

180
00:08:30.603 --> 00:08:34.473
หลายอย่าง

181
00:08:33.290 --> 00:08:35.819
คลิป

182
00:08:35.270 --> 00:08:37.102
นี่แหละ

183
00:08:36.632 --> 00:08:39.703
มีพระ

184
00:08:38.102 --> 00:08:40.800
มีราย

185
00:08:40.082 --> 00:08:42.495
ลำไส้ใหญ่

186
00:08:41.939 --> 00:08:46.791
มีแต่

187
00:08:46.233 --> 00:08:49.138
สิ่งเร้า

188
00:08:48.281 --> 00:08:54.952
เป็นส่วนตัว

189
00:08:51.612 --> 00:08:55.422
เมื่อมีส่วนตัว

190
00:08:54.881 --> 00:08:57.461
มีอะไร

191
00:08:56.800 --> 00:08:59.383
ต้องทำงาน

192
00:08:58.850 --> 00:09:01.434
ทำงานสัมพันธ์

193
00:09:00.900 --> 00:09:06.235
เพื่อให้

194
00:09:05.392 --> 00:09:09.902
ก็เคยเอา

195
00:09:09.172 --> 00:09:15.865
เดี๋ยวก็

196
00:09:15.379 --> 00:09:20.927
บรรลุ

197
00:09:20.189 --> 00:09:20.933

198
00:09:21.020 --> 00:09:21.239

199
00:09:21.270 --> 00:09:22.136

200
00:09:22.302 --> 00:09:24.458
แต่ถ้า เกิดบางจุดแล้ว

201
00:09:24.409 --> 00:09:25.923
มีความสุข

202
00:09:26.019 --> 00:09:27.528
ผิดพลาดขึ้นมานะคะ

203
00:09:27.938 --> 00:09:28.676
เช่น

204
00:09:29.031 --> 00:09:30.840
ถ้าเรา เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด

205
00:09:31.520 --> 00:09:32.312

206
00:09:32.420 --> 00:09:37.691
จะส่งผล ต่อการทำ งานของอวัยวะ ในระบบ ย่อยอาหารอื่นๆอย่างไรคะ

207
00:09:38.313 --> 00:09:40.018
ถ้า เราอยากรู้ว่ามันจะ

208
00:09:40.111 --> 00:09:42.968
ส่ง ผลอย่างไรเราก็ต้อง มาดูที่อวัยวะ

209
00:09:43.248 --> 00:09:47.589
กูพูดถึง เมื่อกี้นี้ ปากหลอดอาหารกระเพาะอาหาร

210
00:09:47.669 --> 00:09:53.500
ลำไส้ เล็กลำไส้ใหญ่ ทวารหนักละเอียด คือเกิดปัญหาตั้งแต่ที่ปากเลย

211
00:09:53.949 --> 00:09:57.658
แน่นอน อวัยวะต่อมา หลอดอาหาร

212
00:09:57.589 --> 00:10:00.718
กระเพาะอาหาร ก็ต้องทำงานหนัก ขึ้นค่ะก็มันไม่ละเอียด

213
00:10:01.189 --> 00:10:02.429
อาหาร ก็จะต้อง

214
00:10:02.658 --> 00:10:04.557
ออก แรงหรือว่าต้องใช้

215
00:10:05.089 --> 00:10:07.691
พลัง งานเพิ่มขึ้นใน การบีบรัดอาหาร

216
00:10:07.719 --> 00:10:10.613
อาหารไม่ละเอียดแล้ว

217
00:10:10.351 --> 00:10:12.132
กระเพาะอาหาร เองก็ต้อง

218
00:10:12.200 --> 00:10:13.531
หลั่งน้ำย่อย

219
00:10:13.869 --> 00:10:15.648
ออก มามากกว่าปกติ

220
00:10:16.310 --> 00:10:17.547
เพื่อที่จะให้

221
00:10:17.648 --> 00:10:18.852
มันละเอียด

222
00:10:18.988 --> 00:10:19.286

223
00:10:19.509 --> 00:10:26.137
แน่นอน ผ้าทำ งานหนักขึ้นมา แบบนี้กระเพาะ อาหารหลั่งน้ำย่อย มากกว่าปกติวันนี้

224
00:10:26.168 --> 00:10:27.353
อาจจะนำไปสู่

225
00:10:27.388 --> 00:10:28.182
ภาวะ

226
00:10:30.068 --> 00:10:31.255
อาหารไม่ย่อย

227
00:10:31.679 --> 00:10:34.978
ส่งผลต่อ ภาพรวมของสุขภาพของ

228
00:10:34.947 --> 00:10:35.196

229
00:10:35.327 --> 00:10:37.043
พูดผ่านอาหารได้

230
00:10:37.309 --> 00:10:40.783
กำลัง พยายามบอก ก็คือว่าถ้า

231
00:10:41.027 --> 00:10:44.593
อวัยวะ ใดอวัยวะหนึ่งใน ระบบนั้น ทำงานผิดปกติ

232
00:10:44.808 --> 00:10:46.231
ขึ้นมานะคะ

233
00:10:46.218 --> 00:10:48.909
มัน ก็จะส่งผลต่อภาพ รวมของระบบนั้น

234
00:10:49.108 --> 00:10:52.793
สามารถเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของ

235
00:10:52.878 --> 00:10:54.317
อวัยวะต่างๆ

236
00:10:54.347 --> 00:10:57.141
ใน ระบบย่อยอาหารได้นะคะ

237
00:10:57.108 --> 00:10:57.778

238
00:10:57.818 --> 00:11:00.549
ขอ ยกตัวอย่าง อีก 1 ตัวสำหรับระบบ

239
00:11:01.207 --> 00:11:02.833
ทางธรรมชาตินะคะ

240
00:11:03.129 --> 00:11:06.058
นั่นคือ ระบบหายใจแบบในรูปนะคะ

241
00:11:07.681 --> 00:11:09.079
นักเรียนอาจจะเห็นว่า

242
00:11:09.147 --> 00:11:10.191
มีอวัยวะ

243
00:11:10.497 --> 00:11:14.392
ที่เกี่ยวข้อง หลายอย่างเลยนะคะอย่างเช่น

244
00:11:14.347 --> 00:11:16.578
จมูก โพรงจมูกคอหอย

245
00:11:16.648 --> 00:11:17.712
กล่องเสียง

246
00:11:17.737 --> 00:11:18.663
หลอดลม

247
00:11:18.759 --> 00:11:19.654
อีปอบ

248
00:11:19.717 --> 00:11:25.126
กระบัง ลมใช่ไหมคะ แน่นอนว่าอวัยวะเหล่านี้ทำงานให้

249
00:11:25.227 --> 00:11:26.422
สัมพันธ์กัน

250
00:11:26.766 --> 00:11:28.909
เพื่อบรรลุ วัตถุประสงค์ก็คือกัน

251
00:11:28.947 --> 00:11:31.942
แลก เปลี่ยนแก๊ส ออกซิเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์

252
00:11:32.028 --> 00:11:32.954
ระหว่างก่อน

253
00:11:32.988 --> 00:11:34.804
อากาศภายนอก นั้นอีก

254
00:11:35.027 --> 00:11:36.078

255
00:11:36.306 --> 00:11:39.687
เอาคืน บ้างค่ะ ระบบทางธรรมชาติ

256
00:11:39.837 --> 00:11:41.984
เช่น ระบบลำเลียงน้ำของพืช

257
00:11:42.206 --> 00:11:45.836
จุดประสงค์ การลำเลียงน้ำของพืชเพื่อ

258
00:11:45.097 --> 00:11:47.814
ลำน้ำ

259
00:11:47.149 --> 00:11:48.755
ไปจนถึง

260
00:11:48.105 --> 00:11:51.517
ไปเพื่อ

261
00:11:50.348 --> 00:11:53.253
แสงชัย

262
00:11:52.516 --> 00:11:53.255

263
00:11:53.227 --> 00:11:56.413
มี อะไรบ้างล่ะ ที่เกี่ยวกับระบบ ลำเลียงน้ำของพืช

264
00:11:56.879 --> 00:11:58.973

265
00:11:59.056 --> 00:11:59.660
นำ

266
00:11:59.698 --> 00:12:03.532
ก็ต้อง เป็นรากมีท่อลำเลียง

267
00:12:03.609 --> 00:12:04.677
ต้องมีใบ

268
00:12:05.016 --> 00:12:08.243
อยู่ใน ระบบลำเลียงน้ำของพี่

269
00:12:08.536 --> 00:12:12.159
นี่คือ ตัวอย่างของระบบทางธรรมชาติ

270
00:12:12.258 --> 00:12:13.134

271
00:12:13.086 --> 00:12:14.427
ถ้าเป็นอย่างอื่นล่ะ

272
00:12:14.496 --> 00:12:15.560

273
00:12:15.587 --> 00:12:17.656
นักเรียนคิดดูสิคะ

274
00:12:18.596 --> 00:12:23.485
สุพรรณภูมิคุ้มกัน ก็เนื้อประสาท ผิวหนัง

275
00:12:23.465 --> 00:12:27.577
ระบบ สุริยะเหล่านี้คือ ระบบทางธรรมชาติ หมดเลยค่ะ

276
00:12:27.827 --> 00:12:28.747

277
00:12:29.426 --> 00:12:33.112
ธรรมชาติ ไปแล้วเรา จะยกตัวอย่าง

278
00:12:33.268 --> 00:12:35.357
ระบบ ที่มนุษย์สร้างขึ้นบ้าง

279
00:12:35.767 --> 00:12:37.724
นักเรียน เห็นปัตตานี

280
00:12:38.067 --> 00:12:38.484

281
00:12:38.516 --> 00:12:43.067
อันนี้ มีความพิเศษ

282
00:12:43.066 --> 00:12:48.735
ใช่ไหม แล้วก็ต้องตอบก็ได้ใช่ไหม คะที่ครูให้มา

283
00:12:48.955 --> 00:12:50.724
มันใช้การควบคุม

284
00:12:51.077 --> 00:12:52.268
แบบหมุนค่ะ

285
00:12:52.355 --> 00:12:55.468
ผลออกมา

286
00:12:55.627 --> 00:12:57.867

287
00:12:58.058 --> 00:13:00.533
ระบบ ปากกาลูกลื่นของตัวนี้

288
00:13:01.644 --> 00:13:03.683
นัก เรียนวิเคราะห์ได้ไหมคะ

289
00:13:03.696 --> 00:13:06.356
อะไร บ้างที่เป็นส่วน ประกอบของระบบในที่นี้

290
00:13:07.545 --> 00:13:13.014
วิธี การต้ม อยู่ที่โครงสร้าง ของมันก็ ที่เรามองเห็นก่อน

291
00:13:12.537 --> 00:13:13.191

292
00:13:13.745 --> 00:13:16.924
โครงสร้าง ที่มอง เห็นเลยโครงสร้างภายนอก โรงเรียน

293
00:13:17.346 --> 00:13:18.079

294
00:13:18.874 --> 00:13:21.028
นี่นายหัว ปากกาเลยคะ

295
00:13:21.055 --> 00:13:21.913

296
00:13:22.017 --> 00:13:26.654
หน้าที่ ของเขาก็มี ป้องกันการกระแทก และยึดไส้ปากกา ไว้ใช่ไหมคะ

297
00:13:27.266 --> 00:13:28.982
เขาเห็นนามปากกาค่ะ

298
00:13:29.065 --> 00:13:30.763
หน้าที่ หลักๆของเขาก็คือ

299
00:13:30.915 --> 00:13:31.319

300
00:13:31.426 --> 00:13:35.499
ให้ สามารถเขียนให้ สะดวกแล้วก็ บรรจุไส้ ปากกาข้างใน

301
00:13:35.984 --> 00:13:37.799
บางประการบางรุ่น

302
00:13:37.833 --> 00:13:44.094
ปากกาด้วย นะคะก็เอา ไว้ยึดวัสดุยึดกับกระเป๋า อะไรอย่างนี้นะ

303
00:13:46.745 --> 00:13:47.551

304
00:13:47.575 --> 00:13:51.797
แกะมันออก มานะคะเราก็จะเห็น

305
00:13:51.674 --> 00:13:53.113
ต่อภายในโรงงาน

306
00:13:53.344 --> 00:13:58.313
แน่นอน หัวประปา นะคะแล้วมันยังทำหน้าที่ในการ

307
00:13:58.215 --> 00:14:00.922
ควบ คุมการเข้า ออกของไทยประกันด้วย

308
00:14:02.823 --> 00:14:07.607
ตอนนั้นก็ ยังต้องมี สปริงใช่ไหมคะ

309
00:14:07.566 --> 00:14:10.305
สำหรับควบคุมการเคลื่อนที่ ของไส้ปากกา

310
00:14:10.253 --> 00:14:10.534

311
00:14:10.444 --> 00:14:11.824
ปากกา

312
00:14:12.496 --> 00:14:13.423
แม่นอนหลับ

313
00:14:13.784 --> 00:14:18.088
ต้อง มีไส้ปากกา ที่บรรจุหมึกไว้อยู่

314
00:14:18.453 --> 00:14:20.861
เอาไว้ สำหรับเขียนเนาะ

315
00:14:21.213 --> 00:14:24.606
นี่คือ ระบบปากกาลูกลื่น

316
00:14:24.603 --> 00:14:27.548
เราใช้ วิธีการวิเคราะห์ ระบบด้วยการดูโครงสร้าง

317
00:14:27.543 --> 00:14:28.486
ภายนอก

318
00:14:28.577 --> 00:14:31.765
อยู่ หน้าที่ของเขา

319
00:14:31.714 --> 00:14:34.504
เกี่ยวข้องสัมพันธ์ กันนะคะ

320
00:14:34.535 --> 00:14:36.321
ไอ้ปากกาก็โผล่ออกมา

321
00:14:36.324 --> 00:14:37.462
มึงก็จะถูก

322
00:14:37.542 --> 00:14:40.352
LINE เข้าไป ยังไส้ปากกาใช่ไหมคะ

323
00:14:40.424 --> 00:14:42.982
ทำให้เราสามารถเขียนได้

324
00:14:44.015 --> 00:14:44.743

325
00:14:45.224 --> 00:14:46.032

326
00:14:46.134 --> 00:14:48.274
เกิด ปัญหาขึ้นมาล่ะคะ

327
00:14:48.563 --> 00:14:50.844
ถ้าเกิด ปัญหาขึ้นมาว่า

328
00:14:51.385 --> 00:14:52.246

329
00:14:54.267 --> 00:14:55.878
ปากกาของนักเรียนเนี่ย

330
00:14:55.934 --> 00:14:57.994
หัว ปากกาแตกทั้งเรียน

331
00:14:58.102 --> 00:15:00.397
จะส่ง ผลอย่างไรคะ

332
00:15:00.345 --> 00:15:02.045
การเขียนของนักเรียนน่ะค่ะ

333
00:15:02.464 --> 00:15:03.077

334
00:15:04.264 --> 00:15:05.335
อาการแตก

335
00:15:06.303 --> 00:15:07.364

336
00:15:07.463 --> 00:15:09.668
มันก็จะมี

337
00:15:09.383 --> 00:15:10.964
ส่วนที่เกี่ยวข้อง

338
00:15:11.432 --> 00:15:17.317
ใช่ป่ะป๊าใช่ไหม คะทำให้ เราไม่สะดวก ต่อการควบคุมการหมุนไส้ปากกา

339
00:15:17.833 --> 00:15:21.656
โยกไปมา ควบคุมการเขียนยาก

340
00:15:21.813 --> 00:15:23.323
เห็นไม่ชัดเจน

341
00:15:23.473 --> 00:15:24.857
งั้นเราจะเห็นว่า

342
00:15:24.882 --> 00:15:28.574
ส่วน ใดส่วนหนึ่ง อะไรก็ตามที่

343
00:15:28.542 --> 00:15:30.614
มัน ทำงานไม่สมบูรณ์

344
00:15:30.392 --> 00:15:31.630
มี ผลไปถึง

345
00:15:31.992 --> 00:15:33.118
ภาพรวม

346
00:15:33.343 --> 00:15:33.998

347
00:15:33.984 --> 00:15:34.580
ระบบ

348
00:15:34.622 --> 00:15:35.350
นะคะ

349
00:15:35.263 --> 00:15:39.463
เขียน ไม่ได้เลยก็ต้องซื้อปากกาใหม่

350
00:15:39.814 --> 00:15:40.729

351
00:15:40.643 --> 00:15:42.931
ความสัมพันธ์ ของแต่ละส่วน

352
00:15:43.273 --> 00:15:43.870

353
00:15:43.852 --> 00:15:44.548

354
00:15:44.042 --> 00:15:45.412
แต่ละระบบ

355
00:15:45.383 --> 00:15:46.053

356
00:15:46.282 --> 00:15:46.956

357
00:15:47.565 --> 00:15:49.122
โทรศัพท์มือถือค่ะ

358
00:15:49.542 --> 00:15:54.320
นัก เรียนคุ้นเคยมา กเลยนักเรียน เคยแกะดูไหม ว่ามันมีอะไรบ้าง

359
00:15:54.933 --> 00:16:00.615
มีอะไร บ้างคะว่าหนูรู้ ค่ะว่ามี แบตเตอรี่ค่ะ

360
00:16:00.762 --> 00:16:03.987
ให้พลังงานค่ะ

361
00:16:02.743 --> 00:16:08.152
ส่วนที่

362
00:16:06.202 --> 00:16:11.752
นอกจากนี้

363
00:16:09.862 --> 00:16:11.754
อะไรอีกคะ

364
00:16:11.202 --> 00:16:16.653
มีหน่วย ควบคุมระบบเสียง ค่ะพวกควบ คุมไมโครโฟนควบ คุมลำโพงนะคะ

365
00:16:16.782 --> 00:16:19.263
กล้องถ่ายรูป

366
00:16:19.341 --> 00:16:23.810
มี เอาไว้สำหรับ บันทึกภาพถ่าย วีดีโอก็ได้

367
00:16:24.210 --> 00:16:26.477
หน้าจอแสดงผล

368
00:16:26.452 --> 00:16:29.119
เราสามารถ รับส่งข้อมูลโดยการ

369
00:16:29.263 --> 00:16:30.022

370
00:16:29.973 --> 00:16:30.594

371
00:16:30.541 --> 00:16:32.839
ก็ได้

372
00:16:32.791 --> 00:16:35.587
ถ้าพิจารณา ไปที่ภายในแน่นอน

373
00:16:35.614 --> 00:16:38.530
โทรศัพท์ ก็ต้องมีแผงวงจรใช่ไหมคะ

374
00:16:38.551 --> 00:16:42.489
ซึ่งประกอบด้วย หน่วยประมวลผลต่างๆ

375
00:16:42.594 --> 00:16:47.263
หน่วยประมวล ผลมีหน่วยความ จำนะคะมีหนวด

376
00:16:47.201 --> 00:16:50.015
ควบ คุมหน้า จอสัมผัสด้วย

377
00:16:49.961 --> 00:16:51.825
เงียบ อันนี้เป็นการยกตัวอย่าง

378
00:16:51.750 --> 00:16:53.611
ระบบโทรศัพท์มือถือของเราเนี่ย

379
00:16:53.672 --> 00:16:56.401
ข้างใน ของมันก็มีส่วน ต่างๆมากมาย

380
00:16:56.822 --> 00:16:58.588

381
00:16:58.861 --> 00:17:01.073
เป็น ยังไงบ้างคะสำหรับการ

382
00:17:01.230 --> 00:17:02.614
วิเคราะห์

383
00:17:03.280 --> 00:17:04.006
ระบบ

384
00:17:04.303 --> 00:17:06.780
ทางธรรมชาติและ

385
00:17:06.621 --> 00:17:08.309
สิ่งที่ มนุษย์สร้างขึ้น

386
00:17:08.603 --> 00:17:17.161
ระบบ วันนี้พานักเรียนมาอัน นี้กูก็ ยกตัวอย่าง มาเล็กน้อยนะ คะ สนใจเพิ่มเติมในใจของมนุษย์เป็นอย่างไร

387
00:17:17.182 --> 00:17:22.097
สามารถ ไปคนได้ นะคะที่ ลิงค์ที่คุณ แม่ไว้ตรงนี้นะคะ

388
00:17:21.990 --> 00:17:25.405
เพราะฉะนั้น ในวันนี้นะ

389
00:17:24.870 --> 00:17:25.637
เพราะ

390
00:17:25.579 --> 00:17:28.294
นักเรียนนะคะ

391
00:17:27.749 --> 00:17:28.950

392
00:17:28.900 --> 00:17:31.740
สุดท้าย เลยสำหรับข้อนี้ก็

393
00:17:31.661 --> 00:17:32.847

394
00:17:32.820 --> 00:17:34.454
มีความ เข้าใจและ

395
00:17:34.479 --> 00:17:37.870
สามารถ นำความรู้เกี่ยว กับระบบตัวนี้

396
00:17:37.822 --> 00:17:42.531
ไปใช้ ในหัวข้อต่อไป ได้นะคะ พบกันใหม่ ในหัวข้อ ต่อไปนะคะ

397
00:17:42.550 --> 00:17:43.464
สวัสดีค่ะ

398
00:17:44.410 --> 00:17:53.531

399
00:17:53.504 --> 00:17:58.722


