﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.004 --> 00:00:08.004
[เสียงดนตรี]

3
00:00:08.008 --> 00:00:12.008

4
00:00:12.010 --> 00:00:16.010

5
00:00:16.011 --> 00:00:20.011

6
00:00:20.013 --> 00:00:24.013

7
00:00:24.015 --> 00:00:28.015

8
00:00:28.016 --> 00:00:32.016
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะ นักเรียนคะ พบกับครูอ้อมอีกครั้งนะคะ

9
00:00:32.017 --> 00:00:36.017
ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ

10
00:00:36.018 --> 00:00:40.018
ที่ครูอ้อมเคยแจ้งไว้นะคะ ว่าวานี้ประกอบด้วย

11
00:00:40.019 --> 00:00:44.019
7 บทค่ะ นักเรียนกำลังเรียนอยู่ในส่วนของเทคโนโลยี

12
00:00:44.021 --> 00:00:48.021
น่ารู้ ซึ่งเป็น 3 บทแรกนะคะ ก่อนหน้านี้นักเรียนได้เรียน

13
00:00:48.022 --> 00:00:52.022
มาแล้วในบทที่ 1 ใน 2 หัวข้อที่ผ่านมา

14
00:00:52.022 --> 00:00:56.022
นะคะ นั่นก็คือ ระบบคืออะไร

15
00:00:56.022 --> 00:01:00.022
และระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนะคะ ในวันนี้ก็จะเป็นหัวข้อ

16
00:01:00.023 --> 00:01:04.023
ที่ 3 นะคะ ก็คือ

17
00:01:04.023 --> 00:01:08.023
การทำงานผิดพลาดของระบบนะคะ

18
00:01:08.024 --> 00:01:12.024
ก่อนอื่นะคะ อยากให้นักเรียนนึกย้อนกลับไป

19
00:01:12.025 --> 00:01:16.025
นะคะ ว่าที่เราเรียนที่ผ่านมานะคะ ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ

20
00:01:16.028 --> 00:01:20.028
ที่ซับซ้อนนั้น นักเรียนก็จะเห็นว่าระบบ

21
00:01:20.028 --> 00:01:24.028
เทคโนโลยีที่ซับซ้อนมีระบบหลายระบบ

22
00:01:24.028 --> 00:01:28.028
ก็ทำงานสัมพันธ์กัน แต่ถ้ามี

23
00:01:28.028 --> 00:01:32.028
บางส่วนหรือว่าบางระบบย่อยนั้นทำงานผิดพลาด

24
00:01:32.028 --> 00:01:36.028
ขึ้นมานะคะ ประสิทธิภาพงานโดยรวมก็จะ

25
00:01:36.030 --> 00:01:40.030
ผิดพลาดไปด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น เราก็เลยต้อง

26
00:01:40.031 --> 00:01:44.031
หาการทำงานผิดพลาดของระบบ เพื่อที่

27
00:01:44.032 --> 00:01:48.032
จะได้หาแนวทางแก้ไขได้ถูกต้องนะคะ

28
00:01:48.032 --> 00:01:52.032
ซึ่งในบทนี้ล่ะค่ะ นักเรียนก็จะได้ฝึกในบทนี้

29
00:01:52.033 --> 00:01:56.033
นะคะ ก่อนอื่นคุณครูขอแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

30
00:01:56.035 --> 00:02:00.035
นะคะ สำหรับวิชา... สำหรับหัวข้อ

31
00:02:00.035 --> 00:02:04.035
ในหัวข้อนี้นะคะ ครูก็คาดหวังว่าอยากให้นักเรียนวิเคราะห์

32
00:02:04.036 --> 00:02:08.036
ามารถวิเคราะห์การทำงานที่ผิดพลาดของระบบได้

33
00:02:08.037 --> 00:02:12.037
นะคะ นอกจากนี้ก็จะต้องเสนอแนวทางการแก้ไข

34
00:02:12.038 --> 00:02:16.038
ความผิดพลาดของระบบได้เช่นกันนะคะ

35
00:02:16.040 --> 00:02:20.040
ก่อนอื่นเลยนะคะ อยากให้นักเรียนพิจารณา

36
00:02:20.040 --> 00:02:24.040
ภาพนี้ นักเรียนเห็นอะไรบ้าง

37
00:02:24.041 --> 00:02:28.041
ให้นักเรียนดูชัด ๆ เลยนะคะ นักเรียนจะ

38
00:02:28.042 --> 00:02:32.042
เห็นว่ามีคนสองคนที่มีเหงื่อเต็ม

39
00:02:32.042 --> 00:02:36.042
เลยค่ะ เมื่อพิจารณาเมื่อดูขึ้นไปที่เครื่องปรับอากาศ

40
00:02:36.043 --> 00:02:40.043
ดูขึ้นไปที่เครื่องปรับอากาศ สภาพแบบนี้น่าจะทำงาน

41
00:02:40.044 --> 00:02:44.044
ไม่ปกติแล้วนะคะ ใช่เลยนะคะ เมื่อ

42
00:02:44.044 --> 00:02:48.044
อุณหภูมิในห้องของเครื่อง

43
00:02:48.045 --> 00:02:52.045
ที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่นั้น ไม่ช่วยให้อากาศเย้นขึ้นมาเลย

44
00:02:52.046 --> 00:02:56.046
หรือไม่ได้อากาศที่เย็นตามต้องการเลย เราจะ

45
00:02:56.048 --> 00:03:00.048
แก้ไขอย่างไรดีคะ นี่ล่ะค่ะเมื่อ

46
00:03:00.048 --> 00:03:04.048
พูดถึงความผิดพลาดที่ระบบนะคะ เมื่อ

47
00:03:04.050 --> 00:03:08.050
สถานการณ์สักครู่นี้นะคะ อุณภูมิของ

48
00:03:08.050 --> 00:03:12.050
อากาศนะคะ ภายในห้องไม่ตรง

49
00:03:12.051 --> 00:03:16.051
กับเครื่องปรับอากาศนะคะ นั่นก็แปลว่าเราต้องนึกย้อนกลับไป

50
00:03:16.051 --> 00:03:20.051
ที่องค์ประกอบของระบบค่ะ จำได้ไหมคะว่า

51
00:03:20.054 --> 00:03:24.054
องค์ประกอบของระบบมีอะไรบ้าง องค์...

52
00:03:24.054 --> 00:03:28.054
ระบบนะคะ ก็จะมีตัวป้อน กระบวนการ

53
00:03:28.054 --> 00:03:32.054
ผลผลิตนะคะ ซึ่งเครื่องปรับอากาศนั้นก็มี

54
00:03:32.055 --> 00:03:36.055
ส่วนที่เป็นข้อมูลย้อนกลับอีกด้วย

55
00:03:36.056 --> 00:03:40.056
เรามาช่วยกันวิเคราะห์นึกย้อนกลับไปอีกทีนะคะ ส่วน

56
00:03:40.056 --> 00:03:44.056
ต่าง ๆ ของระบบเครื่องปรับอากาศมีอะไรบ้าง

57
00:03:44.057 --> 00:03:48.057
มาวิเคราะห์กันเลยนะคะ ถ้าอากาศไม่

58
00:03:48.059 --> 00:03:52.059
เย็นตามต้องการ นั่นก็คือส่วนผลผลิตใช่ไหมคะ

59
00:03:52.059 --> 00:03:56.059
ส่วนของผลผลิตมีปัญหา ถ้าวิเคราะห์

60
00:03:56.060 --> 00:04:00.060
กันที่ระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ตัวป้อน เป็น

61
00:04:00.061 --> 00:04:04.061
อากาศภายในห้องใช่ไหมคะ แล้วก็มีพลังงานไฟฟ้าด้วย

62
00:04:04.062 --> 00:04:08.062
นะคะ ส่วนกระบวนการ

63
00:04:08.063 --> 00:04:12.063
ก็คือส่วนที่เป็นการทำงานของห้อง เพื่อปรับอุณหภูมิขิองห้องลดลง

64
00:04:12.063 --> 00:04:16.063
นั่นเองนะคะ ผลผลิต ก็คืออากาศที่มี

65
00:04:16.065 --> 00:04:20.065
อุรหภูมิลดลงนะคะ แต่ส่วนนี้เรารู้แล้วว่ามีปัญหานะคะ ส่วน

66
00:04:20.065 --> 00:04:24.065
ในเครื่องปรับอากาศนั้น ก็มีเครื่องที่

67
00:04:24.067 --> 00:04:28.067
ย้อนกลับด้วยนะคะ นั่นก็คือค่าอุณหภูมิของห้องที่

68
00:04:28.068 --> 00:04:32.068
ปรับในตัวเครื่องทำงานได้อย่างที่ต้องการ

69
00:04:32.068 --> 00:04:36.068
เมื่อเราวิเคราะห์หรือว่านึกย้อนกลับไปได้แล้วว่าระบบปรับ

70
00:04:36.068 --> 00:04:40.068
อากาศนั้นเป็นอย่างนี้แหละ

71
00:04:40.070 --> 00:04:44.070
เราก็เช็กทีละจุดค่ะ เมื่อดูที่ตัวป้อน

72
00:04:44.070 --> 00:04:48.070
ของระบบโดยรวมนะคะ จากสถานการณ์นี้นะคะ เคคร่องทำ

73
00:04:48.072 --> 00:04:52.072
ได้ปกติ มีอากาศไหลเวียนตามปกติเพียงแต่

74
00:04:52.073 --> 00:04:56.073
อากาศนั้นไม่เย็นตามที่เราต้องการ

75
00:04:56.073 --> 00:05:00.073
แปลว่าตัวป้อนนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่ไหมคะ

76
00:05:00.074 --> 00:05:04.074
มาพิจารณาที่ผลผลิต อากาศไม่เย็นตามต้องการ

77
00:05:04.075 --> 00:05:08.075
ส่วนที่เราควรพิจารณาก็คือส่วนก่อนหน้านั้น

78
00:05:08.075 --> 00:05:12.075
ก็คือส่วนของกระบวนการนั่นเอง

79
00:05:12.076 --> 00:05:16.076
ส่วนของกระบวนการนักเรียนจำได้หรือไม่

80
00:05:16.076 --> 00:05:20.076
เครื่องปรับอากาศ เป็นระบบทาง

81
00:05:20.078 --> 00:05:24.078
เทคโนโลยีที่ซับซ้อนค่ะเพราะมีระบบย่อยหลายระบบมาก

82
00:05:24.080 --> 00:05:28.080
อยู่ในส่วนของกระบวนการ เพราะฉะนั้น เราต้องไป

83
00:05:28.080 --> 00:05:32.080
วิเคราะห์ทีละจุดทีละจุด เพื่อหา

84
00:05:32.081 --> 00:05:36.081
ส่วนที่อาจบกพร่อง หรืออาจทำงานผิดพลาด

85
00:05:36.082 --> 00:05:40.082
นั่นเองนะคะ ระบบย่อยของ

86
00:05:40.083 --> 00:05:44.083
กระบวนการนะคะ นักเรียนพอนึกออกไหมว่า

87
00:05:44.084 --> 00:05:48.084
มีอะไรบ้าง มี 4 ระบบย่อยค่ะ ระบบอัดคอยล์เย็

88
00:05:48.085 --> 00:05:52.085
ระบบคอยล์ร้อน ระบบอัดความดัน

89
00:05:52.087 --> 00:05:56.087
แล้วก็ระบบลดความดันใช่ไหมคะ เมื่อ

90
00:05:56.087 --> 00:06:00.087
อากาศที่มีอุณหภูมิสูง ที่มี

91
00:06:00.089 --> 00:06:04.089
กระบวนการ หรือว่าระบบการทำงานของ 4 ระบบนี้

92
00:06:04.090 --> 00:06:08.090
แล้ว เราก็คาดหวังว่าจะมีอุณหภูมิที่

93
00:06:08.091 --> 00:06:12.091
ลดลงใช่ไหมคะ แต่ตอนนี้เป็นปัญหาที่อากาศ

94
00:06:12.093 --> 00:06:16.093
นั้นไม่ลดลงตามที่เราต้องการ หรือไม่เย็นลงเลย

95
00:06:16.093 --> 00:06:20.093
เราก็ต้องกลับมาวิเคราะห์ 4 ระบบย่อยนี้

96
00:06:20.093 --> 00:06:24.093
นะคะ เริ่มกันที่ ระบบแรกเลยค่ะ

97
00:06:24.094 --> 00:06:28.094
อากาศภายในห้องนะคะ

98
00:06:28.095 --> 00:06:32.095
ไหลเวียนเข้าสู่ตัวเครื่องผ่านระบบ

99
00:06:32.097 --> 00:06:36.097
คอยล์เย็นใช่ไหมคะ ถ้าเราจำได้นะ เพราะฉะนั้น จุดแรก

100
00:06:36.097 --> 00:06:40.097
ที่เราควรตรวจสอบ ก็คือตรวจสอบการไหลเวียนของอากาศค่ะ

101
00:06:40.097 --> 00:06:44.097
ว่าเป็นไปด้วยความสมบูรณ์หรือเปล่า

102
00:06:44.098 --> 00:06:48.098
ปกติหรือเปล่านะคะ ในส่วนของระบบคอยล์เย็น

103
00:06:48.099 --> 00:06:52.099
นะคะ ถ้าจะตรวจสอบการไหลเวียนของอากาศ ก็ต้องกรอง

104
00:06:52.100 --> 00:06:56.100
ที่แผ่นกรองอากาศค่ะ เพราะว่าแผ่นกรองอากาศนั้น

105
00:06:56.102 --> 00:07:00.102
เป็นจุดแลกเปลี่ยนอากาศภายในห้องนะคะ

106
00:07:00.102 --> 00:07:04.102
เพื่อที่จะเข้าไปสู่สารทำความเย็น ซึ่ง

107
00:07:04.102 --> 00:07:08.102
ทำความเย็นนี้ ก็จะทำหน้าที่ดูดความร้อนของอากาศ

108
00:07:08.103 --> 00:07:12.103
แล้วก็ไปยังส่วนระบบอื่น ๆ ต่อไป

109
00:07:12.103 --> 00:07:16.103
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น ถ้าแผ่นกรองอากาศอุดตัดแบบนี้

110
00:07:16.105 --> 00:07:20.105
อากาศไหลเวียนไม่สะดวก ก็เกิดการดูดความร้อน

111
00:07:20.105 --> 00:07:24.105
สารทำความเย็นก็ดูดความร้อนได้ไม่ดี ก็เป็น

112
00:07:24.105 --> 00:07:28.105
เหตุผลที่ไม่เย็นตามต้องการได้เหมือนกัน

113
00:07:28.105 --> 00:07:32.105
ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าแผ่นกรองอากาศนั้นอุดตัน

114
00:07:32.105 --> 00:07:36.105
มีฝุ่นนะคะ นักเรียนก็สามารถทำความสะอาด

115
00:07:36.106 --> 00:07:40.106
เบื้องต้นได้ใช่ไหมคะ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วไม่เป็นอะไร

116
00:07:40.107 --> 00:07:44.107
นะคะ แผ่นกรองอากาศยังปกติดี ไม่มีฝุ่น

117
00:07:44.108 --> 00:07:48.108
แปลว่าเราก็ต้องขยับไปตรวจสอบระบบย่อย

118
00:07:48.109 --> 00:07:52.109
ถัดไป ระบบอะไรคะ

119
00:07:52.109 --> 00:07:56.109
นักเรียนพอนักออกไหม นั่นก็คือระบบอัดความดันค่ะ

120
00:07:56.110 --> 00:08:00.110
ระบบอัดความดันนะคะ ระบบนี้

121
00:08:00.110 --> 00:08:04.110
ทำหน้าที่เพื่อสารทำความเย็น

122
00:08:04.112 --> 00:08:08.112
ก่อนหน้านี้ ที่มีสถานะแก๊ส ที่มี

123
00:08:08.112 --> 00:08:12.112
มานี่นะคะ พอจะมาผ่านระบบอัดความดันนี่

124
00:08:12.113 --> 00:08:16.113
ก็จะมีคอมเพรสเซอร์นะคะ คอมเพรสเซอร์ จะทำหน้าที่

125
00:08:16.115 --> 00:08:20.115
เพิ่มความดันให้สารทำความเย็นนั้น จนสารทำความเย็น

126
00:08:20.115 --> 00:08:24.115
ได้เป็ฯผลผลิตออกมาเป็นสถานะของเหลว

127
00:08:24.117 --> 00:08:28.117
ที่มีความดันสูง แล้วก็มีอุณหภูมิสูงอยู่

128
00:08:28.117 --> 00:08:32.117
เพราะฉะนั้น เราก็ต้องตรวจสอบว่าคอมเพรสเซอร์

129
00:08:32.117 --> 00:08:36.117
ในระบบปรับความดันนี้ทำงานปกติอยู่หรือเปล่า

130
00:08:36.118 --> 00:08:40.118
นะคะ อีกกรณีหนึ่งค่ะ ระหว่างทาง...

131
00:08:40.119 --> 00:08:44.119
ระหว่างทาง ระหว่างการส่งสารทำความเย็นนั้น

132
00:08:44.120 --> 00:08:48.120
มีการรั่วของท่อส่งสาร

133
00:08:48.122 --> 00:08:52.122
ทำความเย็นหรือเปล่า อันนี้ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งได้นะคะ

134
00:08:52.122 --> 00:08:56.122
นอกจากตรวจสอบที่คอมเพรสเซอร์แล้ว ก็ตรวจสอบ

135
00:08:56.123 --> 00:09:00.123
ช่องทางระหว่างส่งสสารทำความเย็นด้วย

136
00:09:00.126 --> 00:09:04.126
นะคะ โอเค ถ้าสมมติว่า

137
00:09:04.126 --> 00:09:08.126
ตรวจสอบแล้วยังปกติดี ยังปกติดีนะคะ

138
00:09:08.127 --> 00:09:12.127
แต่ในช่วงการตรวจสอบคอมเพรสเซอร์นี่นะคะ ก็

139
00:09:12.129 --> 00:09:16.129
ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะนะคะ

140
00:09:16.129 --> 00:09:20.129
เพราะว่าอย่างโดยปกตินะคะ เราก็

141
00:09:20.130 --> 00:09:24.130
มีคอมเพรสเซอร์มีระบบการทำงานที่

142
00:09:24.132 --> 00:09:28.132
ซับซ้อน เพราะฉะนั้น ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ

143
00:09:28.132 --> 00:09:32.132
นะคะ ถ้าตรวจสอบแล้วยังปกติดี

144
00:09:32.133 --> 00:09:36.133
มีอีกจุดหนึ่งค่ะ ที่ต้องตวรจสอบ ก็คือ

145
00:09:36.134 --> 00:09:40.134
ระบบถัดมาค่ะ ระบบคอยล์ร้อน ระบบ

146
00:09:40.135 --> 00:09:44.135
คอยล์ร้อน ทำงานปกติอยู่หรือเปล่า เพระาอะไรคะ เพราะ

147
00:09:44.137 --> 00:09:48.137
ที่เราควรตรวจสอบ เพราะอะำรคะ เพราะคอยล์ร้อย

148
00:09:48.137 --> 00:09:52.137
ทำหน้าที่ในการนำสารทำความเย็น

149
00:09:52.139 --> 00:09:56.139
ในสถานะของเหลวนี่นะคะ ให้ผ่านระบบคอยล์ร้อน

150
00:09:56.139 --> 00:10:00.139
แล้วสารทำความเย็นที่ผ่านนั้น ก็จะมี

151
00:10:00.140 --> 00:10:04.140
สถานะของเหลวที่มีอุณหภูมิลดลง จากอุณหภูมิสูง

152
00:10:04.141 --> 00:10:08.141
มาเป็นอุณหภูมิลดลง เนื่องจากเขามี

153
00:10:08.142 --> 00:10:12.142
ในระบบคอยล์ร้อนนี่นะคะ มีพัดลมระบายอากาศ

154
00:10:12.142 --> 00:10:16.142
นะคะ ทำให้สารทำความเย็นนั้น เกิดการ

155
00:10:16.143 --> 00:10:20.143
ทำความเย็นนั้น เกิดการถ่ายเทความร้อนออกไป

156
00:10:20.144 --> 00:10:24.144
สู่อากาศภายนนอกได้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราต้อง

157
00:10:24.144 --> 00:10:28.144
สำรวจสิ่งที่เราต้องตรวจอีกจุดหนึ่ง ก็คือ

158
00:10:28.146 --> 00:10:32.146
ทำงานปกติดีหรือไม่นะคะ

159
00:10:32.146 --> 00:10:36.146
และในส่วนนี้เองก็มีแผ่นกรองอากาศด้วยเหมือนกัน ก็

160
00:10:36.148 --> 00:10:40.148
ตรวจสอบดูแผ่นกรองอากาศด้วย และที่ขาดไม่ได้

161
00:10:40.148 --> 00:10:44.148
นะคะ ระหว่างทางนะคะ มีการรั่วไหลของ

162
00:10:44.149 --> 00:10:48.149
สารทำความเย็นอยู่หรือเปล่า ก็เป็นสิ่ง

163
00:10:48.149 --> 00:10:52.149
ที่ต้องตรวจสอบดูตลอดเวลานะคะ

164
00:10:52.151 --> 00:10:56.151
ตรวจสอบระบบคอยล์เย็นแล้ว ตรวจสอบระบบอัด

165
00:10:56.151 --> 00:11:00.151
ความดันแล้ว ตรวจสอบระบบคอยล์ร้อนแล้ว ถ้ายังมีผิดปกติอย

166
00:11:00.152 --> 00:11:04.152
ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ต้องพิจารณานะคะ

167
00:11:04.152 --> 00:11:08.152
นั่นก็คือพิจารณาที่จุด

168
00:11:08.152 --> 00:11:12.152
ระบบลดความดัน เพราะว่าระบบลดความดันนี่นะคะ

169
00:11:12.153 --> 00:11:16.153
มีวาวล์ลดความดัน ซึ่งเป็น

170
00:11:16.154 --> 00:11:20.154
ตัวที่อาจเกิดการอุดตัน หรือเกิดความ

171
00:11:20.154 --> 00:11:24.154
เสียหายได้นะคะ ถ้าในส่วนนี้เกิดความเสียหาย

172
00:11:24.155 --> 00:11:28.155
ขึ้นมา สารทำความเย็นก็ไม่ถูกส่งไปยังระบบ

173
00:11:28.157 --> 00:11:32.157
คอยล์เย็นนะคะ ถ้าไม่ถูกส่งไปหรือถูกส่งไปที่

174
00:11:32.157 --> 00:11:36.157
ปริมาณที่ไม่สมบูรณ์ นั่นก็คือ

175
00:11:36.158 --> 00:11:40.158
การทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพแล้ว ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง

176
00:11:40.159 --> 00:11:44.159
ที่ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

177
00:11:44.160 --> 00:11:48.160
ได้นะคะ และนี่ก็คือเป็นตัวอย่าง

178
00:11:48.160 --> 00:11:52.160
นะคะนักเรียนที่ครูได้ยกตัวอย่างให้นักเรียน

179
00:11:52.161 --> 00:11:56.161
ว่าการวิเคราะห์โดยใช้ความรู้เรื่องระบบ

180
00:11:56.162 --> 00:12:00.162
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนี่ ทำให้นักเรียนได้

181
00:12:00.163 --> 00:12:04.163
วิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบครบถ้วน

182
00:12:04.163 --> 00:12:08.163
แล้วก็จะทำให้สามารถหาจุดที่

183
00:12:08.164 --> 00:12:12.164
ผิดพลาดนั้นได้นะคะ อย่างเช่นเครื่องปรับอากาศ

184
00:12:12.165 --> 00:12:16.165
พิจารณาทั้งระบบคอยล์เย็น ระบบอัดความดัน

185
00:12:16.165 --> 00:12:20.165
ระบบคอยล์ร้อนนะคะ ระบบลดความดันใช่ไหมคะ เราตรวจสอบ

186
00:12:20.166 --> 00:12:24.166
ทุกระบบเลย แล้วเราก็มาหาทาง แนวทาง

187
00:12:24.166 --> 00:12:28.166
แก้ไขปัญหานั้นนะคะ ในส่วนของแนวทางการแก้ไข

188
00:12:28.168 --> 00:12:32.168
ความผิดพลาดของระบบนะคะ ถ้านักเรียนใช้ความรู้

189
00:12:32.169 --> 00:12:36.169
ตรวจสอบด้วยตนเองได้ ก็ได้เหมือนกันนะคะ

190
00:12:36.169 --> 00:12:40.169
ก็มีบางระบบนะคะ ที่เราสามารถ เรา

191
00:12:40.171 --> 00:12:44.171
สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง อย่างเช่น ล้าง

192
00:12:44.171 --> 00:12:48.171
แผ่นกรองอากาศแบบนี้นะคะ เราสามารถทำได้ง่าย ๆ เลย

193
00:12:48.172 --> 00:12:52.172
แต่ในบางจุดหรือบางระบบ เช่น

194
00:12:52.174 --> 00:12:56.174
อย่างนี้นะคะ มันมีความซับซ้อน ถ้ามันเกิด

195
00:12:56.175 --> 00:13:00.175
อันตรายกับเรา หรืออาจะเกิดความเสียหาย

196
00:13:00.175 --> 00:13:04.175
ต่ออุปกรณ์ได้ เพราะฉะนั้น เราต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ

197
00:13:04.176 --> 00:13:08.176
ในการตรวจสอบแล้วก็แก้ไขด้วยนะคะ อย่างเช่น

198
00:13:08.176 --> 00:13:12.176
ปัญหาเรื่องของสารทำความเย็นเกิดการรั่วไหล

199
00:13:12.176 --> 00:13:16.176
หรือว่าคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานแบบนี้นะคะ เราต้องให้

200
00:13:16.176 --> 00:13:20.176
เฉพาะทาง มาช่วยแก้ไขนะคะ

201
00:13:20.178 --> 00:13:24.178
สำหรับเรื่องของการทำงานผิดพลาดของระบบนะคะนักเรียน

202
00:13:24.178 --> 00:13:28.178
คุณรูก็ข้อนำเสนอการฝึกวิเคราะห์ หรือ

203
00:13:28.179 --> 00:13:32.179
การทำงานของเครื่องปรับอากาศไว้เพียงเท่านี้นะคะ ถ้านักเรียนฃ

204
00:13:32.179 --> 00:13:36.179
อยากทบทวนระบบได

205
00:13:36.179 --> 00:13:40.179
ไปได้ตามลิงก์ที่ครูแนบไว้นี้นะคะ

206
00:13:40.180 --> 00:13:44.180
ค่ะ นักเรียนคะ ก็จากบทที่ 1

207
00:13:44.181 --> 00:13:48.181
นะคะ เราได้เรียนมา 3 หัวข้อนะคะ ในหัวข้แรก เราจะได้เรียน

208
00:13:48.182 --> 00:13:52.182
เรื่องของความหมายของระบบใช่ไหมคะ ต่อมาก็ได้

209
00:13:52.184 --> 00:13:56.184
ฝึกวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเพื่อ

210
00:13:56.184 --> 00:14:00.184
ที่จะได้ทราบว่าในระบบนั้น เป็น

211
00:14:00.184 --> 00:14:04.184
ระบบย่อยหลายระบบทำงานสัมพันธ์กัน จากนั้นเราก็ได้

212
00:14:04.184 --> 00:14:08.184
ฝึกตรวจสอบการทำงานความผิดพลาดของระบบ

213
00:14:08.185 --> 00:14:12.185
ใช่ไหมคะ เพื่อที่เราจะสามารถนำจุดที่ผิดพลาด

214
00:14:12.186 --> 00:14:16.186
นั้นไปแก้ไขได้ นอกจากนี้นั้น

215
00:14:16.186 --> 00:14:20.186
เรื่องการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีตรงนี้ ก็อาจ

216
00:14:20.187 --> 00:14:24.187
นำไปสู่การพัฒนา ต่อยอดให้ระบบ

217
00:14:24.189 --> 00:14:28.189
นั้น ๆ ได้ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มี

218
00:14:28.189 --> 00:14:32.189
ประสิทธิภาพบิ่งขึ้นนั่นเองนะะค ครูก็หวังว่า

219
00:14:32.189 --> 00:14:36.189
ความรู้เรื่องของการวิเคราะห์ระบบเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

220
00:14:36.190 --> 00:14:40.190
ก็จะเป็นประโยชน์ให้นักเรียนนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

221
00:14:40.191 --> 00:14:44.191
ได้ รวมถึงนำความรู้เรื่องนี้นะคะ ไปเรียนในหัวข้อต่อไป

222
00:14:44.192 --> 00:14:48.192
ได้ พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไปค่ะ สวัสดีค่ะ

223
00:14:48.193 --> 00:14:52.193
[เสียงดนตรี]

224
00:14:52.194 --> 00:14:56.194

225
00:14:56.195 --> 00:15:00.195

226
00:15:00.195 --> 00:15:04.195

227
00:15:04.198 --> 00:15:08.198

228
00:15:08.198 --> 00:15:12.198

229
00:15:12.200 --> 00:15:16.200

230
00:15:16.203 --> 00:15:19.203

231
00:15:20.205 --> 00:15:20.207

232
00:15:24.207 --> 00:15:24.211


